พจนานุกรมภาษาอีสานหมวด "จ"

คำศัพท์อีสานความหมาย
จำปอกมิดด้าม,สุด
จ้องร่ม สิ่งที่ใช้ป้องกันแดดหรือฝน
คันจ้องร่ม สิ่งที่ใช้ป้องกันแดดหรือฝน
เจ้าเธอ, คุณ
จัดส้วมจัดห้องนอน
จิดหลูดล้มใจหวิวแทบจะล้ม
แจบกระใจจิดไม่แน่ใจ
จ้อยจ้อย (ดัง)เสียงกลมกล่อมเพราะหู
จักบาท (เงิน)เงินกี่บาท
จักสิไปบ่ไปไม่รู้ว่าจะไป หรือ ไม่ไป
จัก (ไม่รู้)ไม่รู้จัก
จัก (กี่)กี่
จักว่าหยังเป็นหยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
แจวแหววสูงเจิ้นเทิ้นสูงเรียวๆเหมือนไม่ไผ่
จื้นแฉะ
จืนน้ำมันทอดน้ำมัน
เจวเวิวสูงไม่มีใบ
จักเทื่อสักครั้ง
จี่ปิ้ง,ย่าง
จักแหล่วไม่รู้สิ
จอบเบิ่งแอบดู
จอกแก้วน้ำ
จั๊กกะเดียมจั๊กกะจี้
จาฮีตเป็นคำยืนยันถึงความจริง,แน่นอน
ใจฮ้ายโกรธ,โมโห
จังได๋แบบไหน,ยังไง
จาวขายประกาศขาย
แจบใจมั่นใจ,สนิทใจ
ใจออกถอดใจ,ท้อถอย
จือจำ,เข็ด จำไว้ในใจเรียก จื่อ อย่างว่า คำหลักไว้โดยเดิมคดีโลก มิคาว่าอาวบ่ฮู้ฮมแจ้งจื่อลาง นั้นรือ (สังข์).
โจงโปงโล่ง,ว่างเปล่า
จอกน้ำแก้วน้ำ
เป็นพยัญชนะตัวต้นในวรรคที่ 2 เป็นพวกอักษรกลาง ใช้เป็นตัวสะกดในแม่กด ในคำที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤต.
จกจอบ เครื่องมือขุดดินชนิดหนึ่ง มีด้ามยาวทำด้วยไม้ ใช้ขุดไร่ ขุดนา ขุดป่า ขุดดง ขุดกบ ขุดเขียด เรียก หมากจก.
จกชื่อชนชาติหนึ่ง เรียก ลาวจก หรือ ลาวจักราช ตามพงศาวดารโยนกกล่าวว่า ลาวจกเป็นต้นตระกูลของขุนเจือง ลำดับถึงพระยาเม็งราย ผู้สร้างนครเชียงใหม่ บางท่านก็ว่าเป็นพวกที่อพยพมาจากแคว้นจก ในประเทศจีน.
จกเอามือล้วงกระเป๋า เรียก จกถง เอามือทิ่มตา เรียก จกตา เอามือล้วงไหปลาร้า เรียก จกปลาแดก เอามือล้วงแล้วระคน เรียก จกคน จกโจโคเล ก็ว่า.
จ๊กจ๊กเอามือล้วงกระเป๋า เรียก จกถง เอามือทิ่มตา เรียก จกตา เอามือล้วงไหปลาร้า เรียก จกปลาแดก เอามือล้วงแล้วระคน เรียก จกคน จกโจโคเล ก็ว่า.
จ่งเหลือไว้ แบ่งไว้ ธรรมเนียมมีอยู่ว่าคนเรือนเดียวกันจะต้องกินอาหารพร้อมกัน หากมีความจำเป็นก็ต้องแบ่งอาหารไว้ การแบ่งอาหารเรียก จ่ง เช่น จ่งป่น จ่งแจ่ว จ่งเข้า จ่งปลาไว้ ให้จ่งกลับมาเรียก จ่งคืน จดจำไว้เรียก จ่งจำ.
จ้งคด งอ แขนคดเรียก แขนจ้ง ขางอเรียก ขาจ้ง.
จ่งก่งงอ โค้ง หลังงอเรียก หลังขดก่งจ่ง แขนงอเรียก แขนขดก่งจ่ง.
จ่งโจ๋อาการยืนโก่งโค้ง ผู้ใหญ่ว่า ยืนจ่งโจ๋ ก่งโก๋ ก็ว่า.
จ่งโจ๊ะอาการยืนก้มหน้า เอามือค้ำเอว สำหรับผู้ใหญ่เรียก ยืนโจ่งโจ๊ะ เด็กว่า ยืนจ่องเจ๊าะ ถ้าเดินผู้ใหญ่ว่า ย่างจ่งโจ๊ะ เด็กว่า ย่างจ่องเจ๊าะ.
จดหนังสือส่งข่าวคราวถึงกันเรียก จดหมาย ถ้าเป็นของเจ้านายเรียก สาร หนังสือจารึกเหตุการณ์เรียก จดหมายเหตุ.
จดจดเก่ง เร็ว ไว การเป่าแคนชนิดหนึ่ง ผู้เป่าก็เป่าเร็ว ผู้ลำก็ลำเร็ว เรียก จดจด อย่างว่า จดจดเข้าแคนเฮาฮีบเป่า ชิไปซื้อไก่เถ้ามาต้มใส่งาย (บ.).
จ๊ดทดลักษณะของต้นไม้ที่แข็งตั้งเรียงรายเป็นแถว เรียก ตั้งจ๊ดทด อย่างว่า เตรุกขา อันว่าไม้ทังหลายฝูงนั้น อกุฎิลา มีลำบ่คด งามจ๊ดทดเลียนกัน ตั้งเป็นถันสะพรั่ง แทบฝั่งน้ำมุจลินทร์ ดูงามยิ่งสุดวิสัย (เวส).
จ๊ดป๊ดห้วน คนที่พูดจาห้วนแบบมะนาวไม่มีน้ำ เรียก เว้าจ๊ดป๊ด ประกอบกับมีหน้าบึ้งตึง เรียก หน้าเคร่งจั๊ดปั๊ด.
จตุฆาตธาตุสี่แตก เวลาคนจะตายธาตุสี่คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ไม่ทำงานตามหน้าที่เรียก ธาตุสี่แตก หรือตาย ก็ว่า อย่างว่า จตุฆาตเข้าเถิงน้อยหน่อเมือง (กา).
จตุบทสัตว์สี่เท้า (ป.) สัตว์สี่เท้าได้แก่ ช้าง ม้า วัว ควาย เป็นต้น เรียก จตุบท จตุบาท ก็ว่า อย่างว่า ฝูงส่ำเชื้อจตุบาทแนวสัตว์ ยืนซงเฉยบ่เลียเล็มหญ้า (สังข์).
จตุโลกโลกสี่ (ป.) โลกสี่คือ มนุษย์โลกเป็นที่อยู่ของมนุษย์ เทวโลกเป็นที่อยู่ของเทวดา พรหมโลกเป็นที่อยู่ของพรหม นาคโลกเป็นที่อยู่ของนาค อย่างว่า จตุโลกาล้ำไอศวรแสนทีป กับทังครุฑนาคเหน้านางท้าวเทพคุณ (สังข์).
จตุโลกบาลผู้รักษาโลกในสี่ทิศ คือ ท้าวธตรัฐ รักษาโลกในทิศตะวันออก ท้าววิรุฬหก รักษาโลกทางทิศใต้ ท้าววิรูปักษ์ รักษาโลกทางทิศตะวันตก ท้าวกุเวร รักษาโลกในทางทิศเหนือ (ป.).
จนขัดสน ไร้ทรัพย์ คนไร้ทรัพย์ เรียก คนจน อย่างว่า คันเจ้าได้ขี่ช้างกั้งฮ่มสัปทน อย่าได้ลืมเฮียมจนผู้แห่นำตีนช้าง (ผญา) พี่น้องใกล้ชิดกัน เรียก คนชั้นจน.
จนสั้น คนคอสั้นเรียก คนคอจน อย่างว่า ติแต่ทางเขาฮ้ายภายโตบ่เตื้องต่อ ติแต่คออึ่งเพ้าคอเจ้าแฮ่งจน (ย่า).
จนจำนน จนแต้ม เล่นการพนันยอมจำนนเรียก จน อย่างว่า เลยเล่าแพ้พระยานาคนาโค เลิงเลิงผัดพร่ำคุมสามแป้นนาโคเจ้าจนใจจักแตก หน้าหล่าเนื้อคีงค้ามเยือกพอง (สังข์).
จนตราบ เท่า ตลอด ทำงานตลอดวัน เรียก เฮ็ดจนค่ำ ค่ำมืดปืดตา ก็ว่า คับคั่งเต็มไปหมดเรียก จอดจน อย่างว่า ยนยนช้างเชียงทองคับคั่ง ม้ามากเท้าเกยกว้างจอดจน (สังข์).
จ่นเร่งรัด ไม่อยากทำก็ได้ทำ ไม่อยากพูดก็ได้พูด อย่างว่า บ่อยากเว้าหางแมงเงาเจ้าหั้งแหย่ บ่อยากเว้าหางแง้ผักแหย่มา (บ.).
จ่นจ่นเสียงดังอย่างนั้น เช่น คนประดังเข้ามา ไม่ทราบว่าเสียงใครต่อเสียงใครพูดกัน ดังจ่นจ่น.
จ้นชื่อไก่ตัวผู้ตัวใหญ่ชนิดหนึ่ง ลำตัวสูง เรียก ไก่จ้น ไก่โจ้น ก็ว่า อย่างว่า บ้านเมืองข้อนขุนกวานยาดไพร่ เมืองขวาได้ไก่โจ้น เมืองซ้ายได้ไก่ยอง เมืองซองได้ไก่แจ้ คราวนี้แพ้ไพร่เมือง (บ.).
จ้นแยกข้าวลีบออกจากข้าวเปลือกด้วยการเทโปรยลงจากที่สูง เรียก จ้นเข้า.
จ้นจ้นเสียงดังอย่างนั้น เช่น น้ำไหลจากภูเขาเสียงดังจ้นจ้น อย่างว่า น้ำมันไหลจ้นจ้นโตนตองตาดหีน (กา).
จนเจือใกล้ชิด ติดกัน บ้านเมืองที่อยู่ใกล้ชิดติดต่อกัน เรียก จนเจือ อย่างว่า คาเมบ้านจนเจือติดต่อ ฮั้วต่อฮั้วเฮียงฮ้านฮ่วมกัน (กา).
จบดี คนที่รูปร่างดำแต่น้ำใจดีเรียก คนจบ คนจบกับคนงามต่างกัน คนจบคือคนประพฤติดี คนงามคือคนรูปร่างสวยงาม อย่างว่า ผู้จบจั่งน้อง อยากขอแนวไปปลูก คันแม่นได้ลูกแล้ว แนวเจ้าสิส่งคืนดอกนา (ผญา).
จบอาการที่ช้างยกงวงขึ้นทำความเคารพ เรียก ช้างจบ อาการที่คนจะถวายสิ่งของแก่พระสงฆ์ ยกของขึ้นใส่หัวเรียก จบหัว ยกมือใส่หัว ก็ว่า.
จ๊บจ๊บมีเสียงดังอย่างนั้น เช่น หมูกินฮำสวบดังจ๊บจ๊บ ถ้าเป็นตัวเล็กดังจั๊บจั๊บ.
