พจนานุกรมภาษาอีสานหมวด "ท"

คำศัพท์อีสานความหมาย
เทียรฆาอายุยืนนาน
ทะยานสวบทะยานคาบ
ท้าวคำแทนใช้นำหน้าเรียกคน
ท่งนาทุ่งนา
ท่อใด๋เท่าไหร่
เทื่อครั้ง
เทื่อนึงครั้งหนึ่ง
ทางพี้ทางนี้
ลุนภายหลัง
เทิบการวางซ้อนกันเป็นชั้น เทิน ก็เรียก
เทินการวางซ้อนกันเป็นชั้น เทิบ ก็เรียก
ทรงมีครรภ์เรียก ทรงคัพ อย่างว่า นางก็ทรงคัพได้หลายเดือนจวนประสูติ ก็บ่มีเหตุฮ้อนการฮ้ายเหยื่องใด (กลอน) มีธรรม เรียก ทรงธรรม อย่างว่า เมื่อนั้นปรางคำคลุ้มทรงธรรมคนิงมาก เห็นฮุ่งยามยอดแก้วเทียวใช้ชาติพระองค์ (สังข์).
ทวายทา ลูบไล้ ลูบไล้ของหอมที่ร่างกาย เรียก ทวาย อย่างว่า ฮามโฮยฮ้างทวายทาจันทร์อ่อน ฮามเปลี่ยนผ้ากาสาว์อิ้งลูบองค์ (สังข์).
ทวารประตู ประตูเรียก ทวาร อย่างว่า อันว่าเคหังห้องปักตูทวารบ่มีเป่ง (กา) แต่ว่าไขทวารห้องเป็นรือย้านหย่อนใผนนี้ (สังข์).
ทวารตูประตู ประตูเรียก ทวารตู อย่างว่า ยวงพลเท้าทวารตูตั้งเครื่อง (สังข์).
ทวารบาลนายประตู นายประตูเรียก ทวารบาล อย่างว่า จัดฮีบฮ้อนถามหมู่ทวารบาล (สังข์).
ทวีเพิ่มขึ้น มากขึ้น เพิ่มเป็นสองเท่าเรียก ทวี อย่างว่า ว่าจักเมือเทิงหรื้อแสนทวีควีคว่าง (ฮุ่ง).
ทวีปเกาะ ส่วนใหญ่ของแผ่นดิน ทวีปโบราณแยกเป็น 4 คือ ชมพูทวีป อุดรดุรุทวีป บุพพวิเหหะทวีป อมรโคยานีทวีป ทีป ก็ว่า อย่างว่า ฮองฮองนิ้วทูลเถิงทุกทีป (สังข์).
ทอออ ประดัง ออหรือประดัง เรียก ทอ เช่น ปลามาทอที่หนเต้อน หน้าลี่ หน้าไซ อย่างว่า เห็นว่าปลาทอต้อนหมายซิตำปลาแดก บาดห่าต้อนเจ้าหลูคูเจ้าฮ้งชิพายข้องปึ่งดัง (กลอน).
ทอจัด เตรียม เตรียมการ เรียก ทอ อย่างว่า ทังปวงพร้อมทอครัวครบหาบ เตินเพื่อนเผี้ยนงายแล้วเล่าไป (สังข์).
ท่อเท่า เสมอ เหมือน เท่ามือเรียก ท่อมือ เสมอกันเรียก ท่อกัน เหมือนกัน เรียก ท่อกัน คือกัน ก็ว่า อย่างว่า ซื่อท่อช้างฮ่างท่อแมว (ภาษิต).
ท้อกระทบ ปะทะ อย่างว่า น้ำถั่งท้อโตนต้อนคื่นเค็ง (กา).
ท่องไปมา ไปมาเรียก ท่อง ท่องเทียว เทียวท่อง ก็ว่า อย่างว่า แต่นั้นเมืองสองก้ำเป็นตะพานเทียวท่อง พระแม่เจ้าบุญกว้างแผ่ผาย (สังข์).
ท้องส่วนแห่งร่างกาย มีกระเพาะ ไส้พุง เรียก ท้อง อย่างว่า กินหลายท้องแตก แบกหลายหลังหัก (ภาษิต).
