พจนานุกรมภาษาอีสานหมวด "ก"

คำศัพท์อีสานความหมาย
กางกี้นกกางกี้,นกแก้ว
กุด (ขา)ด้วน , ขาด
ก่องโน้มลง , ย้อยลง
เกื้อเอื้อเฟื้อ
ก่อสร้างขึ้น
กกไม้ต้นไม้
โกนโพรงไม้
ก่องข้าว,กองเข่าก่องข้าวเหนียวนึ่ง
กระติบข้าวก่องใส่ข้าวเหนียวสุก
กลืนลึดๆกลืนโดยไม่เคี้ยว
กระโบ่งตากระบอกตา
กระต่าตระกร้าใส่ของต่างๆ
กระแตกระแต,กระรอก
ก่อง (คิ้ว)คิ้วโก่ง
แกงเจาะแกงใส่น้ำนิดๆ
แกงซั้วแกงธรรมดา
เก่าเหิงของเก่านมนาน
เกล้าผมมวยผม
เกือยแก้แก้ไข
เกือย (ตัก)ตัก , ตักออก
เกี่ย (อุ้ม)อุ้ม,แบก
กายตัว, ร่างกายผ่าน, ผ่านหน้าไป
ย่างกายเดินผ่าน (กายในที่นี้แปลว่าผ่านไป)
เกษิมเกษมสุข
กงโลกทั่วโลก เขตจักรวาลหรือโลกเรียก กงโลก อย่างว่า ควรที่อัศจรรย์ล้ำโลกา กงโลก มีในห้าสิบชาติ แท้เทียวใช่ส่งเวร (สังข์)
กวม (นั่ง)นั่งทับ , นั่งคร่อม
กกขาโคนขา
กวนบ้านผู้ใหญ่บ้าน
กุฎโฎไก่
เกิบแก้วรองเท้าขลิบด้วยแก้ว
เกือกตมเกือกขี้โคลน
เกกลางกาดหญิงโสเภณี
กาขาวกาเผือก
กกแรก, ทีแรก, เริ่มแรก, ลูกผู้เกิดทีแรก เรียก ต้นข้าวปักดำทีแรกเรียก เข้ากกแฮก.
กลางเว็นกลางวัน
กวด,กวดกาตรวจ,ตรวจตรา
เกิบรองเท้า
กัสสโปเต่า
กังสะดาลระฆังวงเดือน
กกบักขามต้นมะขาม
กดทรงวางมาด, ขี้เต๊ะ ,เก๊กหล่อ ทำท่าปั้นปึ่งขึงขังแสดงตนว่ามั่งมีศรีสุข อย่างว่า เพิ่นกะกดทรงโก้คือโตใหญ่ ตั้งทีแท้เข้าชิจี่เกลือจ้ำฮองท้องแม่นบ่มี (บ.).
ก่นเจาะ, ขุด ใช้เสียมขุดดินให้เป็นหลุม หรือเป็นบ่อ
กบกินตะเวนการเกิดสุริยุปราคา
กะซางเถาะก็ช่างเถอะ
กระโตกถาดที่ใช้สำหรับใส่อาหารต่างๆ
กลับเฮียนกลับบ้าน
กลายยามเลยเวลา,เวลาผ่านพ้นไปแล้ว,ล่วงไปแล้ว,เลยเวลาที่จะทำ
กลิ้งเกลือกลิเลือลักษณะกระวนกระวาย,ทุรนทุราย,กระฉับกระส่าย
กวยโต่งเต่งลักษณะของอาการ แกว่งไปแกว่งมา
ก้วยออง, ก้วยอีออง (ผลไม้)กล้วยน้ำว้า
กองจู่นพูนทำให้เป็นกอง , นำมารวมกันให้เป็นกอง , รวมกันมากๆ
กองก้นจูดกูดลักษณะอาการของคนหมอบหัวลงแล้วยกก้นขึ้น
ก้องแขนกำไล
ก่องจ่องกริยา การกระทำที่ดูแล้วไม่เข้าท่า หรือว่ายังไม่ชำนาญ อาการที่หลังของเด็กขด เรียก ขดก่องจ่อง ถ้าหลังผู้ใหญ่ว่า ขดโก่งโจ่ง ก่งจ่ง ก็ว่า.
กองดากนั่งยองๆก้น
กองเฟืองกองฟาง
กองอ้อกยอกกองเต็มพื้น
ก้องใต้หรืออยู่ใต้
ก้อนเส่าก้อนเส่า คือนำก้อนหิน 3 ก้อน วางไว้เพื่อตั้งหม้อทำกับข้าว หรือทำเป็นเตาไฟ
ก้อมสั้น, ไม่ยาว, เตี้ย, หด
ก้อยๆกั้กๆอาการของคนลังเล หรือ จะทำอะไรก็ไม่ทำ
ก้อม้วน ,พัน, การพันม้วนเข้าหากัน
ก๋อเกี่ยว , เกาะเกี่ยว
กะซาง,กะตามซ่าง,กะส่างก็ช่าง,ไม่ใส่ใจ,ช่างเถอะ
กะเซอะกะเซิงฟูไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย
กะญอน,กะหยอน,กะย่อน,กะย่อนว่า,กะญ่อนวามิน่าหล่ะ,เพราะ,เป็นเพราะ,เป็นเพราะว่า
กะด้อกะเดี่ยอะไรจะขนาดนั้น,มากมาย , มากเกินไป, ออกหน้าออกตา
กะทักกะถั่นลักษณะอาการของคนเร่งรีบ
กะบ่วง ช้อน
กะเบียนถาดสำหรับทำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วให้เย็นก่อนที่จะเก็บเข้าภาชนะบรรจุ
กะปอม,ขี่กะปอม,ขี้กะปอมกิ้งก่า
กะโป๋กะลามะพร้าว
กะโพกประทัด
กะลอเครื่องเคาะสำหรับให้สัญญาณ
กะลื้ดกะล้าดไม่สะอาด ไม่เรียบร้อย
กะลุม,กะลังกล่อง,ลังกระดาษ
กะเลิงเบิ๊บ,กะโลกกะล๊ากเฉิ่ม,ม้าดีดกระโหลก,กะโหลกกะลา
กะแลมไอติม,ไอศครีม
กะเสินว่ะนับประสาอะไร
กะหยอนว่ามิน่า, มิน่าล่ะ
กะหย่าก็ช่าง,ช่างเถอะ,ช่างมัน
กะล่างใต้ถุน,ข้างล่าง
กะเอาคาดคะเน
กั้งโกบลักษณะอาการมือป้อง สายตามอง ยกมือข้างหนึ่งวางไว้เหนือคิ้ว เรียก กั้งโกบ เพื่อตั้งการมองดูข้างล่าง ไม่ให้แสงข้างบนมากระทบ.
กัดแข่วบืนกัดฟันสู้
กับบาดทันทีทันได
กับไฟไม้ขีด
กั๋วใช่แล้ว
ก้านส่องสัตว์
ก้านจองทับพี
ก่านด่าง , มีรอยเปื้อนเป็นแห่ง ๆ, กระด่างกระดำ
ก้ามลักษณะของอาการแห้งพอหมาดๆ
กาย (หย่างกาย)ผ่าน
ก่ายพาด , วางทับด้านบน
ก้ำแห่งหน,ฝ่ายพวก,พวก
ก่ำก่าก่ำก่า หมายถึง ทำอะไรเป็นได้แค่พอทำได้ ไม่ชำนาญ หรือรู้แบบงู ๆ ปลา
กิ๋เกี้ยมจิ้งจก
กินข้าวงายรับประทานอาหารมื้อเช้า
กินข้าวแลงรับประทานอาหารมื้อเย็น หรือมื้อค่ำ
กินข้าวสวยรับประทานอาหารมื้อกลางวัน มื้อเที่ยง
กินดองแต่งงาน,การแต่งงาน
กิ้นสั้น,สั้นลง, สั้น, สั้นมาก บางครั้งก็ใช้คำว่า กุ้น
กิ่วคอด หรือเล็ก เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึงกำลังจะขาด
กีดเกะกะ , ขวางทาง
กึงเกร็ง
กึ่มเป็นคำด่า เสียดสี ประมาณว่าโง่ ไม่เอาไหน
กืกใบ้,เป็นใบ้
กุก กุก เกีย เกียอยู่ข้างๆไม่ไกลไม่ใกล้
กุ๊ดดุ๊ดสั้นมาก ๆ ๆ
กุ่น ๆฝุ่นตลบ , รีบร้อน
กุยเหม็นสาบ
เกิ่งเท่ากัน, เท่าทียมกัน, เทียบเท่า, เสมอ
เกินไม้ที่ใช้ช่วยในการปีนขึ้นที่สูง
เกิบโบกรองเท้าผ้าใบ,รองเท้าหุ้มส้น
เกียเลี้ยง ให้อาหาร ใช้กับสัตว์
เกี่ยขี่หลัง
เกี้ยงตั๊บหมดเกลี้ยง,ไม่เหลืออะไรเลย
เกี่ยวกินตีนเหน็บกินเท้า, เป็นเหน็บที่เท้า
เกี่อยลักษณะของการตัก
เกือการให้อาหารสัตว์
เกือบถืกเกือบถูก
แก้งเช็ด
แกนไหว,ทำได้
แกนแข็ง
แก่น (แกน)แกน กลางของต้นไม้,เก่ง ดื้อ ฉลาดแกมโกง
แก่น (คุ้นเคย)อยู่เป็นที่,อยู่อย่างปักหลักปักฐาน,อยู่ติดบ้าน,คุ้นเคย
แก่น (แข็ง)แข็ง,แน่น
แกมกันปน,ปนกัน,ด้วยกัน
แก่การดึง,ลากหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ
โกนทาดทาดลักษณะของการนอนกรนเสียงดังมาก
โกบ,โอบการจับหรือถือสิ่งของโดยใช้สองมือ, จับ, ถือ, กำ
โก้งดงาม ,เท่ห์ ,ดี ,ถูกใจ
ไก่ผู่โอกไก่ตัวผู้ตัวโตเต็มวัย,ไก่โต้ง,
ก้อยชื่ออาหารชนิดหนึ่ง ทำจากเนื้อ ปลา กุ้ง ที่ดิบ ๆ คล้ายลาบ
กับแก้ตุ๊กแก
กะไตกรรไกร
กระบมภาชนะชนิดหนึ่งทําด้วยไม้นำมาขุดเป็นรูปวงกลมมีขอบ ด้ามสั้น สำหรับสงข้าวเหนียวที่นึ่งสุกใหม่ ๆ หรือคนข้าวเหนียวนึ่ง ให้ลดความร้อนก่อนนำไปใส่ในกล่องข้าว และยังใช้เป็นภาชนะรองถ้วยชามเป็นสำรับ กระโบม หรือ โบม ก็เรียก
กระโบมภาชนะชนิดหนึ่งทําด้วยไม้นำมาขุดเป็นรูปวงกลมมีขอบ ด้ามสั้น สำหรับสงข้าวเหนียวที่นึ่งสุกใหม่ ๆ หรือคนข้าวเหนียวนึ่ง ให้ลดความร้อนก่อนนำไปใส่ในกล่องข้าว และยังใช้เป็นภาชนะรองถ้วยชามเป็นสำรับ กระบม หรือ โบม ก็เรียก
กกแข่วรากฟัน
กกแนนคู่ครองที่เคยอยู่กินกันมาหลายภพหลายชาติ, บุพเพสันนิวาส, เนื้อคู่ สายแนน ก็เรียก คู่ครองที่เคยอยู่กินกันมาหลายภพหลายชาติ หรือที่โบราณเรียกว่าบุพเพสันนิวาสนั้น เรียก กกแนน กกมิ่ง กกแนน สายมิ่ง สายแนน ก็เรียก อย่างว่า อันหนึ่งกกแนนเจ้าขูลูบาบ่าวทังอ่อนน้อยยังเกี้ยวกอดกันบ่เด (ขูลู)
กกหูกด้ายหรือไหมที่ตัดไว ้ติดกับฟืม กกหูกสำหรับต่อกับเครือหูก ในเวลาจะทอครั้งต่อไป
กกเหงือกลิ้นไก่
กงเขตแดน, บริเวณ, สิ่งที่มีลักษณะกลมหรือคล้ายวงกลม
ก๊งโก๋ะอาการยืนหรือเดินทำหลังโก่งค่อม และมักจะมีคำสร้อยต่อว่า ก๊งโก๋ะก๊งโก้ย ก๊มโก๋ะ ก็เรียก
ก๊มโก๋ะอาการยืนหรือเดินทำหลังโก่งค่อม และมักจะมีคำสร้อยต่อว่า ก๊มโก๋ะก๊มโก้ย ก๊งโก๋ะ ก็เรียก
โก่งโด่งลักษณะชี้ขึ้นข้างบน
ก้นขี้ถั่งก้นกระแทก, ล้มลงก้นกระแทกกับพื้น
ก้นต่งก้นใหญ่, บั้นท้ายใหญ่ หรือก้นโป้ เรียก ก้นต่ง.
