พจนานุกรมภาษาอีสานหมวด "ค"

คำศัพท์อีสานความหมาย
ควดขูด,คุ้ย, การข่วน
ขะลำผิดประเพณี,ผิดครรลองคลองธรรม
เขิงกระด้งใบเล็กๆเรียกว่า เขิง ใบใหญ่ เรียกว่า กระด้ง
คกมองครกกระเดื่อง
คนไคคนพอใช้ได้ คนที่ดูด คนน่ารัก คนหน้าตาดี
คนผู้ห่ายคนขี้เหล่, คนหน้าตาไม่ดี, คนไม่หล่อ, คนไม่สวย
คนมะลำมะลอยคนไม่น่าเชื่อถือ
คนฮู้ผู้ดีเป็นคนที่นิสัยดี,เรียบร้อย
ควยโยก,โยกเยก,โคลงเคลง
ควย (ควาย)ควาย
ควยตู้ควายทุยเขาสั้น
คองรอ,ตั้งหน้าตั้งตารอ,คอยจารีตประเพณี
คองคอยอคอย,รอถ้า,คอย (พบมากในผญา)
คอบบอกกล่าว,แจ้งให้รู้,บนบอก
คอยเบา,เบาๆ,ทำเบามือ, ทำอย่างทะนุถนอม,เสียงเบา
ค้อยเอียง ลาดขัน
ค่อยฮักเจ้าฉันรักเธอ
ค่อยตัวเราเอง
คะนิงคิดถึง,คำนึงหา
คะลาดพรวดพราด, พลาด
คักสุดยอด , ดีที่สุด ,ได้ดั่งใจ
ถนัด แน่ ชัด การเห็นโดยไม่มีเคลือบแคลงสงสัย เรียก เห็นคัก
ถูกต้อง แน่นอน จริง เช่น เฮ็ดคักๆ เด้อ คึดคักๆ เว้าคักๆ.
คักขนาดดีมากๆ,เยี่ยมมากๆ,ดีสุดๆ,สุดยอด
คักใจได้ดีดั่งใจ,สมใจ,ถูกใจ
คักน้อดูดี แบบเว่อๆ, เหมือนชมว่าดีแบบประชดประชันนิดๆ
คักแน่ที่สุด,ของที่สุด
คักแล้วดีแล้ว,เข้าท่าแล้ว
คักอีหลีสะใจจริง
คันถ้า
คันแข่วหมั่นไส้,หงุดหงิดเนื่องจากทำอะไรไม่ได้อย่างที่คิด
คันแทคูนา
คันยูร่ม
คึดต่อคาดหวัง
คันแหม่นถ้ามันจริง,ถ้าจริงดังว่า,ถ้ามันใช่
คัวการชำแหละ, ชำแหละเนื้อ, ชำแหละปลา เอามีดชำแหละปลา เรียก คัวปลา เอามีดเชือดเนื้อ เรียก คัวซี้น ถากไม้ไสกบเพื่อทำเรือน เรียก คัวแป้น เจาะเสาเรือน เรียก คัวเสาเฮือน.
คางกะไตคาง, ส่วนปลายของคาง
คาดลาดเป็นคำขยายใช้กับอะไรที่มันยาวกว่าสิ่งอื่น ,โผล่ หรือล้ำออกมา
คาดสิได้กะว่าจะได้,คาดว่าจะได้,ถึงเวลาที่จะได้,ถึงที
ค่าคายค่าบูชาครูหรือสิ่งของที่ใช้ในการบูชาครูก่อนที่จะศึกษาเล่าเรียน วิชาการต่างๆจากครูอาจารย์
คาวเดียวแป๊บเดียว,สักครู่
คาวหน่าคราวหน้า
ค้ำคูณดี, เป็นมงคล, ศิริมงคล, เจริญก้าวหน้า
คำแพงผู้ซึ่งเป็นที่รัก หรือ แก้วตาดวงใจของพ่อแม่
คิงร่างกาย, ตัว, ลำตัว
คิ่งนิ่งไม่เคลื่อนไหว, หยุดนิ่ง, หยุดชะงัก
คิงฮ่อนตัวร้อน
คิดต่อคาดหวัง
คึดฮอดคิดถึง
คิดฮอดคิดถึง
คิ่วแม่นยำ
คึดันออกให้ห่าง , ถ่างออก
คึดคิด
คิดบ่ซอดคิดไม่ถึง,คิดไม่ออก
คึดพ้อคิดถึง,นึกถึง,นึกขึ้นได้,ฉุกคิดขึ้นได้
คึดมอคิดไม่ไกล คิดไม่รอบครอบ
คึดจ้อคิดไม่ไกล คิดง่ายๆ ไม่รอบครอบ
คืนเมือกลับคืน , กลับไปที่เดิม ,กลับไปบ้าน
คือเหมือน
คือจั่งเหมือนดัง,เหมือนเช่น,ดั่งเช่น
ควมเว้าคำพูด
เคือน ๆ ย้ายย้ายเดินเป็นหมู่ช้า ๆ
เค็ง ๆ ก้องเสียงฆ้องกลองดังไปทั่ว
เคือน ๆ ก้องทั้งตะโพนกลองครึกครื้นกันไป
เค็งคืนเสียงดังไปทั่ว
คิ้วก่องคิ้วโก่ง
คองเมืองประเพณีบ้านเมือง
คะเจ้าเขา สรรพนามบุรุษที่สามที่กำลังพูดถึง
คาบมื้อ, มื้ออาหาร
คิงฮ้อนตัวร้อน
คึดฮอดคิดถึง เรียก คึดฮอด อย่างว่า คึดฮอดน้องนอนกรองน้ำตาหลั่ง คันแม่นพังจั่งส้างซิเพม้างตั้งแต่ดน (กลอน) คึดฮอดน้องยามเมื่อโค็ยแข็ง บาดห่าโค็ยแข็งเซาบ่ให้เอากะได้ (บ.).
คือสิคงจะ
คับคั่งคนแน่นขนัดไปหมด
แค้นคั่งแค้นใจ, เสียใจมาก
คาบเจ้าศพ, ร่างกายไม่มีวิญญาณ
คำไฮ้ความจน
คร่อมคร่อม, นั่งทับ
คิ้วคาดค้อมคิ้วโก่งเหมือนคันธนู
ค่ำม้อย ๆค่ำลงเรื่อย ๆ, ค่อย ๆ มืดลง ๆ
คอบครองครองเมือง
คำฮ้ายความชั่ว
คอยถ่ารอคอย, เฝ้ารอ
เครือเครือ, เครือไม้, เครือกล้วย
คุงน้ำถึงน้ำ
คุงถึง
คอบเวรเพราะเวร
เคหังเรือน, บ้าน
เคิ่งคิงครึ่งตัว
เคร็ง ๆ เสียงดังเคร็ง ๆ
ค้อนด้ามไม้คัดหม้อข้าว, ไม้ที่มีลักษณะเป็นท่อนไม่ใหญ่มาก
เคียดเค็มโกรธอย่างใจดำ, โกรธอย่างมาก
เคียมอาการเดินอย่างสงบเสงี่ยม
โคบาลคนเลี้ยงโค
ควบม้าขี่ม้า
แคนไคแนพอจะดีหน่อย, ค่อยยังชั่ว ไคแน ก็เรียก
ไคแนพอจะดีหน่อย, ค่อยยังชั่ว แคนไคแน ก็เรียก
เคียดสั่นโกรธจนตัวสั่น
คุงฟ้าถึงฟ้า
แคนไค้ขลุ่ยซอเครื่องดนตรีอีสาน
เค่าเม่าลักษณะอาการนั่งอยู่
แคบ้านชื่อต้นแคชนิดหนึ่ง
คำทอง
คือบ่อเหมือนไหม , ดีไหม
คือแหน่จั๊กหน่อยค่อยดีขึ้นมาหน่อย
คุถังน้ำ
คู่มื้อทุกวัน
เค่งตึง
เคียดโกรธ
เครื่องเอ้เครื่องประดับประดา
เคิกพัก หรือ หยุดการกระทำนั้นชั่วขณะ
เคิ้นครึกครื้น อารมณ์ดี มีชีวิตชีวา
เคียนพัน,ห่อ,หุ้ม
เคียวแรด,ร่าน,ดอกทอง ,คนคึกคะนองเรียก คนเคียว อย่างว่า เถ้าคันเคียวสามซาวว่าหนุ่ม (กาพย์ปู่) หญิงดอกทอง เรียก คนหีเคียว อย่างว่า โต่บ่ช่างว่าไม้บ่เหนียว โตหีเคียวว่ากรรมก่อนกี้ (ภาษิต).
แคดแลดโผล่ออกมา , แพมออกมา ,ส่วนเกินที่ยื่นออกมา
แค้นข้าวข้าวติดคอ
แค้นติดคอ
คนบ่เคียมคนซุ่มซ่าม
เคิกกันคลาดกัน (อีสานตอนบน)
คำคิงสัมผัส,แตะตามเนื้อดูว่าตัวร้อนหรือไม่
คือเก่าเหมือนเดิม
แคะเปรียว หรือ พยศ , ไม่เชื่อง
โคราชบ้านเอ็งโคราชบ้านเรา
ไคกว่าหมู่ดูดีกว่าเพื่อน
ไคเติบค่อนข้างดูดี,ค่อนข้างดี
ไคอยู่ดอกดีขึ้นอยู่หรอก
เค้าเค้าโครง
คดีเรื่อง ข้อความ เรื่องเกี่ยวกับโลกเรียก คดีโลก เรื่องเกี่ยวกับธรรมเรียก คดีธรรม เรื่องเกี่ยวกับโบราณเรียก คดีโบราณ หรือ โบราณคดี อย่างว่า เฮาสั่งถ้อยแถมแจ้งจื่อคดี แด่เนอ (กา).
คบงันฉลอง สมโภช การแสดงความรื่นเริงในงาน เช่น ร้องรำทำเพลง เรียง เล่นมหรสพ มโหสบ มโหสบคบงัน ก็ว่า อย่างว่า ฝูงเคยเหล้นตีตะโพนพิณพาท ขับแข่งฮ้องโคลงฟ้ากาพย์สาร (สังข์).
คมปาวหญ้าคมบาง ชื่อหญ้าชนิดหนึ่งใบบางและแหลมคม เวลาเอามือไปจับจะบาดมือ เรียก หญ้าคมปาว.
ครรไลไป แผลงมาจากไคล อย่างว่า บ่เคยครรไลพลัดพรากกันไกลบ้าน ภูบาลเจ้าทังนางเอิ้นสั่ง ขอให้มาหยั่งเยี้ยมยามบ้านด่านเฮา แด่เนอ (บ.).
คร้อต้นตะคร้อ ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง มีผลกลมเปลือกหนา ใช้กินเป็นอาหารได้ เรียก ต้นค้อ อย่างว่า ผูผางค้อเกียงลมเลียนตาด น้ำแผ่ต้องโตนท้างล่วงลง (สังข์).
ครอกปลาที่เกิดพร้อมกันและอยู่ร่วมกันเป็นฝูงๆ เรียก ปลาลูกครอก วัวควายของเราที่ตกลูก เรียก งัวลูกครอก ควายลูกครอก.
ครั่งชื่อแมลงชนิดหนึ่ง ทำรังโอบกิ่งไม้ รังของมันเอามาต้มเป็นน้ำสีแดงใช้ย้อมไหม น้ำที่ต้มเรียก น้ำครั่ง รังเรียก ขี้ครั่ง ขี้ครั่งใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่นเข้าครั่งมีด เข้าครั่งพร้า.
ครัดเคร่งเคร่งครัด เช่นพระภิกษุปฏิบัติตรงตามพระธรรมวินัยเรียก ครัดเคร่ง อย่างว่า ยาครูเถ้าคลองสงฆ์ครัดเคร่ง ปากและท้องบ่มีไว้เผื่อกิน (บ.).
ครางหุ่ยร้องไห้โฮ อย่างว่า นักสนมเหน้าหลายคนครางหุ่ย(กา) ทมทมฮ้องเสียงเค็มครางหุ่ย ฝูงแม่ป้าปัวใกล้กอดกุม(สังข์).
คร้านขี้เกียจ คนขี้เกียจทำงานเรียก คนขี้คร้าน อย่างว่า สนุกอย่านอน เมียวอนอย่ายิน เฮ็ดกินอย่าคร้าน เข้าบ้านอย่าอาย เห็นคนตายอย่าขี้เดียด (ภาษิต) คร้านกับเหนื่อยมันเตื่อยกันลง หมั่นกับแฮงมันแข็งกันขึ้น (บ.).
ครำน้ำตก น้ำที่ไหลลงมาจากภูเขาเรียก น้ำครำ น้ำครำอาจแยกออกได้เป็นสองชนิด คือน้ำตกธรรมดาและน้ำตกมาก น้ำตกก้อนใหญ่และตกมากเรียก ครำหลวง.
ครืนชื่อเครื่องดักสัตว์ชนิดหนึ่ง หลักทำด้วยหวาย ปลายทำด้วยเชือก เรียก ครืน คืน ก็ว่า อย่างว่า กกแม่นหวาย ปลายแม่นเชือก ใผแก้บ่ได้ชิบอกว่าคืน (ปัญหา).
ครื่นครื่นเสียงฟ้าร้องดังครื่นครื่น คื่นคื่น ก็ว่า อย่างว่า ฟังยินคื่นคื่นฟ้าลมล่วงดังดายพุ้นเยอ สองคอยเทียวไปมาสู่กันการชู้ พอเมื่อสูรย์สายเศร้าฉายายามค่ำ เจืองก็คึดฮุ่งฮู้ธรรม์ต้นลูกเม็ง (ฮุ่ง).
ครื่นครื่นเสียงน้ำไหล อย่างว่า คื่นคื่นก้องกงแม่สมุทรหลวง ชาวนาคาตื่นตนเฮย้าน (สังข์).
ครื่นครื่นเสียงคนเดิน อย่างว่า พลถือก้ามเต็มนานองเครื่อง คื่นคื่นเข้าเชียงล้านเมื่อแลง (สังข์).
ครื่นครื่นเสียงนางกินรีบิน อย่างว่า คื่นคื่นเค้าบินเวิ่นเวหา ทังปวงแยงยาดกันดูน้อย เมื่อนั้นนูเนือท้าวบาศรีโฉมฮาบคอยผ่อน้องทังค้ายใคร่กระสัน (สังข์).
ครื่นเคร็งเสียงฟ้าร้องเรียก ครื่นเคร็ง คื่นเค็ง ก็ว่า อย่างว่า ผ่อดูวันสูรย์ซ้ายเมโฆเค้าฮ่ม พุ้นเยอ ฟ้าหลั่งเหลื้อมเสียงก้องคื่นเค็ง (สังข์).
ครื่นเคร็งเสียงไม้ค้อนกระทบกัน อย่างว่า เค็งเค็งเสื้อแสวงยิงยียาด ค้อนแกว่งเปลื้องตีต้องคื่นเค็ง (สังข์).
ครื่นเคร็งเสียงไม้ล้มทับกัน อย่างว่า เขาแปร่ม้างดงไม้คื่นเค็ง (กา).
ครุถังตักน้ำ ถังตักน้ำที่สานด้วยไม้ไผ่ ทาชันผสมน้ำมันยาง เรียก คุ ทำด้วยไม้ไผ่เรียก คุไม้ไผ่ ทำด้วยสังกะสีเรียก คุสังกะสี.
ครุฑพระยานกเรียก ครุฑ อย่างว่า จักว่าเป็นชาติเชื้อนาถนากแนวเดียว นี้รือ ฮู้ว่าเนาในมนุษย์โลกคนนครกว้าง ฮู้ว่าแกมพงศ์เชื้อนาโคครุฑนาค ไลพี่ไว้ดายดิ้นดั่นเดียว นี้รือ (สังข์).
ครุฑราชราเช็งพระยาครุฑ อย่างว่า แยงที่ท้าวครุฑราชราเช็ง ภูมีเห็นฮ่ำไฮคนิงน้อย กษัตราเจ้าดาพลแล้วล่วง พระยาครุฑเหลื้อมไหลมั้วมืดมน (สังข์).
ครุยครีบหลังของปลา เรียก ครุยปลา อย่างว่า ให้ช่างบ้อนเสมอดั่งปลาบึก อย่าได้แปลงครุยลอยดั่งปลาซิวอ้าว (อิน) มันหากเหลือแฮงแล้วปลาบืนยามเดือนสี่ เงี่ยงกะหลุ้ยคุยกะล้มปานนั้นว่าบ่บืน (กลอน).
ครูบาผู้สอน ผู้อบรม ผู้สอนทั้งความรู้และอบรมให้มีอาจาระมารยาทที่ดีงาม เรียก ครูบา.
คลาตาดติด ขัด ติดขัดเรียก คลา คา ก็ว่า อย่างว่า เจ้าคั่งแค้นคาตาดตนเดียว คอยดูดายบ่เป็นไปได้ คนิงเถิงไท้อินทาเทวราช เมื่อนั้นเทพท่อนไท้เหวห้วยฮุ่งเห็น (สังข์).
ควงชั้น, แดน ชั้นฟ้าเรียก ควงฟ้า แดนสวรรค์เรียก ควงสวรรค์ อย่างว่า เล็งช่องชั้นมุงมาศมโนฮม ปุนดาวเดียระดาษคือควงฟ้า ผานผานเพี้ยงมุณเทียรเทวราช แก้วก่อล้อมวรรณเข้มข่ายกะดิง(สังข์).
ควงฟ้าชั้นฟ้า เรียก ควงฟ้า อย่างว่า ขอแต่เทเวศท้าวควงฟ้าช่วยชู น้อยหนึ่งใสส่องแจ้งควงฟ้าฮุ่งเฮือง (กา).
ควงราชแดนพระราชา เรียก ควงราช อย่างว่า มีนานเท้าเถิงนครควงราช มันก็อุ้มอ่อนเข้าปรางค์กว้างค่อยเซา(สังข์).
ควบผ้าที่ใช้ไหมหรือด้ายตั้งแต่สองเส้นกรอเข้าด้วยกันแล้วทอเป็นผ้า เรียก ผ้าควบ ผ้าคุบ ก็ว่า ผ้าควบหรือผ้าคุบนี้คนมั่งมีหรือเจ้านายเท่านั้นที่จะได้นุ่ง คนธรรมดาจะได้นุ่งผ้าขี้งาก็ทั้งยาก.
ควัดคุ้ย เขี่ย เอามือคุ้ยดิน เรียก ควัดดิน เอาทัพพีคุ้ยข้าว เรียก ควัดเข้า เอาเครื่องมือแกะเป็นรูปเรียก ควัดฮูป เอาเท้าหรือปากขุดรูเรียก ควัดฮู ชักดิ้นชักงอ เรียก ดิ้นควัดควัด อย่างว่า เสนหาสร้อยสุมุณฑาธะรงฮูป ให้พี่ควัดฮูปไม้ตางเจ้าล่ำแยง ชั้นบอ (สังข์).
ควันคั่งควันปลิวไปเต็มเรียก ควันคั่ง อย่างว่า พ่องก็ผายไฟฟ้งเป็นแปวปุนคอบ ควันคั่งฟ้าดูเบื้องบ่มฝน (สังข์).
ควันพลึกควันมืดมิมองไม่เห็นดวงตะวัน เรียก ควันพะลึก อย่างว่า ควันพลึกเพลี้ยงไฟผางเผาโลก มารมืดกุ้มหาญห้าวหิ่งเนือง (สังข์).
ควัยโยก คลอน ติง ไหว ต้นไม้ถูกลมพัดติงไหว เรียก ควัย ไคว ควย ก็ว่า อย่างว่า หมู่หนึ่งฮู้แป่ม้างพะลานท่าวไควคอน เลาลมหลวงออกดังสองก้ำ (สังข์).
ควาคว้า หยิบ ฉวย การหยับเอาสิ่งของที่ต้องการ เรียก ควา อย่างว่า มันก็ผันผายเข้าไปในผาสาท มือควาจับนาฏน้องเลยสะดุ้งตื่นตน (สังข์).
ควาจับ ยื่นมือไปจับโดยเร็ว เรียก ควา อย่างว่า มือควาบายแจ่งเสื้อ (เวส).
คว่าค้น เสาะหา แสวงหา การไปเสาะหาเนื้อ เรียก ไปคว่าเนื้อ อย่างว่า ทังหลายไปคว่ากวนเอาเนื้อ มิคาได้ทัวระพีควายเถื่อน สัตว์สิ่งฮ้ายเสือพร้อมแฮดกระทิง (ฮุ่ง) ไปเสาะหาเต่าหาตะกวด เรียก ไปคว่าเต่าคว่าแลน.
ควากเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงฉีกผ้าผืนใหญ่ดังควาก ผืนเล็กดังแควก แคก ก็ว่า
ควาเคียคว้าไขว่ ไขว่คว้า รีบจับเอาโดยเร็ว เรียก ควาเคีย อย่างว่า ควาเคียจับหมู่สนมนางน้อย เขาก็เฮฮนดิ้นกลางโฮงไห้ฮ่ำ ฮ้องเฮียกเอิ้นหาแก้วแม่ตน (บ.).