ทอดคลอด อย่างว่า นางนาถน้อยจวนท้องทอดนอน (กา).
ทอดนอน อย่างว่า ยักษ์ก็เลยทอดเนื้อนอนค้างแค่ดิน (สังข์).
ทอดทะเนิ้งเอกเขนก อาการนอนพิงหมอนหรือฝาผนัง เรียก นอนทอดทะเนิ้ง อย่างว่า ฝันว่าหนูเข็นฝ้ายแมวบักลายนั่งเบิ่ง แมวเล่าทอดทะเนิ้งจาต้านต่อหนู (ผญา) ท้าวก็ทอดทะเนิ้งหมอนแก้วแส่วคำ (ผาแดง).
ทอนเพิ่ม เติม อย่างว่า ชะพาดพร้อมกวนเกิบกินเมา ภูธรเดินเที่ยนผามยังน้ำ เขาก็ประนมมือไหว้เชียงคราญยังหย่อน พระบาทให้กินซ้ำตื่มทอน (ฮุ่ง).
ท่อนส่วน ดุ้น อัน ไม้ที่ตัดเป็นส่วน เรียก ท่อน เช่น ไม้ท่อนหนึ่ง ฟืนหนึ่งท่อน.
ท้อนรวม กองไว้ คนมารวมกันเรียกท้อน อย่างว่า โยธาท้อนศาลสูงเมี้ยนหาบ ควาญเกี่ยวช้างลงเท้าท่าเพียง (สังข์) จัดดอกไม้มาท้อนที่เดียว (โส).
ทอนท้อเปล่าเปลี่ยว เดียวดาย ลำบาก อยู่โดดเดี่ยวไม่มีที่พึ่งเรียก ทอนท้อ อย่างว่า มินชิทุกข์ยากฮ้อนทอนท้อพ่อบ่มี (กลอน).
ท้อนฝุ่นแปรรูป การทำพิธีแปรรูปคนที่ตายแล้วเพื่อเก็บเอากระดูกมาบรรจุเรียก ท้อนฝุ่น อย่างว่า ถวายเพลิงท้าวกุมภัณฑ์ท้อนฝุ่น (สังข์).
ทอบย่น ย่อ ย่นระยะทางให้สั้นเรียก ทอบ อย่างว่า สามโยชน์ได้เทวะท้าวทอบคราว (กา) เสกคาถาทำกระดูกที่แตกหักให้ติดกัน เรียก ทอบดูก เสกแผ่นหนังให้เล็ก เรียก ทอบหนัง.
ทอมทะนุถนอม อย่างว่า เลี้ยงช้างเถ้าขายงาได้กินค่า เลี้ยงช้างน้อยทอมหญ้าได้ขี่ดน (ผญา) กูจักตวยตามถ้าถนอมบาทอมกอด (กา) ยูท่างทอมกุมารใหญ่สูงสอนหน้า (สังข์).
ท่อมกระท่อม กระท่อมสำหรับเก็บข้าวเปลือก เรียก ท่อมเข้า ซ่อมเข้า ก็ว่า.
ทอยไม้ลิ่มสำหรับตอกต้นไม้ เพื่อเหยียบขึ้นไปตีผึ้งรวง ซึ่งรวงผึ้งนั้นจับอยู่ตามกิ่งไม้ต้นใหญ่ๆ สูงๆ เรียก ตอกทอย.
ทอยทุ่นเบ็ด เวลาตกเบ็ดเผียกจะต้องผูกทอยไว้เป็นระยะ ทุ่นเบ็ดที่ผูกไว้เป็นระยะนี้เรียกว่า ทอยเบ็ด ปิ่มเบ็ด ก็ว่า.
ทอยแม่สื่อ แม่สื่อที่ติดต่อให้ชายหญิงรักกัน เรียก แม่ทอย แม่เชย ก็ว่า.
ท่อไยเล็กเท่าเส้นไหมหรือใยบัวเรียก ท่อไย อย่างว่า กูบ่มีหย่อนย้านผีเสื้อท่อไย (กา).
ท้อล้อไม้ท่อนกลมๆ สำหรับรองท่อนไม้ใหญ่เวลากลิ้งไปเพื่อจะยกขึ้นเลื่อย เรียก ไม้ท้อล้อ.