โก่โด่ลักษณะของสิ่งของที่ยาวยื่นออกมา
โก้กโวกผอม, ซูบผอม มักจะใช้เป็นคำขยาย ซึ่งจะหมายถึงผอมมาก ๆ
โก้กโซกเศร้า, หมอง, หน้าตาหม่นหมอง
แก่แด่ชี้ตรง, อาการอื่น ๆ ที่มีลักษณะแข็งและตรง โดยมักใช้ขยาย เพื่อบ่งบอกว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่มีขนาดเล็ก เก่เด่ (ใช้สำหรับสิ่งที่มีอาการคล้ายกัน) ก็เรียก
เก่เด่ชี้ตรง, อาการอื่น ๆ ที่มีลักษณะแข็งและตรง แก่แด่ (ใช้สำหรับสิ่งที่มีอาการคล้ายกัน แต่มีขนาดเล็ก) ก็เรียก
เก้กเซกลักษณะใบหน้าที่บางและผอมแก้มตอบ
กู่ซู่อาการก้มหมอบตัวของผู้ใหญ่ ถ้าเป็นอาการของเด็ก เรียก ก่อซ่อ
ก่อซ่ออาการก้มหมอบตัวของเด็ก ถ้าเป็นอาการของผู้ใหญ่ เรียก กู่ซู่
กีกซีกสีแดงช้ำ
กิ่นติ่นอาการวิ่งไปโดยเร็วของเด็ก โดยผู้พูดพูดด้วยความเอ็นดูเด็ก ๆ
กุ้นกุ้นอาการพุ่งพวยออกของควันไฟที่ไม่ได้มากนัก กิ้นกิ้น, กุ้มกุ้ม ก็เรียก
กุ้มกุ้มอาการพุ่งพวยออกของควันไฟที่ไม่ได้มากนัก กุ้นกุ้น, กิ้นกิ้น ก็เรียก
กิ้นกิ้นอาการพุ่งพวยออกของควันไฟที่ไม่ได้มากนัก กุ้นกุ้น, กุ้มกุ้ม ก็เรียก
กุ้นสั้น, สั้นมาก กิ้น ก็เรียก
กุดด้วน
กิ่งดิ่งสูงชัน, ชัน
ก้าวหว้าวเหวอะหวะ
ก่นโต่นล่อนจ้อน คนที่ไม่นุ่งเสื้อผ้า นุ่งชุดวันเกิด เรียก ก่นโต่น หรือ ก่นต่น
กะบองกะไต้ ชื่อเครื่องตามไฟชนิดหนึ่ง เรียก กะบอง กะไต้ ไต้ ขี้ไต้ ก็ว่า
กะบั้งกระบอกไม้ไผ่มีข้อข้างหนึ่งทำไว้สำหรับตักน้ำ หรือใส่สิ่งของต่างๆ
กระจอนตุ้มหู เครื่องประดับหูของหญิงสาว ทำด้วยเงิน ทอง ทองคำ มี 2 ชนิด
กระจ้อน-ชื่อสัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่ง ตัวเล็กคล้ายกระรอก หรือกระแต หน้าแหลม -เล็ก แกร็น เช่น ม้าตัวเล็กและผอม เรียก ม้ากระจ้อน ม้าบักจ้อน
กระป่อม (ตักน้ำ)ภาชนะสานด้วยไม้ไผ่ รูปยาวก้นแหลม ทาด้วยชันคล้ายก้นคุ ใช้เชือกหย่อนลงตักน้ำในบ่อลึก
กระป่อม (ตาข่ายดักปลา)ลำเผือกหรือลำสะโน ไม้สองชนิดนี้มีน้ำหนักเบา ตัดยาวขนาดคืบผูก เชือกห่างกันประมาณ 1 ศอก ขึงในเวลากางมอง เรียก ป่อมมอง
กระพ้อมอุปกรณ์ที่มีไว้สำหรับเก็บข้าวเปลือกที่ฟัดออกมาแล้วมาเก็บไว้เพื่อไว้ขายหรืไว้เพาะปลูกอีกคาว
กล้องขากำไลขา
กล้องแขนกำไลมือ ,กำไลแขน
กลอยชื่อไม้เถาชนิดหนึ่งจำพวกมัน มีหัวกินได้ หัวดิบมีพิษ คัน ต้องแช่น้ำให้จืดแล้วนึ่งให้สุก กินแทนข้าวได้
ก่องแก่งเดินย่องไปมาอย่างว่องไว เรียก ย่างก่องแก่ง
ก่อจ่ออาการที่เด็กนั่งห่อตัว
กอดจอดของที่กองรวมกันไว้
ก่อด่ออาการที่ของเล็กๆ และสั้นยื่นออกมา
กากซากอาการที่มีของแหลม หรือมีสิ่งที่หยาบๆอยู่เป็นจำนวนมาก
กิ่นกิ่นอาการที่มีควันหรือฝุ่นละออง
โกกโซกคนที่มีร่างกายเศร้าหมองเรียก หม่นโกกโซก.
กระโด้นท้ายทอย
กะโมะพอดี, ประจวบเหมาะ, พบโดยบังเอิญ
กลิ่นกลั้วรสหอมระคนกัน, รสกล่อมกล่อม
กระสัณท์อยากจะได้
แก ๆ ฮ้องเสียงนกร้อง
กีบฟ้าเมฆ, ก้อนเมฆ, กลีบเมฆ
กวมสวม
กะจังว่าก็นั่นน่ะสิ
กองอ้วกย้วกลักษณะคนล้มทรุดตัวลงกองกับพื้น
กี่เผา ใช้กับการทำอาหารให้สุก คล้ายการปิ้งหรือย่าง โดยวางบนไฟตรง ๆ ซึ่งจะใช้ไฟค่อนข้างแรง หรือบางทีอาจจะซุกไว้กับขี้เถ้าที่ยังมีความร้อนอยู่
พยัญชนะตัวต้นของพยัญชนะทั้งหมด เป็นพวกอักษรกลาง ใช้เป็นตัวสะกดในแม่กก
ก็ก็เป็นคำต่อหรือแต่งความให้ติดกัน โบราณเขียนจุดบอดไว้บนหัว
ก๊กก๊กมีเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงเคาะไม้
กกแข้วรากฟัน
กกุธ์ห้าเครื่องหมายความเป็นพระราชาธิบดี ๕ อย่าง คือ ๑.มงกุฎ ๒.พระขรรค์ชัยศรี ๓.เศวตฉัตร ๔.แส้จามร ๕.ฉลองพระบาตร ทั้ง ๕ นี้เรียกว่า กกุธ์ห้า กุกกุห้าก็เรียก อย่างว่ากุกกุภัณทะห้าของพระยาปางก่อน พี่ก็ยอยกม้วนองค์อ้วนผู้เดียว (สังข์).
กกุสนธ์พระนามพระพุทธเจ้าองค์แรกที่เกิดในภัทรกัปนี้ เรียก พระกกุสันธะ กุกกุสันธะก็เรียก ในภัทรกัปนี้มีพระพุทธเจ้ามาเกิด ๕ พระองค์ คือ พระกกุสันโธ พระโกนาคมโน พระกัสสโป พระโคตโม พระอริยเมตตรัยโย (ป. กกุสนธ).
กง (ดื้อ)ดื้อ พยศ ขัดขืน คนดื้อด้านไม่ฟังคำสั่งสอนเรียก คนกง โกง ก็ว่าอย่างว่า อย่าชะกงหลายถ้อน หัวคานงงไม้ไผ่ป่า คันกะต่าบ่ห้อยบ่มีได้อ่านแอ่นกลางฯ อย่าซะกงหลายถ้อน หัวคานงงไม้ฮวก บ่แม่นพวกหมู่นี้ ใผชิโก้ยขึ้นนั่งชาน(บ.).
กง (แม่กง)ชื่ออักษรที่มีตัว ง สะกด เรียกว่า แม่กง หรือ มาตรากง
ก่ง (เก่ง)ผู้เก่งกล้า ผู้มีความสามารถ อย่างว่า เมื่อนั้นผู้ก่งท้าวทรงเทศเป็นพระยาวางธรรมถวายผนวชไลลาไว้ บัวนางล้อมระวังเพ็งพื้นล่าง ถวายเสื้อผ้าทังม้าวมิ่งแหวน (สังข์)
ก่ง (คิ้ว)โค้ง คิ้วโค้ง เรียกคิ้วก่ง เช่น คิ้วก่งกวมตา อย่างว่า ออระม่อยหน้าคิ้วก่งคันศร ขนตางอนสิ่งนางเมืองฟ้า ทันตาแข้วขาวงามปานแว่น ฮูปอ้อนแอ้นนางฟ้าก็บ่ปาน (บ.)
ก่งทำให้โค้ง เช่น ก่งคันศร ก่งธนู ก่งหน้าไม้ โก่ง ก็ว่า อย่างว่า หน้าพ่อข้อยชื่อว่าคำแพง แสนคนขึ้นขาเดียวบ่ก่ง บาดว่าพ่อข้อยขึ้นขาซ้ายก่งมา (เสียว) ก่งเอ๋ยก่ง ก่งเสนงเขามั่งก่งได้กงนวย ก่งเอยก่ง ก่งเสนงเขาควาย มันโชดกล่อมแอวพรานอยู่โล้งโค้ง (กลอน).
ก้งกลม มน ใหญ่ เช่นผ้าตาใหญ่เรียกผ้าตาก้ง เห็ดดอกใหญ่เรียก เห็ดตาก้ง ใช้ควบกับม้งเป็นม้งก้งก็มี เช่น มืนตาม้งก้ง.
ก่งเกื้อเกื้อกูล, อุดหนุน, เจือจุน อย่างว่า ขอให้คึดก่งเกื้อยามใช้ช่วงการ (กา) ขอให้น้องก่งเกื้อเยื้อนโผดกูร์ณา (สังข์)
กงแก้ววัน เดือน ปีเกิด เรียก กงแก้ว กงชะตา ดวงชะตา
ก่งโก๊ะอาการยืนหรือเดินทำหลังโก่งเรียกก่งโก๊ะ ก่งโก้ย ก็ว่า อย่างว่า เจ้าผู้จึ๊กจิ๊จื้น ขามะเฮ็งเก้ากิ่ว สังบ่โก๊ะก้มโก้ยคลายเล่นอยู่ขี้ดินพุ้นนอ (ผญา)
กงไกวเหล็กสว่าน เหล็กสำหรับเจาะไม้และเจาะเหล็ก เรียก เหล็กกงไกว กงกวย ก็ว่า
กงคำราชรถเรียก
กงจักรสิ่งที่มีลักษณะเป็นวงกลม เช่น กงเกวียน กงล้อ กงรถ เรียก กงจักร อย่างว่า นำกงจักรจากไปปอมเว้น (สังข์)
กงชมพูที่, ใน
ก่งด่งอาการชี้ขึ้น เช่น วัวตื่นวิ่งไปหางจะชี้ก่งด่ง อย่างว่า งัวถือเชิงหางชี้ก่งด่ง แล่นข้วมท่งลัดป่าลัดดอน บ่ได้กินได้นอน มันกะบ่เมื่อย
กงดินเขตดิน เรียก กงดิน
ก้งตาเว็นพระอาทิตย์ทรงกลด ก้งตาเว็น เกิ้งตาเว็น กะว่า
กงเต็กการทำบุญให้ผู้ตายของนักบวช นิกายจีนและญวน มีการสวดและเผากระดาษที่ทำเป็นรูปต่างๆ (จ.)
