พจนานุกรมภาษาอีสานหมวด "จ"

คำศัพท์อีสานความหมาย
จำปอกมิดด้าม,สุด
จ้องร่ม สิ่งที่ใช้ป้องกันแดดหรือฝน
คันจ้องร่ม สิ่งที่ใช้ป้องกันแดดหรือฝน
เจ้าเธอ, คุณ
จัดส้วมจัดห้องนอน
จักบาท (เงิน)เงินกี่บาท
จักสิไปบ่ไปไม่รู้ว่าจะไป หรือ ไม่ไป
จัก (ไม่รู้)ไม่รู้จัก
จัก (กี่)กี่
จักว่าหยังเป็นหยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
จื้นแฉะ
จืนน้ำมันทอดน้ำมัน
จักเทื่อสักครั้ง
จี่ปิ้ง,ย่าง
จักแหล่วไม่รู้สิ
จอบเบิ่งแอบดู
จอกแก้วน้ำ
จั๊กกะเดียมจั๊กกะจี้
จังได๋แบบไหน,ยังไง
จาวขายประกาศขาย
จือจำ,เข็ด
จอกน้ำแก้วน้ำ
จตุโลกบาลผู้รักษาโลกในสี่ทิศ คือ ท้าวธตรัฐ รักษาโลกในทิศตะวันออก ท้าววิรุฬหก รักษาโลกทางทิศใต้ ท้าววิรูปักษ์ รักษาโลกทางทิศตะวันตก ท้าวกุเวร รักษาโลกในทางทิศเหนือ (ป.).
จอชุมนุม รวม เช่น นกชุมนุมกันกินผลไม้เรียก จอ อย่างว่า จิบจาบจ้อยจอเล้มลูกไฮ (สังข์).
จองกระจ่า ชื่อช้อนสำหรับตักแกง ทำด้วยกะลามะพร้าว มีด้ามสำหรับจับ เรียก จอง อย่างว่า จองบ่มีด้ามชิเสียทรงทังวาด เขาชิเอิ้นกะโป๋หมากพร้าว บ่มีเอิ้นว่าจอง (ย่า).
จอมเมืองนางสุมณฑา นางสุมณฑา เรียก จอมเมือง อย่างว่า จอมเมืองเจ้าใจฮมฮักไพร่ สนุกอยูหลิ้นไพรกว้างม่วนระงม (สังข์).
จอยชื่อพรรณไม้หว้าชนิดหนึ่ง มีผลเล็กๆ ใช้กินได้ เรียก หมากหว้าจอย หมากหว้าขี้มด ก็ว่า.
จ้อยมาตราชั่งน้ำหนักของฝิ่น จ้อยหนึ่ง น้ำหนักเท่ากับสองกิโลกรัม.
จ๊ะก๊ะอาการนั่งถ่างขา เรียก นั่งจ๊ะก๊ะ จ่างก๊ะ ก็ว่า.
จักจั่นชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ต้นจักจั่น.
จั่งถึง, อย่าง อย่างเช่นทำอย่างไร เรียก เฮ็ดจั่งใด พูดอย่างไรเรียก เว้าจั่งใด คิดอย่างไรเรียก คึดจั่งใด อย่างนี้เรียก จั่งซี้ อย่างนั้นเรียก จั่งซั้น อย่างไรเรียก จั่งใด ถูกอย่างนั้นเรียก แม่นจั่งซั้น เป็นต้น.
จังหันอาหารที่พระฉันในตอนเช้า เรียก จังหัน อย่างว่า ค้อมว่าย่ากล่าวแล้วตกแต่งของทาน ทังหลานเหลนซ่อยกันประสงค์ตั้งจังหันพร้อมปูนพลูเหมี้ยงหมาก เข้าแลน้ำมีพร้อมพร่ำมวล (ย่า).
จังไฮจังไร จัญไร ชั่วร้าย คนที่ทำความชั่วร้ายเรียก คนจังไฮ จังไฮไฟไหม้ ก็ว่า อย่างว่า บัดนี้จักกล่าวเถิงกุมภัณฑ์ผู้จังไฮหีนะโหด มันก็นอนแนบน้องในห้องแท่นลาย (สังข์).