คว่างปา ปาค้อนเรียก คว่างค้อน ฟาดค้อน ก็ว่า อย่างว่า คว่างค้อนกลายหมากม่วง (ภาษิต).
คว้างคว้างแกว่ง หมุน เช่น เมื่อลมพัดใบไม้ ใบไม้จะแกว่งเรียก ปิ่นคว้างคว้าง.
คว่างควีนอนกลิ้งเหมือนลูกคลี เรียก นอนคว่างควี นอนคว่างนอนควี ก็ว่า.
คว่างค้อนงูขว้างค้อน ชื่องูชนิดหนึ่งเวลาไปมาไวเหมือนขว้างลูกคลี เรียก งูคว่างค้อน.
ควาดทำพิธีปัดรังควานหรือผอกผี เช่น เมื่อผีเข้าสิงคน หมอผีจะทำพิธีเชิญผีให้ออกไป พิธีนี้เรียก ผอกผี หมอผีจะเอามือขวาจับเครื่องผอก เครื่องผอกมีข้าวปั้นและอ้อย แล้วหมอผีจะเชิญผีให้ออกไป เรียก ควาดผี ผอกผี ก็ว่า.
คว่ำการทำโทษคฤหัสถ์ผู้ทำผิดต่อพระวินัยสงฆ์ จะถูกลงโทษไม่ให้ทำบุญทำทานในวัดนั้น แม้ลูกจะมีอายุครบบวชก็ไม่ให้บวชในวัดนั้น เรียก คว่ำบาตร เมื่อคฤหัสถ์นั้นรู้สึกตัวขอขมาโทษต่อพระสงฆ์ พระสงฆ์ยกโทษให้เรียก หงายบาตร.
คว่ำเจ้าเมืองตายเรียก เมืองคว่ำ อย่างว่า บัดนี้เสียแก่นต้น เสมอคว่ำขอบเมืองแลนอ (สังข์).
คว่ำก้มหน้าลง มองต่ำ มองลงข้างล่าง เรียก คว่ำหน้า อย่างว่า นอนคว่ำให้เบิ่งเชือกควาย นอนหงายให้เบิ่งไพรหญ้า (ภาษิต) เหมือนดั่งฟ้ากระเดื่องคว่ำ ดินปลิ้นพลิกหงาย (สังข์).
ควี่คลี่ บาน ผลิ ดอกไม้บานเรียก ดอกไม้ควี่ อย่างว่า หลิงดอกไม้มายควี่คันธา ภูธรเลาะเลียบพะนอมนำน้อง (สังข์).
ควี่สยาย ผมที่ขอดไว้ แล้วคลี่ออกเรียก เกล้าคลี่ อย่างว่า ลางคนข้องพวงหนามเกล้าควี่ก็มี ลางพ่องซิ่นเขินเนื้อนั่งเปลือย (ฮุ่ง).
คอส่วนที่คอดของสิ่งของระหว่างตัวกับปาก เรียก คอ เช่น คอน้ำเต้า คอคนโท คอข้อง คอหม้อ คอขวด คอไห.
คอก้ากชื่อนกชนิดหนึ่ง คอยาว เสียงร้องก้ากก้าก เรียก นกคอก้าก นกกระสาตัวผู้ ก็ว่า.
คอก่านชื่อนกชนิดหนึ่ง มีขนสีขาวรอบคอ เรียก นกคอก่าน.
คองูชื่อนกชนิดหนึ่ง คอยาว เสียงร้องก้ากก้าก เรียก นกคองู นกกระสาตัวเมีย ก็ว่า.
คอสองไม้อะเส ชื่อไม้เครื่องเรือนชนิดหนึ่งใช้ปิดคอเสา เรียก ไม้คอสอง.
คอหอยลูกกระเดือก.
ค่อปลาช่อน ชื่อปลาชนิดหนึ่ง ท่อนหัวคล้ายหัวงู มีเกล็ดคล้ายปลาโด เรียก ปลาค่อ มี 2 ชนิด คือ ปลาค่อน้อย ปลาค่อใหญ่ ปลาค่อน้อยเรียก ปลากั้ง.
ค้อตะคร้อ สะคร้อ ชื่อพรรณไม้ขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ผลกลมเปลือกหนา ใช้กินเป็นอาหารได้ เรียก ต้นค้อ อย่างว่า ผูผางค้อนาวกานก้านเกษ (สังข์) หมีกับไม้ผันทะมังค้อป่า จอนฟอนกับเห่าห้อนบ่มีมื้อชิถืกกัน (กลอน).
คอกที่ขังสัตว์เรียก คอก ขังควายเรียก คอกควาย ขังวัวเรียก คอกงัว ขังไก่เรียก คอกไก่ ขังม้าเรียก คอกม้า ขังหมูเรียก คอกหมู วัวควายที่เกิดในคอกเดียวกัน เรียก งัวลูกคอก ควายลูกคอก ปลาที่เกิดจากแม่เดียวกันเรียก ปลาลูกคอก.
คอกที่ขังคนเรียก คอก คนที่ทำความผิดเขาจับไปขังไว้ที่คอก เพื่อสอบสวนดูว่ามีความผิดจริงหรือไม่ เรียก คอกขัง เมื่อมีความผิดจริง ก็ส่งเข้าคอกขังใหญ่คือ คุก.
คอกสั่น คลอน เขย่า เช่น เอาข้าวไปแช่น้ำเขย่าให้กากออก เรียก คอกกะต่าเข้า.
คอกไควสั่น คนหัวสั่น เรียก คอกไคว หัวคอกหัวไคว หัวสั่นหัวคอน ก็ว่า.
คอกม้าแตกชื่อพรรณไม้ขนาดเล็กชนิดหนึ่ง ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง เรียก คอกม้าแตก เป็นยาสมุนไพรประเภทเดียวกับแส้ม้าห้อ คอกม้าแตก เครือซิ่นบ่ฮี่ ก่อมก้อย ลอดขอน.
คองชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ลำต้นมีหนาม มีผลคล้ายพุทรา ผลกินไม่ได้ เรียก เครือหนามคอง หมากคอม หมากหนามคอม ก็ว่า.
คองรอ คอย การรอคอยสิ่งที่มายังไม่ถึง เรียก คอง อย่างว่า คองกินน้องช้างสามปีขี้บ่ออก คองเอาลูกพระเจ้าเลยซิเถ้าแก่ตาย (ภาษิต) คองกินน้ำห้วยหน้าดีฮ้ายส่องบ่เห็น (ภาษิต) เห็ดกระด้างจับข้างขอนจิก สิกกะสิกมาถ้อน คองหลายน้องกะเหนื่อย (กลอน)
ค่องงาม คนงามเรียก คนค่อง อย่างว่า แม่นว่านางบ่เอ้ย้อง ก้หากค่องเสมอสาว หน้าตาพราวโฉมสะอาด เป็นลูกท้าวมัทราชราชา นางก็ตะเดินหาสองสีไวก็บ่ได้ ฮ้องฮ่ำไห้เฮฮน (เวส). ผู้จบจั่งน้องผู้งามจั่งน้อง เต้นข้วมห้วยเหลียวหลังกะค่อง เต้นข้วมฮ่องเหลียวหลังกะคือ (ผญา).
ค่องว่องไว ไม่ติดขัด คนพูดว่องไวไม่ติดขัดเรียก เว้าค่อง อย่างว่า ขอให้เห็นธรรมแจ้งแถลงไวเว้าค่อง อย่าได้มีที่ข้องความเว้ากล่าวไข (ย่า).
ค่องคือ เสมอ เหมือน คนที่มีเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมไม่เหมือนกันอยู่ร่วมกันลำบาก ถ้าเหมือนกันเสมอกันสะดวกคือ ค่อง อย่างว่า กาดำปี้เทียมหงษ์ห่อนซิค่องคือรือ (กา) ผีเอาคนเข้าซ้อนเทียมได้บ่ค่องคือ (กา).
ค้องน้องโก่ง โค้ง ของเล็กเช่น บั้งไฟขึ้นสูง เวลาลงจะมองเห็นเส้นโค้งนิดหน่อย เรียก โก่งค้องน้อง.
ค้องย้องคนที่มีรูปร่างเล้กและผอม เวลายืนโก่งนิดหน่อย จะปรากฏเห็นยืนค้องย้อง.
คอดยาว ของเล็กและยาว เรียก ยาวคอดลอด ถ้าใหญ่เรียก ยาวโคดโลด.
คอนกิ่งไม้ที่นกหรือไก่จับ เรียก คอน อย่างว่า นกเขาเข้าอยู่ตุ้มเหงาหง่วมทนทุกข์ แม่นชิงอยคอนเงินคอนคำก็บ่ลืมคอนไม้ (กลอน).
คอนการใช้ไม้คานหาบของปลายข้างหนึ่งมีสิ่งของ อีกข้างหนึ่งไม่มี ลักษณะเช่นนี้เรียก คอน ต่างกับหาบ เพราะหาบมีสิ่งของทั้งสองข้าง อย่างว่า หาบดีกว่าคอน นอนดีกว่านั่ง (ภาษิต)
ค่อนร้องส่งเสียง นกที่ร้องเสียงยาวติดกันเป็นช่วงยาว เรียก ฮ้องค่อน อย่างว่า ใกล้ฮุ่งเช้าชะนีค่อนขานเสียง, ผ่อเห็นสุรภาพ้นภูคำเค้าค่อน พุ้นเยอ, สักกุณาเค้างอยคอนฮ้องค่อน (สังข์).
ค่อนติง ไหว เมื่อลมพัดต้นไม้จะไหวติง ต้นไม้ไหวติงเรียก ไม้ค่อน อย่างว่า ไม้ค่อนเพื่อลมออน ลมออนพัดกิ่งสร้อย คอนคอนใจต่ำต้อย คำน้อยใผบ่เห็นเจ้าเอย (ฮุ่ง).
ค่อนตัด ทอน การตัดไม้ให้เป็นท่อนๆ เรียก ค่อน เช่น ค่อนอ้อย ค่อนไม้ไผ่ ค่อนฟืน เป็นต้น.
ค้อนชื่อไม้สำหรับใช้ตีเรียก ค้อน เช่น ค้อนตะพด ค้อนตีกลอง อย่างว่า ทรงเดชเขี้ยวกำค้อนครอบงำ (กา) บาเล่าทวายธนูแก้วปืนยำยืนผ่อ จิตตะยักษ์ฮู้คึงค้อนแล่นเถิง (สังข์).
ค้อนกลองชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง หัวใช้กินและทำยาได้ เรียก ไม้ค้อนกลอง.
ค้อนกะแตข้าวเย็นใต้ ชื่อยาสมุนไพรชนิดเป็นหัว เอาหัวไปทำยาได้หลายอย่างเรียก ยาหัวค้อนกะแต.
ค้อนด้ามชื่อไม้ชนิดหนึ่ง ขนาดเล็กคล้ายไม้พาย ใช้สำหรับเกลี่ยข้าวเหนียวนึ่งให้เย็น เรียก ไม้ค้อนด้าม ไม้สว่ายเข้า ส่ายเข้า ก็ว่า.
ค้อนด้ามผีช้างดำ ชื่อพรรณกล้วยไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ค้อนด้ามผี.
ค้อนตอกสิ่วชื่อไม้ชนิดหนึ่ง ทำด้วยไม้แก่นเนื้อแข็ง ใช้สำหรับตอกสิ่ว เรียก ค้อนตอกสิ่ว.
ค้อนทั่งค้อนสำหรับตีเหล็กทำด้วยเหล็กแข็ง มีด้ามยาว ใช้สำหรับตีมีด ตีพร้า เรียก ค้อนทั่ง ค้อนตะเนิน ก็ว่า อย่างว่า ค้อนตะเนินหรือว่าค้อนทั่งจับแล้วยืนหรือนั่งตีเหล็กตีขาง (กลอน).
ค้อนทั่งชื่อเห็ดชนิดหนึ่ง คล้ายค้อนทั่ง ใช้กินเป็นอาหารได้เรียก เห้ดค้อนถั่ง.
คอนหมาใบระงับ ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งเกิดตามป่าดปร่ง ใช้ทำยาได้ เรียก ต้นคอนหมา.
คอนอักเพลาสำหรับสวมอัก เรียก คอนอัก กวัก ก็ว่า.
คอบด้วยเหตุ เพราะ เผื่อ อย่างว่า ทุกข์คอบปาก ยากคอบท้อง เคยแล้วอยู่บ่เป็น (ภาษิต) คันว่าฟังความห้ามหัวที่ยอมโทษกันนั้น ก็บ่เสียเดชเจ้าตายย้อน คอบเฮียม แลนอ (สังข์).
คอบบอกเล่า อย่างว่า นำคำไหว้ภูธรทูลคอบ พระบาทเจ้ามีฮู้ฮ่อมคนิง (สังข์).
คอบวนเวียน กิเลสกรรมวิบาก ทั้งสามนี้คือสังสารวัฏ ทำให้เวียนเกิดเวียนตายไม่รู้จักจบสิ้น อย่างว่า สงสารนี้เวียนตายเวียนเกิด คือมดแดงไต่ขอบด้งเวียนแล้วคอบเลิง (กลอน) เทื่อนั้นกรรมเผือพ้นภวังค์วนเวียนคอบ ก็บ่ละแก่นแก้วไปได้พรากพลอย (สังข์).
คอบได้รับผล อย่างว่า เยียวจักได้ยากย้อนยังเหตุโพยพิษ นอนตายเต็งคอบคุงคือน้ำ (สังข์).
คอบกลับมา อย่างว่า ยังจักวันหมื่นมื้อชิคืนคอบพระแพงอก อุ่นนั้น เทื่อนี้พี่คนิงนงหิวหอดแถมเถิงน้อง เป็นดั่งเครือเขาข้องขอสกุณกลางป่า รือจักหยุดอยู่ได้ยามน้อยหนึ่งมี (สังข์) ยังจักได้ต่าวตั้งเห็นหน้าคอบคืน (กา)
คอบคิดถึง อย่างว่า ก็เพื่อคึดคอบน้องทุกค่ำราตรี วันคืนหมองหม่นใจเหลือเศร้า (ฮุ่ง).
ค้อมนางรับใช้ในราชสำนัก ก้มหมอบยอบคลาน เรียก นางค้อม ในวรรณคดีอีสานเรื่องสังข์ศิลป์ชัย.
ค้อมงอ เตี้ย คนที่มีลักษณะเตี้ยเป็นชายเรียก ท้าวค้อม เป็นหญิงเรียก นางค้อม ผู้แสดงอาการอ่อนน้อมถ่อมตนก็เรียก ค้อม อย่างว่า เมื่อนั้นความเซ็งเท้าเป็งจาลฮู้เหตุเยาวราชผู้คีงค้อมแม่เมือง (สังข์).
ค้อมน้อมลง ก้มลง ต้นไม้ใกล้ฝั่งถูกลมพัดจะน้อมลง อย่างว่า เหมือนดังนิโครธค้อมแคมท่าชลาไหล คองว่าวายวันคืนบ่เป็นไปได้ อันหนึ่งเป็นดั่งถกถอนไว้ยังหางหลกปีก ครุฑขนาดน้อมนอนค้างแค่ตม แท้แล้ว (สังข์).
ค้อมควี่ต้นไม้ถูกลมพัดกิ่งก้านจะคลี่ขยายออกเรียก ค้อมควี่ อย่างว่า รุกขาไม้ลมพานค้อมควี่ เดือนด่วนค้ายคาข้อนขอบเสมร (สังข์).
คอมมอมสิ่งของที่เล้กมองเห็นในระยะไกล เรียก เห็นพอคอมมอม ถ้าของใหญ่มองเห็นในระยะไกล เรียก เห็นพอคุมมุม.
ค้อมว่าครั้น เมื่อ อย่างว่า ค้อมว่าสั่งลูกแล้วแล้วสั่งนายเมือง ฝูงเขาขุนซู่คนมวลพร้อม สูจ่งไปตามแก้วคืนมาเฮวฮีบ อย่าอยู่ช้าไปแล้วให้ด่วนมา (กลอน).
คอยหอคอย หอที่ตั้งไว้ตามมุมเมือง คอยดูเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นแก่บ้านเมืองเรียก หอคอย.
คอยชื่อการเล่นไพ่ชนิดหนึ่ง ผู้เล่นจะต้องรอดูว่าไพ่ใบที่เราคอย ใครจะวางลง เรียก ไพ่คอย.
ค่อยทำอะไรทำโดยไม่รีบร้อน อยากทำก็ทำอยากหยุดก็หยุด เรียก ค่อย เช่น ค่อยเฮ็ด ค่อยทำ ค่อยคึด ค่อยอ่าน ยามใดชิแล้วกะช่างหีวมัน เรียกค่อย.
ค่อยเรื่อย ๆ, ไม่หยุด การทำอะไรทำด้วยความตั้งใจ ไม่เลือกกาล เลือกเวลา ไม่ว่าหนีกเบา ยากง่าย เรียกว่า ค่อย อย่างว่า ให้ค่อยคึดค่อยแก้ ค่อยแก่ค่อยดึง ให้ค่อยขุดค่อยขนค่อยคนค่อยค้ำ ให้ค่อยทำค่อยสร้าง อย่าวางใจให้ค่อยแล่น ให้ค่อยอดค่อยเยื้อน มันชิได้ต่อนคำ (ย่า).
ค้อยลาด, เท, เอียง สถานที่ลาดต่ำลงไปจนถึงต่ำสุด เรียก ค้อย อย่างว่า ฟังเดอน้องกะดิงทองชู้มิ่ง ตลิ่งค้อยค้อยคอยน้องบ่เห็น (กลอน).
ค้อยค้อยบ่อย, เนือง, ถี่ คิดอะไรก็คิดติดต่อกันไม่ขาดระยะ ถึงเวลานอนหลับก็ฝันเห็นสิ่งนั้น เรียก ค้อยค้อย อย่างว่า คึดค้อยค้อยมาน่าหน่ายเมียตน นางศรีหามงคลยัวรยาตรเป็นลูกท้าวมัทราชราชา นางก็ตะเดินหาสองศรีไวก็บ่ได้(เวส).
คอยผ่อรอดู การรอดูเรียก คอยผ่อ อย่างว่า เมื่อนั้นนูเนือท้าวบาศรีโฉมฮาบ คอยผ่อน้องทัฝค้ายใคร่กระสัน (สังข์).
คอแลนกล้วยป่า ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งเรียก ต้นคอแลน ค้อแลน ก็ว่า.
คะคลาดคลาด ปราศจาก อย่างว่า คะคลาดฮ้างเหินห่างไกลกัน สองแพงพลัดพรากกันไกลล้ำ ดงดอนไม้คีรีฮาวเถื่อน เยื้อนยากเบิ้นแยงหน้าบ่เห็น (กลอน).
คะเคี่ยนเคลื่อน ย้าย ย้ายจากที่หนึ่งไปสู่ที่หนึ่ง เรียก คะเคี่ยน คะเคลื่อน ก็ว่า อย่างว่า โพธิสัตว์เจ้าทรงพระกรอุ้มอ่อนคะเคี่ยนย้าย ไปหน้าบ่เซา (เวส-กลอน).
คะซามกำลัง เด็กชายกำลังเป็นหนุ่ม เรียก คะซามเป็นหนุ่ม ผลไม้กำลังสุก เรียก คะซามเฮืองเฮือ อย่างว่า ส้มบ่หวานคะชามเฮืองเฮือ หมากเดื่อนั้นดูอาจดกหนา แมงหมี่มาเกิดในเหลือล้น สุกแต่ต้นเท้าฮอดเถิงปลาย เป็นคนชายฮ่ำเพิ่งให้ถี่ อย่าได้เฮ็ดสั้นสั้น จำจั้นบ่ดี(กาพย์ปู่).
คะนงเน่งบัง, บด อย่างว่า มหาเมฆเค้าคะนงเน่งบังบด สุรภาเอียงอว่ายแลงลงไม้ วันนั้นอาทิตย์จรจันทร์แจ้งเดือนสามสัตพีช ฉลูฮูปเนื้อเนาซ้อยชอบยาม (สังข์).