กงน้ำเขตน้ำ
กงพัดระหัด, พัดลม.
กงพื้นเขตแผ่นดิน
กงเมืองเขตเมือง เรียก กงเมือง อย่างว่า มีในเขตขงกงเมืองสิวิราช (เวส) ท้าวก็คอยเห็นกงเมืองชั้นผีหลวงฮ้อยย่าน (สังข์) ข่อยเห็นกงเมืองชั้นจำปายาวย่าน (กา) ฟังยินซว่าซว่า ฮ้องกงราชเป็นจาน (สังข์) คอยเห็นกงเมืองก็พระยาขอมพอผอมผ่อ (ผาแดง)
กงราชเขตเมืองหลวง เรียก กงราช อย่างว่า ฟังยินซว่าซว่าก้องกงราชเป็งจาน (สังข์)
กงราชมณเฑียรเขตเรือนหลวงเรียก กงราชมณเฑียร อย่างว่า คื่นคื่นก้องกงราชมณเฑียร (สังข์).
กงวัฏสิ่งหรือสถานที่มีลักษณะคล้ายกงจักร เพราะคลำหาต้นสายปลายเหตุไม่พบ เรียก กงวัฏ หรือสังสารวัฏ คือ เกิดแก่เจ็บตาย ไม่มีที่สิ้นสุดจนกว่าจะบรรลุพระอรหัต
กงสถานถิ่น, สถาน, ที่ สถานที่เรียก กงสถาน อย่างว่า กงสถานกว้างเกียงลมเลียนตาด (กา)
กงสะเด็นชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งมีผล เวลาผลแก่เต็มที่ผลจะแตกกระเด็นตกไปในที่ไกล เรียก ต้นกงสะเด็น
กงสีหุ้นส่วน, บริษัทที่บุคคลหมู่หนึ่งทำขึ้น เช่น กงสีต้มกลั่นสุรา.
กงหลากงไนสำหรับกรอด้าย กรอไหม เรียก กงหลา อย่างว่า เหล็กในบ่มีกงหลาแล้วชิกลายเป็นเหล็กส่วน มีผัวบ่มีลูกเต้าเขาชิเอิ้นแม่หมัน (ย่า).
กงห้วยเขตห้วย เรียก กงห้วย อย่างว่า ฟังยินอุมลัวเหินโฮ่นันกงห้วย (สังข์).
กงหันระหัด พัดลม เครื่องวิดน้ำเข้านา เรียก กงพัด กงหัน ก็ว่า คนโบราณอีสานเมื่อต้องการน้ำในแม่น้ำขึ้นมาทำนาก็ใช้กงพัดหรือกงหัน ดึงเอาน้ำขึ้นมา เรียก หมากปิ่น ก็ว่า อย่างว่า เชื่อกงหันลมต้องปิ่นหันลิ่นลิ่นปานคนหมุน(กลอน).
กฎ (จด)จด บันทึก การจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานเรียก กฎ อย่างว่า ก็จิ่งลงลายแต้มกฎเอาคำปาก (ฮุ่ง).
กฎ (ระเบียบ)ประเพณี ระเบียบ ข้อบังคับ ระเบียบที่คนหมู่หนึ่งคณะหนึ่งวางไว้ เพื่อให้คนหมู่หนึ่งในคณะทำเสมอกัน.
กฎกรมกรมหรือหน่วยงานย่อยที่แยกออกจากหน่วยงานใหญ่ แต่ละกรมมีอธิบดีกรมเป็นหัวหน้า ข้อบัญญัติที่เจ้ากรมออกไว้ โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายเรียก กฎกรม ข้อบัญญัติที่เจ้ากระทรวง เจ้าทบวง เจ้ากรมบัญญัติจะต้องไม่ขัดกับกฎหมาย ถ้าขัดกับกฎหมาย ข้อบัญญัติก็เป็น โมฆะหรือ โมฆียะ.
กฎกรรมกรรมคือการกระทำ แยกออกเป็น ๒ อย่าง คือทำดีและทำชั่ว ทำดีได้รับผลดี ทำชั่วได้รับผลชั่ว นี่คือกฎของกรรม.
กฎกระทรวงข้อบัญญัติที่เจ้ากระทรวงออกโดยอาศัยอำนาจตามที่กฎหมายให้ไว้เรียก กฎกระทรวง ข้อบัญญัติที่เจ้ากระทรวงออกนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ภายในกระทรวงปฏิบัติให้ถูกต้องตามตำแหน่งของตนๆ.
กฎแกวดนับจำนวน, กำหนดจำนวน การกำหนดนับจำนวนเรียก กฎแกวด อย่างว่า กฎแกวดเผี้ยนตายเมี้ยนมากหลาย(กา).
กฎทบวงทบวงคือหน่วยงานหนึ่งที่เทียบเท่ากระทรวง หรือลดหลั่นกระทรวงลงมา ข้อบัญญัติที่เจ้าทบวงตราไว้ เพื่อบริหาร เรียก กฎทบวง.
กฎธรรมธรรมะ คือ ข้อที่ควรประพฤติปฏิบัติ ข้อที่ควรประพฤติปฏิบัติมีมากมายก่ายกอง เมื่อจะสรุปลงคงได้แก่สุจริต คือความประพฤติดีทางกาย เรียก กายสุจริต ประพฤติดีทางวาจา เรียก วจีสุจริต ประพฤติดีทางใจ เรียก มโนสุจริต
กฎธรรมชาติธรรมชาติคือสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือตามวิสัยของโลก สิ่งนั้นได้แก่คนและสัตว์เป็นต้น คนก็ดีสัตว์ก็ดี จะเกิดขึ้นต้องอาศัยปัจจัย ถ้าหมดเหตุหมดปัจจัยก็ดับไป แล้วเกิดขึ้นมาใหม่ หมุนเวียนเปลี่ยนไปจนกว่าจะถึงจุดจบ.
กฎธรรมดาธรรมดาคืออาการหรือความเป็นไปของคนและสัตว์ เมื่อคนและสัตว์เกิดขึ้นมาแล้ว จะต้องเป็นไปตามธรรมดาของโลก ธรรมดาของโลกนั้นจะต้องกิน จะต้องนอน จะต้องป้องกันภัยอันตราย จะต้องสืบพันธุ์คนและสัตว์ที่เกิดมาแล้วจะเป็นอย่างนี้ นี่คือกฎของธรรมดา.
กฎบ้านระเบียบที่ชาวบ้านร่วมกันบ้านร่วมกันตั้งขึ้น เรียก กฎบ้าน เช่นการปลูกเรือน ใครจะปลูกเรือนจะต้องไปช่วยเหลือกันทั้งผู้หญิงผู้ชาย ผู้หญิงไปหาอาหารมาเลี้ยง ผู้ชายไปจัดการปลูกทำให้เสร็จในวันเดียว การดำนา เกี่ยวข้าว ตีข้าว ถ้ามีความจำเป็นก็ขอแรงญาติให้ไปช่วย
กฎมนเทียรบาลข้อบัญญัติพิเศษเกี่ยวกับพระราชฐานและพระราชวงศ์.
กฎวัดระเบียบที่ชาววัดร่วมกันตั้งขึ้นเรียก กฎวัด เป็นกฎเฉพาะ ไม่เกี่ยวกับวัดอื่น เช่น ระเบียบทำวัตรสวดมนต์ ระเบียบการศึกษาเล่าเรียนระเบียบการบำเพ็ญธรรมกรรมฐาน กฎเหล่านี้อำนวยความสะดวกให้ชาววัดเมื่อถึงเวลาแล้วไม่ต้องปลุกเตินเอิ้นป่าวกันเพราะระเบียบได้ระบุไว้แจ้ง
กฎศีลศีลคือข้อห้าม ศีลของศาสดาแต่ละศาสนาบัญญัติไว้ไม่เหมือนกัน สำหรับพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าผู้เป็นพระบรมศาสดา ได้บัญญัติศีลแด่พุทธบริษัทไม่เคร่ง ไม่หย่อน พอเหมาะพอดี ถ้าผู้ใดประพฤติปฏิบัติได้ก็มีความร่มเย็นเป็นสุขไม่มีภัย ไม่มีเวร ประสบแต่ความสุขความเจริญ
กฎหมายบทบัญญัติซึ่งผู้ที่มีอำนาจได้ตราขึ้นไว้ เพื่อใช้ปกครองคนภายในประเทศให้ได้ความยุติธรรม ความเป็นธรรมและความชอบธรรม ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษตามที่ได้ระบุไว้ในกฎหมาย กฎหมายนั้นมีมากเมื่อจะย่อลงคงที ๓ อย่างคือ ๑. กฎหมายอาญา ๒. กฎหมายแพ่ง ๓. กฎหมายพาณิชย์
กฎอัยการศึกกฎหมายที่ตราขึ้นใช้ในเวลาที่จำเป็น เช่นเมื่อบ้านเมืองเกิดข้าศึกสงครามหรือความไม่สงบจะต้องตรากฎหมายขึ้นใช้ในภาวะเช่นนี้ กฎหมายนี้เรียก กฎอัยการศึก อำนาจบริหารบ้านเมืองตกอยู่ในอำนาจทหาร ทหารจะใช้กฎนี้ไปจนกว่าบ้านเมืองจะสงบสุข.
กฎุมพีคนมั่งมีเรียก กฎุมพี กฎมพีต ก็ว่า อย่างว่า ยังมีกฎมพีตเชื้อสถิตที่นครหลวง พาราญสีเมืองทีปชมพูภายพื้น (เสียว).
กฎปรากฏ, สังกฏ อย่างว่า สังกฏว่ามันมา แต่บ่เห็นมา จักมันไปใส (บ.) ผากฏ ก็ว่า อย่างว่า ผากฏแก้วสุมุณฑาทรงฮูปโฉมยิ่งเพี้ยงแพงไว้แว่นใจ (สังข์).
กฎีเรือนเป็นที่อยู่อาศัยของพระภิกษุสามเณร เรียก กฎี กุฏี กะฏีก็ว่า (ป.กุฏิ).
กฐินผ้าที่นำไปถอดถวายแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษาครบสามเดือนเรียกผ้ากฐินกฐินมี ๒ ชนิดคือ จุลกฐินและมหากฐิน กฐินที่ทำให้สำเร็จในวันเดียวเริ่มแต่ปั่นด้าย ทอ เย็บ ย้อมเป็นต้นเรียกจุลกฐินกฐินแล่นก็เรียก กฐินที่ใช้เวลานานและจัดเตรียมบริขารบริวารถวายพระได้มากเรียกมหากฐิน.
กฐินฮังโฮมกฐินสามัคคีเรียก กฐินฮังโฮม กฐินชนิดนี้มีเจ้าภาพร่วมกันหลายคนจุดประสงค์ก็เพื่อจะรวบรวมเงินไปสร้าง กุฏิ วิหาร ศาลา การเปรียญ หรือสร้างสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นสาธารณะกุศล.
