พจนานุกรมภาษาอีสานหมวด "ข"

คำศัพท์อีสานความหมาย
ข่อยฉัน , ผม , ดิฉัน , กระผม
ขี้ไก่ขางไข่แมลงวัน
ขาดเคิ่งขาดครึ่ง ,ถูกตัดเป็นสองส่วนเท่าๆกัน
ขี้เกี้ยมจิ้งจก
ขนคิงลุกอาการกลัว,ขนลุกชัน
ขนมเส้นขนมจีน
ข้าวปุ้นขนมจีน
ขวงขวางโลก,ขวาง
ข่วมหย่วยลักษณะของอาการเต้นกระโดดข้ามไปแบบไร้ปัญหา
ขวยขุยรุงรัง,เป็นขุย
ข่วยพาด,วางทับ
ขอกขอบ,ริม,นอกสุด,ริมสุด,ข้างนอก,ริมข้าง
ขอขมาขอโทษ,ขอโทษจากผู้ใหญ่บางครั่งต้องมีดอกไม้ธูปเทียน
ขอขะมาการขอขมา
ของแม่น้ำโขง
ของต้อนของฝาก
ข้องลอยเป็นพาชนะใส่ปลาจักสานด้วยไม้ไผ่มีรูปร่างคล้ายๆเป็ด
ข่อง1.ภาชนะสำหรับใส่ปลา 2. เกี่ยว หรือ สะดุด
ขอดมัดให้เป็นปม
ขอดอ้อป้อลักษณะของการห่อของที่มีขนาดเล็กโดยการพันให้แน่น
ข่อนสิแจ้งเวลาใกล้รุ่ง,ใกล้สว่าง,ใกล้ฟ้าสาง
ขอนดอกขอนไม้เน่า,ขอนไม้ผุ
ข่อนใกล้หมด,ใกล้เสร็จ
ขอบคุณหลายๆเด้อขอบคุณมากๆนะ
ขอมคลุม , ปกปิดไว้
ขอมหัวคลุมหัว
ข่อยมักเจ้าฉันรักคุณ ผมรักคุณ
ข่อหล่อแข่แหล่เล็กๆน้อยๆ ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน
ขะเจ้าพวกเขา
ขะหยอนถึงว่า, มิน่าหล่ะ
ขัดพาเข่าไม่มากินข้าวด้วยกัน,อาการน้อยใจ
ขัดหล่องหง่องงอแง ,งอล ,อาการคนงอแง
ขั่นสั่นถ้าอย่างนั้น
ฉิ๋วหมั่นไส้,กลิ่นเหม็นไหม้ที่มีกลิ่นฉุนหรือเหม็นสาบ , เหม็นเขียว
ขันหย่องเป็นภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่มีขาสำหรับใส่ข้าวพระพุทธ
ขัวสะพาน
ขัว (ขุด)การใช้เสียมขุดดินเบาๆเพื่อหาอะไรสักอย่าง
ขัว (ขวา)ขวา , ด้านขวา
ข่วมข้าม
ขั่วการทำอาหารให้สุกโดยใส่น้ำนิดๆ หรือการคั่วนั่นเอง
ขาโขงขางอ,ขาโค้ง
ขาโต้ยหน้าขา , ขาออ่น , โคนขา
ขาบกราบ (เป็นคำเก่า)
ข้าวก่ำข้าวเหนียวดำ
ขาวจากพากขาวพราวละลานตา
ขาวจ่านผ่านขาวละลานตา
ขาวจุ่นผุ่นขาวนวล
ข้าวดอเป็นข้าวสายพันธ์หนึ่ง อายุเก็บเกี่ยวสั้นกว่าข้าวเหนียว
ขาวออกลอกขาววอก
ขาวโอกโลกขาววอก
ขิวหมั่นไส้,กลิ่นเหม็นไหม้ที่มีกลิ่นฉุนหรือเหม็นสาบ , เหม็นเขียว
ขี้กะเทิกเสมหะ ,เสลด
ขี้คร้านขี้เกียจ
ขี่กระบองไม้ผุผสมกับน้ำมันยางธรรมชาติใช้จุดไฟแทนตะเกียงน้ำมัน
ขี้กะตกยางของต้นไม้ที่หล่นลงตามพื้นดิน ใช้เป็นเชื้อเพลิงได้
ขี้กะตืกพยาธิ
ขี้กะตู่คางคก
ขี้กะเท่อเสมหะ ,เสลด
ขี้กะยือโรคหอบหืด
ขี้โก๋จิ้งเหลน
ขี้ไก่เดือนไส้เดือน ชื่อสัตว์ชนิดหนึ่ง ชอบกินดินเป็นอาหาร แต่ไม่กินมากเพราะมันกลัวดินจะหมด เรียก ขี้ไก่เดือน ขี้กะเดียน ก็ว่า.
ขี้เข็บตะขาบ
ขี่แข่วขี้ฟัน
ขี้ค้านขี้เกียจ
ขี้โค้ยางของต้นพลวง
ขี้ซีกน้ำครำ
ขี้ซุ๊อาการท้องร่วงอย่างรุนแรง
ขี้ดินดิน,ก้อนดิน
ขี้ดื้อขี้มึนซุกซน
ขี้เดียดขยะแขยง,รังเกียจ ,ไม่ชอบ
ขี้ตกป่องพลุ๊ค ได้มาแบบโชคช่วย
ขี้ตะโหลกพื้นดินที่ไม่เรียบ ,ตะปุ่มตะป่ำ, ก้อนดินที่เกิดจากการไถนา
ขี้ตั๋วขี้โกหก โกหก พุดปด พุดเท็จ พูดโกหกหลอกลวง เรียก ตั๋วะ อย่างว่า อย่ามาตั๋วะให้หล้มตกหล่มดินทราย ตั๋วะให้กำดินทรายหว่านลงในน้ำ เฮ็ดให้เฮียมหลงหล้มตกตมทังหล่ม ตั๋วะให้คาดลาดล้มกลางบ้านมื่นชะเล (ผญา).
ขี่ถืกป๊องเลือกสุ่มๆแต่ก็ได้ของดี,เดาสุ่มๆก็เดาถูก, ฟลุ๊ค
ขีนไม่ชอบหน้า, ไม่พอใจ, ไม่ชอบ ขืน, ฝืน อย่างว่า ว่าเล่าทำเปืองปุ้นสมคามคลาที่ ดั่งนั้น ลุลาภพร้อมใจป้าห่อนขีนเมื่อใด (ฮุ่ง). ขัด อย่างว่า เมื่อนั้นสองแม่ป้าโลมลูกเอาใจ ก็บ่ขีนกุมารมอบศรศิลป์แก้ว บาก็ยินดีแท้ธรงศรขัดดาบ สองแม่ป้าเฮียงข้างลูบเลิง (สังข์). ขัดขืน อย่างว่า นางก็โจมแจ่มเจ้าองค์อ่อนยอมใจ ก่อนเถิ้น อาบ่มีขีนขืฃัดซิค่อยเติมตามน้อย (สังข์).
ขีนขัดขัดข้อง
ขี้โผ่นพุง,ท้อง
ขี้พื้นปากลักษณะคล้ายกับว่าโดนนินทา เป็นขี้ปากของชาวบ้าน
ขี้มักย้องบ้ายอ
ขี้เมี่ยงสนิม
ขี้โยยสำออย
ขี้ล่ายขีเหร่,ดูไม่ดี ไม่น่าดู มีความหมายเดียวกับคำว่า ผู้ฮ้าย
ขี่หมินหม่อเขม่าก้นหม้อ
ขี่หินก้อนหิน,ลูกหิน,หิน
ขี้เหงี่ยผงหรือฝุ่น(ละอองเล็กๆ)
ขี้โผ่พุง,ท้อง
ขี้อ่งหยิ่ง,คนถือตัว,มาดเยอะ,หยิ่งทะนงตน
ขุโคบร่วงพรู,หล่นกราว
ขุมหลุม
ขูตกหล่น ร่วงหล่นโปรยปราย
เคงขึง,ตึง,ทำให้ตึง
เขญการเลื่อน,เข็น
เข็ดแข่วเสียวฟัน
เข็นไนเข็นฝ้าย
เขย