จมล่ม ไม่ฟู อย่างว่า สัจจะผู้ชายนี้คือหีนหนักหมื่น ถิ้มใส่น้ำจมปิ้งบ่ตีง (กลอน).
จ่มบ่น เมียบ่นให้ผัว ผัวบ่นให้เมีย ผู้เถ้าบ่นให้ลูกหลาน เรียก จ่ม อย่างว่า ลางเถ้าโมโหฮ้ายเหลือหลายตั้งแต่จ่ม บ่ทันคึดถี่ถ้วนกุมป้อยตั้งแต่หลาน (กาพย์ปู่).
จ่มบ่นถึง การบ่นถึงผู้ที่ตนรักใคร่ชอบใจ เรียก จ่ม อย่างว่า บาคราญท้าวนอนปรางค์ทังจ่ม (ผาแดง) คึดแม่ป้าปุนต้านจ่มเดียว (สังข์).
จรไป เที่ยวไป (ป.) อย่างว่า วันนั้นอาทิตย์จรจันทร์แจ้งเดือนสามสัตตะพีศ ฉลูฮูปเนื้อเนาซ้อยชอบยาม (สังข์) นักขัตฤกษ์ได้ดาวใหญ่วิสาขา ลักขณาจรจันทร์อยู่มีนเฮียงหมั้น อาทิตย์จันทร์เสาร์พร้อม พุธเนาในเมษ ดาวเสตฉัตรเล่ากั้งกวมไว้ข่วงเพียง (ฮุ่ง).
จรดจด อย่างว่า อาทิตย์จรจรดฟ้าคนังคัลขัตฤกษ์ ราหูยังย่องเยี้ยมยามให้ถึกสูร (ลึบ).
จรืกจาริก เดินไป โคจรไป อย่างว่า คือดั่งจันทร์จรืกฟ้าเป็นคู่สุริโย (ลึบ).
จวงเทพทาโร ชื่อพรรณไม้กลิ่นหอมชนิดหนึ่ง ชื่อ จวงหอม อย่างว่า ดีท่อลมเปล่งพร้าว พัดยอดจวงทอง เฮืองเฮืองดาวเดี่ยวนางนอนชู้ เหมือยนองฝั้นหลายหลึมทุกหมู่คือฮูปช้างใชชู้เผ่นโขง (ฮุ่ง).
จ้วงหล้างมีเสียงดังอย่างนั้น เช่น เขย่าน้ำในกระบอกไม้ไผ่ เสียงดัง จ้วงหล้าง.
จวนพบเห็นเรียก จวนพ้อ พบปะเรียก จวนพ้อ ถึงคราวถึงเวลาเรียกจวบ เพิ่งได้พบเรียก จวบ อย่างว่า กำพร้าซากจวบนม ผีเผดจวบเข้าสาก (ภาษิต) จวบเมื่อฟ้าสว่างแจ้งเบยเบิกบัวระพา พุ้นเยอ พระพายพานตอมโง่นงามคือช้าง (สังข์)
จอชุมนุม รวม เช่น นกชุมนุมกันกินผลไม้เรียก จอ อย่างว่า จิบจาบจ้อยจอเล้มลูกไฮ (สังข์).
จ่อภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่ คล้ายกระด้งแต่ใหญ่กว่ามาก สานตาห่าง มีใส้ขดใช้เป็นที่สำหรับเลี้ยงตัวไหมให้ชักใยทำรังเป็นไหม เรียก จ่อ อย่างว่า ด้งชิลาม้อนสวนมอนชิลาจ่อ ปอชิลาเชือกอ้องควายนั้นค่อยอยู่ดี (ผาแดง).
จ่อผลิ ดอกไม้กำลังผลิ เรียก ดอกไม้จ่อ หญิงกำลังแตกเนื้อสาว เรียก นารีจีจ่อ อย่างว่า นงฮามเพี้ยงนารีจีจ่อ (กา) ทุกหมู่ไม้ซ้องซ่อเนืองนายคอนคอนลมเบิกบนไควค้อม ออระทึมไม้เหมือยฮวยฮำกิ่ง บ้างจ่อบ้างจูมพร้อมพ่องบาน (ฮุ่ง).
จอกนกกระจอก ชื่อนกชนิดหนึ่งตัวเล็กๆ ชอบทำรังอยู่ตามชายคาเรือนหรือชายคายุ้งข้าวเรียก นกจอก อย่างว่า ยังมีนกจอกน้อยเป็นคู่ผัวเมีย มันก็แปลงฮวงฮังอยู่คางรัสสีเจ้า หลายวันได้หลายเดือนแถมถ่าย นกจอกน้อยมีท้องลวดมาน (นกจอกน้อย).
จอกสุนัขจิ้งจอก ชื่อหมาป่าชนิดหนึ่งเรียก หมาจอก จิกจอก ก็ว่า อย่างว่า หนูชิงทำตะบะให้แมวบักดำก้มขาบ หมาจิกจอกมาเห่าช้าง เป็นน่าอยากหัว แท้นอ (บ.).
จอกพอกสีขาว สีขาวพราวเรียก ขาวจอกพอก อย่างว่า หมาบักดำแล่นไปก่อน หมาบักด่อนแล่นนำหลัง จอกพอกจอกพอก (เวส) สีขาวโพลนเรียก ขาวโจกโพก ขาวจุ่นพู่น ก็ว่า อย่างว่า ลางคนเป็นคนเถ้าหัวขาวจุ่นพูน ยังเล่าเหาะห่อนเหล้นชิงชู้สวากเสนห์ (กาพย์ปู่).
จองกระจ่า ชื่อช้อนสำหรับตักแกง ทำด้วยกะลามะพร้าว มีด้ามสำหรับจับ เรียก จอง อย่างว่า จองบ่มีด้ามชิเสียทรงทังวาด เขาชิเอิ้นกะโป๋หมากพร้าว บ่มีเอิ้นว่าจอง (ย่า).
จ่องดึง เหนี่ยว รั้ง เหนี่ยวรั้งเรียก จ่อง ดึงมือเรียก จ่องมือ อย่างว่า พ่องกอดอุ้มนางลูบโลมขวัญ สนสนจับจ่องมือมัวไห้ (สังข์).
จ้องร่มผ้า ชื่อร่มกันแดดทำด้วยผ้า เรียก จ้อง คันจ้อง ก็ว่า อย่างว่า เชื้อชาติจ้องคันก่องกะยังหุบ บาดห่าชาตาหลุบหลูบลงคือจ้อง บาดห่าชาตาขึ้นขวางคือขอนกะเลยล่อง บาดชิล้มหยุมหญ้าบ่ฟัง (กลอน).
จองจำที่สำหรับคุมขัง เรียกที่จองจำ มีคุก ตะราง อย่างว่า รือจักจำจองให้ขังคาคอกขื่อ ขอให้ข้าปล่อยเปลื้องชีวีไว้อย่าสูญ (เวส-กลอน).
จ่อมชื่ออาหารชนิดหนึ่ง ทำด้วยกุ้งหรือปลาตัวเล็กๆ หมักเกลือไว้ เวลาจะกินปรุงด้วยพริกขิงกระเทียมและข้าวคั่วจะมีรสอร่อย เรียก ส้มปลาจ่อม ส้มปลาน้อย ก็ว่า.
จ่อมจุ่ม ตัก เอาเบ็ดไปดักในน้ำเพื่อให้ปลามาติดเบ็ด เรียก จ่อมเบ็ด.
จ้อมแคบ หน้าผากแคบเรียก หน้าผากจ้อม อย่างว่า ญิงใดหน้าผากจ้อมผัวฮักแวนสนัด การเฮือนชานก็หากยังเฟือนฟ้าว (คำสอน).
จ่อมก่อมสิ่งของที่เล็กกองไว้ มองเห็นในที่ใกล้ เรียก กองจ่อมก่อม ถ้าเป็นของใหญ่มองเห็นในที่ไกลเรียก กองจุ่มกุ่ม.
จ้อมก้อมกองข้าวเปลือกหรือข้าวสาร กองเล็กเรียก กองจ้อมก้อม กองใหญ่เรียก กองจุ้มกุ้ม อย่างว่า อยู่ใกล้เกลือได้กินแต่ดั่ง อยู่ใกล้ครั่งย้อมครั่งบ่แดง นอนสะแคงกอดสาวบ่อุ่น สวดจุ้มบุ้มมืองุ้มบ่เถิง (ภาษิต).
จ๋อมจ๋อมเสียงดังอย่างนั้น เช่น กบหรือเขียดตัวเล็กๆ กระโดดน้ำ เสียงดังจ๋อมจ๋อม.
จอมไตรผู้เป็นใหญ่ในไตรภพ คือ มนุษย์โลก เทวโลก และพรหมโลก เรียก จอมไตร อย่างว่า มึงจ่งไปทูลท้าวจอมไตรตนอาจ บอกว่าเฮียมใคร่ได้บุญเกื้อเกิดเทียม ว่าเนอ (ฮุ่ง)
จอมทนงผู้องอาจกล้าหาญ เรียก จอมทนง อย่างว่า ผลควรท้าวจอมทนงนำเฮียก หกพี่น้องฟังชั้นชื่นใจ (สังข์).
จอมทองลูกรัก เรียก จอมทอง อย่างว่า แม่บ่คองเห็นเจ้าจอมทองเท้าชั่ว จริงแล้ว บัดนี้บุญแบ่งแท้โพยฮ้ายฮอดดี แม่แล้ว (สังข์).
จอมไท้เจ้าเมือง เจ้าเมืองเรียก จอมไท้ อย่างว่า เขากล่าวถ้อยเสงว่าหลายประการ บุรีเลียนมอบเจืองจอมไท้ (ฮุ่ง).
จอมธรรมผู้ทรงทศพิธราชธรรม เรียก จอมธรรม อย่างว่า เมื่อนั้นจอมธรรมพระพ่อพระยาเยืองถ้อย ดูราทังหกไท้บุตตาตนลูก พ่อคึดใคร่เจ้าพี่น้องเทียนฮ้อยฮอดอินทร์ แท้แล้ว (สังข์).
จอมนาฏนางงาม นางงามเรียก จอมนาฏ อย่างว่า เมื่อนั้นออระใหม่หน้าจอมนาฏนางจันทร์ เฮียงมารดาประดับเครื่องคอเพิงม้าว (สังข์).
จอมปรางค์หมายถึง ศิลป์ชัย อย่างว่า เมื่อนั้นจอมปรางค์ซ้อยสังข์ทองพร้อมพี่ บาก็แต้มแต่งใช้ปืนตั้งต่าวคืน (สังข์).
จอมมิ่งผู้เป็นที่พึ่งเรียก จอมมิ่ง อย่างว่า ลือเดชเจ้าจอมมิ่งมาเถิง แลรือ มิคากุมภัณฑ์วางสองศรีส่งเฮาโอมให้ ดีรือ (สังข์).
จอมเมืองนางสุมณฑา นางสุมณฑา เรียก จอมเมือง อย่างว่า จอมเมืองเจ้าใจฮมฮักไพร่ สนุกอยูหลิ้นไพรกว้างม่วนระงม (สังข์).
จอมราชเจ้าเมือง เจ้าเมือง เรียก จอมราช อย่างว่า เมื่อนั้นเสนาเจ้าคนิงใจจอมราช คึดว่าเด็กอ่อนน้อยใจกล้ากล่าวแข็ง แท้นอ (สังข์).
จอมโลกพระยากุศราชเรียก จอมโลก อย่างว่า ลือเซ็งชั้นเป็งจาลจอมโลก ปุนแปกเข้ามาน้อมพระยอดเมือง (สังข์).