คะน่องส้นเท้า ส้นเท้าเรียก คะน่อง อย่างว่า ตัวหนึ่งขบคะน่อง ตัวหนึ่งจ่องถงลาย พราหมณ์ย้านตายฮ้องไห้ (เวส).
คะนิงคะนึง, คิดถึง การรำพึงคิดถึงเรียก คะนิง อย่างว่า แหนงสู้แทงทวงม้างตนตายพร้อมพร่ำ รือจักอดอยู่ได้มีมั่วฮอดคะนิง แท้แล้ว (สังข์).
คะมะตกใจ, กลัว อย่างว่า นางก็ตกคะมะไห้ดิ้นดั่งทวงสลบ พระกาโยเหลืองหล่าตนตายกระด้าง (สังข์).
คะโมยโจร, ขโมย ผู้ลักสิ่งของเรียก คะโมย กะโมย ก็ว่า อย่างว่า บัดนี้ศัตรูดั้นคะโมยแดนดั้นลอบ (กา).
คะยอมพะยอม ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งออกดอกในฤดูแล้ง มีกลิ่นหอม อย่างว่า เดือนสามค้อย คะยอมยอยบานแบ่ง เดือนสี่ค้อยคะยอมห้อยหล่นเหลือง (บ.) ฟังยินอุลุโกฮ้องเฮียงคณาเปล้าป่า งิ้วหนุ่มดั้วบานบ้างดาดแดง (สังข์).
คะยะระยะ, เวลา การทำโดยไม่มีเวลาหยุดพักผ่อน เรียกว่า เฮ็ดบ่มีคะยะ.
คะยะกระโดดไปอย่างกบเต้น เรยก เต้นคะยะ ถ้าใหญ่กว่ากบเรียก เต้นโคะโยะ ถ้าเล็กกว่ากบเช่นเขียด เรียก เต้นเคาะเยาะ.
คะยะกระเถิบ, ขยับ.
คะยือโรคหืด โรคมีเศลษม์ติดในลำคอ หายใจไม่สะดวก เรียก โรคคะยือ อย่างว่า เป็นคะยือไออยู่ทีโทดทีโทด (บ.).
คะยูงพะยูง ชื่อพรรณไม้เนื้อแข็งชนิดหนึ่ง มีแก่นมาก แก่นสีดำ เป็นไม้ที่มีราคา เหมาะสำหรับเครื่องใช้ในบ้าน เช่น ทำตู้เตียง เก้าอี้ เรียก ต้นคะยูง.
คะโยงเต้นสูง กระโดดสูง การเต้นสูงเรียก เต้นคะโยง สักกะโยงโคงเคง ก็ว่า อย่างว่า เฮวแฮงผันผาดผยองคะโยงเต้น (กา).
คะลำผิด บาป กรรม สิ่งใดที่ทำลงไปผิดจารีตประเพณี ผิดกฎหมาย ผิดระเบียบ ผิดศีลธรรมในทางพระศาสนา จะมีโทษมาก โทษน้อย หรือไม่มีโทษ แต่สังคมรังเกียจ สิ่งนั้นเรียก คะลำ อย่างว่า ของมันผิดอย่าได้กระทำ ของคะลำอย่าได้ไปต้อง ของพี่น้องอย่าได้ไปซูน (บ.).
คะวียุ่งเหยิง สับสน การงานที่อากูลวุ่นวายยุ่งเหยิง เรียก คะวี อย่างว่า แม้นว่าการหลวงหยุ้งแสนคะวีแวนมาก (สังข์).
คักไค้มาก หลาย เวลาดึกมากเรียก เดิกคักไค้ ซักไซ้ ก็ว่า
คั่งอัดแอ แน่นขนัด คนมารวมกันแน่นขนัด หาที่ยืนจะไม่มี เรียก คั่งคั่งเค้า คับคั่ง ก็ว่า ฟังยินเภรีก้องระงมเสียงดังสนั่น ช้างคั่งเค้าดาห้างเครื่องคำ (สังข์).
คังคาวค้างคาว ค้างคาวเป็นสัตว์จำพวกนกมีหูหนูมีปีก เรียก คังคาว คางคาว เจีย ก็ว่า คังคาวมี 3 ชนิด ชนิดตัวใหญ่เรียก เจียกา ชนิดขนาดกลางเรียก เจียดังวีก ชนิดเล็กเรียก เจียหนู.
คัดงัด งัดไม้เรียก คัดไม้ งัดขอน เรียก คัดขอน งัดไม้พายเรียก คัดไม้พาย.
คัดลอก ลอกหนังสือเรียก คัดหนังสือ ลอกหนังสือตัวบรรจง เรียก คัดตัวบรรจง.
คัดตึง แน่น ท้องตึงเรียก คัดท้อง แน่นจมูกเรียก คัดดัง.
คัดทักท้วง ทักท้วงเรียก คัดค้าน ทัดทานเรียก คัดง้าง.
คัดผูกให้แน่น มัดให้แน่น อย่างว่า ผูกเอาเจ้ากุมารทังสองให้คัด มัดไว้บ่ให้มาย อาทายะมันก็ถือเอายังเงื่อนเครือเขาแข็งขนาด ฟาดได้แล้วแลตีไปซ้องพระเนตร เขตทัศนะวิสัยอันมหาสัตว์ เจ้ายังล่ำหญิงดูก็มีแล (เวส).
คัดก้องชื่อพรรณไม้ขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งเกิดในป่าทึบ และตามริมน้ำ เป็นไม้เนื้อเบา ใช้เปลือกทำอ้องรัดคอควายเรียก ต้นคัดก้อง.
คัดเค้าชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งมีหนามตลอดลำต้น ดอกหอม เรียก คัดเค้า ขัดเค้า ก็ว่า อย่างว่า หอมดอกจิกคึดฮอดบ้านหลัง หอมดอกฮังคึดฮอดบ้านเก่า หอมดอกคัดเค้าคือชิเถ้าบ่เป็น (กลอน).
คันแนวดินที่พูนขึ้นสำหรับกั้นน้ำในนา เรียก คันนา คันแทนา ก็ว่า อย่างว่า อย่าซะมาตั๋วล้อลวงกลให้หลงเชื่อ หลายเนอ ตั๋วให้ป้านคันแทไฮ่สุดชั่วตา ตั๋วให้ป้านคันแทนาสุดชั่วท่ง กะปูโค้งมาลักลอง กะปูทองมาลักดั้น ในหั้นส่องบ่เห็น (ผญา).
คันกระสัน อยาก เช่น อยากเกาเรียก คันมือ อยากพูดเรียก คันปาก อยากเสบสมเรียก คันหีคันโค็ย อย่างว่า เถ้าคันเคียวสามซาวว่าหนุ่ม (กาพย์ปู่).
คั้นบีบ บีบด้วยมือเรียก คั้น เอาผักคลุกเกลือขยำเข้ากัน เรียก คั้นส้มผัก เอาปลาคลุกเกลือคั้นเข้ากันเรียก คั้นส้มปลา อย่างว่า เอาหีนแฮ่มาคั้นส้มสามปีซิเปื่อยบ่ หลกกกเข้ามาฝังหีนก้อนล้านมินซิหมั้นบ่อนใด (ผญา).
คันขอไม้ไผ่เจาะรูที่กกคัดไลไว้ ใช้สำหรับชักน้ำขึ้นจากบ่อ เรียก คันขอตักน้ำ ส่วนคันขอเกาะอย่างอื่นก็มีลักษณะคล้ายกันนี้.
คันคากคางคก ชื่อสัตว์สี่เท้าจำพวกกบหรือเขียดแต่หนังหนาเป็นตะปุ่มตะป่ำ เรียก เขียดคันคาก ขี้คันคาก ก็ว่า อย่างว่า ขี้คันคากจาแบกขอนยาง (ภาษิต).
คันจองด้ามกระจ่า กระจ่าสำหรับตักแกงเรียก จอง จวัก ก็ว่า จองที่มีด้ามสำหรับจับเรียก คันจอง อย่างว่า จองบ่มีด้ามชิเสียทรงทังวาด เขาชิเอิ้นกะโป๋หมากพร้าวบ่มีเอิ้นว่าจอง จองใช้กะลามะพร้าวทำให้มีด้าม.
คันจองชื่องูชนิดหนึ่ง เวลาแผ่แม่เบี้ยจะมีลักษณะคล้ายคันจองเรียก งูเห่าคันจอง.
คันจ้องชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งในจำพวกลำดวน เรียก ต้นคันจ้อง.
คันจ้องชื่อร่มกั้นแดดชนิดหนึ่งทำด้วยผ้า เรียก ฮ่มจ้อง อย่างว่า เชื้อชาติจ้องคันก่องกะยังหุบ บาดห่าชาตาหลุบหลูบลงคือจ้อง บาดห่าชะตาขึ้นขวางคือขอนก้เลยล่อง คาดชิล้มหยุมหญ้าบ่ฟัง (กลอน).
คันชั่งคันโพง เครื่องสำหรับตักน้ำมีคันยาว ที่ปลายมีเชือกหรือขอสำหรับติดภาชนะที่ใช้ตักน้ำ เรียก คันชั่ง.
คันชัยดาบกายสิทธิ์ ชื่อดาบชนิดหนึ่งเกิดแก่ผู้มีบุญ ดาบนี้ใช้ปราบศัตรูได้ชัยชนะไม่มีแพ้ เรียก ดาบศรีคันชัย ดาบคันชัย ก็ว่า อย่างว่า เจ้าถือเอาศรีคันชัยด้ามแก้ว (เวส).
คันโซ้ชื่อพรรณไม้ขนาดกลางชนิดหนึ่งเรียก ต้นคันโซ้.
คันโซ้แมลงปอ ชื่อแมลงชนิดหนึ่งลำตัวยาวเหมือนคันโซ้ เรียก แมงคันโซ้.
คันโซ้โชงโลง เครื่องมือสานด้วยไม้ไผ่มีคันยาวสำหรับจับ ใช้วิดน้ำเข้านาเรียก คันโซ้ กะโซ้ กั้นโซ้ ก้านโซ้ ข้องโซ้ ก็ว่า อย่างว่า ตกตาว่าได้จับคันโซ้ลงหนองสาสาด ชิฟาดให้แห้งเอาปลาต้มก่อนงาย (ผญา).
คันถะคัมภีร์ หนังสือ หนังสือที่ใช้ศึกษาเล่าเรียนในทางพระศาสนา เรียก คันถะ.
คันถีปกรณ์ที่แก้หรืออธิบายข้อความในพระคัมภีร์ที่ยากให้ง่าย เรียก คันถี เช่น คันถีปาติโมกข์ เป็นต้น.
คันทีน้ำเต้า น้ำเต้าเรียก คันที คันโท ก็ว่า อย่างว่า คันทีตั้งไตคำบ้วนปาก ยี่นั่งเท้าเหนือฮ้านแท่นลาย (ฮุ่ง).
คันทุงชื่อพรรณไม้ขนาดกลางชนิดหนึ่งเรียก ต้นคันทุง คันทง ก็ว่า.
คันเทือยชายหรือหญิงที่มีอวัยวะเพศไม่ทำงานตามหน้าที่ เรียก คนคันเทือย กะเทือย กะเทย ก็ว่า.
คันโทน้ำเต้า เต้าน้ำกินหรือเต้าน้ำหอมสำหรับฮดสรง เรียก คันโท คนโท คันที ก็ว่า อย่างว่า สาวสนมใช้คันทีอบอาบ พลพวกพ้องดาแล้วซู่ฮุม (ฮุ่ง).
คันธชาติมีกลิ่นหอม คนมีลักษณะสวยงามเทียบกับคันธชาติคือดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม อย่างว่า เนื้อฮาบเกลี้ยงคันธชาติบัวบาน เกสีฉลวยลูบมันมวยดั้ว คีงเคียนแก้วสายแสงประดับคาด สะใบเบี่ยงผ้าแดงด้ามดอกคำ (สังข์).
คันยูร่มกระดาษ ชื่อร่มกระดาษชนิดหนึ่ง ใช้กั้นแดดและฝน เรียก คันยู คันฮ่ม ฮ่มกระดาษ ก็ว่า.
คันส้าวไม้สำหรับสอยสิ่งที่อยู่สูง ทำด้วยไม้ไผ่หรือไม้แก่น เช่น คันส้าวต่อยหมากมี้ หมากม่วง หมากพร้าว หมากยม หรือ คันส้าวต่อยไข่มดแดง.
คันหลาวลำไม้ไผ่เสี้ยมปลายทั้งสองข้าง สำหรับหาบฟ่อนข้าวมากองไว้ในลาน เรียก คันหลาวหาบเข้า.
คันหินภูเขาเตี้ย ภูเขาลูกเล็กติดกันเป็นพืด เรียก คันหีน ภูเขาต่ำ ก็ว่า.
คับแมลงทับ ชื่อแมลงชนิดหนึ่งปีกสีเขียวเลื่อมเป็นเงางาม เรียก แมงคับ.
คับอึดอัดใจ เรียก คับใจ ลำบากยากไร้ฝืดเคือง เรียก คับแค้น แออัดจนไม่มีที่นั่งยืน เรียก คับแคบ อย่างว่า คับคั่งด้าวโดยดั่งกองฟืน (กา).
คับคาระหว่างทางเรียก คับคา อย่างว่า บาคราญทรงสีโหป่าวไปปุนย้าย คับคาเท้าเถิงห้วยตาด ฟังยินน้ำแผ่ต้องโตนท้างคื่นเค็ง (สังข์).
คาหญ้าคา ชื่อหญ้าชนิดหนึ่ง คล้ายแฝกใบคายแข็ง เอามากรองเป็นตับมุงหลังคา เรือนที่มุงหญ้าคา ฝาลายคุมอากาศถ่ายเทได้มีความชุ่มชื่นรื่นรม ราคาค่าสร้างก็ไม่แพง อย่างว่า เฮือนมุงหญ้าฝาเฮือนแอ้มไม้ไผ่ แม่นหลังใหญ่แลน้อย บ่พอฮ้อยค่ามัน (บ.).
คาเครื่องจองจำคนทำความผิดต่อบ้านเมือง เรียก คา อย่างว่า ให้จับหมูใส่คา หมาใส่คอก วอกผูกแอว แมวใส่หับ กับใส่หนู ปูใส่ข้อง จ้อกแจ้ก จับไก่ใส่ยาง ฝูงหมู่คนเทียวทางผูกคล้อง ฝูงเขามีโทษต้องสูเจ้าแต่ภายหลัง อันได้ใส่คอกฮังฮิงแฮบ ติดจิบแจบจำจอง (เวส).
คาแมงคาเรือง ชื่อแมลงเล็กๆ ชนิดหนึ่ง ตัวยาว มีตีนมาก คล้ายกิ้งกือหรือตะขาบ มีสีเรืองในที่มืด เรียก แมงคา.
คาติด, ขัด ทำงานไม่เสร็จเรียก คาเวียก ใช้หนี้ไม่หมดเรียก คาหนี้ ก้างติดคอเรียก ก้างคาคอ อย่างว่า กินหนังแห้งคาคอแค้นคั่ง ใผสะเดาะออกได้ชิเอาช้างใส่คาย (ผญา).
ค่าแค่ แค่คืบเรียก ค่าคืบ แค่ศอกเรียก ค่าศอก แค่วาเรียก ค่าวา.
คากทำเศลษม์หรือสิ่งติดในลำคอให้ออกเรียก คาก ขาก ถ่มน้ำลายคายขี้เท่อ ก็ว่า.
คาค้อยจวนค่ำ เวลาตะวันจวนตกดินเรียก คาค้อย คลาคล้อย ก็ว่า อย่างว่า แม้งหนึ่งวันคาค้อยคราวเย็นดูอ่อน ประดับหมู่ข้าถือเครื่องยายยัง (ฮุ่ง).
คาคาดจากไป การจากไปเรียก คาคาด คลาคลาด ก็ว่า อย่างว่า แต่นั้นขึ้นขี่ช้างคาคาดเชียงเครือ บาศรีเทียวท่องดงเดินผ้าย (ฮุ่ง).
คาคาดพลั้งพลาด หกล้ม คาคาด คะลาด พะลาด ก็ว่า อย่างว่า อย่ามาติแถลงล้มตมบ่มีกะติมื่น อย่ามาคาดลาดล้มเดือนห้าก่อนฝน (ผญา).
ค่างชื่อสัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่ง ตระกูลเดียวกับลิง ลำตัวแขนขาและหางยาวกว่าลิงทั่วไป แต่นิ้วหัวแม่มือสั้นกว่า ขนสีเทาหรือดำ เรียก ค่าง อย่างว่า ใผอย่าขันอาสาเลี้ยงแนวชะนีฮูปค่าง มันหากเคียวบ่เศร้า ผองเท้ากระดูกกอง หั้นแล้ว (กลอน).
ค่างชื่อดาวกลุ่มหนึ่งมี 3 ดวง เรียก ดาวภรณี หรือดาวก้อนเส้า จะเป็นดาวเดียวกับดาว 4 ดวงที่กล่าวมาแล้วหรือไม่?
ค่างชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ลูกกลมใช้เคี้ยวแทนหมากได้ กิ่งของมันใช้เผาถ่านทำหมื้อ (ดินปืน) ได้ เรียก ไม้หมากค่าง หมากคั่ง ก็ว่า.
ค้างไม้หลักสำหรับให้พรรณไม้เถาเกาะขึ้น เรียก ค้าง ให้พลูเกาะเรียก ค้างพลู ให้พริกไทยเกาะเรียก ค้างพริกไทย หรือร้าน (ฮ้าน) ที่ปลูกให้เถาบวบเถาตำลึงเกาะ ให้บวบเกาะเรียก ค้างหมากบวบ ให้ตำลึงเกาะเรียก ค้างผักตำนิน.
ค้างติด ค้าง เช่นเดือนยังไม่ตกเรียก เดือนค้าง บั้งไฟขึ้นแล้วไม่ลงเรียก บั้งไฟค้าง คาค้าง ก็ว่า ก้างติดคอไม่ออกเรียก ก้างคาคอ.
คางกะโซ้ไม้ยึดปากคันโซ้สำหรับใช้คันสอด เรียก ค้างกะโซ้ คางคันโซ้ ก็ว่า.
คางควายไม้ฉาก ไม้หรือโลหะสำหรับวัดมุม มีรูปเหมือนคางควายเรียก ไม้คางควาย.
คางควายชื่อพรรณไม้ขนาดกลางชนิดหนึ่ง เรียก ต้นคางควาย.
ค่างค่างเสียงดังอย่างนั้น เช่นเสียงโปงลางทำด้วยเหล็ก ใช้แขวนคอช้างเสียงในระยะไกลจะได้ยินดังค่างค่าง อย่างว่า ฟังยินยูงสูรผู้สันคอยดั่งมี่ ค่างค่างช้างเสียงห้าวแกว่งกระดิง (สังข์).
คางคีนกขุ้มชื่อพรรณไม้พุ่มเล็กๆ ชนิดหนึ่ง ใบเป็นขน รากมีรสเฝื่อน ต้นสูงประมาณหนึ่งคืบ ใช้ทำยาได้ เรียก คางคีนกขุ้ม คีไฟนกขุ้ม ก็ว่า.
คางไค่โรคคางทูม โรคคางบวม.
คางแมวไม้สองอันผูกให้ไชว้กันเป็นง่าม ใช้สำหรับค้ำยัน เวลายกเสาลงหลุมในเวลาปลูกเรือน เรียก ไม้คางแมว.
คางเลื่อยชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งเกิดตามป่าโปร่ง เรียก ต้นคางเลื่อย.
คางฮุงต้นคาง ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งเรียก ต้นคางฮุง กางฮุง ก้านฮุง คันฮุง ก็ว่า บ้านที่เอาชื่อต้นไม้นี้ไปตั้งเรียก บ้านคางฮุง ก็มี.
คาด