การแกะ,การเปิด

เข่าขอดหม้อข้าวหมดไม่มีจะกินแล้ว
เข่าบ่อนเข้าห้องนอน
เขี่ยนเปลี่ยน -ย้าย-หรือทำให้เป็นฝอยเส้นเล็กเส้นน้อย
แข่งแดดแข่งฝนฝ่าแดด ,ฝ่าฝน
แข่นอั้นตั้นลักษณะอาการแน่น สมบูรณ์ เนื้อแน่น
แข่วแมงฟันผุ
แข่วซวกฟันเหยิน
แข่วฟัน
แข่จรเข้
โข่ โล่ เข่ เล่เป็นชิ้นใครชิ้นมัน (ขนาดใหญ่)
ไข่อึ่งหลึ่งลักษณะของอาการบวมเป่ง
ขี้ถี่ขี้เหนียว,หวงของ ตระหนี่ คนตระหนี่เรียก ขี้ถี่ อยากได้ของจากคนตระหนี่ต้องขอนาน อย่างว่า ขี้ถี่ขอคน (ภาษิต)
คนบ่เคี่ยมคนซุ่มซ่าม
ข้าวคั่วผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำข้าวสารเจ้าหรือข้าวสารเหนียวที่แห้ง นำไปคั่วจนสุกกรอบ แล้วนำไปบด
ขี้ฟ้าเมฆ, กลีบเมฆ, ก้อนเมฆ
ขี้ฮ้ายขี้เหร่, หน้าเกลียด
ข้าวของทรัพย์สิน, ของใช้
ไข้จับสั่นไข้มาลาเรีย
ขานตอบคำถาม, ตอบ
ขุนตำแหน่งขุน
ขันสู้อาสา, ขันอาสา
เขือนเมืองกำแพงเมือง
ข่าคนใช้, คนรับใช้ คล้ายกับคำในภาษาไทยคำว่า ข้า, ขี้ข้า
ขอดไมตรีผูกไมตรี, ผูกมิตร
เขายวงWhite Mountain
โขโมจมูก
ไขคำบอกความต้องการ, แจ้งความประสงค์
เขาคูนกเขาขัน
ขวงลาขวงปืนเก้ ๆ กัง ๆ, จะไม่ก็ไม่ไป, เก้งก้าง
แข่วเจิงฟันเหยิน, ฟันหน้ายื่นไปข้างหน้า
เขินทางน้ำแห้ง, แห้งขอด
ขึงปีกกางปีก
ขันสุลาขันหมาก
ข้าวปาดขนมโบราณชนิดหนึ่ง คล้ายขนมเปียกปูน แต่ค่อนข้างเหนียวกว่ามาก ปัจจุบันไม่ค่อยเห็นขนมชนิดนี้แล้ว แต่ก็ยังใช้คำว่า ข้าวปาด ในความหมายถึง ขนมเปียกปูน
ขุ่มหมุ่มลักษณะการเดินในที่มืดสลัว ๆ
ข้าวต้มแดกเป็นขนมหวาน คล้ายกับข้าวต้มมัด แต่ต่างกันตรงที่ข้าวต้มแดกจะใช้ข้าวเหนียวแช่น้ำค้างคืน ตำผสมกับกล้วยสุกบด แล้วห่อด้วยใบตอง คำว่า แดก ในภาษาอีสานจะหมายถึงการตำ, อัดให้แน่น, ยัดเข้าในภาชนะ เช่น ปลาแดก, ข้าวต้มแดก เป็นต้น
ขี้ไหง่ฝุ่น, ฝุ่นตลบ
เขยเปิด, อ้า, เผยอ, แง้ม เผย ก็เรียก
ข้าวโป่งข้าวเกรียบอีสาน
ขี้ตะแร้รักแร้
ขี้หินแฮหินลูกรัง
ข่อยกับเจ้าฉันกับเธอ
ขี้โก๊ะจิ้งเหลน, จิ๊กโก๋
โข้เล่คนให้เข้ากัน หรือ กวนให้เข้ากัน
ไข่อ้วน , อวบ ฟองสัตว์ เรียก ไข่ เช่น ไข่ไก่ ไข่เป็ด ไข่นก ไข่ห่าน ไข่เสีย เรียก ไข่ฮ่วน ไข่ที่ฟักไม่เป็นตัวเพราะไม่มีเชื้อ เรียก ไข่เข้า ไข่ด้าน ก็ว่า ไข่ตายโคม เรียก ไข่ฮ้างฮัง.
ข้าวคั่วข้าวสาร (ส่วนมากจะใช้ข้าวเหนียว) ที่นำไปคั่วจนสุก แล้วนำมาตำจนละเอียด
ขนขวายเสาะ, แสวงหา การเสาะแสวงหาข้าวของเงินทอง เรียกขนขวาย อย่างว่า ควรที่กูพระองค์ชิหนีไปขนขวายหา ผญาสัพพัญญูตญาณอันประเสริฐ (เวส).
ขนงคิ้ว คิ้วเรียก ขนง อย่างว่าคิ้วคาดค้อมกวมเนตรขนงนาง (ผาแดง).
ขนงจัด, เตรียม การจัดเตรียมเรียก ขนง อย่างว่า เมื่อใดการเกิดฮ้อนขนงไว้อย่าลา (หน้าผาก).
ขนงเงื้อมชายตลิ่งที่เว้าแหว่งเรียก เงื้อม ขอบเขตที่เว้าแหว่ง เรียก ขนงเงื้อม อย่างว่า ราชาพระอยู่เมืองขนงเงื้อม (ขุนทึง).
ขนงทวารเขตประตูเมือง เรียก ขนงทวาร อย่างว่าเวียงหลวงกว้างขนงทวารทังสี่ (กา).
ขนงป่าวังเวินที่อยู่ในป่า เรียก ขนงป่า อย่างว่า คือดั่งปวงปลาข้อนเวินวังขนงป่า (กา).
ขนงไพรขอบเขตป่าเรียก ขนงไพร อย่างว่า เศิกใหญ่เค้าคุงขอบขนงไพรทมทมปืนป่าวปุนมารไค้ อนุชาท้าวโจมสังข์ใส่ผ่า น้องท่านเกื้อกลอยสู้ส่งแฮง (สังข์).
ขนงเมืองขอบเขตเมืองเรียก ขนงเมือง อย่างว่า เคียดที่เขาขอบขั้นเป็นเขื่อนขนงเมือง (ฮุ่ง).
ขนงห้องเขตป่าหิมพานต์เรียก ขนงห้อง อย่างว่า เต็มขนงห้องหิมพานต์สวนอาจ (ขุนทึง).
ขนังแผลงมาจากขัง ผูกพันไว้ เรียก ขอดขนัง อย่างว่า แค้นแต่พระบาทเจ้าใจข้องขอดขนัง (สังข์).
ขนังเกี่ยวพัน เรียก ขนัง อย่างว่า ก็บ่แล้วที่ข้องขนังเกี้ยวกีดทวง (สังข์).
ขนังคับแค้น เรียก ขนัง อย่างว่า น้องอย่าข้องขนังแค้นคั่งทวงน้องเอย (ขูลู).
ขนังเจ็บแสบเรียก แสบขนัง อย่างว่า คึดแฮ่งฮ้อนแสนขนัง (สังข์).
ขนังขังในใจเรียก ขนังอก อย่างว่า พระฮ่ำแล้วธรงโศกขนังอก (กา).
ขนันกั้น, บัง อำนาจวาสนาป้องกันศัตรูหมู่อมิตรและไข้เจ็บได้ในบางกรณี อย่างว่า เพิงพี่แยงยกเจ้าเจียมปรางค์เป็นอาชญ์ แดนนาคน้ำเกรงก้ำกิ่งสกุลพี่นา แม้นชื่อโพยแสนเส้น ศัตรูมารมาเบียดก็ดี อำนาจน้องตางต้ายเขื่อนขนัน (สังข์).
ขนันช้างขุนเจือง ช้างขุนเจืองตัวหนึ่งชื่อ ขนัน อย่างว่า ตัวหนึ่งเฮียกชื่อขนันแดนด้าวชมพู มนุสราชเงือกอยู่ใต้แม่น้ำดำฆ่าตุ่มตาย (ฮุ่ง).
ขนันล้อม, บัง อย่างว่าชอบที่ภูวนาถท้าวปองปลูกถมแถมนี้แล้ว ยอหินขนันเขื่อนเบ็งบังน้ำ อันหนึ่งคือดังเฮือนแซมพ้นเพลาลมมากผาใหญ่ตั้งบังน้ำช่องชัน (ฮุ่ง).
ขนับตาข่าย ชื่อเครื่องดักนกหรือค้างค้าวชนิดหนึ่ง สานด้วยด้าย เป็นตาคล้ายแห เรียก ขนับ สำหรับช้อนนกหรือค้างค้าว.
ขนางคานคู่สำหรับวางท่อนไม้เพื่อเลื่อยเป็นแผ่นกระดาน เรียก ขนาง ขาง คาน ก็ว่า เช่น ขางเฮือน ขางชาน.
ขนาดยิ่ง, เกิน เช่น แซบขนาด หวานขนาด มักขนาด ดังขนาด.
ขนานยารากไม้หลายๆ ราก ฝนรวมกันเรียก ยาขนานหนึ่ง ยาซุม ก็เรียก.
ขนานเรือแล่นเรียงคู่กันไปเรียก เรือขนาน ฟองน้ำที่กลิ้งเป็นลูกๆ เรียก ฟองขนาน อย่างว่า ใผบ่มีห่อนฮู้อันโศกเสมอเฮียม พอเมื่อราตรีแถมถ่ายปันเป็นมื้อ เซ็นเซ็นน้ำขนานฟองฟ้าใหม่มาแล้ว คึดเมื่อเฮียงฮูปน้องลงเหล้นส่วยสรง (สังข์).
ขนาบตี, ปราบ การตีหรือปราบให้เกรงกลัว เรียก ขนาบ ผาบ กำฮาบ ก็ว่า อย่างว่า เมื่อนั้นเถ้าโหดฮ้ายขึงขู่คำแข็งเด็กเชิงชนอย่าลวนมาใกล้ ความประสงค์พราหมณ์เถ้าหัวทีต้องผาบ กำฮาบแล้วขอได้จิ่งชิกลัว แท้แล้ว (เวส-กลอน).
ขบปลาคางเบือน ชื่อปลาชนิดหนึ่งเรียก ปลาขบ ปลาปากเบี้ยว ก็ว่า.
ขบกัด กัดเรียก ขบ เช่น หมาขบ งูขบ ยุงขบ อย่างว่า หมาโตขบบ่เห่า หมาโตเห่าบ่ขบ (ภาษิต) หมาขบหนังมันยังคนเทื่อเบื่อพี่น้องยอย้องเพิ่นดี (ภาษิต).
ขบถการประทุษร้ายต่ออาณาจักร, ความทรยศ เรียก ขบถ กบฎ ก็ว่า.
ขมชื่อบวบชนิดหนึ่ง มีรสขม เรียก บวบขม เถาอีกชนิดหนึ่งมีรสขมเรียก เครือเขาฮอ บอระเพ็ด ก็ว่า อย่างว่า คันอยากอายุยิ้งยืนยิ่งหลายปี ให้เจ้ากินเขาฮอก่อนงายยามเช้า หรือชิกินยามเข้าเนานอนค้ายค่ำ กินซู่มื้อมีเว้นแฮ่งดี (ย่า).
ขมขึ้งเคียด, ไม่ชอบใจ อย่างว่า เมื่อนั้นนางคราญขมเคียดเค็มฟุนป้อย ดูราชายโทนเถ้ายักโขผีเผด มึงหากกดวาดเว้ามีได้เวทนาท่านเอย (สังข์).
ข่มข่มเหง, บังคับ อย่างว่า เอาท่อคุณผัวอ้างองค์มารมาข่ม กูรือ แม้นจักจัดฝ่ายฟ้ามากั้งบ่กลัว แท้แล้ว กูก็ลือหาญข้ามชมพูเผลียงโลก มาแล้วอาจักขัดอยู่ได้เฮวต้านตอบความเที่ยวเถิ้น (สังข์).
ขมวนชื่อหนอนชนิดหนึ่ง เกิดในปลาแห้ง กินปลาแห้งเป็นอาหาร เรียก แมงขมวน.
ขมวนยุ่ย, ผุปลาที่ถูกแมงขมวนกินเรียก ปลาเป็นขมวน.
ขมวยขุยดิน ดินที่ใส้เดือนกินกองขึ้นเป็นกองๆ เรียก ขมวยดิน ขวยดิน ก็ว่า อย่างว่า หนูกินกล้วยป๋าขวยให้ตุ่น มักเพิ่นพุ้นมาเฮื้องใส่เฮียม (ผญา).
ข่มหลบไม้สองงตัวสำหรับทับหญ้ามุงหลังคา เรียก ไม้ข่มหลบ.
ขมองมันสมอง จิต ใจก็ว่า อย่างว่า คึดลูกเจ้าตามท้าวคั่งขมอง (กา) อุกอั่งเอ้าเหมือนไหม้แสบขมอง (ผาแดง).
ขมอดลำบาก, ยาก, ไร้ คนที่ไม่มีอันจะกินเรียก คนทุกข์ขมอด อย่างว่า ใผผู้ทุกข์ขมอดไฮ้อาศัยเข้าเพิ่งบุญ (โสวัตร).
ขมอนด่านเก็บภาษี ด่านเก็บภาษีสมัยโบราณเรียก ขมอน ปัจจุบันเรียก ขนอน อย่างว่า เจ้าปากแล้วให้มอบแองคอน ทางเดินไกลาดลีมมวลหั้น เอาขมอนเที้ยนทุกอันเวนมาก ทุกที่อ้างเมืองนั้นว่าเกษิม (ฮุ่ง).
ขม่อมส่วนของศีรษะตรงที่กระโหลกงอกมาบรรจบกัน เรียก ขม่อม กระหม่อม ก็ว่า .
ขมับกระโหลกศีรษะส่วนหน้าที่อยู่ระหว่างคิ้วกับหูเรียก ขมับ กระหมับ ก็ว่า.
ขมิ้นชื่อว่านจำพวกหนึ่ง มีหลายชนิด บางอย่างใช้ย้อมผ้า บางอย่างทำผงใช้ทาตัว บางอย่างใช้ทำยา เรียก ขมิ้น ขี้มิ้น เข้ามิ้น ก็ว่า เช่นขมิ้นชัน เรียก ขี้มิ้นไข ขมิ้นอ้อยเรียก ขี้มิ้นขึ้น อย่างว่า ขี้มิ้นอยู่สวนชวนกันเป็นหว้าน ชู้อยู่บ้านเป็นเพิ่นชะเลยเตย (ภาษิต).
ขมิ้นชื่อว่านชนิดหนึ่ง สีขาว ยางสีขาว ใช้เป็นว่านคงฟันแทงไม่เข้า เรียก หว้านขี้มิ้นขาว.
ขมุชื่อชนชาวเขาเผ่าหนึ่ง เรียก ขมุ อาจจะเป็นเผ่าข่าหรือขอม อย่างว่า บัดนี้จักกล่าวเถิงขุนลางผู้ขอมภูเขาก่ำก่อนแล้ว มันก็จักแจ่มเจ้านางอั้วหมั่นมา มันก็หามาได้กวางฟานเนื้อป่า เทียวส่งเจ้าตนล้ำแม่เมือง (ขูลู).
ขมุดชื่อพรรณไม้ดอกชนิดหนึ่ง ต้นเล็ก ดอกขาวหอม เรียก ดอกขมุด อย่างว่า มีทังดอกเกดแก้วทองเทศขมุดขาว ขุมฟูมเครือก่ายกอแกมก้าน (ขุนทึง).
ขมุยศัตรู, ขโมย ศัตรูเรียก ขมุย อย่างว่า เหตุว่าศัตรูเค้าขมุยมันมีมาก แฮงฮู้เข้าสู่เงื้อมสะกอยหั้นแห่งกา (สังข์).
ขโมยผู้ลักสิ่งของเรียก ขโมย กะโมย ก็ว่า.
ขยมข้า, บ่าว อย่างว่า ขยมหยั่งบารมีกั้นไสยานิทเน่ง มานั้น (ลึบ).
ขยายกระจาย, แก้, คลี่ อย่างว่า เมื่อนั้นพายคลี่ถ้อยถนอมสั่งนางเมืองกูจักเมือขาชายสู่โฮงพระยาอ้าย (ฮุ้ง) ขยายหัวหญ้ามามุงบ่อนฮั่ว หยับเคี่ยนเข้ามาใกล้จอดกัน (บ.).
ขรมอึกทึก, เอ็ดอึง การเสกมนต์เสียงเอ็ดอึง เรียก เสียงขรม อย่างว่า เป็นเหตุให้ตามืดฟางฟุบ กุมภัณฑ์ขรมอ่านมนต์โอมแก้ ยามนั้นศิลป์ชัยท้าวทั้งสังข์สองอ่อน เสด็จล่วงเข้าเถิงคุ้มข่วงมาร (สังข์).
ขรรค์ดาบด้ามสั้น ชื่อดาบชนิดหนึ่ง มีคมสองข้าง ตรงกลางทั้งสองข้างเป็นสันเล็ก คล้ายหอก เรียก ขรรค์ ขรรค์ชัย ก็ว่า อย่างว่า มันก็ทวนขรรค์ชัยส่องกุมกำด้ำ (ฮุ่ง) กับทังพระขรรค์แก้วอาคมศาสตรเพท (กา).
ขวงสะเดาดิน ชื่อผักชนิดหนึ่งเกิดปูไปตามดิน เรียก ผักขวง ผักควงขม ผักแก่นขม ก็ว่า.
ขวงไม่เจริญ จัญไร สิ่งที่นำความไม่เจริญมาให้เรียก ขวง เข็ดขวง ก็ว่า อย่างว่า ลางเทื่อได้หน่วยแก้วอย่าฟ้าวเปิบหัวใจ ลางเทื่อฮงฮงใสหน่วยขวงใผชิฮู้ (ย่า).
ข่วงชื่อเครื่องดักสัตว์ชนิดหนึ่งจำพวกกระรอกกระแต เรียก ข่วง เช่น ข่วงห้างกะฮอก ข่วงห้างกะแต.
ข่วงสนาม, บริเวณ, เวที สถานที่รวมกันเป็นจำนวนเรียก ข่วง อย่างว่า ชะพู่ล้นเหลือข่วงเชียงกาง ผลควรผายผ่อดูดีฮ้าย ตัวหนึ่งสุรพางหว้ายราตรีไตรโลก แฮงใช่น้อยเชื้อแต่ฉัททันต์ (ฮุ่ง).
ข่วงสนามพักพลเรียก ข่วง อย่างว่า พอยามย้ายยอพลพรากข่วง พระบาทย้ายไปพร้อมพร่ำพล (สังข์).
ข่วงเวทีพื้นมุงด้วยผ้าหรือกั้นร่มใช้เป็นที่ประชุมกิจบ้านการเมืองเรียก ข่วงเพียง อย่างว่า เสตฉัตรเล่ากั้งกวมไว้ข่วงเพียง (ฮุ่ง) ฝูงหมู่เสนาโฮมข่วงเพียงดีแล้วเขาจิ่งเอากันห้างคูณทางทังสี่ ฮ่มก่งกั้งเป็นถ้านแสดเหลือง (ขูลู).
ขวดขมวด การม้วนผมแล้วผูกเป็นจุกเรียก ขวดผม ขอดผม ก็ว่า อย่างว่า นางก็ทรงผนวช ขอดเกษเกล้าเป็นชฎา จามวาสีนุ่งหนังสืออันท่านเถือลอกปอกออกทังเล็บเก็บจีบเป็นสังฆา (เวส).
ขวนขวายเสาะหา, แสวงหา อย่างว่า นางก็ขวนขวายหา ดวงผาลาลูกไม้ หามาไว้ใส่แลงงาย คนเดียวดายบ่มีเพื่อน ในเถื่อนกว้างดงดอน (เวส).
ขวยขุยดินที่มดหรือสัตว์คุ้ยขึ้นมาเป็นกองไว้เรียก ขวย เช่น ขวยหนู ขวยกะปู ขวยกุดจี่ ขวยจี่หล่อ ขวยแมงซอน.
ขวยขุดดินเพื่อกั้นน้ำเรียก ขวย ขัว อย่างว่า น้ำล้นห้วยขวยดินทรายป้านบ่อยู่ (กลอน).
ขวยตูมลักษณะที่เข็ดขวงซึ่งเกิดในร่างกายคนและสัตว์ เช่น ม้าที่มีลักษณะไม่ดี อย่างว่า ม้าตัวใดขวัญปั่นพื้นเฮือฮั่ว เจ้าม้าชั่วจนตาย เลี้ยงงัวควายบ่แผ่ แม่เป็ดไก่หมูเสีย เมียเพิงแพงขี้ไฮ้ ลูกไข้เพื่อตายหนาวลูกสาวนุ่งสิ้นเหี้ยน (เวส).
ขวางเมืองที่ขยับขยายออกไปกว้างเรียก เมืองขวาง อย่างว่า พระก็ยกยอดแก้วเป็นเกิ่งนครขวาง พระแพงเพียงพระเนตรเนาในหน้า ปุนสาวใช้คำออนเอื้อยมุ่ง สองพี่น้องประสงค์ตั้งปิ่นปัว (สังข์)
ขวานฟ้าชื่อขวานเล็กๆ ชนิดหนึ่ง มีฟันดุจฟันตั๊กแตน เหล็กสีดำเลื่อม โบราณเรียก ขวานฟ้าผ่า คือเมื่อเวลาฟ้าผ่าลงไม้ ถ้าผ่าไม้ขวานจะกลับคืนไม่ได้ ต้องตกอยู่ที่นั่นขวานชนิดนี้เคยเห็นมาแล้ว อย่างว่า ขอให้ขวานแต่ฟ้าเผลียงเข้าผ่าหัว (กา).
ข่อนกระวังไพร ชื่อนกอีกชนิดหนึ่ง ตัวเล็กๆ ในพวกนกระจิบ เรียก นกข่อ อย่างว่า ฝูงนกกะทาทองไท้ยูงขัวเขาข่อ จิบจาบจ้อยคณาขุ้มขาบเขียว (สังข์).