จอมศรีเมียรัก เมียรัก เรียก จอมศรี อย่างว่า พระก็สุขอยู่สร้างเสวยราชเฮืองฮม แพงจอมศรีซู่นางปานแก้ว (สังข์).
จอมหลานหลานที่รักเรียก จอมหลาน อย่างว่า เป็นใดเจ้าจอมหลานลุลาภ ดีรืออาวออกเจ้ายังฮ้ายฮู้ว่าดี นั้นเด (สังข์).
จอยชื่อพรรณไม้หว้าชนิดหนึ่ง มีผลเล็กๆ ใช้กินได้ เรียก หมากหว้าจอย หมากหว้าขี้มด ก็ว่า.
จอยเล็กน้อย ไม่สมบูรณ์ เช่น เรือนที่ขาดพ่อเรือน มีแต่แม่กับลูกเล็กๆ หากินฝืดเคือง เรียก แม่จอย แม่จีดแม่จอย ก็ว่า.
จ่อยผอม คนผอมเรียก คนจ่อย อย่างว่า นางคราญผอมจ่อยโซหิวไห้ (กา) กินปลาอย่าได้กินใส้ตับไตปอดหย่อ คันว่ากินฮอดท้องชิหนาวจ้อยจ่อยโซ ให้กินแต่โตโข้โหล่ตับไตไว้ให้ย่า ย่านี้เถ้าแก่แล้วกินได้คู่แนว (ย่า).
จ้อยมาตราชั่งน้ำหนักของฝิ่น จ้อยหนึ่ง น้ำหนักเท่ากับสองกิโลกรัม.
จ้อยสาวบริสุทธิ์ สาวบริสุทธิ์เรียก สาวจ้อย อย่างว่า เป็นสาวจ้อยควายตมบ่อยากขี่ บาดว่าได้ลูกน้อยบายขี้ก่อนงาย (ภาษิต) น้องหากเป็นสาวจ้อย พอออยเข้าบ่อน บ่แม่นแนวแม่ฮ้าง เขาง่างหยั่งคืนดอกนา (กา).
จ้อยหวานสนิท ผลไม้ที่สุกมีรสหวานอร่อย เรียก หวานจ้อย อย่างว่า สุกหล่นข้วนหวานจ้อยห่วงหอม (กา) เจ้าผู้โพศรีส้อยใบดกนกแกว่น หมากมันหวานจ้อยจ้อย กาเอี้ยงแฮ่งสงวน (กลอน).
จ้อยเล็ก นกตัวเล็กๆ เช่น นกจิบ นกจาบ เรียก นกจ้อย อย่างว่า จิบจาบจ้อยจอเล้มลูกไฮ (กา).
จ๊ะก๊ะอาการนั่งถ่างขา เรียก นั่งจ๊ะก๊ะ จ่างก๊ะ ก็ว่า.
จักจั่นชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ต้นจักจั่น.
จังงอ หด ตีนงอ มืองอ เรียก ตีนจัง มือจัง ตีนโกบมือจัง ก็ว่า เกิดเพราะหนาวจัดหรือเป็นไข้สั่น.
จั่งถึง, อย่าง อย่างเช่นทำอย่างไร เรียก เฮ็ดจั่งใด พูดอย่างไรเรียก เว้าจั่งใด คิดอย่างไรเรียก คึดจั่งใด อย่างนี้เรียก จั่งซี้ อย่างนั้นเรียก จั่งซั้น อย่างไรเรียก จั่งใด ถูกอย่างนั้นเรียก แม่นจั่งซั้น เป็นต้น.
จั้งที่พึ่ง ที่อาศัย พระพุทธ พระธธรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่อาศัยของพุทธบริษัท พระพุทธคือท่านผู้รู้ความจริง พระธรรมคือคำสอนที่เป็นจริง พระสงฆ์คือผู้ปฏิบัติตามธรรมที่จริง.
จั้งสามี สามีเป็นที่จั้งของภรรยา หญิงที่ไม่มีสามีเรียกว่า ไม่มีที่จั้ง คือไม่มีที่พึ่งพาอาศัย.
จั้งเจ้านาย เจ้านายถือว่าเป็นที่พึ่งที่จั้งได้ ถ้าเราไม่มีเจ้านายปกปักรักษา เราก็จะไม่ได้รับความเป็นธรรม ผู้อื่นนอกจากนายของเรา เขาจะปกครองเราโดยเหม็บเต็ง ข่มเหงเต็งเต็ก.
จั้งพระเจ้าแผ่นดินเป็นที่จั้งอย่างสูงสุด และเป็นที่จั้งของพระราชินีด้วย อย่างว่า ขอแต่พระที่จั้งตนประเสริฐสามิโก อันนี้เป็นดั่งตีนมือใผห่อนหีนเสียได้ แม้นชื่อเป็นโฉมฮ้ายเดียรัจฉานสัตว์ป่า ก็ดี ข้าขอเพียงเลี้ยงไว้ตามหล้างแต่บุญ พระเอย (สังข์).
จังกรชื่อบัวชนิดหนึ่ง เรียก จังกร จงกลนี ก็ว่า อย่างว่า ชะซ่อนเนื้อคือคู่ผมหอม คือจังกรเกิดมาโฮยเฮ้า เทียมเงาง้อมคือตนตางฮูป อันว่ามาฮอดพี้จอมเจ้าหากจักเห็น หั้นแล้ว (ฮุ่ง).
จังหันอาหารที่พระฉันในตอนเช้า เรียก จังหัน อย่างว่า ค้อมว่าย่ากล่าวแล้วตกแต่งของทาน ทังหลานเหลนซ่อยกันประสงค์ตั้งจังหันพร้อมปูนพลูเหมี้ยงหมาก เข้าแลน้ำมีพร้อมพร่ำมวล (ย่า).
จังไฮจังไร จัญไร ชั่วร้าย คนที่ทำความชั่วร้ายเรียก คนจังไฮ จังไฮไฟไหม้ ก็ว่า อย่างว่า บัดนี้จักกล่าวเถิงกุมภัณฑ์ผู้จังไฮหีนะโหด มันก็นอนแนบน้องในห้องแท่นลาย (สังข์).
จั๊ดกระโดดโดยเร็ว เรียก โตนจั๊ด ไปโดยไม่รู้ร่อยรอย เรียก มิดจั๊ด มิดจี่ลี่ มิดซี่ลี่ ก็ว่า.
จัดทัดต้นไม้เล็กและแข็งตั้งเรียงรายกัน เรียก ชันจัดทัด.
จัตุโลกบาลผู้รักษาโลกใน ๔ ทิศ คือ ท้าวธตรัฐ จอมภูต อยู่ทิศตะวันออก ท้าววิรุฬหก จอมเทวดา อยู่ทิศใต้ ท้าววิรูปักษ์ จอมนาค อยู่ทิศตะวันตก ท้าวกุเวร จอมยักษ์ อยู่ทิศเหนือ (ป.).
จั่นลักจั่น ชื่อภาชนะใส่น้ำเย็น สานด้วยไม้ไผ่ หรือกลึงด้วยไม้แก่น รูปกลมคล้ายตุ่ม แต่ต่ำกว่า มีฝาปิด ด้านนอกทารัก ด้านในทาชาด เรียก จั่น เต้าจั่น ก็ว่า.
จั่นเครื่องดักสัตว์ชนิดหนึ่ง สำหรับดักปลา มีสายใย มีกระดานลั่นปิดปาก วางไว้ตามห้วยหนองหรือบึง เมื่อปลาเข้าไปถูกสายใยข้างใน กระดานจะลั่นปิดปากไว้ ปลาออกไม่ได้ เรียก จั่น.
จั้นน้ำบ่อที่ไหลออกตามชายฝั่งเรียก น้ำจั้น น้ำส้างจั้น ก็ว่า.
จั้นเร็ว สั้น เดินเร็วเรียก ย่างจั้น พูดเร็วเรียก เว้าจั้น เว้าสั้น ก็ว่า อย่างว่า พ่องกะเว้าจั้นจั้น บั้นบ่อนคำสนุก (ผาแดง).
จานภาชนะสำหรับใส่อาหาร มีรูปแบนเรียก จาน อย่างว่า ไฟบ่ใต้เยียวฮุ่งยามกิน เขาก็พากันเช็ดบ่วงจองจานน้ำ คันว่าเนืองนันก้องรุงรังแล้วตื่น พ่อก็ยินแสบท้องใจฮ้ายกล่าวเมีย (สังข์).
จาบชื่อนกชนิดหนึ่ง ตัวใหญ่กว่านกจิบ เรียก นกจาบ อย่างว่า ฝูงนั้นกะทาทองไท้ยูงขัวเขาค่อ จิบจาบจ้อยคณาขุ้มขาบเขียน (สังข์).
จามชื่อชนชาติแขกเผ่าหนึ่ง อยู่ตอนใต้ของลาวและญวณ เรียก จาม อย่างว่า อันหนึ่งเฮียกชื่อแสงจวงหุ้ม ตาแมนมัวมืด ปางปู่เจ้ายาดย้ายเมืองม้างพ่างจาม (ฮุ่ง).
จามรเครื่องสูงชนิดหนึ่ง สำหรับประดับกระบวนพระราชยานเรียก จามร จำมร ก็ว่า อย่างว่า เมี้ยนสั่งข้อแขกล่าวแองคอน มันก็มีนานเลยเลิกมวนเมือห้อง สาวสนมเปลื้องจำมรไกวแกว่ง เห็นเพศย้องดูฮ้ายฮูปเสลา (ฮุ่ง).
จามรีชื่อเนื้อทรายชนิดหนึ่ง มีขนละเอียด หางยาวเป็นพู่เป็นสัตว์บดเอื้องอยู่ในจำพวกกระบือ อย่างว่า ค่างค่างช้างซัดแทบเฮียงเกย พระก็ทรงพลายคำย่างแยงเมือหน้า ฝูงคนใกล้จามรีกวัดแกว่ง ถอดฮ่มกั้งบาท้าวมืดไป (ฮุ่ง).
จ้ายชาย แถว แนว เขต ชายแดนเรียก จ้าย อย่างว่า พี่กะเลาะเลียบจ้ายก้ำฝ่ายเมืองโขง อัตตะปือเชียงแตงถิ่นลาวกาวใต้ มีแต่ภูเขาขั้นผาชันต้นช่องดงบริเวณค้องน้องมองฟ้าบ่เห็น (กลอน).
จาวเริ่มคลี่ จวนจะบาน ดอกไม้กำลังจะบานเรียก จาว อย่างว่า จูมจีเจือจาวจ่อ ประชิดช้องช่อลายวรรณ (เวส).
จ่าวป่าว ประกาศ โฆษณา การป่าวประกาศให้มาประชุม หรือ่วมบำเพ็ญบุญเรียก จ่าว อย่างว่า ตางให้เป็นเครื่องต้อนนงหน้าจ่าวหา (ผาแดง).
จ้าวชื่อพรรณข้าวจำพวกหนึ่ง มีสองชนิด คือ ข้าวเหนียว และข้าวจ้าว เข้าเจ้า ก็ว่า อย่างว่า เข้าเหนียวกับเข้าเจ้า ปนกันบ่มีเบื่อ คือดั่งเชื้อพี่น้องปนได้แฮ่งมัน (บ.).
จ้าวจ้าวอาการปวดระบม ปวดระบมเรียก ปวดจ้าวจ้าว อย่างว่า ปวดจ้าวจ้าวคือผ้ำบ่มหนอง (บ.).
