พจนานุกรมภาษาอีสานหมวด "ป"

คำศัพท์อีสานความหมาย
ไปคัก ๆไปแน่นอน
ป่นน้ำพริก
ปลาแดกบองปลาร้าทรงเครื่อง, ปลาร้าบอง เป็นการนำปลาร้ามาปรุงรสด้วยพริกป่น, ข่าสับ, ใบมะกรูดซอย, ตะไคร้ซอย บางท้องที่ใส่มะเขือเทศด้วย
ปลาจ่อมเป็นอาหารหมัก คล้ายปลาร้า ได้จากการนำปลาขนาดเล็กมาล้างทำความสะอาด หมักกับเกลือผสมข้าวคั่ว และกระเทียมบด บรรจุในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท หมักในระยะเวลาที่เหมาะสมจนมีรสเปรี้ยวควรทำให้สุกก่อนบริโภค และยังสามารถนำกุ้งฝอยมาทำได้เช่นกัน เรียกว่า กุ้งจ่อม
ปะปล่อยทิ้ง
ไปไสไปไหน
ป้อยด่าด่า
แปดเปื้อนเปรอะ
แปนโล่ง,เอี่ยม,ราบคราบ
ปากพูด
ปูสาดปูเสื่อ
เป็นตาหัวน่าขำ,น่าหัวเราะ
เป็นหยังเป็นอะไร, ทำไม
แปงซ่อม
ไปยามไปเยี่ยม
ปิ้นพลิกกลับขั้น
ไปฮอดไปถึง
ไปทางพี้ไปทางนี้
เป็นหยังบ่เมือทำไม ไม่กลับ
ไปเฮ็ดเวียกไปทำงาน
ปึกแป้นปีกโง่จนเกินคำบรรยาย
ปานทางไปนาสถานที่ที่เดินทางไปบ่อยครั้ง จนคุ้นชิน
เป็นตางึ๊ดน่าฉงน
ปึกโง่,เรียนไม่เก่ง
เป่นจั๊งบุญ เดชะบุญ
เป่นต่าน๊ายน่าเบื่อหน่าย
ปลาแดกปลาร้า เป็นการถนอมอาหารชนิดหนึ่ง
ป่นชื่อกับข้าวชนิดหนึ่งถือเป็นอาหารหลักและเป็นอาหารชั้นสูง เช่น ป่นกบ ป่นปลา ป่นเขียด ป่นชิ้น อย่างว่า คันได้กินปลาแล้วอย่าลืมปูปะปล่อย ลางเทื่อปลาขาดข้องยังชิได้ป่นปู (ย่า).
ปบเร่ง ด่วน วิ่ง ทันทีทันใด อย่างว่า เขาก็ปบฟั่งฟ้าวมาต้อนลัดทาง (กา).
ประดง (โรค)ชื่อโรคจำพวกหนึ่ง มีหลายชนิด เกิดตามผิวหนัง มีอาการคัน.
ประดงชื่อพรรณไม้จำพวกหนึ่ง
ปลาแดกปลาร้า ปลาร้าที่ทำตามวิธีจะเป็นปลาเล็ก ปลาใหญ่ เป็นอาหารหลักของชาวอีสาน ถ้าทำอาหารขาดปลาแดกอย่างเดียวรสจะไม่อร่อย การทำปลาแดกเป็นการถนอมอาหารที่เก็บไว้กินได้นานเป็นปี ถ้าเอาสัตว์ชนิดอื่นมาทำจะไม่เรียกปลาแดก แต่เรียกว่า น้ำเค็มเช่น น้ำเค็มกบ
ปลาแดกต้วงปลาร้าที่มีรสหอมหื่น เรียก ปลาแดกต้วง ใช้ตำหมากหุ่ง ถ้าตำหมากหุ่งขาดปลาแดกต้วง รสจะแซบแต่ไม่นัว ขาดรสนัวอย่างเดียวความแซบชิเหมิดไปเคิ่งหนึ่ง อย่างว่า อย่าลืมซุบหมากมี้ของดีตั้งแต่ปู่ อย่าลืมปลาแดกต้วงตำส้มหมากหุ่งเฮา (เสียว).
ปลาน้อยชื่อปลาส้มชนิดหนึ่ง ทำด้วยปลาตัวเล็กๆ ถ้าทำให้ถูกวิธีจะมีรสอร่อยแซบนัวหลาย ถ้าไม่ถูกวิธีส้มจะเน่าจะกลายเป็นส้มโอ่ไป การทำส้มปลาน้อยเป็นการถนอมอาหารที่ดีชนิดหนึ่ง.
ป่วงเสียสติ อย่างว่า คึดลูกเจ้าติ่วสร้อยเป็นบ้าป่วงวิน (กา) พ่องฟั่งฟ้าวเชิญแม่เมืองหลวง ขวัญหากปันเป็งจาลจ่องเนาแนนน้อง แดนแต่ฮามนงหน้าหายสีฉันป่วย ว่าไข้คีงบ่ฮ้อนกระบวนกลั้นป่วงเสนท์ นั้นแล้ว (สังข์).
ป่อนยื่นอาหารเข้าปาก เรียก ป่อนเข้าปาก คนที่เทวดาส่งลงมาเกิด เรียก ป่อน อย่างว่า ผิหากขอดแต่ฟ้าแนนน้าวป่อนลง (กา) คือคู่อินทร์หล่อแล้วพรหมปั้นป่อนลง (หน้าผาก).
ป้อยแช่ง ด่า อย่างว่า มันก็ปองมิ่งแก้วโลมลูบจอมขวัญ เมื่อนั้นนางคราญขมเคียดเค็มปุนป้อย ดูราชายโทนเถ้ายักโขผีเผด มึงหากกดวาทเว้ามีได้เวทนา ท่านเอย (สังข์).