กด1.)แม่กด หรือ มาตรากด. 2.)ชื่อปลาจำพวกหนึ่ง มีเงี่ยง ไม่มีเกร็ด เรียก ปลากด 3.)นกกด ชื่อนกกดจำพวกหนึ่ง มี 2 ชนิด คือชนิดสีดำปนแดง ตาสีแดงร้องเสียงปูดๆ หรือปืดๆ เรียก นกกดปูด หรือ นกกดปืด ชนิดตัวเล็กขนลายเรียก นกกดห่อย หรือ นกกดไฟ 4.)คำกำกับชื่อปี ในวิธีนับจุลศักราช กดตรงกับเลข ๗. 5.)บังคับ, ข่มเหง กดขี่ข่มเหงเรียก กด
กดเพศไว้ท่า อวดทรง แสดงท่าทางว่ายังหนุ่มแน่น ไม่ทุกข์จนค่นแค้น อย่างว่า บ่าวก็กดเพศ ไว้ให้สาวดิ้นดั้นตาย (สังข์).
กดราคาตีราคา, กำหนดค่า เช่น เมื่อพระเวสสันดรจะสั่งให้สองกุมารแก่ชูชก ก็กำหนดราคาลูกทั้งสองไว้
กดวาทพูดจาท่าทีใหญ่โต เรียก กดวาท อย่างว่า มันก็ปองมิ่งแก้วโลมลูบจอมขวัญ เมื่อนั้นนางคราญขมเคียดเค็มฟุนป้อย ดูราชายโทนเถ้ายักโขผีผาด มึงหากกดวาทเว้ามีได้เวทนา ท่านเอย (สังข์).
กดหน้าก้มหน้า ธรรมเนียมคนโบราณถือการยืนเป็นการเคารพอย่างสูง เมื่อเข้าเฝ้าเจ้านายจะต้องก้มหน้า การก้มหน้านี่แหละเรียก กดหน้า อย่างว่า หลายส่ำถ้วนทุกปากปุนแถลง สองนายเมืองผ่อกายกดหน้า สาวกระสันเยื้อนใยความประสงค์สวาก เจ้าพี่ข้อยลืมน้องหน่ายแหนง (สังข์).
กตัญญูกตเวทีผู้รู้คุณแล้วตอบแทนคุณท่าน พึงทราบบุคคลหาได้ในโลก ๒ จำพวกคือ ๑.บุพพการี ผู้ทำอุปการะก่อน ๒.กตัญญูกตเวที ผู้รู้คุณแล้วตอบแทนคุณ บุพพการีมี ๔ จำพวก คือ ๑.พ่อแม่ ๒.ครูบาอาจารย์ ๓.เจ้านายผู้ปกครอง ๔.พระพุทธเจ้า
กตาธิการบารมีที่ได้สั่งสมไว้ หรือบุญที่ได้สั่งสมไว้ (ป.).
กตาภินิหารบุญอันยิ่งที่ได้สั่งสมไว้ (ป.)
กติกาข้อตกลง, ข้อบังคับ, สัญญา (ป.).
กถาคำ, ถ้อยคำ, เรื่อง, คำอธิบาย, คำกล่าว (ป.).
กถาพันธ์คำประพันธ์, คำร้อยกรอง (ป.).
กถามุขคำนำ, ข้อความเบื้องต้นของเรื่อง, คำที่เป็นแนวทาง (ป.).
กทลีกล้วย (ป.) อย่างว่า เจ้าผู้คีงเหลืองล้ำกทลีกล้วยบ่ม (สังข์).
กนชื่ออักษรที่มีตัว ญ ณ น ร ล ฬ สะกด เรียกว่า แม่กน หรือ มาตรากน.
ก่น (เจาะ)เจาะ
ก่นเสาะหา, แสวงหา
ก้นส่วนเบื้องล่างหรือส่วนท้ายของลำตัวเรียก ก้น.
กนกทองคำ (ป.)
ก้นกบปลายกระดูกสันหลังที่สุดลงมาข้างล่างของคน เรียก ก้นกบ ก้นของกบก็เรียก ก้นกบ.
ก้นกอกยาก้นบุหรี่
กนโกชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งใบอ่อนใช้เป็นผักกินได้ ก้นโก ก็ว่า อย่างว่า เฮี้ยมนี้เป็นดั่งตาลปลายด้วนกนโกอยู่กลางท่งฮากบ่เหลือเครือบ่เกี้ยวโทนโท้อยู่แต่ลำคันเครือขิกบ่มาเกี้ยวใบ เครือหวายบ่มาเกี้ยวก้าน ตาลต้นส่วนอยู่พลอย แท้แล้ว(ผญา).
ก้นโกนชื่อต้นหว้าขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ก้นกลวง เมื่อสุกสีม่วงกินได้เรียก หมากหว้าก้นโกน.
ก้นขี้ทวารหนัก ก้นดาก ก็ว่า.
ก้นครกชะมดด้าว ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ต้นก้นครก.
ก้นคุก้นต่า, ก้นสอบ, ก้นไซ, ก้นบุง, ก้นกะติบ, ก้นแอบ, ก้นแอ่ง, ก้นอุ, ก้นหม้อ, ก้นไห สารพัดก้นซึ่งก็หมายถึงข้างล่าง หรือส่วนสุดของสิ่งเหล่านั้น.
ก้นเงนก้นที่งอนออกมามาก เรียก ก้นเงน ก้นโงน ก็ว่า.
ก้นแงนก้นงอน ก้นที่งอนออกมาข้างหลัง เรียก ก้นแงน อย่างว่า ญิงใดก้นแอ้งแถ้งแงนก้นเบิดคืนหลัง ดังโขโมคือยักษ์ย่างแพนแงนก้น ญิงนั้นจนเถิงเถ้าใจเบาเคียดง่าย อย่าได้หมายอยู่ซ้อน เมือหน้าบ่ดี (คำสอน).
ก้นชันพริกชี้ฟ้า ชื่อพริกชนิดหนึ่งเรียก หมากพริกน้อยก้นชัน.
มดก้นชันชื่อมดชนิดหนึ่ง สีดำเรียก มดก้นชัน.
ก้นโดก1.)นกโพระดก ชื่อนกชนิดหนึ่งมีชื่อเรียกหลายอย่าง เรียก นกก้นโดก โกนโดก กะโดก โพนโดก 2.)ชื่อพรรณไม้เล็กชนิดหนึ่ง ลำต้นสูงศอกเศษ ใบใช้กินเป็นผักได้ เรียก ผักก้นโดก ผักกะโดก ก็เรียก.
ก้นถ้วยชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ก้นถ้วย.
ก้น - ล่ง (กลอง)กลองยาว ชื่อกลองชิดหนึ่ง มีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่นเรียก กลองก้นล่ง กลองยาว กลองตบ กลองเถิดเทิง อย่างว่า เตาะก้นล่งล่ง กลองบ้านท่งดังแท้อีหลี เปิดเบิ่งหีสาวนางบ้านใต้ เพิ่นแต่งไว้เป็นกาพย์กลอน สายสมรอาวอาแม่เถ้า (เชิ้งกลอง).
ก้นล่งยุงก้นปล่อง ชื่อยุ่งชนิดหนึ่งกินเลือดคนและสัตว์ไม่รู้จักอิ่ม เลือดไหลออกทางก้น เรียก ยุงก้นล่ง ก้นโล่ง ก็ว่า.
ก้นลีบก้นปอด ก้นที่เล็กและเหี่ยว เรียก ก้นลีบ.
ก้นฮวกก้นเสี้ยม ก้นที่แหลมและเล็ก เรียก ก้นฮวก.
กนิษฐภคินีน้อง (ป.ส.) อย่างว่า บ่ได้สุขอยู่สร้างเสวยราชเป็นพระยา คนิงแพงศรีชู่วันมีเอื้อน กำสุดโอ้กนิษฐาเจ้าพี่กูเอย ปานนี้ยักษ์ฆ่าเจ้ากินแล้วฮู้ว่ายัง นั้นเด(สังข์).
กนิษฐภาดาน้อง คู่กับเชษฐาพี่ เรียกขนิษฐาก็มี.
กบ1.)ชื่ออักษรที่มีตัว บ ป พ ฟ ภ สะกด เรียกว่า แม่กบ หรือ มาตรากบ. 2.)สัตว์สี่เท้าตัวใหญ่กว่าเขียด อยู่ได้ในน้ำหรือบนบกก็ได้ เป็นสัตว์ประเภทครึ่งน้ำครึ่งบก เรียก กบ มีหลายชนิด อย่างว่าพี่นี้คนผู้ฮ้ายลี้อยู่คือกบ เห็นคนมาหลูบลิลูลงลี้(ผญา) . 3.)เครื่องมือช่างไม้ ทำด้วยเหล็กมีรางทำด้วยไม้ สำหรับใสไม้ให้เรียบ มีหลายชนิด เช่น กบสั้น กบยาว กบฮ่อง เป็นต้น.
กบฎการประทุษร้ายต่อบ้านเมือง, ความทรยศ, ผู้ทรยศ ขบถ ก็ว่า (ส.).
กบาลกะโหลกศีรษะ,กระเบื้อง(ป.ส.กปาล) หัว (ข.) เช่น เขกกบาล เรียก เขกหัว.
กบินทร์พญาลิง กเบนทร์ ก็ว่า (ส.).
กบิล1.)ลิง (ส. กปิล). 2.)ระเบียบ,แบบ,ทาง เช่น กบิลความ กบิลเมือง อย่างว่า ฮุ่งค่ำอื้ออามาตย์ ชุมสนาม โดยเดิมกบิลชั่วลางประถมเถ้าเชียงหลวงล้นระงมคนเค้าคื่น ทุกท่วยใต้ลุ่มฟ้ายำท้าวทอดทอง (สังข์).
กบิลพัสดุ์ชื่อเมืองหนึ่งในอินเดียเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าประสูติ อย่างว่า แล้วจิ่งกลับคืนห้องเมืองกบิลบ้านเก่าหวังชิโผดพ่อเจ้าชาวเชื้อศากยา พอเมื่อพระพ่อฮู้เรื่องข่าวการเสด็จแล้วจิ่งพากันจัดฮับฮองพระองค์เจ้า (เวส-กลอน)ใ
กบี่ลิง (ป.ส. กปิ).
กปณ|กปณากำพร้า,อนาถา,ไร้ญาติ,ยากไร้ (ป.).
กปิลิง (ป.ส.).
กมชื่ออักษรที่มีตัว ม สะกด เรียก แม่กม หรือ มาตรากม.
ก้มทำให้ต่ำลงโดยอาการน้อม เช่น ก้มหัว ก้มหน้า อย่างว่า ก้มหมอบเข้าหัวเท้าง่ายาง ย่างย้งย้งหัวแทบขี้ดิน (เสียว) เสียงสั่งพร้อมพรพร่ำเนืองนัน ลัวอาหิวฮุ่งวอนแวนหม้อม ดีแก่สองขุนก้มลาลงเลยพรากขึ้นที่ม้าผันผ้ายเผ่นผยอง(สังข์).
กมลบัว, ดอกบัว, ดวงใจ (ป.).
กมลากรสระบัว (ป.).
กมลาสน์ผู้มีบัวเป็นที่นั่ง คือพระพรหม (ป.ส.).
กมเลสผู้เป็นใหญ่แห่งพระลักษมี คือพระนารายณ์.
กมุทบัวสาย ดอกขาว (ป.ส.).
กร1.) มือ 2.) ผู้ทำ ใช้ประกอบเป็นส่วนหลังของสมาส เช่นกรรมกร ผู้ทำการงาน (ป.).
กรกลูกเห็บ กรกวรรษ ฝนลูกเห็บ (ป.ส.).
กรกฎปู ลักษณะของปูอ่อนในแข็งนอกเดินคดไปคดมา ก้าวไปสองก้าว ก้าวกลับหนึ่งก้าว.
กรกฎาคมเดือนกรกฎาคม อีสานเรียกเดือนแปด เรียกเดือนที่ ๔ ตามสุริยคติ.
กรณีคดี, เรื่อง, เหตุ (ป.ส.).
กรณียกิจกิจอันควรทำ, ธุระอันควรทำ, หน้าที่อันควรทำ. (ป.).
กรณียะควรทำ, พึงทำ (ป.).
