พจนานุกรมภาษาอีสานหมวด "ก"

คำศัพท์อีสานความหมาย
กางกี้นกกางกี้,นกแก้ว
กุด (ขา)ด้วน , ขาด
ก่องโน้มลง , ย้อยลง
เกื้อเอื้อเฟื้อ
ก่อสร้างขึ้น
กกไม้ต้นไม้
โกนโพรงไม้
ก่องข้าวก่องข้าวเหนียวนึ่ง
กระติบข้าวก่องใส่ข้าวเหนียวสุก
กลืนลึดๆกลืนโดยไม่เคี้ยว
กระโบ่งตากระบอกตา
กระต่าตระกร้าใส่ของต่างๆ
กระแตกระแต,กระรอก
ก่อง (คิ้ว)คิ้วโก่ง
แกงเจาะแกงใส่น้ำนิดๆ
แกงซั้วแกงธรรมดา
เก่าเหิงของเก่านมนาน
เกล้าผมมวยผม
เกือยแก้แก้ไข
เกือย (ตัก)ตัก , ตักออก
เกี่ย (อุ้ม)อุ้ม,แบก
กายตัว, ร่างกายผ่าน, ผ่านหน้าไป
ย่างกายเดินผ่าน (กายในที่นี้แปลว่าผ่านไป)
เกษิมเกษมสุข
กงโลกทั่วโลก เขตจักรวาลหรือโลกเรียก กงโลก อย่างว่า ควรที่อัศจรรย์ล้ำโลกา กงโลก มีในห้าสิบชาติ แท้เทียวใช่ส่งเวร (สังข์)
กวม (นั่ง)นั่งทับ , นั่งคร่อม
กกขาโคนขา
กวนบ้านผู้ใหญ่บ้าน
กุฎโฎไก่
เกิบแก้วรองเท้าขลิบด้วยแก้ว
เกือกตมเกือกขี้โคลน
เกกลางกาดหญิงโสเภณี
กาขาวกาเผือก
กกแรก, ทีแรก, เริ่มแรก, ลูกผู้เกิดทีแรก เรียก ต้นข้าวปักดำทีแรกเรียก เข้ากกแฮก.
กลางเว็นกลางวัน
กวดตรวจ,ตรวจตรา
เกิบรองเท้า
กัสสโปเต่า
กังสะดาลระฆังวงเดือน
กกบักขามต้นมะขาม
กดทรงวางมาด, ขี้เต๊ะ ,เก๊กหล่อ ทำท่าปั้นปึ่งขึงขังแสดงตนว่ามั่งมีศรีสุข อย่างว่า เพิ่นกะกดทรงโก้คือโตใหญ่ ตั้งทีแท้เข้าชิจี่เกลือจ้ำฮองท้องแม่นบ่มี (บ.).
ก่นเจาะ, ขุด ใช้เสียมขุดดินให้เป็นหลุม หรือเป็นบ่อ
กบกินตะเวนการเกิดสุริยุปราคา
กะซางเถาะก็ช่างเถอะ
กระโตกถาดที่ใช้สำหรับใส่อาหารต่างๆ
กลับเฮียนกลับบ้าน
กลายยามเลยเวลา,เวลาผ่านพ้นไปแล้ว,ล่วงไปแล้ว,เลยเวลาที่จะทำ
กลิ้งเกลือกลิเลือลักษณะกระวนกระวาย,ทุรนทุราย,กระฉับกระส่าย
กวยโต่งเต่งลักษณะของอาการ แกว่งไปแกว่งมา
ก้วยอองกล้วยน้ำว้า
กะตามซ่างก็ช่าง,ไม่ใส่ใจ,ช่างเถอะ
กองจู่นพูนทำให้เป็นกอง , นำมารวมกันให้เป็นกอง , รวมกันมากๆ
กองก้นจูดกูดลักษณะอาการของคนหมอบหัวลงแล้วยกก้นขึ้น
ก้องแขนกำไล
ก่องจ่องกริยา การกระทำที่ดูแล้วไม่เข้าท่า หรือว่ายังไม่ชำนาญ อาการที่หลังของเด็กขด เรียก ขดก่องจ่อง ถ้าหลังผู้ใหญ่ว่า ขดโก่งโจ่ง ก่งจ่ง ก็ว่า.
กองดากนั่งยองๆก้น
กองเฟืองกองฟาง
กองอ้อกยอกกองเต็มพื้น
ก้องใต้หรืออยู่ใต้
ก้อนเส่าก้อนเส่า คือนำก้อนหิน 3 ก้อน วางไว้เพื่อตั้งหม้อทำกับข้าว หรือทำเป็นเตาไฟ
ก้อมสั้น, ไม่ยาว, เตี้ย, หด
ก้อยๆกั้กๆอาการของคนลังเล หรือ จะทำอะไรก็ไม่ทำ
ก้อม้วน ,พัน, การพันม้วนเข้าหากัน
ก๋อเกี่ยว , เกาะเกี่ยว
กะซางก็ช่าง,ไม่ใส่ใจ,ช่างเถอะ
กะญ่อนวามิน่าหล่ะ,เพราะ,เป็นเพราะ,เป็นเพราะว่า
กะเซอะกะเซิงฟูไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย
กะญอนมิน่าหล่ะ,เพราะ,เป็นเพราะ,เป็นเพราะว่า
กะด้อกะเดี่ยอะไรจะขนาดนั้น,มากมาย , มากเกินไป, ออกหน้าออกตา
กะทักกะถั่นลักษณะอาการของคนเร่งรีบ
กะบ่วง ช้อน
กะเบียนถาดสำหรับทำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วให้เย็นก่อนที่จะเก็บเข้าภาชนะบรรจุ
กะปอมกิ้งก่า
ขี่กะปอมกิ้งก่า
กะโป๋กะลามะพร้าว
กะโพกประทัด
กะลอเครื่องเคาะสำหรับให้สัญญาณ
กะลื้ดกะล้าดไม่สะอาด ไม่เรียบร้อย
กะลุมกล่อง,ลังกระดาษ
กะเลิงเบิ๊บเฉิ่ม,ม้าดีดกระโหลก,กะโหลกกะลา
กะแลมไอติม,ไอศครีม
กะเสินว่ะนับประสาอะไร
กะหยอนว่ามิน่า, มิน่าล่ะ
กะหย่าก็ช่าง,ช่างเถอะ,ช่างมัน
กะล่างใต้ถุน,ข้างล่าง
กะเอาคาดคะเน
กั้งโกบลักษณะอาการมือป้อง สายตามอง ยกมือข้างหนึ่งวางไว้เหนือคิ้ว เรียก กั้งโกบ เพื่อตั้งการมองดูข้างล่าง ไม่ให้แสงข้างบนมากระทบ.
กัดแข่วบืนกัดฟันสู้
กับบาดทันทีทันได
กับไฟไม้ขีด
กั๋วใช่แล้ว
ก้านส่องสัตว์
ก้านจองทับพี
ก่านด่าง , มีรอยเปื้อนเป็นแห่ง ๆ, กระด่างกระดำ
ก้ามลักษณะของอาการแห้งพอหมาดๆ
กาย (หย่างกาย)ผ่าน
ก่ายพาด , วางทับด้านบน
ก้ำแห่งหน,ฝ่ายพวก,พวก
ก่ำก่าก่ำก่า หมายถึง ทำอะไรเป็นได้แค่พอทำได้ ไม่ชำนาญ หรือรู้แบบงู ๆ ปลา
กิ๋เกี้ยมจิ้งจก
กินข้าวงายรับประทานอาหารมื้อเช้า
กินข้าวแลงรับประทานอาหารมื้อเย็น หรือมื้อค่ำ
กินข้าวสวยรับประทานอาหารมื้อกลางวัน มื้อเที่ยง
กินดองแต่งงาน,การแต่งงาน
กิ้นสั้น,สั้นลง, สั้น, สั้นมาก บางครั้งก็ใช้คำว่า กุ้น
กิ่วคอด หรือเล็ก เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึงกำลังจะขาด
กีดเกะกะ , ขวางทาง
กึงเกร็ง
กึ่มเป็นคำด่า เสียดสี ประมาณว่าโง่ ไม่เอาไหน
กืกใบ้,เป็นใบ้
กุก กุก เกีย เกียอยู่ข้างๆไม่ไกลไม่ใกล้
กุ๊ดดุ๊ดสั้นมาก ๆ ๆ
กุ่น ๆฝุ่นตลบ , รีบร้อน
กุยเหม็นสาบ
เกิ่งเท่ากัน, เท่าทียมกัน, เทียบเท่า, เสมอ
เกินไม้ที่ใช้ช่วยในการปีนขึ้นที่สูง
เกิบโบกรองเท้าผ้าใบ,รองเท้าหุ้มส้น
เกียเลี้ยง ให้อาหาร ใช้กับสัตว์
เกี่ยขี่หลัง
เกี้ยงตั๊บหมดเกลี้ยง,ไม่เหลืออะไรเลย
เกี่ยวกินตีนเหน็บกินเท้า, เป็นเหน็บที่เท้า
เกี่อยลักษณะของการตัก
เกือการให้อาหารสัตว์
เกือบถืกเกือบถูก
แก้งเช็ด
แกนไหว,ทำได้
แกนแข็ง
แก่น (แกน)แกน กลางของต้นไม้,เก่ง ดื้อ ฉลาดแกมโกง
แก่น (คุ้นเคย)อยู่เป็นที่,อยู่อย่างปักหลักปักฐาน,อยู่ติดบ้าน,คุ้นเคย
แก่น (แข็ง)แข็ง,แน่น
แกมกันปน,ปนกัน,ด้วยกัน
แก่การดึง,ลากหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ
โกนทาดทาดลักษณะของการนอนกรนเสียงดังมาก
โกบการจับหรือถือสิ่งของโดยใช้สองมือ, จับ, ถือ, กำ
โก้งดงาม ,เท่ห์ ,ดี ,ถูกใจ
ไก่ผู่โอกไก่ตัวผู้ตัวโตเต็มวัย,ไก่โต้ง,
ก้อยชื่ออาหารชนิดหนึ่ง ทำจากเนื้อ ปลา กุ้ง ที่ดิบ ๆ คล้ายลาบ
กับแก้ตุ๊กแก
กะไตกรรไกร
กระบมภาชนะชนิดหนึ่งทําด้วยไม้นำมาขุดเป็นรูปวงกลมมีขอบ ด้ามสั้น สำหรับสงข้าวเหนียวที่นึ่งสุกใหม่ ๆ หรือคนข้าวเหนียวนึ่ง ให้ลดความร้อนก่อนนำไปใส่ในกล่องข้าว และยังใช้เป็นภาชนะรองถ้วยชามเป็นสำรับ กระโบม หรือ โบม ก็เรียก
กระโบมภาชนะชนิดหนึ่งทําด้วยไม้นำมาขุดเป็นรูปวงกลมมีขอบ ด้ามสั้น สำหรับสงข้าวเหนียวที่นึ่งสุกใหม่ ๆ หรือคนข้าวเหนียวนึ่ง ให้ลดความร้อนก่อนนำไปใส่ในกล่องข้าว และยังใช้เป็นภาชนะรองถ้วยชามเป็นสำรับ กระบม หรือ โบม ก็เรียก
กกแข่วรากฟัน
กกแนนคู่ครองที่เคยอยู่กินกันมาหลายภพหลายชาติ, บุพเพสันนิวาส, เนื้อคู่ สายแนน ก็เรียก คู่ครองที่เคยอยู่กินกันมาหลายภพหลายชาติ หรือที่โบราณเรียกว่าบุพเพสันนิวาสนั้น เรียก กกแนน กกมิ่ง กกแนน สายมิ่ง สายแนน ก็เรียก อย่างว่า อันหนึ่งกกแนนเจ้าขูลูบาบ่าวทังอ่อนน้อยยังเกี้ยวกอดกันบ่เด (ขูลู)
กกหูกด้ายหรือไหมที่ตัดไว ้ติดกับฟืม กกหูกสำหรับต่อกับเครือหูก ในเวลาจะทอครั้งต่อไป
กกเหงือกลิ้นไก่
กงเขตแดน, บริเวณ, สิ่งที่มีลักษณะกลมหรือคล้ายวงกลม
ก๊งโก๋ะอาการยืนหรือเดินทำหลังโก่งค่อม และมักจะมีคำสร้อยต่อว่า ก๊งโก๋ะก๊งโก้ย ก๊มโก๋ะ ก็เรียก
ก๊มโก๋ะอาการยืนหรือเดินทำหลังโก่งค่อม และมักจะมีคำสร้อยต่อว่า ก๊มโก๋ะก๊มโก้ย ก๊งโก๋ะ ก็เรียก
โก่งโด่งลักษณะชี้ขึ้นข้างบน
ก้นขี้ถั่งก้นกระแทก, ล้มลงก้นกระแทกกับพื้น
ก้นต่งก้นใหญ่, บั้นท้ายใหญ่ หรือก้นโป้ เรียก ก้นต่ง.
โก่โด่ลักษณะของสิ่งของที่ยาวยื่นออกมา
โก้กโวกผอม, ซูบผอม มักจะใช้เป็นคำขยาย ซึ่งจะหมายถึงผอมมาก ๆ
โก้กโซกเศร้า, หมอง, หน้าตาหม่นหมอง
แก่แด่ชี้ตรง, อาการอื่น ๆ ที่มีลักษณะแข็งและตรง โดยมักใช้ขยาย เพื่อบ่งบอกว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่มีขนาดเล็ก เก่เด่ (ใช้สำหรับสิ่งที่มีอาการคล้ายกัน) ก็เรียก
เก่เด่ชี้ตรง, อาการอื่น ๆ ที่มีลักษณะแข็งและตรง แก่แด่ (ใช้สำหรับสิ่งที่มีอาการคล้ายกัน แต่มีขนาดเล็ก) ก็เรียก
เก้กเซกลักษณะใบหน้าที่บางและผอมแก้มตอบ
กู่ซู่อาการก้มหมอบตัวของผู้ใหญ่ ถ้าเป็นอาการของเด็ก เรียก ก่อซ่อ
ก่อซ่ออาการก้มหมอบตัวของเด็ก ถ้าเป็นอาการของผู้ใหญ่ เรียก กู่ซู่
กีกซีกสีแดงช้ำ
กิ่นติ่นอาการวิ่งไปโดยเร็วของเด็ก โดยผู้พูดพูดด้วยความเอ็นดูเด็ก ๆ
กุ้นกุ้นอาการพุ่งพวยออกของควันไฟที่ไม่ได้มากนัก กิ้นกิ้น, กุ้มกุ้ม ก็เรียก
กุ้มกุ้มอาการพุ่งพวยออกของควันไฟที่ไม่ได้มากนัก กุ้นกุ้น, กิ้นกิ้น ก็เรียก
กิ้นกิ้นอาการพุ่งพวยออกของควันไฟที่ไม่ได้มากนัก กุ้นกุ้น, กุ้มกุ้ม ก็เรียก
กุ้นสั้น, สั้นมาก กิ้น ก็เรียก
กุดด้วน
กิ่งดิ่งสูงชัน, ชัน
ก้าวหว้าวเหวอะหวะ
ก่นโต่นล่อนจ้อน คนที่ไม่นุ่งเสื้อผ้า นุ่งชุดวันเกิด เรียก ก่นโต่น หรือ ก่นต่น
กะบองกะไต้ ชื่อเครื่องตามไฟชนิดหนึ่ง เรียก กะบอง กะไต้ ไต้ ขี้ไต้ ก็ว่า
กะบั้งกระบอกไม้ไผ่มีข้อข้างหนึ่งทำไว้สำหรับตักน้ำ หรือใส่สิ่งของต่างๆ
กระจอนตุ้มหู เครื่องประดับหูของหญิงสาว ทำด้วยเงิน ทอง ทองคำ มี 2 ชนิด
กระจ้อน-ชื่อสัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่ง ตัวเล็กคล้ายกระรอก หรือกระแต หน้าแหลม -เล็ก แกร็น เช่น ม้าตัวเล็กและผอม เรียก ม้ากระจ้อน ม้าบักจ้อน
กระป่อม (ตักน้ำ)ภาชนะสานด้วยไม้ไผ่ รูปยาวก้นแหลม ทาด้วยชันคล้ายก้นคุ ใช้เชือกหย่อนลงตักน้ำในบ่อลึก
กระป่อม (ตาข่ายดักปลา)ลำเผือกหรือลำสะโน ไม้สองชนิดนี้มีน้ำหนักเบา ตัดยาวขนาดคืบผูก เชือกห่างกันประมาณ 1 ศอก ขึงในเวลากางมอง เรียก ป่อมมอง
กระพ้อมอุปกรณ์ที่มีไว้สำหรับเก็บข้าวเปลือกที่ฟัดออกมาแล้วมาเก็บไว้เพื่อไว้ขายหรืไว้เพาะปลูกอีกคาว
กล้องขากำไลขา
กล้องแขนกำไลมือ ,กำไลแขน
กลอยชื่อไม้เถาชนิดหนึ่งจำพวกมัน มีหัวกินได้ หัวดิบมีพิษ คัน ต้องแช่น้ำให้จืดแล้วนึ่งให้สุก กินแทนข้าวได้
ก่องแก่งเดินย่องไปมาอย่างว่องไว เรียก ย่างก่องแก่ง
ก่อจ่ออาการที่เด็กนั่งห่อตัว
กอดจอดของที่กองรวมกันไว้
ก่อด่ออาการที่ของเล็กๆ และสั้นยื่นออกมา
กากซากอาการที่มีของแหลม หรือมีสิ่งที่หยาบๆอยู่เป็นจำนวนมาก
กิ่นกิ่นอาการที่มีควันหรือฝุ่นละออง
โกกโซกคนที่มีร่างกายเศร้าหมองเรียก หม่นโกกโซก.
กระโด้นท้ายทอย
กะโมะพอดี, ประจวบเหมาะ, พบโดยบังเอิญ
กลิ่นกลั้วรสหอมระคนกัน, รสกล่อมกล่อม
กระสัณท์อยากจะได้
แก ๆ ฮ้องเสียงนกร้อง
กีบฟ้าเมฆ, ก้อนเมฆ, กลีบเมฆ
กวมสวม
กะจังว่าก็นั่นน่ะสิ
กองอ้วกย้วกลักษณะคนล้มทรุดตัวลงกองกับพื้น
กี่เผา ใช้กับการทำอาหารให้สุก คล้ายการปิ้งหรือย่าง โดยวางบนไฟตรง ๆ ซึ่งจะใช้ไฟค่อนข้างแรง หรือบางทีอาจจะซุกไว้กับขี้เถ้าที่ยังมีความร้อนอยู่
พยัญชนะตัวต้นของพยัญชนะทั้งหมด เป็นพวกอักษรกลาง ใช้เป็นตัวสะกดในแม่กก
ก็ก็เป็นคำต่อหรือแต่งความให้ติดกัน โบราณเขียนจุดบอดไว้บนหัว
ก๊กก๊กมีเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงเคาะไม้
กกแข้วรากฟัน
กกุธ์ห้าเครื่องหมายความเป็นพระราชาธิบดี ๕ อย่าง คือ ๑.มงกุฎ ๒.พระขรรค์ชัยศรี ๓.เศวตฉัตร ๔.แส้จามร ๕.ฉลองพระบาตร ทั้ง ๕ นี้เรียกว่า กกุธ์ห้า กุกกุห้าก็เรียก อย่างว่ากุกกุภัณทะห้าของพระยาปางก่อน พี่ก็ยอยกม้วนองค์อ้วนผู้เดียว (สังข์).
กกุสนธ์พระนามพระพุทธเจ้าองค์แรกที่เกิดในภัทรกัปนี้ เรียก พระกกุสันธะ กุกกุสันธะก็เรียก ในภัทรกัปนี้มีพระพุทธเจ้ามาเกิด ๕ พระองค์ คือ พระกกุสันโธ พระโกนาคมโน พระกัสสโป พระโคตโม พระอริยเมตตรัยโย (ป. กกุสนธ).
กง (ดื้อ)ดื้อ พยศ ขัดขืน คนดื้อด้านไม่ฟังคำสั่งสอนเรียก คนกง โกง ก็ว่าอย่างว่า อย่าชะกงหลายถ้อน หัวคานงงไม้ไผ่ป่า คันกะต่าบ่ห้อยบ่มีได้อ่านแอ่นกลางฯ อย่าซะกงหลายถ้อน หัวคานงงไม้ฮวก บ่แม่นพวกหมู่นี้ ใผชิโก้ยขึ้นนั่งชาน(บ.).
กง (แม่กง)ชื่ออักษรที่มีตัว ง สะกด เรียกว่า แม่กง หรือ มาตรากง
ก่ง (เก่ง)ผู้เก่งกล้า ผู้มีความสามารถ อย่างว่า เมื่อนั้นผู้ก่งท้าวทรงเทศเป็นพระยาวางธรรมถวายผนวชไลลาไว้ บัวนางล้อมระวังเพ็งพื้นล่าง ถวายเสื้อผ้าทังม้าวมิ่งแหวน (สังข์)
ก่ง (คิ้ว)โค้ง คิ้วโค้ง เรียกคิ้วก่ง เช่น คิ้วก่งกวมตา อย่างว่า ออระม่อยหน้าคิ้วก่งคันศร ขนตางอนสิ่งนางเมืองฟ้า ทันตาแข้วขาวงามปานแว่น ฮูปอ้อนแอ้นนางฟ้าก็บ่ปาน (บ.)
ก่งทำให้โค้ง เช่น ก่งคันศร ก่งธนู ก่งหน้าไม้ โก่ง ก็ว่า อย่างว่า หน้าพ่อข้อยชื่อว่าคำแพง แสนคนขึ้นขาเดียวบ่ก่ง บาดว่าพ่อข้อยขึ้นขาซ้ายก่งมา (เสียว) ก่งเอ๋ยก่ง ก่งเสนงเขามั่งก่งได้กงนวย ก่งเอยก่ง ก่งเสนงเขาควาย มันโชดกล่อมแอวพรานอยู่โล้งโค้ง (กลอน).
ก้งกลม มน ใหญ่ เช่นผ้าตาใหญ่เรียกผ้าตาก้ง เห็ดดอกใหญ่เรียก เห็ดตาก้ง ใช้ควบกับม้งเป็นม้งก้งก็มี เช่น มืนตาม้งก้ง.
ก่งเกื้อเกื้อกูล, อุดหนุน, เจือจุน อย่างว่า ขอให้คึดก่งเกื้อยามใช้ช่วงการ (กา) ขอให้น้องก่งเกื้อเยื้อนโผดกูร์ณา (สังข์)
กงแก้ววัน เดือน ปีเกิด เรียก กงแก้ว กงชะตา ดวงชะตา
ก่งโก๊ะอาการยืนหรือเดินทำหลังโก่งเรียกก่งโก๊ะ ก่งโก้ย ก็ว่า อย่างว่า เจ้าผู้จึ๊กจิ๊จื้น ขามะเฮ็งเก้ากิ่ว สังบ่โก๊ะก้มโก้ยคลายเล่นอยู่ขี้ดินพุ้นนอ (ผญา)
กงไกวเหล็กสว่าน เหล็กสำหรับเจาะไม้และเจาะเหล็ก เรียก เหล็กกงไกว กงกวย ก็ว่า
กงคำราชรถเรียก
กงจักรสิ่งที่มีลักษณะเป็นวงกลม เช่น กงเกวียน กงล้อ กงรถ เรียก กงจักร อย่างว่า นำกงจักรจากไปปอมเว้น (สังข์)
กงชมพูที่, ใน
ก่งด่งอาการชี้ขึ้น เช่น วัวตื่นวิ่งไปหางจะชี้ก่งด่ง อย่างว่า งัวถือเชิงหางชี้ก่งด่ง แล่นข้วมท่งลัดป่าลัดดอน บ่ได้กินได้นอน มันกะบ่เมื่อย
กงดินเขตดิน เรียก กงดิน
ก้งตาเว็นพระอาทิตย์ทรงกลด ก้งตาเว็น เกิ้งตาเว็น กะว่า
กงเต็กการทำบุญให้ผู้ตายของนักบวช นิกายจีนและญวน มีการสวดและเผากระดาษที่ทำเป็นรูปต่างๆ (จ.)
กงน้ำเขตน้ำ
กงพัดระหัด, พัดลม.
กงพื้นเขตแผ่นดิน
กงเมืองเขตเมือง เรียก กงเมือง อย่างว่า มีในเขตขงกงเมืองสิวิราช (เวส) ท้าวก็คอยเห็นกงเมืองชั้นผีหลวงฮ้อยย่าน (สังข์) ข่อยเห็นกงเมืองชั้นจำปายาวย่าน (กา) ฟังยินซว่าซว่า ฮ้องกงราชเป็นจาน (สังข์) คอยเห็นกงเมืองก็พระยาขอมพอผอมผ่อ (ผาแดง)
กงราชเขตเมืองหลวง เรียก กงราช อย่างว่า ฟังยินซว่าซว่าก้องกงราชเป็งจาน (สังข์)
กงราชมณเฑียรเขตเรือนหลวงเรียก กงราชมณเฑียร อย่างว่า คื่นคื่นก้องกงราชมณเฑียร (สังข์).
กงวัฏสิ่งหรือสถานที่มีลักษณะคล้ายกงจักร เพราะคลำหาต้นสายปลายเหตุไม่พบ เรียก กงวัฏ หรือสังสารวัฏ คือ เกิดแก่เจ็บตาย ไม่มีที่สิ้นสุดจนกว่าจะบรรลุพระอรหัต
กงสถานถิ่น, สถาน, ที่ สถานที่เรียก กงสถาน อย่างว่า กงสถานกว้างเกียงลมเลียนตาด (กา)
กงสะเด็นชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งมีผล เวลาผลแก่เต็มที่ผลจะแตกกระเด็นตกไปในที่ไกล เรียก ต้นกงสะเด็น
กงสีหุ้นส่วน, บริษัทที่บุคคลหมู่หนึ่งทำขึ้น เช่น กงสีต้มกลั่นสุรา.
กงหลากงไนสำหรับกรอด้าย กรอไหม เรียก กงหลา อย่างว่า เหล็กในบ่มีกงหลาแล้วชิกลายเป็นเหล็กส่วน มีผัวบ่มีลูกเต้าเขาชิเอิ้นแม่หมัน (ย่า).
กงห้วยเขตห้วย เรียก กงห้วย อย่างว่า ฟังยินอุมลัวเหินโฮ่นันกงห้วย (สังข์).
กงหันระหัด พัดลม เครื่องวิดน้ำเข้านา เรียก กงพัด กงหัน ก็ว่า คนโบราณอีสานเมื่อต้องการน้ำในแม่น้ำขึ้นมาทำนาก็ใช้กงพัดหรือกงหัน ดึงเอาน้ำขึ้นมา เรียก หมากปิ่น ก็ว่า อย่างว่า เชื่อกงหันลมต้องปิ่นหันลิ่นลิ่นปานคนหมุน(กลอน).
กฎ (จด)จด บันทึก การจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานเรียก กฎ อย่างว่า ก็จิ่งลงลายแต้มกฎเอาคำปาก (ฮุ่ง).
กฎ (ระเบียบ)ประเพณี ระเบียบ ข้อบังคับ ระเบียบที่คนหมู่หนึ่งคณะหนึ่งวางไว้ เพื่อให้คนหมู่หนึ่งในคณะทำเสมอกัน.
กฎกรมกรมหรือหน่วยงานย่อยที่แยกออกจากหน่วยงานใหญ่ แต่ละกรมมีอธิบดีกรมเป็นหัวหน้า ข้อบัญญัติที่เจ้ากรมออกไว้ โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายเรียก กฎกรม ข้อบัญญัติที่เจ้ากระทรวง เจ้าทบวง เจ้ากรมบัญญัติจะต้องไม่ขัดกับกฎหมาย ถ้าขัดกับกฎหมาย ข้อบัญญัติก็เป็น โมฆะหรือ โมฆียะ.
กฎกรรมกรรมคือการกระทำ แยกออกเป็น ๒ อย่าง คือทำดีและทำชั่ว ทำดีได้รับผลดี ทำชั่วได้รับผลชั่ว นี่คือกฎของกรรม.
กฎกระทรวงข้อบัญญัติที่เจ้ากระทรวงออกโดยอาศัยอำนาจตามที่กฎหมายให้ไว้เรียก กฎกระทรวง ข้อบัญญัติที่เจ้ากระทรวงออกนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ภายในกระทรวงปฏิบัติให้ถูกต้องตามตำแหน่งของตนๆ.
กฎแกวดนับจำนวน, กำหนดจำนวน การกำหนดนับจำนวนเรียก กฎแกวด อย่างว่า กฎแกวดเผี้ยนตายเมี้ยนมากหลาย(กา).
กฎทบวงทบวงคือหน่วยงานหนึ่งที่เทียบเท่ากระทรวง หรือลดหลั่นกระทรวงลงมา ข้อบัญญัติที่เจ้าทบวงตราไว้ เพื่อบริหาร เรียก กฎทบวง.
กฎธรรมธรรมะ คือ ข้อที่ควรประพฤติปฏิบัติ ข้อที่ควรประพฤติปฏิบัติมีมากมายก่ายกอง เมื่อจะสรุปลงคงได้แก่สุจริต คือความประพฤติดีทางกาย เรียก กายสุจริต ประพฤติดีทางวาจา เรียก วจีสุจริต ประพฤติดีทางใจ เรียก มโนสุจริต
กฎธรรมชาติธรรมชาติคือสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือตามวิสัยของโลก สิ่งนั้นได้แก่คนและสัตว์เป็นต้น คนก็ดีสัตว์ก็ดี จะเกิดขึ้นต้องอาศัยปัจจัย ถ้าหมดเหตุหมดปัจจัยก็ดับไป แล้วเกิดขึ้นมาใหม่ หมุนเวียนเปลี่ยนไปจนกว่าจะถึงจุดจบ.
กฎธรรมดาธรรมดาคืออาการหรือความเป็นไปของคนและสัตว์ เมื่อคนและสัตว์เกิดขึ้นมาแล้ว จะต้องเป็นไปตามธรรมดาของโลก ธรรมดาของโลกนั้นจะต้องกิน จะต้องนอน จะต้องป้องกันภัยอันตราย จะต้องสืบพันธุ์คนและสัตว์ที่เกิดมาแล้วจะเป็นอย่างนี้ นี่คือกฎของธรรมดา.
กฎบ้านระเบียบที่ชาวบ้านร่วมกันบ้านร่วมกันตั้งขึ้น เรียก กฎบ้าน เช่นการปลูกเรือน ใครจะปลูกเรือนจะต้องไปช่วยเหลือกันทั้งผู้หญิงผู้ชาย ผู้หญิงไปหาอาหารมาเลี้ยง ผู้ชายไปจัดการปลูกทำให้เสร็จในวันเดียว การดำนา เกี่ยวข้าว ตีข้าว ถ้ามีความจำเป็นก็ขอแรงญาติให้ไปช่วย
กฎมนเทียรบาลข้อบัญญัติพิเศษเกี่ยวกับพระราชฐานและพระราชวงศ์.
กฎวัดระเบียบที่ชาววัดร่วมกันตั้งขึ้นเรียก กฎวัด เป็นกฎเฉพาะ ไม่เกี่ยวกับวัดอื่น เช่น ระเบียบทำวัตรสวดมนต์ ระเบียบการศึกษาเล่าเรียนระเบียบการบำเพ็ญธรรมกรรมฐาน กฎเหล่านี้อำนวยความสะดวกให้ชาววัดเมื่อถึงเวลาแล้วไม่ต้องปลุกเตินเอิ้นป่าวกันเพราะระเบียบได้ระบุไว้แจ้ง
กฎศีลศีลคือข้อห้าม ศีลของศาสดาแต่ละศาสนาบัญญัติไว้ไม่เหมือนกัน สำหรับพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าผู้เป็นพระบรมศาสดา ได้บัญญัติศีลแด่พุทธบริษัทไม่เคร่ง ไม่หย่อน พอเหมาะพอดี ถ้าผู้ใดประพฤติปฏิบัติได้ก็มีความร่มเย็นเป็นสุขไม่มีภัย ไม่มีเวร ประสบแต่ความสุขความเจริญ
กฎหมายบทบัญญัติซึ่งผู้ที่มีอำนาจได้ตราขึ้นไว้ เพื่อใช้ปกครองคนภายในประเทศให้ได้ความยุติธรรม ความเป็นธรรมและความชอบธรรม ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษตามที่ได้ระบุไว้ในกฎหมาย กฎหมายนั้นมีมากเมื่อจะย่อลงคงที ๓ อย่างคือ ๑. กฎหมายอาญา ๒. กฎหมายแพ่ง ๓. กฎหมายพาณิชย์
กฎอัยการศึกกฎหมายที่ตราขึ้นใช้ในเวลาที่จำเป็น เช่นเมื่อบ้านเมืองเกิดข้าศึกสงครามหรือความไม่สงบจะต้องตรากฎหมายขึ้นใช้ในภาวะเช่นนี้ กฎหมายนี้เรียก กฎอัยการศึก อำนาจบริหารบ้านเมืองตกอยู่ในอำนาจทหาร ทหารจะใช้กฎนี้ไปจนกว่าบ้านเมืองจะสงบสุข.
กฎุมพีคนมั่งมีเรียก กฎุมพี กฎมพีต ก็ว่า อย่างว่า ยังมีกฎมพีตเชื้อสถิตที่นครหลวง พาราญสีเมืองทีปชมพูภายพื้น (เสียว).
กฎปรากฏ, สังกฏ อย่างว่า สังกฏว่ามันมา แต่บ่เห็นมา จักมันไปใส (บ.) ผากฏ ก็ว่า อย่างว่า ผากฏแก้วสุมุณฑาทรงฮูปโฉมยิ่งเพี้ยงแพงไว้แว่นใจ (สังข์).
กฎีเรือนเป็นที่อยู่อาศัยของพระภิกษุสามเณร เรียก กฎี กุฏี กะฏีก็ว่า (ป.กุฏิ).
กฐินผ้าที่นำไปถอดถวายแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษาครบสามเดือนเรียกผ้ากฐินกฐินมี ๒ ชนิดคือ จุลกฐินและมหากฐิน กฐินที่ทำให้สำเร็จในวันเดียวเริ่มแต่ปั่นด้าย ทอ เย็บ ย้อมเป็นต้นเรียกจุลกฐินกฐินแล่นก็เรียก กฐินที่ใช้เวลานานและจัดเตรียมบริขารบริวารถวายพระได้มากเรียกมหากฐิน.
กฐินฮังโฮมกฐินสามัคคีเรียก กฐินฮังโฮม กฐินชนิดนี้มีเจ้าภาพร่วมกันหลายคนจุดประสงค์ก็เพื่อจะรวบรวมเงินไปสร้าง กุฏิ วิหาร ศาลา การเปรียญ หรือสร้างสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นสาธารณะกุศล.
กุณฑลตุ้มหู ตุ้มหูเรียก กุณฑล ต้างหู ก็ว่าอย่างว่า กุณฑลต้างแก้ว ประดับแล้วใส่ในหู (เวส).