ข้อสิ่งที่มาต่อกันเรียก ข้อ เช่นข้อตีน ข้อมือ ข้ออ้อย อย่างว่า ใผผู้กินข้ออ้อยผญาหลั่งไหลมา ซิมีปัญญาเลิ๊กลื่นคนทังค้าย (ภาษิต).
ข้อปัญหาที่ตั้งขึ้น คนหนึ่งเป็นคนถาม คนหนึ่งเป็นคนตอบ เรียกว่า ข้อปัญหา อย่างว่า ไปบ่กลับ หลับบ่ตื่น ฟื้นบ่มีหนีบ่ม้ม ก้มบ่หวิด หาบบ่หนัก ตักบ่เต็ม เค็มบ่จืด มืดบ่แจ้ง (ปัญหา).
ของชื่อแม่น้ำสายหนึ่ง แบ่งเขตประเทศไทยกับลาว เรียก แม่น้ำของ แม่น้ำโขง.
ข้องโป้ข้องใหญ่ เครื่องจักสานทำด้วยไม้ไผ่ แต่ชนิดใหญ่กว่าข้องพายและข้องลอย ใส่ปลาได้เป็นหาบ เรียก ข้องโป้ อย่างว่า ข้องโป้ฮ่องฮ่ำไห้หาต้อนต่งปลา (กา).
ข้องหย้องอาการที่นกติดข่าย ดิ้นไปดิ้นมากไม่หลุดเรียก ยืนข้องหย้อง.
ขอดนกปรอทชนิดหนึ่ง ตัวเล็กหัวขอด เรียก นกขอด นกข่อ ก็ว่า อย่างว่า กะทาทองไท้ยูงขัวเขาข่อ จิบจาบจ้อยคณาขุ้มขาบเขียว (สังข์).
ขอดลูกคนสุดท้องเรียก ลูกขอดท้อง อย่างว่า กูมารน้อยจาเสิ้นเสียงต่างฉันนี้ ลูกขอดท้องกูกร้าวกว่ามึง นี้เด (สังข์).
ขอดวอด, เกือบแห้ง น้ำจวนหมดตุ่ม เรียก น้ำขอดแอ่ง อย่างว่า อี่เซกเลกอี่น้ำขอดแอ่ง พ่อแก่ไปกินมีแต่แมงง้องแง้ง ง้องแงง ง้องแง้ง (สอย).
ขอดผูกพัน, เกี่ยวข้อง การแสดงความอาลัยใยห่วง เรียก ขอด อย่างว่า ยามใดแล้วที่ก้ำการพระบาทเหนือหัว จิ่งจักปุนประสงค์ขอขอดพระไมมวลน้อม เทื่อนี้เจ็บใจอ้ายเหมือนเป็นปางป่วย ขออนุญาตเจ้าจอมซ้อยซู่นาง แด่ถ้อน (สังข์).
ขอดขมวด ผมที่ผูกเป็นจุกไว้จอมหัวเรียก ขอดเกล้า อย่างว่า คือคู่ข้าขอดเกล้าโชนขึ้นขอบดอย (สังข์) ผูกใจเรียก ขอดใจ แต่งสารเรียก ขอดสาร ผูกสีมา เรียก ขอดสิม ผูกรักเรียก ขอดเสน่ห์.
ขอดขอไปตาม เรียก ขอดตาม ขอตายด้วยเรียก ขอขอดตาย.
ขอดเขี้ยวเคี่ยวเข็ญ, บีบคั้น การบังคับให้ทำเรียก ขอดเขี้ยว อย่างว่า ขอแก่อามาตย์ไท้ทังแห่งสามิโก อย่าได้เป็นโพบเข็ญโผดตามเวรฮ้าย สองจักพาเพียรข้วมดงดอนดั้นป่า ขับขอดเขี้ยวเข็ญฮ้ายพ่ายหนีดอกนา (สังข์).
ขอบแขบเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงเคี้ยวข้าวเขียบดังขอบแขบ.
ข้อยข้า, ทาส คนใช้เรียกข้อย ข้อยมี 2 จำพวก ข้อยโดยกำเนิดและข้อยที่สมัครใจ พ่อแม่เป็นข้อยลูกที่เกิดมาก็เป็นข้อยตามพ่อแม่ เรียก ข้อยโดยกำเนิด ข้อยที่สมัครใจถ้าไม่อยากเป็นก็ลาออก.
ข้อหล้อสั้นนิดเดียว เรียก สั้นข้อหล้อ อย่างว่า สั้นข้อหล้อมือยื้อบ่เถิง สูงเจวเววชั่วสามวาฮิ้น (ภาษา).
ขัดชื่อลายชนิดหนึ่ง ใช้ตอกไม้ไผ่ขัดสานกัน ยกขึ้นเส้นหนึ่ง ข้ามเส้นหนึ่ง เรียก ลายขัด อย่างว่า ตอกหลิ้มใส่ลายขัด นี่ก็ยาก (ภาษิต).
ขัดคัด การคัดเรือให้ไปตรง เรียก คัดเฮือ ขัดเฮือ ก็ว่า อย่างหนึ่ง ชาติที่เฮือแผนนี้ วางโทมบายกูด จิ่งเป็นดาย ขัดถืก เววาด ท้ายหัวพี้หากชินำ (สุด).
ขัดติดขัด, ไม่สะดวก, ไม่ทำตามเรียก ขัด เช่น ห้ามไม่ให้ทำ เรียกขัดขวาง ไม่ให้ความสะดวก เรียกขัดข้อง ไม่ยอมทำตาม เรียก ขัดแข็ง ไม่เห็นด้วย เรียก ขัดคอ ไม่พอใจหรือผิดใจ เรียก ขัดเคือง สนับสนุนให้ทำ เรียก ขัดท้าย ไม่ร่วมวงกินอาหาร เรียก ขัดพาเข้า.
ขัดขีนไม่ลงรอย ไม่ร่วมมือทำ เรียก ขัดขีน ขีนขัด ก็ว่า อย่างว่า นางก็โจมแจ่มเจ้าองค์อ่อนยอมใจ ก่อนเถิ้น อาบ่มีขีนขัดชิค่อยเดินตามน้อย ฯ สุดแต่จอมคุณเจ้าเห็นดีโดยชอบ ลูกชิขัดต่อข้อขีน ได้ห่อนควรพ่อเอย (สังข์).
ขัดเค้าคัดเค้า ชื่อพรรณไม้ดอกชนิดหนึ่ง ดอกสีขาว กลิ่นหอม ลำต้นมีหนาม เรียก ต้นขัดเค้า อย่างว่า ดอกขัดเค้าก้านเกดจำปี นารีหอมฮ่วงบานโฮยเฮ้า (กลอน).
ขัดเลือดคัดเลือด คัดเลือดด้วยมนต์เรียก ขัดเลือด เช่น เมื่อถูกขวานหรือพร้าฟัน เสกมนต์ให้เลือดหยุด มนต์ที่ใช้ในการนี้เรียก มนต์ขัดเลือด.
ขันพาน พานสำหรับใส่เครื่องสักการะ มีข้าวตอก ดอกไม้ ธูป ประทีป เทียน จัด 5 คู่ 8 คู่เรียก ขัน 8 เย็บใบกล้วยติดกันเป็นแหนบ เหน็บ ขันดอกไม้และธูปเทียนเข้าเรียก ขันหมากเบ็ง เพราะรวมเทียนและธูปพร้อมดอกไม้ 5 คู่เข้าไว้ในใบกล้วยที่ติดกันเป็นแหนบนี้.
ขันโตก ชื่อภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่แล้วทาด้วยน้ำรัก มีขา 4 ขาหรือไม้แก่นที่กลึงให้กลม มีขอบ เรียก ขันโตก ใช้เป็นภาชนะสำหรับใส่อาหาร อย่างว่า โตกหน่อยนี้ชื่อว่าโตกไม้จันทน์ ขันหน่อยนี้ชื่อว่าขันไม้แก้ว ขุนนางตกแต่งแล้ว จิ่งยอมา (สู่ขวัญ).
ขันภาชนะสำหรับตักน้ำกินน้ำใช้ ทำด้วยเงิน ทอง ทองคำ เรียก ขันเงิน ขันคำ ขันทอง ใช้สำหรับรดน้ำเจ้านาย เรียก กระออมเงิน กะออมคำ กะออมทอง ก็ว่า
ขันพานหมาก พานสำหรับใส่หมากพลูว่านยา เรียก ขันหมาก ขันสลา ก็ว่า อย่างว่า ค่อยอยู่ดีเยอขันสลาพร้อมซองพลูแอบหมาก กูจักหนีไปตายผู้เดียวยาเศร้า (ขูลู)
ขันตลก ขบขัน การพูดหรือการเล่านิทานให้ตลกโปกฮา เรียก เว้าขัน อย่างว่า นกเขาเขียวจับเฮียวไม้ติ้ว มือหนึ่งอิ้วมือหนึ่งบายโค็ย (สอย)
ขันไทขัน เพชฌฆาต ผู้มีหน้าที่ประหารชีวิตคนทำความผิดต่อบ้านเมือง โบราณเรียก ไทขัน อย่างว่า แล้วเล่าบัญชาให้ไทขันเพชฌฆาต ไปเข่นฆ่าให้มันม้วยมิ่งมรณ์ (เสียว)
ขันต่อสู้ อาสา การรับเลี้ยงดูเรียก ขันอาสา อย่างว่า ใผอย่าขันอาสาเลี้ยงแนวชะนีฮูปค่าง มันหากเคียวบ่เศร้าผองเท้ากระดูกกอง หั้นแล้ว (ผญา)
ขันวน น้ำไหลวนตาไก่ เรียก น้ำขัน อย่างว่า แนมท่อโทมกินน้ำซิเป็นขันฮ้อยหน่วย ก็ตามถ้อน แสนซิฟองทุ่มกลั้วไทท้ายหากซิแจว (สุด)
ขันมัดให้แน่น เช่น ขันตอกชะเนาะเข้าให้แน่น เรียก ขันชะเนาะ ทอผ้าให้เนื้อแน่นด้วยฟืม เรียก ฟืมขัน อย่างว่า ฟืมซาวห้าขันดีเนื้อถี่ (กลอน)
ขันบอกเวลา การบอกเวลาของไก่เรียก ไก่ขัน คืนหนึ่งๆ ไก่จะขันบอกเวลาสามครั้ง ขันครั้งแรกในระยะเวลาเที่ยงคืน เรียก ขันกก ขันครั้งที่ในระหว่างเวลาตีสาม เรียก ขันชั้น ขันท้า ก็ว่า ขันครั้งที่สามจวนจะสว่างเรียก ขันฮวย ขันในระยะนี้จะขันถี่
ขันสั่ง, ลา การสั่งลาเป็นธรรมเนียมของคนหรือสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ก่อนจะจากไปขัน คือสั่งลาก่อน อย่างว่า นกเขาตู้พรากคู่กะยังขัน กาเวาวอนพรากฮังกะยังฮ้อง น้องพรากอ้ายความเดียวบ่เอิ้นสั่ง คันบ่เอิ้นสั่งใกล้ขอให้เอิ้นสั่งไกล (ผญา).
ขั้นบันได ไม้ที่ทำเป็นขั้นๆ หรือเชือกที่ผูกไม้เป็นขั้นๆ ทำเป็นบันได เพื่อขึ้นสู่ที่สูงและลงไปที่ต่ำ เรียก ขันได บันได คันได กะได ก็ว่า อย่างว่า ค้อมฮ่ำแล้วลาราชปรางค์ทอง ฮวายมนต์โอมแอ่วโพยมยังฟ้า แยงหนห้องกะไดทองเทวราชพ้นกีบฟ้าเขียวดั้นดุ่งเถิง (สังข์).
ขั้นกั้น, กาง สิ่งที่กั้นกางให้ห่างกันเป็นระยะ เรียก ขั้น เช่น ภูเขาสองลูกมีป่าไม้กั้นกลางไว้ อย่างว่า เห็นแต่ภูเขาขั้นเฮียงกันเป็นหลั่น ดงด่านด้าวไพรกว้างอยู่กลาง (สังข์).
ขันตีความอดทน ความอดทนเรียกขันตี ขันตีมี ๓ อย่างคือ ๑ อดทนต่อความลำบาก ๒ อดทนต่อความกรากกรำ ๓ อดทนต่อความเจ็บใจ
ขันทีนักบวชนอกศาสนานิกายหนึ่ง ทำอวัยวะเพศของตนให้ตาย ไม่ให้มีความกำหนัด เหมือนคนที่ถูกตอน พวกนี้เรียกขันที.
ขับไล่, ต้อน เช่น ขับงัว ขับควาย ขับเกวียน.
ขับร้อง, ลำ การร้องลำทำเพลงเรียก ขับ ลำ ก็ว่า เช่นขับซำเหนือ ขับงึ่ม ขับเชียงขวาง อย่างว่า ประสงค์เสียงขับม่วนเมือเมืองฟ้า (สังข์) พ่องก็ขับอิ่นอ้อยทังอ่านหนังสือ (ผาแดง).
ขับข่วงการร้องลำแบบหนึ่ง เช่น ลำผีฟ้า ลำเสี่ยงดูสายมิ่งสายแนน อย่างว่า นางใยสร้อยเสียงหวานขับข่วง เขาก็พมปี่พร้อมหลายถ้องกล่อมเสียง (ฮุ่ง).
ขัยความเสื่อม, ความสิ้น อายุที่ล่วงเลยไป สิ้นไป เสียไป เรียก อายุขัย.
ขัวสะพาน สะพานที่ทำด้วยไม้ ด้วยเหล็กหรือปูน พอที่จะข้ามน้ำข้ามเหวได้ เรียก ขัว สะพาน ตะพาน ก็ว่า อย่างว่า ขอพ่อแปลงขัวข้ามสะเภาทองเทียวทีป เมืองใหญ่สองฝ่ายฟ้ากะไดแก้วก่ายกัน แท้แล้ว (สังข์).
ขัวไก่ฟ้า ไก่ป่าชนิดหนึ่ง เรียก ไก่ขัว นกขัว ก็ว่า อย่างว่า ขัวข่อขุ้มกะทากี้ก่างตอง (สังข์).
ขั้วเอาสิ่งของใส่กระเบื้องหรือกะทะตั้งไฟให้ร้องแล้วคนไปจนสุกหรือเกรียม เรียก ขั้ว เช่น ขั้วพริก ขั้วงา ขั้วถั่ว ขั้วเข้าขั้ว ขั้วเข้าเหมา ขั้วเข้าฮาง ขั้วเข้าเบือ.
ขัวขัวชัดเจน, ฉะฉาน การพูดจาสนทนาด้วยความชื่นชมเบิกบาน อย่างว่า เมื่อนั้นขัวขัวต้านกามทากษัตริย์ใหญ่ ชมชื่นต้านถามถ้วนซู่คลอง (สังข์).
ขัวนัวสลัว, ทึบ, หนา เมฆสลัวมองดูอะไรเห็นไม่ชัดเรียก หมอกขัวนัว อย่างว่า ใกล้ฮุ่งเค้าคางอั่นอรชร ขัวนัวเหมือนหมอกฮวายลงข้อน ไฟฟืนใต้ทุกเตาเฮืองฮุ่ง ซว่าซว่าข้าดาตั้งแต่งงาย (สังข์).
ขัวะแกะ เช่นเอามีดแกะเปลือกไม้เรียก ขัวะเปลือกไม้ เอาเสียมแคะหาหอยที่ฝังอยู่ในดิน เรียก ขัวะหอย เอามีดกระเทาะเกล็ดปลา เรียก ขัวะเกล็ดปลา.
ขาชะอม ชื่อพรรณผักเถาชนิดหนึ่งมีหนาม ใบและยอดมีกลิ่นฉุน กินเป็นอาหารได้ เรียก ผักขา ผักขะ ก็ว่า.
ขาพวก, ข้าง, ฝ่าย.
ขาเขา สรรพนามบุรุษที่ ๓ เรียก ขา ขาเจ้า ก็ว่า อย่างว่า ขาก็ลาบาทเจ้าลุ่มฟ้าสองท้าวทอดเทียน (สังข์) เมืองปะกันนั้นเงินยางเมืองพ่อ ขาแล้ว เฮาจักฮดแจ่มเจ้าสองท้าวใส่เมือง (ฮุ่ง).
ข่าชื่อพรรณไม้จำพวกหนึ่ง ในสกุลว่าน ใช้เป็นยาและปรุงอาหารได้ มีหลายชนิด ชนิดที่เกิดตามบ้าน เรียก ข่าบ้าน ชนิดที่เกิดในป่า เรียก ข่าป่าหรือข่าลิง ก็ว่า ชนิดใหญ่เรียกข่าโคม อย่างว่า สับหน่อข่าถืกหน่ออือทือ เหลือแต่คือมันหั้งบ่แม่น (ภาษิต).
ข้าข้า พวกชาวเขาเผ่าต่างๆ เรียก ข้า เช่น ข้าจะรวย ข้าระแด ข้าตองเหลือง พวกข้าตองเหลือง ถ้าอพยพไปอยู่ที่ไหนใบตองเหลืองหล่นลงมา จะไปอยู่ที่อื่นอีก.
ข้าบ่าว, คนรับใช้ คนที่ยอมรับใช้คนอื่น เรียก ข้าสมัครใจ พ่อแม่เป็นข้าลูกเป็นข้าตาม เรียก ข้าโดยกำเนิด.
ข้าข้า หมายถึงตัวผู้พูด เรียก ข้า ข้าเจ้า ข้าน้อย ผู้ข้า ก็ว่า.
ข้าทำให้ด้ายเหนียวและแข็งด้วยการต้ม เรียก ข้าฝ้าย.
ขากทำให้เศลษม์ (เสมหะ) หรือสิ่งที่ติดคอให้หลุดออกมา เรียก ขาก คาก ก็ว่า.
ขากบ1.)ชื่อกางเกงขาสั้นชนิดหนึ่ง มีขาสองขาคล้ายว่าวจุฬา เรียก โส้งขากบ. 2.)ชื่อว่าวชนิดหนึ่ง มีขาสองขาคล้ายว่าวจุฬา เรียก ว่าวขากบ.
ขากะเยียที่สำหรับวางหนังสือใบลานเมื่อจะเข้าเรียนหนังสือใบลาน จะต้องมีขากะเยียไปตั้งไว้ข้างหน้า เอาหนังสือใบลานวางบน การเรียนหนังสือโบราณต้องใช้เวลานาน ถ้าจะใช้มือจับหนังสือต้องลำบากแน่ ที่วางหนังสือเรียก ขากะเยีย กากะเยีย ขาพะเยีย ก็ว่า.
ขาเข็ดเดือยหรือไกเครื่องดักสัตว์ เวลาสัตว์มาถูกจะลั่นลง เรียก ไกขาเข็ด ไลขา เข็ด ไล ก็ว่า.
ขาเขียเกวียนที่เอามาตกแต่งให้สวยงาม ตีไม้สามเหลี่ยมวางบนหลังเกวียนเอาบั้งไฟมาผูกกับไม้สามเหลี่ยม ไม้สามหรือสี่เหลี่ยมที่ผูกบั้งไฟติดนี้ เรียก ไม้ขาเขียบั้งไฟ.
ขาเครือขาเรียวลีบ คนที่มีขายาว และลีบเรียก คนขาเครือ.
ขาแคปีกสองข้างของเครื่องตักสัตว์น้ำ เช่น ขาแคต้อน ขาแคลี่ เครื่องดักสัตว์บก เช่น ขาแคน่าง ขาแคชิง.
ขางรอดสำหรับรับตง เรียก ขาง เช่น ขางเฮือน ขางซาน.
ขางชื่อเหล็กชนิดหนึ่งไม่เป็นสนิมแข็งแต่เปราะ ถลุงจากแร่ที่ติดอยู่ตามหินกรวด กระทะที่ทำด้วยเหล็กขางเรียก หม้อขาง ผาลไถนาที่หล่อด้วยเหล็กขางเรียก หมากสบไถขาง.
ขางอัง เอาข้าวเกรียบมาอังไฟเรียก ขางเข้าเขียบ เอาปลาไปอังไฟ เรียก ขางปลา อย่างว่า มโนพี่เพี้ยงไฟเอ้าอ่มขาง (สังข์).
ข้างเบื้อง, ส่วน, ฝ่าย เช่น ฝ่ายหน้าเรียกข้างหน้า ฝ่ายในเรียก ข้างใน เบื้องซ้ายเรียกข้างซ้าย เบื้องขวาเรียกข้างขวา เวลาพระจันทร์สว่าง เรียก ข้างขึ้น เวลาพระจันทร์มืด เรียก ข้างแฮม ทิศเหนือเรียก ข้างปลายตีน ทิศใต้เรียก ข้างหัวนอน.
ขางบ้านแม่บ้านที่เอาใจใส่ในกิจบ้านการเรือน เรียก ขางบ้าน อย่างว่า ได้เมียผู้ดีคือสบไถขาง เมียเป็นนางผัวนุ่งผ้าไหม นาแฮ่งใหญ่กล้าซ้ำแฮ่งเหลือ (กาพย์ปู).
ขางเมืองทหารที่ใจกล้าเหมือนเหล็กขาง สามารถรบราข้าศึกได้ชัยชนะ เรียก ทหารขาง ขางเมือง ก็ว่า อย่างว่า ตัวหนึ่งง้าวถนิมแก้วมณีโชติใสแพรว ลือเมือเถิงสวรรค์กล่าวขานขอซ้อง ภูธรท้าวหมายไปปุนชอบให้แก่อ้ายผ่องผู้ใจกล้ากว่าขาง (ฮุ่ง).
ข้างหย้างคนใหญ่ผอมสูงยืนกั้นประตูเรียก ยืนข้างหย้าง คนที่เล็กเรียก แข้งแหย้ง.