ท่อว่าทว่า เท่าว่า ทว่าเรียก ท่อว่า อย่างว่า ท่อว่ากุมารในอุทรโทษคามคนฮ้าย (สังข์).
ทะเป็นพยัญชนะอาคม ไม่มีความหมายของตนเอง ใช้นำหน้าคำอื่นในบทกลอนเพื่อให้เกิดความไพเราะ เช่น ไล เป็น ทะไล อย่างว่า เชิญพี่น้องทะไลลาลงเพื่อน ลอน เป็น ทะลอน อย่างว่า จวงจันทน์คู้ทะลอนหอมแต่มื้อใหม่ มื้อเก่ามาล่วงล้ำจันทน์คู้ก็เล่าเหย (ผญา).
ทะนานเครื่องตวงอย่างหนึ่ง ทำด้วยกะลามะพร้าว เรียก ทะนาน ชื่อมาตราตวงโบราณชนิดหนึ่ง ยี่สิบทะนานเป็นหนึ่งถัง อย่างว่า วันโชคได้ทะนานน้อยเหมือดมัน (สังข์).
ทะม่าวเผ่น โผน โจน เผ่นไป เรียก ทะยาน สะยาน สักกะยาน ก็ว่า อย่างว่า มณีกาบม้าทะยานคาบกุมขบ (กา) ยักษ์ใหญ่ย้ายทะยานฮอดปุนเปือง กุมเอานางนงพราวพรากพลพลันได้ (สังข์).
ทัวระกรรมการทำให้ได้รับความลำบาก เช่น ถูกฆ่าตีบีท์โบยเกือบจะเอาชีวิตไว้ไม่รอด เรียก ทัวระกรรม.
ทานการให้อภัยแก่คนที่ทำล่วงเกิน อภัยทานการให้อภัยนี้ เป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ ใครให้ได้จะปราศจากความอาฆาต มาดร้าย จะประสบแต่ความสุขความเจริญ.
ทารุณกรรมการกระทำอย่างโหดร้าย (ส.).
ท้าวคำเรียกชื่อลุกชายว่า ท้าว เรียกลุกสาวว่า นาง ถือเป็นคำยกย่องสุภาพกว่าเรียกชื่อจริง.
ท้าวคำนำหน้าลุกเจ้านายหรือผู้มีตำแหน่งในทางปกครอง ว่า ท้าว เช่น ท้าวโพธิสาร ท้าวโพธิราช.
ทาสีผู้หญิงที่ยอมตัวเป็นคนรับใช้ เรียก ทาสี (ป.) อย่างว่า ขออ้อนท้าวยอมโทษปางเดียว ฮู้ว่าเป็นทาสีบ่ขืนขอไหว้ เขาก็ขืนคำไหว้ราชาท้าวเจื่อง พระบาทผู้คีงค้อมด่วนไป (ฮุ่ง).
ทำเตะ ถีบ ใช้เท้าเตะหรือถีบเรียก ทำ อย่างว่า อาชานัยเปื้องยอตีนทำถีบ (กา) มือแข็งกร้าวตีนมือทำถีบ (สังข์).
ทำทานงูสามเหลี่ยม งูสามเหลี่ยมเรียก งูทำทาน เป็นงูมีพิษ ลายเป็นปล้องๆ อย่างว่า แนวนามเชื้อทำทานปล้องถี่ คันได้ตอดพี่น้องบ่ทันได้สั่งใผ (กลอน).
ทำเนียมฮีต ครอง ประเพณี อย่างว่า เหตุไป่เคยคลองฮู้ทำเนียมในพระราช ผิดถืกให้จอมเจ้าค่อยสอนแด่เนอ (สังข์).
ทำมะลาโรคคอตีบ ชื่อโรคชนิดหนึ่งเมื่อเป็นเศลษม์จะขึ้นมาอัดที่รูคอ หายใจไม่ได้ โบราณเรียก ทำมะลากักกึก ถ้ารักษาไม่ถูกวิธีอาจตายได้ในทันที โบราณให้เอารากมะเฟืองส้ม ฝนใส่เหล้าขาวใช้อมหรือกินก็ได้จะหายทันที.