กด1.)แม่กด หรือ มาตรากด. 2.)ชื่อปลาจำพวกหนึ่ง มีเงี่ยง ไม่มีเกร็ด เรียก ปลากด 3.)นกกด ชื่อนกกดจำพวกหนึ่ง มี 2 ชนิด คือชนิดสีดำปนแดง ตาสีแดงร้องเสียงปูดๆ หรือปืดๆ เรียก นกกดปูด หรือ นกกดปืด ชนิดตัวเล็กขนลายเรียก นกกดห่อย หรือ นกกดไฟ 4.)คำกำกับชื่อปี ในวิธีนับจุลศักราช กดตรงกับเลข ๗. 5.)บังคับ, ข่มเหง กดขี่ข่มเหงเรียก กด
กดเพศไว้ท่า อวดทรง แสดงท่าทางว่ายังหนุ่มแน่น ไม่ทุกข์จนค่นแค้น อย่างว่า บ่าวก็กดเพศ ไว้ให้สาวดิ้นดั้นตาย (สังข์).
กดราคาตีราคา, กำหนดค่า เช่น เมื่อพระเวสสันดรจะสั่งให้สองกุมารแก่ชูชก ก็กำหนดราคาลูกทั้งสองไว้
กดวาทพูดจาท่าทีใหญ่โต เรียก กดวาท อย่างว่า มันก็ปองมิ่งแก้วโลมลูบจอมขวัญ เมื่อนั้นนางคราญขมเคียดเค็มฟุนป้อย ดูราชายโทนเถ้ายักโขผีผาด มึงหากกดวาทเว้ามีได้เวทนา ท่านเอย (สังข์).
กดหน้าก้มหน้า ธรรมเนียมคนโบราณถือการยืนเป็นการเคารพอย่างสูง เมื่อเข้าเฝ้าเจ้านายจะต้องก้มหน้า การก้มหน้านี่แหละเรียก กดหน้า อย่างว่า หลายส่ำถ้วนทุกปากปุนแถลง สองนายเมืองผ่อกายกดหน้า สาวกระสันเยื้อนใยความประสงค์สวาก เจ้าพี่ข้อยลืมน้องหน่ายแหนง (สังข์).
กตัญญูกตเวทีผู้รู้คุณแล้วตอบแทนคุณท่าน พึงทราบบุคคลหาได้ในโลก ๒ จำพวกคือ ๑.บุพพการี ผู้ทำอุปการะก่อน ๒.กตัญญูกตเวที ผู้รู้คุณแล้วตอบแทนคุณ บุพพการีมี ๔ จำพวก คือ ๑.พ่อแม่ ๒.ครูบาอาจารย์ ๓.เจ้านายผู้ปกครอง ๔.พระพุทธเจ้า
กตาธิการบารมีที่ได้สั่งสมไว้ หรือบุญที่ได้สั่งสมไว้ (ป.).
กตาภินิหารบุญอันยิ่งที่ได้สั่งสมไว้ (ป.)
กติกาข้อตกลง, ข้อบังคับ, สัญญา (ป.).
กถาคำ, ถ้อยคำ, เรื่อง, คำอธิบาย, คำกล่าว (ป.).
กถาพันธ์คำประพันธ์, คำร้อยกรอง (ป.).
กถามุขคำนำ, ข้อความเบื้องต้นของเรื่อง, คำที่เป็นแนวทาง (ป.).
กทลีกล้วย (ป.) อย่างว่า เจ้าผู้คีงเหลืองล้ำกทลีกล้วยบ่ม (สังข์).
กนชื่ออักษรที่มีตัว ญ ณ น ร ล ฬ สะกด เรียกว่า แม่กน หรือ มาตรากน.
ก่น (เจาะ)เจาะ
ก่นเสาะหา, แสวงหา
ก้นส่วนเบื้องล่างหรือส่วนท้ายของลำตัวเรียก ก้น.
กนกทองคำ (ป.)
ก้นกบปลายกระดูกสันหลังที่สุดลงมาข้างล่างของคน เรียก ก้นกบ ก้นของกบก็เรียก ก้นกบ.
ก้นกอกยาก้นบุหรี่
กนโกชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งใบอ่อนใช้เป็นผักกินได้ ก้นโก ก็ว่า อย่างว่า เฮี้ยมนี้เป็นดั่งตาลปลายด้วนกนโกอยู่กลางท่งฮากบ่เหลือเครือบ่เกี้ยวโทนโท้อยู่แต่ลำคันเครือขิกบ่มาเกี้ยวใบ เครือหวายบ่มาเกี้ยวก้าน ตาลต้นส่วนอยู่พลอย แท้แล้ว(ผญา).
ก้นโกนชื่อต้นหว้าขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ก้นกลวง เมื่อสุกสีม่วงกินได้เรียก หมากหว้าก้นโกน.
ก้นขี้ทวารหนัก ก้นดาก ก็ว่า.
ก้นครกชะมดด้าว ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ต้นก้นครก.
ก้นคุก้นต่า, ก้นสอบ, ก้นไซ, ก้นบุง, ก้นกะติบ, ก้นแอบ, ก้นแอ่ง, ก้นอุ, ก้นหม้อ, ก้นไห สารพัดก้นซึ่งก็หมายถึงข้างล่าง หรือส่วนสุดของสิ่งเหล่านั้น.
ก้นเงนก้นที่งอนออกมามาก เรียก ก้นเงน ก้นโงน ก็ว่า.
ก้นแงนก้นงอน ก้นที่งอนออกมาข้างหลัง เรียก ก้นแงน อย่างว่า ญิงใดก้นแอ้งแถ้งแงนก้นเบิดคืนหลัง ดังโขโมคือยักษ์ย่างแพนแงนก้น ญิงนั้นจนเถิงเถ้าใจเบาเคียดง่าย อย่าได้หมายอยู่ซ้อน เมือหน้าบ่ดี (คำสอน).
ก้นชันพริกชี้ฟ้า ชื่อพริกชนิดหนึ่งเรียก หมากพริกน้อยก้นชัน.
มดก้นชันชื่อมดชนิดหนึ่ง สีดำเรียก มดก้นชัน.
ก้นโดก1.)นกโพระดก ชื่อนกชนิดหนึ่งมีชื่อเรียกหลายอย่าง เรียก นกก้นโดก โกนโดก กะโดก โพนโดก 2.)ชื่อพรรณไม้เล็กชนิดหนึ่ง ลำต้นสูงศอกเศษ ใบใช้กินเป็นผักได้ เรียก ผักก้นโดก ผักกะโดก ก็เรียก.
ก้นถ้วยชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ก้นถ้วย.
ก้น - ล่ง (กลอง)กลองยาว ชื่อกลองชิดหนึ่ง มีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่นเรียก กลองก้นล่ง กลองยาว กลองตบ กลองเถิดเทิง อย่างว่า เตาะก้นล่งล่ง กลองบ้านท่งดังแท้อีหลี เปิดเบิ่งหีสาวนางบ้านใต้ เพิ่นแต่งไว้เป็นกาพย์กลอน สายสมรอาวอาแม่เถ้า (เชิ้งกลอง).
ก้นล่งยุงก้นปล่อง ชื่อยุ่งชนิดหนึ่งกินเลือดคนและสัตว์ไม่รู้จักอิ่ม เลือดไหลออกทางก้น เรียก ยุงก้นล่ง ก้นโล่ง ก็ว่า.
ก้นลีบก้นปอด ก้นที่เล็กและเหี่ยว เรียก ก้นลีบ.
ก้นฮวกก้นเสี้ยม ก้นที่แหลมและเล็ก เรียก ก้นฮวก.
กนิษฐภคินีน้อง (ป.ส.) อย่างว่า บ่ได้สุขอยู่สร้างเสวยราชเป็นพระยา คนิงแพงศรีชู่วันมีเอื้อน กำสุดโอ้กนิษฐาเจ้าพี่กูเอย ปานนี้ยักษ์ฆ่าเจ้ากินแล้วฮู้ว่ายัง นั้นเด(สังข์).
กนิษฐภาดาน้อง คู่กับเชษฐาพี่ เรียกขนิษฐาก็มี.
กบ1.)ชื่ออักษรที่มีตัว บ ป พ ฟ ภ สะกด เรียกว่า แม่กบ หรือ มาตรากบ. 2.)สัตว์สี่เท้าตัวใหญ่กว่าเขียด อยู่ได้ในน้ำหรือบนบกก็ได้ เป็นสัตว์ประเภทครึ่งน้ำครึ่งบก เรียก กบ มีหลายชนิด อย่างว่าพี่นี้คนผู้ฮ้ายลี้อยู่คือกบ เห็นคนมาหลูบลิลูลงลี้(ผญา) . 3.)เครื่องมือช่างไม้ ทำด้วยเหล็กมีรางทำด้วยไม้ สำหรับใสไม้ให้เรียบ มีหลายชนิด เช่น กบสั้น กบยาว กบฮ่อง เป็นต้น.
กบฎการประทุษร้ายต่อบ้านเมือง, ความทรยศ, ผู้ทรยศ ขบถ ก็ว่า (ส.).
กบาลกะโหลกศีรษะ,กระเบื้อง(ป.ส.กปาล) หัว (ข.) เช่น เขกกบาล เรียก เขกหัว.
กบินทร์พญาลิง กเบนทร์ ก็ว่า (ส.).
กบิล1.)ลิง (ส. กปิล). 2.)ระเบียบ,แบบ,ทาง เช่น กบิลความ กบิลเมือง อย่างว่า ฮุ่งค่ำอื้ออามาตย์ ชุมสนาม โดยเดิมกบิลชั่วลางประถมเถ้าเชียงหลวงล้นระงมคนเค้าคื่น ทุกท่วยใต้ลุ่มฟ้ายำท้าวทอดทอง (สังข์).
กบิลพัสดุ์ชื่อเมืองหนึ่งในอินเดียเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าประสูติ อย่างว่า แล้วจิ่งกลับคืนห้องเมืองกบิลบ้านเก่าหวังชิโผดพ่อเจ้าชาวเชื้อศากยา พอเมื่อพระพ่อฮู้เรื่องข่าวการเสด็จแล้วจิ่งพากันจัดฮับฮองพระองค์เจ้า (เวส-กลอน)ใ
กบี่ลิง (ป.ส. กปิ).
กเบนทร์พญาลิง (ส.).
กโบงกะโหลกหัวเรียก กโบง อย่างว่า มีฮ่างเฮาเหงข้วมกโบงหัวสูใต่ไปรือดูดั่งไตรโลกล้านลือม้มท่องเที่ยว ท่านเอย (สังข์).
กโบรข้อศอก (ป.).
กโบลแก้ม (ป. กโปล).
กปณ|กปณากำพร้า,อนาถา,ไร้ญาติ,ยากไร้ (ป.).
กปิลิง (ป.ส.).
กมชื่ออักษรที่มีตัว ม สะกด เรียก แม่กม หรือ มาตรากม.
ก้มทำให้ต่ำลงโดยอาการน้อม เช่น ก้มหัว ก้มหน้า อย่างว่า ก้มหมอบเข้าหัวเท้าง่ายาง ย่างย้งย้งหัวแทบขี้ดิน (เสียว) เสียงสั่งพร้อมพรพร่ำเนืองนัน ลัวอาหิวฮุ่งวอนแวนหม้อม ดีแก่สองขุนก้มลาลงเลยพรากขึ้นที่ม้าผันผ้ายเผ่นผยอง(สังข์).
กมลบัว, ดอกบัว, ดวงใจ (ป.).
กมลากรสระบัว (ป.).
กมลาสน์ผู้มีบัวเป็นที่นั่ง คือพระพรหม (ป.ส.).
กมเลสผู้เป็นใหญ่แห่งพระลักษมี คือพระนารายณ์.
กมุทบัวสาย ดอกขาว (ป.ส.).
กร1.) มือ 2.) ผู้ทำ ใช้ประกอบเป็นส่วนหลังของสมาส เช่นกรรมกร ผู้ทำการงาน (ป.).
กรกลูกเห็บ กรกวรรษ ฝนลูกเห็บ (ป.ส.).
กรกฎปู ลักษณะของปูอ่อนในแข็งนอกเดินคดไปคดมา ก้าวไปสองก้าว ก้าวกลับหนึ่งก้าว.
กรกฎาคมเดือนกรกฎาคม อีสานเรียกเดือนแปด เรียกเดือนที่ ๔ ตามสุริยคติ.
กรณีคดี, เรื่อง, เหตุ (ป.ส.).
กรณียกิจกิจอันควรทำ, ธุระอันควรทำ, หน้าที่อันควรทำ. (ป.).
กรณียะควรทำ, พึงทำ (ป.).
กรดธาตุผสมมีหลายอย่าง เช่น น้ำกรด เป็นต้น.
กรนหายใจเสียงดังในลำคอเมื่อเวลานอนหลับ เรียก กรน อย่างว่า ฟังยินเสียงกรนก้องคุงบนคีคื่น (กา) เมื่อนั้นยักษ์ใหญ่ฮู้นางเคียดคุงใจ มันก็โลมนางหลับแค่ปรางค์ดอมน้อง ฟังยินเสียงกรนก้องพระมุณเทียรทีโทด คือคู่กุญชราชฮ้องเสียงก้องคั่งบน แท้แล้ว (สังข์).
กรบูรชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง กลั่นเอายางทำยาได้ เรียก กรบูร การบูร ก็ว่า.
กรภ1.หลังมือ 2.งวงช้าง 3.ลูกช้าง 4.ลูกอูฐ 5.อูฐทั่วไป 6.ของหอมชนิดหนึ่ง 7.ตะโพก (ส.). 8.ชื่อนักบัตรที่ ๑๓ อีกอย่างหนึ่งเรียก หัสตะ (ป.).
กรม1.)แผนกย่อยที่ แยกจากกระทรวงหรือทบวงเรียกว่ากรม เช่นกรมการปกครอง กรมศาสนา กรมที่ดิน กรมตำรวจ เป็นต้น. 2.)อิศริยยศที่ได้รับพระราชทานจากพระเจ้าแผ่นดินทรงแต่งตั้ง เช่น กรมหมื่น กรมขุน กรมหลวง กรมพระ กรมพระยา กรมสมเด็จเจ้าพระยา.
กรมธรรม์เอกสารกู้หนี้ยืมสิ้น, สัญญาซื้อขายทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์, เอกสารในการประกันภัย เช่น กรมธรรม์ประกันชีวิต เป็นต้น
กรรณิกาช่อฟ้า, ฝักบัว, เครื่องประดับหู (ป.).
กรรณิการ์ชื่อไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งกลีบขาว ดอกหอม ใบคาย ก้านดอกสีแสด ใช้ย้อมผ้าก็ได้ ใช้ประดับก็ได้ เรียก กรรณิการ์ กรณิการ์ กณิการ์ ก็ว่า อย่างว่า กณิการ์เกียงดอกดวงดูล้น ภูชัยท้าวเดินเดียวชมดอก คือดั่งดอกกลิ่นแก้มเมียแก้วอยู่เฮือน (กา).
กรรม์กรรม.
กรรม1.)การ, การงาน, การกระทำ, กิจ แยกแยกกรรมออกเป็น ๓ คือ กายกรรมงานมือ วจีกรรมงานพูด มโนกรรม งานคิด อย่างว่า งานคึดงานเว้างานทำคู่อย่าง บูฮาณเฮียกเอิ้นโฮมเว้าว่ากรรม (บ.). 2.)บุญคือการทำความดี บาปคือการทำความชั่ว บุญบาปติดตามผู้ทำให้ได้รับความดีหรือชั่ว เรียก กรรม อย่างว่าบุญมีได้เป็นนายใช้เพิ่น บุญบ่ให้เขาชิใช้ตั้งแต่เฮา (ภาษิต) บุญมีแล้วแนวดีป้องใส่บุญบ่ให้แนวขี้ฮ้ายแล่นโฮม(ภาษิต). 3.)เคราะห์ คือสิ่งที่ไม่สมหวังเรียก กรรม เช่น ชูชกได้เมียสาว ถูกเมียบังคับให้ไปขอกัณหาชาลีมาเป็นทาส เมื่อพระเวสสันดรให้โอรสและธิดาแล้วแนะนำให้ชูชกไปเมืองปู่ เพื่อพระเจ้าปู่จะได้ไถ่ถอนหลาน แต่ชูชกไม่กล้าไปเกรงจะถูกเคราะห์กรรม (เวส-กลอน) 4.)ผลของความดีหรือชั่วที่ตนทำในอดีตตามให้ผลเรียก กรรม อย่างว่า ผู้สาวได้ผัวเถ้ากรรมลาวสร้างแต่เก่า ผู้บ่าวได้แม่ฮ้างกรรมสร้างตั้งแต่หลัง (ภาษิต). กรรมแบ่งบั่นปั่นป่อนมาพบ บารมีภายหลังจิ่งได้เวียนมาพ้อ (บ.). 5.)คนตายเรียก ถึงแก่กรรม อย่างว่า ชื่อว่ากรรมเถิงแล้วจำใจจำจาก บ่มีใผแก่ทื้นคืนได้โลกเฮา (บ.) ชื่อว่าความตายนี้แขวนคอทุกบาดย่าง ใผกะแขวนอ้อนต้อนเสมอด้ามดั่งเดียว (บ.).
กรรมกรคนงาน, คนรับจ้างทำงาน เช่น ชาวนา ชาวสวน เป็นต้น.
กรรมกรณ์ลงโทษ ได้แก่การลงโทษผู้ทำความผิด โดยการจำคุก ๑ ปรับไหม ๑ ทั้งจำคุกทั้งปรับ ๑ ประหารชีวิต ๑. อาญา, เครื่องสำหรับลงอาญา ได้แก่ตัวบทกฎหมายที่ลงโทษแก่บุคคลที่ทำความผิด โดยสมควรแก่โทษานุโทษ.
กรรมการบุคคลที่ได้รับเลือกหรือแต่งตั้งให้เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการทำงานของรัฐ ของเอกชน ขององค์การ ของบริษัท ห้าง ร้าน หรือการสาธารณกุศลเรียก กรรมการ.
กรรมการเฉพาะกิจกรรมการที่ได้รับเลือกแต่งตั้งให้ทำงานเฉพาะอย่าง เช่น งานปราบปราม งานปลูกต้นไม้.
กรรมการิณีกรรมการซึ่งเพศหญิงที่ได้รับเลือกหรือแต่งตั้งให้ทำงานดังกล่าวร่วมกับคณะกรรมการ.
กรรมขัยการสิ้นอายุเพราะกรรม เช่น ตายเพราะหมดอายุ เป็นต้น.
กรรมคติทางดำเนินแห่งกรรม ทางดำเนินแห่งกรรมมี ๒ อย่าง คือ สุคติไปดี ทุคติไปชั่ว คนทำความดีตายแล้วไปสู่สุคติ คือไปเกิดเป็นเทวดา เป็นอินทร์ เป็นพรหม คนทำความชั่วตายแล้วไปสู่ทุคติ คือไปเกิดเป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสูรกาย.
กรรมชรูปรูปที่เกิดแต่กรรม คนหรือสัตว์ที่เกิดมา ร่างกายที่เป็นตัวตนของเรากรรมเป็นคนแต่ง เราแต่งเองไม่ได้ถึงพ่อแม่จะมีส่วนในการแต่งก็แต่งให้สวยงานไม่ได้ พ่อแม่จึงเป็นเสมือนเรือน ถ้าผู้มาเกิดคือเจ้าของเรือน สวยงามแล้วเรือนเกิดไม่เป็นปัญหา
กรรมชวาตลมเกิดแต่กรรม มีครรภ์ครบกำหนดจะคลอดแล้วเกิดลมเบ่ง ลมเบ่งนี้เรียก ลมกรรมชวาต อย่างว่า ลมกรรมชวาตต้องเถิงองค์ภูวนาถ (กา).
กรรมชาผู้เกิดแต่กรรม คนที่สร้างกรรมดีไว้ เมื่อเกิดมาก็เกิดในพ่อแม่ที่ดี มีอวัยวะครบ ไม่ใบ้บ้าเสียจริต ผิดมนุษย์ มีสติปัญญาดี ถ้าสร้างกรรมไม่ดีก็เกิดมาในที่ตรงกันข้าม.
กรรมฐานที่ตั้งแห่งการงาน มี ๒ คือ สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน สมถกรรมฐานได้แก่อุบายสงบใจ วิปัสสนากรรมฐานอุบายเรื่องปัญญา.
กรรมทายาทผู้รับผลของกรรม กรรมมี ๒ คือ กรรมดี เรียก กุศลกรรม กรรมไม่ดี เรียก อกุศลกรรม เราสร้างกรรมดีเราก็ได้รับผลดี เราสร้างกรรมชั่วเราก็ได้รับผลชั่ว พ่อแม่พี่น้องรับแทนไม่ได้.
กรรมบถทางแห่งกรรม มี ๒ อย่าง คือ กุศลกรรม ทางแห่งกรรมดี อกุศลกรรมทางแห่งกรรมไม่ดี ทางแห่งอกุศลกรรมมี ๑๐ อย่าง จัดเป็นกายกรรม ๓ อย่าง จัดเป็นวจีกรรม ๔ อย่าง จัดเป็นมโนกรรม 3 อย่าง ทางแห่งกุศลกรรมก็มี ๑๐ อย่างในทางตรงข้าม
กรรมปฏิสรณะมีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัยที่พึ่งแยกออกได้เป็น ๒ อย่าง คือตนและผู้อื่น พึ่งตนดีกว่าพึ่งผู้อื่น กรรมดีหรือกรรมชั่วที่เราทำไว้จะเป็นที่พึ่งของเรา.
กรรมพันธุมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ เช่น พ่อแม่เป็นคนดีลูกที่เกิดมาก็พลอยดีไปด้วย อย่างว่า เชื้อหมากต้องบ่ห่อนหล่นไกลกก แนวผมดกบ่ห่อนเป็นหัวล้าน (กลอน).
กรรมวาจาคำสวดในพิธีทำสังฆกรรม เช่น สวดกรรมวาจาในเวลาอุปสมบท.
กรรมวาจาจารย์อาจารย์สวดกรรมวาจาฝ่ายขวา คู่กับพระอนุสาวนาจารย์ อาจารย์ส่วนกรรมวาจาฝ่ายซ้ายในเวลาอุปสมบท.
กรรมวิธีระเบียบ, แบบอย่าง, หลักการ การจะทำอะไรไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ต้องให้มีระเบียบแบบอย่าง จึงจะน่าดูน่าชม เช่น จะฟังเทศน์ ฟังคำสั่งสอน จะกราบจะไหว้ต้องให้มีครู อย่างว่า หมกปลาแดกมีครู จี่ปูมีวาด (ภาษิต) ถ้าไม่มีครูจะกลายเป็นว่าหมกปลาแดกหนอนน้อยบ่ตาย (ภาษิต).
กรรมวิบากผลของกรรมเรียกวิบาก ผลดีเกิดจากการทำดี ผลไม่ดีเกิดจากการทำไม่ดี คนทำดีได้รับผลดี คนทำชั่วได้รับผลชั่ว ผลชั่วแม้แต่ผลชั่วก็ไม่ต้องการ ต้องการแต่ผลดี อย่างว่า ดีดีนี้ใผเห็นอยากเบิ่ง เทิงอยากเทิ้งเอาขึ้นขี่คอ (ภาษิต).
กรรมเวรการทำด้วยความพยาบาทปองร้าย โดยที่คู่กรรมนั้นได้หมายหมั้นปั้นใจจะตามล้างตามผลาญให้ได้.
กรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของทรัพย์, ความมีอำนาจในสิ่งของที่ตนมี เช่นกรรมสิทธิ์ในที่ดิน กรรมสิทธิ์ในข้าวของเงินทอง เป็นต้น.
กรรมาธิการกรรมการที่มีอำนาจหน้าที่สูงกว่ากรรมการ โดยที่จะทำการสอบสวนข้อความใดๆ เกี่ยวแก่กิจการที่ตนมีอำนาจหน้าที่ก็ได้ เช่น กรรมาธิการแห่งสภาผู้แทนราษฎร.
กรรมานุรูปเหมาะสมแก่กรรม, ควรแก่การงาน (ส.).
กรรโมปกรณ์เครื่องอุปกรณ์แห่งการงาน.
กรรแสง1.)ผ้าสะไบ (ข.กำแซง). 2.)ร้องให้.
กรวดหินแฮ่
กร้วบกร้วบกร้วบๆ มีเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงเคี้ยวของแข็งดังกร้วบกร้วบ.
กรวีกนกการเวก (ป. กรวิก) นกที่มีเสียงร้องไพเราะ เรียก นกกรวีก กอระวีก ก็ว่า อย่างว่า กอระวีกฮ้องเสียงก้องกล่อมไพร (กา) ผ่อเห็นเดือนด่วนแจ้งพ้นพุ่งเขาเขียว พุ้นยอ ฉายาเฮียงฮ่มดอยดาวซ้าย เหนหอนฮ้องแกวแกวกอระวีก พรายป่าเปล้ายูงผู้ส่งเสียง (สังข์)
กรอกเท เทยาเข้าปากเรียก กรอกยาเข้าปาก เช่น เมื่อคนป่วยกินยาน้ำด้วยตนเองไม่ได้ ใช้คนเทยาเข้าปาก เรียก กรอกยาเข้าปาก.
กรอง1.)แยกของละเอียดออกจากของหยาบ เช่น ใช้ผ้ากรองน้ำที่สกปรกให้สะอาด หรือกรองเหล้าโทด้วยผ้าขาว เรียก กรอง ตอง ก็ว่า. 2.)ตรึกตรอง เช่นคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาแล้ว เรียก กรอง ตอง ก็ว่า อย่างว่า คึดฮอดน้องนอนกรองน้ำตาหลั่ง คันแม้นพังจั่งส้างโชด เพม้างตั้งแต่ดน (กลอน)
กรองกรอยหงอยเหงา, เศร้าหมอง, ไม่เบิกบาน, ไม่แช่มชื่น เช่น คนมีเรื่องทุกข์ใจนั่งจับเจ่าอยู่.
กรองกรอย (ตองตอย)รุ่มร่าม, รุ่งริ่ง คนที่นุ่งผ้าขาดวิ่น
กรอยก้น เรียกกรอย เช่นกองก้นกองกรอยกอยก็ว่าอย่างว่าแม่อี่น้อยต่ำหูกกะหลับเอากะหลับแขวนคอให้น้อง น้องบ่เหล่นกองก้นกองกอยไฟไหม้หมอนอี่นายกับแก้กับแก้ฮองปลายไม้โอดโอสาวนางโพขี่ม้าเดบเด้งเอาม้ากูมาเฮ็ดนาหนองไพ่แข้ขึ้นไข่แมงดาขึ้นฟักไก่ขาหักตักขึ้นตักลง(กล่อมลูก)
กระ1.)เต่าทะเลชนิดหนึ่ง หลังเป็นเกร็ดแผ่นโตๆ ซ้อนกันเหมือนกระเบื้องมุงหลังคา. 2.)คนแก่มีจุดตามตัว เรียกตกกระออกหมึก ออกซาง ก็ว่า
กระกูลตระกูล, เชื้อ, สาย, เหล่า, กอ, เผ่าพันธุ์เรียก กระกูล สกุล ตระกูล ก็ว่า อย่างว่า พระยานาคน้าวกลอนถี่ถามดู กุมารมาแต่ใดเถิงข้อย นั่นเด จักว่าเป็นแนวเชื้อกะกูลนามในทีปใดเด เจ้าพ่อทรงเดชได้เดินดั้นฮอดเฮา นี้นา (สังข์) .
กระเกรียมตระเตรียม การจัดแจงหรือทำไว้ล่วงหน้าเรียก กระเกรียม อย่าว่า เกรียมใจไว้ประสงค์แนวนามต่าง เว้าชู้ต่างบ้านเมืองชิกว้างกว่าหลัง (บ.).
กระจกกระจกเงา กระจกสำหรับส่องดูเงาหน้า เรียก กระจก แว่นแยงเงา ก็ว่า.
กระจวนผง, เกสร อย่างว่า นางก็เอากระจวนจันทน์คันธรส บดแหลกยิ่งหนักหนา ไปถวายบูชาพระพุทธเจ้า (เวส) เหมือยเร่งล้นพรมพั้วกาบกระจวน (สังข์). แตก, ไหม้, ละเอียด อย่างว่า ตัดแผ่นพื้นผาล้านมุ่นกระจวน (กา) เวียงใหญ่กว้างไฟไหม้มุ่นกระจวน (กาไก) เห็นมารเหยียดคู้คำโศกถือทวน คึดเมื่อยามเฮียงสมชอบคนิงมโนแค้น คีงแข็งกร้าวตีนมือทำถีบ ผ้าแผ่นปลิ้นกระจวนล้านเลือดนอง (สังข์).
กระจอกชื่อนกตัวเล็กๆ ชนิดหนึ่ง ชอบทำรังตามหลังคาเรือน เรียก นกกระจอก ก็ว่า อย่างว่า อุมลัวฮุ้งกาในแกกะออก จอกก่างกี้เจียผ้ายกะแดบดิน (สังข์). เศษ, เหลือ สิ่งของที่เหลือใช้เล็กๆ น้อยๆ เรียก กระจอก หรือ คนที่มีฐานะต่ำเรียก คนกระจอก. เขยก (ข. ขจอก) เรียก ม้าขาเขยก ว่า ม้ากระจอก.
กระจอกฟ้าชื่อนกชนิดหนึ่ง ชอบทำรังอยู่บนต้นไม้สูงๆ เรียก นกจอกฟ้า อย่างว่า นกแตดแต้แลแจนแวน ฮังแขวนนั้นแม่นนกกระจอกฟ้า (เวส).
กระจอนตุ้มหู เครื่องประดับหูของหญิงสาว ทำด้วยเงิน ทอง ทองคำ เรียกกระจอน มี ๒ ชนิดคือ กระจอนจูม และกระจอนยอย อย่างว่า เกล้ากอดย้องเขียงคาดเทียมเพา ตาเหลียวไหลแปกมันไซซ้อนวรรณเข้มแขบนิล (สังข์).
กระจ้อนชื่อสัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่ง ตัวเล็ก คล้ายกระรอกหรือกระแต หน้าแหลมคล้ายหน้าจอนฟอน อย่างว่า มอมเยืองไก้หนูชิงกระแตต่าย กระเล็นฮอกจ้อนแหนอ้มห่านหอน (สังข์) แลนลิ่นจ้อนทังไก้ไก่ยูง (ฮุ่ง).
กระจ้อนเล็ก, แกร็น เช่น ม้าตัวเล็กและผอม เรียก ม้ากระจ้อน ม้าบักจ้อน ก็ว่า อย่างว่า พ.ศ. สองพันห้าร้อยสี่ ผู้ใหญ่ลีขี่ม้าบักจ้อน แดดฮ้อนฮ้อนใส่แว่นตาดำ ผู้ใหญ่ลีกลัวฝนจะตกฮำถอดแว่นตาดำ ฟ้าแจ้งจ่างป่าง ฟ้าแจ้งจ่างป่าง ฟ้าแจ้งจ่างป่าง (เพลง).
กระจอนจูมตุ้มหูที่ทำเป็นดอกตูมๆ เหมือนดอกงิ้ว เรียก กระจอนจูม อย่างว่า กระจอนจูมสุบเซิดคำกวมเกล้า (ขุนทึง).
กระจอนป่าดอกสลิด ชื่อไม้ดอกชนิดหนึ่ง เกิดตามป่า เป็นไม้พุ่ม เรียก ต้นกระจอน.
กระจอนยอยตุ้มหูที่ทำเป็นสร้อยระย้า เรียก กระจอนยอย อย่างว่า แหวนทรงนิ้วกระจอนยอยสบสอด (กา) กระจอนยอยส่องหน้าขาวแจ้งแจ่มจันทร์ (ฮุ่ง).
กระจอบเครื่องมือสำหรับใช้ขุดดิน เรียก กระจอบ เสียม ก็ว่า.
กระจอบบ้องเสียม เสียมขุดมัน เรียก กระจอบบ้อง อย่างว่า นางก็ถือเอายังกระจอบบ้อง เป็นเครื่องต้องขุดหัวมัน (เวส).
กระจะแจ่มแจ้ง, ชัดเจน, ขาวผ่อง ลายชัดเจนเรียก ลายกระจะ ขาวผ่องเรียก ขาวกระจะ อย่างว่า ขาวกระจะปานน้ำถ้วมเข้า ตั้งเช้าเง้าปานนมผู้สาว.(บ).
กระจังลวดลายชนิดหนึ่ง สำหรับติดโลงศพ เรียก ลายประจัง ลายวัลลีแล่น ก็ว่า
กระจัดกระจายเรี่ยราด, ไม่เป็นระเบียบ เช่น ของสิบอย่างวางไว้สิบที่ เรียกกระจัดกระจาย กระหยาดกระยาย ซะซายยายยัง ก็ว่า อย่างว่า สองพันกลิ้งกุมกันกลางแก่ง พระก็เปื้องดาบแผ้วเผลี้ยงเนื้อท่านธร คีงกระจัดม้างหัวชวนสะเด็นขาด มันก็ติดต่อได้คืนเข้าฮ่อมา (สังข์).
กระจับพืชลอยน้ำชนิดหนึ่ง มีหัวกินได้ ใบใช้เป็นผัก เรียก กระจับ หมากจับ ก็ว่า.
กระจับปี่พิณสี่สาย ซุง ก็ว่า.
กระจ่างสว่าง, สุกใส, ชัดเจน, แจ่มแจ้ง.
กระจาดภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่ รูปเตี้ย ปากกว้าง สำหรับใส่สิ่งของที่ซื้อมาจากตลาด หรือใส่เครื่องกัณฑ์เทศน์มหาชาติ.
กระจาบชื่อนกตัวเล็กๆชนิดหนึ่ง ขนาดนกกระจอก เรียก นกกระจาบ นกจาบ ก็ว่า อย่างว่า ฝูงนั้นกะทาทองไท้ยูงขัวเขาข่อ จิบจาบจ้อยคณาขุ้มขาบเขียว (สังข์).
กระจายกำจาย ชื่อไม้เถาชนิดหนึ่งใบและดอกคล้ายต้นฝาง ฝักคล้ายฝักส้มป่อย เมล็ดใหญ่ ใช้เมล็ดแช่น้ำสีดำใช้ย้อมผ้าได้ เรียก หมากกระจาย อย่างว่า โอนอหีเอย คันชิเมือนำอ้ายหีบ่แดงให้ย้อมครั่ง คันแม่นย้อมครั่งแล้ว ให้ลงแหล้หมากกระจาย (อ่านเจือง). ชื่อว่านชนิดหนึ่งเรียก ว่านกระจาย ใช้เป็นว่านคงยิงไม่ออกแทงไม่เข้าผู้มีว่านกระจายต้องเลี้ยงว่านปีละครั้ง ใช้เขียดหรือกบดิบเลี้ยง โยนกบหรือเขียดดินเข้าไปว่านจะดูดกินเลือดกบหรือเขียดทันทีถ้าไม่เลี้ยงว่านจะไม่ศักดิ์สิทธิ์และเจ้าของว่านจะเป็นปอบ