ขาดทะลุ, ฉีก อย่างว่า เสื้อขาดหลังไปตาบกะหน่องไก่ เสื้อขาดไหล่ไปตาบกะหน่อลิง เสื้อขาดข้างไปด่างเขาควาย (กลอน).
ขาดรั่ว, ไหล การเล่นการพนันทำให้เงินทองข้าวของรั่วไหลออก อย่างว่า อย่าได้มัวเมาเหล้นการพนันเบี้ยโบก ลางเทื่อโชคบ่ให้ ถงเป้งชิขาดกลาง (ย่า).
ขาดแห้ง, งวด เช่น น้ำในแม่น้ำที่แห้งงวด เรียก ขาด อย่างว่า แม่นจักยิงแม่น้ำนองบ้าก็ขาดเขิน (สังข์).
ขาดอัตคัด, ขัดสน ไม่มีของซื้อขายเรียก ขาดตลาด ขายต่ำกว่าต้นทุนเรียก ขาดทุน ไม่มีญาติพี่น้องเรียก ขาดคน อย่างว่า บัดนี้หลานค่อยพากันเข้ามาเถิงถามข่าว ดีแล้ว เทื่อนี้ป้าหากไฮ้ฮามข้าขาดคน (สังข์).
ขาดขวัญทุกข์ใจ อย่างว่า เทื่อนี้การพี่เพี้ยงเทียมท่อธรณี ยาว่าเฮี้ยมพาโลเลสสะหาวหาน้อง ดวงคมเพี้ยงพระกูแยงยังแว่น จิตพี่เฮฮ่อนดิ้น กระหายข้อนขาดขวัญ (สังข์).
ขาดุ่งขาหยั่ง เอาไม้ไผ่เป็นลำ ยาวประมาณ ๔ ศอก มาทำเป็นขา ข้างละ ๒ ขา ใช้สำหรับหาบสิ่งของไปขายในที่ไกลๆ ถ้าต้องการวางที่ไหนก็วางลงได้ เรียก ไม้ขาดุ่ง.
ขาโถกเถกขาหย่าง ไม้สองอันมีเดือยสำหรับเหยียบ เป็นกีฬาโบราณชนิดหนึ่ง เด็กชอบเล่นวิ่งแข่งกัน เรียก เล่นหมากขาโถกเถก.
ขาทวยขาเล็กเรียว.
ขานกล่าว อย่างว่า แต่นั้นราชาท้าวขานขุนโดยฮีบ (สังข์).
ขานกยางตรวน โซ่ชนิดหนึ่ง สำหับใส่ขาคนติดคุกติดตะราง เรียก โซ่ขานกยาง.
ขานขอบพูดตอบ อย่างว่า พอฟังแล้วนางงามขานขอบ อันว่าชวนพี่ไปหว้ายหว่างไม้ไปเฮ้าฮ่วมกระสัน (ฮุ่ง).
ขานไขกล่าวชี้แจง อย่างว่า เมื่อนั้นพระบาทเจ้าแย้มยิ่งขานไข (ผาแดง).
ขานซอตีพิณพาทเป่าแคนขลุ่ยและสีซอพร้อมกัน เรียก ขานซอ อย่างว่า พิณพาทไค้แคนขลุ่ยขานซอ แตรสังข์สูรกล่อมพิณโพนโล้ (สังข์).
ข้านหล้านของกลมใหญ่มีสิ่งห่อหุ้มโผล่ออกมา เรียก ข้านหล้าน เช่น อวัยวะลับของชายที่ไม่มีหนังปกปิด อย่างว่า เสียกข้านหล้านได้บ้านได้เมือง เสียกแพ้แว้แพ้บ้านแพ้เมือง (ภาษิต).
ข้าน้อยแทนชื่อผู้พูด เช่น ผู้น้อยพูดกับผู้ใหญ่ ก็ใช้คำแทนชื่อตัวเองว่า ข้อย ข้าน้อย ข้อยน้อย ข้าผู้น้อย คำใดคำหนึ่งที่เหมาะสมแก่ฐานะของคนผู้ที่ตนพูดด้วย.
ขาบนกตะขาบ ชื่อนกชนิดหนึ่ง สีเขียว เรียก นกขาบ อย่างว่า จิบจาบจ้อยกะทาขุ้มขาบเขียว (สังข์) นกเขาเข้าแทนฮังนกขาบ หลาบท่อนี้แล้วคอยชู้ผู้บ่มา (ผญา).
ขาบสีน้ำเงินแก่คล้ายสีนกขาบ เรียกสีขาบ.
ขาบกราบ การประนมมือตั้งไว้ตรงหน้าอก แล้วยกมือทั้งสองขึ้น ให้หัวแม่มือจดคิ้ว แล้ววางมือทั้งสองข้างลงจดพื้นก้มลงให้หน้าผากจดพื้นเรียก ขาบ.
ขาบหลองกราบทูล การนำเรื่องราวต่างๆ ขึ้นร้องเรียนผู้ใหญ่ เรียก ขาบหลอง ขาบเฮียน ก็ว่า.
ขาประชุมกรรมการหรือสมาชิกผู้มีสิทธิ์เข้าประชุม เรียก ขาประชุม.
ขามมะขาม ชื่อพรรณไม้จำพวกหนึ่งเป็นไม้เนื้อแข็ง ขนาดใหญ่ มี ๒ ชนิด มีดอกและผลไม้กินเป็นอาหารได้ ชนิดรสเปรี้ยว เรียก หมากขามส้ม ชนิดรสหวาน เรียก หมากขามหวาน อย่างว่า อดเจ้าลองชิส้มหมากขามขมขี้เฮี่ยเบิ่งเป็นหยัง ผ้าบ่ทันได้ฮื้อมันชิย้อยอาบขา (ผญา).
ขามคร้าม, เกรง, กลัว การเกรงกลัวฤทธาศักดาเดชหรืออำนาจวาสนา เรียก ขาม อย่างว่า เซ็งสีหราชท้าวทังโลกเขาขาม เขาก็มายโมหังกล่าวพรถวายถ้อย คบหนึ่งวันยวงขึ้นบัวระพาพ้นทีป เจ้าจักเจียระจากอ้ายพระองค์อ้วนสั่งลา (สังข์).
ข่ามมีเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงท่อนไม้ตกกระทบใบตองแห้ง เสียงดังข่าม.
ข่ามกลัว, เกรง อย่างว่า เดโชกล้าแขวงใดดาข่าม (กา).
ข้ามล่วงไป, เลยไป, กลายไป อย่างว่า นับแต่ข้ามเขตไม้หลายถ่ายวันคืน ตนเดียวเดินดุ่งหาทุกมื้อ (สังข์).
ขามเทศมะขามเทศชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง มีหนาม ผลกินได้ เรียก หมากขามเทศ หมากขามแป ก็ว่า.
ขามป้อมมะขามป้อม ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ผลกลมมน ใช้กินและทำยา เรียก หมากขามป้อม.
ขามแปชื่อมะขามชนิดหนึ่ง มีหนามฝักสั้น ชอบขึ้นตามที่ลุ่ม กินไม่ได้เรียก หมากขามแป.
ข่ายชื่อเครื่องดักสัตว์ชนิดหนึ่ง สานหรือถักด้วยป่านปอด้ายไหม ทำเป็นตาคล้ายแห เรียก ตาข่าย อย่างว่า ไวหลายถืกมอง วองหลายถืกข่าย (ภาษิต).
ข่ายเครื่องประดับตัวช้าง ถักด้วยไหมหรือด้าย ทำเป็นตาห่างๆ มีลวดลายและสีต่างๆ เรียก ข่าย ข่ายคำ ก็ว่า อย่างว่า เฮืองฮุ่งฟ้าแสงเข้มข่ายคำ (กา).
ข่ายเครื่องประดับศรีษะ เช่น ผ้าถักดอกไม้ ใช้สวมหัวคู่บ่าวสาว ในเวลาทำพิธีมงคลสมรส หรือฝ่ายชายนำไปครอบศรีษะเมื่อเวลาไปสู่ขอหญิงสาวมาเป็นสะใภ้ อย่างว่า ยกข่ายแก้วกวมพาดสีระสา สองขุนถวิลแต่งดีดาเมี้ยน (สังข์).
ขาลากเครื่องดักล่อปลาชนิดหนึ่ง เรียก ขาลาก เสือนอนกิน ก็ว่า.
ข่าวคำกล่าว, คำเล่าลือ, คำบอกเล่าการไปเยี่ยมสารทุกข์สุกดิบ เรียก ถามข่าว อย่างว่า ยังว่าเป็นกษัตริย์เชื้อเดินเถิงถามข่าว กันนา อดพอเปลื้องปิ่นหน้าคอยค้ำล่ำเฮียม แด่แม (สังข์).
ข้าวไม้คร่าว อย่างว่า มีเฮือนบ่มีข้าวชิเอากลอนไปพาดใสนอ มีข้าวบ่มีตอกมัดไว้ชิไปหมั้นบ่อนใด (บ.).
ข้าเศ็กข้าศึก, ศัตรู คนที่ปองทำร้ายเรียก ข้าเศ็ก อย่างว่า เศ็กเสือฮ้ายมามวลเป็นหมู่ขันเข่นฆ่าคนล้มพ่องตาย (บ.).
ข่าหิ้งสมอร่องแร่ง, ชื่อเขม่าที่ติดอยู่ตามหิ้งบนเตาไฟ เรียก ข่าหิ้ง ง้องแง้งหิ้ง ง้องแง้งไฟ ก็ว่า.
ขาเหยียบไกไม้ที่ใต้ขอแร้ว เมื่อนกมาเหยียบไก บ่วงแร้วจะรัดขานกเรียก ขาเหยียบ.
ขำลึก ภูลึกเรียก ภูขำ ดงลึกเรียก ดงขำ ป่าลึกเรียก ป่าขำ อย่างว่า แต่นั้นสองพรากพ้นเจียระจากนครหลวง สองก็แยงคีรีป่าขำเขาเงื้อม กลอยใจเข้าหิมวันต์แถวเถื่อน เนื้อตื่นเต้นหมีเหม้นล่วงหนี (สังข์).
ขำแฝง, ดั้น ดั้นไปในเมฆ เรียก ขำเมฆ อย่างว่า ครุฑก็อ้าปากขึ้นขำเมฆเฮืองฤทธิ์ (ลึบ).
ข่ำจับ จับผ้าเรียก ข่ำผ้า จับมือเรียก ข่ำมือ จับข้าวเรียก ข่ำเข้า.
ขำขอดผูกเวร, จองเวร การเวรจองเวร เรียก ขำขอด อย่างว่า เฮาบ่ขำขอดไว้เวรฮ้ายฮ่อใผ (สังข์).
ขำเขือกโกลาหล, วุ่นวาย, กำเริบ อย่างว่า มันก็ขำเขือกฮ้อนฮบฮาบคำเค็ม (สังข์) ขำเขือกฮ้อนผัวเล่าเลยหาย (กา) ดูดังขำเขือกแท้เมืองบ้านมุ่นวาย (ผาแดง).
ขิกเครื่องแขวนคอวัวควายชนิดหนึ่งทำด้วยไม้ไผ่ เจาะรูแพข้างนอกสองรู มีลูกห้อยข้างนอกสองลูก ลูกนี้สำหรับตีให้ดัง เสียงที่ตีดังขิกขิก คนจึงเรียก ขิก.
ขิกชื่อเขียดตัวเล็กๆ ชนิดหนึ่งอาศัยอยู่ตามหนองหรือท้องนา เสียงร้องดังขิกขิก คนจึงเรียก เขียดขิก.
ขิ่งยิงฟัน ยิงฟันเรียก ขิ่งแข้ว ยิ่งแข้ว ก็ว่า อย่างว่า โขนยิ่งแข้วตาโหลอกสาว (สังข์).
ขิ้งกลม สิ่งที่มีลักษณะกลม เรียก ขิ้ง หมิ้งขิ้ง มิ้งกิ้ง ก็ว่า เช่น กลมมิ้งกิ้ง ถ้าใหญ่ว่า กลมหมึ้งขึ้ง มึ้งกึ้ง ก็ว่า,
ขิงแครงปลากั้งชื่อไม้เถาชนิดหนึ่ง มีกลิ่นหอม ใช้ทำยาได้ เรียก ขิงแครงปลากั้ง.
ขิงฟิงคนที่มีหน้าตาลักษณะท่าทางเหมือนลิง เรียก หน้าขิงฟิง อย่างว่า ขิงฟิงหน้าคือลิงสักสาด (บ.).
ขิดชื่อผ้าทอยกดอกจำพวกหนึ่งมีหลายชนิด มีชื่อเรียกตามดอกที่ยก เช่น ขิดตาไก่ ขิดดอกแก้ว ขิดคน ขิดช้าง ขิดม้า ชิดดาว ขิดขอ ขิดดอกต้าง ขิดอิ้งหมากหวาย.
ขิดอาการล้มหกคะเมนเรียก ล้มขิดตะหมึก ล้มหัวขิดหัวขว้ำ ก็ว่า.
ขิ่นกลิ่น กลิ่นหอมหรือมีกลิ่นดุจกลิ่นทิพ เรียก ทิพขิ่น.
ขิ่นน่ารัก, น่าเอ็นดู คนที่เรารักใคร่ชอบใจจะมีกลิ่นหอมหวลฃวนดูดดม อย่างว่า พี่จักต้านสั่งเจ้าทิพขิ่นทังสอง (กา).
ขิวเหม็นเขียว กลิ่นเหม็นชนิดหนึ่งเช่น กลิ่นเผาหนังแห้งหรือใบไม้สด จะมีกลิ่นเหม็น เรียก เหม็นขิว.
ขีชื่อไม้ป่าชนิดหนึ่ง มีรสขม เรียก ไม้ไผ่ขี.
ขีไม้ไผ่ที่มีหน่อแล้ว ลำต้นตายไป เรียก ไม้ไผ่ตายขี.
ขี่นั่งเอาขาคร่อมเรียก ขี่ เช่น ขี่ม้า ขี่ช้าง ขี่ควาย ขี่วัว ขี่ขอนไม้ ขวี่ ก็ว่า อย่างว่า ทรงขวี่ม้าเดนดั้นคว่าเถิง (กา) บุญบ่เคยขี่ช้างย้านแหย่งพาตกบุญบ่เคยขี้ครกย้านสากกระเบือพาเต้น (ภาษิต)
ขี้กากอาหารที่ขับถ่ายออกมา เรียก ขี้ กากหรือส่วนของสิ่งอื่นที่มีกลิ่นเหม็นคล้ายขี้ เรียก ขี้ เช่น ขี้ไก่กองใหญ่ เรียกไก่โป่ ขี้ไก่โอก ก็ว่า ขี้ฟันเรียกขี้แข้ว ขี้ที่ติดอยู่ขอบตาเรียก ขี้ตา น้ำเมือกไหลออกทางจมูกเรียก ขี้ดัง ผงที่ติดอยู่ตามเท้าเรียก ขี้ตีน.
ขี้เศษหรือสิ่งของที่ไม่มีกลิ่นเหม็นแต่นิยมเรียกขี้ เช่นเศษไม้ที่ออกมาจากการใสกบเรียก ขี้กบ ขอนดอกที่ใช้คลุกน้ำมันยาง เรียก ขี้ขอนดอก เศษหมากพลูในเชี่ยนหมาก เรียก ขี้ขันหมาก เศษไม้ที่เกิดจากขวานหรือสิ่ว เรียก ขี้เขีย.
ขี้กากหรือส่วนของสิ่งอื่นที่มีกลิ่นเหม็นคล้ายขี้ เรียก ขี้ เช่น ขี้เปียกที่ติดอยู่ตามอวัยวะลับ เรียก ขี้ตะหลุ่ย ขี้ทารกในระยะที่ยังไม่กินนม เรียก ขี้เทา ขี้อ่อนในลำไส้ของคนหรือสัตว์ เรียก ขี้เพี้ย เมือกเหงื่อไคลที่ติดอยู่ตามรักแร้เรียก ขี้แฮ้ ขี้ต้อแล้.
ขี้เศษหรือสิ่งของที่ไม่มีกลิ่นเหม็นแต่นิยมเรียก ขี้ เช่น ไข่แมลงวัน เรียก ขี้ไข่ขาง ขี้ไก่ขาง ก็ว่า ตระไคล้น้ำที่ติดอยู่ตามใบไม้หรือต้นไม้เรียก ขี้ไคลน้ำ ครั่งที่ปลูกไว้ตามต้นไม้ เรียก ขี้ครั่ง ดินทุกชนิดในแผ่นดินเรียก ขี้ดิน.
ขี้เศษหรือสิ่งของที่ไม่มีกลิ่นเหม็นแต่นิยมเรียก ขี้ เช่น ดินสีขาวละเอียดอ่อนอยู่ภายใต้พื้นดิน เรียก ขี้ดินดาก ดินที่เอามาปั้นหม้อเรียก ขี้ ดินหม้อ เศษของฟืนที่เผาไหม้เรียก ขี้เถ้า เศษของไม้ไผ่ที่เหลาออก เรียก ขี้ฝอย เศษที่ออกจากเลื่อยเรียก ขี้เลื่อย.
ขี้สิ่งที่มีลักษณะน่าเกลียด น่ากลัว น่าเบื่อหน่าย ก็เรียก ขี้ เช่นคนมีนิสัยชอบลัก ลักกระทั่งกอกยากิ้น เรียก ขี้ขโมย ขี้กะโมย ก็ว่า คนชอบฮ้าย เห็นอะไรผ่านหูผ่านตาไม่ได้ ต้องฮ้ายเสียก่อน เรียก คนขี้โกรธ ชอบฉ้อเอาของคนอื่น เรียก ขี้โกง.
ขี้สิ่งที่มีลักษณะน่าเกลียด น่ากลัว น่าเบื่อหน่าย ก็เรียก ขี้ เช่น ชอบรับใช้คนอื่นโดยไม่ได้สิ่งตอบแทนเรียก ขี้ข้า คนขี้เกียจทำงาน เรียก ขี้คร้าน ชอบคุยโม้โอ้อวด เรียก ขี้คุย ชอบเข้าคุกเข้าตะราง ออกมาได้สามวันกลับเข้าคุกอีก เรียก ขี้คุก.
ขี้สิ่งที่มีลักษณะน่าเกลียด น่ากลัว น่าเบื่อหน่าย ก็เรียก ขี้ เช่น พ่อแม่เป็นขี้ข้าลูกเป็นขี้ข้าต่อ เรียก ขี้ครอก คนโง่เง่าเต่าตุ่น ไม่รู้จักต้นปลายสายเหตุเรียก ขี้โง่ ชอบบ่นจู้จี้จุกจิก เรียก ขี้จ่ม ชอบดุด่าว่ากล่าวด้วยคำหยาบคาย เรียก ขี้ด่า.
ขี้สิ่งที่มีลักษณะน่าเกลียด น่ากลัว น่าเบื่อหน่าย ก็เรียก ขี้ เช่นชอบดื้อดึงบอกไม่ได้สอนไม่ฟัง เรียก ขี้ดื้อ ชอบรังเกียจ ชอบขยะแขยงในสิ่งที่ไม่น่ารังเกียจไม่น่าขยะแขยง เรียก ขี้เดียด ชอบเห็นแก่ได้โดยวิธีใดก็เอา เรียก ขี้ตักมักได้.
ขี้สิ่งที่มีลักษณะน่าเกลียด น่ากลัว น่าเบื่อหน่าย ก็เรียก ขี้ เช่น ชอบโกหกหลอกลวง เรียก ขี้ตั๋ว ชอบตู่เอาของคนอื่น เรียก ขี้ตู่ เป็นโรคเรื้อนขากุดตีนขาด เรียก ขี้ทูดกุฏฐัง ไม่ชอบทำมาหากิน กินอดๆอยากๆ เรียก ขี้ทุกข์ขี้ยาก ชอบกินฝิ่น เรียก ขี้ฝิ่น.
ขี้สิ่งที่มีลักษณะน่าเกลียด น่ากลัว น่าเบื่อหน่าย ก็เรียก ขี้ เช่น ชอบกินเหล้าเมายา เรียก ขี้เมา ชอบหลบหลักการงาน หนักไม่เอาเบาไม่สู้ เรียก ขี้แบะ ขี้แบะแงะแงน ก็ว่า ชอบเล่นโบกเล่นเบี้ย ชอบเฮโรอินและของมึนเมาทุกชนิด เรียก ขี้ยา เป็นคนไม่อดทน เรียก ขี้โหย่ย.
ขี้สิ่งที่มีลักษณะน่าเกลียด น่ากลัว น่าเบื่อหน่าย ก็เรียก ขี้ เช่น จะทำอะไรก็ไม่กล้า เรียก ขี้ย้าน ทำอะไรไม่สำเร็จ ทำไปได้เพียงครึ่งๆกลางๆก็หยุด เรียก ขี้หักถ่อง ชอบอวดอ้างว่าตนมั่งมีศรีสุข เรียก ขี้อวด ทำอะไรก็ไม่กล้าทำ กลัวตะเสียศักดิ์ศรี เรียก ขี้อ่ง.
ขี้สิ่งที่มีลักษณะน่าเกลียด น่ากลัว น่าเบื่อหน่าย ก็เรียก ขี้ เช่น ชอบสกปรกรกรุงรัง เรียก ขี้ฮ้าย.
ขี้กลากโรคผิวหนังจำพวกหนึ่ง มี 2 ชนิด ชนิดเป็นวงและชนิดกระจายไปทั่วตัว ชนิดเป็นวง เรียก ขี้กลากวงเดือน ชนิดไม่เป็นวงเรียก ขี้กลากซัว.
ขี้กลากชื่อหญ้าชนิดหนึ่ง สูงประมาณหนึ่งฟุต ใบใหญ่ ดอกสีเหลือง ใช้เป็นยารักษาโรคขี้กลาก เรียก ใบขี้กลาก.
ขี้กะเดียมรู้สึกจักจี้ เรียก หนักขี้กะเดียม หนักกะเดียม ก็ว่า.
ขี้กะตึก