กรดธาตุผสมมีหลายอย่าง เช่น น้ำกรด เป็นต้น.
กรนหายใจเสียงดังในลำคอเมื่อเวลานอนหลับ เรียก กรน อย่างว่า ฟังยินเสียงกรนก้องคุงบนคีคื่น (กา) เมื่อนั้นยักษ์ใหญ่ฮู้นางเคียดคุงใจ มันก็โลมนางหลับแค่ปรางค์ดอมน้อง ฟังยินเสียงกรนก้องพระมุณเทียรทีโทด คือคู่กุญชราชฮ้องเสียงก้องคั่งบน แท้แล้ว (สังข์).
กรบูรชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง กลั่นเอายางทำยาได้ เรียก กรบูร การบูร ก็ว่า.
กรภ1.หลังมือ 2.งวงช้าง 3.ลูกช้าง 4.ลูกอูฐ 5.อูฐทั่วไป 6.ของหอมชนิดหนึ่ง 7.ตะโพก (ส.). 8.ชื่อนักบัตรที่ ๑๓ อีกอย่างหนึ่งเรียก หัสตะ (ป.).
กรม1.)แผนกย่อยที่ แยกจากกระทรวงหรือทบวงเรียกว่ากรม เช่นกรมการปกครอง กรมศาสนา กรมที่ดิน กรมตำรวจ เป็นต้น. 2.)อิศริยยศที่ได้รับพระราชทานจากพระเจ้าแผ่นดินทรงแต่งตั้ง เช่น กรมหมื่น กรมขุน กรมหลวง กรมพระ กรมพระยา กรมสมเด็จเจ้าพระยา.
กรมธรรม์เอกสารกู้หนี้ยืมสิ้น, สัญญาซื้อขายทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์, เอกสารในการประกันภัย เช่น กรมธรรม์ประกันชีวิต เป็นต้น
กรรณิกาช่อฟ้า, ฝักบัว, เครื่องประดับหู (ป.).
กรรณิการ์ชื่อไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งกลีบขาว ดอกหอม ใบคาย ก้านดอกสีแสด ใช้ย้อมผ้าก็ได้ ใช้ประดับก็ได้ เรียก กรรณิการ์ กรณิการ์ กณิการ์ ก็ว่า อย่างว่า กณิการ์เกียงดอกดวงดูล้น ภูชัยท้าวเดินเดียวชมดอก คือดั่งดอกกลิ่นแก้มเมียแก้วอยู่เฮือน (กา).
กรรม์กรรม.
กรรม1.)การ, การงาน, การกระทำ, กิจ แยกแยกกรรมออกเป็น ๓ คือ กายกรรมงานมือ วจีกรรมงานพูด มโนกรรม งานคิด อย่างว่า งานคึดงานเว้างานทำคู่อย่าง บูฮาณเฮียกเอิ้นโฮมเว้าว่ากรรม (บ.). 2.)บุญคือการทำความดี บาปคือการทำความชั่ว บุญบาปติดตามผู้ทำให้ได้รับความดีหรือชั่ว เรียก กรรม อย่างว่าบุญมีได้เป็นนายใช้เพิ่น บุญบ่ให้เขาชิใช้ตั้งแต่เฮา (ภาษิต) บุญมีแล้วแนวดีป้องใส่บุญบ่ให้แนวขี้ฮ้ายแล่นโฮม(ภาษิต). 3.)เคราะห์ คือสิ่งที่ไม่สมหวังเรียก กรรม เช่น ชูชกได้เมียสาว ถูกเมียบังคับให้ไปขอกัณหาชาลีมาเป็นทาส เมื่อพระเวสสันดรให้โอรสและธิดาแล้วแนะนำให้ชูชกไปเมืองปู่ เพื่อพระเจ้าปู่จะได้ไถ่ถอนหลาน แต่ชูชกไม่กล้าไปเกรงจะถูกเคราะห์กรรม (เวส-กลอน) 4.)ผลของความดีหรือชั่วที่ตนทำในอดีตตามให้ผลเรียก กรรม อย่างว่า ผู้สาวได้ผัวเถ้ากรรมลาวสร้างแต่เก่า ผู้บ่าวได้แม่ฮ้างกรรมสร้างตั้งแต่หลัง (ภาษิต). กรรมแบ่งบั่นปั่นป่อนมาพบ บารมีภายหลังจิ่งได้เวียนมาพ้อ (บ.). 5.)คนตายเรียก ถึงแก่กรรม อย่างว่า ชื่อว่ากรรมเถิงแล้วจำใจจำจาก บ่มีใผแก่ทื้นคืนได้โลกเฮา (บ.) ชื่อว่าความตายนี้แขวนคอทุกบาดย่าง ใผกะแขวนอ้อนต้อนเสมอด้ามดั่งเดียว (บ.).
กรรมกรคนงาน, คนรับจ้างทำงาน เช่น ชาวนา ชาวสวน เป็นต้น.
กรรมกรณ์ลงโทษ ได้แก่การลงโทษผู้ทำความผิด โดยการจำคุก ๑ ปรับไหม ๑ ทั้งจำคุกทั้งปรับ ๑ ประหารชีวิต ๑. อาญา, เครื่องสำหรับลงอาญา ได้แก่ตัวบทกฎหมายที่ลงโทษแก่บุคคลที่ทำความผิด โดยสมควรแก่โทษานุโทษ.
กรรมการบุคคลที่ได้รับเลือกหรือแต่งตั้งให้เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการทำงานของรัฐ ของเอกชน ขององค์การ ของบริษัท ห้าง ร้าน หรือการสาธารณกุศลเรียก กรรมการ.
กรรมการเฉพาะกิจกรรมการที่ได้รับเลือกแต่งตั้งให้ทำงานเฉพาะอย่าง เช่น งานปราบปราม งานปลูกต้นไม้.
กรรมการิณีกรรมการซึ่งเพศหญิงที่ได้รับเลือกหรือแต่งตั้งให้ทำงานดังกล่าวร่วมกับคณะกรรมการ.
กรรมขัยการสิ้นอายุเพราะกรรม เช่น ตายเพราะหมดอายุ เป็นต้น.
กรรมคติทางดำเนินแห่งกรรม ทางดำเนินแห่งกรรมมี ๒ อย่าง คือ สุคติไปดี ทุคติไปชั่ว คนทำความดีตายแล้วไปสู่สุคติ คือไปเกิดเป็นเทวดา เป็นอินทร์ เป็นพรหม คนทำความชั่วตายแล้วไปสู่ทุคติ คือไปเกิดเป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสูรกาย.
กรรมชรูปรูปที่เกิดแต่กรรม คนหรือสัตว์ที่เกิดมา ร่างกายที่เป็นตัวตนของเรากรรมเป็นคนแต่ง เราแต่งเองไม่ได้ถึงพ่อแม่จะมีส่วนในการแต่งก็แต่งให้สวยงานไม่ได้ พ่อแม่จึงเป็นเสมือนเรือน ถ้าผู้มาเกิดคือเจ้าของเรือน สวยงามแล้วเรือนเกิดไม่เป็นปัญหา
กรรมชวาตลมเกิดแต่กรรม มีครรภ์ครบกำหนดจะคลอดแล้วเกิดลมเบ่ง ลมเบ่งนี้เรียก ลมกรรมชวาต อย่างว่า ลมกรรมชวาตต้องเถิงองค์ภูวนาถ (กา).
กรรมชาผู้เกิดแต่กรรม คนที่สร้างกรรมดีไว้ เมื่อเกิดมาก็เกิดในพ่อแม่ที่ดี มีอวัยวะครบ ไม่ใบ้บ้าเสียจริต ผิดมนุษย์ มีสติปัญญาดี ถ้าสร้างกรรมไม่ดีก็เกิดมาในที่ตรงกันข้าม.
กรรมฐานที่ตั้งแห่งการงาน มี ๒ คือ สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน สมถกรรมฐานได้แก่อุบายสงบใจ วิปัสสนากรรมฐานอุบายเรื่องปัญญา.
กรรมทายาทผู้รับผลของกรรม กรรมมี ๒ คือ กรรมดี เรียก กุศลกรรม กรรมไม่ดี เรียก อกุศลกรรม เราสร้างกรรมดีเราก็ได้รับผลดี เราสร้างกรรมชั่วเราก็ได้รับผลชั่ว พ่อแม่พี่น้องรับแทนไม่ได้.
กรรมบถทางแห่งกรรม มี ๒ อย่าง คือ กุศลกรรม ทางแห่งกรรมดี อกุศลกรรมทางแห่งกรรมไม่ดี ทางแห่งอกุศลกรรมมี ๑๐ อย่าง จัดเป็นกายกรรม ๓ อย่าง จัดเป็นวจีกรรม ๔ อย่าง จัดเป็นมโนกรรม 3 อย่าง ทางแห่งกุศลกรรมก็มี ๑๐ อย่างในทางตรงข้าม
กรรมปฏิสรณะมีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัยที่พึ่งแยกออกได้เป็น ๒ อย่าง คือตนและผู้อื่น พึ่งตนดีกว่าพึ่งผู้อื่น กรรมดีหรือกรรมชั่วที่เราทำไว้จะเป็นที่พึ่งของเรา.
กรรมพันธุมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ เช่น พ่อแม่เป็นคนดีลูกที่เกิดมาก็พลอยดีไปด้วย อย่างว่า เชื้อหมากต้องบ่ห่อนหล่นไกลกก แนวผมดกบ่ห่อนเป็นหัวล้าน (กลอน).
กรรมวาจาคำสวดในพิธีทำสังฆกรรม เช่น สวดกรรมวาจาในเวลาอุปสมบท.
กรรมวาจาจารย์อาจารย์สวดกรรมวาจาฝ่ายขวา คู่กับพระอนุสาวนาจารย์ อาจารย์ส่วนกรรมวาจาฝ่ายซ้ายในเวลาอุปสมบท.
กรรมวิธีระเบียบ, แบบอย่าง, หลักการ การจะทำอะไรไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ต้องให้มีระเบียบแบบอย่าง จึงจะน่าดูน่าชม เช่น จะฟังเทศน์ ฟังคำสั่งสอน จะกราบจะไหว้ต้องให้มีครู อย่างว่า หมกปลาแดกมีครู จี่ปูมีวาด (ภาษิต) ถ้าไม่มีครูจะกลายเป็นว่าหมกปลาแดกหนอนน้อยบ่ตาย (ภาษิต).
กรรมวิบากผลของกรรมเรียกวิบาก ผลดีเกิดจากการทำดี ผลไม่ดีเกิดจากการทำไม่ดี คนทำดีได้รับผลดี คนทำชั่วได้รับผลชั่ว ผลชั่วแม้แต่ผลชั่วก็ไม่ต้องการ ต้องการแต่ผลดี อย่างว่า ดีดีนี้ใผเห็นอยากเบิ่ง เทิงอยากเทิ้งเอาขึ้นขี่คอ (ภาษิต).
กรรมเวรการทำด้วยความพยาบาทปองร้าย โดยที่คู่กรรมนั้นได้หมายหมั้นปั้นใจจะตามล้างตามผลาญให้ได้.
กรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของทรัพย์, ความมีอำนาจในสิ่งของที่ตนมี เช่นกรรมสิทธิ์ในที่ดิน กรรมสิทธิ์ในข้าวของเงินทอง เป็นต้น.
กรรมาธิการกรรมการที่มีอำนาจหน้าที่สูงกว่ากรรมการ โดยที่จะทำการสอบสวนข้อความใดๆ เกี่ยวแก่กิจการที่ตนมีอำนาจหน้าที่ก็ได้ เช่น กรรมาธิการแห่งสภาผู้แทนราษฎร.
กรรมานุรูปเหมาะสมแก่กรรม, ควรแก่การงาน (ส.).
กรรโมปกรณ์เครื่องอุปกรณ์แห่งการงาน.
กรรแสง1.)ผ้าสะไบ (ข.กำแซง). 2.)ร้องให้.