กระจิบชื่อนกตัวเล็กๆ ชนิดหนึ่ง ร้องเสียงดังจิ๊บๆ เรียก นกกระจิบ นกจิบ ก็ว่า อย่างว่า อุมลัวเค้ากาในแกกระจอก จิบก่างกี้เจียผ้ายกะแดบดิน (สังข์).
กระจีเขียว, อ่อน ดอกไม่เริ่มบาน สีเขียวอ่อนเรียก กระจี ขจี ก็ว่า อย่างว่า มาลาพั้วพวงกระจีแกมกิ่ง (กา).
กระเจาชื่อปอชนิดหนึ่ง เรียก ปอกระเจา ใช้เปลือกทำเชือกหรือวัตถุที่จำเป็น ปอนี้ส่งไปขาย นำรายได้มาเลี้ยงตนและครอบครัว.
กระเจียวชื่อว่านชนิดหนึ่ง ดอกเป็นช่อเหมือนดอกว่าน ชอบเกิดในป่าโปร่งที่มีดินเป็นเอือด ใช้ดอกกินเป็นอาหารได้เรียก ดอกกระเจียว อย่างว่า อย่าไปเก็บดอกว่านบ้านเพิ่นมาบาน ให้เจ้างอยชานเก็บดอกกระเจียวแคมฮั้ว (กลอน).
กระโจมหมวกที่ทำด้วยผ้า ใช้สำหรับสวมหัวเด็ก เพื่อป้องกันแดดลม เรียก กระโจมหัว กระหม่อม ก็ว่า.
กระโจมชฎา หมวกสำหรับประดับศรีษะ ใช้เป็นเครื่องยศของพระราชามหากษัตริย์ หรือเจ้านายผู้ใหญ่ หรือพวกลิเก ละครใช้ เรียก กระโจม กระโจมคำ ก็เรียก อย่างว่า กระโจมคำสบเกษเกล้าเป็นเจ้าใหญ่กว่าเพิ่นทังหลาย (เวส) .
กระโจมหมวกสีเหลือง หมวกที่ใช้ในเวลาที่ญาติโยมฮดสรงพระเถระให้มีศักดิ์เป็นสำเร็จ ยาครู ยาซา ยาท่าน ใช้หมวกสีเหลืองสวมเวลาหดสรงแล้วหมวกนี้ เรียก กระโจมหัว หว่อม ก็เรียก.
กระโจมสถานที่พักผ่อนหลับนอนชั่วคราวของเจ้านาย เมื่อออกไปรบทัพจับศึกหรือไปเชิดเนื้อ ทำเป็นรูปทรงเหมือนเรือนยอด เรียก กระโจม.
กระเฉดชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ใบอ่อน และฝักใช้กินได้ มี ๒ ชนิด ที่เกิดบนบกเรียก กระเฉดบก กระถิน ก็ว่า ที่เกิดในน้ำเรียก กระเฉดน้ำ.
กระชอนเครื่องกรองน้ำ สานด้วยไม้ไผ่ ก้นแหลมและยาว ใช้กรองน้ำ กรองกะทิ กรองปลาร้า และกรองหมาน้อยยานางเวลาคั้นแล้ว เรียก กระชอน ต่องชอน ก็ว่า.
กระชอนชื่อแมลงชนิดหนึ่ง เกิดตามหนองน้ำ ใช้กินเป็นอาหารได้ เรียก แมงกะชอน แมงชอน ก็ว่า.
กระชังเครื่องมือสำหรับขังปลา ทำด้วยไม้ไผ่เหลากลมๆ แล้วถักด้วยเชือกใช้ขังปลาในน้ำ เรียก กระชังขังปลา.
กระชังคุ, กระออม คุหรือกระออมที่ทำด้วยไม้ไผ่ สานเป็นรูปกลม ทาด้วยชัน ใช้ตักน้ำในบ่อ เรียก กระชัง คุ ก็ว่า อย่างว่า แม่ยังแม่กระซังก้นฮั่ว แม่ก้นตะกั่ว แม่ขนครัวลงล่าง แม่ย่างม้าเหาะ แม่เลาะขอนฮั้ว แม่กลั้วสงสาร (โสกผู้หญิง).
กระชังเกี่ยว เกี่ยวข้องเรียก กระชัง อย่างว่า เทื่อนี้นางหนุ่มไห้หาพ่อมารมัน ทังมารดาอยู่ลอนเลิงย้อย วันเมื่ออุทรพร้อมเทมารมันอ่อน วันนั้นมิคาสองกิ่งแก้ว กระชังกลิ้งเกี่ยวมาร แท้รือ (สังข์).
กระช้าภาชนะชนิดหนึ่ง สานด้วยไม้ไผ่ สำหรับใส่ของไปขาย เรียก กระเช้า อย่างว่า จวงจันทน์คู้ของแพงทางเทศสะเภาพุ้น สังเอาไปเที่ยวห้อยหูกระช้าคว่าขาย (ปัสเสน)
กระช้าภาชนะขนาดกลาง สานด้วยไม้ไผ่ ตาห่าง สำหรับผู้หญิงใส่อาหารหาบไปจังหันหรือเพลพระสงฆ์ เรียก กระช้าจังหัน.
กระช้าภาชนะขนาดเล็ก สานด้วยไม้ไผ่ ตาถี่ สำหรับผู้หญิงใส่หลอดด้ายหรือหลอดไหม เก็บไว้ หรือนำไปในเวลาทอผ้าด้ายหรือผ้าไหม เรียก กระช้าหลอด.
กระช้าภาชนะชนิดเล็กๆ สานด้วยไม้ไผ่ ตาถี่ ใช้แทนแอบ สำหรับใส่ของเคี้ยวของสูบ ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ที่มาเยี่ยมยามถามข่าว หรือใช้สำหรับตนเอง เรียก กระช้าหมาก.
กระเชอภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่ มีรูปร่างคล้ายกระบุง ปากกว้าง ใช้สำหรับตวงข้าวเปลือกและข้าวสาร อีกอย่างหนึ่งเป็นกระเชอชนิดใหญ่วางบนเกวียน ใช้บรรทุกข้าวเปลือก เรียก กระเชอ กระโสบ กระโล้ กระโลง กาบโซ้ ก็ว่า.
กระเช้าภาชนะสานด้วยไม้ไผ่ ใช้ไม้ไผ่เป็นรวง สำหรับเก็บสิ่งของมีเสื้อผ้าเป็นต้น ห้อยไว้ภายในเรือน.
กระเช้าภาชนะสานด้วยไม้ไผ่ มีหูใช้เชือกเป็นสาย สำหรับหาบ หิ้ว หรือคอนใส่สิ่งของเวลาไปหาผลหมากรากไม้ในป่า อย่างว่า เสียมขุดมันคมปลอด กระเช้าน้อยสอดสบดี (เวส)
กระเชียงกรรเชียง ไม้พายยาว สำหรับพายให้เรือเดิน เรียก กระเชียง ไม้แซวเฮือ ไม้แจวเฮือ ก็ว่า.
กระด้งภาชนะสานด้วยไม้ไผ่ รูปแบนขอบกลม ใช้สำหรับตากยา ตากสิ่งของต่างๆ บางทีใช้เป็นพาเข้าก็ได้.
กระด้งกระด้งฝัดข้าว สานด้วยติวไม้ไผ่ ทำให้มั่นคง ขนาดเท่ากระด้งธรรมดา ใช้สำหรับฝัดข้าว เรียก กระด้งฝัดข้าวอย่างว่า กระด้งฝัดเข้าเทียวเด้าแต่โมม สองมือโจมเทิงทิกเทิงฮ่อน ให้กูเด้าสาก่อนมันจั่งสิไค มันชิมีกำไรกว่าด้งกว่าด้ง (บ).
กระด้งกระด้ง ที่สานด้วยไม้ไผ่ มีขนาดเท่ากระด้งธรรมดา ใช้เลี้ยงตัวหม่อนและตัวไหม เรียก กระด้งม้อน อย่างว่า ชาตามาตกนี้จำหนีกะได้อยู่แผ่นดินท่อหมากบ้า แผ่นฟ้าท่อด้งม้อน ชิขอเมี้ยนกระดูกดอม (กลอน).
กระดอน. อวัยวะลับของเพศชาย เรียก กระดอ (ข.กระดอ). น. สิ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายอวัยวะลับของเพศชาย เช่น นกที่สับแก๊บปืน เรียก กระดอปืน.
กระดองอวัยวะส่วนที่แข็งที่หุ้มตัวสัตว์ เช่น หุ้มเต่า เรียก กระดองเต่า หู้มปู เรียก กระดองปู ดอง หรือออง ก็ว่า.
กระดอนสะท้อนขึ้น, กระเด็นขึ้น เรียก กระดอน ดอน ก็ว่า.
กระดอมชื่อพรรณไม้จำพวกหนึ่ง มีรสขม มี ๓ ชนิด คือ กระดอมต้น กระดอมเครือ กระดอมพุ่ม อย่างว่า ยินขมในหมากกระดอมแคมฮั้ว (ฮุ่ง).
กระดอมเครือชื่อพรรณไม้เถาชนิดหนึ่ง ใช้ทำยา เรียก กระดอมเครือ.
กระดอมต้นชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ใบเป็นแฉก ดอกเป็นช่อ มีสีขาว เรียก กระดอมต้น.
กระดอมพุ่มชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ต้นเป็นพุ่ม ดอกเป็นช่อ มีสีขาว กลิ่นหอม เรียก กระดอมพุ่ม.
กระด้างชื่อเห็ดชนิดหนึ่ง เกิดตามขอนไม้ที่ผุเรียก เห็ดกระด้าง อย่างว่า เห็ดกระด้างข้างขอนจิก สิกกะสิกมาถ้อนคองหลายน้องกะเมื่อย (บ.).
กระด้างแข็ง, ไม่อ่อน คนที่พูดไม่ได้เรียก ลิ้นกระด้าง อย่างว่า เป็นสังเจ้าสังมาบ่ปาก หรือแม่เจ้าป้อนซิ้นแข้คางกะบ่แตเจ้าบ่ลั่น หรือแม่เจ้าป้อนซิ้นซ้างคางกระด้างปากบ่เป็น ซั้นบ้อ (บ.).
กระด้างคนที่ไม่อยู่ในโอวาทคำสั่งสอน เรียก คนกระด้าง.
กระดานไม้ที่ถากหรือเลื่อยเป็นแผ่นๆ เรียก ไม้กระดาน ไม้ชะดาน ไม้แป้น ก็ว่า.
กระดานดำกระดานที่ทำด้วยไม้ กว้างศอกกำมา ยาวศอกคืบ ทาด้วยน้ำรักผสมกับเขม่าหรือเศษกระเบื้องที่บดละเอียด ใช้สำหรับหมอดู ถ้าจะใช้เขียนหนังสือหรือสอนหนังสือก็ใช้กว้างยาวกว่านั้น ใช้น้ำมันยางผสมกับเขม่า เรียก กระดานดำ.
กระดานหัวกะโหลกศรีษะเรียก กระดานหัว อย่างว่า คื่นคื่นเพี้ยงเขาขาดทะลายลง พระก็แยงทันโทมแกว่งศรแสงกล้า ปืนเผลียงม้างกระดานหัวเต้นใต่ ซวงฟ่างฮ้ายไกวก้าว แกว่งธุลี (สังข์).
กระดานหินกระดานที่ทำด้วยหินอ่อน เขียนด้วยดินสอหิน เด็กที่เริ่มเรียนหนังสือจะต้องใช้กระดานชนิดนี้ กระดานชนิดนี้เรียก กระดานหิน อย่างว่า ตาบอดแจ้งบ่ฮู้ฮ่อมทางเดิน คันบ่แยงเงาหิน ชิบอดตายเท้าเถ้า (ภาษิต).
กระดิกไหว, ทำปลายมือหรือปลายเท้าให้ไหว เรียก กระดิก ตีง ก็ว่า อย่างว่า กกบ่เตื้องตีงตายตั้งแต่งา ง่าบ่เหลื้องไปเตื้องตั้งแต่ใบ (ผญา).
กระดิงชื่อพรรณไม้เถาชนิดหนึ่งจำพวกบวบ มีฝักยาว ใช้เป็นอาหารต้มแกงกินได้ เรียก หมากกระดิง.
กระดิงเครื่องโลหะที่หล่อด้วยเหล็ก ทองแดง หรือทองเหลือง มีลูกกระทบแขวนอยู่ภายใน ลูกเล็กๆ เรียก หมากกระดิง ใช้สำหรับแขวนคอวัวหรือคอควาย หรือแขวนไว้ที่ช่อฟ้าโบสถ์ มณฑปหรือปราสาท ราชมณเฑียร.
กระดิงภูกระดึง ภูเขาลูกหนึ่งอยู่ในเขตอำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย เวลาวันศีลหรือวันพระจะได้ยินเสียงกระดิงดัง ภูเขาลูกนี้จึงเรียก ภูกระดิง.
กระดิงกระดิงลูกโตๆ หล่อด้วยเหล็กหรือทองแดง ใช้สำหรับแขวนคอช้าง คนโบราณมีช้างแต่ไม่ชอบเลี้ยงช้าง ปล่อยให้มันไปหากินเอง เดือนหนึ่งๆ ก็ออกไปดูครั้งหรือสองครั้ง การไปดูก็ไม่ต้องไปถึงตัวช้าง เพียงได้ยินเสียงกระดิงก็กลับมา กระดิงที่แขวนคอช้างนี้ โบราณเรียก โปงลาง
กระดิงชื่อลมชนิดหนึ่ง คล้ายลมหัวกุด พัดแรง เวลาพัดมาจะได้ยินเสียงดังเหมือนเสียงกระดิง เรียก ลมกระดิง (คชนาม).
กระดี่ปลาเล็กชนิดชนิดหนึ่งอาศัยอยู่ในน้ำจืด มีครีบที่ท้องยาว และมีครีบคู่อยู่ตอนส่วนของอก เรียก ปลากระดี่.
กระดีบคืบไปทีละน้อย เช่น แมงบ้ง หรือหนอนคืบไป เรียก กระดีบ.
กระดืบอาการเคลื่อนไหวของสัตว์เรียก กระดืบ คืบ ก็ว่า เช่น แมงบ้งคืบ คืบไปคืบมา.
กระดืบกระดิบ อาการคืบไปทีละน้อย เช่น แมงบ้งกือไต่ไป.
กระดุมลูกกระดุม ลูกกระดุมสำหรับติดคอเสื้อผ้า เรียก กระดุม หมากตุ้ม ก็ว่า.
กระดูกชื่อพรรณไม้จำพวกหนึ่ง มีหลายชนิด ใช้ทำยาได้ เรียก กระดูก ดูก ก็เรียก เช่นกระดูกใส ดูกเข้า ดูกหีน ดูกผี ดูกอึ่ง ดูกด้าน ดูกไก่ดำ.
กระดูกเครื่องใช้ที่ทำขึ้นด้วยเหล็กหรือไม้ ใช้วางทาบท้องเรือ เพื่อให้ลำเรือแข็งแรง เรียก กระดูกเรือ.
กระดูกแขวนคอคำสั่งสอนที่สำคัญ พ่อแม่มักจะเน้นหนักให้จดจำคำสั่งสอนไว้ตลอดชีวิต อย่างว่า ขอให้หลานจื่อไว้จนกระดูกแขวนคอ (ย่า).
กระเด็นเคลื่อนหรือแตกจากที่เดิมออกไปโดยเร็ว เช่น บั้งไฟแตกแล้วตกลงมาไหม้บ้านเรือน เรียก กระเด็น เด็นฟ้ง ก็ว่า อย่างว่า ไฟกระเด็นฟ้งตกลงภายลุ่มมุดมอดไหม้เฮือนย้าวมุ่นวาย (ผาแดง).
กระเด้าทำก้นขึ้นๆ ลงๆ เรียก กระเด้า เด้า ก็ว่า อย่างว่า ลูกสาวเพิ่นบ่คือลูกสาวโต ลูกสาวเพิ่นคือผู้งามพาโล หรือเพิ่นจ่มนโมบ้อบาดยามเพิ่นเด้า (สอย).
กระเดิดปลากระดี่ ชื่อปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง เรียก ปลากระเดิด.
กระเดียมรู้สึกจักจี้ รู้สึกจักจี้เรียก หนักกระเดียม หนักขี้กระเดียม ก็ว่า.
กระเดื่องสั่น, สะเทือน อาการที่ฟ้าดินสั่น สะท้าน สะเทือนเรียก กระเดื่อง อย่างว่า ดูดั่งสีมาศแม้งยังยิ่งนางกษัตริย์ภูมีชัยชื่นชมสงวนน้อง เอากันหลิ้นผาเพียงซ้อยชื่น ฟ้ากระเดื่องล้นเทวะท้าวผ่อคอย (สังข์).
กระแด้งเหี่ยวแห้ง, ไม่มี หญิงที่ไม่เคยมีสามี เรียก แม่กระแด้ง หรือมีสามีแล้วแต่ไม่มีลูก เรียก แม่กระแด้ง พ่อกระแด้ง.
กระแด้งกันดาร, อัตคัด, ขัดสน บ้านเมืองที่อัตคัดขัดสน เต็มไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ เรียก บ้านกระแด้ง บ้านกระแดดกระแด ก็ว่า อย่างว่า บ้านกระแดดกระแด ป่าแกแกมป่าได้ ใผไข้ตั้งแต่ตาย (บ.).
กระแด่วอาการดิ้นอยู่กับที่ ถ้าเป็นสัตว์เล็ก เรียก ดิ้นกระแด่ว แด่วแด่ว ก็ว่า ถ้าเป็นสัตว์ใหญ่ เรียกว่า ดิ้นกระด่าว ด่าวด่าว ก็ว่า.
กระโดงใบเรือ
กระโดดเผ่น, โจน กระโดด โดดหรือโตน ก็ว่า อย่างว่า ตกขั้นไดติโตน ตกโพนติล้ม (ภาษิต).
กระโดนต้นจิก ต้นไม้ที่ใช้ใบก้นเป็นอาหารได้ เรียก ต้นกระโดน มี ๓ ชนิด คือชนิดที่เกิดตามที่ดอน เรียกกระโดนโคก ชนิดที่เกิดในที่ลุ่มหรือริมน้ำลำธาร เรียก กระโดนน้ำ ชนิดต้นเล็กๆ เกิดตามทุ่งนาหรือป่าละเมาะ เรียก กระโดนเปลี้ย กระโดนเตี้ยก็ว่า
กระไดบันได ไม้ที่ทำเป็นขั้นๆ สำหรับก้าวขึ้นลง เรียก กระได ขั้นได คันได บันได ก็ว่า
กระด้อตะกร้อ ของเล่นชนิดหนึ่ง เป็นลูกกลม สานด้วยหวายหรือวัตถุอื่น เรียก กระต้อ.
กระต่องสวิงสำหรับตักปลาเวลาติดเบ็ดหรือใช้ช้อนปลาตามหนองหรือบึง ถักด้วยป่านหรือปอ มีคันจับ เรียก กระต่อง ดางต่อง ก็ว่า.
กระต่องกระแต่งสิ่งของที่ห้อยหรือแขวนไว้เป็นพวง เรียก กระต่องกระแต่ง.
กระตักประตัก ไม้แก่นที่เหลากลมๆ ยาวประมาณศอกคืบ ฝังเหล็กแหลมที่ปลาย ใช้แทงวัวเวลาเทียมเกวียน เรียกเหล็กกระตัก.
กระตั้วชื่อนกชนิดหนึ่ง โตกว่านกแก้ว สีขาว มีขนเป็นหงอนงาม เรียก นกกระตั้ว นกถัว นกถัวหัวหงอก ก็ว่า.
กระต่ายชื่อสัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่ง ตัวขนาดแมว หูยาว ขุดดินทำเป็นโพรงอยู่มี 3 ชนิด คือ กระต่ายหม้อสีดำและใหญ่ กระต่ายป่าสีหม่นหรือสีมุมหมากตาล กระต่ายบ้านตัวขนาดเท่ากระต่ายป่ามีสีขาว
กระต่ายเครื่องมือขูดมะพร้าว ทำด้วยไม้กลมหรือแบนก็ได้ ที่ปลายฝังเหล็กเรียก กระต่ายขูดหมากพร้าว อย่างว่า ชื่ออยู่ครัว ตัวลี้อยู่ในป่า (ปัญหา) ไม้แท้แท้สังมาเอิ้นว่าสัตว์ เอากะโป๋งุมหัวกัดกินพวดพวด (ปัญหา).
กระติบภาชนะรูปกลม สานด้วยไม้ไผ่ปล้องยาว ทำเป็นลวดลายต่าง เช่นลวดลายขัด ลายสอง ลายหน่วย ลายรูปสัตว์สำหรับใส่ข้าวเหนียวนึ่ง เรียกชื่อตามสิ่งของที่ใส่ ถ้าใส่ข้าวเรียก กระติบเข้า ใส่หมากพลูเรียก กระติบหมาก ใส่ฝ้ายไนไหมหลอด เรียก กระติบหลอด.
กระตืกตัวตืด พยาธิตัวตืดมี 2 ชนิด คือชนิดแบนและกลม ชนิดตัวแบนเรียก กะตืกแป ชนิดตัวกลมเรียก กะตืกกลม ขี้กะตืก ขี้ไก่ตืก ก็ว่า.
กระตุกชักเข้ามาโดยเร็ว, งอเข้ามาโดยเร็ว เช่น แขนกระตุก ขากระตุก.
กระเต็นชื่อนกชนิดหนึ่ง สีขาว ปากแดง เรียก นกกระเต็น นกเต็น ก็เรียก อย่างว่า นกเจ่าดั้งเลียบล่ำงอยสา เห็นปลามาอยากกินแดดิ้น นกเต็นเต้นโตนลงกินก่อน นกเจ่าตั้งแหนหน้าเบิ่งดาย (ภาษิต).
กระแตสัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่ง คล้ายกระรอก ตัวเล็กกว่า หากินตามต้นไม้ เรียก กระแต อย่างว่า ทังหลายเพิ่นเมาเหล้าเมาคันชายาฝิ่น พี่นี้เมาแม่ฮ้างแม่หม้ายปานเอ้าอูดกระแต (ภาษิต).
กระแตลอดขอนชื่อพรรณไม้พุ่มชนิดหนึ่ง ใช้หัวทำยาได้ เรียก ต้นกระแตลอดขอน.
กระโตกขันโตก ภาชนะสานด้วยไม่ไผ่ทาด้วยชันผสมน้ำมันยาง แล้วใช้รักทาทับอีกชั้นหนึ่ง เรียก กระโตก โตก ก็ว่า ใช้เป็นพาเข้า.
กระไตกรรไกร มีดสำหรับตัด เช่น ตัดผมเป็นต้น ใช้หนีบ มีขาสองขา เรียก มีดตัด มีดเซีย ก็ว่า.
กระไตขากรรไกร เรียก ขากระไต คางกระไต ก็ว่า.
กระถางภาชนะปากกว้าง รูปกลมทำด้วยดินเหนียว เผาให้สุก ใช้สำหรับปลูกต้นไม้ ใส่น้ำและสิ่งอื่นๆ เรียก กระถาง.
กระถินชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง มี ๒ อย่าง คือ กระถินบ้านและกระถินป่า กระถินบ้านมีฝักบางๆ เป็นพวง ใบและฝักใช้กินเป็นอาหารได้ เรียก กระถินบ้าน กระถินป่าดอกสีเหลือง ฝักกลมมีกลิ่นเหม็น ฝักใช้ปิ้งไฟ ทำน้ำมนต์หรือทำยา เรียก กระถินป่า หมากส้มป่อย ก็ว่า.
กระโถนภาชนะรองบ้วนน้ำลายน้ำหมาก เรียก กระโถน สะโถน เงี้ยง ก็ว่า อย่างว่า หมาหวงก้างกระโถนเทเขาถอก บาดได้กินซากก้างลืมเชื้อชาติโต (ภาษิต).
กระทงภาชนะเย็บด้วยกาบกล้วย สำหรับใส่เครื่องสังเวย มี ๓ ชนิด คือกระทงหน้าวัว รูปสามเหลี่ยม สำหรับสังเวยเทวดาหรือผีทั่วไป กระทงเก้าห้อง รูปสี่เหลี่ยม สำหรับสังเวยพระเคราะห์ทั้งเก้า กระทงสี่เหลี่ยม สี่ห้อง สำหรับสังเวยท้าวจตุโลกบาล เรียก กระทง โทง ก็ว่า.
กระทงเครื่องจับปลา ทำด้วยกาบกล้วย เย็บติดกันเป็นแพ ภายในใส่ขี้เถ้า ลากไปบนน้ำ เพื่อให้ปลากระโดดเข้า เรียก กระทงไล่ปลา โทง ก็ว่า.
กระทงภาชนะบรรจุเครื่องบูชา ทำด้วยกาบกล้วยหรือวัตถุต่างๆ สำหรับลอยน้ำ ปล่อยในเทศกาลเดือนสิบสอง.
กระทงภาชนะเย็บด้วยใบตองกล้วย สำหรับใส่ของขาย เช่น กระทงพริก กระทงเกลือ เป็นต้น.
กระทวยไม้เท้าแขนที่ทำเป็นรูปนาคสะดุ้ง สำหรับค้ำยันข้างนอกฝา เพื่อให้อาคารบ้านเรือนมั่นคง การทำปราสาท โบสถ์ วิหาร สมัยโบราณมักทำให้พื้นสูงต้องเอาไม้กระทวยนี้มาเป็นแขนค้ำยันไว้ข้างนอกฝาตรงเสาทุกต้น ไม้นี้มีลักษณะอ่อนช้อยจึงเรียกไม้กระทวย ไม้วันทวย ไม้คันทวย ก็ว่า
กระทาชื่อนกชนิดหนึ่ง มีขนลายเป็นจุดๆ อย่างว่า อย่าได้วิวาทฮ้ายเห็งเบียดเบียนกัน คำกูสอนใส่ใจจำไว้ ฝูงนั้นกระทาทองไท้ยูงขัวเขาค่อ จิบจาบจ้อยคณาขุ้มขาบเขียว (สังข์).
กระท้างชื่อสัตว์ป่าชนิดหนึ่ง รูปร่างคล้ายกิ่งก่า แต่ตัวใหญ่กว่า สีเหลืองปนแดง เรียก กระทาง กระท้าง ก็ว่า อย่างเหมือยหมีเหม้นกระทางปอมแลนลิ่นขี้โกะยาบแย้คณาเจี้ยมก่างตอง (สังข์).
กระทาชายคนผู้ชาย กระไทชาย ก็ว่า หมายถึงผู้ชายธรรมดา หรือคนทุกข์จนค่นแค้น ก็เรียก กระทาชาย เช่น กระทาชายผู้นำดอกบัวไปถวายมาลัย.
กระทำทำ, จัดแจง, ปรุง, สร้าง เรียก กระทำ, ทำ, เฮ็ด ก็ว่า อย่างว่า คันชิทำการสร้างอันใดให้เจ้าฮิ่นตรองถ้อน อย่าได้เห็นแก่ใกล้กินกล้วยโหม่มเสีย (บ.)
กระทิงชื่อวัวป่าชนิดหนึ่ง เรียก งัวกระทิง อย่างว่า เสือสางช้างกระทิงเมยเต้นตื่น หมาจอกฮ้องในด้าวด่านดง (กา) เชิญทังนาเคนทร์ช้างเสือสางมหิงส์แฮดงัวเถื่อนล้าน กะทิงเถ้าหมู่เมย (กาไก).
กระทืบยกกระแทกลงไป เรียก กระทืบ ทืบตีน ก็ว่า.
กระเทือนสะเทือน, สั่น, หวั่นไหว เสียงดั่งสนั่นหวั่นไหว เรียก กระเทือน สะเทือน สะเนือน ก็ว่า อย่างว่า เสียงสะเทือนก้องกงดินดาแตก สัตว์สิ่งเนื้อหนีเว้นหลีกไกล (กา).
กระโทกผ้าที่ผูกเป็นเปลหรือเป็นถุงคล้องไว้ที่คอ, เรียกบึงหรือหนองที่มีลักษณะอย่างนี้ว่า บึงกระโทก หนองกระโทก เรียกต้นไม้ชนิดหนึ่ง ใบคล้ายใบผักหวาน แต่เป็นของเบื่อเมา.
กระบกชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ใหญ่และสูง ใบรูปไข่ ผลเท่ามะกอกหรือมะปรางขนาดเขื่อง เมล็ดในมีรสมัน กินได้ เมล็ดทำเป็นน้ำมันจุดโคมไฟในเวลาเทศกาลออกพรรษา เรียก กระบก หมากบก ก็ว่า อย่างว่า ฝนชิตกหมากบกชิหล่นฟ้าแฮ่งฮ้องพายข้องไล่งัว ผัวชิหนีคันหียาบยาบ (กลอน).
กระบวนท่าที, ชั้นเชิง อย่างว่า คือคู่แฝงเงาเพี้ยงดูกระบวนใผค่อง คันว่าฮูปฉ่างฉ้ายเงานั้นบ่ต่างกัน (อิน) ให้พ่อคึดเกี่ยวก้ำกระบวนเนื่องแนนสม ญิงชายในโลกาเกี่ยวกันหลายด้าน (สังข์).
กระบวนคล้าย, เหมือน อย่างว่าฝันว่าข้าต่างด้าวเดินฮอดเฮียงสาร สีสันกระบวนดั่งโขนเขาแต้ม จาระจาเข้มคำฟุนซึกซาก ภูวนาถน้อยใจวิ้นหว่ากลัว (สังข์) ดูกระบวนหน้าคือสิงห์เหาะแล่น (กา).
กระบวยภาชนะสำหรับตักน้ำ ทำด้วยกะลามะพร้าว มีด้ามสำหรับจับ เรียก กระบวย บวย ก็ว่า อย่างว่า บวยบ่มีด้ามชิเสียทรงทังวาด เขาชิเอิ้นกะโป๋หมากพร้าว บ่มีเอิ้นว่าบวย (ย่า).
กระบอกไม้ไผ่ที่ตัดเป็นท่อนไม้มีข้อเรียก กระบอก ขนาดใหญ่เรียก กระโบก มีข้อข้างหนึ่งเรียก กระบั้ง อย่างว่า กูกะจกกระบอก กูกะซอกกระบั้งเทให้ทอดทาน (บ.).
กระบองเพชรชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งไม่มีใบ ลำต้นหรือกิ่งเป็นเหลี่ยม ดอกคล้ายดอกลำโพง มีหนามรอบ มีกลีบขาว บานกลางคืน มีกลิ่นหอม เรียก ต้นกระบองเพชร หนามอี่เถ้า หนามผ้ำ ก็ว่า เพราะถ้าหนามปักใครคนนั้นจะเป็นผ้ำ.
กระบอมภาชนะที่ขุดเป็นร่อง มีรูปกลม ใช้สำหรับสงข้าวเหนียวเวลานึ่งสุกแล้ว เรียก กระบอม กระโบม ก็ว่า.
กระบั้งกระบอกไม้ไผ่มีข้อข้างหนึ่ง ข้อหนึ่งทำเป็นฝาสำหรับปิด เรียก กระบั้ง บั้ง ก็ว่า ใส่เกลือเรียกบั้งเกลือ ใส่แจ่วเรียกบั้งแจ่ว ใส่ปลาร้าเรียกบั้งปลาแดก ใส่ปี้เรียกบั้งปี้ ใส่ชาตาเรียกบั้งชาตา ใส่เงินเรียกบั้งเงิน
กระบี่มีดยาวเหมือนดาบ มีฝักและมือจับ โบราณใช้เป็นเครื่องรบราฆ่าฟันกันเรียก กระบี่ อย่างว่า ไม้โค่นค้านเดียระดาษดอยดง ผาหลวงลดคื่นเค็งมันม้าง มันก็แยงศรีแก้วศิลป์ชัยชวงสวบ ภูวนาถน้าวตาวแก้วกระบี่บัง (สังข์).
กระบุงภาชนะสานด้วยไม้ไผ่ มีรูปกลม ก้นเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีตีน มีสายทำด้วยเชือก ใช้บรรจุข้าวเปลือก ข้าวสาร หรือสิ่งของต่างๆ เรียก กระบุง อย่างว่า มีจองบ่มีด้ามชิเป็นบ่วงตักแกง มีบุงบ่มีสายชิเป็นทอยาฮ้าง (ย่า).
กระบูนชื่อโรคชนิดหนึ่ง มี ๒ อย่าง คือกระบูนเลือดคือเลือดติดกันเป็นก้อน กระบูนลมคือลมพานใส้ทำให้ท้องป่องเหมือนคนมีครรภ์ อย่างว่า บางพ่องหาฮีตก้ำคลองแห่งสารถี ปุนโทนธรผอกหมูหมายด้ำบางพ่องหมอหมายแก้กำพรายโพยพยาธิ์หมอนั่งล้อมเวียนเว้าว่ากระบูน (สังข์).
กระบูนชื่อว่านชนิดหนึ่ง หัวและลำตัวคล้ายขมิ้นอ้อย ลำต้นและใบสีเขียว หัวขนาดหัวเผือกกลมเกลี้ยงมัน มีป้องห่างๆ เนื้อขาว รสฉุนร้อน ใช้ฝนกับน้ำปูนใสรับประทานแก้ดานเลือดดานลม และกระชับมดลูกให้แห้ง เรียกว่า ว่านกระบูน.
กระเบนชายผ้านุ่งที่ม้วนเหน็บไว้ข้างหลัง เรียก หางกระเบน หางกระเตี่ยว ก็ว่า อย่างว่า ขุนควาญขับแต่งกระเบนจำจ้อน(สังข์) จ้อนผ้าขุ้นปกล่ามปลายตีน เผยเชิงลงลากขี้ดินจำก้น (เสียว).
กระเบาชื่อพรรณไม้ขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ผลกลมขนาดผลมะนาวหรือผลขวิดเปลือกแข็ง เป็นขนสีน้ำตาลเกือบดำข้างในมีเมล็ด เมล็ดใช้ทำน้ำมัน ทำยาแก้โรคเรื้อนได้ เรียกต้น กระเบา.