ปัวรักษาพยาบาล เรียก ปัว อย่างว่า เป็นไข้คีงบ่ฮ้อนใผชิฮู้ฮ่อมปัว (ผญา) ฟังยินแถถวิลฆ้องกลองยวงเค้าคื่น พุ้นเยอข้าค่อมผู้สองเอื้อยปิ่นปัว (สังข์) พุ่งพุ่งข้าแปลงตูบตองงวน ยนยนเขาฮีบเฮวเซายั้งผลควรไท้เมือหอเทิงแท่น ยังท่อข้าสาวใช้ช่วงปัว (ฮุ่ง).
ป่างช่างเขาควายที่กางออกกว้างเรียก เขาลาป่างช่าง ถ้าตัวเล็กว่า เขาลาแป่งแช่ง อย่างว่า แป่งแช่งหมาน้อยเหยียบไฟ เหยียบบาดใด๋ขาลาแป่งแช่ง (บ.).
ปาดชื่อขนมชนิดหนึ่ง คล้ายขนมเปียกปูน เทใส่กระด้ง เวลาต้องการใช้มีดปาดเอา เรียก เข้าปาด อย่างว่า กินเข้าต้มหมอยล้มลาดฟาด กินเข้าปาดหีแหลวเอ้เล้ (บ.).
ป่ายเหวี่ยงพาดไป เรียก ป่าย อย่างว่า มึงนี้คือคู่หนูชิงน้อยเล็มเลียคมดาบ จริงรือกูจักเปื้องป่ายแผ้วศรซ้ำมิ่งมรณ์ แท้แล้ว (สังข์).
ป๊กมีเสียงดังอย่างนั้น เช่น ของหนักตกลงถูกที่แข็งเสียงดังป๊ก อย่างว่า ตกใส่น้ำดังป๊ก ตกใส่บกดังท่วน ตกใส่ป่าหญ้าปล้องดังก้องทั่วเมือง (เสียว).
ปฐมกรรมชื่อพิธีกรรมแบบหนึ่งซึ่งกษัตริย์ในครั้งโบราณกระทำแก่ผู้เป็นปรปักษ์ของตน.
ปณมกราบไหว้ อย่างว่า เมื่อนั้นนิมนต์พร้อมสังโฆโฮมฮีบ ประดับนาคแล้วปณมเท้าที่ควร (สังข์) สุปีนังนั้นพระองค์ฝันเห็นหลาก แล้วท่อนี้ปณมไหว้ที่ยำ ก่อนแล้ว (สังข์).
ป๊ดมีเสียงดังอย่างนั้น เช่น เชือกขนาดใหญ่ที่ถูกตัดหรือดึงขาด เสียงดังป๊ด.
ปถพีแผ่นดิน อย่างว่า ช้างตื่นเต้นเต็มแผ่นปถพี (กา) อันแต่ลวงชายล้ำปถพีพื้นโลกเอานี้ ใผจักมามอดม้างมรณ์อ้ายอย่าหวัง (สังข์).
ปทุมมามเหสีคนหนึ่งของพระเจ้ากุศราช ซึ่งกล่าวไว้ในหนังสือสังข์ศิลป์ชัยว่า เมื่อนั้นออระไหม่หน้านางนาฏปทุมมา ทูลธรรม์ยำซู่ล่วงเลยไหว้ ยังค่อยศรีเสถียรด้วยบุญคุณพระบาท แค้นเพื่อลูกจากเจ้าภายพุ้นพรากมา นี้แล้ว (สังข์).
ปนเจือ คละ ประสม ระคน อย่างว่า ฟังยินซุงพาทพร้อมปนปี่แถมแก นางกะสิงประดับแกว่งแพนเฟือยฟ้อน เสียงฉันแก้วกินรีฮ้องฮ่ำ ประดับคาดฮ้อยเฮียงเส้นคาดคีง (สังข์).
ประใช้เติมหน้าคำอื่น เพื่อให้คำหนักแน่นขึ้น เช่น ชิด เป็นประชิด จิด เป็นประจิด อย่างว่า ทรงเพศเพี้ยงประจิตฮูปกินรอน พระเกษาผมดั่งนิลนางย้อม ทรงกระจอนต้างเลาคำประดับดอก อินทร์แต่งพร้อมโฉมเจ้าลวดลง แลรือ (ฮุ่ง).
ประกอบเสริม เพิ่มเติม อย่างว่า สังข์ประกอบชี้แปวปล่องทูลถวาย ยามนี้องค์มารมันแอ่วไพรพงด้าว ยังแต่องค์อาฮั้งเนาในปรางเปลี่ยว ถวายบาทเจ้าใจแจ้งจ่งปองเถี่ยวเถิ้น (สังข์).
ประกันชื่อนครหนึ่งในวรรณคดีเรื่องท้าวฮุ่งหรือเจือง อย่างว่า นางกว่าผู้ผ่านพื้นเมืองใหญ่ประกันหลวง ผัดว่าแยงพานคำลูกจอมใจกล้า สิ่งทองย้อยมันแหลมฮำปาก เฮาจักเมี้ยนชั่วชึ้นเมือฟ้าเพื่อนพรหม (ฮุ่ง).
ประจำเมืองชื่อดาวพระศุกร์ที่ขึ้นในเวลาหัวค่ำ.
ประจุบันปัจจุบัน (ป. ปจฺจุปฺนฺน).
ประแจกุญแจ กระแจ ก็ว่า.
ประตูช่องทางเข้าออกของบ้านเรือน เรียก ประตู ปักตู ก็ว่า อย่างว่า เคหังห้องปักตูทวารบ่มีเป่ง (กา).
ประทมบรรทม การนอนของเจ้านายเรียก บรรทม ผทม ก็ว่า.