จำกำหนดไว้ในใจ การกำหนดไว้ในใจเรียก จำ จื่อ ก็ว่า อย่างว่า เฮาสั่งถ้อยแมนแจ้งจื่อคดี แด่เนอ (กา) หาญพายพร้อมยอมือทูลพี่ เจ้าสั่งแล้วตูข้าค่อยจำ (ฮุ่ง).
จ้ำจุ่ม จิ้ม จิ้มป่นเรียก จ้ำป่น จิ้มแจ่วเรียก จ้ำแจ่ว อย่างว่า ของบ่เป็นตาจ้ำอย่าได้จุ่มลงตัก ของบ่เป็นตากัดอย่ากินชิพวนท้อง ของบ่เป็นตาส้มอย่างมกินชิส้มปาก มันชิยากคอบท้องเทียวขี้ยั่งคืน (ย่า).
จ้ำเสียบ แทง อย่างว่า เพราะเมื่อศรเสียบจ้ำทวงท้าวท่าวตาย (ผาแดง).
จ้ำเซ่น บูชา อย่างว่า ปุนกล่าวด้ำเฮวฮีบฮับขวัญ ยาพลอยพลัดพรากเฮือนฮามท้าว เฮาเนอ แนนพันง้อมงามเปียวขานพี่ ควรที่ป้าท่านเจ้าติ่วสร้อยมาจ้ำแจกพลี (ฮุ่ง).
จำจนใกล้ชิด การเข้าไปใกล้ชิดเรียก จำจน อย่างว่า บาก็ผายผันเข้าจำจนมณีกาบ (กา).
จ่ำจ่ำซ้ำๆ ซากๆ การพูดซ้ำๆ ซากๆ เรียก เว้าจ่ำจ่ำ อย่างว่า เว้าจ่ำจ่ำหัวใจบ่นำ (ภาษิต).
จำปาชื่อเมืองในวรรณคดีอีสานเรื่องสังข์ศิลป์ชัย เรียก เมืองจำปา อย่างว่า เทื่อนี้บุญแจ่มเจ้าล้นแผ่นสากล บาไทธรงจำปาโผดดีเดิมเถ้า ภูธรท้าวฮมเถิงถามข่าวเขือค่อยหอม ไพร่พร้อมเถิงนี้สำฮาญ แด่รือ (สังข์).
จำปาลั่นทม ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ดอกสีขาว หรือแดง อย่างว่า จำปาเหลืองแบ่งบานเขียวแหล้ (กา).
จำปีชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง สีขาวเรียก ดอกจำปี อย่างว่า จำปีทังจำปา ดอกเกียงบานแห้ง ในดงด้าวไพรขวางยาวย่าน มีหมู่ดวงดอกไม้บานบ้างจ่อจี (กา).
จำเริญเจริญ เติบโต อย่างว่า เรงญาฮู้ฮมเถิงท้าวฮุ่ง เมื่อนั้นหมอคาดแล้วทูลไหว้จำเริญ (ฮุ่ง) เพิงแพงเพี้ยงสองตาตนพี่จริงแล้วลุงท่านลองเลือกอ้างชูไว้จ่ำเฮิญ.
จำหนวจตำรวจ ผู้ตรวจตราคนทำผิดกฎหมายบ้านเมือง เรียก จำหนวจ ตำหนวด ก็ว่า.
จิสั้น เล็ก ของที่สั้นและเล็กเรียก จิ กิ ก็ว่า อย่างว่า แฮ่งทุกข์แฮ่งซ้ำ หีบ้ำถืกโค็ยจิ (ภาษิต).
จิกไม้เต็ง ชื่อพรรณไม้เนื้อแข็งชนิดหนึ่ง เรียก ต้นจิก.
จิกสิ่งของที่มัดรวมกันเรียก จิก เช่น มัดผักบั่ว มัดผักเทียม มัดผักกาด เรียก ผักบัวจิกหนึ่ง ผักเทียมจิกหนึ่ง ผักกาดจิกหนึ่ง จุก ก็ว่า.
จิกพุ่งหัวลง เช่น ว่าวจิกหัวลง เครื่องบินจิกหัวลง.
จิกสกัดน้ำมันเรียก จิกน้ำมัน เช่น จิกน้ำมันงา จิกน้ำมันหุ่งเทศ จิกน้ำมันหมากบก.
จิกจอกสุนัขจิ้งจอกเรียก หมาจิกจอก อย่างว่า จิกจอกมาเห่าช้างเป็นน่าอยากหัว (ปัสเสน).
จิ๊กจิ๊กเสียงดังอย่างนั้น เช่น ขิก แขวนคอวัวควาย ดังจิ๊กจิ๊ก หรือเขียดขิกร้องดังจิ๊กจิ๊ก.
จิ๊กิ๊ลักษณะของที่สั้นและแหลมยื่นออกมา เช่น เขาวัวหรือเขาควายเรียก สั้นจิ๊กิ๊ จิ๊ปิ๊ ก็ว่า.
จิงแตงไทย ชื่อแตงไทยชนิดหนึ่ง เรียก แตงจิง แตงกิง ก็ว่า.
จิ่งสัน จึ่ง จึง จริง อย่างว่า สองกษัตรีย์ตั้งใจจริงจักพราก ต้านสั่งข้าฝูงแจ้งจากไป (สังข์).
จิ่งคิ่งแสงสีแดงนิดหน่อยเรียก แดงจิ่งคิ่ง ถ้าแสงแดงมากเรียก แดงจึ่งคึ่ง.
จิ่งปิ่งรูขนาดเล็กเรียก ฮูจิ่งปิ่ง ถ้ารูขนาดใหญ่เรียก ฮูจึ่งปึ่ง.
จิงฮิงจองฮองการทำปู้ยี่ปู้ยำ หรือทำนอกรีดนอกรอย เรียก เฮ็ดจิงฮิงจองฮอง.
จิ้งพิ้งสัตว์ตัวเล็กๆ ยืน เรียก ยืนจิ้งพิ้ง ตัวใหญ่เรียก ยืนจึ้งพึ้ง.
จีดพีดไม่งาม หล็อมแหล็ม พืชที่เกิดหร็อมแหร็มแถมไม่งามเรียก จีดพีด.
จิตใจ (ป.) อย่างว่า อันหนึ่งยาลอนเลี้ยงคนโจรใจบาป ลักเพื่อนข้องเข็ญฮ้ายฮ่วมเฮือนลูกเอย (สังข์) คึดฮุ่งฮู้ใจบ่าศวงจิต มิคาว่าเวรจำจรจากเฮือนเฮฮ้าง ดีแต่ลมออนต้องสวนทองหน้าต่าง พื้นโลกกว้างมัวมืดอนธการ (ฮุ่ง).
จินจิกหญิงที่มีผมสีแดงเป็นจอมขึ้นบนหัว เรียก จินจิกเกล้า อย่างว่า ญิงใดจินจิกเกล้าผมแดงทางหน้าผาก ญิงผู้นั้นแฮงม้างศาสนา (คำสอน).
จินดาความคิด ความนึก อย่างว่า เฮียมหากจินดาตั้งประสงค์แปลงปุนวาท ไว้แต่เหน้าเฮียนฮู้ฮ่มเพิง (กลอน).
จินดามณีแก้วมีค่า แก้วที่ให้สำเร็จความคิดความปรารถนา เรียก แก้วจินดามณี อย่างว่า มณีโชแก้วจินดาอันประเสริฐ บ่มีคำห่อหุ้มมณีแก้วก็เล่าจาง (กลอน).
จิบนกกระจิบ ชื่อนกตัวเล็กๆ จำพวกหนึ่ง มีหลายชนิด เช่น นกจิบโจกโตตัวใหญ่ขายาว นกจิบเฟืองอกสีเหลืองตัวเล็กกว่า หากินตามท้องนา นกจิบงวงตัวสีดำ ปากยาวโง้งชอบกินน้ำหวานในเกษรดอกไม้ นกจิบขี้หมาตัวเล็กสีดำปนเทา หากินตัวหนอนตามพุ่มไม้เล็ก.
จิบเครื่องมือจับปลาชนิดหนึ่ง ทำเป็นนั่งร้านในแม่น้ำใหญ่เช่น แม่น้ำชีหรือแม่น้ำมูล เวลานั่งดักใช้เวลากลางคืน ขณะนั่งร้านเรียก อยู่จิบ.
จิบรอบ มิด เช่น ตอกให้มิด เรียก ตอกให้จิบ ล้อมรั้วรอบ เรียก ล้อมฮั้วจิบ.
จิบลิ้ม ชิม ชิมเรียก จิบ ดื่มน้ำทีละน้อยเรียก จิบน้ำ กินเหล้าทีละน้อยเรียก จิบเหล้า.
จิปิดจิปี่เล็กๆ น้อยๆ เช่นสิ่งของหลายอย่างแต่ละอย่างมีอย่างละเล็กละน้อย เรียก จิปิดจิปี่.
จิ่มใกล้ ใกล้แม่น้ำเรียก จิ่มชล ใกล้คนรักเรียก จิ่มเฮียม ใกล้สายน้ำเรียก จิ่มกระแส อย่างว่า ค้อมว่าแล้วขัดกระบี่ดวงแสง แยงนครเป็งจาลจิ่มกระแสแสนท้าง หลิงดูพร้าวตาวตาลเขียวทุ่ม โซมโว่เถ้าเห็นแล้วมาบทวง (สังข์).
จิ่มปิ่มไกลลิบลับ สิ่งของอยู่ในที่ไกลมองเห็นพอลิบลับ เรียก ไกลจิ่มปิ่ม.
จิวนกตัวเล็กๆ จำพวกนบกระจิบแต่เล็กกว่านกพวกนี้มีเป็นหมื่นเป็นแสนตัวเวลาจุดไฟเผาศพนกจะบินมาตอมอยู่บนท้องฟ้าเรียก นกจิว นกกิว ก็ว่า.
จิว

ขนเพชร ขนอ่อนที่เกิดตามใบหน้า เกิดตามแข้งขา ตามแก้ม เรียก ขนจิว.

จิ้วมาก ยิ่ง ขมมาก เรียก ขมจิ้ว อย่างว่า บางพ่องส้มขมจิ้วพ่องมัน (กา).
จีรุ่น แรกขึ้น แรกผลิ หญิงรุ่น เรียก สาวจี อย่างว่า นงฮามเพี้ยงนารีจีจ่อ (กา). ดอกไม้แรกผลิ เรียก ดอกไม้จี อย่างว่า ผักอิตู่เตี้ยต้นต่ำใบดก กกบ่ทันฝังแหน้นสังมาจีจูมดอก ฮากบ่ทันหยั่งพื้นสังมาปลี้นป่งใบ (ผญา).
จี่เผา ทำให้สุกด้วยไฟ เรียก จี่ เช่น จี่ปลา จี่ชิ้น อย่างว่า คราวเมื่อเว้าหมายชิเอามาจี่ บาดห่ามาฮอดแล้วสังบ่ปิ้งจี่กิน (ผญา).
จีกฉีก ทำให้ขาดออกจากกันเรียก จีก เช่น จีกเสื้อ จีกผ้า อย่างว่า คื่นคื่นช้างย่องย่างเงยงา มันแหลวไหลอาบคีงคือน้ำ พลถือก้ามเต็มไพรฮ้องโห่ เขาก็จาจีกไส้กินแกล้มมี่นัน (สังข์).