ตัวตืดเรียก ขี้กะตึก ขี้กะตึกมี 2 ชนิด คือ ขี้กะตึกแป ขี้กะตึกกลม ชนิดตัวแบนเรียก ขี้กะตึกแป ชนิดตัวกลมเหมือนใส้เดือน เรียก ขี้กะตึกกลม.

ขีกะตึกแปชื่อหญ้าชนิดหนึ่ง เกิดไปตามพื้นที่ดิน ใบแปเหมือนขี้กะตึกแป เรียก หญ้าขี้กะตึกแป.
ขี้กะเตอะสวะที่ลอยตามน้ำ เรียก ขี้กะเตอะ ตุมปวก ขี้ตุมปวก ขี้เฮอะ ก็ว่า
ขี้กะเท่อเศลษม์ เศลษม์ เรียก ขี้กะเท่อ.
ขี้กะเพยเส้นไหมที่สาวจากฝักหลอกหลีบ ฝักหลอกกลีบ ก็ว่า เส้นไหมชนิดนี้ไม่เรียบร้อย เรียก ไหมขี้กะเพย.
ขี้กะยือ

หืด ชื่อโรคชนิดหนึ่งเกิดจากเศลษม์ขี้หุ้มปอด หายใจไม่สะดวก ลมหายใจไม่ถึงท้อง เรียก ขี้กะยือ คะยือ ขะยือ ก็ว่า.