คราว ครั้ง โอกาส ถึงคราวจะได้ ถึงจะเสียไปก็กลับคืนมา อย่างว่า คาดซิได้ไหลมาอ่องล่อง คาดซิบ่ได้ไหลน้ำล่องไป (ภาษิต) คาดซิได้บินมาคือนกเจ่า คาดซิบ่ได้บินเจ้ยเจิดหนี (ภาษิต).

คาดกำหนด นัดหมาย การตีสัญญาณบอกเวลาเรียก คาดยาม ตีราคาลูกสาวเรียก คาดค่า อย่างว่า ลูกสาวกกเพิ่นคาดค่าหลาย ลูกสาวปลายเพิ่นคาดค่ากว้างช้างสี่ควายสาม (บ.).
คาดประดับ ตกแต่ง ประดับตกแต่งให้งดงาม เรียก คาดคีง อย่างว่า ฟังยินซุงพาทพร้อมปนปี่แถมแถ นางกะสิงประดับแกว่งแพนเฟือยฟ้อน เสียงฉันแก้วกินรีฮ้องฮ่ำ ประดับคาดฮ้อยเฮียงเส้นคาดคีง (สังข์).
คาดเตรียมการ จัดการ จะออกไปรบทัพจับศึกต้องเตรียมการให้พร้อมสรรพ การเตรียมการ เรียก คาด อย่างว่า ในเมื่อราตรีนั้นกุมภัณฑ์ภูวนาถ มันเคร่งเขี้ยวขุนท้าวคาดพล (สังข์).
คาด