ประทวนจัด เตรียม อย่างว่า ประทวนพลเสด็จล่วงเมือปรางค์แก้ว (กา).
ประทายค่าย ป้อม (ข.).
ประทายเจดีย์ทราย การกวาดเอาทรายมากองไว้แล้วประดับด้วยธงทิวเรียก กองประทาย กองพระทาย ก็ว่า.
ประทายหินปูนสำหรับก่อเจดีย์หรือก่อพระพุทธรูป เรียก หินประทาย ดินประทาย ก็ว่า.
ประภาแสง แสงสว่าง แสงไฟ (ป. ปภา).
ประหิดนกขี้กะเดียน เรียก นกประหิด.
ประเหียนนกกระแดดเด้า เรียก นกประเหียน อย่างว่า กับทั้งเนื้อนกเลี้ยงประหิดเยนหงส์เห็บ ขัวค่อคุ้มกระทากี้ก่างตอง (สังข์).
ประเหียลเปรียบเทียบ เรียก ประเหียล อย่างว่า เมื่อนั้นบากล่าวแก้ฝูงนาคนาคี เพิ่นก็เซ็งชาวเฮาฮูปประเหียลเหมือนแต้ม พี่ก็กลอยใจดั้นดงขวางข้วมหลิ่ง มาแล้ว ดั้นหมื่นมื้อประสงค์น้องซู่นาง นี้แล้ว (สังข์).
ประฮามแสงเงินแสงทอง รุ่งสว่าง (ข. พฺรหาม).
ปรางแก้ม แก้มเรียก ปราง อย่างว่า น้ำพระเนตรล้นรินอาบเต็มปราง (กา) กกก่องแก้มปรางซ้อยชอบตู เคืองจักลุกแต่ฟ้ายังหยาดธรณี สะบุคีงงามฮาบคำควรย้อง (ผาแดง).
ปริมาณกำหนดความมากน้อยของจำนวน.
ปลงกรรมฐานพิจารณาร่างกายให้ตกลงในไตรลักษณ์ คือให้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างบรรดามีในโลกล้วนเป็นอนิจจัง คือไม่เที่ยงแท้แน่นอน เป็นทุกข์ คือต้องลำบากทั้งกายและใจ เป็นอนัตตา คือไม่ใช่ตัวตนเราเขา.
ปลดปล่อย วาง เอาออก เช่น ปลดหาบ ปล่อยวางเบญจขันธ์ เป็นต้น ปลดบาตรจากบ่า เรียก ปลด อย่างว่า พระค่อยเยื้อนฮอดห้องหอราชมะฮามหลวง เจียมปรางค์ปลดบาตรดีดาตั้ง ใจเล่ายังกระสันแก้วเจ็ดนางแค้นคั่ง เข้าบาตรเจ้าบิณฑ์ได้ค่อยฉัน (สังข์) ยกโทษให้เรียก ปลดโทษ อย่างว่า บัดนี้ภูมีเจ้ามาเปืองปลดโทษ ล้างบาปเบื้องฝูงข้าขอบคุณ แท้แล้ว (สังข์).
ปลวกเห็ดโคน ชื่อเห็ดชนิดหนึ่ง เกิดตามจอมปลวก หลังสีเขียว เรียก เห็ดปลวกใหญ่ อีกชนิดหนึ่งดอกเล็ก สีขาว เกิดตามพื้นดินทั่วไป เรียก เห็ดปลวกน้อย เห็ดปลวกไก่น้อย ก็ว่า.
ปลวกมดขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ชอบขนเอาดินมาทำรังเป็นโพน โพนก็คือ จอมปลวก อย่างว่า จอมปลวกอ้นขุดก่นเป็นโพน แม่นชิเป็นโพนสูงชั่วไกลเห็นแจ้ง คันบ่มีสาขาไม้ใบเขียวปกห่อ ก็บ่ดูอาจแท้โพนนั้นเปล่าแปน (กลอน) ฟองน้ำที่จับกันเป็นก้อนลอยอยู่เหนือน้ำ เรียก จูมปลวก ตูมปลวก ขี้ตูมปลวก ก็ว่า.
ปลอกสิ่งที่ทำเป็นวง สำหรับสวมมีด เรียก ปลอกมีด สำหรับสวมขาเรียก ปลอกขา สวมแขน เรียก ปลอกแขน.
ปล่องช่องทะลุเรียก ปล่อง เช่น ปล่องเฮือน ปล่องชาน ปล่องเอี้ยม.
ปล่องมะเดื่อปล้อง มะเดื่อที่มีใบสาก เป็นปล้องตล้ายปล้องไม้ไผ่ เรียก หมากเดื่อปล่อง.
ปล่องทางน้ำไหล เรียก ปล่อง แปว ก็ว่า อย่างว่า อย่าให้เขินขาดแห้งต้นท่างปล่องชิไหล (กา).
ปล้องชื่อหญ้าชนิดหนึ่ง เกิดในน้ำ เถาเป็นข้อๆ ในข้อมีไส้เป็นปุยสีขาว เรียก หญ้าปล้อง ลำไม้ไผ่หรืออ้อยที่เป็นข้อๆ เรียก ปล้องไม้ไผ่ ปล้องอ้อย รอยเป็นปล้องที่คอ เรียก ปล้องคอ.
ปล่องเอี้ยมหน้าต่าง หน้าต่างเรียก ปล่องเอี้ยม ปล่องลม ก็ว่า อย่างว่า ภายในเจาะปล่องลมเลียงไว้ (กา) แม่เถ้าเอยลูกเขยมาแล้ว ไขปล่องเอี้ยมเยี้ยมเบิ่งลูกเขย (บ.).