ขี้กั่วตะกั่ว ชื่อแร่ธาตุสีขาวนิดหนึ่งใช้ทำเป็นโรคปืน ลูกแห เรียก ขี้กั่ว กั่ว ก็ว่า.
ขี้โกะจิ้งเหลน จิ้งเหลนเรียก ขี้โกะ ขี้โก๋ ก็ว่า.
ขี้ข้าทาส
ขี้ขาบจะเข็บ, ตะเข็บ.
ขี้เขิบดินโคลนตามหนองและทุ่งนาซึ่งแตกระแหง เรียก ขี้เขิบ ขี้เหิบ ก็ว่า.
ขี้ควงรังของตัวแมลงชนิดหนึ่ง ในจำพวกชันโรง แต่ตัวโตกว่า ลักษณะแข็งเปราะ ใช้ทำใต้ได้ ตัวแมลงชนิดนี้เรียก แมงขี้ควง.
ขี้คุยทะนงตัวว่าสวยสดงดงามหรือเก่งกล้าสามารถอย่างนั้นอย่างนี้.
ขี้งาชื่อผ้าไหมชนิดหนึ่ง ใช้ไหมขาวกับไหมดำปนกัน เช่น เครือหูกเป็นไหมดำไหมที่ทอเป็นไหมขาว เมื่อสำเร็จแล้วจะเป็นสีขี้งาคือสีขาวกับสีดำปนกัน.
ขี้เจียดินประสิว เรียก ขี้เจีย เหตุที่ได้ชื่อว่า ขี้เจีย เพราะผู้ทำขี้เจียนี้เขาเอาขี้เจีย คือขี้ค้างคาวมาต้มเกลือสินเธาว์ จึงเรียกชื่อว่าขี้เจีย เขาเอาขี้เจียมาทำเป็นบั้งไฟพลุบั้งไฟตะไล บั้งไฟโบด บั้งไฟจินาย บั้งไฟอีตื้อ บั้งไฟหมื่น บั้งไฟแสน.
ขี้เจียมจิ้งจก จิ้งจกเรียก ขี้เจี้ยม ขี้เกี้ยม ก็ว่า อย่างว่า เสียงกานั้นนางมาเวียนว่า น้อยหนึ่งตาพระบาทเจ้าจอมซ้อยเสม่นเนือง มีทังภุมราเกี้ยวกันลงซ้องพระเนตร เจี้ยมไต่เต้นโตนต้องบ่าขวา (สังข์).
ขี้ช้างชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ต้นขี้ช้าง.
ขี้ชีชัน ชันเรียก ขี้ชี ยางไม้จิกไม้ฮังที่ห้อยแขวนอยู่ตามต้นหรือกิ่ง เรียก ขี้ชี เอายางนี้มาป่นให้ละเอียดผสมน้ำมันยาง ทาคุ ทาอุแอ่งที่แตก ทาเรือที่แตกหรือรั่ว.
ขี้ดินดากดินเหนียวสีแดงปนขาว เนื้อละเอียดอยู่ใต้พื้นดินลึกๆ เรียกขี้ดินดาก
ขี้ถี่ (นก)นกทึดทือ นกทึดทือเรียก นกขี้ถี่ นกชนิดนี้ร้องเสียงดังทึดทือทึดทึ้ง ก็ว่า อย่างว่า ใผชิหลิงเห็นใส้ตับไตนกขี้ถี่ มันหากฮ้องทึดทึ้งใจเลี้ยวใส่กระป ู(ผญา)
ขี้ทักแท่ไส้เดือนตัวเล็กเรียก ขี้ทักแท่ ขี้ทักแท่เหมือนไส้เดือน แต่ตัวเล็กกว่า สีจ่อนข้างแดง ชอบอยู่ตามที่ชื้นตามขี้สีก ชอบกัดกินรากพลู
ขี้ทาดินที่มีธาตุเกลือปน เรียก ขี้ทา เมื่อต้องการเกลือสินเธาว์ ก็เอาดินนี้ไปกรองต้มในหม้อให้เป็นเกลือ.
ขี้ทูดโรคเรื้อน โรคเรื้อนชนิดที่ตีนมือไม่หงิกงอ เรียก ขี้ทูด ชนิดที่ตีนหงิกมืองอ เรียก กุฏฐัง.
ขี้นกชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ต้นขี้นก.
ขี้นากชื่อพืชชนิดหนึ่ง เกิดตามท้องนา เรียก ขี้นาก.
ขี้นากชื่อแมลงชนิดหนึ่งในจำพวกชันโรง แต่ตัวเล็กกว่า ชอบตอมคน ตอมวัวควาย เรียก แมงขี้นาก.
ขี้นากชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง เปลือกมีรสฝาด ใช้แทนสีเสียดได้ เรียก ต้นขี้นาก.
ขี้แบ้บัวผัน บัวผันเรียก บัวขี้แบ้ อี่แบ้ ก็ว่า บัวชนิดนี้มักเกิดตามหนอง อย่างว่า บัวขี้แบ้มาเกิดกลางหนอง บัวทองมาเกิดก้ำหัวสวนบ้านเก่า ที่เลิ๊กมาแล่นตื้นชิไปห้งบ่อนเขิน (ปัสเสน).
ขี้โผ้พุงโร คนที่มีแขนขาเล็ก แต่พุงโต เรียกคนขี้โผ้ อีกอย่างหนึ่งคนที่กินข้าวน้อยแต่กินกับมาก เรึยก คนกินโผ้ ขี้โผ้ ก็ว่า.
ขี้โพ่หนทางที่เป็นโคลน มีน้ำขังเป็นแอ่ง วัวควายขี้เยี่ยวใส่ทำให้น้ำเน่าเสีย ที่เช่นนี้เรียก ขี้โพ่ ขี้ตมโพ่ ก็ว่า.
ขี้โพ่นอาหารที่กระเพาะของสัตว์ เรียก ขี้โพ่น.
ขี้มอดเศษไม้ที่มอดเจาะ เรียก ขี้มอด อย่างว่า ถี่กัดจัดขี้ช้างกะลอด ห่างก่างจ่างขี้มอดกะคา (ภาษิต).
ขี้ม้อนชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ผลมีรสเปรี้ยว เรียก ต้นส้มขี้ม้อน.
ขี้มะเฮ็งมะเร็ง มะเร็งคือโรคขี้มะเฮ็ง ขี้มะเฮ็งอาจแยกได้เป็น 2 ชนิด ชนิดที่เป็นแอ่งเหมือนเป็นแอ่งน้ำขนาดตื้น มีน้ำหนองไหล และขนิดที่เป็นเนื้อเน่า.
ขี้ม้าชื่อขนมชนิดหนึ่ง มีลักษณะเหมือนขี้ม้า เรียก เข้าหนมขี้ม้า.
ขี้แมงวันขี้แมลงวัน จุดหรือเม็ดเล็กๆ สีดำหรือแดงที่เกิดขึ้นตามผิวหนัง เรียก ขี้แมงวัน ไฝ ก็ว่า.
ขี้แมงหยอดรังหมาร่า.
ขี้โม้คุดทะลาด คุดทะลาด เรียก ขี้โม้ มี 2 ชนิด คือ ชนิดแห้งและชนิดเปื่อย.
ขี้ยางน้ำมันยาง น้ำมันที่เกิดจากต้นยางหรือต้นไม้อื่น นิยมเรียก ขี้ยาง ขี้ยางนี้เอามาผสมกันขอนดอกทำเป็นกะไต้หรือกระบอง สำหรับจุดไฟให้เกิดแสงสว่าง.
ขี้เล้น้ำมันที่ตกตะกอนขุ่นข้น เกิดจากน้ำมันยางหรือน้ำมันอย่างอื่น เรียก น้ำมันขี้เล้.
ขี้สีกน้ำครำ แอ่งน้ำใต้ถุนเรือนตรงที่ตั้งโอ่งน้ำกินน้ำใช้ แอ่งน้ำนี้แหละเรียก น้ำขี้สีก น้ำขี้สีกนี้หมอยาโบราณถือว่าเป็นน้ำยาศักดิ์สิทธิ์ ถ้าคนป่วยเป็นไข้ออกหมึก ออกซาง ไข้หมากไม้ใหญ่ หมอจะไปเอาน้ำนี้มาฝนใส่ยา แก้ไข้ดีนักแล.
ขี้สูดรังของแมลงจำพวกแมงน้อย แมงน้อยนี้ชอบทำรังตามจอมปลวกหรือตามโพรงไม้ รังของมันมีน้ำหวานปั้นเอาน้ำหวานออก เรียก ขี้สูดแมงน้อย แมงน้อยไม่มีเหล็กไน ต่อยคนไม่เป็น.
ขี้หนอนชื่อพรรณไม้พุ่มชนิดหนึ่ง ใบใช้กันหนอน รากใช้ทำยา เอาใบมาวางไว้ปากไห กันหนอนได้ดีนักแล เพราะใบนี้กันหนอนได้ คนโบราณจึงเรียก ใบขี้หนอน.
ขี้หนูชื่อพรรณไม้ขนาดกลางชนิดหนึ่ง ใบคล้ายใบมะเกลือ ผลเล็กและป้อมเหมือนขี้หนู เมื่อดิบมีรสฝาดเล็กน้อย, ชื่อพริกชนิดหนึ่ง เรียก พริกขี้หนู, และชื่อขนมชนิดหนึ่งเรียก ขนมขี้หนู.
ขี้หลี้มาก ดำขี้หลี เรียก ดำมากหรือดำปีด อย่างว่า เห็นว่าขี้หลี้อย่าฟ้าวขี่เฮือกลาย เห็นว่าดำขอยลอยอย่าฟ้าวพายเฮือเว้น (กลอน).
ขี้หิดโรคหิด ชื่อโรคชนิดหนึ่ง เป็นตัวขาวๆ ไชอยู่ใต้ผิวหนัง เรียก ขี้หิด มี ๒ ชนิด คือ ขี้หิดด้านและขี้หิดเปื่อย.
ขี้หูดชื่อโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง ขึ้นเป็นไตแข็ง คนที่เป็นโรคผิวหนังจะเป็นตะปุมตะป่ำเรียก ขี้หูด.
ขี้เหนชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ใบมีกลิ่นเหม็น ผลเมื่อสุกสีช้ำมีรสหวาน รากใช้ทำยาได้ เรียก ต้นขี้เหน.
ขี้เหมี้ยงสนิม สนิมที่จับเหล็กทุกชนิดเรียก ขี้เหมี้ยง มีดที่ขี้เหมี้ยงกินเรียกว่า มีดเข้าขี้เมี่ยง.
ขี้เหล็กบ้านชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เกิดในป่า เรียก ขี้เหล็กบ้าน ใบอ่อนใช้แกงกินเป็นอาหารอร่อยนักแล.
ขี้เหล็กป่าชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เกิดในป่า เรียก ขี้เหล็กป่า ขนาดเท่าขี้เหล็กบ้านแต่ใบใหญ่กว่า ใช้ทำยาแก้ไข้ได้ดี.
ขี้เหล็กสารแสมสาร ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ขี้เหล็กสาร ใบใหญ่ ใช้ทำยาได้.
ขี้เหล็กใหญ่ชุมเห็ด ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ขี้เหล็กใหญ่ ใช้ทำยา.
ขี้เฮอะสวะที่ลอยอยู่ตามน้ำ หรือติดอยู่ตามต้นไม้หรือใบไม้ เรียก ขี้เฮอะ อย่างว่า อย่าเตาะเฮอะใส่หัว (ภาษิต).
ขี้เฮี่ยชื่อปลาชนิดหนึ่ง คล้ายปลาแขยงปักปวดมากจนขี้เรี่ยราด เรียก ปลาขี้เฮี่ย.
ขีณาสวะพระผู้สิ้นอาสวะกิเลส, พระอรหันต์.
ขีดลากให้เป็นรอยเส้นหรือสาย ด้วยปากกา ดินสอ หรือของมีคมอย่างอื่นเช่น ขีดเส้นสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ขีดลวด ขีดลาย.
ขีดขั้นคั่น, ขอบเขต การกำหนดให้แน่นอนลงไปเรียก ขีดขั้น เช่น เขตบ้าน เขตเมือง เขตวัด.
ขึงแสดงอาการผึ่งผายหรือแข็งแรงเรียก ขึงขัง.
ขึ้นก่งหน้าไม้หมายจะยิง เรียก ขึ้นหน้าไม้.
ขึ้นกล้ากำลังงอกเรียก กล้าขึ้น.
ขึ้นตั้งใจเรียนหนังสือ เรียก ขึ้นใจเฮียนหนังสือ.
ขึ้นนำเครื่องสักการะ มีดอกไม้ธูปเทียนเป็นต้นมายกครู เพื่อเรียนศิลปศาสตร์ เรียก ขึ้นครู.
ขึ้นต้นไม้รากลอย หรือโคนลอย เรียก ขึ้นโคน.
ขึ้นขมิ้นอ้อย ชื่อขมิ้นชนิดหนึ่งมีหัวขึ้น เรียก เข้าหมิ้นขึ้น.
ขื่งกลิ้ง, ผลัก, ดัน การกลิ้งหรือผลักดันไปข้างหน้า เรียก ขื่ง กื่ง ก็ว่า เช่น กื่งไม้กื่งขอน อย่างว่า เมื่อนั้นเวลาฮ้ายจำจวนภูวนาถ เขาก็ปัดกื่งก้อนคำล้านใส่เหว คีงกลมกลิ้งนำแปวน้ำทั่ง ภูวนาถกลั้นใจน้อยมอดมัว (สังข์).
ขืนฝ่าฝืน อย่างว่า เมื่อนั้นภูวนาถห้ามขืนคอบคำเชียง ดูดั่งความตายแขวนคู่คนเคียงเนื้อ กูนี้นามกรเชื้อศิลป์ชัยท้าวเอก พอที่ผ้ายแผ่นล้านเดินได้จิ่งมา ท่านเอย (สังข์).
ขื่นรสฝาดเฝื่อนชวนให้คลื่นไส้ ไม่ชวนกิน เรียกรสขื่น.
ขื่อเมืองโยธาทหารผู้แกร่งกล้าเป็นรั่วรักษาประเทศชาติ เรียก ขื่อเมือง อย่างว่า แล้วย่างย้ายเมือสู่ชองคำ พอดียนยนขุนขือเมืองมาเฝ้า ประดับแถวถ้องเสนานบนั่ง พระจิ่วแก้ข่าวให้ขุนฮู้เหตุฝัน (สังข์).
ขื้อหลื้อมาก ,ยิ่ง สีดำมาก เรียก สีดำขื้อหลื้อ.
ขุนมารมารผู้มีอำนาจเต็มเรียก ขุนมาร เช่น ยักษ์กุมภัณฑ์ผู้ได้รับอาญาสิทธิ์จากท้าวเวสสุวัณให้ปกครองผีทั้งหมดในมนุษย์โลก อย่างว่า สังข์เลียบล้อมระวังเขตขุนมาร บาก็ยอมือตบแผ่นกระดานดังก้อง คำแถลงท้วงแทงกลกลอยกล่าวใผผู้ยั้งอยู่หั้นเห็นแล้วบ่ตีง แลนอ (สังข์).
ขุ้มหลุ้มใหญ่และสั้น
เขกเหยกคนที่มีลักษณะสูงกว่าปกติเรียก สูงเขกเหยก โขกโหยกเขกเหยก ก็ว่า.
เข็ญเขี้ยวเคี่ยวเข็ญ อย่างว่า เข็ญแขงเขี้ยวมีได้ไตร่ตรอง (กา).
เขนเครื่องมือสำหรับรบชนิดหนึ่ง รูปกลมสำหรับป้องกันศัตราอาวุธและกระบองเรียก เขน ฮา ก็ว่า อย่างว่า ทุกตาบตั้งแพนหอกเขนบัว เสินเสินพลายแกว่งกระดิงดังก้อง (ฮุ่ง) ประดับคาดห้างเขนแก้วเฮื่อเฮือง (กา).
เข็นกรอ, ปั่น ปั่นฝ้ายเรียก เข็นฝ้าย ปั่นไหมเรียก เข็นไหม อย่างว่า เฮ็ดให้เป็นเข็นให้ขาด (ภาษิต) ฝันว่าหนูเข็นฝ้าย แมวบักลายนั่งเบิ่ง แมวกะทอดทะเนิ้งจาต้านต่อหนู (ผญา).
เข่นทุบ, ตี ตีมีดหรือพร้าที่บิ่นหรือหักเรียก เข่น อย่างว่า เป็นดั่งพร้าเข่นให้คมบาง (กาพย์ปู).
เข้มแก่จัด สีที่มีลักษณะแก่จัดเรียก สีเข้ม อย่างว่า แก้วก่อล้อมวรรณเข้มข่ายกระดิง (สังข์).
เข้มเหล้มตีหน้าเปื่น เรียก หน้าเข้มเหล้ม.
เขยผัวของลูกสาว เรียก ลูกเขย ผัวของหลานสาวเรียก หลานเขย อย่างว่า เอาลูกเขยมาอยู่นำพ่อเถ้าแม่เถ้า ปานได้เข้าเต็มเล้าเต็มเยีย (ภาษิต).
เขยไข,เปิด,ไขประตู เรียก เขยปักตู ไขหน้าต่างเรียก เขยปล่องเอี้ยมปล่องเยี้ยม ก็ว่า อย่างว่า แม่เถ้าเอย ลูกเขยมาแล้ว เขยปล่องเอี้ยมเยี้ยมเบิ่งลูกเขย (กลอน).
เข่าอวัยวะที่ต่อขากับแข้ง เรียก เข่า หัวเข่า ก็ว่า.
เข้าข้าว เมล็ดพืชที่กินเป็นข้าวและใช้แทนข้าวได้ เรียก เข้า มี ๒ ชนิดคือ เข้าเจ้าและเข้าเหนียว เข้าเหนียวมีหลายชนิด คือ เข้าป้องแอ้ว เข้าแข้วงู เข้าขาวใหญ่ เข้าขาวน้อย เข้างาช้าง เข้าเกล็ดเต่า เข้าหมวยขาว เข้าหมวยแดง เข้าดอกพุด เข้าดอ เป็นต้น.
เข้าประเภทของเข้า เข้าที่ให้ผลช้าเรียก เข้าหนัก เช่น เข้าใหญ่ เข้าที่ให้ผลเร็วเรียก เข้าเบา เช่น เข้าดอ.
เข้าเข้าไป, ไม่ออกมา การเข้าไปในสถานที่ หรือเข้าไปหาบุคคลเรียก เข้า อย่างว่า เมื่อนั้นน้องท่านเข้าไปคุงพี่พันแขนเร็งโญยังฮุ่งคีงคอยน้อง นั้นบ ่(สังข์).
เข้ากกข้าวสารที่นึ่ง หรือข้าวสารที่ตำทีแรก เรียก เข้ากก ที่ตำครั้งสุดท้ายเรียก เข้าปลาย.
เข้ากรรม1.)การอยู่ไฟ การอยู่ไฟของผู้หญิง เมื่อคลอดลูกแล้วจะต้องอยู่ไฟ เพื่อให้มดลูกเข้าอู่และให้มีร่างกายแข็งแรง เป็นพิธีกรรมในการออกลูกของคนโบราณ. 2.)การเข้าปริวาสมานัตและอัพภาน เรียก เข้ากรรม ธรรมเนียมมีว่า เมื่อภิกษุต้องอาบัติหนัก จะต้องอยู่กรรมเสียก่อนจึงจะเป็นผู้บริสุทธิ์ได้ การอยู่กรรมของภิกษุนี้ถือเป็นประเพณีหนึ่งในประเพณีทั้งสิบสองของภาคอีสาน หรือที่เรียกกันว่าฮีตสิบสอง.
เข้ากล้องข้าวที่ตำแล้ว แต่ยังมีเปลือกติดอยู่เป็นส่วนน้อย ยังไม่ได้ซ้อม เรียก เข้ากล้อง.
เข้าก่ำข้าวเหนียวดำ ข้าวเหนียวสีแดงปนดำเรียก เข้าก่ำ.
เข้าขว้างข้าวฟ่าง ชื่อข้าวชนิดหนึ่งคล้ายข้าวโพด ผลเป็นรวง เม็ดเล็กใช้กินเป็นอาหารแทนข้าวได้ เรียก เข้าขว้าง.
เข้าข้อชื่อกามโรคชนิดหนึ่ง เมื่อเป็นแล้วจะลุกลามไปทำลายข้อ เรียก โรคเข้าข้อ เข้าข้อออกดอก ก็ว่า.
เข้าขั้วข้าวขั้ว ข้าวสารที่คั่วให้เกรียมแล้วป่นให้ละเอียด สำหรับปรุงอาหารเช่น ใส่ลาบ ใส่ก้อย ใส่ส้มปลาน้อย ใส่หม้ำหรือใส่แกงหน่อไม้ เรียก เข้าขั้ว.
เข้าเขียบข้าวเกรียบ ข้าวเกรียบที่ทำเป็นแผ่นบางๆ เรียก เข้าเขียบ เข้าโป่ง เข้าเขิบ ก็ว่า.
เข้าโคตรข้าวโพด ชื่อธัญญชาติชนิดหนึ่ง มีผลเป็นฝัก ใช้กินแทนข้าวได้เกิดตามป่า ข้าวชนิดนี้น่าจะเกิดก่อนข้าวทุกชนิด คนโบราณจึงเรียก เข้าโคตร หรือโคตรเข้า คือเป็นต้นตอของข้าวเรียก เข้าโคตร.
เข้าโคบชื่อขนมชนิดหนึ่ง เอาข้าวเหนียวนึ่งตากแดดใช้ทอดด้วยน้ำมัน เรียก เข้าโคบ.
เข้าไคชื่อเห็ดชนิดหนึ่ง เกิดตามจอมปลวก หลังมีสีเหมือนสีขี้ไคล ดอกใหญ่ใช้เป็นอาหารได้ เรียก เห็ดไค เห็ดเข้าไค ก็ว่า.
เข้าจ้ำการละเล่นชนิดหนึ่งเป็นการเล่นของเด็กๆ จำนวนตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ปั้นข้าวเหนียวหนึ่งปั้นยืนเป็นแถวส่งข้าวเหนียวต่อกันไป ส่งให้ใครก็ได้ส่งโดยเร็วจนไม่สามรถจำได้ว่าปั้นข้าวอยู่กับใคร เมื่อเห็นสมควรก็ถามว่าข้าวเหนียวอยู่กับใครถ้าใครตอบถูกก็ชนะ.
เข้าจ้ำข้าวผอกผี ข้าวผอกผีมีข้าวเหนียวหนึ่งปั้น กล้วยหนึ่งใบ ถ้ากล้วยไม่มีเอาน้ำอ้อยหนึ่งก้อนแทน เมื่อมีภูตผีปีศาจเข้าสิงใคร เถ้าจ้ำหรือหมอผีจะมาทำพิธีเชิญผีออก โดยเอามือขวาจับเครื่องผอกแล้วพูดเชิญผีออก พูดจบก็เอาของผอกจ้ำลงที่ตัวคนไข้แล้วโยนผอกไปทิศตะวันตก.
เข้าจี่ชื่อพรรณไม้พุ่มชนิดหนึ่ง ลูกเล็ก สีดำ ใช้กินได้เรียก ต้นเข้าจี่.
เข้าจี่ข้าวเหนียวนึ่ง ปั้นเป็นก้อน ใช้ไม้เสียบตรงกลาง โรยเกลือแล้วปิ้งไฟให้สุก เมื่อสุกแล้วทับไข่ทาแล้วปิ้งอีก ถอดไม้เสียบออก เอาก้อนน้ำอ้อยเข้าไป เข้าจี่นี้กินอร่อย เด็กๆ ชอบกิน.
เข้าจี่ชื่อบุญเข้าจี่ บุญที่ทำในระหว่างเดือนสาม โดยปรารภเข้าจี่เป็นมูลเหตุชาวอีสานมีอาชีพในการทำนา เมื่อได้เข้ามาแล้วก็รวมกันทำบุญเข้าจี่ เข้าจี่ก็ทำดังที่กล่าวมาแล้ว นอกจากข้าวจี่แล้วก็มีข้าวปลาอาหารชนิดอื่นอีก การทำบุญเข้าจี่ถือเป็นประเพณีประจำ ในเดือนสาม
เข้าโจ้ข้าวต้มเปล่า กินกับของกับ หรือข้าวต้มผสมเครื่อง ตรงกับที่จีนเรียก โจ๊ก ข้าวต้มชนิดนี้คนอีสานไม่ชอบกิน จะกินก็แต่พวกเข้าขาดแลงแกงขาดหม้อ หากินไม่พอปากพอท้อง ลูกหลานหลายหน่วยตาได้พอกอบ ของกับหรือของเหมือดมีกลอยหรือมันเพราะข้าวมีน้อยต้องหากับข้าวเพิ่มอีก.
เข้าต้มข้าวต้มมัด ห่อด้วยใบกล้วยทำเป็นกลีบๆ มัดติดกันเป็นสามกลีบเรียก เข้าต้มมัด เวลาจะกินเอามะพร้าวขูดผสมน้ำอ้อยหรือน้ำตาล เรียก เข้าต้มเกลือก.