จัตุโลกบาลผู้รักษาโลกใน ๔ ทิศ คือ ท้าวธตรัฐ จอมภูต อยู่ทิศตะวันออก ท้าววิรุฬหก จอมเทวดา อยู่ทิศใต้ ท้าววิรูปักษ์ จอมนาค อยู่ทิศตะวันตก ท้าวกุเวร จอมยักษ์ อยู่ทิศเหนือ (ป.).
จิกพุ่งหัวลง เช่น ว่าวจิกหัวลง เครื่องบินจิกหัวลง.
จืดพืดข้าวกล้าที่อุดมสมบูรณ์ด้วยน้ำและปุ๋ยขึ้นงาม เรียก จืดพืด.
จุมพิตจูบ จูบด้วยปาก (ป.ส.).
จุลเล็ก น้อย (ป.).
เจาะเบาะงาม สดใส คนที่มีใบหน้างามสดใส เรียก หน้าเจาะเบาะ จุบุ ชะบุ ก็ว่า อย่างว่า จุบุหน้าใสงามสุดแจ่ม บาดว่ายัวรยาตร์ย้ายใจอ้าย๙ขาดดอม (ผญา).
โจรกรรมการลัก การขโมย การปล้น (ป.ส.).
ใจคดผู้มีใจไม่ซื่อตรง เรียก ผู้มีใจคด อย่างว่า ใจคดแท้ปุนไปแสนช่อง ต้านต่อหน้าแหนเฮื้องฮ่อมความ เพื่อนนอ (สังข์).
ใจแจ่มผู้มีใจสะอาดสดใส เรียก ผู้มีใจแจ่ม อย่างว่า เมื่อนั้นบุญสูงง้อมสองศรีใจแจ่ม ดีแก่เชืองแกว่นน้อมพาเข้าขาบถวาย (ฮุ่ง).
ใจฮู้ผู้รู้จักบุญคุณ เรียก ใจฮู้ อย่างว่า ผ่อเห็นฮวานฮวานส้วยวันเวียนตกต่ำ บุตตะราชเจ้าใจฮู้ฮ่ำคุณ (สังข์).
ไจด้ายที่ปั่นเต็มไนแล้วเก็บออกมาเรียกฝ้ายหนึ่งไจ สิบไจเท่ากับหนึ่งปอย. กรอง เกรอะ ต้มปลาร้าแล้วกรองเอาแต่น้ำ เรียก ไจปลาแดก เกรอะปลาแดก เตอะปลาแดก ก็ว่า.
ไจ้ชื่อปีที่หนึ่งในจำนวนสิบสองปี คือ ปีไจ้=ปีชวด ปีเป้า=ปีฉลู ปียี่=ปีขาล ปีเหม้า=ปีเถาะ ปีสี่=ปีมะโรง ปีไส้=ปีมะเส็ง ปีชะง้า=ปีมะเมีย ปีมด=ปีมะแม ปีสัน=ปีวอก ปีเฮ้า=ปีระกา ปีเส็ด=ปีจอ ปีไค้=ปีกุน. คัด เลือก คัดสิ่งเสียออกจากสิ่งดีเรียก ไจ้ ไซ้ ก็ว่า.
ไจ้ไจ้บ่อยๆ เนืองๆ คิดถึงเนืองๆ เรียก คึดไจ้ไจ้ จีไจ้ จีไจ้จีไจ้ ก็ว่า อย่างว่า เจ้าก็คิดเถิงบารมีธรรมเจ้าอยู่ไจ้ไจ้ (เวส).
จักหน่อยเล็กน้อย,อีกสักพัก
จับจูดเริ่มแบบไม่ได้ตั้งตัว , หรือไม่ได้ซ้อมกันมาก่อน ,ไม่ได้ตั้งตัว เป็นต้น
กบกินเดือนจันทรุปราคา