ปลอดบริสุทธิ์ ไม่มีมลทิน เรียก ปลอด อย่างว่า ปลอดอ้อยช้อยเสมออ้อยกลางกอ กาบบ่ห่อหน่อน้อยบ่ชอน ชู้บ่ช้อนเมียอ้ายบ่มี (ผญา).
ปลอมทำเทียม ไม่ใช่ตัวจริง อย่างว่า เอื้อยนี้บ่แม่นธรรมชาติเชื้อผีป่าปลอมมา อุ่นเอย ผัวเอื้อยตายวางพลัดพี่จิ่งเดินนำน้อง เห็นที่ตนเดียวแก้วกูเดินดั้นป่ามานั้น ยินแม่นแม้งกะตาเอื้อยแอ่วตาม น้องเอย (สังข์).
ปลอมเหนือ จอม เหนือเมฆ เรียก ปลอมเมฆ อย่างว่า ยักษ์ใหญ่ย้ายทยานฮอดปุนเปือง กุมเอานางนงพราวพรากพลพลันได้ มันสยองขึ้นเวหาปลอมเมฆ อุ่มอ่อนแก้วสะแคงตุ้มต่อมขวัญ (สังข์).
ปล่อยสละ ละ วาง อย่างว่า อาจักปละปล่อยน้อยหนีได้ดั่งรือ นั้นเด (สังข์).
ปละละ ทิ้ง ทิ้งเมีย เรียก ปละเมีย อย่างว่า คอยวันมื้อแลงงายปละไป่ พี่ก็ปั้นเหนี่ยงเข้าแลงมื้อค่ำดาย (สังข์).
ปล้ำจับ กุม อย่างว่า เขากูนำกุมปล้ำจับโจรทำถีบ (กา) อันจักปล้ำมิ่งม้วยมรณ์นั้นอย่าหวัง พระเอย (สังข์).
ปล้ำตัด ฟัน สีน อย่างว่า ปล้ำไม้คะโมะลม (ภาษิต) ตายลงดินดั่งขอนเขาปล้ำ (กา) พี่หากใจประสงค์ปล้ำยูงยางไม้ใหญ่ คันแม่นพร้าบ่บ่าน ขวานบ่เป้ ไม้บ่ล้ม อวนอ้ายบ่เซา (ผญา).
ปลิงสัตว์กินเลือดชนิดหนึ่ง อยู่ในน้ำ ตัวยืดหดได้ไม่มีกระดูก ปากกัดเกาะกินอยู่กับเนื้อ เรียก ปลิง ตัวเล็กเรียก ปลิงเข็ม ตัวใหญ่เรียก ปลิงค้าว อย่างว่า ดิ้งลิงดิ่งลิงดิ้งลิงดิ่ง ญิงปละซิ่นลงหนองลืมเบิ่ง บาดห่าขึ้นจากน้ำปลิงน้อยจ่องฮิม (กลอน).
ปลิดเอามือดึงให้หลุดหรือขาด เรียก ปลิด เช่น ปลิดผลไม้ อย่างว่า ลางเทื่อปลิดเอาได้ผาลามี้ม่วง มาให้เจ้าองค์ล้ำพ่อรัสสี (กา).
ปลิ้นกลับข้างในออกข้างนอก กลับข้างนอกเข้าข้างใน เรียก ปลิ้น เช่น ปลิ้นโซ้ง ปลิ้นเสื้อ พูดเท็จเป็นจริง จริงเป็นเท็จ เรียก เว้าปลิ้น อย่างว่า อันหนึ่งลอนจวบพ้ออาออกองค์กษัตริย์ ก็ดี อย่าได้จงใจดอมดั่งเฮาแฮงฮู้ ชาติที่ใจญิงนี้ตลบแปรปลิ้นง่าน จริงแล้ว ฮู้ว่ายักษ์บ่แพ้แล้วเขาได้คล่องเคย (สังข์).
ปลิโพธความกังวล ความห่วงใย (ป.) จะบำเพ็ญธรรมกรรมฐาน ถ้ายังมีความกังวลอยู่ไม่ว่าจะเป็นกังวลอะไร จะไม่ก้าวชึ้นสู่คุณธรรมเบื้องสูงได้เลย.
ปลิวลอยตามลม ถูกลมพัด อย่างว่า ชะเพือกพร้อมเขาชื่อชมคดี ชวนเจืองเขียวซู่วันแลงเช้า เล็งเห็นอินทรีพร้อมโคจรเจียระเถื่อน ค้ายป่าเปล้าปลิวเปื้องหล่นเหลือง (ฮุ่ง).
ปลีดอกกล้วย ยอดเจดีย์หรือมณฑป เรียก ปลี อย่างว่า พร่างพร่างเหลื้อมคำพอกพันหลัง ยนยนชาวเป็งจาลจูดเทียนตามไต้ เจดีย์ดั้วดวงปลีพ้นพุ่ง บ่ฮู้กี่หมื่นฮ้อยเฮืองหล้มลูกงาม (สังข์).
ปลีกหลีก หลบ หลีกหนี เรียก ปลีกหนี ผีกหนี ก็ว่า อย่างว่า ว่าบคิดปลีกน้องเบื้องบาปจำจริง นี้แล้ว เป็นแต่บุญสองโฉมเกิ่งโพยพายแพ้ เขือค่อยติงความเท้าทวนเถิงพระราช เฮาเถิ้น อันจักสู้ง่ายแท้ไทเบื้องบ่มี ว่าเนอ (ฮุ่ง).
ปลุกทำให้ตื่นจากหลับ อย่างว่า ลุกลุกท้อนเมียจักพรากพลอยไกล จากแล้ว สังว่านอนหลับหลายลื่นคลองดูฮ้าย ลุกลุกท้อนชิงยาดเอาอวน ไว้แม เฮียมบ่มีใจคึดใคร่เมือเมืองบ้าน ลุกลุกท้อนเขาชิยาดเอาอวน เขาชิชวนเอาชู้หนีไปชูผู้ใหม่ (สังข์).