ถึงเวลา ถึงที่ อย่างว่า ข้าก็เถิงที่แล้วคราวแค้นคาดตาย (ผาแดง).

คามบ้าน หมู่บ้าน
คายเข้าเงาะป่า ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งคล้ายเงาะ กินได้เรียก หมากคายเข้า ละอองของข้าวเปลือกที่ใช้กระด้งฝัดปลิวมาจับตามผิวหนังเรียก คายเข้าเปลือก.
ค่ำเวลาค่ำ เวลาที่พระอาทิตย์จวนจะตกเรียก เวลาค่ำ ถ้าพระอาทิตย์ตกแล้วพระจันทร์ส่องแสงขึ้นเรียก เวลากลางคืน เวลากลางคืนถ้าเป้นข้างแรมจะไม่มีแสงสว่าง เวลาจะไปมาต้องอาศัยแสงไฟ โบราณจึงว่า ค่ำมืดปืดตา คนไปกลางคืนต้องอาสัยแสงไฟมาช่วย จึงจะเห็นหนทาง.
ค่ำการนับวันทางจันทรคติ คือมองดูเดือนว่าข้างขึ้นหรือข้างแรม ถ้าขึ้นขึ้นกี่ค่ำ แรมแรมกี่ค่ำ.
ค้ำว่านพลับพลึง ชื่อว่านชนิดหนึ่งเรียก ว่านค้ำ ว่านชน ก็ว่า.
ค้ำสิ่งที่เป็นมงคล นำความสุขความเจริญมาให้ เรียก ของค้ำของคูณ เช่น แข้ว เขา นอ งา คุด แข้วหมูตัน งาช้างน้ำ สิ่งเหล่านี้คนโบราณถือว่าเป็นเครื่องค้ำของคูณ ใครมีไว้ในบ้านเรือนจะสมบูรณ์พูลสุขด้วยลาภยศ สรรเสริญ สุขตลอดกาล.
ค้ำเลี้ยง บำรุง รักษา พระสงฆ์ที่บวชในพระพุทธศาสนา อาศัยญาติโยมอุปถัมภ์ บำรุงด้วยปัจจัยสี่ ผู้ใดให้ปัจจัยเป็นประจำ พระสงฆ์จะเรียกคนนั้นถ้าเป็นผู้ชายเรียก พ่อออกค้ำ ผู้หญิงเรียก แม่ออกค้ำ.
ค้ำไม้ค้ำ ธรรมเนียมมีอยู่ว่า เมื่อคนแก่คนเถ้าเจ็บป่วย รักษาด้วยหยูกยาไม่หาย ก็ทำพิธีรักษาทางด้านจิตวิทยาคือ หาไม้มาค้ำโพธิ์ค้ำไฮ แล้วทำการสะเดาะเคราะห์ให้ เรียก ค้ำดพธิ์ค้ำไฮ.
ค้ำสิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศล โบราณถือว่า เป็นสิ่งค้ำชูชีวิตคนให้เจริญรุ่งเรือง การทำบุญกุศลจะเป็นการให้ทานรักษาศีล และเจริญเมตตาภาวนา สิ่งเหล่านี้นอกจากจะค้ำชูคนผู้ทำให้มีความสุขความเจริญในภพนี้ เมื่อตายไปเกิดในภพหน้าก็ขะติดสอยห้อยตามไปค้ำชูในภพหน้าอีก.
คำรบครบ ถ้วน คำรบแผลงมาจากครบ.
คำเว้าคำที่พูดออกมาเป็นคำๆ เรียก คำเว้า ซึ่งจะหยาบ ละเอียด ไพเราะ เค็ม ขมขื่น หนัก เบา เรียก คำเว้า ทั้งนั้น.
คีคว้างกระจัดกระจาย ภูเขาแตกกระจายตกบงมา อย่างว่า เขาเสมรผันลงมาคีคว้างคีคว้าง (เวส).
คีค้อยคีค้อยบ่อยๆ แล้วๆ เล่าๆ การจูบชมดมขม่อมไม่ขาด เรียก คีค้อยคีค้อย อย่างว่า สวนดังราชมะที ชมสองศรีอยู่คีค้อยคีค้อย (เวส).
คีคื่นเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงฝนตกฟ้าร้องดังไม่ขาดสาย เรียก คีคื่น อย่างว่า เทโวฟ้าฝนลงคีคื่น (กา).
คีเค็งคีคื่นเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงฟ้าผ่าในเวลาฝนตกประกอบกับเสียงฟ้าร้องระงม อย่างว่า คือดั่งแสงฟ้าผ่าลงมาคีเค็งคีคื่น (เวส).
คีงร่างกาย ตัว ตน ร่างกายหมดทั้งร่างเรียก คีง เลาคีง ก็ว่า อย่างว่า คีงกลมกลิ้งนำแปวน้ำทั่ง ภูวนาถกลั้นใจน้อยมอดมัว (สังข์).
คีตเพลงขับ การขับร้อง การร้องรำทำเพลง เรียก คีต คีตะ ก็ว่า.
คีบการใช้คีมจับตะปู เรียก คีบตะปู.
คีไฟที่สำหรับตั้งเตาหุงต้ม มีก้อนเส้าสามก้อน เรียก คีไฟ คีงไฟ ก็ว่า.
คีมชื่อเครื่องมือชนิดหนึ่ง ทำด้วยไม้หรือเหล็ก มีขาสองขาคล้ายกรรไกร ใช้คีบของแทนมือ เรียก คีม.
คีมหะฤดูร้อนเรียก คีมหะ คีมหัน ก็ว่า อย่างว่า เถิงระดูเดือนห้าคีมหะฮ้อนแฮ่ง บ่มีหนาวมีแต่ฮ้อนไฟไหม้ลวกลน (กลอน).
คีรีภูเขา ภูเขาเรียก คีรี อย่างว่า หกกษัตริย์เข้าคีรีแถวเถื่อน แยงช่องชั้นเหวห้วยห่อมผา (สังข์).
คึแยก ขยาย การเอามือแยกของออกจากกัน เรียก คึ เช่น คึแขนคึขา.
คึกเสียงกลิ้งครก หรือเสียงเดินลงซ่น.
คึกคึกเสียงกึกก้อง เช่น เสียงฟ้าร้อง อย่างว่า คึกคึกฮ้องก้องสนั่นเมืองบน วาโยพัดหมอกมัวควันกุ้ม เอาโปเปื้องไหลนองถ้วมทุ่ม กบเขียดฮ้องดังก้องสนั่นเมือง (บ.).
คึงดึงเชือกให้ตึง เรียก คึงเชือก ตึงเชือก ขึงเชือก ก็ว่า.
คึงกวัดแกว่ง จับง้าวแล้วกวัดแกว่งไปมาเรียก คึงง้าว อย่างว่า ใจเป่งเปื้องคึงง้าวเงือดกาง (ฮุ่ง).
คึงจับ จับค้อนวิ้งไปจะตีเรียก คึงค้อน อย่างว่า จิตตะยักษ์ฮู้คึงค้อนแล่นเถิง (สังข์).
คึดนึก คิด ระลึกคิดถึงเรียก คึด คิด ก็ว่า อย่างว่า บ่อาจตั้งอยู่ได้โดยฮูปฮังฮาม ดีแต่วาโยแถมทาบเติมตีค้อม เพราะเพื่ออาฮมฮ้อนทนท่วงเทท่าว คึดท่านได้ทังน้องแม่เมือง (สังข์).
คึดค้อยค้อยคิดบ่อยๆ คิดแล้วคิดอีกเรียก คึดค้อย อย่างว่า คึดค้อยค้อยมาน่าหน่ายเมียตน นางศรีหามงคลยัวรยาตรเป็นลูกท้าวมัทราชราชา (เวส).
คึดเคียดคิดรังเกียจเรียก คึดเคียด อย่างว่า ใจบ่าบ้างคึดเคียดลามเลิง กลอยชิงฉวยยาดนางนำได้ จุนจูเถ้าเถียงชมชามมอด น้อยหนึ่งแคล้วคลาม้างเมื่อยจม (สังข์).
คึดต่อคิดจะพึ่งพาอาศัยเรียก คึดต่อ อย่างว่า คึดต่อพี่เป็นหิบฮี่ คึดต่อน้องเป็นล้องค้อง คึดต่อโตเป็นโปโลพ้นเพื่อน (ภาษิต).
คึดถี่ถ้วนคิดรอบคอบรอบด้านเรียก คึดถี่ถ้วน อย่างว่า คันแม่นมึงอยากได้เชื้อชาติแนวเดียว กูจักให้เขาหาใหม่มาเทียมซ้อน ดีกว่านางงามเจ้าสุมุณฑาฮ้อยส่วน ให้มึงคึดถี่ถ้วนดีแล้วเลือกเอา นั้นถ้อน (สังข์).
คึดมึดทะมึ่น ทึบ ดำทึบ เรียก คึดมึด ดำคึกมึก ก็ว่า.
คึดหลายคิดมากเรียก คึดหลาย อย่างว่า คึดไปหลายนับมื้อหยุ้งมุงมาคือฮากไผ่ คิดไปหลายนับมื้อพ้อพอแล้วบ่อยากเห็น (ผญา).
คึดอ่าวคิดถึงเบื้องหลัง เรียก คึดอ่าว อย่างว่า อันว่ากุมารีน้อยเมืองเฮามีมาก ข้าบ่คึดอ่าวเอื้อเฟื้อฝั้นท่อธุลี พระเอย (สังข์) คันว่าได้ขี่ช้างอย่าลืมหมู่หมูหมา ห่าขโมยมาลักซิเห่าหอนให้มันย้าน ลางเทื่อกวางฟานเต้นนำดงซิได้ไล่ คันมันได้ต่อนซิ้นยังซิโอ้อ่าวคุณ (ย่า)
คึดฮ่ำระลึกถึงเสมอ เรียก คึดฮ่ำ อย่างว่า อวิหิงสานั้นให้มีใจคึดฮ่ำ ยาเบียนฝูงไพร่น้อยคนไฮ้ขมอดขอ (สังข์).
คึบคึบเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงบินของนกจำนวนมากบินขึ้นพร้อมกัน ดัง คึบคึบ พึบพึบ ก็ว่า
คืดทำลาย ล้าง การทำลายล้างเรียก คืดม้าง อย่างว่า เมื่อนั้นสังขะราชต้านองค์อาชอาสา ยาได้เคืองคุงขอแข่งแฮงตางเหล้น ชื่อว่าเมืองมันตั้งผาโคมคุงเมฆ น้องไคร่คึดคืดม้างมีง้อท่อใผ พี่เอย (สังข์).
คืดกำมือให้แน่นเรียก คืดคึง อย่างว่า มันเล่าทำปาฏิหารย์เข้มขึงตาเต่อปาก คีงเขือกฮ้อนกำก้าวคืดคึง (สังข์).
คืดคืดเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงฟ่ร้องดังคืดคืด อย่างว่า คืดคืดก้องอากาศกลางหาว พลหลวงไหลแล่นไปเป็นถ้อง เขายินย้านกลัวเกรงหลบแล่น ซุกซ่อนลี้ดงไม้ไหล่เขา (บ.).
คืบความยาวระหว่างหัวแม่มือกับปลายนิ้วกลางเมื่อถ่างออกเต็มที่ เรียก ยาวหนึ่งคืบ.
คืบชื่อตัวบุ้งชนิดหนึ่ง เมื่อเคลื่อนไปคืบไปเหมือนหนอน เรียก แมงบ้งคืบ.
คุณความดี ความชอบ ความดีไม่นอกเหนือจากทำดี พูดดี คิดดี คนที่มีคุณภาพ คือดีทั้งกาย วาจา ใจ หาได้น้อยมาก อย่างว่า กุญชรช้างอัศดรคุณมาก ก็หากหายากแท้ทังค่ายบ่มี ส่วนว่ายูงยองฮี้นฝูงไฮเฮือดไต่ มันหากมีบ่ไฮ้หาได้คู่เฮือน (ย่า).
คุดสิ่งที่เป็นมงคล คุดโบราณถือเป็นของศักดิ์สิทธินำโชคชัยสวัสดีมาให้ คุดเกิดได้ทั้งในดิน ในน้ำ ในดินเกิดตามต้นไม้ ภูเขา เป็นลูกกลม ขนาดลูกหมาก ในน้ำเกิดในท้องปลา มีลักษณะคล้ายกับที่เกิดในดิน.
คุ้นเชื่อง วัวควายที่เราฝึกจนเชื่องเรียก งัวคุ้นควายคุ้น คนที่เราฝึกจนเชื่อง ก็เรียก คนคุ้น เช่นกัน.
คุ้นเคย ชิน สนิทสนม คนที่ใกล้ชิดสนิทสนม เข้านอกออกในได้ เรียก คนคุ้น คุ้นแก่น ก็ว่า อย่างว่า สองขุนขานสั่งสาวเสียงแจ้ง เป็นเดียงด้วยโดยคลองคุ้นแกว่น เหมือนดังชู้ฮ่วมห้องแฮงฮู้แต่นาน (สังข์).
คุบชื่อลายชนิดหนึ่ง สานด้วยตอกไม้ไผ่ โดยวิธีข้าม 5 ยอ 2 ข้วม 2 ยอ 4 สลับกันไปตลอด เรียก ลายคุบ ฝาลายคุบนี้ใช้แอ้มเฮือนสมัยโบราณ.
คุบตะครุบ หมาที่ไล่ตะครุบกบหรือเขียด เรียก หมาคุบกบคุบเขียด.
คุมจับกุม บังคับ จับกุมโจรเรียก คุม อย่างว่า คุมเอาได้พระยาหลวงท้าวกว่า (ฮุ่ง) จับกุมคน เรียก คุมคน อย่างว่า เจ้าบอกให้หาพวกคุมคน ฮอมเอามาทังโทมใส่กะแจจำไว้ เมื่อนั้นกองหาญข้าขุนพลเพชรฆาต จัดฮีบฮ้อนกะแจโซ่ใส่พวง (สังข์).
คุ้มไม้กะพ้อ ชื่อพรรณไม้พุ่มชนิดหนึ่ง ใบคล้ายพัด เรียก ต้นคุ้ม.
คุ้มส่วน ตอน กลุ่ม บ้านเมืองที่ใหญ่โตกว้างขวาง แบ่งเขตการปกครองออกเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มเรียก คุ้ม เช่น คุ้มเหนือ คุ้มใต้ คุ้มตะวันออก คุ้มตะวันตก คุ้มกลาง เป็นต้น.
คุ้มใกล้ ค่อน เวลาใกล้รุ่ง เรียก คุ้มฮุ่ง อย่างว่า แซวแซวฮ้องยูงแงวคุ้มฮุ่ง (หน้าผาก).
คุ้มกลุ้มใจ อย่างว่า บิดาคุ้มคนิงทวงฮีฮ่ำ (หน้าผาก).
คุมคามเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงหมาวิ่งไล่เนื้อในป่า อย่างว่า คุมคามเต้นในดงลัดไล่ เนื้อตื่นเต้นหนีลี้หลีกไกล (สังข์).
คุมบาตรบิณฑบาต บิณฑิบาต ธรรมเนียมของพระสงฆ์เวลาเช้าออกโปรดสัตว์ด้วยการนุ่งสบงทรงจีวร มือถือบาตร เรียก พระไปคุมบาตร.
คุมพะพุ่มไม้ ต้นไม้พุ่มเรียก คุมพะ อย่างว่า ปวิสิตวา เข้าไปโดยพลัน วะนะคุมพัง สู่ป่าไม้แลหนามดิน (เวส).
คุยพุดอวด การพูดอวดอ้างว่าดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ เรียก คุย อย่างว่า อย่าได้โวโวคุยนั่งชานงอยเว้า คันได้เป็นนายแล้วอย่าลืมคุณพวกไพร่ คันหากไพร่บ่พร้อมสีหน้าบ่ฮุ่งเฮือง (ย่า).
คุ้ยชื่อพรรณไม้เถาชนิดหนึ่ง ผลกลมสีเขียว เวลาสุกสีเหลือง มียางรสเปรี้ยวอมหวาน เรียก หมากคุ้ย หมากยาง ก็ว่า.
คุ้ยอาการผุดขึ้นมาหายใจของปลา เรียก บ้อนคุ้ย.
คุ้ยเขี่ย ตัก การใช้เสียมหรือพลั่วตักดินขึ้นปั้นคันนา เรียก คุ้ยดินป้านคันนา.
คุ้ยขยุ้ม เอามือขยุ้มลาบเข้าปากเรียก คุ้ยลาบ อย่างว่า คือดั่งเฮามีเข้าบ่เอากินมันบ่อิ่ม มีลาบคันบ่เอาเข้าคุ้ยทางท้องบ่เต็ม (ย่า).