เข้าต้มข้าวที่ผสมกะทิมะพร้าวห่อด้วยใบตองกล้วยอ่อน ทำเป็นกลีบๆ นึ่งให้สุก เรียก เข้าต้มผัด.
เข้าตอกแตกข้าวตอก ข้าวเปลือกที่คั่วไฟให้แตก เรียก เข้าตอกแตก เข้าตอกแตกที่คลุกกับน้ำอ้อย เรียก เข้าหนมตอกแตก ใช้ยกครูเรียนมนต์หรือเรียนธรรมเรียก จอกเข้าตอกแตก ใช้หว่านในเวลานำศพไปป่าช้า เรียก หว่านเข้าตอกแตก.
เข้าตังข้าวสุกที่ติดเป็นแผนเกรียมอยู่ก้นหม้อ เรียก เข้าตัง.
เข้าถงข้าวสารหรือเข้าตากที่จัดใส่ถุงเพื่อเป็นสะเบียงในเวลาไปค้าขายในที่ไกล เรียก เข้าถง เข้าไถ่เข้าถง ก็ว่า.
เข้าถงข้าวเปลือกที่ตำเป็นข้าวสารที่ชาวนาจัดเตรียมไว้ก่อนลงมือทำนา เรียก เข้าถงนา เข้าถงลงนา ก็ว่า.
เข้านกหญ้าละมาน ชื่อหญ้าชนิดหนึ่งมีเมล็ดคล้ายข้าว นกชอบกิน เรียก เข้านก เข้าลี้นก ก็ว่า.
เข้าบ่าวนาเข้าเปลือกที่ให้แก่ลูกจ้างผู้มารับจ้างทำนา เรียก เข้าบ่าวนา.
เข้าเบือข้าวสารแช่น้ำแล้วโขกให้ละเอียดหรือข้าวสุกจี่ไฟ ผสมลงในแกงหน่อไม้ เพื่อให้มีรสอร่อย เรียก เข้าเบือ.
เข้าประดับดินการทำบุญในวันสิ้นเดือนเก้า โดยการห่อของคาวและหวานในใบกล้วย มัดเป็นห่อใหญ่ นำไปวางตามกิ่งไม้หรือบนดิน เพื่อโปรดสัตว์นรก อุทิศส่วนกุศลแก่ญาติพี่น้องผู้ล่วงลับ.
เข้าปลูกข้าวเปลือกสำหรับทำพันธุ์เรียก เข้าปลูก ชาวนาที่ดีจะต้องเลือกเอาข้าวเปลือกพันธุ์ดีไว้ทำพันธุ์เข้าปลูกนี้เรียก เข้าปลูกแนว การทำนาโดยวิธีเลือกพันธุ์เข้าปลูกดีเป็นความเจริญแก่ครอบครัวและประเทศชาติ.
เข้าปาดขนมเปียกปูน โบราณเรียกเข้าปาด การทำคือนำเอาข้าวสารไปแช่น้ำแล้วตำให้ละเอียดขูดมะพร้าวและน้ำอ้อยหรือน้ำตาลผสมเข้ากัน นำไปต้มไฟให้สุกเทลงในกระด้ง ทำเป็นแผ่นบางๆ ตากแดดไว้ เวลาจะกินใช้มีดปาดเป็นชิ้นๆ จะเป็นเพราะคนใช้มีดปาดขนมนี้ คนโบราณจึงเรียก เข้าปาด.
เข้าปุ้นขนมจีน เรียกเข้าปุ้น นำข้าวสารเหนียวมาหมักน้ำไว้สักสองสามคืน แล้วนำไปตำให้ละเอียด ผสมน้ำคั้นให้เข้ากันแล้ว กรองด้วยผ้าบางๆ ใส่ถุงแขวนไว้ นำไปต้มให้สุกแล้วปั้นเป็นก้อน ต้มน้ำให้เดือดบีบให้เป็นเส้นด้วยเฝียน สำเร็จเป็นเส้นเรียก เส้นข้าวปุ้น.
เข้าเปียกต้มข้าวสารแต่น้อย ใส่น้ำให้มาก กินกับปลาหรือเนื้อ ถ้าใส่น้ำตาลหรือน้ำอ้อย เรียก เข้าเปียกหวาน.
เข้าพองข้าวเหนียวนึ่งตากแห้ง คั่วให้เม็ดพอง อัดเป็นแผ่นกลม แล้วหยอดน้ำอ้อยหรือน้ำตาลเป็นวงกลม เรียก เข้าพอง.
เข้ามธุปายาสข้าวเหนียวนึ่งที่ระคนด้วยน้ำผึ้ง น้ำอ้อยและน้ำนมวัว เป็นข้าวที่มีรสอร่อย เช่น ข้าวมธุปายาสที่นางสุชาดาทำถวายพระพุทธเจ้าก่อนที่จะได้ตรัสรู้เรียก เข้ามธุปายาส.
เข้าล้านภูเขาทั้งสูงใหญ่และกว้างขวาง เรียก เขาล้าน อย่างว่า บาก็จัดฮีบฮ้อนเยียวฮุ่งฮามการ นางก็เดินดอมหลานดุ่งทางทังเยื้อน เขียวคืนพ้นทวารทองท้าวบาป ผ่อเห็นเดือนด่วนขึ้นเขาล้านส่องใส (สังข์).
เข้าเลียนเม็ดขนมชนิดหนึ่ง ทำด้วยข้าวเหนียวนึ่ง อัดลงในไม้แบบกลมหรือเหลี่ยม ตากแห้งแล้วนำมาทอดน้ำมัน หยอดน้ำอ้อยหรือน้ำตาล เรียก เข้าเลียนเม็ด เข้าเรียงเม็ด เข้านางเล็ด ก็ว่า.
เข้าสัตตุข้าวตู ข้าวเหนียวนึ่งตากให้แห้งแล้วตำเคล้ากับน้ำอ้อยหรือน้ำตาลมี ๒ ชนิด ชนิดที่เป็นก้อนเรียก สัตตุก้อน เป็นผลเรียก สัตตุผล ข้าวสองชนิดนี้ใช้เป็นสะเบียงเดินทางไกลหรือไปทางเรือ.
ข้าวสากข้าวที่ถวายพระสงฆ์ด้วยการจับสลากถวาย การทำบุญข้าวสากปรารภเหตุเหมือนข้าวประดับดิน แต่ทำในรุ่งอรุณของวันเพ็ญเดือนสิบ เป็นประเพณีที่สำคัญของชาวอีสาน.
เข้าหนมขนมที่ทำด้วยข้าวหรือแป้งผสมน้ำอ้อยหรือน้ำตาล มีชื่อเรียกตามชนิดของมัน แต่เมื่อรวมแล้วเรียก เข้าหนม.
เข้าหนมแดกงาข้าวเหนียวนึ่งเคล้ากับงาที่คั่วสุกแล้ว ใส่น้ำตาลหรือน้ำอ้อย เรียก เข้าหนมแดกงา.
เข้าหนมถั่วขนมที่เคล้ากับถั่วดินหรือถั่วลิสง ผสมน้ำอ้อยหรือน้ำตาล เรียก เข้าหนมถั่ว เข้าหนมถั่วดิน ก็ว่า
เข้าหนมสาระวงข้าวเหนียวนึ่ง เคล้าน้ำอ้อยหรือน้ำตาล ทำเป็นแผ่นกลมๆ คลายกงเกวียน เรียก เข้าหนมสาระวง เข้าหนมสาระวงกงเกวียน ก็ว่า
เข้าหนมหมกขนมที่ใช้ใบกล้วยหมกเป็นห่อๆ เรียก เข้าหนมหมก เข้าหนมเทียน ก็ว่า
เข้าหม่าข้าวหมัก ข้าวเหนียวที่หมักไว้เพื่อนึ่ง เรียก เข้าหม่า จะหม่าเพื่อทำขนมหรือนึ่ง ก็เรียก เข้าหม่า เหมือนกัน
เข้าหมากข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้ว คลุกกับแป้ง (ส่าเหล้า) ห่อด้วยใบตองกล้วยเป็นหมกๆ เรียก เข้าหมาก.
เข้าหลามข้าวสารเหนียวใส่กระบอกไม้ไผ่อ่อน แช่น้ำไว้ชั่วระยะหนึ่ง เวลาจะเผาไฟเทน้ำออกใส่น้ำกะทิเข้าไปแล้วเผาไฟให้สุก เรียก เข้าหลามกะทิ ถ้าไม่ใส่กะทิเรียก เข้าหลามธรรมดา.
เข้าหลุ้งข้าวเหนียวต้มใส่กะทิ น้ำอ้อยหรือน้ำตาล กะให้น้ำพอดี ไม่ให้ข้นหรือเหลวเกินไป เรียก เข้าหลุ้ง เข้าหล้ง ก็ว่า ข้าวชนิดนี้นิยมทำเลี้ยงแขกในงานปลูกบ้านใหม่.
เข้าเหม้าข้าวเม่า ข้าวเหนียวที่ยังไม่แก่ เกี่ยวมาคั่วให้สุกด้วยไฟ ตำเอาเปลือกออก เรียก เข้าเหม้า ถ้าข้าวอ่อนมากถึงจะคั่วให้สุกเวลาตำข้าวจะติดกันเป็นก้อนๆ เรียก เข้าเหม้าขี้แมว.
เข้าแห้มข้าวที่นึ่งหรือหุงด้วยไฟแรงจะติดก้นหม้อหรือก้นหวด ข้าวที่ติดกับก้นหม้อหรือก้นหวดนี้เรียก เข้าแห้ม.
เข้าฮางข้าวเหนียวที่ยังไม่แก่จัด เอามาคั่วไฟแล้วตำเหมือนข้าวเม่า ตากแดดให้แห้งแล้วเก็บไว้ ต้องการกินเมื่อไรก็นำไปนึ่ง เรียก เข้าฮาง.
เขี่ยคุ้ย เสาะ แสวงหา การคุ้ยเขี่ยหาอาหารมาเลี้ยงตัวเรียก เขี่ย ควัดเขี่ย ก็ว่า อย่างว่า ยาสูญเศร้าชิงกันกินเหยื่อ ใผหากควัดเขี่ยได้หาเลี้ยงลูกมันแท้เน้อ (สังข์)
เขี่ยข้อง, เกี่ยว ชายหญิงที่มีคู่ครองแล้ว มีชายหญิงมาติดต่อฐานชู้สาว เรียก เขี่ย อย่างว่า ผัวเผิ่นมีอย่าขันเป็นชู้ชู้เขี่ยข้างพันชั้นอย่าเหลียว (ภาษิต).
เขี่ยนข่วน หนามข่วนเรียก หนามเขี่ยน เล็บข่วนเรียก เล็บเขี่ยน ข่วนหน่อไม้ที่เผาแล้วเพื่อต้มแกงกิน เรียก เขี่ยนหน่อไม้.
เขี้ยนเฆี่ยน, ตี การเอาไม้หรือหวายตีเรียก เขี้ยน ข้า ก็ว่า ตัวหนังสือไทยน้อยไม่มีตัว ฆ. ระฆัง จึงจำเป็นต้องเขียนตัว ข. แทน.
เขี้ยมขันกวดขัน เร่งรัด การเร่งรัดให้ทำงานโดยไม่มีเวลาพักผ่อน เรียก เขี้ยมขัน อย่างว่า ราชาเจ้าภูบาลด้านสั่งให้สูไปอย่าช้าเขิงเขี้ยวเขี่ยมขัน (บ.)
เขี้ยวต้มให้งวด เช่น ต้มน้ำกะทิให้เป็นน้ำมัน เรียก เขี้ยวน้ำมัน.
เขี้ยวบังคับให้ทำเรียก เขี้ยวขอด อย่างว่า ผีเขี้ยวทางเบน คนเขี้ยวทางลุ่ม (ภาษิต).
เขี้ยวเร่งรัด บีบคั้น การเร่งรัด ให้ส่งส่วยสาอากร เรียก เขี้ยวเข็ญ อย่างว่า อำนาจเขี้ยวโดยน้อมส่วยสิน (กา).
แขกคนบ้านอื่นเมืองอื่น ซึ่งมีธุระมาเยี่ยมเยียน เรียก แขก อย่างว่า แต่นั้นภูบาลท้าวทันคอนโดยด่วน ให้ค่อยย้ายแขกเข้ามาเฝ้าอย่านาน (ฮุ่ง).
แขกชื่อนกแขกเต้า เป็นนกที่หัดพูดเลียนภาษาคนได้ เรียก นกแขกเต้า อย่างว่า เขาแขกแก้วปุนปากสอนเสียง สังกาจิบจาบนันในฮ้าน ก็บ่ฮีไฮฮ้องเฮเสียงสงัดอยู่ ฝูงนี้เจ้าขม่อมป้องปุนเลี้ยงรอบระวัง (สังข์)
แข้งแจ้ง สว่าง อย่างว่า ฟ้าเบิกแข้งคาไค้ซู่อัน (ฮุ่ง).
แข้งแหย้งคนผอมยืน เรียก ยืนแข้งแหย้ง.
แข้นข้น อาการที่ข้นเรียก แข้น เช่น ลาบข้น เรียก ลาบแข้น ข้นมากเรียก แข้นอั้นตั้น แข้นลั้นตั้น ก็ว่า
แขนงกิ่งไม้ กิ่งไม้เล็กๆ เรียก แขนงไม้ แหนงไม้ ก็ว่า อย่างว่า สิบแหนงไม้ ซาวแหนงไม้ปานแหนงไม้ดู่ สิบแก่นคู้ซาวแก่นคู้บ่ปานไม้แก่นจันทร์ (บ.)
แขนงสนใจ เสียใจ คนที่ไม่รักไม่พอใจกัน ถึงเขาจะอาภัพอับจนอย่างไรก็ไม่สนใจ ไม่เสียใจ อย่างว่า แม่นซิตายกองก้นบ่แขนงเหมือนน้อง (สังข์)
แข้นแหล้นอาการที่อวัยวะเพศของผู้ชายมีหนังปกเพียงครึ่งเดียว เรียก เสียกแข้นแหล้น ถ้าไม่ปกเลย เรียก ข้านหล้าน อย่างว่า เสียกข้านหล้านได้บ้านได้เมือง เสียกแพ้แว้แพ้บ้านแพ้เมือง (บ.)
แขบขริบ ขริบให้เสมอกันเรียก แขบ เช่น แขบผ้า ถากริมไม้ให้เสมอกันเรียก แขบไม้.
แขบเจียน ฝาน หมากเจียนหรือหมากฝาน เรียก หมากแขบ อย่างว่า ทุกเยื่องพร้อมหมากแขบพลูจวง ทังเทียนคำหมื่นดวงเลียนไว้ สมมาเจ้าเมตตรัยตนประเสริฐ ข้อยก็แต่งดอกไม้เทียนพร้อมโกฎิถวาย (ฮุ่ง).
แขบแคคับแค ชื่อนกชนิดหนึ่ง ในจำพวกนกเป็ดน้ำ แต่ตัวเล็กชอบลอยอยู่ในน้ำเรียก นกแขบแค คับแค ก็ว่า
แขมชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งคล้ายอ้อ แต่ลำใหญ่กว่า เรียก ต้นแขม บ้านที่เอาชื่อต้นไม้นี้ไปตั้ง เป็น บ้านแขม ก็มี
แข่มขลุม เชือกถักสอดกับไม้สำหรับสวมปากม้า ถ้าต้องการให้ม้าวิ่งเร็วก็ดึงเชือกนี้ให้คอม้าตั้ง เรียก แข่มม้า แคม้า ก็ว่า อย่างว่า ชักเชือกม้าคอแง้นแล่นหัน (บ.)
แข่มเสียงดังอย่างนั้น เช่น กิ่งไม้ตกถูกใบไม้แห้งเสียงดังแข่ม หรือแสงแดดกล้า เรียก แดดแข่ม แจ่มแจ้ง ก็ว่า.
แข้มแหล้มลักษณะหน้าตาของคนที่พบเห็นสิ่งไม่พอใจ เรียก เฮ็ดหน้าแข้มแหล้ม.
แขแมตัวแมงกินฟัน ชื่อโรคฟันผุชนิดมีตัว กัดจากรากฟันขึ้นมา เรียก แขแม แข้วแม ก็ว่า.
แข่วปลอก โลหะรูปวงแหวนสำหรับสวมรัดเครื่องใช้เครื่องสอยเรียก แข่ว สวมมีด เรียก แข่วมีด สวมพร้า เรียก แข่วพร้า อย่างว่า ว่าแม่นงูเห่าสังบ่มีตา ว่าแม่นงูสาสังบ่มีแข้ว ว่าแม่นมีดด้ามแก้วสั่งบ่มีแข่วมีคม (บ.)
แข้วฟัน กระดูกเป็นซี่ๆ อยู่ในปาก สำหรับกัดฉีกเคี้ยวอาหารเรียก แข้ว ฟันกรามข้างบนและข้างล่างข้างละ ๓ ซี่เรียก แข้วโคก ฟันหน้าทั้งข้างล่างข้างบนข้างละ ๔ ซี่เรียก แข้วยิ่ง ฟันแหลมทั้งข้างล่างข้างบนข้างละ 2 ซี่เรียก แข้วหมากแง ฟันเกิดใหม่ในเด็กเรียกแข้วน้ำนม.
แข้แหล้แผ่นไม้บางๆ วางไว้เรียก วางแข้แหล้ ถ้าสั้นๆ เรียก สั้นข้อหล้อ.
โขกโหยกอาการที่ของเล็กและยาวตั้งไว้ เรียก โขกโหยก เช่น สูงโขกโหยก.
โข่งโปร่ง โพรง สิ่งที่มีโพรงหรือโปร่งข้างในเรียก โข่ง เช่น กำไรเท้าที่โปร่งเรียก ก้องขาโข่ง กำไลแขนที่โปร่ง เรียก ก้องแขนโข่ง อย่างว่า ก้องแขนโข่ง ก้องแขนคนบ่มี ผู้สาวบ่ดีใส่ก้องแขนโข่ง (บ.).
โข้งหอยโข่ง ชื่อหอยชนิดหนึ่ง ขนาดใหญ่ เรียก หมากหอยโข้ง.
โขดดินหรือหินที่สูงขึ้นเป็นโคกเป็นเนิน เรียก โขด ถ้าเป็นดินเรียก โขดดิน เป็นหิน เรียก โขดหิน.
โขนโชนขาวโพลน คนแก่เถ้าผมขาวหมดทุกเส้น เรียก เถ้าโขนโชน อย่างว่า ทะล่วนพร้อมฝูงหมู่หมอโหร ยนยนยวงยื่นไปดูหน้า ใผผู้โขนโซนพุ้นยังพลอยกายลุ่ม อันนั้นเถ้าจ่าช้อนเวนเช้าบ่ทัน (ฮุ่ง).
โขบเปราะ ไม่เหนียว ใบตองที่แห้งเหี่ยวงอเข้าติดกัน เรียก ใบตองโขบ.
โขบโข้ใบตองแห้งที่เหี่ยวติดกัน ถ้าดึงออกก็ขาด เรียก โขบโข้.
โข่มที่ลุ่ม นาที่ลุ่มฝนตกลงมานิดหน่อยน้ำก็ขัง เรียก นาโข่ม นาขุ่ม นาลุ่ม ก็ว่า อย่างว่า ฝนตกห้งไหลโฮมนาโข่ม นาบ่อนสูงบ่ค้างโฮมห้งแต่บ่อนขุม (กลอน)
โข่ยเยื่อในกระดูก หรือ ขมองในกระดูก เรียก โข่ย.
โข่ยโง่ เขลา เบาปัญญา คนแสดงความโง่ให้เห็นเรียก ขายโข่ย อย่างว่า เกิดเป็นชายอย่าได้ขายโข่ย (กาพย์ปู)
โข้โหล้ใหญ่และสั้น สิ่งที่มีลักษณะใหญ่และสั้น เรียก โข้โหล้ อย่างว่า เจ้าโข้โหล้เจ้าผู้โค็ยโปเอย บาดว่าโค็ยโปล้มใผซิโจมขึ้นซ่อย เจ้าเด (กลอน)
โข้โหล้ท่อนไม้ใหญ่และสั้นวางไม่เป็นระเบียบ เรียก วางโข้โหล้ โข้โหล้เข้เหล้ ก็ว่า
ไข-มันข้นในร่างกายคนและสัตว์เรียก ไขมัน. -ชื่อขมิ้นชนิดหนึ่ง เรียก เข้าหมิ้นไข. -(ก.)บอก กล่าว การบอกกล่าวให้รู้ เรียก ไขข่าว อย่างว่า แสนสัตว์น้อมโดยคดีไขข่าว พระก็ทรงพากย์ถ้อยเสียงเอิ้นแอ่วหา (สังข์). -(ก.)เปิด การเปิดประตูเรียก ไขปักตู ไขทวาร ก็เรียก อย่างว่า นางก็คึดฮ่ำฮู้คำปากเค็มแข็ง นางจิ่งไขทวารเผยส่องแลเล็งหน้า เห็นกษัตริย์เจ้านงเยาว์ยังอ่อน ดูเพศหน้าเหมือนเชื้อลูกหลาน (สังข์).
ไขข้อน้ำมันที่อยู่ตามข้อต่อ เช่น ข้อมือ ข้อเท้า สำหรับเป็นน้ำมันหล่อลื่นให้ร่างกายเคลื่อนไหวไปมา พับเข้าเหยียดออกได้ตามปกติ ไม่เกิดความขัดข้องเรียก น้ำมันไขข้อ.
ไข่ขางไข่แมลงวัน เรียก ไข่ขาง ไก่ขาง ก็ว่า
ไข่แข้ชื่อพรรณไม้เถาชนิดหนึ่ง เรียก เครือไข่แข้ ชื่อขนมชนิดหนึ่งมีรูปร่างคล้ายไข่เหี้ย เรียก ขนมไข่แข้.
ไข่เน่าชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ใบใหญ่ดอกสีเหลือง นำมาเคี่ยวเป็นยางเหนียว เรียก ต้นไข่เน่า ต้นยางมอก ก็ว่า.
ไข่ป้อชื่อเห็ดชนิดหนึ่งคล้ายเห็ดผอแต่ใหญ่กว่า ใช้กินได้ เรียก เห็ดไข่ป้อ ไข่เปาะ อีเปาะ ก็ว่า.
ไข่ผำไข่น้ำ เมล็ดของแหน เป็นพืชในตระกูลแหน เรียก หมากไข่ผำ นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันตรวจสอบพบว่ามีโปรตีนมาก ชาวอีสานนำไปปรุงอาหารต้มแกงกิน มีรสอร่อยมาก เดี๋ยวนี้เหลืออยู่จำนวนน้อยแล้ว. ชื่อหญ้าชนิดหนึ่ง มีเม็ดเล็กๆ คล้ายตัวเหา เรียก หญ้าไข่เหา.
ไข่โล้มดลูกของผู้หญิง ผู้หญิงบางคนเมื่ออายุมากมดลูกขนาดเท่าไข่เป็ดยื่นออกมา ไข่ที่ยื่นออกมานี้เรียก หมากไข่โล้.
ไข่หลังอวัยวะที่เป็นก้อนกลม ติดกับกระดูกสันหลังของไก่และนก เรียก หมากไข่หลัง.
ไข่หำลูกอัณฑะ ลูกอัณฑะของผู้ชายเรียก หมากไข่หำ.
ไข่เหาเหาเป็นโรคชนิดหนึ่ง เกิดอยู่ตามศรีษะของคนบ้าง สัตว์บ้าง กินเลือดคนและสัตว์เป็นอาหาร เหานี้มีไข่ จึงเรียก หมากไข่เหา.
ไข้ความเจ็บป่วยเรียก ไข้ ไข้เรื้อรัง เรียก ไข้ชำเฮื้อ ไข้วันเว้นวัน เรียก ไข้บา ไข้บ๋า ก็ว่า ไข่ม้ามหย่อน เรียก ไข้ป้าง ไข้ไทฟอยด์เรียก ไข้หมากไม้ใหญ่ ไข้ดีซ่านเรียก ไข้ออกเหลือง.
ไขว่กำหนดไม่ได้ นับจำนวนไม่ถูก , ไม้ล้มระเนระนาด หรือแปลว่าไขว่ห้าง
ข้นเคล็ด แพลง ตีนพลิกเพราะตำตอเรียก ตีนค่น ซ่น ก็ว่า อย่างว่า โตนตำต้องซูนตอตีนค่น ย่างหลาบหล้ายขาซ้ายแกว่งวี (กลอน).
ขี้ไก่โป่ขี้ไก่ก้อนใหญ่
ขี้ไก่นวดขี้ไก่สีน้ำตาลเหม็นมาก
ขาเลาะคนที่ชอบเที่ยวเตร่ไปเรื่อย ส่วนมากจะใช้กับวัยรุ่นหนุ่มสาวที่ชอบเตร็ดเตร่ เที่ยวเล่นสนุกสนาน
ขั่นสั่นถ้าอย่างนั้น, เพราะฉะนั้น
ขี้ตัวะขี้โกหก โกหก พุดปด พุดเท็จ พูดโกหกหลอกลวง เรียก ตั๋วะ อย่างว่า อย่ามาตัวะให้หล้มตกหล่มดินทราย ตัวะให้กำดินทรายหว่านลงในน้ำ เฮ็ดให้เฮียมหลงหล้มตกตมทังหล่ม ตัวะให้คาดลาดล้มกลางบ้านมื่นชะเล (ผญา).
ขี้ตั๋วะโกหก พุดปด พุดเท็จ พูดโกหกหลอกลวง เรียก ตั๋วะ อย่างว่า อย่ามาตั๋วะให้หล้มตกหล่มดินทราย ตั๋วะให้กำดินทรายหว่านลงในน้ำ เฮ็ดให้เฮียมหลงหล้มตกตมทังหล่ม ตั๋วะให้คาดลาดล้มกลางบ้านมื่นชะเล (ผญา).
ข้าวน้ำซ้ามปลา