ปลื้มเบิกบาน ยินดีมาก อย่างว่า ให้ผู้พิเศษแก้วกือโลกคึดคาม แด่ถ้อน ยามวันวานเพื่อนใจพอปลื้ม ครุฑก็โดยกษัตริย์เจ้าทวยหางเหินปีก เสพหน่อแก้วกือล้านม่วนระงม (สังข์).
ปลุกเฮือนปลูกเรือนตั้งแต่แรกจนขึ้นอยู่อาศัยได้.
ปวงทั้งหมด ทั้งสิ้น อย่างว่า แม้งหนึ่งความแผ่เท้าอามาตย์ในสนาม เสนานันมากคนครางฮ้อง ทังปวงชั้นเสนาในนอก พร้อมพร่ำไห้หาแก้วมี่นัน (สังข์).
ปวดปวดมีเสียงอย่างนั้น เช่น เสียงชะนีร้อง อย่างว่า มันก็ปวดปวดฮ้องแขวนจ่องปลายยาง (ผาแดง).
ปวนช่องว่างระหว่างหญ้าที่เป็นแพลอยอยู่เหนือน้ำ สำหรับปลาหรือสัตว์น้ำขึ้นมาหายใจ เรียก ปวน แปว ก็ว่า.
ป่วนรบเร้า อ้อนวอน อย่างว่า มีวันเป็นป่วนวียามนี้ (สังข์).
ป่วยเจ็บกาย เจ็บใจ อย่างว่า เทื่อนี้เจ็บใจอ้ายเหมือนเป็นปางป่วย (บ.).
ปอชื่อแมลงชนิดหนึ่ง ตัวยาวมีสี่ปีก เรียก แมงปอ แมงกะโซ้ แมงกินชี้น แมงคันบวย แมงน้ำมวก ก็ว่า.
ป้อปุ่ม ปุ่มของต้นไม้เรียก ป้อ เช่น ป้อจิก ป้อฮัง ป้อดู่ ป้อแดง.
ป้อชื่อนกชนิดเล็ก เรียก นกจิบป้อ อย่างว่า จิบก่าป้อเจียผ้ายกระแดบดิน (สังข์).
ป้อสั้น เตี้ย ต้นไม้ที่เล็กและสั้นเรียก ต้นไม้ป้อ,
ปอกเอาเปลือกหรือสิ่งห่อหุ้มออก เรียก ปอก เช่น ปอกกล้วย ปอกอ้อย ปอกหมากนัด.
ปองเก๋งเรือ.
ป่องไม่มีโกน (โพรง) ข้างใน ได้แก่ พวกไม้ไผ่เรียก ไม้ป่อง.
ป่องมนต์ที่ทำให้มีสติปัญญา จำอะไรได้ง่าย เรียก มนต์ป่อง คนที่จดจำอะไรได้ง่าย เรียก คนป่อง.
ป้องต้อน ขับไล่ ต้อนวัวควายไปกินหญ้ากินน้ำ เรียก ป้อง อย่างว่า แก้มอ่งต่งแก้มเจ้าอ่งต่ง นุ่งผ้าสะโหร่งขัดมีดสะดำ แพดอกคำเคียนหัว โชดไล่ป้องหมู่งัวอยู่ล่ายล้าย (กลอน).
ป้องหล่อคันกั้นน้ำฝนที่ขุดไว้ใต้ชายคาบ้าน เรียก ป้องหล่อ ไม้ที่กั้นดินที่ขุด เรียก ไม้ป้องหล่อ.
ปอดชื่อผักตบชนิดหนึ่ง สีเขียว ดอกสีขาว เรียก ผักปอด.
ปอบผีจำพวกหนึ่งสิงอยู่ในตัวคน เรียก ผีปอบ ผีปอบมีหลายชนิด คนที่ชอบกินของดิบ เช่น กบดิบเขียดดิบ กลางคืนมักจะออกหากิน มีแสงออกตามจมูกสีเขียว พวกหนึ่งเรียนมนต์แล้วปฏิบัติตามครูสอนไม่ได้มนต์เกิดเป็นผี กินคนอื่นไม่ได้ก็กินตัวเองเรียก ปอบมนต์ อีกพวกหนึ่งไม่ได้เรียนอะไร แต่พี่น้องเป็นปอบ เมื่อพี่น้องตายไปแล้วปอบเข้ามาสิงอยู่ในตัว ปอบชนิดนี้เรียก ปอบเชื้อ ปอบทุกชนิดหมอมนต์เขารักษาให้หายได้.
ปะกำแส้หวายลงคาถาสำหรับไล่ผี เรียก แส้ปะกำ เชือกหนังสำหรับคล้องช้าง เรียก หนังปะกำ.
ปะคือร่ม ฉัตร อย่างว่า ถัดนั้นไทปะคือตั้งเลียนถันแสนติ่ว (กา) ม้าแอบคุ้นคอสอดสะเนียนทอง นายนักการเขาแต่งดีดาเมี้ยน ปะคือคำตั้งเหนือหัวหอนนาค นายนั่งป้องยังหุ้มเครื่องคำ (สังข์) เฟื่องเฟื่องกั้งคชฮ่มพานคำ พังเพียรทรงอินทรีย์ย่างผายผันย้อง ธรรม์ยำท้าวเนาในปะคือมาศ บ่ฮู้กี่ส่ำถ้องถนิมแกว่งจำมร (ฮุ่ง).
ปัจฉิมทิศตะวันตก (ป.).
ปัดกวาด กวาดเรือนเรียก ปัดเฮือน.