คุ้ยคุ้ยอาการที่ท้องเจ็บจุกเจ็บหมุนปวดมาเป็นครั้งคราว เรียก เจ็บท้องคุ้ยคุ้ย.
คุยหะอวัยวะลับของผู้ชายเรียก คุยหะ ทีฆะอุที่คุยเป็นโอ เรียก โคยหะ พุดโคยหะไม่สะดวก ตัดหะออก เหลือ โคย เพิ่มไม้ไต่คู้เข้าไปเห็นว่ากะทัดรัดดี โค็ย เป็นคู่กับอวัยวะหญิงว่าหีนะ ภายหลังตัดนะออกเหลือเพียง หี หีกับโค็ยจึงมาเป็นคู่กันจนทุกวันนี้.
คูคันดินที่พูนขึ้นเพื่อกั้นน้ำสำหรับทำนา เรียก คูคันนา คันนา คันแทนา ก็ว่า คันดินที่พูนขึ้นสูงสำหรับล้อมเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าศึกมาเหยียบย่ำทำลาย เรียก คูเมือง.
คูการร้องถี่ในทำนองนกเขาร้องเรียกหาคู่เรียก ฮ้องคู ถ้าขันก็เรียก ขันคู อย่างว่า นกเขาคูหาชู้คือกูเฮียกคู่นกเขาฮ้องเฮียกชู้คูแล้วกะบ่มา (กลอน).
คู้ชื่อพรรณไม้หอมชนิดหนึ่งคู่กับจันทน์ เรียก แก่นคู้ อย่างว่า สิบแหนงไม้ซาวแหนงไม้ บ่ปานแหนงไม้ดู่สิบแก่นคู้ซาวแก่นคู้บ่ปานไม้แก่นจันทน์ (บ.).
คู้พับ พับแขนเรียก คู้แขน พับขาเรียก คู้ขา.
คูณเป็นศิริมงคล สิ่งที่เป็นศิริมงคลเรียก ของคูณ มีทั้งคน สัตว์และสิ่งของ ผัวเมียดีเรียก ผัวค้ำเมียคูณ ลูกหลานดีเรียก ลูกหลานคูณ พี่น้องบ้านเมืองดีเรียก พี่น้องบ้านเมืองคูณ วัวควายที่ไม่เข้าสวนเรียก งัวควายคูณ หมาที่คุบกบคุบเขียดให้เจ้าของได้กินเรียก หมาคูณ.
คูถอุจจาระ (ป.).
คูนชัยพฤกษ์ ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ดอกสีเหลือง เป็นไม้เศรษฐกิจ ดอกสวยงามเหลืองอร่าม ใช้ประดับและบูชาพระ แก่นใช้เคี้ยวหมาก เรียก ต้นแก่นคูน.
คูนชื่อปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีเกล็ดตัวสั้นและใหญ่ เรียก ปลาคูน.
คูนพูน นำดินมาถมเป็นคันเรียก คูน เช่น คูนถนน คูนคันแทนา คูนหลุม คูนลาน เป็นต้น.
คูบกระดูกที่นูนขึ้นบนสันหลังด้านหน้าเรียก คูบ ของวัวเรียก คูบงัว ของควายเรียก คูบควาย ของช้างเรียก คูบช้าง อย่างว่า คูบช้างใส่ดาวคำ ลำตัวให้ประดับแก้ว (เวส).
คูบครอบ กระเบื้องงอๆ ทับหลังคาหรือไม้กระดานสองแผ่นตีติดกัน ใช้ทับหลังคา เรียก คูบหลังคา.
คูหาถ้ำ (ป.). อย่างว่า ที่นั้นมีถ้ำแก้วเฮียงฮาบคูหา เป็นเพื่ออินตาทานแต่งปุนประดับไว้ พระก็พาอาเข้าคูหาถ้ำแอ่นมีทังพาโภชพร้อมเทวะท้าวป่าวปลง (สังข์) ชาติที่คูหาห้องราชสีห์เทียวท่อง บ่ห่อนละถิ่นไว้หนีไปซ้นป่าคา (ลึบ).
เคเก คนที่ขาเกคือขาข้างหนึ่งสั้น ข้างหนึ่งยาว เรียก คนขาเค.
เค็งเข็ง ชื่อพรรณไม้เนื้อแข็งชนิดหนึ่งมีผลเล็กเป็นพวง เวลาสุกผลดำ กินเป็นอาหารได้ เรียก หมากเค็ง อย่างว่า เค็งเค็งฮ้องกลางดงช้างบ่ตื่น คื่นคื่นฮ้องกลางบ้านบ่ได้ยิน (ปัญหา).
เค่งเคร่ง ตรง ตรงต่อระเบียบเรียก เค่งคัด คัดเค่ง ก็ว่า หน้าไม่ยิ้มแย้มแจ่มใสเรียก หน้าเค่ง โกรธจัดเรียก เคียดเค่ง อย่างว่า โขโนฮ้ายฟุงฟายเคียดเค่ง (กา).
เค็งคื่นเสียงดังอย่างนั้น เช่น ฟ้าร้องดังสั่นสะเทือนไป อย่างว่า เสียงสะเทือนเท้า จักรวาลเค็งคื่น (สังข์).
เค็งเค็งเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงคนพูดกันในเวลาประชุม อย่างว่า เมื่อนั้นเจ็ดแจ่มเจ้าน้อมเน่งประณมกร เค็งเค็งชาวเป็งจาลแต่งปุนประดับไว้ ทุกประดาน้อมทูลธรรมเทวราช ปุนบอกให้เตินตั้งแต่งลิน (สังข์).
เค็งเค็งเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงดนตรีดัง อย่างว่า ประดับปิ่นป้องฮีฮ่ำเฮียงเงา พอดีเสด็จฮอดยามยวงข้า เค็งเค็งก้องตุริยาเค้าคื่น อวนอ่อนแก้วกือล้านล่วงไป (สังข์).
เคดเลดหน้าที่มีลักษณะยาว เรียก หน้ายาวเคดเลด.
เคนประเคน มอบให้ พระเจ้าแผ่นดินให้ลุกชายปกครองบ้านเมือง เรียก มอบเวนเคนราชสมบัติ ญาติโยมถวายสิ่งของแก่พระสงฆ์เรียก เคน เช่น เคนเข้า เคนน้ำ เคนผ้า เคนแพร เคนหมากพลูปูนยา.
เค้นเคล็ด ขาเคล็ดเรียก ขาเค้น แขนขัดเรียก แขนเค้น.
เคยลูกสะบ้า ลูกสะบ้าเรียก หมากบ้า อี่เคย ก็ว่า.
เคราขนที่เกิดตามแก้มหรือขากรรไกรเรียก เครา.
เคราเชือกที่ใช้ร้อยจมูกวัวควาย ร้อยจมูกวัวเรียก เครางัว ร้อยจมูกควายเรียก เคราควาย อย่างว่า ผูกควายใส่หีนลาด เคราบ่ขาดควายกะตาย (ภาษิต).
เคราเครื่องใช้สอยโบราณ เรียก เครื่องเครา อย่างว่า สะพรั่งพร้อมพราหมนาสปโรหิต เฮียงมือประดับอ่านพรถวายถ้อย มุนนายพร้อมถวายเทียนทูลบาท เสด็จเลิกแล้วคาเมี้ยนเครื่องเครา (สังข์).
เคร่าเดินชะลอ การเดินรอกันให้คนหนึ่งเดินออกหน้าคนหนึ่งเดินตามหลังเรียก ย่างเคร่า ย่างค่าว ก็ว่า.
เครือไม้เถา เรียก เครือ เช่น เครือหวาย เครือหมากยาง เครือหม้วย.
เครือเสียงแตกเรียก เสียงเครือ ชายหญิงที่อายุย่างเข้าวัยหนุ่มสาว เสียงจะเปลี่ยนจากเด็กเป็นผู้ใหญ่ ในระยะเสียงแตกนี้เรียก เสียงเครือ อย่างว่า เครือเครือเสียงนางแสงส่องคดีดูเผี้ยน (ฮุ่ง).
เครือกล้วยผลของกล้วยเป็นหวีๆ รวมทั้งงวง เรียก เครือกล้วย อย่างว่า กุทเลสกล้วยลำดั้วก่องเครือ (กา).
เครือหูกไหมหรือด้ายที่เป็นทางยาวของหูก เรียก เครือหูก.
เคล้าปน ระคน สิ่งที่ปนระคนกันเรียก เคล้า อย่างว่า อึงคะนึงเคล้าคณาหลวงไหลฮอด (สังข์).
เควี่ยงขว้าง ปา เหวี่ยงขว้างมะม่วงให้หล่นลงมาเรียก เควี่ยง คว้าง แม่น ก็ว่า.
เคหังเรือน (ป.). อย่างว่า จงให้ฮักขอดหมั้นเหมือนฮ่วมเคหัง (สังข์).
เคะเยะเขยก อาการเดินเท้าลงไม่ถึงพื้นเพราะเจ็บ เรียก ย่างเคะเยะ.
เค้านกเค้า ชื่อนกจำพวกหนึ่ง ชอบหากินเวลากลางคืน เรียก นกเค้า มีหลายชนิดคือ นกเค้าแมว นกเค้าหู นกเค้าลาน นกเค้าหมากกอก อย่างว่า ใกล้ฮุ่งเค้าครางอั่นอรชอน ขัวนัวเหมือยหมอกฮวายลงข้อน ไฟฟืนใต้ทุกเตาเฮืองฮุ่ง ซว่าซว่าข้าเขาตั้งแต่งงาย (สังข์).
เค้าเริ่มต้น ทีแรก คำพุดทีแรกเรียกเค้า อย่างว่า พระก็เว้าแต่เค้าผองเผี้ยนซู่คลอง (สังข์). ฝนทำท่าจะตกเรียก ฝนตั้งเค้า พระเถระองค์แรกเรียก พระเถระผู้เป็นเค้า.
เค้าเม้าอาการนั่งแบบเสือหรือแมวนั่ง เรียก นั่งเค้าเม้า อย่างว่า เถ้าใจมารบุญโตบ่เว้า เถ้าเค้าเม้านั่งเฝ้าแต่เฮือน เถ้าบิดเบือนฟังธรรมบ่ได้ เถ้าเห็นใกล้ภายหน้าบ่เหลียว เถ้าคันเคียวสามซาวว่าหนุ่ม (กาพย์).
เคาะตีเบาๆ เช่น นางมทีเคาะอาศรมพระฤาษีเวสสันดร อย่างว่า ผิว่าเคาะภายลุ่ม แม่นสัตว์เดียรัจฉานจักมาฮาวี เคาะภายบนแม่นเผดแลผี อันนี้เคาะทางกลางดังอยู่ต่องต่อง หากแม่นน้องมะทีบ่มีผิดชะแล (เวส).
เคาะเยาะอาการเต้นของกบหรือเขียดตัวเล็กๆ ว่า เต้นเคาะเยาะ เคาะเยาะแคะแยะ ก็ว่า ถ้าตัวใหญ่ว่า เต้นโคะโยะ เต้นโคะโยะเคะเยะ ก็ว่า.
เคิกเสียเวลา เช่น ถึงเวลากินไม่ได้กินเรียก เคิกกิน ถึงเวลานอนไม่ได้นอน เรียก เคิกนอน ถึงเวลาไปไม่ได้ไปเรียก เคิกไป.
เคิงชื่อปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง ไม่มีเกล็ด โคนหางคอด ปากกว้าง หูแดง มีลักษณะคล้ายปลาปึ่ง แต่โตกว่า เรียก ปลาเคิง อย่างว่า มีทังปลาเคิงค้าวกะแยงโคเป้าป่านดุกเดินข้อเข็งบ้อนป่าบอน (เวส-กลอน).
เคิ่งครึ่ง กึ่ง ส่วนหนึ่งในสองส่วน เรียก เคิ่ง เคิ่งหนึ่ง ก็ว่า อย่างว่า ข้าจักให้เคิ่งหนึ่งแต่เจ้าทังสอง (เวส).
เคียงเหล็กสามขา มีวงกลมยึดข้างบนใช้แทนก้อนเส้าในเวลาเดินทางไกลเรียก เคียง อีกอย่างหนึ่งเป็นเหล้กแบนปลายเสี้ยม มีด้ามใช้โบกปูนทาโบสถ์และตึกเรียก เคียง เกียง ก็ว่า.
เคียงคีงคู่ครอง ผู้ใกล้ชิด ผู้ใกล้ชิดฐานเป็นคู่ครอง เรียก เคียงคีง อย่างว่า แม่นว่าแสนนางน้อมเคียงคีงมามอบ บ่อาจหายฮุ่งฮู้กระบวนฮ้อนฮอดนาง (สังข์).
เคียดโกรธ เคือง แสดงอาการโกรธเคืองเรียก เคียด อย่างว่า ค้อมว่านางกล่าวแล้วท้าวเคียดคุงใจ (สังข์).
เคียดเนียดตรงแน่ว สิ่งที่ตรงแน่ว เช่น ไม้ตรงและยาว เรียก ซื่อเคียดเนียด.
เคียนพัน คาด เอาผ้าพันเอว เรียก เอาผ้าเคียนแอว ผ้าคาดหัวเรียก ผ้าเคียนหัว.
เคียนผูก มัด ผูกมัดเรียก เคียน อย่างว่า พะวงคำย้องประโคนคำเคียนคาด (กา) นางจิ่งทวายมือเปื้องไหมคำเคียนคาด (ขูลู).
เคี่ยนเคลื่อน ย้าย การเคลื่อนย้ายไปจากที่เดิม เรียก เคี่ยน คะเคี่ยน เคลื่อน ก็ว่า อย่างว่า คะเคี่ยนย้ายลงจากปรางค์ปรา ราชาพระดุ่งเดินเดียวดั้น วันเวียนค้อยลมหนาหนาวหน่วง ไปพักยั้งไฮไม้ฮ่มหนา (กา).
เคี่ยนเคลื่อน ย้าย เปลี่ยน เอาวัวไปผูกหลักใหม่ เรียก เคี่ยนงัว เอาควายไปผุกหลักใหม่เรียก เคี่ยนควาย อย่างว่า เฮามาเอาองค์อาเคี่ยนคราวไปหน้า (สังข์).
เคียมใกล้ อยู่ใกล้เรียก เคียม แคม ก็ว่า อย่างว่า เหมือนดั่งนิโครธค้อมแคมท่าชลาไหล คองว่าวายวันคืนบ่เป็นไปได้ (สังข์).
เคี่ยมสงบเสงี่ยม เจียมตัว เรียบร้อย คนที่มีความประพฤติเรียบร้อนเรียก เคี่ยม อย่างว่า นับแต่ภูชัยท้าวทรงผนวชเจ็ดเดือน ประสงค์คลองวัตรเคี่ยมคมเฮืองฮู้ ปรากฏไท้มหาเถรกุศราช ทุกที่เที้ยนยอย้องยอดธรรม แท้แล้ว (สังข์).
เคียว (คะนอง)คะนอง,บ้าบิ่น
เคี้ยวบดให้แหลกด้วยฟัน เรียก เคี้ยว เช่น เคี้ยวเข้า เคี้ยวหมาก.
เคี้ยวคด งอ คนที่มีนิสัยคดในข้องอในกระดุกเรียก เคี้ยว คดเคี้ยว ก็ว่า อย่างว่า ไม้ค้อมเคี้ยวกกก่องใบบาง (ฮุ่ง).
เคื้ออะเคื้อ คนสวยงามเรียก เคื้อ อะเคื้อ เอื้อเคื้อ ก็ว่า อย่างว่า เมื่อนางไกวแขนไปเอื้อเคื้อ หน้าหนุ่มเนื้อใสงาม (เวส).
เคือดความเดือดดาล อย่างว่า เมื่อนั้นปิตุเรศไท้คลายเคือดมโนใส (สังข์).
เคือดแห้ง ลดลง น้ำที่แห้งลงเรียก น้ำเคือด อย่างว่า แพ่งแพ่งน้ำบกเคือดแคมไห หัวคีงเขาเกือบสองพันห้า คลาไคลเมี้ยนมวลถอยแล้วอย่า ผู้จิ่งหน้าปันแพ่งลุงอาว (ฮุ่ง).
เคือดเนือดตรงและยาว ต้นไม้ที่ตรงและยาวเรียก ซื่อเคือดเนือด ถ้ายาวก็ว่า ยาวเคือดเนือด.
เคือบฉาบ ทา เช่น ใช้น้ำยาทาถ้วยโถโอจาน เรียก เคือบ.
เคือบคาวเหม็นสาบ เหม็นสาบเรียก เคือบคาว เหม็นคาว ก็ว่า อย่างว่า เลือดหลังป้านเป็นป่ามไฟแดง ภูธรทรงพระขรรค์ชัยป่ายคอสะเด็นกลิ้ง เลยเล่าดับขันธ์เมี้ยนเสียชีวังมรณาต คิงต่อด้าวดอยน้อยเคือบคาว (สังข์).