จี่แข้จระเข้ เรียก จี่แข้ ขี้แข้ แข้ ก็ว่า อย่างว่า ปูปลาบ่อยากเชยชมน้ำทะเลหลวงใผชิเชื่อ แข้บ่ลงเหล้นน้ำนทีกว้างกะช่างใจ (สม) อัศจรรย์ใจแข้หางยาวสังบ่ได้ฮองนั่ง บาดกระต่ายหางก้อมก้อมสังมาได้นั่งฮอง (ปัญหา).
จี่จ้อชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก เครือจี่จ้อ.
จี่จู้นกคีรีบูน นกคีรีบูนเรียก นกจี่จู้ อี่จู้ ก็ว่า อย่างว่า สัพพะจีจู้ถัวแทดลางเค็ด แซวซุมหาใส่โกนกาเอี้ยง ยาสูญเศร้าชิงกันกินเหยื่อ ใผหากควัดเขี่ยได้หาเลี้ยงลูกมัน แท้เนอ (สังข์).
จีดลีดลักษณะใบหน้าของคนที่เรียวแหลม เรียก หน้าแหลมจีดลีด.
จีดฮีดข้าวกล้าในนาเหี่ยวแห้ง เกิดเพราะฝนแล้ง ใบของต้นข้าวแดง เรียก แดงจีดฮีด.
จี่นายก้อมชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ใบหนา มียาง เรียก จี่นายก้อม อีเถ้า ก็ว่า.
จี่ลี่เงียบ สงัด เงียบจนไม่ได้ยินเสียงอะไร เรียก มิดจี่ลี่ อย่างว่า มิดจี่ลี่คือกุดจี่ฟังธรรม (บ.).
จืดพืดข้าวกล้าที่อุดมสมบูรณ์ด้วยน้ำและปุ๋ยขึ้นงาม เรียก จืดพืด.
จืดลืดหน้าใหญ่และแหลมเรียก จืดลืด.
จืนเจียว ทอด การเคี่ยวเอาน้ำมันจากมะพร้าว หรือเนื้อหมู เรียก จืนน้ำมัน อย่างว่า ท่อว่ากินดายดิบบ่เจียวจืนต้ม อักโขล้นอลัชชีชาติต่าง โดยดั่งเรื่องลือไว้มากมูล (สังข์).
จื้นเปียก ชุ่ม ชื้น คนตาเปียกเรียก คนตาจื้น อย่างว่า ตาชุ่มย้อมแย้มแย่งฮิมแดง ยามเมิลเมียงหมี่ตอมฮิมจื้น (สังข์).
จื่อจำ,เข็ด จำ จำไว้ในใจเรียก จื่อ อย่างว่า คำหลักไว้โดยเดิมคดีโลก มิคาว่าอาวบ่ฮู้ฮมแจ้งจื่อลาง นั้นรือ (สังข์).
จื่อวื่อรูขนาดใหญ่เรียก ฮูจื่อวื่อ รูขนาดเล็กเรียก ฮูจี่วี่.
จุถึง จด เช่นหัวถึงขื่อ เรียก หัวจุขื่อ มือถึงน้ำเรียก มือจุน้ำ.
จุผลักเข้าไป เช่น เอาดุ้นฟืนผลักเข้าไฟเรียก เอาด้นฟืนจุไฟ.
จุกจิกจู้จี้ รบกวน.
จุ๊กจุ๊กเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียมขุดดินที่ไม่แข็ง เสียงดังจุ๊กจุ๊ก.
จุกผามชื่อโรคชนิดหนึ่ง เวลาเป็นม้ามจะหย่อนลงมา เรียก โรคจุกผาม จุกผาม ม้ามหย่อน ก็ว่า.
จุ๊กุ๊อ้วนและสั้น เช่น หน่อไม้กำลังขึ้นจากดิน เรียก หน่อสั้นจุ๊กุ๊ อย่างว่า เอาบ่อนจุ๊กุ๊หมูสีนี้เถาะนอ บ่เอา เอาบ่อนจิ๊กิ๊หางนาคนี่เถาะนอ บ่เอา เอาบ่อนง่าไม้ตากห้อยถงเงินถงคำนี่เถาะนอ เอานี่ละ (ประเพณี).
จุ่งสั่ง บังคับ เช่น จงไป จงมา จงกิน จงทำ จงกับจุ่งมีความหมายเหมือนกัน.
จุ๊จ๊ะเตาะแตะ อาการที่เด็กเล็กเริ่มหัดเดิน เรียก ย่างพอจุ๊จ๊ะ.
จุจะฮะแล่นรีบร้อน กระวีกระวาด.
จุดปุ๊ดขาด ห้วน เช่นเสียงที่ขาดไปเรียก เสียงสุดจุดปุ๊ด.
จุนค้ำ ยัน เอาไม้มาค้ำเรียก จุนไว้.
จุ่นงาม น่ารัก.
จุนจูคนแก่ที่มีร่างกายงองุ้มเรียก เถ้าจุนจู อย่างว่า จุนจูเถ้าเถียงชมชามมอดน้อยหนึ่งแคล้วคาม้างเมื่อยจม (สังข์).
จุ่นบุ่นลักษณะที่มีเนื้ออวบอัดเรียก จุ่นบุ่น อย่างว่า แก้มจุ่นบุ่นกอดอุ่นยามหนาว คีงสาวเปกอดเย็นยามฮ้อน (บ.).
จุ่นพู่นสิ่งของที่กองรวมกันอยู่เรียก กองจุ่นพู่น เส้นผมที่ขาวทุกเส้นเรียก ขาวจุ่นพู่น ถ้าขาวบ้างดำบ้างเรียก ขาวจ่อนพ่อน.
จุบจับ จับมือเรียก จุบมือ ขายของได้ราคาเท่ากับซื้อมา เรียก จุบทึน.
จุบชุบ ย้อม ชุบหรือย้อมเรียก จุบ ย้อมครามเรียก จุบคราม ยอมครั่งเรียก จุบครั่ง ย้อมมะเกลือเรียก จุบหมากเกลือ ย้อมเขเรียก จุบเข ย้อมด่างเรียก จุบดั่ง.
จุ๊บจุ๊บเสียงดังอย่างนั้น เช่น ดูดก้นหอยจูบ ดังจุ๊บจุ๊บ.
จุบุสวย งาม คนหน้าตาสวยงามเรียก หน้าจุบุ สะบุ ก็ว่า อย่างว่า เจ้าผู้จุบุเนื้อองค์อาแก้วออก ทังย่าเจ้าบุญกว้างค่อยอยู่ดี (สังข์).
จุ่มจม ตกลงไป อย่างว่า เยียวท่อเวราฮ้ายอะเวจีจมจุ่ม บาปบ่กลั้วหนาแท้ที่ตน (ฮุ่ง) ยามเดียวหายจุ่มลงเมือพื้น (กา) มือบ่พายอย่าเอามือจุ่มน้ำ (ภาษิต) คนเซ็งเมี้ยนจมมวลละคาบ เป็นดั่งฟืนค่าข้อเลยซ้ำจุ่มวัง (ฮุ่ง).
จุ่มขาด ไม่พอ ตาย อย่างว่า สูจักกองกันตายจุ่มพงษ์พันธุ์เชื้อ (กา) เลี้ยงช้างเถ้าขายงาได้กินค่า เลี้ยงช้างน้อยตายจ้อยจุ่มทึน (กลอน).
จุ้มชุม วงศ์วาน ผู้ที่เกิดจากเชื้อสายเดียวกันเรียก จุ้ม จุ้มเจื้อ ก็ว่า.
จุ้มรวม สุมกัน เอาฟืนมากองสุมกัน เรียก ฟืนจุ้มกัน.
จุ่มกุ่มต้นไม้หรือภูเขาที่อยู่ในระยะไกลมองเห็นพอรางๆ เรียก จุ่มกุ่ม.
จุ้มกุ้มข้าวเปลือกกองใหญ่กองอยู่ในลานเรียก จุ้มกุ้ม.
จุมพิตจูบ จูบด้วยปาก (ป.ส.).
จุยรวม สมทบกลางทางเรียก จุย.
จุ้ยอ้วน น่ารัก เด็กที่อ้วนเรียก จุ้ย ตุ้ย ก็ว่า.
จุลเล็ก น้อย (ป.).
จู้นม อย่างว่า ดูดั่งเด็กแอ่วจู้เขินข้างแม่มา (สังข์) ยังบ่เห็นแม่เจ้ากินจู้แอ่วนมแลนอ (เวส) ขาก็เป็นหน่อฟ้าชายทอกทังสอง กือเมืองแพงยิ่งตาสองก้ำ มาดาน้อยหอหงษ์เป็นแม่ ตกแต่งให้นมจู้พร่ำหลาย (ฮุ่ง).
จูงจับด้วยมือเรียก จูง อย่างว่า พอเมื่อมหาชัยได้หมอเมืองทูลคอบ พระบาทเจ้าจูงน้องสู่ลิน (สังข์) เยื้อนพรากชู้ลืมเพศหลงโฉม นายควาญแขนแนบนำจูงขึ้น เจืองก็อาฮมฮ้อนหึระทัยทนสวาท ท้าวฮุ่งยินสะอื้นสะเอินชู้ชั่วไกล (ฮุ่ง).
จูดกระสอบ กระสอบเรียก จูด กระจูด ก็ว่า.
จูดเผา ทำให้ไหม้ เช่น เผาป่าเรียก จูดป่า เผาบ้านเรียก จูดบ้าน เผาเรือนเรียก จูดเฮือน จุด ก็ว่า จุดไฟเรียก จูดเพลิง อย่างว่า มโนในเพี้ยงไฟฮมเอ้าอั่ง ขิ่นเอย ปุนดังสุมจูดไม้ขอนขว้างแค่ดง (สังข์).
จูบดึง ดูด เวลาปล่อยว่าวลมจะดูดเอาว่าว เรียก ลมจูบว่าว อย่างว่า จูบจ้าวจ้าวคือว่าวติดลม เอาสำลีซับเลือดเรียก เอายองฝ้ายจูบเลือด.
จูบดมด้วยความรัก เรียก จูบ จูบชมดมขม่อม ก็ว่า อย่างว่า อดพอเชยชมช้อนเอาเฮียมชมจูบ (กา) นางก็ฮักแจ่มเจ้าชมจูบจอมขวัญ (สังข์).
จูบพูบอาการนอนคว่ำหน้าลง เรียก หมูบจูบพูบ.
จูมส่วนที่นูนในตอนกลางของฆ้องเรียก จูมฆ้อง ส่วนที่นูนขึ้นตรงหน้าอกทั้งสองข้างของหญิงสาวเรียก นมจูม นมตุ่ม ก็ว่า อย่างว่า นมตุ่มตั้งจูมฆ้องบ่ปาน (ขูลู).
จูมตูม ไม่บาน ดอกไม้ที่ยังไม่บานเรียก ดอกไม้จูม อย่างว่า มีดอกไม้บานบ้างพ่องจูม (กา) ทุกหมู่ไม้ซ้องซ่อเนืองนาย คอนคอนลมเบิกบนไควค้อม ออระทึมไม้เหมือยฮวายฮำกิ่ง บางจ่อบ้างจูมพร้อมพ่องบาน (ฮุ่ง).
จู่ลู่ชื่อนกชนิดหนึ่ง เรียก นกจู่ลู่.
เจงเลงใส จาง แกงที่มีน้ำมากมีรสจาง เรียก เจงเลง อย่างว่า ไทไกลนี้เจงเลงน้ำแจ่วข่า บ่คือใสติ้งหลิ้งไทใกล้น้ำแจ่วขิง (กลอน).