กรวดหินแฮ่
กร้วบกร้วบกร้วบๆ มีเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงเคี้ยวของแข็งดังกร้วบกร้วบ.
กรวีกนกการเวก (ป. กรวิก) นกที่มีเสียงร้องไพเราะ เรียก นกกรวีก กอระวีก ก็ว่า อย่างว่า กอระวีกฮ้องเสียงก้องกล่อมไพร (กา) ผ่อเห็นเดือนด่วนแจ้งพ้นพุ่งเขาเขียว พุ้นยอ ฉายาเฮียงฮ่มดอยดาวซ้าย เหนหอนฮ้องแกวแกวกอระวีก พรายป่าเปล้ายูงผู้ส่งเสียง (สังข์)
กรอกเท เทยาเข้าปากเรียก กรอกยาเข้าปาก เช่น เมื่อคนป่วยกินยาน้ำด้วยตนเองไม่ได้ ใช้คนเทยาเข้าปาก เรียก กรอกยาเข้าปาก.
กรอง1.)แยกของละเอียดออกจากของหยาบ เช่น ใช้ผ้ากรองน้ำที่สกปรกให้สะอาด หรือกรองเหล้าโทด้วยผ้าขาว เรียก กรอง ตอง ก็ว่า. 2.)ตรึกตรอง เช่นคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาแล้ว เรียก กรอง ตอง ก็ว่า อย่างว่า คึดฮอดน้องนอนกรองน้ำตาหลั่ง คันแม้นพังจั่งส้างโชด เพม้างตั้งแต่ดน (กลอน)
กรองกรอยหงอยเหงา, เศร้าหมอง, ไม่เบิกบาน, ไม่แช่มชื่น เช่น คนมีเรื่องทุกข์ใจนั่งจับเจ่าอยู่.
กรองกรอย (ตองตอย)รุ่มร่าม, รุ่งริ่ง คนที่นุ่งผ้าขาดวิ่น
กรอยก้น เรียกกรอย เช่นกองก้นกองกรอยกอยก็ว่าอย่างว่าแม่อี่น้อยต่ำหูกกะหลับเอากะหลับแขวนคอให้น้อง น้องบ่เหล่นกองก้นกองกอยไฟไหม้หมอนอี่นายกับแก้กับแก้ฮองปลายไม้โอดโอสาวนางโพขี่ม้าเดบเด้งเอาม้ากูมาเฮ็ดนาหนองไพ่แข้ขึ้นไข่แมงดาขึ้นฟักไก่ขาหักตักขึ้นตักลง(กล่อมลูก)
กระ1.)เต่าทะเลชนิดหนึ่ง หลังเป็นเกร็ดแผ่นโตๆ ซ้อนกันเหมือนกระเบื้องมุงหลังคา. 2.)คนแก่มีจุดตามตัว เรียกตกกระออกหมึก ออกซาง ก็ว่า
กระกูลตระกูล, เชื้อ, สาย, เหล่า, กอ, เผ่าพันธุ์เรียก กระกูล สกุล ตระกูล ก็ว่า อย่างว่า พระยานาคน้าวกลอนถี่ถามดู กุมารมาแต่ใดเถิงข้อย นั่นเด จักว่าเป็นแนวเชื้อกะกูลนามในทีปใดเด เจ้าพ่อทรงเดชได้เดินดั้นฮอดเฮา นี้นา (สังข์) .
กระจกกระจกเงา กระจกสำหรับส่องดูเงาหน้า เรียก กระจก แว่นแยงเงา ก็ว่า.
กระจวนผง, เกสร อย่างว่า นางก็เอากระจวนจันทน์คันธรส บดแหลกยิ่งหนักหนา ไปถวายบูชาพระพุทธเจ้า (เวส) เหมือยเร่งล้นพรมพั้วกาบกระจวน (สังข์). แตก, ไหม้, ละเอียด อย่างว่า ตัดแผ่นพื้นผาล้านมุ่นกระจวน (กา) เวียงใหญ่กว้างไฟไหม้มุ่นกระจวน (กาไก) เห็นมารเหยียดคู้คำโศกถือทวน คึดเมื่อยามเฮียงสมชอบคนิงมโนแค้น คีงแข็งกร้าวตีนมือทำถีบ ผ้าแผ่นปลิ้นกระจวนล้านเลือดนอง (สังข์).
กระจอกชื่อนกตัวเล็กๆ ชนิดหนึ่ง ชอบทำรังตามหลังคาเรือน เรียก นกกระจอก ก็ว่า อย่างว่า อุมลัวฮุ้งกาในแกกะออก จอกก่างกี้เจียผ้ายกะแดบดิน (สังข์). เศษ, เหลือ สิ่งของที่เหลือใช้เล็กๆ น้อยๆ เรียก กระจอก หรือ คนที่มีฐานะต่ำเรียก คนกระจอก. เขยก (ข. ขจอก) เรียก ม้าขาเขยก ว่า ม้ากระจอก.
กระจอกฟ้าชื่อนกชนิดหนึ่ง ชอบทำรังอยู่บนต้นไม้สูงๆ เรียก นกจอกฟ้า อย่างว่า นกแตดแต้แลแจนแวน ฮังแขวนนั้นแม่นนกกระจอกฟ้า (เวส).
กระจอนตุ้มหู เครื่องประดับหูของหญิงสาว ทำด้วยเงิน ทอง ทองคำ เรียกกระจอน มี ๒ ชนิดคือ กระจอนจูม และกระจอนยอย อย่างว่า เกล้ากอดย้องเขียงคาดเทียมเพา ตาเหลียวไหลแปกมันไซซ้อนวรรณเข้มแขบนิล (สังข์).
กระจ้อนชื่อสัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่ง ตัวเล็ก คล้ายกระรอกหรือกระแต หน้าแหลมคล้ายหน้าจอนฟอน อย่างว่า มอมเยืองไก้หนูชิงกระแตต่าย กระเล็นฮอกจ้อนแหนอ้มห่านหอน (สังข์) แลนลิ่นจ้อนทังไก้ไก่ยูง (ฮุ่ง).
กระจ้อนเล็ก, แกร็น เช่น ม้าตัวเล็กและผอม เรียก ม้ากระจ้อน ม้าบักจ้อน ก็ว่า อย่างว่า พ.ศ. สองพันห้าร้อยสี่ ผู้ใหญ่ลีขี่ม้าบักจ้อน แดดฮ้อนฮ้อนใส่แว่นตาดำ ผู้ใหญ่ลีกลัวฝนจะตกฮำถอดแว่นตาดำ ฟ้าแจ้งจ่างป่าง ฟ้าแจ้งจ่างป่าง ฟ้าแจ้งจ่างป่าง (เพลง).
กระจอนจูมตุ้มหูที่ทำเป็นดอกตูมๆ เหมือนดอกงิ้ว เรียก กระจอนจูม อย่างว่า กระจอนจูมสุบเซิดคำกวมเกล้า (ขุนทึง).
กระจอนป่าดอกสลิด ชื่อไม้ดอกชนิดหนึ่ง เกิดตามป่า เป็นไม้พุ่ม เรียก ต้นกระจอน.
กระจอนยอยตุ้มหูที่ทำเป็นสร้อยระย้า เรียก กระจอนยอย อย่างว่า แหวนทรงนิ้วกระจอนยอยสบสอด (กา) กระจอนยอยส่องหน้าขาวแจ้งแจ่มจันทร์ (ฮุ่ง).
กระจอบเครื่องมือสำหรับใช้ขุดดิน เรียก กระจอบ เสียม ก็ว่า.
กระจอบบ้องเสียม เสียมขุดมัน เรียก กระจอบบ้อง อย่างว่า นางก็ถือเอายังกระจอบบ้อง เป็นเครื่องต้องขุดหัวมัน (เวส).
กระจะแจ่มแจ้ง, ชัดเจน, ขาวผ่อง ลายชัดเจนเรียก ลายกระจะ ขาวผ่องเรียก ขาวกระจะ อย่างว่า ขาวกระจะปานน้ำถ้วมเข้า ตั้งเช้าเง้าปานนมผู้สาว.(บ).
กระจังลวดลายชนิดหนึ่ง สำหรับติดโลงศพ เรียก ลายประจัง ลายวัลลีแล่น ก็ว่า
กระจัดกระจายเรี่ยราด, ไม่เป็นระเบียบ เช่น ของสิบอย่างวางไว้สิบที่ เรียกกระจัดกระจาย กระหยาดกระยาย ซะซายยายยัง ก็ว่า อย่างว่า สองพันกลิ้งกุมกันกลางแก่ง พระก็เปื้องดาบแผ้วเผลี้ยงเนื้อท่านธร คีงกระจัดม้างหัวชวนสะเด็นขาด มันก็ติดต่อได้คืนเข้าฮ่อมา (สังข์).
กระจับพืชลอยน้ำชนิดหนึ่ง มีหัวกินได้ ใบใช้เป็นผัก เรียก กระจับ หมากจับ ก็ว่า.
กระจับปี่พิณสี่สาย ซุง ก็ว่า.
กระจ่างสว่าง, สุกใส, ชัดเจน, แจ่มแจ้ง.
กระจาดภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่ รูปเตี้ย ปากกว้าง สำหรับใส่สิ่งของที่ซื้อมาจากตลาด หรือใส่เครื่องกัณฑ์เทศน์มหาชาติ.
กระจาบชื่อนกตัวเล็กๆชนิดหนึ่ง ขนาดนกกระจอก เรียก นกกระจาบ นกจาบ ก็ว่า อย่างว่า ฝูงนั้นกะทาทองไท้ยูงขัวเขาข่อ จิบจาบจ้อยคณาขุ้มขาบเขียว (สังข์).
กระจายกำจาย ชื่อไม้เถาชนิดหนึ่งใบและดอกคล้ายต้นฝาง ฝักคล้ายฝักส้มป่อย เมล็ดใหญ่ ใช้เมล็ดแช่น้ำสีดำใช้ย้อมผ้าได้ เรียก หมากกระจาย อย่างว่า โอนอหีเอย คันชิเมือนำอ้ายหีบ่แดงให้ย้อมครั่ง คันแม่นย้อมครั่งแล้ว ให้ลงแหล้หมากกระจาย (อ่านเจือง). ชื่อว่านชนิดหนึ่งเรียก ว่านกระจาย ใช้เป็นว่านคงยิงไม่ออกแทงไม่เข้าผู้มีว่านกระจายต้องเลี้ยงว่านปีละครั้ง ใช้เขียดหรือกบดิบเลี้ยง โยนกบหรือเขียดดินเข้าไปว่านจะดูดกินเลือดกบหรือเขียดทันทีถ้าไม่เลี้ยงว่านจะไม่ศักดิ์สิทธิ์และเจ้าของว่านจะเป็นปอบ
กระจิบชื่อนกตัวเล็กๆ ชนิดหนึ่ง ร้องเสียงดังจิ๊บๆ เรียก นกกระจิบ นกจิบ ก็ว่า อย่างว่า อุมลัวเค้ากาในแกกระจอก จิบก่างกี้เจียผ้ายกะแดบดิน (สังข์).
กระจีเขียว, อ่อน ดอกไม่เริ่มบาน สีเขียวอ่อนเรียก กระจี ขจี ก็ว่า อย่างว่า มาลาพั้วพวงกระจีแกมกิ่ง (กา).
กระชอนเครื่องกรองน้ำ สานด้วยไม้ไผ่ ก้นแหลมและยาว ใช้กรองน้ำ กรองกะทิ กรองปลาร้า และกรองหมาน้อยยานางเวลาคั้นแล้ว เรียก กระชอน ต่องชอน ก็ว่า.
กระชังคุ, กระออม คุหรือกระออมที่ทำด้วยไม้ไผ่ สานเป็นรูปกลม ทาด้วยชัน ใช้ตักน้ำในบ่อ เรียก กระชัง คุ ก็ว่า อย่างว่า แม่ยังแม่กระซังก้นฮั่ว แม่ก้นตะกั่ว แม่ขนครัวลงล่าง แม่ย่างม้าเหาะ แม่เลาะขอนฮั้ว แม่กลั้วสงสาร (โสกผู้หญิง).