ปันแจก แบ่ง อย่างว่า ฮื่นฮื่นถ้วนตั้งแต่งเผือนควาย เลียนชามจีนแจกแกงแกมส้า กินงายแล้วเทปันทุกหมู่เขาคว่าง ข้าเจืองท้าวชื่นบาน (ฮุ่ง).
ปั่นดลดล บันดาล อย่างว่า เทวดาแนมนำปั่นดลเจ้า (กลอน).
ปั่นพื้นครึกครื้น อย่างว่า เสียงสนั่นปั่นพื้นค้าคื่นคนหลาย (ผาแดง).
ปั้นลมชื่อไม้เครื่องเรือนชนิดหนึ่ง สำหรับป้องกันลม เรียก ปั้นลม ป้านลม ก็ว่า.
ปั๊บปั๊บเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงไก่ตบปีกดังปั๊บปั๊บ.
ปัพพาชนียกรรมกิจของสงฆ์ทำในการขับไล่ภิกษุ การขับไล่ภิกษุ การขับไล่ออกจากหมู่ (ป.).
ปั๊วะเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงตบหูขังข้อดังปั๊วะ.
ป้าพี่สาวของพ่อหรือแม่ เรียก ป้า เมียของลุงเรียก ป้า.
ปากพูด เจรจา อย่างว่า ปากก่อนกวน ขานก่อนเข้า คะลำปากพ้นตัว หัวพ้นเพื่อน คะลำ (ภาษิต).
ปากกืกใบ้ คนเป็นใบ้ เรียก คนปากกืก พูดไม่เป็นภาษา ต้องใช้ไม้หรือมือแทนคำพูด.
ปากเกลี้ยงพูดประจบสอพลอ เรียก ปากเกลี้ยง อย่างว่า ทุกข์ให้เลี้ยง ปากเกลี้ยงให้ไล่หนี (ภาษิต) ปากเกลี้ยงเว้าเป็น หีเหม็นเว้าม่วน (ภาษิต) คนใดฮู้ปากเกลี้ยงเว้าม่วนมีผญา คันเอามาในเฮือนไพร่ครองความไฮ้ กูสอนไว้ยาดลดาประมาท แม่นว่าหลับตื่นให้คนิงฮู้คู่ยาม ลูกเอย (สังข์).
ปากบ่ถ้องพูดไม่ชัดเจน เกิดเพราะลิ้นไก่สั้น พูดตัว ต เป็น ถ เป็นต้น เรียก ปากบ่ถ้อง.
ปากบอนปากไม่เป็นสุข เดี๋ยวพูดเรื่องคนนั้นแล้วพูดเรื่องคนนี้ เรียก ปากบอน.
ปากเป็นพูดสับปลับ ดีทำให้ชั่ว ชั่วทำให้ดี หยาบทำให้ละเอียด ละเอียดทำให้หยาบ อย่างว่า กินแกงแลนปากเป็นหลายลิ้น กินแกงชิ้นปากปลิ้นหลายความ (ภาษิต).
ปากเปียกพูดไม่หยุด เรียก ปากเปียก อย่างว่า ลูกเว้ายากพ่อแม่ปากเปียก ลูกโคยเสียกพ่อแม่อยากอาย (ภาษิต).
ปากฝ่าวพูดแผ่วเบาเหมือนคนไข้ เงี่ยหูฟังก็ไม่ชัด เรียก ปากฝ่าว. อย่างว่า ฟังเสียงเว้าสังมาเป็นฝ่าวฝ่าว เสียงปากเจ้ามุ่นมู้คือชู้เจ้าอยู่กรรม (ขุนทึง).
ปากพ่ำพูดติดอ่าง พูดไปคำสองคำแล้ว กลับมาพูดคำเก่า เรียก ปากพ่ำ.
ปากหญ้อพูดเพี้ยน เช่น จะพูดกินก็เป็นจิน ไก่เป็นไข่ ไปเป็นใบ เรียก ปากหญ้อ.
ปาณิมือ ฝ่ามือ (ป. ส.).
ป๊าบป๊าบอาการปวกมุบมุบ เรียก ปวดป๊าบป๊าบ.
ปาลิไลยก์ชื่อป่าแห่งหนึ่งที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปจำพรรษา มีลิงและช้าง เป็นพุทธอุปฐาก (ป.).
ปิ๊ดลิดของที่มีลักษณะแหลมและเล็ก เรียก แหลมปิ๊ดลิด.
ปิตตะน้ำดี น้ำจากต่อมตับ (ป.).
ปี้บัตร ใบ ตั๋ว ใบเกิดเรียก ปี้ คนอีสานเมื่อได้ลูกแต่ละคนจะให้ผู้หลักผู้ใหญ่ตั้งชื่อให้และเขียนด้วยเหล็กจารใส่ใบลาน ม้วนเก็บลงในบั้งไม้ไผ่ เรียก บั้งปี้ หรือ บั้งชาตา และเก็บรักษาไว้เป็นของสำคัญ.
ปี้คนที่มีร่างกายดำจนเหลื่อมเรียก ดำปี้ อย่างว่า เจ้าผู้กาดำปี้เทียมหงษ์มันชิค่องคือรือ เชื้อไพร่ฟ้าบ่สมเจ้าหน่อพระยา ดอกตี (ผญา).
ปีดปลายสุดท้าย ขอเป็นเมียน้อย เรียก ปีดปลาย อย่างว่า เอาเอื้อยไปแปลงเข้าแลงงายต้มสู่กินแม แม้นว่าเมียเจ้ายังอิ่นอ้อยชิเป็นน้อยปีดปลาย แท้แล้ว (สังข์).