เจ้ยแฉลบ นกที่บินแฉลบไปมาเรียก บินเจ้ย อย่างว่า คาดชิบ่ได้บินมาคือนกเจ่า คาดชิบ่ได้บินเจ้ยเจิดหนี (ภาษิต).
เจ้ยหน้าผากที่ลาดลงหรือแหว่งไปข้างหนึ่ง เรียก หน้าผากเจ้ย อย่างว่า หน้าผากเจ้ยคือตักแตนโม ปากที่ไม่มีฟันเรียก คางเจ้ย อย่างว่า มีปากบ่มีแข้วพร้อมคางชิเจ้ยเจิดดัง (ย่า).
เจ้ยเสี้ยมปลายให้แหลม เช่น จะตัดต้นไม้ถากลงไปข้างเดียว เรียก ฟันเจ้ย ฟันเจิ้ม ก็ว่า อย่างว่า เผื่อเหนือตกใต้ไหลลงมากะพอแม่น มีดอี่โต้บ่เข้าให้ฟันเจ้ยแต่ไกล (ภาษิต).
เจริญเติบโต งอกงาม ทำให้งอกงาม สิ่งที่งอกงามไปโดยไม่หยุดยั้ง เรียก เจริญ จ่ำเริญ ก็ว่า อย่างว่า เรงญาฮู้ฮมเพิงท้าวฮุ่ง หมอคาดแล้วทูลไหว้จ่ำเริญ (ฮุ่ง).
เจ่านั่งเหงา คนที่มีลักษณะนั่งเหมือนนกเจ่าเรียก นั่งเจ่า อย่างว่า นกเจ่าดั้งเลียบล่ำคอยสา เห็นปลามาอยากกินแดดิ้น นกเต็นเต้นโตนลงกินก่อน นกเจ่าดั้งแหนหน้าเบิ่งดาย (กลอน).
เจ้าจอมมิ่งพระราชินี พระมเหสี พระอัครมเหสี มเหสีของพระเจ้าแผ่นดิน เป็นผู้มีอำนาจรองจากพระเจ้าแผ่นดิน เรียก เจ้าจอมมิ่ง อย่างว่า ท่อว่าคึดต่อเจ้าจอมมิ่งนางเมือง หลานก็อาดูรเฮวฮีบเตินตูเต้า (ฮุ่ง).
เจ้าติ่วช้างผู้มีอำนาจรองลงมาเรียก เจ้าติ่วช้าง อย่างว่า ทุกที่เที้ยนเซ็งซ่าบุญยวง ลือเกียรติตกต่างเชียงชมอ้าง เขาก็เชิญเถิงท้าวแองกากลอยกล่าว เจ้าติ่วช้างคนิงไว้จิ่งขาน (ฮุ่ง).
เจ้าแผ่นหล้าพระเจ้าแผ่นดินเรียก เจ้าแผ่นหล้า อย่างว่า ทุกที่แห้มหอมเผ่าไฟฟอน กลอยแฮงฮันฮอดเชียงเซาม้า เมือเถิงไท้ภูธรนบนอบ เจ้าแผ่นหล้าควรค้ามใคร่ชม (ฮุ่ง).
เจ้าแพงช้างพระราชโอรสเรียก เจ้าแพงช้าง อย่างว่า เมื่อนั้นพุ่งพุ่งพร้อมเชืองถ่าวอาลัว แจนแจนจัดโสรจสรวงสีล้าง ลางคนบายเอาผ้าใยบัวเลิงแลบ มาห่มเจ้าแพงช้างลูกจอม (ฮุ่ง).
เจ้าเมืองเจ้าผู้ปกครองเมืองเรียก เจ้าเมือง อย่างว่า งามแต่เข้าเฮ็ดนาแคมเหมือง งามแต่เมืองมีเจ้าผู้หนึ่ง (ภาษิต) เจ้าเมืองดีบ่เห็นแก่เงินแสนไถ้ เจ้าเมืองดีเห็นแก่ไพร่แสนเมือง (ภาษิต).
เจ้าลุ่มฟ้าพระเจ้าแผ่นดินเรียก เจ้าลุ่มฟ้า อย่างว่า ภูมิพนาเงื้อมแดนขุนขวางฮาบ สินส่วยเจ้าลุ่มฟ้าพันท้าวทอดมา (สังข์) มันก็นบนาถแล้วเลยเลิกลงไป เทียวทางจัดฮีบตีนเดินม้า คราวไกลผ้ายหลายยามยินแปบ เลยฮอดเจ้าลุ่มฟ้าทันที่คำวัง (ฮุ่ง).
เจ้าหมื่นม้าวเจ้าผู้มั่งคั่งด้วยทรัพย์สินเรียก เจ้าหมื่นม้าว อย่างว่า บัดนี้หลานก็ยินแคลนไฮ้เงินคำแสนสิ่ง ให้ออกเจ้าหมื่นม้าวใจแจ้งช่อยคูณ (ฮุ่ง).
เจาะควักลูกตาเรียก เจาะตา อย่างว่า เขือจงเอาความขึ้นทูลธรรม์เทวราช จริงเถิ้น ว่าแม่เจาะหน่วยแก้วถวายไท้พระยอดเมือง ว่าเนอ (สังข์).
เจาะเบาะงาม สดใส คนที่มีใบหน้างามสดใส เรียก หน้าเจาะเบาะ จุบุ ชะบุ ก็ว่า อย่างว่า จุบุหน้าใสงามสุดแจ่ม บาดว่ายัวรยาตร์ย้ายใจอ้าย๙ขาดดอม (ผญา).
เจิงเขยิน ฟันที่ยื่นยาวออกเรียก แข้วเจิง อย่างว่า ญิงใดทันตาแข้วขาวเจิงพ้นออก แม้นว่าเลี้ยงลูกเต้ามีได้ใหญ่สูง (คำสอน).
เจิดร่อนแฉลบ นกบินร่อนแฉลบเรียก บินเจิด อย่างว่า ฝูงหมู่ปักษีขุ้มบินลงเจ้ยเจิด มันก็จับง่าไม้ชมเล้มลูกไฮ (กา) มณีกาบยั้งเยื้อนเจิดเลยลง (หน้าผาก).
เจิ้มตัดต้นไม้โดยเอาขวานฟันเฉียงข้างเดียว เรียก เจิ้ม อย่างว่า เผื่อเหนือตกใต้ไหลลงมากะพอแม่น มีดอีโต้บ่เข้าให้ฟันเจิ้มแต่ไกล (กลอน).
เจียค้างคาว เจียขนาดใหญ่หรือเจียกา เรียก ค้างคาว อย่างว่า ว่าจักเดินดุ่งข้ามยังฝั่งจักรวาล คือคู่ตัวคังคาวคั่งตายตกไม้ หนูจักสงสการเมี้ยนมาหวนเห็นปีก นกเล่าได้ดูหน้าก็ใช่เฮา (ฮุ่ง).
เจียถู ขัด ไม้สำหรับถูฟันเรียก ไม้เจีย ถูฟันเรียก เจียฟัน อย่างว่า มหาเถรเจ้าเจียฟันล้างลูบ น้ำส่วยหน้าแครงไล้เบี่ยงบิง (สังข์).
เจี่ยขี่หลัง นำไปด้วยหลัง ให้ขี่หลัง เรียก เจี่ย อย่างว่า เหลือที่เมียมอบเนื้อขายอ่อนเอาทึนก็ดี มันบ่ยอมยังขอแอ่วเอาไปถิ้ม แล้วเล่าออยเอาอุ้มทังจูงบ้างเจี่ย เข้าป่าไม้ไกลพ้นประเทศคน (สังข์).
เจี่ยพูดประเล้าประโลม เรียก เจี่ยขวัญ อย่างว่า บัดนี้ภูวนาถน้อยเสด็จสู่บรรทมแลเด ใผจักเป็นดาราเจี่ยขวัญกลางห้อง เฮานี้ควรคูณน้อมนำนางมามอบ เดิมดั่งชั้นชั่วฟ้า เฮาฮู้แต่ลาง (สังข์) เจียมแต่ไกลเมืองชั้นเชียงเครือนอนป่า พี่ย่อมค้องคาล้ำเจี่ยขวัญ (ฮุ่ง).
เจี้ยกระดาษ เยื่อ เยื่อไม้ที่เอามาทำเป็นแผ่น เรียก เจี้ยตบ เอามาทำเป็นผ้าเรียก กาสาเจี้ย อย่างว่า สังเล่ากั้งด้วยผ้ากาสาเจี้ยชิขาดกลาง (กา).
เจี้ยกระดาษเป็นแผ่นสีเหลือง เรียก เจี้ยจังโก ใช้สำหรับประดับบั้งไฟ อย่างว่า เขาก็พันกระดาษเจี้ยเอาหุ้มห่อดี (ผาแดง).
เจียงเดือนแรกของปีเรียก เดือนเจียง เดือนอ้าย ก็เรียก เพราะเป็นพี่ของทุกเดือน โบราณจึงเรียก เดือนอ้าย อย่างว่า พอเมื่อเดือนเจียงข้อนเหมือยลินลมต่าว (หน้าผาก).
เจียงชื่อพรรณไม้จำพวกหนึ่ง ชอบเกาะอยู่บนต้นไม้ หรือค่าคบของต้นไม้ มีดอกสวยงาม เรียกชื่อต่างกัน เรียก ดอกเกียง เกียงลม เจียงลม ก็ว่า อย่างว่า มีทังกาวกะเล็นเกียงกลิ่นหอมโฮยเฮ้า (กา).
เจียมเคารพ ยำเกรง การเคารพยำเกรง เรียก เจียม อย่างว่า เจียมผีเถ้าเจียมเจ้ายืน (ภาษิต) ผ่อเห็นเลื่อนเลื่อนน้ำต้องตาดตีนภู พุ้นเยอ ไสวคนบ่าวเจืองเจียม ชู้เฮวลวาผ้ายภูหลวงลิวลี่ คึดฮุ่งผู้แพงล้านชั่วไกล (ฮุ่ง) ทังปวงน้อมประนมเจียมจำฮีต (สังข์).
เจียมระวัง รักษา รักษาคำพูดไม่ให้พลั้งผิดเรียก เจียมปาก อย่างว่า เจียมปากเจียมวาดไว้ยามสลั้งก็หากมี (ภาษิต).
เจียมแต่ ตั้งแต่ อย่างว่า เจียมจากห้องคีงฮ้อนเฮ่งไฟ (ฮุ่ง).
เจี้ยมจิ้งจก จิ้งจกเรียก เจี้ยม ขี้เจี้ยม ขี้เกี้ยม ก็ว่า อย่างว่า มีทังภุมราเกี้ยว กันลงซ้องพระเนตร เจี้ยมไต่เต้น โตนต้องบ่าขวา (สังข์).
เจียมแต่เกรงว่า อย่างว่า เจียมแต่เฮาหมายหมั้นหมายมาสมสู่ชมชื่นแล้วลาแล้วพี่จักเมือ (ฮุ่ง) เจียมแต่พรหมเพ็งสร้อยสมพราวบ่เตื้องต่อ (ลึบ).
เจียมทองกระด้ง กระเบียน กระด้งหรือกระเบียนคนโบราณจัดไว้เพื่อรอรับเด็กคลอดใหม่ ถ้าเป็นลูกพระราชามหากษัตริย์เรียก เจียมทอง อย่างว่า เขาก็โชมแจ่มเจ้าย้ายสู่เจียมทอง (สังข์).