แคชื่อพรรณไม้จำพวกหนึ่ง ดอกและผลใช้กินเป็นอาหารได้ มีหลายชนิดคือ แคขาว แคแดง แคฝอย แคอ่าว เรียก ให้ย่อว่า แคบ้าน แคป่า แคน้อย แคใหญ่ ก็ได้.
แคเหล้าสาโท ชื่อเหล้าที่หมักด้วยข้าวกล้องนึ่ง เรียก แค เหล้าแค ก็ว่า อย่างว่า ปุนดาตั้งไหแคเฮียงราช และว่า หนัวหนัวชมแพ่งแคกินแกล้ม (ฮุ่ง).
แคเครื่องสวมปากม้าสำหรับจูงหรือขี่ไป เรียก แคม้า แค่มม้า ก็ว่า อย่างว่า ชักแค่มม้าคอแง้นแล่นหัน (กลอน) ยั่งยั่งม้าเหลื้อมแค่มอานคำ (ฮุ่ง).
แคตรก ซอก ถนนที่คับแคบเรียก แค เช่น คอกแคแจฮั้ว แข่งแคแจฮั้ว ก็ว่า.
แคน้ำที่ขึ้นเต็มกระเพื่อมเป็นละลอกเรียก น้ำแค.
แค่เต็ม ทั่ว ถึง เต็มดินเรียก แค่ดิน อย่างว่า แซงป่อนดั้วลงเท้าแค่ดิน (กา).
แค่ใกล้ ใกล้ทางเรียก แค่ทาง ใกล้บ้านเรียก แค่บ้าน อย่างว่า หลิงดอกไม้บานบ้างแค่ทาง (กา).
แค่ใน ใกล้ ที่ ในเมืองเรียก แค่เมือง อย่างว่า ข้อยจักมรณาตมิ่งเมี้ยนตายค้างแค่เมือง (กา).
แคงชื่อแมลงชนิดหนึ่ง มีกลิ่นฉุนคล้ายแมงดา เรียก แมงแคง แมงแคงนี้กินเป็นอาหารไม่ได้.
แคงเอียง ตะแคง เดินเอาข้างเข้าเรียก แคง สะแคง ตะแคง ก็ว่า.
แค่งแข้ง ขาด้านหน้าตั้งแต่เข่าลงไปถึงข้อเท้า เรียก แค่ง แข้งตอนที่คอดเหนือตุ่มฆ้อง (ตาตุ่ม) เรียก แค่งกิ่ว ปลีน่อง เรียก บีแค่ง อย่างว่า แขนขาโขแค่งโงงอแง้น บ่ได้แสนแพนหน้าโสภาคือเก่า ยามเมื่อเถ้าแก่แล้ว แนวนี้ซู่คน นั้นแล้ว (ย่า).
แค้งมะเขือพวง เรียก หมากแค้ง ตระกูลเดียวกับมะเขือ แต่ลูกเล็กกว่า ลูกเป็นพวงๆ ต้นหนึ่งมีหลายพวง ใช้กินเป็นอาหารได้ มีหลายชนิด คือ หมากแค้งขม หมากแค้งขาว หมากแค้งสะเภา หมากแค้งเครือ.
แค่งม้อนแคร่ไม้ไผ่ที่ทำเป็นชั้นๆ สำหรับวางกระด้ง เลี้ยงไหมเรียก แค่งม้อน.
แค่งฮั้วรั้ว รั้วที่ล้อมด้วยเรียวหนามหรือไม้ ป้องกันวัวควายไม่ให้เข้าไปกินพืชในสวน เรียก แค่งฮั้ว อย่างว่า อย่าได้หม้นแค่งฮั้ว เฮียวไม้ซิแดกตา (ย่า).
แคนไม้ตะเคียน ไม้ตะเคียนเรียก ไม้แคน ไม้แคนเป็นไม้เนื้อแข็งใช้ทำเครื่องเรือนและเครื่องใช้ภายในบ้านเรือนดี.
แคนเครื่องดนตรีประเภทเป่า ทำด้วยไม้ซาง ไม้ซางเป็นตระกูลไม้ไผ่ มีลิ้นอยู่ตรงกลาง ฝังเรียงประกบกันในเต้า ใช้เป่าประสานเสียงหมอลำ ใช้ประสานเสียงดนตรีได้ทุกชนิด แคนเป็นเสียงที่ไพเราะเพราะพริ้ง จะหาเสียงดนตรีประเภทไหนเสมอเหมือนได้ยาก เสียงแคนบ่งบอกถึงเชื้อชาติ.
แค้นติดขัด คับใจ คับใจเรียก แค้น อย่างว่า รื้อจักเยื้อนยากได้พอยีบยาบเดียวหนึ่งนั้น พอเมื่อสุรภาพพานพาดดอยดนแจ้ง กุมภัณฑ์แค้นเคืองมโนค้อยคั่ง รือจักใช้แอ่วอ้วนโอมน้องก็ใช่การ (สังข์).
แคบไม่กว้าง เรือนไม่กว้างเรียก เรือนแคบ ใจไม่เผื่อแผ่เรียก ใจแคบ อย่างว่า คนใจทรามอย่าเอาเป็นแบบ คนใจแคบอย่าได้เป็นฝูง คนใจสูงจั่งย่างนำก้น (กาพย์ปู่).
แคบแคชื่อนกชนิดหนึ่ง หากินปลาตามบึงหรือหนอง ลอยเป็นฝูงๆ เรียก นกแคบแค นกแขบแค คับแค ก็ว่า.
แคมขอบ ข้าง ริม ข้างทางเรียก แคมทาง อย่างว่า พวกหนึ่งปลูกกล้วยอ้อยประดับจิ่มแคมทาง ดูตระการงามดั่งสวนสวรรคืฟ้า (สังข์).
แคมใกล้ ชิด อยู่ใกล้ชิดติดต่อกันเรียก แคม อย่างว่า ลมเป่งเปื้องเฟือยขาแคมภู (ฮุ่ง) ก็จิ่งเถิงแถวชั้นแคมชลน้ำใหญ่ (กา) ยักษ์ก็ถามเถิงเท้าแคมชลสุดเขต (สังข์).
แค่มบังเหียน บังเหียนม้าเรียก แค่มม้า อย่างว่า ยั่งยั่งม้าเหลื้อมแค่มอานคำ (ฮุ่ง).
แค้มเสียงดังอย่างนั้น เช่น กิ่งไม้ตกลงมากระทบใบไม้แห้งดังแค้ม.
แคลงระแวง สงสัย ระแวงสงสัยเรียก แคลงใจ อย่างว่า นางก็เคืองแคลงใจต่อบาบุญท้าว (กา).
แคลนขัดสน ยาก ไร้ คนที่ขัดสน เรียก แคลน อย่างว่า มีข้อยคอกเงินแสนหาคำแคลนบ่ได้ (เวส).
แคลนเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า อย่างว่า บัดนี้สัพพะกอดเกี้ยวกลอนเก่ามาแถลง ชื่อว่าเทพาพระวาดพระนอมไพรกว้าง บุญยวงยั้งเซาแคลนคราวหนึ่ง ดีแต่สังข์ล่วงผ้ายผันย้ายก่อนบา (สังข์).
แคลนดูหมิ่น การดูหมิ่นว่าเป็นคนทุกข์จนค่นแค้น เรียก ดูแคลน ดูหมิ่น ก็ว่า.
แคล้วพลาด ผิด พลั้ง อย่างว่า มีคลาดแคล้วโดยดั่งพระองค์ฝัน เมื่อนั้นภูมีชมชื่นใจจาต้าน (สังข์)
แคว้งมะเขือพวงที่เป็นเถา เรียก หมากแคว้งเครือ.
แค้วแน้วสิ่งที่เล้ก ยาวและเหยียดไปเรียก เหยีนดแค้วแน้ว เช่น ตายอย่างเขียดเหยียดแค้วแน้ว.
แคะไม่เชื่อง วัวที่ฝึกแล้วไม่เชื่อง เวลาจับเข้าเทียมเกวียน มันจะสลัดแอก หรือควายที่ฝึกแล้วเวลาเข้าเทียมไถมันจะสลัดแอก เรียก งัวควายแคะ.
แคะแทะ แกะ เอาไม้แทะขี้หูเรียก แคะขี้หู แกะบาดแผลเรียก แคะขี้บาด.
แคะแยะอาการที่กบหรือเขียดตัวเล้กๆ เต้นไป เรียก เต้นแคะแยะ เคาะเยาะแคะแยะ ก็ว่า ถ้าตัวใหญ่เรียก เต้นโคะโยะ โคะโยะเคะเยะ ก็ว่า.
โคเครือ ชายหรือหญิงที่กำลังแตกเนื้อหนุ่มสาว เสียงจะแตกเป็นเสียงเป็ด เสียงที่แตกเรียก เสียงเครือ เสียงโค ก็ว่า แคนที่เสียงแตกเป่าแล้วฟังไม่ไพเราะเรียก แคนโค.
โคดข้าวโพด ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง มีฝัก ใช้กินแทนข้าวได้ จะเป็นเพราะมันเกิดก่อน และใช้กินแทนข้าวได้นี้กระมัง คนโบราณจึงเรียก เข้าโคด หรือ โคตรเข้า.
โคดคับใจ ขัดใจ อย่างว่า มโนโคดแค้นทวงท้นเปลี่ยวใน (ผาแดง).
โคดแตก กระจัดกระจาย อาการที่ภูเขาแตกกระจัดกระจายเรียก โคด อย่างว่า ฝังยินผาโคดค้านแผ้วเผี้ยนเกลื่อนกอง (สังข์).
โคดโลดสิ่งของที่กลมใหญ่และยาวเรียก ยาวโคดโลด ถ้าเล็กและยาวเรียก ยาวคอดลอด.
โคตรวงศ์ ตระกูล เผ่าพันธุ์ เหล่า กอ คนที่เกิดก่อนโดยฐานะเป็นทวด ปู่ ย่า ตา ยาย เรียก โคตร เจ้าโคตร ก็ว่า.
โค้นท่อนไม้ ขอนไม้ เรียก โค้นไม้ ข้าวต้มที่มัดรวมกันสามกลีบ เรียก เข้าต้มโค้น เนื้อแห้งที่มัดรวมกันเรียก ซี้นโค้น อย่างว่า ผักกะโดนกินกับซิ้นโค้น ย่าเสื่องไว้ลูกใภ้ลักกิน (สอย).
โคบแผ่นเงินหรือทองบางๆ ที่หุ้มฝักมีด เรียก มีดโคบ.
โคบพลิก คว่ำ อย่างว่า พระก็เฮวฮีบขึ้นเมือสู่ชานขวาง มุนตรีเขาคู่คนครางย้าน มเหสีฮ้อนฮนเคืองครางสั่น คือดั่งฟ้าโคบขว้ำเขินม้างมอดเมือง (สังข์).
โคบข่มเหง เบียดเบียน อย่างว่า แม้นว่าแหลวหลวงเถ้าฟานโตนตัวพี่ ก็ดี ฮุ้งเฮ่วแผ้วฟานบี้กะออกหลวง แนวผู้ฮ้ายจั่งไฮแพ้เพื่อนจริงตาย ยาได้ชิงชูดหย้ำหยุมเคี้ยวโคบเต็ง เพื่อนเนอ (สังข์).
โคบปล้น ชิง อย่างว่า เคียดเพื่อมารมาเหงโคบเอาอาได้ (สังข์).
โคบทำลาย อย่างว่า พันตัวเต็งโคบชิงเทม้าง (กา).
โคบกลับมา อย่างว่า ยักษ์หมู่ล้านเขินค้านโคบคืน (กา) เขาก็เฮียงมือพร้อมทูลความแล้วล่าย ลูกค่อยดั้นดุ่งได้คุณแก้วซู่เซิง แม้นชื่อเทโวป้องปานพรหมเพ็งทีป ศรสอดม้างมัวข้วมโคบคืน แท้แล้ว (สังข์).
โคบโคบเสียงดังอย่างนั้น เช่น ตบมือพร้อมกัน ดังโคบโคบ หรือโห่ร้องพร้อมกันดังโคบโคบ.
โคมเครื่องตามไฟที่มีกระบังลม เรียก โคมไฟ ใช้หิ้วหรือแขวน อย่างว่า โคมฮุ่งแจ้งปรางค์กว้างส่องแสง (เวส).
โคมคร่อม ทับ ไม้ล้มทับกันเรียก ไม้โคมกัน อย่างว่า จิกฮังล้มโคมกันขีนไขว่ (ผาแดง) พราหมโณล้มโคมหีนหนามหน่อ (เวส-กลอน).
โค็ยควย ชื่ออวัยวะสืบพันธุ์ของชาย หรือของสัตว์ตัวผู้เรียก โค็ย อย่างว่า โค็ยเสียกลึ้งผ้า (ภาษิต) แฮ่งทุกข์แฮ่งซ้ำ หีบ้ำถืกโค็ยกิ (ภาษิต) ยังบ่ทันเห็นหีเสียกโค็ยไว้ถ้า (ภาษิต).
โค็ยเกวียนเพลาเกวียน เพลาที่สอดเข้าในดุมเกวียน เรียก โค็ยเกวียน.
โค็ยงูชื่อหญ้าชนิดหนึ่ง มีฝักขึ้นตามลำต้น เรียก หญ้าโค็ยงู มีสองชนิดคือ ชนิดเล็กเรียก หญ้าโค็ยงูน้อย ชนิดใหญ่เรียก หญ้าโค็ยงูใหญ่ หญ้าชนิดนี้ใช้ทำยาและแก้งูกัดได้.
โค็ยตาลงวงตาล งวงของต้นตาลเรียก โค็ยตาล โค็ยตาลเผาเป็นด่างย้อมผ้าได้ และกรองเอาน้ำตาลได้.
โค็ยมอนหางไหล ชื่อพรรณไม้พุ่มชนิดหนึ่ง เรียก ต้นโค็ยมอน.
โครพเคารพ การแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตัว เรียก โครพ คบรพ คำรพ เคารพ ก็ว่า.
โคศัพท์วิธีหารแบบโบราณ โดยมีตัวหารตั้งแต่สองตำแหน่งขึ้นไป เรียก โคศัพท์ มีโคศัพท์สอง โคศัพท์สาม เป็นต้น.
โคะโยะการเต้นไปของสัตว์ตัวใหญ่ เรียก เต้นโคะโยะ โคะโยะเคะเยะ ก็ว่า.
ใคชื่อเห็ดชนิดหนึ่ง เกิดตามป่าหรือจอมปลวก (โพน) มีกลิ่นหอม สีเหมือนสีขี้ไคล เรียก เห็ดใค.
ใค่พอง บวม ฟกบวม เรียก ใค่ อย่างว่า ใค่ทังคีงดิ้นดั่น เนื้อเจ้าสั่นเฮฮน (เวส) ท้องเถ้าใค่คุงคาง มันก็เฮ็ดสีทนหนหวยใจจักขาด กลิ้งอยู่เอือเลือ (เวส).
ไคทุเลา เบา ดีขึ้น เวลาเจ็บป่วยอาการป่วยทุเลา เรียก ไค ไคแน่ ไคหลาย ก็ว่า.
ไค้ตะไคร้ , แคน ,กลอง , ยิง , ปีกุน
ไคลเหงื่อ เหงื่อที่ปนกับละอองแห้งเกรอะกรังอยู่ตามร่างกาย เรียก ขี้ไคล อย่างว่า พอคราวท้าวสีไคลล้างลูบ แล้วแต่งเนื้อพะเนผ้ายย่างเชิง (สังข์).
ไคลคลาไป อย่างว่า พี่จักไคลคลาสร้อยนงสีกูก่อน (ฮุ่ง).
ไควโยก คลอน สะเทือน อย่างว่า นับอ่านได้ล้านหนึ่งพลหาญ ฮองอาสาช่วงทางทัพหน้า หมู่หนึ่งฮู้แป่ม้างพะลานท้าวไควคอน เลาลมหลวงออกดังสองก้ำ เค็งเค็งท้อนธุลีแดนดับโลก ขันแป่ม้างตางเจ้าฝ่ายขวา (สังข์).
ไคว่ไขว้ ก่าย ไม้ไขว้เป็นกากบาทเรียก ไม้ไคว่ตีนกา.
ไคว่ขีนระเนระนาด ไม้ล้มทับกันระเนระนาด เรียก ไม้ล้มไขว่ขีน อย่างว่า จิกฮังล้มโคมกันขีนไคว่ กล้วยอ้อยล้มโคมฮั้วไฮ่สวน สาวฮามฮ้างโคมกันกับบ่าว ผู้สาวส่ำน้อยล้มโคมท้าวบ่าวเชียง (บ.).
ไคว่เขสับสน ไขว้เขว เช่น ไม้ล้มทับกัน เรียก ไม้ล้มไคว่เข.
ไคว่ค้อนกลองวิธีตีกลองแบบหนึ่งสำหรับตีกลองสองหน้า มือสองข้างจับค้อนสองอันไขว้กันแล้วตีพร้อมกัน.
คองถ่ารอคอย
คือกันเหมือนกัน เช่นกัน
คั่นสั่นถ้าอย่างนั้น, เพราะฉะนั้น
คะสั่นถ้าอย่างนั้น, เพราะฉะนั้น
คันได