กระช้าภาชนะขนาดกลาง สานด้วยไม้ไผ่ ตาห่าง สำหรับผู้หญิงใส่อาหารหาบไปจังหันหรือเพลพระสงฆ์ เรียก กระช้าจังหัน.
กระดอน. อวัยวะลับของเพศชาย เรียก กระดอ (ข.กระดอ). น. สิ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายอวัยวะลับของเพศชาย เช่น นกที่สับแก๊บปืน เรียก กระดอปืน.
กระดอนสะท้อนขึ้น, กระเด็นขึ้น เรียก กระดอน ดอน ก็ว่า.
กระดอมชื่อพรรณไม้จำพวกหนึ่ง มีรสขม มี ๓ ชนิด คือ กระดอมต้น กระดอมเครือ กระดอมพุ่ม อย่างว่า ยินขมในหมากกระดอมแคมฮั้ว (ฮุ่ง).
กระดอมเครือชื่อพรรณไม้เถาชนิดหนึ่ง ใช้ทำยา เรียก กระดอมเครือ.
กระดอมต้นชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ใบเป็นแฉก ดอกเป็นช่อ มีสีขาว เรียก กระดอมต้น.
กระดอมพุ่มชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ต้นเป็นพุ่ม ดอกเป็นช่อ มีสีขาว กลิ่นหอม เรียก กระดอมพุ่ม.
กระดานไม้ที่ถากหรือเลื่อยเป็นแผ่นๆ เรียก ไม้กระดาน ไม้ชะดาน ไม้แป้น ก็ว่า.
กระดูกแขวนคอคำสั่งสอนที่สำคัญ พ่อแม่มักจะเน้นหนักให้จดจำคำสั่งสอนไว้ตลอดชีวิต อย่างว่า ขอให้หลานจื่อไว้จนกระดูกแขวนคอ (ย่า).
กระเดิดปลากระดี่ ชื่อปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง เรียก ปลากระเดิด.
กระโดงใบเรือ
กระปุ่มชื่อภาชนะชนิดหนึ่ง สานด้วยไม้ไผ่ รูปกลมใหญ่ มีฝาปิดสานด้วยไม้ไผ่เช่นกัน ใช้สำหรับใส่สิ่งของ มีเสื้อผ้าเป็นต้น.
กระหน่องชื่อผักชนิดหนึ่ง จำพวกผักกินได้ เกิดตามบึงตามหนองที่มีน้ำขังตลอดปี ลักษณะคล้ายผักแปะ เรียก ผักกระหน่องม้า.
กระหมองสมอง เรียกส่วนที่อยู่ภายในกระโหลกหัวว่า กระหมอง ขมอง ก็ว่า อย่างว่า แสงแผดฮ้องดังก้องฮอดกระหมอง (ขุนทึง).
กระหม่อมจอมหัว, กะโหลกหัวเรียก กระหม่อม ขม่อม หม่อม ก็ว่า.
กระหย่องกระแหย่งอาการกระโดดโลดเต้นของสัตว์ตัวเล็กๆ ถ้าตัวใหญ่ว่า กระโหย่งกระเหย่ง.
กล้องแขนกำไลมือ เครื่องประดับข้อมือ เรียก กล้องแขน มีทั้งชนิดกลวงและไม่กลวง ชนิดกลวง เรียกกล้องแขนโข่ง ชนิดไม่กลวง เรียก กล้องแขนตัน กอกแขนก็ว่า.
กลั้วผสม, ปน, กลมกลืน อย่างว่า จวงจันทร์คู้ทะลอนหอมแต่มื้อใหม่ บาดว่ากลั้วกลิ่นส้มชมแล้วกะเล่าเหย (ผญา).
กลายเลยไป,ผ่านไป อาการเดินเลยไปเรียก กลาย อย่างว่า กลายเขตกว้างนครใหญ่เป็งจาล คอยเห็นมหาภูมิทองเทพสรวงเสมรกว้าง ผ่อดูมหาสถานท้าวกุมภัณฑ์เพียงเมฆ ยอดช่อฟ้าเฮืองสิ้วชั่วประมาณ (สังข์).
กวักชื่อเครื่องมือกรอด้ายกรอไหมเรียก กวัก.
กสิกรรมการทำไร่ไถนา.
ก้อกก้อกเสียงดังอย่างนั้น เช่นเสียงที่เกิดจากการกรนของเด็กดัง ก้อกก้อก ถ้าผู้ใหญ่กรนดังโก้กโก้ก.
ก้อยก้อยกักกักการทำอะไรโดยไม่ตั้งใจ กลัวจะสำเร็จ ทำบ้างหยุดพักบ้าง เรียก เฮ็ดก้อยก้อยกักกัก.
กะ1. ก็ 2. กำหนด, หมาย, คะเน, ประมาณการทำที่ต้องกำหนดวัน เวลา และจำนวนให้เรียก กะ เช่นงานชิ้นนี้ต้องทำให้สำเร็จภายในเจ็ดวัน ในวันที่เจ็ดต้องให้ทำสำเร็จก่อนเที่ยง.
กะจัดกะจายไม่เรียบร้อย, เกะกะ การวางของไว้ไม่เป็นระเบียบ เช่น ของสิบอย่างวางไว้สิบที่ เรียก กะจัดกะจาย ซะซายยายยัง ก็ว่า.
กะแจลูกดาล, ลิ่ม, ไล ประตูหน้าต่างคนโบราณทำด้วยลิ่มไม้ ไลไม้ ตอกตะปูไว้ข้างหนึ่ง ใช้กะแจที่ทำด้วยเหล็กงอไว้สำหรับไข อย่างว่า บาก็ทวยมือม้างกระดานหนาหนักหมื่น ศรเสียบจ้ำกะแจฟ้งหลูดไล (สังข์).
กะซาก(กริยา) กระชาก ดึงเข้ามาโดยเร็วและแรง เช่น กระซากผม, โดยปริยายหมายความว่า กระตุกโดยแรง เช่น ออกรถกระซาก, พูดกระแทกเสียงดังห้วน ๆ ในความว่า พูดกระซากเสียง
กะดิกกะดิ้นอาการแสดงความอยากได้หรือความในใจให้ปรากฏด้วยการเคลื่อนไหวไปมา เรียก กะดิกกะดิ้น เช่น ผู้สาวมักผู้บ่าวก็จะแสดงอาการกะดิกกะดิ้น.
กะตากกะตากเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงไก่ร้องเวลาตกไข่หรือเวลาตกใจดัง กะตาก กะตาก กะต้ากกะต้าก ก็ว่า.
กะตามก็ช่าง การปล่อยให้เป็นไปตามเรื่องของมัน เช่น ลูกที่บอกไม่ได้ใช้ไม่ไป มันจะไปหรือไม่ไปเป็นเรื่องของมัน เรียก กะตาม.
กะติกกะต่อนกระท่อนกระแท่น เช่น การทำงานไม่สำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน เรียก กะติกกะต่อน กะติดกะต่อ ก็ว่า.
กะไตกรรไกร กรรไกรสำหรับตัดผมเรียก มีดกะไต มีดตะไก ก็ว่า.
กะโบกดากเชิงกราน.
กะปอมกิ้งก่า กิ้งก่าเรียกกะปอม กะปอมมีหลายชนิด ชนิดคอสีครามเรียก กะปอมก่า ชนิดคอสีแดงเรียก กะปอมคอแดง ชนิดมีลายสีเหลืองยาวตามข้างเรียกกะปอมไหม หรือกะปอมแม่ ก็ว่า ชนิดมีปีกบินได้เรียก กะปอมปีก ชนิดมีคอสีดำและสีแดง เรียก กะปอมขาง.
กะปีบชื่อภาชนะทำด้วยสังกะสี รูปสี่เหลี่ยม สำหรับใส่น้ำมันก๊าด เรียก กะปีบ ปิ๊บ ปีบ ก็ว่า.
กะโยมญาติโยม คนที่ไม่ได้บวชเป็นพระภิกษุหรือสามเณรเรียก กะโยม หรือพระภิกษุ สามเณร เรียกชาวบ้านว่า กะโยม.
กะอูบชื่อภาชนะทำด้วยโลหะหรือไม้สำหรับใส่เครื่องประดับ มีเพชร พลอย สร้อย แหวน เงิน คำ และสิ่งที่มีราคาค่างวด เรียก กะอูบ อูบ ก็ว่า.
กัลยานางงาม, นางสาวน้อย อย่างว่า ควรกูถอยคืนเข้าเป็นพระยาสองเล่า แลนอ นำเครื่องแก้วเถิงเถ้าเศรษฐี ขอเอาแก้วกัลยามาฮ่วม แม้นจักขีนท่านไท้พันช้างมอบมวล แท้แล้ว (สังข์).
ก่างจ่างอาการที่ยืนถ่างขา เรียก ยืนก่างจ่าง เดินถ่างขา เรียก ย่างก่างจ่าง อย่างว่า ถี่กัดจัดขี้ช้างกะลอดห่างก่างจ่างขี้มอดกะคา (ภาษิต).
ก้ามแข็ง, กระด้าง อากาศแข็งตัวเรียก อากาศก้าม อย่างว่า อากาศก้ามแมนมากมาคอย (สังข์) เลือดข้น เรียก เลือดก้าม อย่างว่า เลือดหลั่งล้นไหลก้ามกาดดิน (สังข์).
กามทาชื่อเจ้าเมืองนครจำปา อย่างว่า ขอขาบพื้นพงศ์กิ่งกูรณา ฝูงมีของถวายแต่พอเพียงฮู้เมื่อนั้นมหากษัติรย์เจ้ากามทาชมชื่นต้านต่อข้าสองใช้บ่บัง (สังข์).
ก่ายคัด, ลอก การเอาเหล็กจารเขียนหนังสือในใบลาน เรียก ก่ายหนังสือ.
กาเรณุกาช้างพัง (ป.) ช้างตัวเมียเรียก ช้างพัง อย่างว่า เอกากาเรณุกา ยังมีแม่ช้างตัวหนึ่ง มีปกติตะเดินไปเหนืออากาศเวหา (เวส).
กาเลเรไร ชื่อแมลงชนิดหนึ่ง ร้องเสียงดัง เรียก กาเล กะเล็น กาเลน แมงง้วง ก็ว่า อย่างว่า ฟังยินกาเลฮ้องฮวนเสียงฉันขลุ่ย เป็ดป่องส้ามเสมอต้องติ่งคำ (สังข์).
ก้าวการแสดงท่าทางหยิ่งยโส อวดดื้อถือดี เรียก เป็นก้าว.
ก้าวหว้าวเหวอะหวะ แผลเพราะถูกมีดหรือขวานฟันเหวอะหวะ เรียก บาดก้าวหว้าว ข้าวหว้าว ก็ว่า ถ้าแผลเล็กเรียกบาดแข้วแหว้ว.
กาสะทึงชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ดอกเล็ก มีกลิ่นหอม เรียก กาสะทึง อย่างว่า กาสะทึงเสี้ยวแสนกอกลางเหล่า (กา).
กึบประกบ, ปิด เอาของ ๒ อย่างมาประกบกัน เรียก กึบ.
กุกรรมความชั่วที่ทำด้วยกายวาจาและใจเรียก กุกรรม อย่างว่า ความชั่วที่ได้ทำในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ (สวดมนต์).
กุเวรชื่อท้าวจาตูมมหาราชองค์หนึ่งประจำทิศอุดร ท้าวเวสสุวัณ ก็เรียก (ป.ส.).
กุศลกรรมบถทางที่เป็นบุญ ทางที่เป็นกุศลมี ๑๐ อย่างเรียก กุศลกรรมบถ คือ กายสุจริต ได้แก่ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม วจีสุจริต ได้แก่ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบไม่พูดเพ้อเจอ มโนสุจริต ได้แก่ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง.