ทิกร่อนสะบัด เช่น จะฝัดกากข้าวออก ใช้กระด้งร่อนสะบัด การร่อนสะบัดโบราณเรียก ทิก อย่างว่า กระด้งฝัดเข้าเทียวเด้าแต่โมม สองมือโจมเทิงทิกเทิงฮ่อน ให้กูเด้าเสียก่อนมันจั่งชิไค มันชิทีกำไรกว่าด้งกว่าด้ง (บ.).
ทิงกระบอกใส่น้ำ กระบอกใส่น้ำทำด้วยไม้ไผ่เรียก ทิง บั้งทิง ก็ว่า อย่างว่า คันชิเทียวทางกว้างให้หาฮ่มบังหัว คันชิไปทางไกลไถ่ถงให้มีพร้อม คันชิเทียวทางเวิ้งให้หาทิงบั้งใหญ่ คันชิขึ้นต้นไม้ให้หาท้างปล่องลง (ย่า).
ทิตคำนำหน้าชายที่เคยบวชเป็นพระมาแล้วว่า ทิต คำว่า ทิต น่าจะย่อมาจากคำว่า บัณฑิต เพราะผู้บวชได้ศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรม สมควรเรียก บัณฑิต เหมือนบัณฑิตในสถาบันการศึกษาในปัจจุบัน.
ทีน้ำประสาน น้ำยาใช้ประกอบในการบัดกรี เรียก ที จอด ก็ว่า เช่น จอดโอ จอดขัน จอดตุ้มหู จอดสายสร้อย.
ทีครั้ง คราว หน ลำดับ ครั้งหนึ่ง เรียก ทีหนึ่ง คราวหนึ่ง เรียก ทีหนึ่ง หนหนึ่ง เรียก ทีหนึ่ง อย่างว่า เชิญพระมือเป็นเจ้าเล่าสองที (บ.).
ทึกทึกเสียงดังอย่างนั้น เช่น ม้ากระทืบโรง ดังทึกทึก ตึ๊กตึ๊ก ก็ว่า.
ทึงไม้พลวง ไม้พลวง เรียก ต้นทึง เป็นไม้ขนาดใหญ่ ใบใหญ่ ใช้ห่อสิ่งของที่ใหญ่ๆ ได้ เช่น ห่อคน ในวรรณคดีอีสานเรื่อง ขุนทึง.
ทึ้งเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงตีกลองดังทึ้งทึ้ง ตึ้งตึ้ง ก็ว่า.
ทึดทึ้งนกทึดทือ นกที่ร้องเสียงดังทึดทึ้งเรียก นกทึดทือ นกขี้ถี่ ก็ว่า อย่างว่า ใผชิหลิงเห็นใส้ตับไตนกขี้ถี่ มันหากฮ้องทึดทึ้งใจเลี้ยวใส่กระปู (ผญา).
ทึดทึดเสียงอื้ออึง เสียงอึกทึก เช่น เสียงนกเป็นจำนวนมากบินขึ้นพร้อมกันดังทึดทึด.
ทึนทุน ของเดิมหรือเงินเดิมที่มีไว้เพื่อหาผลประโยชน์ เรียก ทึน อย่างว่า ความคึดมีบ่แพ้ทึนชิค้าหากบ่มี (ภาษิต).
ทื้นจิก ดึง แร้งจิกหมาเน่าเรียก แฮ้งทื้นหมาเน่า ดึงโดยแรงเรียก ทื้น อย่างว่า แต่นั้นเหนพากย์ข้อแขกล่าวกวนฟุน มือทวายผมแยกคืนกำทื้น โยธาเที้ยนฝูงขุนเหง้าใหญ่ ทุกที่ขึ้นเมือห้องคั่งคน (ฮุ่ง).
ทุคตะคนเข็ญใจ คนตกทุกข์ คนได้ยาก เรียก ทุคตะ.
ทุ่มตีกลองน้ำ อย่างว่า นางพ่องทวายทุ่มน้ำดังก้องดั่งกลอง (กา).
ทูบมองหลังคาครกกระเดื่องเรียก ทูบมอง เทิบมอง ก็ว่า.