บันได ไม้ที่ทำเป็นขั้นๆ สำหรับก้าวขึ้นลง

คะลำผิดประเพณี,ผิดครรลองคลองธรรม
คั่นสั่นถ้าอย่างนั้น
คนผู้ฮ้ายคนขี้เหล่, คนหน้าตาไม่ดี, คนไม่หล่อ, คนไม่สวย
คอยๆเบา,เบาๆ,ทำเบามือ, ทำอย่างทะนุถนอม,เสียงเบา
ข้อยเอียง ลาดขัน
ข้อยตัวเราเอง
ข่อยตัวเราเอง
ข่อยฮักเจ้าฉันรักเธอ
คันห่มร่ม
ห่มร่ม
คุถัง

ถังน้ำที่มมีหูหิ้ว

คิดพ้อ

นึกขึ้นได้ ฉุกคิดขึ้นได้

คำโป่ม

การกินอาหารคำใหญ่กว่าปกติ มูมมาม

ควมหลาย

เรื่องมาก ร่ำไร

ความหลาย

เรื่องมาก ร่ำไร

คักบ่

เป็นยังไงล่ะ

เคียง

เกะกะ ขวางทาง

คาโป้ง

การผสมพันธุ์ของสุนัข

คนทางนอก

คนที่อยู่นอกเขตจังหวัดของตน