กุสลกรรมบถทางที่เป็นบุญ ทางที่เป็นกุศล มีข้อความตรงกันกับกุศลกรรมบถทุกประการ.
เกเกเร, สำส่อน หญิงที่หากินส่ำส่อนเรียก ญิงเก อย่างว่า กูนี้มีใช่สามานย์เชื้อญิงเกกางกาด มึงเอย ผัวกูยังอยู่ซ้อนชมชู้บ่ใช่การ ท่านเอย (สังข์).
เกงชื่อเครื่องดักสัตว์ป่าชนิดหนึ่ง จำพวกกระต่าย สานด้วยเชือกปอหรือป่านตาห่างๆ เหมือนตาแห เรียก เกง ชิง ก็ว่า ดักกระต่าย คือห้างกระต่าย.
เกงญานางสาวน้อย, นางงาม หญิงที่มีรูปร่างสวยงาม เรียก เกงญา กัญญา ก็ว่า อย่างว่า นางนั้นแนนกล่อมเกี้ยวท้าวชื่อศรีวิชัย บิดาดลนิมิตรเยืองพระองค์แก้ ภายลุนเลยเสียแก้วเกงญาลูกมิ่ง ท้าวต่างตุ้มผันผายสิ่งลม (สังข์).
เกยที่สำหรับขึ้นลงราชยานของเจ้านายเรียก เกย อย่างว่า สะพ่มพร้อมอามาตย์ประดับดี ปูราชสิงหาส์นลวาดเพียงพรมล้วนยนยนช้างเชียงทองคับคั่งม้ามากเท้าเกยกว้างจอดจน (สังข์) ยั่งยั่งเที้ยนขุนนายเนืองแห่ ควาญเกี่ยวช้างเฮียงฮ้านแทบเกย (ฮุ่ง).
เกลียวเชือกสองเส้นขึ้นไปฟั่นเข้ากัน เรียก เกลียวเชือก.
เกษตรกรรมการทำไร่ไถนาปลูกพืชผักเลี้ยงสัตว์ การประมง การป่าไม้ (ส.).
เกาทัณฑ์ธนู
แกงชื่ออาหารมีน้ำจำพวกหนึ่ง มีหลายชนิด ชนิดที่มีน้ำพอดี เรียก แกงธรรมดา แกงผสมหลายอย่างเรียก แกงซั้ว แกงสงฆ์ แกงชนิดมีน้ำน้อย เรียก แกงอ่อม อย่างว่า คันซิเอาะอ่อมจ้ำอย่าได้ใส่น้ำหลาย มันชิใสแจงแลงบ่เป็นตาจ้ำ (ย่า)
แกง (นก)นกเงือก ชื่อนกชนิดหนึ่ง จำพวกนกกดและนกกะโดก เรียก นกแกง อย่างว่า นกกดแลนกแกง ชุมแซงแลคอก่าน ห่านฟ้าแลตะหลุม (เวส) ฝูงนั้นแกงกดเอี้ยงอำพาโพนโดก เปล้าป่าวไม้ลอลั้วบ่างบน (สังข์)
แกงขมสะเดาดิน ชื่อพืชชนิดหนึ่ง เกิดตามที่ชื้นแฉะ เช่น ตามปากบ่อ และทุ่งนา ใช้กินเป็นอาหารและเป็นยาแก้และป้องกันไข้ได้ เรียก ผักแกงขม ผักแกนขม ผักดางขม ก็ว่า
แกงแซงโลด ชื่อพรรณไม้จำพวกหนึ่งมีสองชนิด คือแกงแซงขาว แกงแซงแดง
โกกโวกคนที่ซูบผอม มีหนังติดกระดูก เรียก จ่อยโกกโวก.
โก่งต้นไม้ที่มีผลก่องลงมาเรียก โก่ง อย่างว่า หมากโก่งดั้วประมาณท่อลำขา (สังข์).
โกญจานกกะเรียน (ป.).
โกญจนาทร้องเหมือนเสียงนกกะเรียน.
โกฏิชื่อจำนวนเลข นับแต่หน่วย สิบร้อย พัน หมื่น แสน ล้าน โกฏิ โกฏิมีจำนวนเท่ากับสิบล้าน อย่างว่า อันว่าสมบัติล้นกองมณีนับโกฏิ พิชสล้างล้วนรือไฮ้ห่างแคลน (สังข์).
โกโด่ลักษณะของสิ่งของที่ยาวยื่นออกมาเรียก โก่โด่.
โกทาคนทา ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งเรียก ต้นโกทา จำพวกเดียวกับต้นโกนาและโกส้ม.
โกนโพลง ช่องที่กลวงลึกเข้าไปเรียก โกน เช่น โกนดาก โกนไม้ อย่างว่า กับแก้เข้าโกนโพนโลนหัวออก กำปั้นกูตอกมันหลุบเข้าไป ปุ้มแพรยัดมันกัดแพรออก กำปั้นกูตอกมันหลุบเข้าไป (กลอน).
โก่นโต่นเปลือย, เปล่า คนที่เปลือยกายแบบนุ่งลมห่มฟ้า เรียก ปะโตโก่นโต่น ก่นโต่น ก็ว่า.
โกบไม้ที่เป็นรางคว่ำทับกัน เรียก ไม้โกบ เช่นไม้โกบทับหลังคา.
โกบนิ้วมือนิ้วตีนที่งอเข้ากัน เกิดเพราะความหนาว เรียก มือโกบตีนโกบ ตีนโกบมือจัง ก็ว่า.
ไกที่สำหรับเหนี่ยวเรียก ไก เหนี่ยวให้ปืนลั่น เรียก ไกปืน เหนี่ยวให้หน้าเก้งลั่น เรียก ไกหน้าเก้ง เหนี่ยวให้หน้าจ้างลั่น เรียก ไกหน้าจ้าง.
ไก่สัตว์จำพวกมีปีก มีหลายชนิด เช่น ไก่ที่มีฤทธิ์เดช สามารถสู้รบตบตีได้ชัยชนะไม่มีแพ้ เรียก ไก่แก้ว ไก่ที่มีขนหางงอนลง มีขนไม่ดก คนชอบเอาไปเลี้ยงผีปูผีตาผีตาแฮก เรียก ไก่กุ้ม ไก่ป่า เรียก ไก่ขัว ไก่ที่มีเหนียงหย่อนลงเหมือนงวงช้าง เรียก ไก่งวง .
ไก้กระจง ชื่อสัตว์ป่าชนิดหนึ่ง ที่เขามีหงอน เรียก ไก้ เขาของไก้รูปร่างคล้ายมะพริกสุก เขานี้ป้องกันภัยอันตรายได้ ไก้ตัวใดถ้าเขายังมีอยู่จะแคล้วคลาดจากศัตรูทั้งมวล อย่างว่า มอมเยืองไก้หนูซิงกระแตต่าย กะเล็นฮอกจ้อนเหนอ้มห่านหอน (สังข์).
ไก่เขือกไก่หัวหน้าฝูง ไก่ตัวที่บอกเวลาขัน เช่น จะขันกก ขันกลาง ขันฮวย ไก่ตัวนี้จะบอก เรียก ไก่เขือก อย่างว่า ไก่เขือกชั้นชมแขกขันเนือง พอดีสูรย์พุ่งมาเมิลแจ้งเมื่อนั้นบาบุญเจ้าศิลป์ชัยมานอก น้ำดอกไม้พรมล้างอาบองค์ (สังข์).
ไก่นาชื่อนกชนิดหนึ่ง หากินข้าวเปลือกและอาหารตามท้องนา เรียก นกไก่นา.
ไกลห่าง, ไม่ใกล้, ยาว อยู่ห่างกันเรียก ไกลกัน อย่างว่า หมากส้มนับมื้อไกลเกลือ หัวเฮือนับมื้อไกลฝั่ง ดอกสะมั่งนับมื้อไกลจากต้น ดมแล้วกลิ่นบ่หอม (กลอน) นับมื้อไกลกันแล้วหัวอินทร์เสด็จจาก หน้าผากไกลกระด้นคราวมื้อกูกบ่เห็น (หน้าผาก).
ไกลาสชื่อภูเขาลูกหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัย เชื่อว่าเป็นที่สถิตของพระอิศวรในศาสนาพราหมณ์ เรียก เขาไกลาส ไกรลาส ก็ว่า. อีกความหมายหนึ่ง คือ ชื่อสีชนิดหนึ่ง ขาวเหมือนสีเงินยวง.
ไกวแกว่ง อย่างว่า ฟังยินลมล่วงต้องไกวกิ่งสาขา พุ้นเยอ สุรภาเบยบ่ายสีแสงส้วย ยุติบั้นสุมณฑาทังไพร่ ไปชมสวนดอกไม้ยอไว้ที่ควร ก่อนแล้ว (สังข์) ดอกหนึ่งสาวบ่าวค้านสงสัยต้นบ่สูงพอไคแค่หน้า ดวงหนึ่งเมื่อลมไหวฮสฮ่วง ลุกทั่วดินแดนฟ้าท่วยไท้ถือวี (ฮุ่ง).
ไกว่ไขว้ นอนขาขัดกันเรียก นอนไขว่ห้าง เอาไม้สองอันไขว้กัน เรียก ไม้กากบาทไกว่กัน อย่างว่า สังขราชฮู้ฮักพี่เฮวแฮง ไกลกระจัดไกว่ตีนตำต้อง เป็นแสงล้ำลางไฟฟองเดช สังขราชกล้ากลายสู่บ่ถอย (สังข์).
ไกว่หล่อขุดดินใต้ชายคาให้เป็นร่องเพื่อกันน้ำที่ตกจากชายคาไม่ให้ไหลเข้าไปใต้ถุนเรือน เรียก ไกว่หล่อ ดินที่ขุดดั้นเป็นคูเรียก ป้องหล่อ.
ไกวัลทั้งมวล, ทั่วไป อย่างว่า ข้าขอวันทาน้อมไกวัลคุณขอบ (มาตา).
ไกสรชื่อนางในวรรณคดีอีสานเรื่องสุริย์วงศ์ ชื่อ นางไกสร เกสรก็ว่า.
ไกสร (เกสร)ผงละเอียดของดอกไม้เรียก ไกสร เกสร ก็ว่า เช่นไกสรดอกเกด.
ไกสร (สิงโต)สิงโต สิงโตเรียก ไกสร อย่างว่า แม้นว่าสัพพะสิ่งช้างเดียระดาษแสนสัตว์ ไกสรสีห์ซู่คณาเนืองเฝ้า เสือสางเหม้นเหมือยหมีหมาป่าก็มา ลิงวอนเต้นโตนค้างค่างชะนี ฯ เห็นทังนิโครธไม้พันพุ่งไพรขวาง เห็นทังคูหาแก้วไกสรแสนส่ำ เฮืองฮุ่งเข้มไขพ้นพุ่งโพยม (สังข์).
คนฮู้เป็นคนดี รู้จักกาลเทศะ
แหงดกลิ่นเหม็นฉุน, กลิ่นฉุน, เหม็นสาบ
กะส่างแม่มันเถาะก็ช่างแม่มึงเถอะ, ช่างแม่ง เป็นคำสบถเมื่อรู้สึกไม่ได้ดังใจหรือทำอะไรไม่ได้แล้ว
กะส่างก็ช่าง, แล้วแต่
กะซางก็ช่าง, แล้วแต่
กะซางแม่มันเถาะก็ช่างแม่มึงเถอะ, ช่างแม่ง เป็นคำสบถเมื่อรู้สึกไม่ได้ดังใจหรือทำอะไรไม่ได้แล้ว
กะสั่นถ้าอย่างนั้น, เพราะฉะนั้น
กะหยอนเพราะ เหตุ อย่างว่า
กะย่อนเพราะ เหตุ อย่างว่า
กะย้อนเพราะ เหตุ อย่างว่า
ก่านมีสีขาวคาด หรือลักษณะเป็นรอยด่าง