ข้าวปลาอาหาร

เขาหามไปเซิง

โดนเขาอุ้มไปกระทำชำเรา

ขี้กะตืก

ตัวตืดเรียก ขี้กะตึก ขี้กะตึกมี 2 ชนิด คือ ขี้กะตึกแป ขี้กะตึกกลม ชนิดตัวแบนเรียก ขี้กะตึกแป ชนิดตัวกลมเหมือนใส้เดือน เรียก ขี้กะตึกกลม.

ขี้กะเยอ

หืด ชื่อโรคชนิดหนึ่งเกิดจากเศลษม์ขี้หุ้มปอด หายใจไม่สะดวก ลมหายใจไม่ถึงท้อง เรียก ขี้กะยือ คะยือ ขะยือ ก็ว่า.

ขั้นได

บันได ไม้ที่ทำเป็นขั้นๆ สำหรับก้าวขึ้นลง

ขี้หมากเหลือง

เลือดจาง

ข้าวแลง

อาหารมื้อเย็น

ข้าวงาย

อาหารมื้อเช้า

ของฮ่าง

สิ่งของที่พังชำรุด

ขี่คั่นคากคางคก
ขี่สบป๊องเลือกสุ่มๆแต่ก็ได้ของดี,เดาสุ่มๆก็เดาถูก, ฟลุ๊ค
คะสั่นถ้าอย่างนั้น
กะสั่นถ้าอย่างนั้น
ขี้ใต้ไม้ผุผสมกับน้ำมันยางธรรมชาติใช้จุดไฟแทนตะเกียงน้ำมัน
ขี้โป้ยางของต้นไม้ที่หล่นลงตามพื้นดิน ใช้เป็นเชื้อเพลิงได้
ขี้ตกยางของต้นไม้ที่หล่นลงตามพื้นดิน ใช้เป็นเชื้อเพลิงได้
ขี้คันคากคางคก
เขียดกะตู่คางคก
ขี้กะเทอเสมหะ ,เสลด
ขี้สีกน้ำครำ
ขี้ฮ้ายขีเหร่,ดูไม่ดี ไม่น่าดู มีความหมายเดียวกับคำว่า ผู้ฮ้าย
ขี่เหมี่ยงสนิม
ขี้ไงเงี่ยผงหรือฝุ่น(ละอองเล็กๆ)
ขี้เงียงเหงี่ยผงหรือฝุ่น(ละอองเล็กๆ)
ขี่ไห้สำออย
เข็ดแข้วเสียวฟัน
ไขการแกะ,การเปิด
เข่งขึง,ตึง,ทำให้ตึง
ขี้ตม

โคลน

ขี้กะตอด

หูด

ขิว

หมั่นไส้ อาการไม่ชอบขี้หน้า

ขี้เงีย

ฝุ่นละออง

ขี้ตมปาด

ชื่อเขียดชนิดหนึ่ง ขายาวอาศัยอยู่ตามต้นไม้

เขียดตะปาด

ชื่อเขียดชนิดหนึ่ง ขายาวอาศัยอยู่ตามต้นไม้

เขียดตาปาด

ชื่อเขียดชนิดหนึ่ง ขายาวอาศัยอยู่ตามต้นไม้

ข้าวหัวหงอก

งขนมที่ทำจากข้าวเหนียวคลุกมะพร้าว โรยด้วยน้ำตาลทรายและงา

ขี้แข่ว

ขี้โม้

ไข่ขี้เกี้ยม

ขนมเม็ดเล็ก ๆ มักจะได้มาจากการนำของเก่าไปแลกกับรถรับซื้อของเก่า ซึ่งจะจ่ายเป็นขนมไข่ขี้เกี้ยม

ข้าวลอดช่อง

ขนมลอดช่อง

ขี้ตาเปียก

อาการที่มีขี้ตามากกว่าปกติ เหมือนกับคนที่เป็นโรคตาแดงตื่นมาตอนเช้าแล้วมีขี้ตามากกว่าปกติ

ขนจิว

ขนเพชร ขนอ่อนที่เกิดตามใบหน้า เกิดตามแข้งขา ตามแก้ม

ขี้กะเทอะ

เสมหะ เสลด