กระเบื้องเครื่องมุงหลังคา ทำด้วยไม้เรียก กระเบื้องไม้ ทำด้วยดินเผาเรียก กระเบื้องดินขอ กระเบื้องหม้อ ทำเป็นถ้วยชามเรียก กระเบื้องถ้วยชาม ทำสำหรับปูพื้นเรียก กระเบื้องพื้น อย่างว่า ใจบ่ใสต่อแก้วแงงเงากะบ่ส่อง ใจบ่ใสต่อฆ้องตีกระเบื้องกะบ่ดัง (ผญา).
กระเบื้องเศษกระเบื้อง เศษกระเบื้องหม้อที่แตกแล้ว บางส่วนยังใช้ประโยชน์ได้ เช่น คนจนจะไปขอทาน หากะลามะพร้าวหรืออย่างอื่นก็ไม่ได้ หากได้เศษหม้อ ไปก็ได้ประโยชน์ อย่างว่า อย่าได้มามัวเมาไห้นำผีตายบ่เป็นประโยชน ์แหนงสู้ไห้ต่อหม้อกระเบื้องยังชิได้คั่วขอ (ย่า).
กระโบงกระบอกตาเรียก กระโบงตา กะโหลกหัวเรียก กระโบงหัว อย่างว่า มีฮ่างเฮาเห็งข้วมกระโบงหัวสูใต่ไปรือ ดูดั่งใต้โลกล้านมีม้มท่องเที่ยว ท่านเอย (สังข์).
กระโบมชื่อภาชนะชนิดหนึ่ง ทำด้วยไม้ขุดเป็นร่อง รูปกลม มีขอบในตัว สำหรับรองหย่งข้าวเหนียวนึ่ง.
กระปุ่มชื่อภาชนะชนิดหนึ่ง สานด้วยไม้ไผ่ รูปกลมใหญ่ มีฝาปิดสานด้วยไม้ไผ่เช่นกัน ใช้สำหรับใส่สิ่งของ มีเสื้อผ้าเป็นต้น.
กระเปากระเป๋ารูปสี่เหลี่ยม ทำด้วยหนังหรือผ้า สำหรับใส่สิ่งของ ถือไปก็มี คาดเอวก็มี ส่วนที่เย็บติดเสื้อหรือผ้า เรียก กระเปาเสื้อหรือกระเปาผ้า ถงเสื้อถงผ้า ก็ว่า.
กระเป๊าะชื่อภาชนะสานด้วยไม้ไผ่อย่างหนึ่ง เรียก กระเป๊าะ เล็กกว่ากระบุง ใช้เชือกเป็นสาย เรียก กระเป๊าะ กะเทาะ ก็ว่า.
กระโปรงผ้านุ่งผู้หญิงแบบสากลนิยมโบราณผู้หญิงใช้ผ้าซิ่นที่มีหัวมีตีน ถ้าไม่มีหัวมีตีนถือว่าคะลำ.
กระพอกกระบอกไม้ไผ่ที่มีด้าม สำหรับตักของที่เป็นน้ำ พ่อค้าที่ขายน้ำอ้อยน้ำตาลจะต้องมีกระบอกชนิดนี้ กระบอกชนิดนี้เรียก กระพอก กระบอก จอก ก็ว่าว่า.
กระพองศีรษะช้างที่นูนเป็นปุมสองข้างเรียก กระพองช้าง (ข.).
กระพ้อมชื่อภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่รูปคล้ายกระบุง แต่เล็กกว่า ใช้เชือกเป็นสาย สำหรับตวงข้าวเปลือกหรือข้าวสารเวลาแม่ค้าไปแลกข้าวจะนำกระพ้อมนี้ไปตวง เครื่องตวงนี้เรียก กระพ้อม อย่างว่า ไถนาแล้วอย่าลืมควายกับแอก ถืกห่าเข้าบาทพ้อม ยังชิโอ้อ่าวเถิง (ภาษิต).
กระพัตรสายรัดบนกูบช้าง.
กระพาเครื่องสานชนิดหนึ่ง สำหรับใส่สิ่งของบรรทุกหลังคน มีสายรัดไขว้หน้าอก เรียก กระพา เป้ ก็ว่า.
กระพือคลี่, ขยาย การคลี่หรือขยายผ้าที่พับไว้เรียก กระพือ พือ ก็ว่า อย่างว่า เจ้าผู้แพรผืนกว้าง พือมาให้อ้ายนั่งแด่เป็นหยัง สังมาเฮ็ดอ่อมส่อมแพงไว้นั่งผู้เดียว (ผญา).
กระพือโบก, พัด ลมที่โบกสะบัดพัดไปมาเรียก ลมกระพือ อย่างว่า ลมพัดต้องใบไผ่ให้เหลียวแล ลมพัดต้องใบแกให้เหลียวล่ำ ลมพัดต้องใบพร้าวให้ต่าวมาฯ ลมพัดต้องใบใผ่โวกวิโว ลมพัดต้องใบโพโวกวิเวก พี่ก็คึดฮอดน้องโทนโท้โถกถิโถย (ผญา).
กระพุมมือทั้งสองข้างที่ประนมเข้ากันมีสัณฐานดังดอกบัวตูม เรียก กระพุมมือ อย่างว่า สิทธิการิยะน้อมก้มเกษกนถวาย ยอกระพูมมือนบขาบพระคุณไตรแก้ว ตนตัวข้าขอมอบพระไตรรัตน์ ขอให้เป็นดั่งบัลลังก์คำที่ทะรงพุทโธเจ้า (สิริจัน).
กระฟืดกระฟาดอาการที่โกรธทำกระฟัดกระเฟียด เรียก กระฟืดกระฟาด ฟืดฟาด ก็ว่า.
กระมันปลากระโห้ ชื่อปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีเกล็ด เรียก ปลากระมัน ปลาค้าวมัน ก็ว่า.
กระเม่นอาการที่กล้ามเนื้อกระตุก เต้นเบาๆ ขึ้นเอง เรียก กระเม่น เป็นเครื่องหมายบอกให้รู้ว่าจะมีโชคหรือเคราะห์ เช่น ตากระเม่น ตาสะเม่น ก็ว่า.
กระยอมชื่อพรรณไม้ดอกชนิดหนึ่งบานในฤดูแล้ง มีกลิ่นหอม เรียก ดอกกระยอม กะยอม พะยอม ก็ว่า อย่างว่า โฮยโฮยหอมดอกกระยอมยามแล้ง (กา).
กระย่อมระย่อม ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งใช้ทำยาได้เรียก ต้นกระย่อม.
กระยางนกกระยาง นกที่มีสีขาว หากินปลาตามชายฝั่ง เรียก นกกระยาง นกยาง ก็ว่า อย่างว่า ลำบ่ฟ้อนคือ ไข้บ่คราง คือนกยางหากินเลาะฝั่ง (กลอน).
กระยาบูชาเครื่องกระยาบวช เครื่องสังเวยเทวดา เครื่องบูชาพระเคราะห์ เรียก เครื่องกระยาบูชา เครื่องกิยาบูชา ก็ว่า.
กระยืดกระยาดคนที่ทำการงานชักช้าไม่มันกาลทันเวลา เรียก กระยืดกระยาด อืดอาด ยืดยาด ก็ว่า
กระลอมชะลอม เครื่องสานด้วยไม่ไผ่ชนิดหนึ่ง สำหรับใส่สิ่งของ มีผักนางอางหญ้า เรียก กระลอม.
กระสวยเครื่องบรรจุด้ายหลอด สำหรับใช้ในการทอผ้า เรียก กระสวย สวย ก็ว่า.
กระสอบเครื่องสานที่ทำด้วยเชือกปอ หรือป่าน สำหรับบรรจุข้าวหรือสิ่งอื่นเรียก กระสอบ.
กระสันคะนึง, คิดผูกพันอยู่, มีใจจดจ่ออยู่เรียก กระสัน อย่างว่า แล้วล่ำเยี้ยมแปนเปล่าเลยกระสัน กุมภัณฑ์เสวยโภชน์คาคือง้วน ชลธาร์เท้าสองแคมคือสีก กระสันเกี่ยวแก้วกือล้านลูบทวง (สังข์).
กระสานกกระสา ชื่อนกชนิดหนึ่ง หากินปลาตามชายหาด รูปร่างคล้ายนกยางแต่โตกว่า เรียก นกกระสา อย่างว่า ลำเหมิดคืนบ่ความเก่า พี่ชิเล่าเรื่องนกกระสา นกกระสาหากินเลาะฝั่ง นกเจ่าดั้งงอยฝั่งจอนจอ งอยอยู่ตอนกเต็นขี้จวก งอยอยู่บวกแม่นนกกระสา (กลอน).
กระสายเครื่องแทรกยาที่โบราณถือเป็นของสำคัญคือน้ำขี้สีก น้ำขี้ น้ำเยี่ยว น้ำพังค่า คือน้ำเหล้า น้ำส้างจั้น น้ำส้างนก ถ้าเป็นไข้กาฬ ไข้ออกหมึกออกซาง ออกทำทาน ออกฟานเห่า หรือไข้หมากไม้ใหญ่ น้ำที่จะเอามาแทรกก็เอาน้ำขี้สีก เพราะน้ำขี้สีกมีรสเย็นเรียก น้ำกระสายยา.
กระแสสายน้ำ สายน้ำเรียก กระแส กระแสสินธุ์ ก็ว่า อย่างว่า พระบาทเจ้าองค์พ่อมายมโน มืนตาเห็นลูกลุนเลียนข้าง แม้นว่าทังหลายล้นเลียนตายเต็มข่วง อินทร์ก็ผายแผ่น้ำกระแสเผี้ยนโผดคืน (สังข์).
กระแสแส้ตีม้า แส้หวายสำหรับตีม้าให้วิ่งเร็ว ต้องขอดที่ปลาย อย่างว่า เชื้อชาติม้าบ่มีหลีกทางกระแส ตีนำลมบ่เห็นฮอยเต้น (ผญา).
กระหน่องขาส่วนล่างตั้งแต่เข่าลงไปเรียก กระหน่อง แบ่งออกเป็น 3 ตอน ตอนส้นเท้าเรียก ส้นน่อง เหนือกระหน่องตอนเอ็นพรึงเรียก เอ็นน่อง ตอนขาพับเรียก แอกน่องทบ เรียก กระหน่อง ขน่อง ขาน่อง ก็ว่า.
กระหน่องชื่อผักชนิดหนึ่ง จำพวกผักกินได้ เกิดตามบึงตามหนองที่มีน้ำขังตลอดปี ลักษณะคล้ายผักแปะ เรียก ผักกระหน่องม้า.
กระหมองสมอง เรียกส่วนที่อยู่ภายในกระโหลกหัวว่า กระหมอง ขมอง ก็ว่า อย่างว่า แสงแผดฮ้องดังก้องฮอดกระหมอง (ขุนทึง).
กระหม่อมจอมหัว, กะโหลกหัวเรียก กระหม่อม ขม่อม หม่อม ก็ว่า.
กระหม่อมหมวกสำหรับสวมหัวเด็ก เรียก กระหม่อม กระโจมหัว ก็ว่า.
กระหย่องเครื่องสานชนิดหนึ่ง สานด้วยไม้ไผ่ ตอนบนทึบ ตอนล่างห่างตรงกลางคอด สำหรับวางเครื่องสักการะบูชาพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือยกครูเรียนมนต์ เรียนพระธรรม.
กระหย่องกระแหย่งอาการกระโดดโลดเต้นของสัตว์ตัวเล็กๆ ถ้าตัวใหญ่ว่า กระโหย่งกระเหย่ง.
กระหายอยากเป็นกำลัง เช่นอยากน้ำเป็นกำลัง เรียก กระหาย อย่างว่า บัดนี้จอมคุณแค้นฮมกระหายแสนส่วน ก็จิ่งใช้ให้ข้อยเขียวล้านล่วงนำ บัดนี้อาเล่ามาลวงไว้เบ็งสะหาวหาญต่อ เยื้อนวาดไว้คองถ้าเผ่าผัว (สังข์).
กระออมโอเงินหรือโอทองคำที่เจ้านายชั้นสูงมีไว้ เพื่อรดน้ำพระราชามหากษัตริย์ เรียก กระออม อย่างว่า แสนกระยาเจ้ากระออมคำทวยทอด (กา) สมณ์ใหญ่ย้ายกระออมแก้วหลั่งลง (สังข์).
กระโอกโลก, แผ่นดิน โลกหรือแผ่นดินเรียก กระโอก อย่างว่า อันที่มุดมอดแท้ทังกระโอกมีขีน ได้แล้ว ท่อว่าวางหม่อมกับแท่นฮมโฮงกว้าง ภายหนห้องหอลายเมงจ์อาสน์อวนพุ้น น้องจักเต้าเพื่อนห้างหอซ้อนส่งสะการเจ้าแล้ว (สังข์).
กระฮอกกระรอก ชื่อสัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่งคล้ายกระแตแต่ตัวใหญ่กว่ากระแต สีขาวเรียก กระฮอก ถ้าสีขาวปนแดงนิดหน่อยเรียก กระฮอกด่อน.
กราดตรวจ, สกัดดู เช่น เมื่อวัวหรือควายเสีย ออกสกัดดูรอยว่ามันไปทางไหน.
กรายเดินเลยไป, ผ่านไป, เลยไป เดินผ่านไปเรียก กราย อย่างว่า ถิ้มค้อนกรายหมากม่วง (ภาษิต) ย่างกลางบ้านอย่าคาดเครื่องหลาย กรายพระสงฆ์ยอมือนบไหว ้(สิริจัน) กราบไปหน้าหากินปลาหนองใหม่ หนองเก่านั้นแสนชิบ้อนก็บ่งม (บ.)
กร้าวใหญ่โต, แข็งแรง คนที่ใหญ่โตเรียก คนกร้าว อย่างว่า สังว่ากุมารน้อยจาเสินเชิงต่าง ฉันนี้ ลูกขอดท้องกูกร้าวกว่ามึง นี้เด (สังข์) แข็งแรงเรียก กร้าว อย่างว่า คีงแข็งกร้าวตีนมือทำถีบ ผ้าแผ่นปลิ้นกระจวนล้านเลือดนอง (สังข์).
กริยาบูชาเครื่องสังเวยเทวดา.
กรุงเมืองหลวง เมืองใหญ่เรียก กรุง อย่างว่า เวียงหลวงหว้างศรีสัตนาคยอดช่อฟ้าเหลืองเหลื้อมเฮื่อเฮือง (บ.).
กรุยเครื่องหมายที่ปักไว้ จะเป็นหลักตอหรือกิ่งไม้ก็ได้ เพื่อต้องการให้รู้เรียก กรุย ตุย ก็ว่า ธรรมเนียมมีว่าพรานป่านักล่าเนื้อเมื่อออกไปหาเนื้อเป็นพวกๆ ต้องมีตุยนี้ไว้เพื่อให้พวกที่ตามไปข้างหลังทราบ.
กรูดมะกรูด ชื่อผลไม้ชนิดหนึ่งจำพวกส้มแต่เล็กกว่า เรียก มะกรูด หมากกรูด หมากหูด ก็ว่า.
กฤษณาเนื้อไม้หอมชนิดหนึ่ง มีสีดำ มีน้ำหนักและจมน้ำ เรียก กฤษณา เกษณา ก็ว่า อย่างว่า หอมดอกไม้แก้วเกษกฤษณา (กา) หอมฮ่วงเฮ้าคันธชาติกฤษณา ปุนดั่งเนาในปรางค์แม่โฮยฮมให้ เทื่อนี้ไกลกษัตริย์แก้วเดินเห็นหลายหลาก แม่อยู่บ้านฮอยไห้ฮุ่งหา แลนอ (สังข์).
กลเลห์เหลี่ยม, อุบาย, วิธี, เหตุเลห์เหลี่ยมเรียก กล กลอุบาย ก็ว่า อย่างว่า ฮีบบอกบ้างญิงว่าหรือชาย เฮียมเห็นคักแน่นอนยาลี้ บาก็แทงกลท้วงหลายทีวอนว่านางเน่งเนื้อในผ้าบ่ตีง (สังข์).
กลมมีสัณฐานกลมไม่เป็นเหลี่ยม เช่น หญิงที่มีรูปร่างสวยงามเรียก กลม อย่างว่า เจ้าผู้คีงกลมส้วยสวยงานปานเสี่ยนให้พี่ดะดั่นดิ้นกินเข้าบ่ลง (บ.).
กล้วยชื่อพรรณไม้ล้มลุกชนิดหนึ่งลักษณะกลม เป็นกอ เวลาดิบรสฝาดเวลาสุกรสหวาน มีหลายชนิด อย่างว่า ที่นั้นมีหมู่กล้วยกุททลีกลำใย ซางแซวเฟืองฝ่าไฟคายค้อ ภูธรท้าวเสวยพลางพอชื่น เสด็จด่วนขึ้นเขาล้านล่วงไป (สังข์).
กล้วยญวนกล้วยลูกโต เป็นเหลี่ยม สีหม่น สุกแล้วรสไม่หวานใช้ทำอาหารส้มตำดี เรียก กล้วยญวน.
กล้วยตีนเต่ากล้วยลูกเล็กและสั้น มีลักษณะเหมือนตีนเต่า รสหวานเรียก กล้วยตีนเต่า.
กลองเกาชื่อกลองชนิดหนึ่งซึ่งพระยานาคตีขับกล่อมสังข์ศิลปชัย สีโหและสังข์ทองพร้อมด้วยมารดา ในปราสาทที่พระวิสสุกรรมสร้างถวายในป่า อย่างว่า กลองเกาไค้ตุรีย์เสียงสูรปี่ นาคหนุ่มเปลื้องเพศเพี้ยงสาวซ้อยสอดสะเอ็ง(สังข์) เกากลองนันลื่นลมกวนฟ้า (ฮุ่ง).
กลองแกกลองระมะนา กลองระมะนาที่ตีเข้ากับแก แกนี้ทำด้วยหอยสังข์ใช้แผ่นเงินหรือทองเป็นลิ้นเรียกแกสังข์แตรสังข์ก็ว่าแกสังข์นี้ใช้เป่าขับกล่อมพระยากุศราชเมื่อลาจากสมณเพศอย่างว่าฟังยินสุริยาดรย้ายกลองฆ้องกล่อมสังข์พิณพาทไค้แคนขลุ่ยขานซอแกสังข์สูรกล่อมพิณโพนโล้(สังข์)
กลองตะโพนกลองสองหน้า ตีประโคมกับพิณ แคน และปี่ เวลาที่เจ้านายจะออกจากสถานที่หนึ่งไปสู่อีกสถานที่หนึ่ง หรือตีเวลาที่ในเวลาแม่ทัพนายกองจะออกไปรบทัพจับศึก ตีเพื่อเอาชัยชนะข้าศึกศัตรู อย่างว่า ตะโพนพิณ ไค้สวนไลเค้าคื่น แพงมาศผู้องอ้วนออกสถาน (สังข์).
กลองมองเชิงกลองยาวแบบพม่า กลองนี้มีตีที่บ้านโนนใหญ่ ที่บ้านโนนใหญ่มีพวกพม่ามาตั้งครอบครัวอยู่ที่นั่น จึงนำเอากลองมองเชิงนี้มาแสดงและถือเป็นประเพณีมาเท่าทุกวันนี้ กลองมองเชิงนี้เป็นกลองคู่ใช้ตีด้วยมือ ประโคมด้วยแส่งขนาดใหญ่และฆ้องเล็ก ตีในเวลาแห่นาค แห่กฐิน แห่บั้งไฟ
กลองยาวกลองชนิดยาวเรียก กลองยาว กลองยวง ก็ว่า ใช้ในเวลาเจ้านายออกไปเที่ยวชมมหรสพต่างๆ อย่างว่าเมื่อนั้นฝูงแกว่นใกล้เฮวฮีบปุนเปือง โดยเกงญาประดับ ไพร่พลเพรียงพร้อม ฟังยินแถถวินฆ้องกลองยวงเค้าคื่น พุ้นเยอ ข้าค่อมผู้สองเอื้อยปิ่นปัว (สังข์).
กลองสะบัดไชยกลองยาวชนิดสองหน้า ใช้แห่เจ้านายที่ได้ชัยชนะจากการไปรบทัพจับศึก หรือใช้แห่เจ้านายเมื่อได้ขึ้นครองราชสมบัติ อย่างว่า ฟันยิงคื่นคื่นก้องเสียงเสบสะบัดไชย พุ้นเยอ โพนพิณสังข์ขลุ่ยซอแคนไค้ เสนาพร้อมชาวเมืองข้าไพร่ สาวบ่าวได้หลายล้านแห่เมือ (สังข์).
กล่องภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่ มีฝาปิด รูปกลม ปากกว้าง ก้นสอบ มีตีน รูปตีนกา สำหรับใส่ข้าวเหนียวนึ่ง เรียก กล่องเข้า อย่างว่า หนึ้งเข้าใหม่หอมฮ่วยมาดัง ระวังเดอ เข้ากูชิเอาเหมิดกล่อง (กลอน) ถ้ากลองใหญ่ เรียก กล่องเข้าโป้ อย่างว่ากล่องเข้าโป้โงจ้ำแจ่วบอง (ภาษิต)
กล้องแกล้งคนที่มีรูปร่างแบบบางร่างน้อย เรียก กล้องแกล้ง ก้องแก้ง ข้องแข้ง ก็ว่า อย่างว่า เจ้าก้องแก้งขึ้นหมากแน่งคือ ชิไว (บ.).
กล้องขากำไลขา เครื่องประดับขาเรียก กล้องขา หล่อด้วยเงิน คำ หรือทองนาก ทำเป็นรูปกลมหรือสี่เหลี่ยม ชนิดกลวงข้างใน เรียก กล้องขาโข่ง ชนิดไม่กลวงเรียก กล้องขาตัน กอกขา ก็ว่า.
กล้องแขนกำไลมือ เครื่องประดับข้อมือ เรียก กล้องแขน มีทั้งชนิดกลวงและไม่กลวง ชนิดกลวง เรียกกล้องแขนโข่ง ชนิดไม่กลวง เรียก กล้องแขนตัน กอกแขนก็ว่า.
กลอนไม้ที่พาดบนแปสำหรับวางเครื่องมุงหลังคา เรียก กลอน เช่น กลอนเฮือน กลอนเล้า อย่างว่า บ่เป็นกลอนเฮือนชิให้เป็นกลอนเล้า คันบ่เป็นอันใดแท้ชิถุยลุยลงเป็นไม้ลกไก่ (ผญา).
กล่อมประสานเสียงดนตรีให้กลมกลืน เรียก กล่อม อย่างว่า บัดนี้จักกล่าวเถิงภูชัยท้าวเสวยราชเป็งจาล ก่อนแล้ว ภูมีช้อนเชยชมเอื้อมอุ่น พระก็ไสยาสน์ยั้งยามน้อยหนึ่งฝัน (สังข์).
กล่อมบำรุง, ส่งเสริม เช่น ช้างเผือกเกิดในป่ายังมีคนเอามาถวายพระราชามหากษัตริย์ เพื่อส่งเสริมพระบารมี อย่างว่ากุญชรช้างพลายสารเกิดอยู่ป่า ยังได้มาอยู่บ้านเมืองกว้างกล่อมขุน (กลอน).
กลอยใจตั้งใจเช่นทำก็ตั้งใจทำจริงๆ และทำด้วยความสมัครที่จะทำ อย่างว่า พระก็ฉวยจักรแก้วกลอยใจจรเมฆ คือคู่ยนตร์ยาตรผ้ายผยองล้ำล่วงบน (สังข์).
กลอยไหว้ตั้งใจไหว้ อย่างว่า ฮ้อยที่ยศแผ่เท้าทุกทีปนครคน มวลมาประดับกราบกลอนกลอยน้อม เยียท่อเสียกษัตริย์เชื้อพงษ์พันธุ์เพียงพระเนตร เหมือนว่าเชื้อต่างท้าวลอนดั้นลอบมา (สังข์).
กลอยแฮงรวมกำลัง เช่น จำไปรบทัพจบศึก จะต้องรวมกำลังพลรบให้พร้อมนอกจากกำลังพลแล้ว จะต้องมีกำลังทรัพย์และกำลังสติปัญญา อย่างว่า กลอยพลแพ้พลแกวกระจัดพ่าย (ฮุ่ง).
กลังเฝือก เข้าเฝือกเวลากระดูกแขนหรือขาหัก เรียก ใส่กลัง ใส่แซก ก็ว่า กระบอกไม้ไผ่ที่ร้อยเชือกผูกคอสุนัข กันไม่ให้สุนัขกัดเชือก เรียก ใส่กลังหมา.
กลั่นคัด, เลือก คัดเอาแต่สิ่งที่ต้องการเช่น ต้มเหล้า ต้มยา เลือกเอาแต่น้ำเหล้าน้ำยาที่ต้องการ เรียก กลั่น.
กลั้นเล็ก ม้าตัวเล็กแคระ ม้ากลั้น เด็กที่ร่างกายไม่เติบโตตามอายุเรียก เด็กกลั้น ต้นไม้ที่ไม่เจริญเติบโต เรียก ไม้กลั้น กั้นอั้น สั้น ก็ว่า.
กลั้นอด, ทน สกดใจเรียก กลั้นใจ อย่างว่า เมื่อนั้นเทโวฮู้คำเมืองคนิงแน่ เมื่อจักบ่บอกแท้เยียวกลั้นเกลื่อนตาย เมื่อนั้นองค์ตรัสชี้เสาวนีย์เนืองกล่าว นางนั้นลงเกิดก้ำนครล้านโลกคน ท่านเอย (สังข์).
กลับเกิดตายไปแล้วเกิดใหม่เรียก กลับเกิด อย่างว่า ฮ้อยที่บาคราญท้าวกุมารกลับเกิด (กา).
กลั้วคลุกคลี, คยหา การคบหาสมาคมร่วมอยู่ร่วมกิน เรียก กลั้ว เกลือกกลั้ว ก็ว่า อย่างว่า อย่าเกลือกกลั้วฝูงหมู่คนพาล มันซิพาเฮาตกต่ำตอยเป็นข้า (บ.).
กลั้วผสม, ปน, กลมกลืน อย่างว่า จวงจันทร์คู้ทะลอนหอมแต่มื้อใหม่ บาดว่ากลั้วกลิ่นส้มชมแล้วกะเล่าเหย (ผญา).
กลัวน้ำโรคพิษสุนัขบ้า คนที่ถูกหมาว้อกัด จะมีอาการคลั่ง น้ำลายเป็นฟอง ขากรรไกรแข็ง เมื่อเห็นน้ำอาการจะกำเริบหนักขึ้น โรคชนิดนี้เรียก โรคกลัวน้ำ.
กล้าข้าวเปลือกที่เพาะไว้สำหรับนำไปปลูก เรียก กล้า อย่างว่า นาไฮ่หล้งประสงค์หาแต่กล้าอ่อน กล้าแก่มีบ่แพ้นาหล้งบ่ประสงค์ (ผญา) ข้าวเปลือกที่เพาะไว้นานจนขึ้นเป็นปล้อง เรียก กล้าบั้ง อย่างว่า ชาติกล้าบั้งดำได้กะบ่งาม (กา).
กล้าแข็ง เหล็กที่ชุบไฟแรงเกินไป เรียก เหล็กกล้า อย่างว่า กล้าหลายมันบ่าน (ภาษิต) แนวเหล็กกล้ามันถืกหีนชา (ภาษิต) แดดแก่ เรียก แดดกล้า อย่างว่า พอเมื่อวันสูรย์กล้างายงามชัยโชค คราญเกี่ยวช้างเชิญท้าวสู่พลาย (สังข์).
กลางกวงของส่วนรวมหรือของสาธารณะเช่นถนนหนทาง บ่อ บึง หนอง อาคาร โรงเรียน กุฏิ วิหาร โบสถ์ศาลาการเปรียญ โรงเรียน โรงพยาบาล ซึ่งเป็นของที่ทุกคนจะใช้ประโยชน์ร่วมกัน เรียก ของกลางกวง.
กลางเก้ากลางสิบเวลาระหว่างกลางของเดือนเก้าและเดือนสิบ เรียก กลางเก้ากลางสิบ.
กลางเก่ากลางใหม่ของที่ใช้แล้วเช่นเสื้อผ้า เพียงใช้มาครึ่งๆ กลางๆ จะใช้ต่อไปอีกได้เท่าที่ใช้มาแล้ว เรียก กลางเก่ากลางใหม่.
กลางแก่งบริเวณ, สนาม บริเวณหรือสนามเรียก แก่ง อีกอย่างหนึ่ง น้ำที่ท่วมทุ่งท่วมนา เรียก น้ำแก่ง สถานที่ตรงกลางหรือสิ่งที่กล่าวมาเรียก กลางแก่ง.
กลางแก้งแก่ง พืดหีนที่ขวางทางน้ำไหลเรียก แก้ง เช่น แก้งสะพือ แก้งตะนะ เป็นต้น อย่างว่า ป๋าพี่ไว้กลางไฮ่แกมหมู่กา ป๋าพี่ไว้กลางนาแกมหมู่แฮ้ง ป๋าพี่ไว้กลางแก้งแข้ชิกินพี่แล้ว (ผญา).
กลางคนคนที่ไม่หนุ่มและไม่แก่ ถ้ากำหนดอายุแปดสิบปีที่เป็นอายุขัย คนผู้มีอายุสี่สิบปี เรียก คนกลางคน.
กลางคืน|กลางเว็นระยะเวลาที่ไม่มีแสงพระอาทิตย์เรียก กลางคืน ระยะเวลาที่ไม่มีแสงพระจันทร์ เรียก เวลากลางเว็น กลางวัน ก็ว่า อย่างว่า กลางคืนเป็นนกเต็น กลางเว็นเป็นนกเค้า มื้อเช้าเป็นแมวโพง (ภาษิต).
กลางแจ้งที่แจ้ง, ที่สว่าง, ที่ไม่มืด สถานที่ที่ไม่มืดเรียก กลางแจ้ง อย่างว่า แจ้งขอให้แจ้งจั่งดาว ขาวขอให้ขาวจั่งฝ้าย ใสงามจั่งแว่น อย่าได้เป็นคู้มู้เค้าเม้าเป็นหม้งทั่วโต (บ.).
กลางดงสถานที่ตรงกลางระหว่างดงเรียก กลางดง อย่างว่า ใจประสงค์สร้างกลางดงกะว่าท่ง ใจขี้คร้านกลางบ้านกะว่าดง (ผญา).
กลางดินคนที่ไม่มีหลักแหล่ง ขอขบนบกิน ค่ำไหนนอนนั่น เรียก นอนกลางดินกินกลางทราย.
กลางเมืองตรงกลางเมือง เรียก กลางเมือง.
กลายเลยไป,ผ่านไป อาการเดินเลยไปเรียก กลาย อย่างว่า กลายเขตกว้างนครใหญ่เป็งจาล คอยเห็นมหาภูมิทองเทพสรวงเสมรกว้าง ผ่อดูมหาสถานท้าวกุมภัณฑ์เพียงเมฆ ยอดช่อฟ้าเฮืองสิ้วชั่วประมาณ (สังข์).
กล่ายการไปโดยไม่มีจุดหมายปลายทาง เช่นไปเอาบุญบ้านนี้ พอบุญเสร็จก็เลยไปบ้านอื่น ถ้ามีบุญต่อกันเจ็ดบ้านก็ไปครบเจ็ดบ้าน อยากจะกลับวันไหนก็กลับเรียก ไปเอาบุญก่าย กับก่ายพ่ายหนี ก็ว่า.
กล้ายชื่อกล้วยชนิดหนึ่ง ใหญ่และยาว เปลือกหนา ผลเป็นเหลี่ยม เรียวยาว คล้ายกล้วยหอมจันทร์ ก้นและปลายสอบแหลมขั้วยาว เมื่อสุกจนผิวเหลืองแล้วมีรสซืดฝาด ต้องต้มหรือเผาให้สุกเสียก่อนจึงกินได้ กล้วยชนิดนี้เรียก กล้าย.
กล่าวโอมสู่ขอ การสู่ขอหญิงมาเป็นภรรยา เรียก กล่าวโอม อย่างว่า ญิงใดป้งแค่งส้วยคิ้วก่องกวมตา หัวนมมีปานดำแม่นญิงมีบุญแท้ ชายใดโอมเอาได้เป็นเมียโชคใหญ่ ดีประเสริฐแท้เมือหน้าฮุ่งเฮือง (คำสอน).
กลิ้งพลิก, หมุน เช่น กลิ้งครก กลิ้งสาก กลิ้งขอน เรียก กลิ้ง อย่างว่า โต๋ต่งโต๋นารีโต่งโต้น โต๋ต่งโต้นผู้สาวขี้งอยโพนก้อนขี้กลิ้งผู้สาวสิ้งตานำ หักไม้แก้งแม่นไม้หนามคอม หนามคอมเกาะเต้นเดาะเต้นด่อง (กลอน).
กลิ้งกลางดงชื่อปริศนาข้อหนึ่ง ซึ่งคนโบราณผูกขึ้นถาม ใครตอบได้ก็ถือว่าเป็นคนเฉลียวฉลาด การถามตอบเป็นปริศนานี้ คนโบราณอีสานถือเป็นกรณียกิจ อย่างว่า กลิ้งกลางดง จงกงกลางเหล่า เอ้าเพ้ากลางเฮือน เด๋เด้งกลางชาน สูว่าแม่นหยัง (ปัญหา)
กลิงคราษฎร์ชื่อเมืองในประเทศอินเดียใกล้บ้านเกิดของชูชก อย่างว่า มันนั้นบ้านอยู่ใกล้กลิงคราษฎร์ธานี วันคืนจรคั่วขอชาวบ้าน เริงเริงได้โฮมกองเก็บฝาก สี่ฮ้อนถ้วยโฮมไว้ฝากสหาย (เวส-กลอน).
กลิ่นสิ่งที่รู้ได้ด้วยจมูกเรียก กลิ่น เช่น กลิ่นหอม กลิ่นเหม็น อย่างว่า บาก็พาเพียรข้ามเขาเขียวห้วยตาด ฝูงหมู่ไม้บานค้อมแค่ผา ภูธรท้าวทวยดูดดมกลิ่น จิตฮ่ำฮ้อนเถิงไท้ที่ยำ (สังข์).
กลียุคยุคร้าย ยุคที่คนรบราฆ่าฟันกัน เห็นชีวิตคนเป็นเหมือนเนื้อหรือปลา หรือยุคที่เต็มไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ เรียกกลียุค กียุค ขียุค ก็ว่า อย่างว่า ฝูงข้อยข้าขันก่อนพานคำ ยังค่อยฝนคมใสสี่แสนเส็งไว้ ลอนว่ากี่ยุคก้ำเป็นการพระบาท บ่หลีกได้ตูข้อยค่อยฝืน (ฮุ่ง).
กลืนทำให้อาหารล่วงลำคอลงไปเรียก กลืน เช่นกลืนข้าว กลืนน้ำ อืน ก็ว่า อย่างว่า รือแม่ยังเกี่ยวก้ำเฮียมป่วยไปแฝง แด่รือ คึดหากแคลนคลายหมองบ่หวนเห็นอ้าย แลงงายท้าวเสวยพลางพอสืบ คึดเมื่อเคยหน่วงแหน้นกลืนสบั้นบ่ลง (สังข์).