ปีเป้าปีฉลู ปีที่สังข์ศิลป์ชัยถูกขับออกจากเมืองพร้อมป้าและมารดา เรียก ปีเป้า อย่างว่า เลยเล่าไลลูกแก้วทั้งแม่สองศรี ฮามเฮือนพลัดพรากมาปีเป้า ดีท่อองค์อินทร์แก้วกูร์ณาปรางค์ประเสริฐ เจ็บท่อพลัดพี่น้องไกลข้างขาดเขิน (สังข์).
ปิดปึ่งเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงตบกลองดังปิดปึ่ง.
ปื้ดปื้ดเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงสั่งขี้มูกออกโดยแรง ดังปื้ดปื้ด.
ปือลือวิ่งมาด้วยความโกรธจัด เรียก ปือลือลุก อย่างว่า ค้อมว่าแล้วมันเคียดคุงทวง ปือลือลุกเล่นมามียั้ง มือบายค้อนทัณฑังดาฟาด ภูวนาถน้าวพระขรรค์ค้ำคอบเชียง (สังข์) ปือลือเลียนหอกแหลมหลายถ้อง (ฮุ่ง).
ปุ๊เสียงดังิย่างนั้น เช่น เสียงหม้อ (ดิน) แตก หรือท้องพราหมณ์แตก อย่างว่า ท้องพราหมณ์แตกดังปุ๊ท้องพราหมณ์หลูดังป้างถืกแม่ฮ้างตายซาว ถืกผู้สาวตายฮ้อย ถืกเด็กน้อยตายพัน (เวส).
ปุงภาชนะสานด้วยหวายหรือไม้ไผ่สำหรับใส่สิ่งของเดินทาง เรียก ปุง กระปุง ก็ว่า.
ปุงปุงเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงตีโปงเช้าของพระสงฆ์ อย่างว่า ฟังยินปุงปุงก้องโปงปูยาครู พุ้นเยอ ระงมเสียงตีม่วนยินยามเช้า (ย่า).
ปุ๊ดเสียงดังอย่างนั้น เช่น เชือกขนาดใหญ่ขาดดังปุ๊ด ขนาดเล็กดังปั๊ด.
ปุนแต่งตั้ง การที่เจ้านายแต่งตั้งให้มีหน้าที่ต่างๆ เพื่อสะดวกในกิจการเรียก ปุน อย่างว่า ปุนสาวใช้คำออนเอื้อยมุ่งสองพี่น้องประสงค์ตั้งปิ่นปัว (สังข์).
ปุนเสมอ เหมือน คือ อย่างว่า จบเพทด้วยมนต์มากยายำ เทิงธรังใผไป่ปุนปานเพี้ยง เป็นพงศ์เชื้อเวสสุวัณเทวราช พระให้ถือด่านด้าวเป็นเจ้าแห่งผี (สังข์).
ปุนแก้ไข อย่างว่า ดีท่อปุนหมอแก้พลีกรรมบนเบิก เคราะห์คลาดเนื้อนางนั้นบ่คลา พระเอย (สังข์).
ปุ้นปลาการที่ชาวบ้านเตรียมเอาแหสวิงสุ่มไปปล้นปลาในหนองหรือบึง เมื่อน้ำขุ่นจนข้นปลาจะเมาน้ำลอยขึ้นมา เรียก ปุ้นปลา.
ปุนเปืองด่วน เร็ว ไว อย่างว่า เมื่อนั้นคอนฮ่ำฆ้องเตินแต่งปุนเปือง พังทลายเฮียงฮ่มดีดาห้าง หัวพลย้ายยวงเดินดาออก ช้างตั่งเค้าคนกุ้มมืดมัว (สังข์).
ปุรพะบุพพ (ป. ปุพฺพฺ).
ปูลูเต็ม เบ่งบาน อูม คนหน้าอูม เรียก หน้าไค่ปูลู อย่างว่า ปูลูล้นเหลือตาเต็มแผ่น (กา).
เป็งจาลชื่อเมืองในวรรณคดีอีสานเรื่องสังข์ศิลป์ชัย เรียกว่า เป็งจาล ปัญขาลนคร ก็ว่า อย่างว่า ยังมีนัคเรศล้ำชั้นชื่อเป็งจาล นิคมคนคั่งเพ็งพอตื้อ เชียงหลวงล้นรุงรังล้านย่าน น้ำแผ่ล้อมระวังต้ายชั่วพัน (สังข์).
เปิ่งเซิ่งดอกไม้ที่บานเต็มที่เรียก บานเปิ่งเซิ่ง.
เปิดเบื่อหน่าย ระอา การระอาเบื่อหน่าย เรียก เปิด อย่างว่า เอี่ยนเปิดน้ำหนีจากวังตม มันไปแปลงฮวงฮังอยู่เทิงปลายไม้ (ปัสเสน) นกเขาเปิดเข้า นกกาเวาเปิดไข่ นกใส่เปิดด้วง โงเงี้ยวตอดโกน (ภาษิต).
เปิ่นเวิ่นหน้าตาที่เบิกบานแจ่มใสเรียก เปิ่นเวิ่น อย่างว่า แก้มเปิ่นเวิ่นแก้มเจ้าเปิ่นเวิ่น ขี้กะเต๋อวังเวินไหลเซาะน้ำเซินอยู่ย่าวย้าว (กลอน).
เปื่อยขาด ผุพัง อย่างว่า ต้มหอยบ่เปื่อยก้าง ต้มช้างบ่เปื่อยงา ต้มปลาบ่เปื่อยเงี่ยง (บ.).
เปือะทา ฉาบ ดินที่ทาหรือฉาบเรียก ดินเปือะ ฉาบเล้าเรียก เปือะเล้า.
แปไม้เครื่องเรือนที่วางบนจันทันสำหรับกลอนพาด.
แปแบน.