เท้าสารชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง คล้ายหวายแข็ง ใช้ทำเป้นแส้ถือได้ เรียก ไม้เท้าสาร.
เทิงบน เหนือ สูง บนเรือนเรียก เทิงเฮือน อย่างว่า ขุนอยู่ล้อมหลายชั้นลุ่มเทิง (สังข์) ภูธรขึ้นเมือเทิงโรงราช (ฮุ่ง) พระบาทชี้เชิญราชเมือเทิง (กา) ยนยนย้ายชามลายเลียนสาด เหลือแต่ห้องโฮงฮ้านลุ่มเทิง (ฮุ่ง). ทั้ง ทั่ว ทั้งบุญทั้งบาปเรียก เทิงบุญเทิงบาป อย่างว่า เทิงหลายเพิ่นแพงชิ้นปูปลายามอึดอยาก อันความปากความเว้าบ่ได้ซื้อแพงไว้เฮ็ดอิหยัง (ภาษิต) คำว่า เทิง กับ ทัง มีความหมายเหมือนกัน ใช้แทนกันได้.
เที้ยนทั่ว ทั้งหมด ตลอด อย่างว่า ฝันว่านาคราชขึ้นเทิงแท่นสถานทอง ฮงฮงเฮืองหอนคำหมื่นตัวเต็มห้อง ฝันว่ากลองหลวงเที้ยนคนตีเตินป่าว เสียงสนั่นเท้าทังฆ้องหากดัง (ฮุ่ง).
เทื่อครั้ง คราว หน ครั้งเดียวเรียก เทื่อเดียว อย่างว่า หลานจ่งเห็นแก่ข้าขอเจ้าเทื่อเดียว นี้แล้ว (สังข์).
แทกวัด กำหนดให้รู้ขนาดเรียก แทก อย่างว่า ไม้บ่ทันแทกด้ามอย่าได้ฮ่าวฮอนตัด เกรงจักเสียภายลุนชิโพดมือเมือหน้า (ภาษิต).
โทสองหรือชั้นสอง การจัดอันดับบุคคลเป็นชั้น ชั้นเอก เป็นชั้นหนึ่ง ชั้นโท เป็นชั้นสอง ชั้นตรี เป็นชั้นสาม.
ไทพวก หมู่ เหล่า อย่างว่า จงใจหอมไพร่ไททังค้าย (สังข์) ไทไกลนี้เจงเวงน้ำแจ่วข่า บ่ท่อใสติ้งหลิ้งไทใกล้น้ำแจ่วขิง (ภาษิต).
ไท่ไถ้ ไท่โบราณมี 2 ชนิด คือ ไท่เงินและไท่เข้าสาร ไท่เงินเย็บด้วยผ้าไม่กว้างแต่ยาว สำหรับใส่เงินเหรียญ เงินฮาง เงินลาด เงินหมากค้อ เวลาไปค้าขายจะใส่ถุงคาดเอว ส่วนไท่ข้าวสารสำหรับใส่เข้าสารเวลาไปค้าขายทางไกล ใช้หาบหรือคอนไป.
ไท้ผู้เป็นใหญ่ ผู้เป็นหัวหน้า อย่างว่า เสด็จล่วงขึ้นเถิงไท้ขาบทูล (กา) ดอกหนึ่งฟ้าสนั่นก้องเวหา ดอกหนึ่งสถานกงญายอดไท้ ดอกหนึ่งซอมแซมหยาหลายกาบ ดวงดาดดวงละไล้ลูบไล้ลืมวาง (ฮุ่ง).
ไทยทานของควรให้ ของควรถวายพระสงฆ์ได้แก่ปัจจัย 4 มีผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย ยาแก้ไข เรียก ไทยทาน ไทยธรรม ก็ว่า.
ไทระเม็งตัวละคร ตัวละครเรียก ไทระเม็ง อย่างว่า ไทระเม็งเหล้นตามทางเต้นไต่ ใผจักเหงาหง่วมเศร้าสูญบ้างบ่มี (สังข์).
ทั่วทีปทั่วแดนทั่วพื้นที่ ครบทุกพื้นที่ ทั่วทวีป ทั่วทุกดินแดนก็ว่าได้