กลืนลึดกลืนโดยไม่เคี้ยวให้แหลกเสียก่อน เรียก กลืนลึดเข้า อย่างว่า แล้วเล่ากลืนกินลึดล่วงลงในท้อง (หน้าผาก).
กลุ้มปิด, บัง การเสกคาถาอาคมปิดบังตามิให้มองเห็น เรียก หล่อมกลุ้ม อย่างว่า ไปกล่อมกลุ้มตาไว้บ่ให้เห็น (สังข์).
กลุ้มห้อมล้อม เช่น การแห่เจ้านายจะมีคนไปห้อมล้อมจนมองไม่เห็น เรียก กลุ้ม กลุ้มหุ้ม ก็ว่า อย่างว่า เขาก็เชิญกุมารีสู่ยานคนกลุ้ม (กา).
กลุ้มปกคลุม เช่น เวลาฝนจะตกมีเมฆหมอกจนมองไม่เห็นท้องฟ้า อย่างว่า มีแต่เหมือยหมอกกลุ้มกวมกั้งมืดมัว (กา) ทมทมก้องลมนองฟ้าห่วน มารมืดกลุ้มกันเข้าหมื่นแถว (สังข์).
กวดตวดสีคล้ำ เช่น เวลาฝนจะตกเมฆตั้งเค้าท้องฟ้ามืดครึ้ม ฟ้าสีน้ำเงินแก่เรียก ฟ้าแหล้กวดตวด กาดตาด ก็ว่า.
ก้วนเสวียน เศษผ้าหรือขี้ตอกที่ขดเป็นวงกลม ใช้ตอกมัดเป็นเปราะๆ สำหรับรองก้นหม้อ เรียก ก้วนหม้อ คว้านหม้อ ค้วนหม้อ ก็ว่า
กวักชื่อเครื่องมือกรอด้ายกรอไหมเรียก กวัก.
กวางโตนลิงขนาดใหญ่ ใหญ่กว่าลิงทุกชนิด เรียก กวางโตน ลิงโทน ค่าง, ตะหลุง ก็ว่า อย่างว่า โซมโซ่เถ้ากวางโตนก้นขี้ด่าง มีแต่มันแมบลี้ปลายไม้หลอกคน (บ.).
กวานเข้าจ้ำหมอผีประจำบ้านเรียกกวานเข้าจ้ำ ถ้าผีเข้าใครกวานคนนี้จะเอาเข้าไปจ้ำออก เรียก กวานเข้าจ้ำ กวานก็จัดของมีกล้วย ๑ ลูก เข้า ๑ ปั้น จับด้วยมือขวา กล่าวคำผอกผี พอว่าจบแล้ว ก็เอาของนั้นกวาดที่มือคนป่วย แล้วทิ้งเครื่องผอกนั้นไปทิศตะวันตก ผีที่มาเข้าคนก็จะออกไปแล.
กสิกรรมการทำไร่ไถนา.
ก้อกก้อกเสียงดังอย่างนั้น เช่นเสียงที่เกิดจากการกรนของเด็กดัง ก้อกก้อก ถ้าผู้ใหญ่กรนดังโก้กโก้ก.
กองก้นก้มหัวลงทำก้นให้สูงเรียก กองก้น กองก้นกองกอย ก็ว่า.
ก่องก่อยชื่อผีป่าชนิดหนึ่ง ร้องเสียงดังก่องก่อย เรียก ผีก่องก่อย ผีก้องก่อย ก็ว่า.
ก่องเก๊าะเด็กยืนก้มศรีษะเอามือจับเข่าเรียก ยืนก่องเก๊าะ ถ้าผู้ใหญ่เรียก ยืนโก่งโก๊ะ.
กองฟอนเชิงตะกอน, ที่เผาศพ ที่เผาศพเรียก กองฟอน เชิงสะกอน ก็ว่า.
ก่อจ่ออาการที่เด็กนั่งห่อตัว เรียก นั่งก่อจ่อ ถ้าผู้ใหญ่นั่งเรียก โก่โจ่.
ก่อซ่ออาการที่เด็กนั่งซอมซ่อ เรียก นั่งก่อซ่อ ถ้าผู้ใหญ่เรียก นั่งโก่โซ่.
ก้อยก้อยกักกักการทำอะไรโดยไม่ตั้งใจ กลัวจะสำเร็จ ทำบ้างหยุดพักบ้าง เรียก เฮ็ดก้อยก้อยกักกัก.
กะ1. ก็ 2. กำหนด, หมาย, คะเน, ประมาณการทำที่ต้องกำหนดวัน เวลา และจำนวนให้เรียก กะ เช่นงานชิ้นนี้ต้องทำให้สำเร็จภายในเจ็ดวัน ในวันที่เจ็ดต้องให้ทำสำเร็จก่อนเที่ยง.
กะไคดีกว่า ดีกว่าเรียก กะไค เช่น คนนี้กะไคกว่าคนนั้น ของนี้กะไคกว่าของนั้น.
กะจกแว่น, แก้วที่ทำเป็นแผ่น ใช้สำหรับส่องดูเงาหน้า เรียก กะจกเงา แว่นแยงเงา ก็ว่า.
กะจนชื่อปลาชนิดหนึ่ง จำพวกมีเกล็ดคล้ายปลาช่อน ตัวกลม หัวเล็ก สีมุม เรียก ปลากะจน ปลาคอจน ปลาค่อจน ก็ว่า ปลาค่อจนคือ ปลาค่อคอสั้น.
กะจวนแป้ง, แป้งหอม แป้งหอมที่ทำด้วยผงขมิ้น ผงจันทน์.
กะจอกนกกระจอก ชื่อนกชนิดเล็ก จำพวกนกกระจิบ.
กะจองจวัก จวักที่มีด้ามยาว ใช้ตักต้มหรือแกงได้ เรียก กะจอง จอง ก็ว่า อย่างว่า แนวจองบ่มีด้ามชิเป็นบ่วงตักแกง มีบุงบ่มีสายชิเกิดเป็นทอฮ้าง (ย่า).
กะจ้อนชื่อสัตว์เล็กชนิดหนึ่ง จำพวกกะรอกกะแต เรียก กะจ้อน อย่างว่าแลนลิ่นจ้อนทังไก้ไก่ยูง (ฮุ่ง).
กะจ้อนเน่าชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก กะจ้อนเน่า.
กะจะขาว, แจ้ง สิ่งที่มองเห็นได้แจ่มแจ้งไม่มีอะไรปิดบังเรียก กะจะ เช่น ขาวกะจะ แจ้งกะจะ ลายกะจะ.
กะจังชื่อลายชนิดหนึ่ง เรียก ลายกะจัง ใช้ประดับตามขอบหรือฐานของธรรมาสน์.
กะจัดถี่, ไม่ห่าง ไม่ห่างเรียก กะจัด กัดจัด ก็ว่า อย่างว่า ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเม็น ถี่กะจัดขี้ช้างกะลอด ห่างก่างจ่างขี้มอดกะคา (กลอน).
กะจัดกะจายไม่เรียบร้อย, เกะกะ การวางของไว้ไม่เป็นระเบียบ เช่น ของสิบอย่างวางไว้สิบที่ เรียก กะจัดกะจาย ซะซายยายยัง ก็ว่า.
กะจั้นสั้น ของที่เล็กและสั้นเรียก กะจั้น สั้น ก็ว่า.
กะจับชื่อผักชนิดหนึ่ง มี ๒ ชนิด คือ กะจับเล็กและกะจับใหญ่ ใบและเม็ดใช้กินเป็นอาหารได้ เรียก กะจับ หมากจับ ก็ว่า.
กะจาครึ่งๆ กลางๆ เช่น แตงที่ครึ่งสุกครึ่งดิบ เรียก แตงกะจา ครึ่งชาวนาครึ่งพ่อค้า เรียก พ่อไฮ่กะจา อย่างว่า พ่อไฮ่กะจา พ่อนากะเทิน ครึ่งชาวนาครึ่งขุนนาง เรียก ขุนกะจา อย่างว่า ขุนกะจานี้เป็นพ่อนาดีกว่า เป็นพ่อนาเอื้อมอิ่มเข้าขุนกะจาเจ้าเอื้อมอิ่มลม (บ.).
กะจ่างแจ้ง, สว่าง อย่างว่า เหลียวขึ้นเมือเทิงฟ้าเห็นดาวแจ้งกะจ่าง บ่ทางชิพ้อนางหล้าที่ใด (บ.).
กะจาบชื่อนกเล็กๆ ชนิดหนึ่ง เรียก นกกะจาบ นกจาบ ก็ว่า อย่างว่า จิบจาบจ้อยกะทาขุ้มขาบเขียว (สังข์).
กะจิ้นชื่อสัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่ง ตัวเล็กขนาดกะแต หน้าแหลม เรียก กะจิ้น.
กะจิบชื่อนกตัวเล็กๆ ชนิดหนึ่ง เรียก นกกะจิบ นกจิบ ก็ว่า.
กะจีเขียว, อ่อน ดอกไม้ที่กำลังผลิ ดอกมีลักษณะเขียวงามน่ารักเรียก กะจี อย่างว่า มาลาพั้วพวงกะจีแกมกิ่ง (กา).
กะเจ๋อกะเจิ้มแสดงอาการดีใจ จนหัวเราะร่าเริง เรียก กะเจ๋อกะเจิ้ม กะจ๋อกะจอก กะเจ๋อกะเจิก กะเจี๋ยกะเจียก กะจั๋วกะจวก ก็ว่า อย่างว่า ยามเมื่อชลธาน้ำไหลนองถ้วมท่ง มดบ่มีบ่อนซ้น ปลากั้งอะเห่ยหัว ยามเมื่อชลธาแห้งวังหนองเขินขาด มดง่ามมันกะจ๋อกะจอกเว้าหัวล้อต่อปลา (บ.).
กะแจลูกดาล, ลิ่ม, ไล ประตูหน้าต่างคนโบราณทำด้วยลิ่มไม้ ไลไม้ ตอกตะปูไว้ข้างหนึ่ง ใช้กะแจที่ทำด้วยเหล็กงอไว้สำหรับไข อย่างว่า บาก็ทวยมือม้างกระดานหนาหนักหมื่น ศรเสียบจ้ำกะแจฟ้งหลูดไล (สังข์).
กะแจกุญแจ, ลูกดาล ลูกดาลโบราณเรียก กะแจ อย่างว่า ปุนดั่งฮึงหนามหนาใส่กะแจจำไว้ (สังข์).
กะแจมือกระแจที่ทำเป็นวงกลม สำหรับผู้เป็นขะโมยลักเอาสิ่งของหรือผู้ทำความผิดต่อบ้านเมืองก็ใส่กะแจมือไว้.
กะแจะแป้ง, ผงขมิ้น, ผงจันทน์ สิ่งเหล่าคนโบราณทำไว้เพื่อทาผิว ทาหน้าเรียก กะแจะ ถ้าทำด้วยผงจันทน์เรียก กะแจะจันทน์ ชื่อแขวงหนึ่งในประเทศเขมรอยู่ติดกับแขวงจำปาศักดิ์ประเทศลาว.
กะโจกชื่อกระบอกไม้ไผ่ ตัดขังข้อข้างหนึ่ง ใช้สำหรับตักน้ำกิน เรียก กะโจก โจก ก็ว่า ถ้ากะบอกเล็กเรียก จอก.
กะชอนภาชนะสานด้วยไม้ไผ่หรือสานด้วยลวด มีคันสำหรับจับ ใช้กรองเครื่องปรุงอาหาร เรียก กะชอน ต่องชอน กะต่องชอน ก็ว่า.
กะชอนชื่อแมลงชนิดหนึ่ง อาศัยอยู่ตามหนองหรือบึง ตัวเล็กๆ ที่ขาหน้ามีก้ามใหญ่ สำหรับใช้เบิกทาง เรียก แมงกะชอน แมงชอน จี่ชอน ก็ว่า.
กะชะชื่อไม้ไผ่ป่าชนิดหนึ่ง ไม้ชนิดนี้ชอบเกิดตามภูเขา ภูเขาที่มีไม้ชนิดนี้เกิดเรียก ภูกะชะ.
กะช่างช่างเถอะ ปล่อยไปตามเรื่อง เช่น เฮ็ดกะช่าง บ่เฮ็ดกะช่าง.
กะชายชื่อผักชนิดหนึ่ง จำพวกว่าน มีกลิ่นหอม ใบและหัวใช้เป็นอาหารและทำยาได้.
กะซุมนกตะกรุม ชื่อนกชนิดหนึ่งที่หงอนไม่มีขน เรียก นกกะซุม อย่างว่า ใกล้หัวล้านอย่าด่านกกะซุม เพิ่นหุมโตอย่าโงทางต่าง (กาพย์ปู่) นกซุมแซงหัวแดงเก้าเก้า บินไปเข้าโพลศรีสามง่า ถึกง่าละท่อใด (ปัญหา).
กะซักชื่อภูเขาลูกหนึ่ง อยู่ในเขตหลวงพระบาง ลาวเหนืออาศัยอยู่บนภูเขาลูกนี้ ภูเขาลูกนี้เรียก ภูกะซัก.
กะซักดึงมาโดยแรง ชาก ก็ว่า.
กะซังจนกว่า อยู่จน กว่าถึงวันตาย เรียก กะซังตาย กะซามตาย ก็ว่า.
กะซังฝัน อย่างว่า วัณนูราท้าวกะซังฝันสะดุ้งตื่น แล้วเล่าลุกส่วยหน้าจาต้านต่อพระยา (สังข์) ภูท้าวกะซังฝันสะดุ้งตื่น (กาไก) นางคราญน้อยกะซังฝันสะดุ้งตื่น (กา).
กะซังหลง, ลืม อย่างว่า เทวีกลั้นกะซังใจลืมเพศ (กา).
กะซังเมื่อย, ล้า อย่างว่า บาคราญท้าวกะซังใจมึนเมื่อย (ขูลู).
กะซังเกี่ยวข้อง,พัวพัน อย่างว่า ชาติที่กรรมกะซังเกี้ยวรือขีนขัดหลีกเป็นรือ (สังข์).
กะซังระลึก, คิดถึง อย่างว่า เทื่อนี้นางหนุ่มไห้หาพ่อมารมัน ทังมารดาอยู่ลอนเลิงย้อย วันเมื่ออุทรพร้อมเพมารมันหย่อน วันนั้น มิคาสองกิ่งแก้วกะซังกลิ้งกล่อมมาร แท้รือ (สังข์).
กะซังตอบ, สนอง อย่างว่า กรรมกะซังเกี้ยวคลองวายเวียนคอบ โดยอึ่งเอ้าในน้ำเมื่อมัว (สังข์).
กะซังดีใจ อย่างว่า เขาก็ยินสะออนโอ้กะซังทวงอ้อนอ่อน (ขุนทึง).
กะซ้าภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่ คล้ายกระบุง สำหรับใส่สิ่งของ เรียก กะซ้า กะต่า ก็ว่า ชายที่ไม่เต็มเต็งเรียก ชายกะซ้า รังร้างของสัตว์เรียก กะซ้า
กะซาก(กริยา) กระชาก ดึงเข้ามาโดยเร็วและแรง เช่น กระซากผม, โดยปริยายหมายความว่า กระตุกโดยแรง เช่น ออกรถกระซาก, พูดกระแทกเสียงดังห้วน ๆ ในความว่า พูดกระซากเสียง
กะซามถึงคราว, ถึงเวลา อย่างว่า เดือนสิบสองมาฮอดแล้ว พอกะซามไข้สั่น ปีนี้เดือนยี่มาเล่าฮ้อน เดือนห้าต่าวหนาว (กลอน)
กะซิบพูดเบาๆ ที่ใกล้หู เรียก กะซิบ ซิ่ม ส่ำ ก็ว่า
กะแซชื่อโรคหิวชนิดหนึ่ง เมื่อไม่ได้กินข้าวมีอาการอ่อนเพลียมาก เหงื่อไหลออกทั่วร่างกาย ปวดท้องเป็นกำลัง เรียกโรคชนิดนี้ว่า ปวดกะแซเข้า.
กะแซการเล่นชนิดหนึ่งของพวกลาวเหนือ เรียก เล่นกะแซ.
กะแซงชื่อเรือขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง สำหรับบรรทุกข้าวเปลือกหรือสินค้าจำนวนมากไปขาย เรือชนิดนี้มีทางเดินรอบข้าง ใช้ถ่อหรือพายไป เรียก เฮือกะแซง
กะโซ้โชงโลง โชงโลง เรียก กะโซ้ คันโซ้ ก็ว่า สานด้วยไม้ไผ่ มีคันจับใช้วิดน้ำเข้านา หรือวิดน้ำในหนองเพื่อจับเอาปลา อย่างว่า ตกตาว่าได้จับคันโซ้ลงหนองสาสาด ซิฟาดให้แห้งเอาปลาต้มใส่งาย (ผญา)
กะโซ้ชื่อแมลงชนิดหนึ่ง ตัวเล็ก รูปร่างคล้ายคันโซ้ อาศัยอยู่ในน้ำ เรียก แมงกะโซ้ แมงคันโซ้ ก็เรียก
กะด้นท้ายทอย ชื่ออวัยวะข้างหลังของหัว ต่อจากคอขึ้นมาเรียก กะด้น กะโด้น ง่อนด้น ง่อนด้อ ก็ว่า อย่างว่า แม้นจักทำการใดฮ่ำคนิงเถิงกะด้น หน้าผากไกลกะด้นคราวมื้อกูกบ่เห็น (หน้าผาก) หนองชิลา น้ำนาทามชิลาท่ง ผมป่งลากะด้น หวีชิช้นบ่อนใด (ผาแดง)
กะด้องกะแด้งคดๆ งอๆ เหี่ยวแห้ง สิ่งของที่เหี่ยวแห้ง ไม่เจริญเติบโตเรียก กะด้องกะแด้ง อย่างว่า ขากะทวยแห้ง อันกะแด้งด้วยแดดแลเปลวไฟ (เวสสันดร).
กะด้อมอาการเดินจับเข่าของเด็ก เรียก กะด้อม อย่างว่า มันย่างเฮ็ดกะด้อมกะด้อม (เวสสันดร).
กะดัดยิ่งกว่า เกินกว่า เช่นนึกว่าเราดี คนที่ดีกว่าก็มี นึกว่าเรามี คนที่มีกว่าก็มี นึกว่าเรากล้า คนที่กล้ากว่าก็มี เรียก กะดัด กะดัดกะด้อ กะด้อกะเดี้ย ก็ว่า อย่างว่า ว่าโตกะดัดเขาแฮ่งกะด้อ ว่าโตนั่งจ้อก้อเขานั้นแฮ่งนั่งตอ (ภาษิต).
กะดันชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง มีลูกกลมคล้ายมะกอก ใช้ลูกต้มกับปลากินอร่อยนัก เรียก หมากกะดัน.
กะดันไข่ดัน ลุกไข่ดันที่อยู่ต้นขาทางด้านหน้า เรียก กะดัน หมากกะดันขา ก็ว่า เวลากระทบของแข็งลูกกะดันจะพองขึ้น เรียก หมากกะดันขาไค่.
กะดันกะด้างคนดื้อด้าน ไม่ยอมฟังเสียงใคร เรียก กะดันกะด้าง.
กะดันงากระดังงา ชื่อพรรณไม้ดอกชนิดหนึ่ง มีกลิ่นหอม มี 2 ชนิดคือ กะดันงาบ้าน กะดันงาป่า อย่างว่า กะดันงาพร้อมอาฮวนหอมอ่อน (กา)
กะด้างแข็ง เช่นมือหรือเท้าแข็ง เพราะถูกอากาศหนาว อย่างว่า พระกาโยเหลืองหล่าตนตายกระด้าง (สังข์).
กะด้างชื่อเห็ดชนิดหนึ่ง เกิดตามขอนไม้ผุเรียก เห็ดกะด้าง เห็ดลม เห็ดบด ก็ว่า
กะด่างกะดาวดำๆ ด่างๆ ผ้าที่มีสีไม่เสมอกัน เรียก กะด่างกะดาว.
กะดายคำพูดท้ายประโยค เพื่อเน้นคำพูดก่อนให้หนักแน่น เช่น เอากะบ่เอาซื่อๆ ดอก เห็นว่ากะดาย
กะดิกกะดิ้นอาการแสดงความอยากได้หรือความในใจให้ปรากฏด้วยการเคลื่อนไหวไปมา เรียก กะดิกกะดิ้น เช่น ผู้สาวมักผู้บ่าวก็จะแสดงอาการกะดิกกะดิ้น.
กะดีเรื่องราว อย่างว่า นบพระเจ้าลุ่มฟ้ากลอนเกลี้ยงกล่าวกะดี (กา)
กะดิ้นอาการสั่นเทาๆ เรียก กะดิ้น สะดิ้น สั่นดื้นดื้น ก็ว่า
กะดืบกระดิบ อาการคืบไปทีละน้อย เช่น แมงบ้งกือไต่ไป
กะดุ้งยอ ชื่อเครื่องจับปลาชนิดหนึ่งสานด้วยป่านหรือปอ มีตาคล้ายแห มีคันสำหรับจับ เวลาปลาขึ้นเป็นฝูงๆ เอากะดุ้งนี้ตัก เรียก กะดุ้ง สะดุ้ง ก็ว่า
กะดุบกะดุบคลานไปโดยเร็ว เช่น แมงบ้งคลาน ว่า คลานกะดุบกะดุบ ดุบดุบ ก็ว่า
กะเดบกะเดบอาการโอบขึ้นต้นไม้แล้วปีนขึ้นไปโดยเร็ว เรียก กะเดบกะเดบ.
กะเด่วอาการเดินของคนเจ็บขา เรียก ย่างกะเด่ว กะเด่ว ถ้าเด็กเรียก กะแด่ว กะแด่ว.
กะเดาสะเดา ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง มีรสขม กินก่อนเป็นไข้ป้องกันไข้ได้ กินเมื่อเป็นไข้แล้วรักษาไข้ให้หายได้ อย่างว่า อย่าได้ติเตียนเว้าผักกะเดาขมขื่น บาดห่ากินกับลาบก้อยซิหลงย้องว่าดี อย่าฟ้าวไลเสียถิ้มผักกะเดาทวนเก่า บาดห่าได้ลาบก้อยยังซิโอ้อ่าวเถิง (ภาษิต)
กะเดาสะเดาดิน เกิดปูไปตามดิน เรียก กะเดาดิน ใช้เป็นอาหารและแก้ไข้ได้
กะเดิดชื่อปลามีเกล็ดชนิดหนึ่ง ตัวแบนลำตัวสองข้างมีจุดดำ เรียก ปลากะเดิด.
กะเดียงชื่อผักชนิดหนึ่ง เกิดตามท้องทุ่งในฤดูฝน เรียก ผักกะเดียง.
กะเดียนชื่อผักชนิดหนึ่ง เกิดตามทุ่งนา ใช้กินเป็นอาหารได้ เรียก ผักกะเดียน.
กะเดียนไส้เดือน เรียก กะเดียน ขี้กะเดียน ก็ว่า.
กะเดียนชื่อนกชนิดหนึ่ง หากินตามท้องทุ่ง อาหารที่มันชอบคือไส้เดือน เรียก นกกะเดียน นกขี้กะเดียน นกไก่เดียน ก็ว่า.
กะเดียมรู้สึกจักจี้ อาการที่ทำให้ขนลุกในเวลาถูกจักจี้ อาการที่ทำให้เกิดความละอายใจ อาการที่ทำให้อยากหัวเราะ เรียก หนักกะเดียม หนักขี้กะเดียม ก็ว่า.
กะเดียวว่าชะรอย ผิว่า ถ้าว่า เช่นรู้เรื่องอะไรแล้วไม่บอก เกรงว่าผู้นั้นจะตายเรียก กะเดียวว่า เยียวว่า ก็ว่า.
กะแดดกะแดบ้านเมืองที่ไม่อุดมสมบูรณ์ด้วยข้าวปลาอาหาร เต็มไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ใครไข้ต้องหาโลงไว้ เรียก บ้านกะแดดกะแด อย่างว่า บ้านกะแดดกะแด ป่าแกแกมป่าไค้ ใผไข้ตั้งแต่ตาย (บ.).
กะแดดเด้านกกะเด้าดิน ชื่อนกชนิดหนึ่งเวลาเดินมันกลัวดินถล่ม มันขย่มหรือหย้มดินก่อน ถ้าเห็นว่าดินไม่ถล่มมันจึงเดินต่อไป นกนี้เรียก นกกะแดดเด้า นกกะแดบเด้า ก็ว่า อย่างว่า นกกะแดดเด้าหากินไกลเขต เขตเพิ่นบ่เข้าเทียวเต้าแต่เขตโต (ภาษิต).
กะโดกชื่อผักชนิดหนึ่ง เป็นพรรณไม้เล็ก ผักใช้กินเป็นอาหารได้ เรียก ผักกะโดก.
กะโดกนกโพระดก ชื่อนกชนิดหนึ่งเรียก นกกะโดก นกโกนโดก นกโพนโดก นกก้นโดก ก็ว่า อย่างว่า นัชชุหาคือว่านกกะโดกฮ้องเดินดง โกกิลานกกาเวาวงแวดเหล่า สังคานกใส่เล่าเหตุการณ์ส่งข่าวสารทุกสิ่ง ฮ้องแล้วจิ่งบินไป (เวส)
กะไดบันใด บันใดสำหรับขึ้นลงเรียก กะได ขั้นได ก็ว่า อย่างว่า หากะไดก่ายไว้ให้หลานหล้าท่องเทียวนั้นแล้ว (ย่า).
กะไดเชือกที่ฝั้นหรือเฝือด้วยป่านหรือปอ ยาวประมาณ 4-5 วา ผูกไว้ที่จอมแหสำหรับดึงเวลาทอดแหลงในน้ำ หรือใช้ดึงตากแหที่เปียกให้แห้ง เรียก กะไดแห ขั้นไดแห ก็ว่า.
กะไดชื่อไม้เถาชนิดหนึ่ง มีเถาคดไปคดมา ดอกเป็นช่อเล็ก สีขาว เรียก เครือกะไดลิง.
กะต้อตะกร้อ ไม้ไผ่หรือหวายที่เหลาเป็นเส้น สานเป็นรูปกลมๆ คล้ายฟุตบอล ใช้สำหรับเล่นเหมือนเล่นฟุตบอล เรียก หมากกะต้อ.
กะต่องสวิง สวิงที่สานด้วยป่านหรือปอ สำหรับตักหรือส้อนเอาปลา เรียก กะต่อง.
กะต่องภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่สำหรับตักเข้าปุ้น เรียก กะต่องเข้าปุ้น.
กะตอดตุ่มที่ขึ้นตามร่างกายเป็นเม็ดแข็ง เรียก กะตอด ขี้กะตอด ก็ว่า.
กะตอดชื่อแส้ชนิดหนึ่ง ใช้เชือกผูกติดปลายไม้ตะพด ที่ปลายเชือกมีไม้กลมๆ ผูกติดอีก ใช้ตีม้าเวลาต้องการให้วิ่งเร็วเรียก แส้กะตอด.
กะต่อยชื่อพลูชนิดหนึ่ง เกิดตามป่า มีรสเผ็ด กลิ่นฉุน ใช้เคี้ยวกับหมาก เรียก พลูกะต่อย พลูป่า ก็ว่า.
กะต้อยชื่อผ้าขี้ริ้วหรือผ้าเศษ เรียก ผ้ากะต้อย กะเตี่ยว ก็ว่า.
กะตักปฏัก ไม้แก่นกลมยาวประมาณศอกคืบ ที่ปลายข้างนึ่งตอกเหล็กแหลมใช้แทงวัวเวลาขับเกวียน เรียก เหล็กกะตัก ปฏัก ก็ว่า.
กะตังกะติ้วชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ยางเหนียว ใช้ยางติดจักจั่น แมงอี เรียก ยางกะตังกะติ้ว.
กะตั้วชื่อนกชนิดหนึ่ง ขนที่หัวสีขาว เรียก นกกะตั้ว นกถัวหัวหงอก ก็ว่า.
กะต่าตะกร้า เครื่องสานชนิดหนึ่งทำด้วยไม้ไผ่ สำหรับใส่สิ่งของ มีชื่อเรียกตามที่ใช้หลายอย่าง เช่น ใส่ฝ้ายในไหมหลอด เรียก กะต่าหลอด ใส่หมากพลูปูนยา เรียก กะต่าหมาก กะต่าทั่วไปใช้ไม้ไผ่เป็นรวง เรียก กะต่าฮวง ใช้เชือกเป็นสายเรียก กะต่าสาย
กะตากเสียงไก่ตัวเมียร้อง เมื่อเวลาตกใจหรือตกไข่ เรียก กะตาก กะต้าก กะต๊าก ก็ว่า.
กะตากกะตากเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงไก่ร้องเวลาตกไข่หรือเวลาตกใจดัง กะตาก กะตาก กะต้ากกะต้าก ก็ว่า.
กะต่ากวยตะกร้าที่สานด้วยไม้ไผ่ไขว้กันเป็นตาห่างๆ เรียก กะต่ากวย กะต่าห่าง กวยกะต่าห่าง ก็ว่า.
กะต้าบอาการปีนขึ้นต้นไม้ของผู้ใหญ่ว่า ปีนกะต้าบ ถ้าเด็กว่า ปีนกะแต้บ.
กะตามก็ช่าง การปล่อยให้เป็นไปตามเรื่องของมัน เช่น ลูกที่บอกไม่ได้ใช้ไม่ไป มันจะไปหรือไม่ไปเป็นเรื่องของมัน เรียก กะตาม.
กะต่ำเครื่องดักสัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่ง ใช้ดักสัตว์ขนาดใหญ่ มีช้าง เสือ หมี กวาง ฟาน ทำด้วยไม้เป็นท่อนยาว ก่อเป็นคอกเหมือนคอกหมู มีสายใย เวลาสัตว์มาพานหรือเหยียบที่สายใย ไม้จะลั่นลงทับ เรียก กะต่ำ ฟ้าลั่นทับ ทับเหว ก็ว่า อย่างว่า กะต่ำห้างโทนแฮ้วบ่ห่อนมี (กา)
กะติกุฏิ ที่เรือนเป็นที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์ เรียก กะติ กะฎี กุฏิ ก็ว่า.
กะติกกระบอกไม้ไผ่สำหรับใส่น้ำในเวลาเดินทางไกล เรียก กะติก บั้งทิง ก็ว่า.
กะติกกะต่อนกระท่อนกระแท่น เช่น การทำงานไม่สำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน เรียก กะติกกะต่อน กะติดกะต่อ ก็ว่า.
กะติกะนิงคะนึง คิดถึง การระลึกคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาแล้ว เรียก กะติกะนิง กะนิง คนิง ก็ว่า อย่างว่า อันนี้ย่ากล่าวต้านสอนสั่งฝูงหลาน ขอให้บาคราญนางฮ่ำคนิงจำไว้ อย่าได้เห็นแก่ได้ของเพิ่นมามือ มันบ่พอทำทึนอุ่นถงเมือหน้า (ย่า).
กะตึบมืด ทึบ หนา โบสถ์วิหารหรือตึกชั้นเดียวก่ออิฐถือปูน ภายในมืดทึบ เรียก กะตึบ.
กะตืกตัวตืด พยาธิตัวตืดมี 2 ชนิด คือ ชนิดแบนและกลม ชนิดตัวแบนเรียก กะตืกแป ชนิดตัวกลม เรียก กะตืกกลม ขี้กะตืก ขี้ไก่ตืก ก็ว่า
กะตืกชื่อหญ้าชนิดหนึ่ง เรียก หญ้าขี้กะตืกแป.
กะตุดตะกรุด แผ่นเงินหรือแผ่นทองที่ลงคาถาแล้วปลุกเสก ถือว่าเป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ เรียก กะตุด หมากกะตุด หมากหลอด ก็ว่า.
กะตูดกะเตาตะปุ่มตะป่ำ อาการที่เป็นโรคผิวหนัง มีเม็ดขึ้นคล้ายผิวหนังคางคก เรียก กะตูดกะเตา ตะปูดตะเปา ก็ว่า.
กะเตอะสวะ สวะที่ลอยอยู่ตามน้ำ เรียก กะเตอะ ขี้กะเตอะ ก็ว่า อนึ่งฟองน้ำบนปากหม้อกะทะเวลาเคี่ยวน้ำอ้อย เรียก ขี้กะเตอะอ้อย ขี้จูมปวก ขี้ตูมปวก ก็ว่า อย่างว่า แก้มเปิ่นเวิ่นแก้มเจ้าเปิ่นเวิ่น ขี้กะเตอะวังเวินไหลเซาะน้ำเซินอยู่ย่าวย้าว (กลอนลำ).
กะเตอะฝาขัดแตะที่สานด้วยไม้ไผ่ตาห่างๆ ใช้สำหรับกรองปลาแดก กรองเหยื่อมะพร้าว กรองหมาน้อย ยานาง เรียก ฝากะเตอะ ฝาเตอะ ก็ว่า.
กะเตอะกะเติ่งอาการวิ่งกระโดดไปด้วยความยินดี เรียก กะเตอะกะเติ่ง อย่างว่า ทังหลายเพิ่นเทียวทางแป้นหาขัวแปลงใต่ โตสังมากะเตอะกะเติ่งเต้นโตนห้วยตลิ่งชัน (บ.)
กะเตอะกะเติ่นอาการหัวเราะอย่างร่าเริง เสียงดังฟังชัด เรียก หัวกะเตอะกะเติ่น หัวเตอะหัวเติ่น ก็ว่า.
กะเตอะลอดช่องชื่อภาชนะที่ทำด้วยสังกะสีเจาะเป็นรูกลมๆ สำหรับใส่ข้าวแป้งที่กวนแล้ว บีบลงน้ำร้อนทำเป็นลอดช่อง เรียก กะเตอะลอดช่อง.
กะเตาปลาแห้งที่อัดใส่กระบอกไม้ไผ่ทำด้วยปลาสร้อย ปลาหมากแปบ ปลาแตบ ก็ว่า เวลาจะกินจึงเอาออกมาปรุง เรียก ปลากะเตา อย่างว่า บุญเนาแค้นเข้าเหม้า ปลากะเตาแค้นบั้งไม้ไผ่ (บ.).
กะเตาร้อน (ส่วย).
กะเติกเสียงร้องของไก่ตัวผู้ร้องเวลาตกใจ.
กะเติกกะเติกเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงไก่ตัวผู้ร้องในเวลาตกใจดัง กะเติกกะเติก.
กะเตี่ยวชายกระเบน หางกระเบน ได้แก่ชายผ้าที่ม้วนแล้วเหน็บไว้ข้างหลัง เรียก กะเตี่ยว อย่างว่า อย่าได้เป็นคนฮ้ายชายชะเลลากกะเตี่ยว (ย่า) ตองตอยผ้าผืนเดียวฮ้อยขาดเหน็บเตี่ยวพุ้นยังเตี่ยวพี้ เหมิดมื้อค่ำดาย (บ.).
กะแตชื่อสัตว์สี่เท้าจำพวกใต่ไม้ ตัวขนาดกระรอกดำ ขนสองข้างมีสีขาวเป็นแซก เรียก กะแต อย่างว่า มอมเยืองไก้ หนูชิงกะแตต่าย (สังข์).