แป้ลักษระของสิ่งของที่เล็ก เช่น แป้ใส่เหล้าเรียก แป้เหล้า กล่องข้าวที่ไม่มีตีนเรียก กล่องเข้าแป้.
แปกคล้าย เหมือน อย่างว่า อันหนึ่งบุตตาให้ฮามนมนานยิ่ง รือเล่าทำเพศเอ้กระบวนแป้แปกสาว (สังข์) บาศรีพร้อมเสนาย้ายย่าง ดีแต่นกเฮ่งฮ้องเสียงแป้แปกลาง (ฮุ่ง).
แป่งเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงเคาะโลหะบางๆ ดังแป่ง.
แป้งเข้าหมากแป้งที่มีเชื้อสำหรับทำข้าวหมาก เรียก แป้งเข้าหมาก สำหรับทำเหล้า เรียก แป้งเหล้า.
แป่งแง่งอาการนอนหงายของคนหรือสิ่งของเล็กๆ เรียก นอนแป่งแง่ง.
แป่งแส่งอาการยืนกางขาออกของคนหรือสัตว์ที่ถูกไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก เช่น หมาถูกไฟไหม้ขา ยืนขาลาแป่งแส่ง.
แป้งแหง้งการนอนหวายหน้า เรียก นอนแป้งแหง้ง อย่างว่า เสียงครกมองตำเข้าเดิกมามันม่วน ตำช้าช้าเสียงบอกยามซุก เดิกจั่งซุกเดิกจั่งซุก ตำเสียงสั้นสักกะลันน้ำน่ำ หกตำลึงหกตำลึงแตะแต้งแหล้งหงายลงแป้งแหง้ง (เจียง).
แป้แจ้สิ่งของที่เล็กและแบน ติดอยู่ตามแผ่นกระดานเรียก แป้แจ้ ถ้าขนาดใหญ่เรียก เป้อเจ้อ.
แปดปน ระคน เปื้อน เรียก แปด เช่นมือเปื้อนน้ำมันเรียก มือแปดน้ำมัน อย่างว่า ตั้งว่าเด็กหนุ่มน้อยประมาณท่อปูหอย ก็บ่พอคาติดแปดปุนปลายลิ้น เขาก็จากันแล้วเอามันมาผูก เมือเถิ้น ถวายท่านท้าวธรงถ้อยโจทถาม (สังข์).
แป้ดไหลออก ล้นออก ทะลัก เช่น น้ำทะลักออกเรียก น้ำแปดออก หลบเลี่ยงในเวลาทำงานเรียก แป้ดไปแป้ดมา.
แป่นแว่นลักษณะหน้าตาที่สดใส หน้าตาเบิกบานสดชื่น เรียก หน้าแป่นแว่น ถ้าเป็นแก้มก็แก้มแป่นแว่น อย่างว่า เหลียวเห็นหน้าขาวมาแป่นแว่น พออยากแก้ซิ่นแล่นลัดต้อนหัวดอน (บ.)
แปเมืองสมบัติของเมือง ได้แก่ มีข้าราชการตั้งอยู่ในศีลธรรม (คลอง).
แปะใกล้, เกือบ, แทบ, เจียน
โป่มมาก เติบ เช่น กินข้าวน้อยกินกับมากเรียก กินโป่ม.
ไปเคลื่อนไป เดินไป อย่างว่า ให้แต่งช้างม้ามิ่งพลแพน ญิงชายในนครขวางป่าวปุนไปพร้อม คนการใช้พอแสนคาดเครื่อง แผ้วแผ่นเท้าทางกว้างฮาบงาม (สังข์).
ไป่ไม่ ไม่มีเรียก ไป่มี อย่างว่า ท่อไป่มีเผ่าเชื้อพระเยียยอดเทวี เป็นพระยาโทนอยู่เนานอนแล้ง (สังข์).
ปักกกแฮกต้นข้าวที่เรานำมาปักในนาตาแฮกนี้ เรียก ข้าวปักกกแฮก ก่อนจะลงมือปักดำก็ให้มาปักที่นาตาแฮกนี้ ต้นกล้าที่จะปักให้เตรียมมา ๘ ต้น เสกมนต์เป็นกกๆ ว่าดังนี้ปักกกนี้พุทธรักษา ปักกกนี้ธรรมรักษา ปักกกนี้สังฆรักษา ปักกกนี้เพิ่นเสียให้กูได้ ปักกกนี้เพิ่นไฮ้ให้กูมี ปักกกนี้ให้ได้เข้าหมื่นมาเยีย ปักกกนี้ให้ได้หมื่นเยียพันเล้า ปักกกนี้ขวัญเข้าแล่นมาโฮมด้วยมนต์ครูนี้จะทำให้ข้าวกล้าในนาอุดมสมบูรณ์ดี (ประเพณี).
ปลาเข็งปลาหมอ
เป็นต๋าขี้เดียดน่าเกลียด น่าขยะแขยง
ปานใด๋แค่ไหน
ปากยากดื้อ, ไม่ยอมเชื่อฟังหรือทำตาม ใช้ได้กับทั้งเด็กและผู้ใหญ่
แป๋ใกล้, เกือบ, แทบ, เจียน
แป๋ะใกล้, เกือบ, แทบ, เจียน
ปลากิเดิด

ปลากระดี่

เป็นนำ

เพราะว่า เกิดขึ้นจาก

เปิดอาดหลาด

เตลิด,หนีเตลิด,หนีแบบหางจุกตูด

ป๋า

เลิกกัน,เลิกลาต่อกัน,หย่าร้าง,ทิ้ง

เป้ด

ลักษณะของข้นเหลวไหลหรือเยิ้มออกมา

ปลาคาบของ

ปลาแป้นแก้ว ปลาคับของ ปลากระจก