เจียมปรางค์เจ้าหอสูง เจ้าหอคำ อย่างว่า ภูวนาถท้าวชั้นชื่อเงินยาง ทูลสารศรีป่ำปวงบาท้าว อันว่าเจียมปรางค์สร้อยสามศรีสาโรช บุญยื่นน้าวคีงค้อมแนบนอน (ฮุ่ง).
เจียมปรางค์น้อยนางกษัตริย์ อย่างว่า ผู้เผ่าท้าวเลยลวดเถิงนาง บาไทเลยกอดโซมเอาน้อง เจียมปรางค์น้อยยาขามเจ้าพี่ แพงเอย พี่จักเอาอ่อนเจ้าเมือสร้างแต่งเฮือน ซามแล้ว (ฮุ่ง).
เจียระกาลเวลายาวนานเรียก เจียระกาล อย่างว่า ข้ามขอบฟ้าหลายถ่ายเจียระกาล พอเมื่อเวรังคลายคอบคืนมาแท้ เกรงจักเสียกษัตรีย์เจ้าใจเมืองเมือท่าน เคราะห์ฆาตเข้าปีฮ้ายฮ่วมมา พระเอย (สังข์).
แจ่งมุม แจ ขอบ แจบ้านเรียก แจ่งบ้าน แจเมืองเรียก แจ่งเมือง อย่างว่า ชิเอาผัวเอาเมียให้ถามสี่แจ่งแจบ้าน ชิต้านชู้ให้ถามสี่แจ่งแจเมือง (ภาษิต).
แจ้งต้นแจง ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งใบเล็กเป็นร่มหนา คล้ายต้นตะไคร่น้ำ เรียก ต้นแจ้ง.
แจ้งแจ้ง สว่าง พระอาทิตย์สว่างเรียก ตาวันแจ้ง ตาเว็นแจ้ง ก็ว่า คนตาบอดใสเรียก ตาบอดแจ้ง อย่างว่า ตาบอดแจ้งบ่ฮู้ฮ่อมทางเดิน คันบ่แยงเงาหีน ชิบอดตายเท้าเถ้า (ภาษิต).
แจ่งแจ๊ะอาการยืนของเด็กเล็ก เรียก ยืนแจ่งแจ๊ะ.
แจ่งแฮ่งใบไม้ที่ถูกแมลงกัดเหลือแต่ก้าน เรียก แจ่งแฮ่ง.
แจ้ดเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงเลื่อยไม้แผ่นบางๆ ดังแจ้ด.
แจ๊ดเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงนกกาแวนร้อง.
แจ้นชื่อจานเล็กชนิดหนึ่งใช้รองถ้วยน้ำชา.
แจนแจนเสียงคนจำนวนมากพูดคุยกันเรียก แจนแจน อย่างว่า เมื่อนั้นพระบาทฮู้ท้าวท่านทังหก แจนแจนจากล่าวเชียงชมต้าน เฮานี้ชายเซ็งด้ามโดยลางรือต่าว เป็นเด การไป่เสี้ยงสมเบื้องบ่คืน ง่ายแล้ว (สังข์).
แจนแวนนกแจนแวน ชื่อนกชนิดหนึ่งเรียก นกแจนแวน อย่างว่า นกแจนแวนเป่าแคนอ้อมบ้าน (บ.).
แจบละเอียด ถี่ถ้วน อย่างว่า การใดให้คนิงดูแจ้งแจบ (กา) ปิดประตูหน้าต่างสนิทเรียก อัดแจบ ฟังชัดเจนเรียก แจ้งแจบ นอนหลับสนิท เรียก หลับแจบ อย่าว่า นางก็หลับแจบแจ้งมีฮู้เมื่อคีง (สังข์).
แจบแพบอาการหมอบโดยไม่เอาเท้าชิดกันเรียก หมอบแจบแพบ.
แจ่มใส กระจ่าง ชัดเจน ไม่มัวหมอง อย่างว่า เกศาเหลื้อมบัวทองเทิงแท่น กระจอนส่องหน้าขาวแจ้งแจ่มจันทร์ (ฮุง) สวยสดเรียก แจ่ม อย่างว่า แขนขวัญข้อยสีดาจันทร์แจ่ม งิ้วหนุ่มถ้วนแถมซ้ำเชิ่งระดู (สังข์).
แจ่วอาหารจำพวกน้ำพริกเรียก แจ่ว พริกที่ตำผสมปลาร้าเรียก แจ่วโคก พริกที่ตำไม่มีเครื่องผสมเรียก แจ่วไข่ พริกที่ตำผสมเครื่อง มีหัวหอม ขิง กระเทียม ข่า เรียก แจ่วหอม หรือ แจ่วบอง.
แจ้วแจ้วแสบจัด เช่น พริกเข้าตา เรียก แสบแจ้วแจ้ว อย่างว่า ใผอยากเห็นใจอ้ายให้มืนตาใสน้ำแจ่ว คันมันแสบแจ้วแจ้วใจอ้ายก็ดั่งเดียว (กลอน).
แจ้วแจ้วเสียงดังอย่างนั้น เช่น นกแก้วร้องเสียงดังแจ้วแจ้ว แก้วแก้ว ก็ว่า.
แจวแววชื่อนกชนิดหนึ่งเรียก นกแจวแวว อย่างว่า พิเศษแก้วโลมลูกสามศรี เทพาฮังฮืดปุนปองเฝ้า พอเมื่อแจวแววฮ้องสูรลางลงคว่า สองพี่น้องเมือห้วยอาบองค์ (สังข์).
แจะจิบ ชิม ลิ้มรส เช่น ชิมเกลือเรียก แจะเกลือ ชิมป่นเรียก แจะป่น ชิมแจ่วเรียก แจะแจ่ว.
แจ๊ะแก๊ะอาการที่เด็กนั่งถ่างขาออกนิดหน่อย เรียก นั่งแจ๊ะแก๊ะ.
แจะแจะเสียงดังอย่างนั้น เช่น คนเคี้ยวอ้อยเสียงดังแจะแจะ อย่างว่า แจะแจะแล้วดังมาโตะต่ง นึกว่าดีขนาดแท้เถถิ้มถ่ายเสีย (เสียวสวาสดิ์).
โจ่จ่อไว้ห่างๆ เช่น ยกมือขึ้นจะตี แต่ไม่ตีจ่อไว้ห่างๆ เรียก โจ่ จ้อ ก็ว่า.
โจ้ข้าวต้มที่ใส่น้ำมากๆ เรียก ต้มเข้าโจ้ อย่างว่า คันได้กินเข้าโจ้อย่าโงจ้ำแจ่วบอง (บ.).
โจ้ถกเถียงกัน การถกเถียงกันเรียก โจ้กัน โสกัน ก็ว่า อย่างว่า กินเข้าโต อย่าโสความเพิ่น (ภาษิต).
โจกแก้วน้ำ กระบอกสำหรับใส่น้ำเรียก โจก ทำด้วยไม้ไผ่เรียก โจกไม้ไผ่ ทำด้วยแก้วเรียก โจกแก้ว จะใช้ตักน้ำหรือตักเหล้ากินก็ได้.
โจกหัวหน้า คนผู้เป็นหัวหน้าเรียก โจก หัวโจก ก็ว่า อย่างว่า แต่นั้นออระม่อยหน้าแมนโจกชมคดี ยอมือทูลเหนือหัวกล่าวทางทุกค้าย (ฮุ่ง).
โจกชื่อปลาเกล็ดชนิดหนึ่ง คล้ายปลาจอกแต่ตัวใหญ่กว่า เรียก ปลาโจก.
โจกทีหลัง หลังสุด ล่าสุด ใช้สำหรับเล่นการพนัน คนผู้มีสิทธิ์เล่นคนสุดท้ายเรียก โจก.
โจ้กโจ้กเสียงดังอย่างนั้น เช่น น้ำตกจากภูเขาเสียงดังโจ้กโจ้ก หรือน้ำตาไหลก็เรียก ไหลโจ้กโจ้ก อย่างว่า น้ำตามันก็ไหลตกลงมาอยู่โจ้กโจ้ก (เวส) ฝนตกห้งไหลโฮมต่บ่อนขุม บ่อนใดสวดจุ้มบุ้มฝนโจ้กก็บ่ขัง (กลอน).
โจกโจ้นสูงโย่ง คนผู้มีลักษณะสูงโย่ง เรียก สูงโจกโจ้น สูงโค้งโย้ง ก็ว่า.
โจกโพกเส้นผมบนศรีษะขาวทุกเส้นเรียก หัวขาวโจกโพก.
โจกโหลกที่ลุ่มซึ่งเป็นแอ่งใหญ่ เรียก ขุมโจกโหลก.
โจ้โก้ข้าวของที่กองรวมกันจำนวนมากและสูง เรียก สูงโจ้โก้.
โจ่โค่อาการที่ผู้ใหญ่นั่งจับเข่า เรียก นั่งโจ่โค่.
โจ่งโจะอาการที่ยืนถ่างขาออกกว้างเรียก ยืนโจ่งโจะ.
โจ่งโป่งลักษณะของรูที่ใหญ่ มองเห็นทะลุตลอด เรียก ฮูโจ่งโป่ง.
โจเจอาการพูดเสียงดังของคนหมู่มาก ไม่รู้ว่าเสียงใครต่อเสียงใคร เรียก เว้าโจเจ.
โจดชื่อไม้ไผ่ชนิดหนึ่งในตระกูลไม้ไผ่ป่า ลำเล็ก เกิดในป่าโปร่ง หน่อทำเป็นอาหารกินได้ เรียก ไม้โจด ลำต้นเอามาทำเป็นไม้กวาด กวาดลานบ้าน ลานวัด.
โจดเล่าลือ เรื่องที่เล่าลือกันเรียก โจด โจดขาน ก็ว่า.
โจดโลดสิ่งของที่มีลักษณะเล็กและสูง เช่น ต้นไผ่ลำเล็กและสูง เรียก สูงโจดโลด ยาวโจดโลด ก็ว่า.
โจทถาม การถามเรียก โจท อย่างว่า แล้วคอบไท้โพธิราชบุญขวาง จอมธรรม์ธรงวาจาโจทเขาขุนเสื้อ ใผผู้เป็นแนวท้าวกุมภัณฑ์พงศ์กิ่ง กูจักตั้งแต่งให้เป็นเจ้าแจกปุน (สังข์).
โจ้นไก่ ที่มีลักษณะใหญ่และสูงเรียก ไก่โจ้น ไก่จ้น ก็ว่า อย่างว่า มือเบื้องซ้ายถือกระบี่ดวงคม สังวาลธรงเฮื่อเฮืองคำล้วน พอคราวแล้วเถิงแถใกล้ฮุ่งไก่ผู้โจ้นขันท้าฮุ่งมา (สังข์).
โจ้นสูง ใหญ่ คนที่มีลักษณะใหญ่และสูงเรียก คนโจ้น.
โจนโจสูง ชะลูด อย่างว่า อันว่าโจนโจนั้นหัวแกวท้าวกว่า หลานท่านได้วานนี้ค่ำควร (ฮุ่ง).
โจมประคอง ยกขึ้น การใช้มือทั้งสองจับแล้วยกขึ้น เรียก โจม อย่างว่า ซว่าซว่าฮ้องคับคั่งโฮมขวัญ เขาก็โจมจอมศรีใส่เพลาเพียรป้อน (ฮุ่ง) มารก็ทำเดชกล้ายิ่งกว่าแสนที่ โจมภูเขากึ่งมาเพม้าง บาคราญเปลื้องเผลียงศรผันผ่า ภูแตกม้างสะเด็นต้อง ถึกมาร (สังข์).