กะแตลอดขอนชื่อพรรณไม้พุ่มชนิดหนึ่ง มีหัว หัวใช้ทำยาได้ เรียก หัวกะแตลอดขอน หัวค้อนกะแต ก็ว่า.
กะแตะฝาขัดแตะทำด้วยไม้ไผ่ สานลายขัด ทำเป็นแผ่น สำหรับตากใบยาที่หั่นแล้ว ตากกุ้ง ตากปลา เรียก ฝากะแตะ.
กะแตแซฝาขัดแตะที่สานด้วยไม้ไผ่สำหรับปิดปากตะกร้าใส่ปลาในเวลาขัง เรียก ฝากะแตแซ.
กะโต่นฟักเขียว ฟักเขียวเรียก กะโต่น หมากโต่น ก็ว่า.
กะไตกรรไกร กรรไกรสำหรับตัดผมเรียก มีดกะไต มีดตะไก ก็ว่า.
กะไตขาตะไกร ขาตะไกรเรียก คางกะไต.
กะไต้ไต้ เครื่องจุดไฟชนิดหนึ่งทำด้วยขอนดอกคลุกน้ำมันยาง มัดเป็นดุ้นๆ เรียก ดุ้นกะไต้ ดุ้นกะบอง ก็ว่า สมัยโบราณใช้กะไต้นี้แทนตะเกียงน้ำมัน มัดหนึ่งมีสิบเล่ม สิบเล่มเป็นหนึ่งลึม
กะถาคำพูด เรื่อง ถ้อยคำ
กะถางชื่อภาชนะปากกว้าง ทำด้วยดินเหนียว เผาให้สุก ใช้สำหรับปลูกผัก ปลูกไม้ดอก เพื่อตกแต่งบ้านเรือนให้สวยงาม อย่างว่า ตาพี่แลเบิ่งน้ำเลยแห้งแอ่งกะถาง (บ.)
กะถาพันธ์นิทาน เรื่องที่แต่งขึ้น
กะถามุขคำแนะนำ ข้อความเบื้องต้นของเรื่อง
กะถารมคำปรารภ คำเริ่มต้น
กะถารามสวนเรื่อง สวนนิทาน หนังสือรวมเรื่อง หนังสือรวมนิทาน
กะถาสงเคราะห์หนังสือรวมเรื่อง หนังสือรวมนิทาน
กะถาสริสาครทะเลเรื่อง ทะเลนิทาน
กะถิกาผู้พูด ผู้แสดง เช่น ธรรมกถึกผู้แสดงธรรม
กะถิกาจารย์อาจารย์ผู้พูด อาจารย์ผู้แสดงธรรม
กะถินชื่อพรรณไม้จำพวกหนึ่ง มี 2 ชนิดคือ กะถินบ้านและกะถินป่า กะถินบ้านใช้ดอกใบและผลกินได้ กะถินป่าใช้ผลทำยาได้
กะถีบเครื่องดักสัตว์ป่าชนิดหนึ่ง ใช้ดักสัตว์ป่าขนาดเล็ก มีหมูและกวางเป็นต้น ใช้ไม้ท่อนกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 นิ้วฟุต ยาว 4 วา ปลายข้างหนึ่งผูกสายพาน อีกข้างหนึ่งตอกไว้กับดิน ปลายที่ผูกสายพานอ้าไว้เมื่อสัตว์มาเหยียบสายพาน ปลายที่อ้าจะลั่นลงทับ เรียก กะถีบ
กะถุนชื่อเครื่องยิงสัตว์ชนิดหนึ่ง คล้ายหน้าจ้างหรือคันธนู มีร่องตรงกลางสำหรับใส่ลูก ลูกใช้ก้อนดินหรือก้อนหิน คันนี้เรียก คันกะถุน คันกะสุน ก็ว่า ลูกเรียก ลูกกะถุน ลูกกะสุน ก็ว่า
กะโถนกระโถน ชื่อภาชนะใช้บ้วนน้ำลายหรือน้ำหมาก เรียก กะโถน สะโทน เงี้ยง ก็ว่า
กะทบถูกอย่างแรง
กะท่มชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง มักเกิดตามทุ่งนา ป่าโปร่ง และตามริมห้วยหนอง ดอกกลมและแข็ง เรียก ต้นกะท่ม ต้นท่ม ก็ว่า
กะทอชื่อเครื่องจักสาน ทำด้วยไม้ไผ่ก้นสี่เหลี่ยม รูปกลมสูง สำหรับใช้ในกิจการหลายอย่าง ใช้ทำอะไรก็มีชื่อเรียกไปตามนั้น เช่น ใส่เกลือเรียก กะทอเกลือ ใส่ข้าวปลูกเรียก ทอข้าวปลูก ใส่ยาสูบเรียก ทอยา ใส่พริกเรียก ทอหมากพริก
กะทอดพรึง ชื่อไม้เครื่องเรือนสำหรับตีปิดหัวตง รัดขอบเสาทั้งสี่ด้าน เรียก กะทอด กอดทอด ขอบทอด ก็ว่า
กะท่อมเลือดชื่อพรรณไม้เถาชนิดหนึ่งที่เหง้ามีหัวใหญ่ เวลาเฉือนออกเป็นชิ้นจะมีสีแดงคล้ายเลือด เรียก กะท่อมเลือด ท่อมเลือด ก็ว่า ใช้ทำยาได้
กะทัดเหมาะ พอดี การทำอะไรทำให้พอเหมาะพอดีเรียก กะทัด กะทัดรัด ก็ว่า
กะทาชื่อไม้กวาดชนิดหนึ่ง ทำด้วยแผ่นกระดาน กว้าง ๘ นิ้วฟุต ยาว ๑๕ นิ้วฟุต มีด้ามยาวขนาด ๑ วา สำหรับกวาดตามแจนา เรียก กะทา กาดทา ตาดทา ตะทา ก็ว่า.
กะทาชื่อนกชนิดหนึ่ง เวลามันร้องมันจะบอกชื่อของมัน เช่นมันร้องว่าตักก้อก้อตะลาดตาดทา คนจึงเรียกมันว่านกกะทา นกตะทา นกตาดทา อย่างว่า แม้นสัพพะสิ่งช้างม้ามิ่งในนคร ก็บ่กินเกียงหยุดอยู่ซงสลอนพร้อม กับทังเนื้อนกเลี้ยงประหิดเหียนหงส์เหิบ ขัวค่อขุ้มกะทากี้กางตอง.
กะท้างกิ้งก่ายักษ์ ชื่อสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้ายกิ้งก่า ขนาดเล็กเรียก กะปอม ขนาดกลางเรียก กะปอมก่า ขนาดใหญ่สีเขียวสลับแดงเรียก กะปอมท้าง กะท้าง กะทาง ก็ว่า อย่างว่า เหมือยหมีเหม้นกะท้างปอมแลนลิ่นก็ดี ขี้โกะยามแย้คณาเจี้ยมก่างตอง (สังข์).
กะทาดชื่อไม้เถาชนิดหนึ่ง เถามีหนามหัวและเถาคล้ายกลอย เกิดตามที่ลุ่ม เรียก เครือกะทาด.
กะทือชื่อผักชนิดหนึ่งจำพวกว่าน ใช้หัวและดอกกินเป็นอาหารได้ เรียก ผักกะทือ อือทือ ก็ว่า อย่างว่า สับหน่อข่าถืกหน่ออือทือ เหลือแต่คือมันหากบ่แม่น (ภาษิต).
กะทุนชื่อภาชนะชนิดหนึ่ง สานด้วยไม้ไผ่ กว้างยาวขนาดเรือนเกวียน รูปโค้งสูงขนาดคนนั่งได้ ทาด้วยขมุกสีดำใช้ครอบเกวียนแทนร่ม ใช้เวลานำสิ่งจำนวนมากไปขายโดยทางเกวียน เรียก กะทุนเกวียน ปะทุนเกวียน ก็ว่า.
กะทู้เจ็ดแบกชื่อคาถาประเภทหนึ่งมี ๗ บท ใช้ป้องกันภัยอันตรายต่างๆ ได้ เรียก กะทู้เจ็ดแบก กะทู้เจ็ดบท ก็ว่า.
กะเท่อเสมหะ, เศลษม์ เศลษม์ที่ติดในลำคอ ต้องคากออกแรงๆ จึงจะออกเรียก กะเท่อ ขี้กะเท่อ ก็ว่า.
กะเทินยังไม่ตั้งใจจริงเรียก กะเทิน ถ้าตั้งใจจริงเรียก ตกกะเทิน อย่างว่า ตกกะเทินว่าแต่ข้อยได้เจ้า เข้าอยู่เล้าบ่ให้ต่าวตำตัก หลัวแลฟืนบ่ให้ไปดงกว้าง สาลีเข้าฮวงเดียวบ่ให้เกี่ยว ชิให้ขดอ้อมป้อมซอมถ้าแต่แต่งโต (บ.)
กะเทียวถุงที่สานด้วยปอหรือป่านตาห่างๆ สำหรับใส่สิ่งของ มีกะติบและแอบเป็นต้น พายไปในเวลาไปทำไร่ไถนา หรือไปทำมาค้าขาย เรียก ถงกะเทียว อย่างว่า เมื่อนั้นหมาหมู่พร้อมเห็นฮูปพราหมณ์ชรา รุงรังถงไถ่ทอกะบั้ง สุนักขาเต้นสะยานโยงหุ้มใส่ พราหมณ์ก็ขึ้นต้มไม้ทังไห้ฮ่ำไฮ.
กะเทือนสะเทือน, หวั่นไหว.
กะเทือยผู้ชายที่มีอวัยวะเพศไม่แข็งเปรียบเหมือนมะเขือเผา ใช้การงานอะไรไม่ได้ มีเมียเมียนอกใจ ทางพระศาสนาห้ามไม่ให้บวช เรียก คนกะเอย กันเทือย ก็ว่า.
กะแทวชื่อพรรณไม้พุ่มชนิดหนึ่ง ตามกิ่งและลำต้นมีหนามงอและแข็ง เรียก ต้นกะแทว.
กะแทะเกวียนที่ไม่มั่นคงแข็งแรง เรียก กะแทะ เกวียนกะแทะ เกวียนระแทะ ก็ว่า.
กะนวนชะนวน การเอาดินปืนมาพันด้วยกระดาษหรือเศษผ้า ใช้เชือกมัดให้แน่น สำหรับจุดบั้งไฟ เรียก กะนวนบั้งไฟ อย่างว่า ไฟกะวางตามเส้นสายกะนวนมันขาด (ผาแดง).
กะน่องกะแน่งอาการพูดไม่ชัด มีเสียงแปร่ง เรียก เว้ากะน่องกะแน่ง กะหน้องกะแหน้ง ก็ว่า.
กะน่องม้าชื่อผักชนิดหนึ่ง ใบมีลักษณะเหมือนกลีบเท้าม้า ใช้กินเป็นอาหารได้เรียก ผักกะน่องม้า.
กะนานผลไม้ที่มีลูกกลม มีปุยอยู่ข้างใน เรียก กะนาน ทะนาน ก็ว่า.
กะนูนชื่อแมลงชนิดหนึ่ง มีปีกบินได้ กินใบไม้อ่อนเป็นอาหาร ขุดรูเป็นที่อยู่เรียก แมงกะนูน แมงจี่นูน ก็ว่า อย่างว่า บาแลเยี่ยมเห็นฮูกะนูนใหญ่ (หน้าผาก).
กะโนนก้อนเนื้อนูนทั้งสองข้าง เหนือตูดขึ้นมา เรียก กะโนนก้น ปะท้ายก้น ป้านท้ายก้น ก็ว่า.
กะไน่ชื่อสัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่ง ตัวเล็กชอบไต่ไม้คล้ายกระแต ขนแก้มสีแดงอ่อน เรียก กะไน่.
กะบงตากระบอกตา หลุมตาหรือขุมตา เรียก กะบงตา กระโบงตา ก็ว่า อย่างว่า แนใส่ก้นไปถืกกะบงตา นกก็เผิมเหวิมผามหวามตกอยู่เทิงปลายไม้ ตกถืกน้ำดังป๊กตกถืกบกดังท่วน ตกถืกป่าหญ้าป้องดังก้องทั่วเมือง คำเคืองเท้าจักรวาลทังสี่ คำหมู่นี้จาแท้บ่มี (เสียว).
กะบดความคด, ความไม่ซื่อตรง คดต่อพี่น้องเรียก กะบดพี่กะน้อง คดต่อบ้านเมือง เรียก กะบดบ้านกะบดเมือง คดต่อประเทศชาติเรียก กะบดประเทศชาติ.
กะบองกะไต้ ชื่อเครื่องตามไฟชนิดหนึ่ง เรียก กะบอง กะไต้ ไต้ ก็ว่า ชนิดที่ทำด้วยไม้ผุหรือขอนดอกคลุกด้วยน้ำมันยาง เรียก กะบองขี้ยาง กะบองขี้กะโตด ก็ว่า ชนิดที่ทำด้วยชันหรือขี้ชีเรียก กะบองขี้ชี ชนิดที่ทำด้วยยางพลวงที่ตกลงมากับขุยไม้พลาง เรียก กะบองขี้ตก
กะบองไม้ขนาดยาวชนิดหนึ่ง สำหรับใช้สู้รบตบตี เรียก ไม้กะบอง ตะบอง ตะพด ตะป๊ด ก็ว่า อย่างว่า มันก็เต้นไต่ก้อนผาล้านลากกะบอง (สังข์).
กะบ่องกะแบ่งผ้าที่ขาดเป็นรูเล็กน้อยนับรูไม่ได้ เรียก ฮูกะบ่องกะแบ่ง จ่องป่องแจ่งแป่ง ก็ว่า.
กะบะภาชนะไม้ก้นแบน มีขอบ ใช้เหมือนถาด อีกอย่างหนึ่ง ภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่ ใช้รองรับเกลือที่ตักขึ้นจากกระทะ.
กะบักกะบวนสมควร, เอาใจใส่ คนที่ทำอะไรตั้งใจทำเหมาะสมกับภาวะของตนเรียก เฮ็ดเป็นกะบักกะบวน.
กะบังหมวกแก๊ปที่มีแงบบังอยู่ข้างหลังเรียก หมวกกะบัง หมวกแก๊ป หมวกแงบ ก็ว่า.
กะบั้งเสื้อแขนสั้นชนิดหนึ่งของผู้ชายไม่มีกระดุม หลุมคอกว้าง เวลานุ่งสวมลงมาจากทางหัว เรียก เสื้อกะบั้ง.
กะบัดฉ้อ, โกง, ปกปิด การฉ้อโกงเอาทรัพย์สินเรียก กะบัด ตระบัด ก็ว่า.
กะบัวชื่อนกชนิดหนึ่ง มีสีขาว ตัวใหญ่ หากินปลาตามหนองหรือบึง เรียก นกกะบัว.
กะบานกตีทอง ชื่อนกชนิดหนึ่งเรียก นก กะบา อย่างว่า กะบาแตดแต้ฟานโป้งกระต่ายดง (เวส-กลอน).
กะบาทเป็นคำแทนชื่อของตนเองเวลาที่ใภ้เขยพูดกับเจ้าโคตร ปู่ย่า ตายาย.
กะโบกดากเชิงกราน.
กะปอมกิ้งก่า กิ้งก่าเรียกกะปอม กะปอมมีหลายชนิด ชนิดคอสีครามเรียก กะปอมก่า ชนิดคอสีแดงเรียก กะปอมคอแดง ชนิดมีลายสีเหลืองยาวตามข้างเรียกกะปอมไหม หรือกะปอมแม่ ก็ว่า ชนิดมีปีกบินได้เรียก กะปอมปีก ชนิดมีคอสีดำและสีแดง เรียก กะปอมขาง.
กะปีบชื่อภาชนะทำด้วยสังกะสี รูปสี่เหลี่ยม สำหรับใส่น้ำมันก๊าด เรียก กะปีบ ปิ๊บ ปีบ ก็ว่า.
กะเพียดภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่ รูปกลมยาวประมาณสามศอก สูงศอกเศษสำหรับรองดีดนุ่นหรือฝ้ายให้เป็นปุย ก่อนที่จะนำให้เป็นเส้น เรียก กะเพียด เพียด ก็ว่า.
กะโพกประทัด สิ่งที่จุดหรือเผาไฟแล้วมีเสียงดัง เรียกกะโพก มี ๔ ชนิด ชนิดที่ห่อดินปืนด้วยกระดาษเรียก กะโพกเจี้ย ชนิดห่อดินปืนด้วยใบลานเรียก กะโพกใบลาน ชนิดที่ใช้ดินปืนในกระบอกไม้ไผ่แล้วเผาไฟ เรียก กะโพกน้ำ.
กะฟกกะฟ่มอาการลุกลี้ลุกลน ฟกฟ่มฟกฟ่าม ก็ว่า.
กะมะพบโดยบังเอิญ ไปป่าพบเสือ ไปน้ำพบแข้ เรียก กะมะ คะมะ ก็ว่า อย่างว่า นางก็ตกคะมะไห้ดิ้นดั่นทั่งสลบ พระกาโยเหลืองหล่าตนตายกระด้าง มันค่อยตุ้มมโนนาฎเฮียงฮล ดาแคงควรแวดระวังองค์แก้ว (สังข์).
กะมังกะมอกุลีกุจอ การทำโดยเป็นเจ้ากี้เจ้าการ หรือทำโดยขยันขันแข็งเรียก กะมังกะมอ.
กะมับกะแมบการกระทำโดยหลบๆ ซ่อนๆ หรือลับๆ ล่อๆ เรียก กะมับกะแมบ มับมับแมบแมบ ก็ว่า อย่างว่า พี่นี้แนวผู้ฮ้ายคือลิงวอกวิแวก มับแมบลี้ทางย้านกะบอง (ผญา).
กะแมดชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ต้นกะแมด กำแมด ก็ว่า บ้านที่เอาชื่อของต้นไม้นี้มาตั้ง เรียก บ้านกำแมด.
กะโยมญาติโยม คนที่ไม่ได้บวชเป็นพระภิกษุหรือสามเณรเรียก กะโยม หรือพระภิกษุ สามเณร เรียกชาวบ้านว่า กะโยม.
กะหล่างชื่อภาชนะตักน้ำชนิดหนึ่ง ทำด้วยสังกะสี ปากกว้าง ก้นแหลม เรียก กะล่าง คุกะล่าง ก็ว่า.
กะออกชื่อนกขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งขนาดเหยี่ยว กินปลาเป็นอาหาร จะงอยปากและเล็บคมแหลม เรียก นกกะออก นกออหอ นกเยียวหวอด ก็ว่า อย่างว่า อุมลัวฮุ้งกาไนแกกะออก จิบก่าป้อเจียผ้ายกะแดบดิน (สังข์).
กะอูบชื่อภาชนะทำด้วยโลหะหรือไม้สำหรับใส่เครื่องประดับ มีเพชร พลอย สร้อย แหวน เงิน คำ และสิ่งที่มีราคาค่างวด เรียก กะอูบ อูบ ก็ว่า.
กะแอกนกกา (ข.).
กักกักอาการทำด้วยไม่ตั้งใจ เรียก กักกัก ก้อยก้อยกักกัก ก็ว่า.
กั๊กกั๊กเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงไม้กระทบกันดังกั๊กกั๊ก.
กักกืกโรคแซง้อ ชื่อโรคชนิดหนึ่ง เรียก ทำมะลากักกือ เวลาเป็นพูดไม่ออกหายใจไม่ได้ เพราะเศลษม์จุกรูคอ.
กังชื่อลิงชนิดหนึ่ง ทางสั้น เรียก ลิงกัง กะมุด กะมึดหางก้อม ก็ว่า.
กัลยานางงาม, นางสาวน้อย อย่างว่า ควรกูถอยคืนเข้าเป็นพระยาสองเล่า แลนอ นำเครื่องแก้วเถิงเถ้าเศรษฐี ขอเอาแก้วกัลยามาฮ่วม แม้นจักขีนท่านไท้พันช้างมอบมวล แท้แล้ว (สังข์).
ก่างก๊ะอาการที่ยืนก่างขา เรียก ยืนก่างก๊ะ เดินถ่างขา เรียก ย่างก่างก๊ะ.
ก่างก้ายอาการที่ยืนย่อตัวแล้วถ่างขาเดินไป เรียก ย่างก่างก้าย.
กางของดอกปีบ ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ดอกขาว มีกลิ่นหอม เรียก ต้นกางของ.
ก่างจ่างอาการที่ยืนถ่างขา เรียก ยืนก่างจ่าง เดินถ่างขา เรียก ย่างก่างจ่าง อย่างว่า ถี่กัดจัดขี้ช้างกะลอดห่างก่างจ่างขี้มอดกะคา (ภาษิต).
ก่างปอลำต้นของต้นปอที่ลอกเปลือกออกแล้ว เรียก ก่างปอ ขางปอ ก็ว่า.
กางฮุงคาง ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ต้นกางฮุง คางฮุง ก็ว่า บ้านที่เอาชื่อต้นไม้นี้ไปตั้งว่า บ้านกางฮุง บ้านวังกางฮุง ก็มี.
กาจับหลักชื่อตำราหมอดูแบบหนึ่งมี ๓ หลัก คือกาจับหลัก ไม้หักทับทาง นกยางคาบหนี ถ้าของเสียหายจะเป็นวันไหนก็ตาม ถ้าอยากทราบว่าของที่เสียวันไหนก็ตาม ถ้าอยากทราบว่าของที่เสียหายจะได้คืนมาหรือไม่ ให้กำหนดวันข้างขึ้นหรือข้างแรมเป็นเกณฑ์.
ก้าดก้าดเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงจุดบั้งไฟหมื่นบั้งไฟขึ้นท้องฟ้าดังก้าดก้าด ถ้าบั้งไฟโบดบั้งไฟตะไลเสียงจะดังแก้ดแก้ด.
กาดลีบ้าน, เมือง บ้านเมืองเรียก กาดลี อย่างว่า เลื่อนเลื่อนข้ามหลายถิ่นสวนสลาไสวเป็นกาดลีเมืองบ้าน (ฮุ้ง).
กาดำชื่อวรรณคดีอีสานเรื่องหนึ่งคือเรื่อง ท้าวก่ำกาดำ.
กาตอมเฮ่วชื่อมนต์ชนิดหนึ่ง มี ๒ ชนิดคือ กาตอมเฮ่วตัวผู้ กาตอมเฮ่วตัวเมีย จะเอาตัวผู้หรือตัวเมียมีค่าเท่ากัน สักใส่ซี่ฟัน ให้ไปทำพิธีสักที่ป่าช้า โบราณถือว่าเป็นมนต์ศักดิ์สิทธิ์.
ก้านตงชื่อพรรณไม้ขนาดเล็กชนิดหนึ่ง คู่กับผักหวานบ้าน เป็นผักใช้กินเป็นอาหารได้ ผักหวานบ้านและก้านตง นอกจากใช้กินเป็นอาหาร ยังใช้เป็นยาแก้ไข้ได้ด้วย.
ก้านตองก้านของใบไม้ที่มีใบติดทุกชนิด เรียก ก้านตอง เช่น ใบตองชาด ใบตองสะแบง ใบตองท่ม ใบตองกล้วย.
ก่านต่านสีที่ไม่เสมอกัน จะดำหรือขาวก็ไม่เชิง เรียก สีก่านต่าน.
ก้านย่าชะอม ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ลำต้นและกิ่งเป็นหนาม ใบเล็ก กลิ่นหอมฉุนใช้กินเป็นอาหารได้ กินกับซุบหน่อไม้ดีนัก เรียก ผักก้านย่า ผักกาดย่า ผักกะย่า ก็ว่า.
ก้านหญ้าชื่อไม้แก่นลำกลมเด็ก ยาวประมาณหกศอก ใช้เป็นแกนรองหญ้าคาทำให้เป็นตับๆ สำหรับมุงหลังคาเรียก ไม้ก้านหญ้า.
ก้านเหลืองชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง คล้ายกระทุ่ม มักเกิดตามริมน้ำ เนื้อละเอียดมีสีเหลือง เรียก ไม้ก้านเหลือง.
ก้าบก้าบเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงเป็ดตัวเมียร้อง ดังก้าบก้าบ.
ก่ามกุ่มบก ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งจำพวกกุ่ม ใบเป็นผัก ดองใช้กินได้ ผักดองเรียก ส้มผักก่าม ชื่อต้นไม้เรียก ต้นก่าม.
ก้ามเบื้อง, ข้าง, ฝ่าย เบื้องหรือฝ่ายเรียก ก้าม ก้ำ ก็ว่า เช่นข้างขวาเรียก ก้ำขวา ข้างซ้ายเรียก ก้ำซ้าย ฝ่ายเหนือเรียกก้ำเหนือ ฝ่ายใต้เรียกก้ำซ้าย อย่างว่า ท่อแต่โสกีก้ำแดนใดหายห่วง แค้นแต่ข้าพระบาทเจ้าใจข้องขอดขนัง (สังข์).
ก้ามแข็ง, กระด้าง อากาศแข็งตัวเรียก อากาศก้าม อย่างว่า อากาศก้ามแมนมากมาคอย (สังข์) เลือดข้น เรียก เลือดก้าม อย่างว่า เลือดหลั่งล้นไหลก้ามกาดดิน (สังข์).
กามทาชื่อเจ้าเมืองนครจำปา อย่างว่า ขอขาบพื้นพงศ์กิ่งกูรณา ฝูงมีของถวายแต่พอเพียงฮู้เมื่อนั้นมหากษัติรย์เจ้ากามทาชมชื่นต้านต่อข้าสองใช้บ่บัง (สังข์).
ก่ายทอด, พาด พาดกะ ไดเรียก ก่ายกะได อย่างว่า หากะไดก่ายไว้ให้หลานหล้าท่องเทียว (ย่า) ตีนหลังเหยียบชั้นฟ้าตีนหน้าก่ายขอบจักรวาล (เวส).
ก่ายคัด, ลอก การเอาเหล็กจารเขียนหนังสือในใบลาน เรียก ก่ายหนังสือ.
กาเรณุกาช้างพัง (ป.) ช้างตัวเมียเรียก ช้างพัง อย่างว่า เอกากาเรณุกา ยังมีแม่ช้างตัวหนึ่ง มีปกติตะเดินไปเหนืออากาศเวหา (เวส).
กาละสับฉิ่งเล็ก ฉิ่งเล็กเรียก กาละสับ อย่างว่า ดีแก่ไย่ไย่ฟ้าไหลหลีกดาราพุ้นเยอ เสียงกลองตบแม่โพนแกมฆ้องสวนไลพร้อมกาละสับเดืองเดิด ปี่ห้อก้องกลองตุ้มยิ่งระบำ (ฮุ่ง).
กาเลเรไร ชื่อแมลงชนิดหนึ่ง ร้องเสียงดัง เรียก กาเล กะเล็น กาเลน แมงง้วง ก็ว่า อย่างว่า ฟังยินกาเลฮ้องฮวนเสียงฉันขลุ่ย เป็ดป่องส้ามเสมอต้องติ่งคำ (สังข์).
ก้าวการแสดงท่าทางหยิ่งยโส อวดดื้อถือดี เรียก เป็นก้าว.
ก้าวหว้าวเหวอะหวะ แผลเพราะถูกมีดหรือขวานฟันเหวอะหวะ เรียก บาดก้าวหว้าว ข้าวหว้าว ก็ว่า ถ้าแผลเล็กเรียกบาดแข้วแหว้ว.
กาสะทึงชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ดอกเล็ก มีกลิ่นหอม เรียก กาสะทึง อย่างว่า กาสะทึงเสี้ยวแสนกอกลางเหล่า (กา).
กาสะเยียเครื่องสำหรับวางหนังสือใบลานชนิดหนึ่ง ทำด้วยไม้กลมแปดอันร้อยด้วยเชือกไขว้กัน เวลานำหนังสือใบลานไปเรียน จะวางหนังสือใบลานลงบน เรียก กาสะเยีย ขากะเยีย ขาสะเยีย ก็ว่า.
กิ้นสั้น มวนบุหรี่ที่สั้น เรียก กอกยากิ้น หมาหางสั้น เรียก หมาหางกิ้น ถ้าสั้นมาก เรียก กุ้น อย่างว่า หมาหางกิ้นหมั่นแกว่ง คนปากแหว่งหมั่นเว้า (ภาษิต).
กิ่นกิ่นอาการพุ่งออกของควันไฟเรียก กิ่น ถ้าพุ่งออกน้อย เรียก ควันกิ่นกิ่น ถ้าพุ่งออกมามากเรียก ควันกุ่นกุ่น กรุ่นกรุ่น ก็ว่า.
กิ่นติ่นอาการวิ่งไปโดยเร็วของงเด็ก เรียก แล่นกิ่นติ่น.
กินนะรอนคนครึ่งนก ท่อนบนเป็นคนท่อนล่างเป็นนก จะไปไหนมาไหนใส่ปีกบินเหมือนนก รูปร่างคล้ายผู้ชายเรียก กินรอน กินนร ก็ว่า อย่างว่า อันนี้แนวคนหรื้อกินรอนดั้นดุ่ง มานอ มันก็นีรมิตสร้างศาลกว้างฮาบงาม (สังข์).
กินแหนงแคลงใจ, สงสัย อย่างว่า วิบากแค้นคือคู่กินแหนง แลนอ (สังข์).
กีกซีกสีแดงช้ำ ตาที่แดงช้ำเพราะเป็นโรคตาแดง เรียก ตาแดงกีกซีก.
กีชีสีแดงช้ำ ตาสีแดงช้ำ เรียก ตาแดงกีชี.
กี้ดกี้ดมีเสียงดังอย่างดังอย่างนั้น เช่น เสียงสูดน้ำมูกของเด็กในเวลาเป็นหวัดดังกี้ดกี้ด.
กีบกี้ชื่อหอยน้ำจืดชนิดหนึ่ง ขนาดเล็กเรียก หอยกีบกี้.
กีโสผอม คนผอมเรียก กีโส จ่อย ก็ว่า อย่างว่า ท่อแต่กีโสก้ำแดนใดหายห่วง แค้นแต่พระบาทเจ้าใจข้องขอดขนัง (สังข์).
กึกกือมากมาย, แปลก, ประหลาด สิ่งที่มีมากมาย หรือประหลาดจนไม่สามารถที่จะคิดอ่านได้ เรียก กึกกือ พิลึกกึกกือ ก็ว่า.
กึดมึดดำ, มืด สีที่ดำคล้ำ เรียกสีกึดมึด คึดมึด ก็ว่า.
กึบประกบ, ปิด เอาของ ๒ อย่างมาประกบกัน เรียก กึบ.
กืกคนใบ้ คนที่พูดไม่ได้แต่หูไม่หนวก รู้คำพูดของคนอื่น อีกจำพวกหนึ่งทั้งพูดไม่ได้ทั้งหูหนวก คนสองจำพวกนี้ เรียก คนกืก ปากกืก ก็ว่า เมื่อต้องการอะไรก็ชี้ไม้ชี้มือ ใช้มือแทนปาก.
กื่อดื่อแข็งทื่อ สิ่งใดที่มีลักษณะสั้นและแข็งเรียก แข็งกื่อดื่อ ถ้าสั้นและใหญ่เรียก แข็งกู่ดู่.
กุกรรมความชั่วที่ทำด้วยกายวาจาและใจเรียก กุกรรม อย่างว่า ความชั่วที่ได้ทำในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ (สวดมนต์).
กุดหนองน้ำที่กว้างและยาว ต่อมาตื้นเขินขาดเป็นห้วงๆ ห้วงที่ขาดนี้แหละเรียก กุด เช่น กุดตอ กุดโดน กุดจับ กุดปลาขาว กุดศรีมังคละ.
กุดขาด, ด้วน เช่น คนมือขาดเรียก มือกุด ขาขาดเรียก ขากุด แขนขาดเรียก แขนกุด.
กุดตัด เช่น ตัดคอเรียก กุดคอ ตัดแขนเรียก กุดแขน ตัดขาเรียก กุดขา.
กุดดุดต้นไม้ที่ตัดเหลือไว้นิดหน่อยเรียก สั้นกุดดุด.
กุดมุดหมด, สิ้น ข้าวของเงินทองที่หามาได้ เก็บหอมรอบริบหยิบเอามาใช้จนหมดสิ้น เรียก กุดมุด.
กุเวรชื่อท้าวจาตูมมหาราชองค์หนึ่งประจำทิศอุดร ท้าวเวสสุวัณ ก็เรียก (ป.ส.).
กุศลกรรมบถทางที่เป็นบุญ ทางที่เป็นกุศลมี ๑๐ อย่างเรียก กุศลกรรมบถ คือ กายสุจริต ได้แก่ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม วจีสุจริต ได้แก่ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบไม่พูดเพ้อเจอ มโนสุจริต ได้แก่ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง.
กุสลกรรมบถทางที่เป็นบุญ ทางที่เป็นกุศล มีข้อความตรงกันกับกุศลกรรมบถทุกประการ.
กุสุมาดอกคำ (ป.).
กุสุมาลย์ดอกไม้.
กูคำแทนชื่อผู้พูด จะใช้คำใดคำหนึ่งก็ได้ ว่าฉัน, ข้า, กู หมายถึงตัวผู้พูดทั้งนั้นอย่างว่า เทื่อนี้กูแอ่วได้โดยประโยชน์อันคนิง แลเด มันก็ฮวายอาคมผาบผีชุมเชื้อ เมื่อนั้นผีเมืองย้านยักโขขามเดช เลยเล่าละหน่อแก้วกลางห้องพ่ายพัง (สังข์).
กู้เก็บ เก็บสิ่งของที่ใช้คืนมาไว้ที่เดิมเรียก กู้ เช่นเก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้ เรียก กู้เสื้อกู้ผ้า กางหูกแล้วม้วนไว้ เรียก กู้หูก ดักลอบดักไชแล้วเก็บไว้ เรียก กู้ลอบกู้ไซ.
กู้ยืม การยืมสิ่งของมากินมาใช้ เรียก กู้เข้ากู้ของ.
กูกเรียก, ร้อง การร้องเรียกหาเรียก กูก เอิ้น เอิน ก็ว่า อย่างว่า มันก็ลัดล่วงดั้นดงไม้กูกหา (กา).
กู่ซู่