โจมจูบประคองขึ้นมาจูบ เรียก โจมจูบ อย่างว่า แขนชอนชู้โชมครางโจมจูบ ลิ้นแลกลิ้นปุนป้อนเปลี่ยนสลา (ฮุ่ง).
โจมเจี่ยประคองไว้ข้างหลัง เรียก โจมเจี่ย อย่างว่า เขาก็โซมแขนไท้ธีตาโจมเจี่ย ยังค่อยข้วมป่าไม้มาบ้านฮอดเชียง (ฮุ่ง).
โจ่ยโล่ยจืด จาง ไม่มีรส อาหารไม่มีรสเกลือ เรียก จางโจ่ยโล่ย คนหน้าจืด เรียก หน้าโจ่ยโล่ย.
โจรผู้ลักของ ผู้ปล้น ผู้ร้าย อย่างว่า มึงนี้แนวถ่อยฮ้ายหีนะโหดปาปัง มิใช่แนวเดียวกูต่างพงศ์พันธุ์เชื้อ เทียมดั่งโจโรฮ้ายชายชะเลชาติชั่ว สอนบ่ได้ลวนลึ้งดั่งลิง แท้แล้ว (สังข์).
โจรกรรมการลัก การขโมย การปล้น (ป.ส.).
โจ่โล่อาการนั่งนิ่งไม่พูด คอยฟังแต่คนอื่นพูด เรียก นั่งโจ่โล่.
โจษพูดกันเซ็งแซ่ เล่าลือกันอื้ออึง.
โจ้โหว้อาการนั่งอ้าปากกว้าง นั่งฟังคนอื่นพูดเรียก นั่งอ้าปากโจ้โหว้.
โจะหยุด พัก อย่างว่า โจะไว้ก่อน โจะกลอนไว้ก่อน เด็กสมควรพอดี ฮอดยามป้ายขึ้นขี่แล้วนาน้อง (กลอน).
โจ๊ะโก๊ะหน่อไม้ที่งอกขึ้นจากดิน เป็นหน่อใหญ่และสั้น เรียก หน่อโจ๊ะโก๊ะ.
ใจกล้าผู้มีใจเข้มแข็งไม่กลัวเกรงต่อภัยอันตรายและอุปสรรค เรียก คนใจกล้า อย่างว่า ยศโยคเจ้าฟ้าคื่นคนิงคุณ ฮมเพิงขานเหนี่ยวเจืองใจกล้า (ฮุ่ง).
ใจกว้างผู้มีใจกว้างขวางเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม เรียก คนมีใจกว้างขวาง อย่างว่า ขุนใหญ่พร้อมเมือมอบนมัสการ เขาก็ยำกุมารหน่อจอมใจกว้าง (สังข์).
ใจข้องผู้มีใจผูกพัน เรียก ผู้มีใจข้อง อย่างว่า ท่อแต่กีโสก้ำแดนใดหายห่วง แค้นแต่ข้าพระบาทเจ้าใจข้องขอดขนัง (สังข์).
ใจคดผู้มีใจไม่ซื่อตรง เรียก ผู้มีใจคด อย่างว่า ใจคดแท้ปุนไปแสนช่อง ต้านต่อหน้าแหนเฮื้องฮ่อมความ เพื่อนนอ (สังข์).
ใจคามผู้มีใจหนักแน่นไม่เกรงกลัว เรียก ผู้มีใจคาม อย่างว่า ขอแก่มหาจักร์เจ้าใจคามคนิงมาก จริงเถิ้น เชิญช่อยชี้บูฮานน้าวหน่วงสม แด่ถ้อน (สังข์).
ใจเคร่งผู้มีใจเข้มแข็งดุเดือด เรียก ผู้มีใจเคร่ง อย่างว่า เมื่อนั้นภูเบศรเจ้า ใจเคร่งคึดสงวน กำตาวเปืองแกว่งไกวกระจัดม้าง (สังข์).
ใจจอดผู้มีใจระลึกคิดถึง เรียก ผู้มีใจจอด อย่างว่า นับฮ่อถ้วนใจจอดเชียงเครือผินมาดาแม่คีงมาต้าน (ฮุ่ง).
ใจเจ็บผู้มีความทุกข์ใจ เรียก ผู้มีใจเจ็บ อย่างว่า ใจเจ็บแท้วันคืนฮ้อนฮ่อ ฮักบ่เกื้อกุมป้อนเปล่าแฮง (สังข์).
ใจแจ้งผู้มีใจบริสุทธิ์สะอาด เรียก ผู้มีใจแจ้ง อย่างว่า เมื่อนั้นฮมฮมพร้อมสาวศรีสงวนบ่าว อย่างว่าข้าท่านไท้ใจแจ้งโลภลวง (สังข์).
ใจแจ่มผู้มีใจสะอาดสดใส เรียก ผู้มีใจแจ่ม อย่างว่า เมื่อนั้นบุญสูงง้อมสองศรีใจแจ่ม ดีแก่เชืองแกว่นน้อมพาเข้าขาบถวาย (ฮุ่ง).
ใจบาปผู้มีใจเลวทราม เรียก ผู้มีใจบาป อย่างว่า อันหนึ่งยาลอนเลี้ยงคนโจรใจบาป จักเพื่อนข้องเข็ญฮ้ายฮ่วมเฮือน ลูกเอย (สังข์).
ใจเบ่งบ้าผู้ที่เสียใจจนหลงลืมตัว เรียก ใจเบ่งบ้า อย่างว่า เทื่อนี้เจ้าโลกล้านธรงแท่นเป็งจาล เคืองแคลนดอมลูกลุนฮามห้อง ใจเบ็งบ้าแปรปรวนเป็นโทษ พลัดพ่อไว้ปีเป้าพรากพงศ์ (สังข์).
ใจปล้ำผู้เป็นนักเสียสละกล้าได้กล้าเสีย เรียก คนใจปล้ำ อย่างว่า พ่อก็มีอาชญ์ให้ฝูงหม่อมมาวอน เคียดเพื่อมารมาเหงโคบเอาอาได้ พ่อก็กลอยใจป้ำปองมันมุดมอด คันว่าฮู้ข่าวเจ้าใจแจ้งสั่งคดี (สังข์).
ใจมอดผู้มีความเสียใจอย่างมาก เรียก ใจมอด อย่างว่า นางคั่งค้อยใจมอดมัวกระหาย หลานเดียวกูอย่าจำคำนั้น เทื่อนี้ทังแดนเสื้อแสนกือกองมาก เศิกหมู่ล้านรือน้อยบ่กลัวแม่เด (สังข์).
ใจมือมาตราตวงของโบราณ เท่ากับสี่ใจมือเป็นหนึ่งกำมือ.
ใจเมืองนางกษัตริย์ เรียก ใจเมือง อย่างว่า มีท่อเยาวยอดแก้วเป็นมิ่งใจเมือง นางลุนมีแม่เดียวเทียมท้าว ปรากฏแก้วสุมุณฑาธรงฮูป โฉมยิ่งเพี้ยงแพงไว้แว่นใจ (สังข์).
ใจโลกผู้เป็นใหญ่ในโลก เรียก ใจโลก อย่างว่า องค์กษัตริย์เจ้าเป็นจอมใจโลก แปดพันทวีปน้อมเป็นเจ้าแห่งเดียว (สังข์).
ใจวองแวงผู้มีใจเบาไม่หนักแน่น กระทบอารมณ์มักจะหันเหไปตาม เรียก ใจวองแวง อย่างว่า ยินแต่ความเพื่อนต้านฮวยเฮี่ยฮำหู นางนี้ใจวองแวงบ่เพิงฮอยฮ้าย (สังข์).
ใจวั่งผู้มีใจวังเวง ผู้มีใจเปล่าเปลี่ยว เรียก ผู้มีใจวั่ง ใจวั่งเว วั่งเว อย่างว่า ฮุ่งค่ำเช้าใจวั่งวอนกระสัน มีท่อสามศรีพอเพื่อนกันปางไฮ้ (สังข์).
ใจวายผู้มีใจเสีย ใจต่ำทรามเรียก ใจวาย อย่างว่า ส่ำหนึ่งพาโลล้นหลับตื่นสูรย์สวย ส่ำหนึ่งเป็นใจวายเปรียบมันมัวไฮ้ คนใดฮ้ายจาฮุนแฮงโลภ ลอนท่อเลี้ยงเสียหน้าเพื่อมัน ลูกเอย (สังข์).
ใจวิ้นผู้มีใจเกรงกลัว เรียก ใจวิ้น อย่างว่า จาระจาเข้มคำฟุนซีกซาก ภูวนาถน้อยใจวิ้นหว่ากลัว (สังข์).
ใจฮนผู้มีใจกังวล เรียก ใจฮน อย่างว่า จอมเมืองเจ้าใจฮนฮักไพร่ สนุกอยู่หลิ้นไพรกว้างม่วนระงม (สังข์).
ใจฮมผู้มีใจรัก เรียก ใจฮม อย่างว่า นางจันทร์เจ้าใจฮมฮักแม่ แม่ก็ฮักลูกแก้วกุมเกี้ยวจูบกัน (สังข์).
ใจฮู้ผู้รู้จักบุญคุณ เรียก ใจฮู้ อย่างว่า ผ่อเห็นฮวานฮวานส้วยวันเวียนตกต่ำ บุตตะราชเจ้าใจฮู้ฮ่ำคุณ (สังข์).
ไจด้ายที่ปั่นเต็มไนแล้วเก็บออกมาเรียกฝ้ายหนึ่งไจ สิบไจเท่ากับหนึ่งปอย. กรอง เกรอะ ต้มปลาร้าแล้วกรองเอาแต่น้ำ เรียก ไจปลาแดก เกรอะปลาแดก เตอะปลาแดก ก็ว่า.
ไจ้ชื่อปีที่หนึ่งในจำนวนสิบสองปี คือ ปีไจ้=ปีชวด ปีเป้า=ปีฉลู ปียี่=ปีขาล ปีเหม้า=ปีเถาะ ปีสี่=ปีมะโรง ปีไส้=ปีมะเส็ง ปีชะง้า=ปีมะเมีย ปีมด=ปีมะแม ปีสัน=ปีวอก ปีเฮ้า=ปีระกา ปีเส็ด=ปีจอ ปีไค้=ปีกุน. คัด เลือก คัดสิ่งเสียออกจากสิ่งดีเรียก ไจ้ ไซ้ ก็ว่า.
ไจ้ไจ้บ่อยๆ เนืองๆ คิดถึงเนืองๆ เรียก คึดไจ้ไจ้ จีไจ้ จีไจ้จีไจ้ ก็ว่า อย่างว่า เจ้าก็คิดเถิงบารมีธรรมเจ้าอยู่ไจ้ไจ้ (เวส).
จักหน่อยเล็กน้อย,อีกสักพัก
จับจูดเริ่มแบบไม่ได้ตั้งตัว , หรือไม่ได้ซ้อมกันมาก่อน ,ไม่ได้ตั้งตัว เป็นต้น
กบกินเดือนจันทรุปราคา
เจ้า

เธอ คุณ เอ็ง มึง

จื่อแหน่ใจ

รู้จักจำบางสิหัวใจ (พูดกับหัวใจตัวเอง) พูดเมื่อรู้สึกผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าให้จำความเจ็บปวดเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก

เจ็บคิง

ปวดเมื่อยไปทั่วร่างกาย

แจกใบตอง

ตัดเฉียง ตัดใบตองสูบยาเรียก แจกใบตอง แกกใบตอง

ใจ

กล้า ห้าว ไม่กลัวใครหน้าไหน