อาการก้มหมอบยอบตัวของผู้ใหญ่เรียก ก้มกู่ซู่ ของเด็กว่า ก่อซ่อ.

กูดชื่อเถาวัลย์ชนิดหนึ่ง ใช้สำหรับผูกมัดหรือถักเชือกได้ เรียก เครือกูด.
กูดชื่อผักชนิดหนึ่ง ยอดอ่อนใช้เป็นผักกินได้ เรียก ผักกูด.
กูดหางเสือเรือ หางเสือเรือเรียก กูด เฮือ จังกูด (ข.) ก็ว่า อย่างว่า เดียวนี้เสียกูดท้าย โทมชิป้องก็บ่มี (สุด).
เกเกเร, สำส่อน หญิงที่หากินส่ำส่อนเรียก ญิงเก อย่างว่า กูนี้มีใช่สามานย์เชื้อญิงเกกางกาด มึงเอย ผัวกูยังอยู่ซ้อนชมชู้บ่ใช่การ ท่านเอย (สังข์).
เก้ปลอม, เทียม, ไม่จริง สิ่งที่ปลอมแปลงเรียก เก้ ถ้าเป็นของเรียก ของเก้ ถ้าเป็นนมเรียก นมเก้.
เกกเก ควายเขาเก เรียก ควายเขาเกก เขาเปก ก็ว่า คนเกเร เรียก คนเกก เกกมะเหรก ก็ว่า.
เกกเซกลักษณะใบหน้าที่บางและหน้ากระดูก เรียก หน้าเกกเซก.
เกกเวกอาการวางหน้าไม่สนิท เรียก เฮ็ดหน้าเกกเวก.
เกงชื่อเครื่องดักสัตว์ป่าชนิดหนึ่ง จำพวกกระต่าย สานด้วยเชือกปอหรือป่านตาห่างๆ เหมือนตาแห เรียก เกง ชิง ก็ว่า ดักกระต่าย คือห้างกระต่าย.
เก็งกะ, คาด, กำหนด การคาดราคา กะราคา กำหนดราคาสิ่งของ เรียก เก็ง เช่นเก็งกำไร เก็งบัตร เก็งเบอร์ เก็งน้ำฟ้าน้ำฝน.
เก่งกล้า, เข้มแข็ง, กล้าหาญ คนกล้าหาญไม่เกรงกลัวใคร เรียก คนเก่งอย่างว่า ดูที่มันเก่งกล้าตาเหลือกไปมา อันนั้นใจมันยังไป่วายวางฮ้าย เชิญหลานแก้วทำเสียมุดมอด จริงเถิ้น ฆ่าให้แล้วชาติสิ้นเสียซ้ำส่วงใจ เจ้าเอย (สังข์).
เก้งชื่อปลาเกล็ดชนิดหนึ่ง คล้ายปลาตะเพียน เรียก ปลาเก้ง ปลาอีเก้ง ก็ว่า.
เก้งชื่อหน้าไม้ชนิดหนึ่ง มีสายและคันที่แม่เจาะเป็นร่องสำหรับใส่ลูกหน้า เรียก หน้าเก้ง.
เก้งชื่อสัตว์ป่าชนิดหนึ่ง ตัวคล้ายสุนัขแต่มีเขา เรียก เก้ง อีเก้ง ก็ว่า อย่างว่า อีเก้งกินหมากขามป้อมไปคาคอมั่ง มั่งบ่ขี้สามมื้อกระต่ายตาย กระต่ายตายแล้วเหนอ้มเน่านำ (ปัญหา).
เก๋งเรือนหลังคาแบบศาลเจ้าจีนเรียก เฮือนเก๋ง.
เกงญานางสาวน้อย, นางงาม หญิงที่มีรูปร่างสวยงาม เรียก เกงญา กัญญา ก็ว่า อย่างว่า นางนั้นแนนกล่อมเกี้ยวท้าวชื่อศรีวิชัย บิดาดลนิมิตรเยืองพระองค์แก้ ภายลุนเลยเสียแก้วเกงญาลูกมิ่ง ท้าวต่างตุ้มผันผายสิ่งลม (สังข์).
เก่งเด่งอาการยืนเก้งก้างไม่สุภาพเรียบร้อย เรียก ยืนเก่งเด่ง.
เก็บปลิด ปลิดมะม่วงเรียก เก็บหมากม่วง ปลิดขนุนเรียก เก็บหมากมี้.
เกยที่สำหรับขึ้นลงราชยานของเจ้านายเรียก เกย อย่างว่า สะพ่มพร้อมอามาตย์ประดับดี ปูราชสิงหาส์นลวาดเพียงพรมล้วนยนยนช้างเชียงทองคับคั่งม้ามากเท้าเกยกว้างจอดจน (สังข์) ยั่งยั่งเที้ยนขุนนายเนืองแห่ ควาญเกี่ยวช้างเฮียงฮ้านแทบเกย (ฮุ่ง).
เกลียวเชือกสองเส้นขึ้นไปฟั่นเข้ากัน เรียก เกลียวเชือก.
เกษตรกรรมการทำไร่ไถนาปลูกพืชผักเลี้ยงสัตว์ การประมง การป่าไม้ (ส.).
เกาทัณฑ์ธนู
เก้าหลงชื่อนครหลวงของลาวสมัยโบราณ อยู่ทางภาคเหนือ เรียก นครเก้าหลง กาหลง ก็ว่า.
เก๊าะเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงไม้ขนาดเล็กหักดังเก๊าะ ไม้ขนาดใหญ่หักดังโก๊ะ.
เกิ่งเท่า, เสมอ, เหมือน เช่น คนรูปร่างสันทัด ไม่สูง ไม่ต่ำ เรียก ต่ำเกิ่ง การตีราคาค่าคนให้เท่ากับราคาค่าเมือง เรียก เกิ่งนคร .
เกิ้งเครื่องบังแสง เช่น เครื่องบังแสงตะเกียง เรียก เกิ้งตะเกียง พระจันทร์ ทรงกลด เรียก พระจันทร์ถือเกิ้ง พระอาทิตย์ทรงกลด เรียก ตาเว็นถือเกิ้ง วงของพระจันทร์ เรียก เดือนอีเกิ้ง.
เกิ่งเดิ่งลักษณะสิ่งของที่ไม่เสมอกัน ข้างหนึ่งต่ำ ข้างหนึ่งสูง ข้างที่สูงเรียก ชันเกิ่งเดิ่ง.
เกิ่นก่อน ใช้เหมือนคำว่าก่อน เช่น เดี๋ยวก่อน ว่า ฟ้าวเกิ่น.
เกิ้นการหวีผมชนิดหนึ่ง หวีให้ตกไปข้างเดียว เรียก ผมเชียงเกิ้น.
เกิ่นเติ่นโล่ง, เตียน คนที่มีผมโล่งเตียนเรียก ผมเกิ่นเติ่น ไก่ที่ถอนขนออกหมดเรียก โก่นโต่น.
เกิบรองเท้า รองเท้าของคนธรรมดาเรียก เกิบ ของพระราชามหากษัตริย์เรียก เกิบแก้ว .
เกิมหอก, ง้าว อย่างว่า ฮมฮมถือผาลาแบกเกิมแกมด้าง (ฮุ่ง).
เกียงชมพูสาแหรก ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง มีผลกินได้เรียก เกียง อย่างว่า บกพอกพร้อมยมหว้ากอกเกียง (สังข์).
เกียดชื่อพรรณไม้กอชนิดหนึ่ง คล้ายลำเจียก แต่เล็กกว่า เรียก ต้นเกียด.
เกียนตัดใบตองกล้วย เรียก เกียนใบตองกล้วย เจียน ก็ว่า
แกงชื่ออาหารมีน้ำจำพวกหนึ่ง มีหลายชนิด ชนิดที่มีน้ำพอดี เรียก แกงธรรมดา แกงผสมหลายอย่างเรียก แกงซั้ว แกงสงฆ์ แกงชนิดมีน้ำน้อย เรียก แกงอ่อม อย่างว่า คันซิเอาะอ่อมจ้ำอย่าได้ใส่น้ำหลาย มันชิใสแจงแลงบ่เป็นตาจ้ำ (ย่า)
แกง (นก)นกเงือก ชื่อนกชนิดหนึ่ง จำพวกนกกดและนกกะโดก เรียก นกแกง อย่างว่า นกกดแลนกแกง ชุมแซงแลคอก่าน ห่านฟ้าแลตะหลุม (เวส) ฝูงนั้นแกงกดเอี้ยงอำพาโพนโดก เปล้าป่าวไม้ลอลั้วบ่างบน (สังข์)
แกงขมสะเดาดิน ชื่อพืชชนิดหนึ่ง เกิดตามที่ชื้นแฉะ เช่น ตามปากบ่อ และทุ่งนา ใช้กินเป็นอาหารและเป็นยาแก้และป้องกันไข้ได้ เรียก ผักแกงขม ผักแกนขม ผักดางขม ก็ว่า
แกงแซงโลด ชื่อพรรณไม้จำพวกหนึ่งมีสองชนิด คือแกงแซงขาว แกงแซงแดง
แก่นต้นพ่อแม่หรือผู้เป็นใหญ่ในบ้านเมืองเรียก แก่นต้น อย่างว่า แม้นว่าการแก่นต้นตื้อติ่วหนาหนัก พี่จักอาสาขันขาดเองเอาได้ ชื่อว่าความทุกข์ส้มถมนาในโลก พี่บ่ให้ฮุ่งฮู้ความฮ้อนฮอดอวน พี่แล้ว (สังข์)
แก่นเมืองเจ้าเมือง เจ้าเมืองเรียก แก่นเมือง อย่างว่า เจ้าเมืองดีบ่เห็นแก่เงินแสนไถ้ เจ้าเมืองดีเห็นแก่ไพร่แสนเมือง (ภาษิต).
โก้สวย, งาม คนที่มีรูปร่างงสวยงามเรียก คนโก้.
โกกไหล่ทั้งสองข้างตอนติดกับต้นคอ เรียก โกก ขี่คอเรียก ขี่โกก การเล่นขี่คอ เรียก เล่นหมากโกก.
โกกโวกคนที่ซูบผอม มีหนังติดกระดูก เรียก จ่อยโกกโวก.
โกกิลาชื่อนกชนิดหนึ่ง เรียก นกดุเหว่า นกกาเวา ก็ว่า (ป.) อย่างว่า โกกิลานกกาเวาวงแวดเหล่า นกใส่เล่าเหตุการณ์ส่งข่าวสารทุกสิ่ง ฮ้องแล้วจิ่งบินไป (เวส) ฟังยินโกกิลาส้ามเสียงวอนฮ้องฮ่ำ พุ้นเยอคะยอมยั่งย้อยบานบ้างหล่นเหลือง (สังข์).
โก่งต้นไม้ที่มีผลก่องลงมาเรียก โก่ง อย่างว่า หมากโก่งดั้วประมาณท่อลำขา (สังข์).
โก่งโก๊ะอาการที่ผู้ใหญ่ยืนย่อตัวลง เรียก ยืนโก่งโก๊ะ.
โกญจานกกะเรียน (ป.).
โกญจนาทร้องเหมือนเสียงนกกะเรียน.
โกฏิชื่อจำนวนเลข นับแต่หน่วย สิบร้อย พัน หมื่น แสน ล้าน โกฏิ โกฏิมีจำนวนเท่ากับสิบล้าน อย่างว่า อันว่าสมบัติล้นกองมณีนับโกฏิ พิชสล้างล้วนรือไฮ้ห่างแคลน (สังข์).
โกโด่ลักษณะของสิ่งของที่ยาวยื่นออกมาเรียก โก่โด่.
โกทาคนทา ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งเรียก ต้นโกทา จำพวกเดียวกับต้นโกนาและโกส้ม.
โกธาโกรธ (ป.) อย่างว่า เลยเล่าเห็นแก่นแก้วพิเศษศิลป์ชัย เขาก็โกธาหวงฮ่อเชยไชใกล้ มึงนี้ชายเดียวน้อยแดนใดดั้นดุ่งมานั้น รือเล่าละพี่น้องแนวเถ้าเที่ยวตายดั่งนี้ (สังข์).
โกนโพลง ช่องที่กลวงลึกเข้าไปเรียก โกน เช่น โกนดาก โกนไม้ อย่างว่า กับแก้เข้าโกนโพนโลนหัวออก กำปั้นกูตอกมันหลุบเข้าไป ปุ้มแพรยัดมันกัดแพรออก กำปั้นกูตอกมันหลุบเข้าไป (กลอน).
โก่นโต่นเปลือย, เปล่า คนที่เปลือยกายแบบนุ่งลมห่มฟ้า เรียก ปะโตโก่นโต่น ก่นโต่น ก็ว่า.
โกบไม้ที่เป็นรางคว่ำทับกัน เรียก ไม้โกบ เช่นไม้โกบทับหลังคา.
โกบนิ้วมือนิ้วตีนที่งอเข้ากัน เกิดเพราะความหนาว เรียก มือโกบตีนโกบ ตีนโกบมือจัง ก็ว่า.
ไกที่สำหรับเหนี่ยวเรียก ไก เหนี่ยวให้ปืนลั่น เรียก ไกปืน เหนี่ยวให้หน้าเก้งลั่น เรียก ไกหน้าเก้ง เหนี่ยวให้หน้าจ้างลั่น เรียก ไกหน้าจ้าง.
ไก่สัตว์จำพวกมีปีก มีหลายชนิด เช่น ไก่ที่มีฤทธิ์เดช สามารถสู้รบตบตีได้ชัยชนะไม่มีแพ้ เรียก ไก่แก้ว ไก่ที่มีขนหางงอนลง มีขนไม่ดก คนชอบเอาไปเลี้ยงผีปูผีตาผีตาแฮก เรียก ไก่กุ้ม ไก่ป่า เรียก ไก่ขัว ไก่ที่มีเหนียงหย่อนลงเหมือนงวงช้าง เรียก ไก่งวง .
ไก้กระจง ชื่อสัตว์ป่าชนิดหนึ่ง ที่เขามีหงอน เรียก ไก้ เขาของไก้รูปร่างคล้ายมะพริกสุก เขานี้ป้องกันภัยอันตรายได้ ไก้ตัวใดถ้าเขายังมีอยู่จะแคล้วคลาดจากศัตรูทั้งมวล อย่างว่า มอมเยืองไก้หนูซิงกระแตต่าย กะเล็นฮอกจ้อนเหนอ้มห่านหอน (สังข์).
ไก่เขือกไก่หัวหน้าฝูง ไก่ตัวที่บอกเวลาขัน เช่น จะขันกก ขันกลาง ขันฮวย ไก่ตัวนี้จะบอก เรียก ไก่เขือก อย่างว่า ไก่เขือกชั้นชมแขกขันเนือง พอดีสูรย์พุ่งมาเมิลแจ้งเมื่อนั้นบาบุญเจ้าศิลป์ชัยมานอก น้ำดอกไม้พรมล้างอาบองค์ (สังข์).
ไก่นาชื่อนกชนิดหนึ่ง หากินข้าวเปลือกและอาหารตามท้องนา เรียก นกไก่นา.
ไกลห่าง, ไม่ใกล้, ยาว อยู่ห่างกันเรียก ไกลกัน อย่างว่า หมากส้มนับมื้อไกลเกลือ หัวเฮือนับมื้อไกลฝั่ง ดอกสะมั่งนับมื้อไกลจากต้น ดมแล้วกลิ่นบ่หอม (กลอน) นับมื้อไกลกันแล้วหัวอินทร์เสด็จจาก หน้าผากไกลกระด้นคราวมื้อกูกบ่เห็น (หน้าผาก).
ไกลาสชื่อภูเขาลูกหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัย เชื่อว่าเป็นที่สถิตของพระอิศวรในศาสนาพราหมณ์ เรียก เขาไกลาส ไกรลาส ก็ว่า. อีกความหมายหนึ่ง คือ ชื่อสีชนิดหนึ่ง ขาวเหมือนสีเงินยวง.
ไกวแกว่ง อย่างว่า ฟังยินลมล่วงต้องไกวกิ่งสาขา พุ้นเยอ สุรภาเบยบ่ายสีแสงส้วย ยุติบั้นสุมณฑาทังไพร่ ไปชมสวนดอกไม้ยอไว้ที่ควร ก่อนแล้ว (สังข์) ดอกหนึ่งสาวบ่าวค้านสงสัยต้นบ่สูงพอไคแค่หน้า ดวงหนึ่งเมื่อลมไหวฮสฮ่วง ลุกทั่วดินแดนฟ้าท่วยไท้ถือวี (ฮุ่ง).
ไกว่ไขว้ นอนขาขัดกันเรียก นอนไขว่ห้าง เอาไม้สองอันไขว้กัน เรียก ไม้กากบาทไกว่กัน อย่างว่า สังขราชฮู้ฮักพี่เฮวแฮง ไกลกระจัดไกว่ตีนตำต้อง เป็นแสงล้ำลางไฟฟองเดช สังขราชกล้ากลายสู่บ่ถอย (สังข์).
ไกว่หล่อขุดดินใต้ชายคาให้เป็นร่องเพื่อกันน้ำที่ตกจากชายคาไม่ให้ไหลเข้าไปใต้ถุนเรือน เรียก ไกว่หล่อ ดินที่ขุดดั้นเป็นคูเรียก ป้องหล่อ.
ไกวัลทั้งมวล, ทั่วไป อย่างว่า ข้าขอวันทาน้อมไกวัลคุณขอบ (มาตา).
ไกสรชื่อนางในวรรณคดีอีสานเรื่องสุริย์วงศ์ ชื่อ นางไกสร เกสรก็ว่า.
ไกสร (เกสร)ผงละเอียดของดอกไม้เรียก ไกสร เกสร ก็ว่า เช่นไกสรดอกเกด.
ไกสร (สิงโต)สิงโต สิงโตเรียก ไกสร อย่างว่า แม้นว่าสัพพะสิ่งช้างเดียระดาษแสนสัตว์ ไกสรสีห์ซู่คณาเนืองเฝ้า เสือสางเหม้นเหมือยหมีหมาป่าก็มา ลิงวอนเต้นโตนค้างค่างชะนี ฯ เห็นทังนิโครธไม้พันพุ่งไพรขวาง เห็นทังคูหาแก้วไกสรแสนส่ำ เฮืองฮุ่งเข้มไขพ้นพุ่งโพยม (สังข์).
กุลาทุ่งใหญ่ เรียกท่งกุลาฮ้องไห้ พยัคฆภูมิ ทุ่งปู่ป๋าหลานก็ว่า ที่เรียกพยัคฆภูมิน่าจะเป็นเพราะมีดงใหญ่ใกล้ทุ่งที่เต็มไปด้วยสัตว์ดุร้าย ที่เรียกท่งปู่ป๋าหลาน คงจะหมายเอาปู่กับหลานเดินข้ามทุ่งนี้ เมื่อปู่จะคอยหลานก็กลัวจะค่ำมืดเสียก่อน ต้องรีบเดินจึงทิ้งหลานไว้
กู่อาศรม, ศาลา, ปราสาทที่มียอดสูง อย่างว่า ทันที่คำเหลืองเหลื้อมพรายพรายแก้วกู่ที่นั้นท้าวยี่ผู้แพงล้านพ่อฮา หั้นแล้ว (ฮุ่ง)
การสูตรขวัญผู้ที่จะสูตรขวัญสมัยโบราณมีหนังสือสูตรขวัญเป็นหนังสือใบลานจารด้วยตัวธรรมหรือตัวไทยน้อย เวลาสูตรจะกางหนังสือออกเหมือนกับพระเทศน์ สมัยนี้หมอสูตรขวัญนิยมสูตรปากเปล่า ไม่มีหนังสือไปด้วย.
คนฮู้เป็นคนดี รู้จักกาลเทศะ
แหงดกลิ่นเหม็นฉุน, กลิ่นฉุน, เหม็นสาบ
กะส่างแม่มันเถาะก็ช่างแม่มึงเถอะ, ช่างแม่ง เป็นคำสบถเมื่อรู้สึกไม่ได้ดังใจหรือทำอะไรไม่ได้แล้ว
กะส่างก็ช่าง, แล้วแต่
กะซางก็ช่าง, แล้วแต่
กะซางแม่มันเถาะก็ช่างแม่มึงเถอะ, ช่างแม่ง เป็นคำสบถเมื่อรู้สึกไม่ได้ดังใจหรือทำอะไรไม่ได้แล้ว
กะสั่นถ้าอย่างนั้น, เพราะฉะนั้น
กะหยอนเพราะ เหตุ อย่างว่า
กะย่อนเพราะ เหตุ อย่างว่า
กะย้อนเพราะ เหตุ อย่างว่า
ก่านมีสีขาวคาด หรือลักษณะเป็นรอยด่าง
กางดาง

ลงตาข่ายดักปลา

กางมอง

ลงข่ายดักปลา

กองเฟียง

กองฟาง

กิ้นยาสูบ

ก้นบุหรี่ มวนบุหรี่ที่ถูกสูบไปเกือบหมดมวน

กะเทยหัวโปก

สาวประเภทสองที่อยู่ระหว่างวัยเด็กจะโตเป็นวัยรุ่น

กองเข่าก่องข้าวเหนียวนึ่ง
กวดกาตรวจ,ตรวจตรา
ก้วยอีออง (ผลไม้)กล้วยน้ำว้า
กะส่างก็ช่าง,ไม่ใส่ใจ,ช่างเถอะ
กะย่อนว่ามิน่าหล่ะ,เพราะ,เป็นเพราะ,เป็นเพราะว่า
กะย่อนมิน่าหล่ะ,เพราะ,เป็นเพราะ,เป็นเพราะว่า
กะหยอนมิน่าหล่ะ,เพราะ,เป็นเพราะ,เป็นเพราะว่า
ขี้กะปอมกิ้งก่า
กะลังกล่อง,ลังกระดาษ
กะโลกกะล๊ากเฉิ่ม,ม้าดีดกระโหลก,กะโหลกกะลา
โอบการจับหรือถือสิ่งของโดยใช้สองมือ, จับ, ถือ, กำ
กะคุ

ถังน้ำที่มีหูหิ้ว

กะด้อ

อะไรนักหนา มากเกินไป

กะท่อนั้นตั่ว

ก็แค่นั้นแหละ

กะท่อนั้นตั้ว

ก็แค่นั้นแหละ

กะท่อนั้นตั๊ว

ก็แค่นั้นแหละ

เกี้ย

กระดาษ