พจนานุกรมภาษาอีสานหมวด "ผ"

คำศัพท์อีสานความหมาย
ผักติ้วจัดเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง มีความสูงของต้นเฉลี่ยประมาณ 3-12 เมตร และอาจสูงได้ถึง 35 เมตร เรือนยอดเป็นทรงพุ่มกลม โคนต้มมีหนาม กิ่งก้านเรียว ส่วนกิ่งอ่อนมีขนนุ่มอยู่ทั่วไป เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลแดง แตกล่อนเป็นสะเก็ด ส่วนเปลือกด้านในเป็นสีน้ำตาลแกมเหลือง ลำต้นมีน้ำยางสีเหลืองปนแดงซึมออกมาเมื่อถูกตัดหรือเกิดแผล ขยายพันธุ์วิธีการใช้เมล็ด เป็นต้นไม้ที่ทนแล้งได้ดี พบได้ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทางภาคใต้ตอนเหนือ โดยจะขึ้นตามป่าดิบแล้ง ป่าโปร่ง ป่าเต็งรัง ป่าตามเชิงเขา และตามป่าเบญจพรรณ
ผู้ฮ้ายขี้เหร่, ไม่สวย, ไม่หล่อ, หน้าตาไม่ดี
ผักอีเลิดชะพลู, ใบชะพลู เป็นพืชในวงศ์ Piperaceae มักสับสนกับพลู แต่ใบรสไม่จัดเท่าพลูและมีขนาดเล็กกว่า ชะพลูเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบพื้นที่ลุ่ม มีความชื่น ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำ โดยการเลือกกิ่งที่มีใบอ่อนและใบแก่ เด็ดใบแก่ออกและนำไปปักชำได้ ผักแค, ผักปูลิง, ผักนางเลิด ก็เรียก
ผักนางเลิดชะพลู, ใบชะพลู เป็นพืชในวงศ์ Piperaceae มักสับสนกับพลู แต่ใบรสไม่จัดเท่าพลูและมีขนาดเล็กกว่า ชะพลูเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบพื้นที่ลุ่ม มีความชื่น ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำ โดยการเลือกกิ่งที่มีใบอ่อนและใบแก่ เด็ดใบแก่ออกและนำไปปักชำได้ ผักแค, ผักปูลิง, ผักอีเลิด ก็เรียก
ผักปูลิงชะพลู, ใบชะพลู เป็นพืชในวงศ์ Piperaceae มักสับสนกับพลู แต่ใบรสไม่จัดเท่าพลูและมีขนาดเล็กกว่า ชะพลูเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบพื้นที่ลุ่ม มีความชื่น ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำ โดยการเลือกกิ่งที่มีใบอ่อนและใบแก่ เด็ดใบแก่ออกและนำไปปักชำได้ ผักแค, ผักอีเลิด, ผักนางเลิด ก็เรียก
ผักแคชะพลู, ใบชะพลู เป็นพืชในวงศ์ Piperaceae มักสับสนกับพลู แต่ใบรสไม่จัดเท่าพลูและมีขนาดเล็กกว่า ชะพลูเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบพื้นที่ลุ่ม มีความชื่น ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำ โดยการเลือกกิ่งที่มีใบอ่อนและใบแก่ เด็ดใบแก่ออกและนำไปปักชำได้ ผักอีเลิด, ผักปูลิง, ผักนางเลิด ก็เรียก
ผิสบริมฝีปาก
ไผใคร
เผิ่นเขา ใช้แทนบุคคลที่สามที่เราพูดถึง
เผิ่งผึ้ง
ผญาหย่อยคำไพเราะ คำผญา
เผยเปิด, อ้า, เผยอ, แง้ม เขย ก็เรียก
ผู้ข่าข้าพเจ้า
ผู้ลังคนบางคน
ผัดขัด ปัด กวาด เช็ด ถู เพื่อให้สะอาดสวยงาม
ผักชีลาวผักชีลาว
ผักขะแยงผักแขยง บางทีก็เขียนว่า ผักกะแยง
ผักกะแยงผักแขยง บางทีก็เขียนว่า ผักขะแยง
เผิ่นคนอื่น, เขา (คนที่กำลังถูกพูดถึง)
ผลคุนเดือนผลคุนคือเดือน ๔ ตกในราวเดือนมีนาคม (ป.ส. ผคฺคุณ).
ผลูทาง (ข.) ทางเลี้ยวเรียก ผลูบด ทางแยกเรียก ผลูแบก อย่างว่า แต่นั้นขึ้นขี่ม้าเลยล่วงเดินผลู ฝูงสาวเมือชานขวางผ่อคอยคนใช้ ชะบุเนื้อนางแสงหุยฮุ่ง ในโลกใต้ลุ่มฟ้างามแต้งจั่งเห็น (ฮุ่ง).
ผ่อดู อย่างว่า ผ่อดูเสินเสินช้างชายเชิงยกย่าง ม้าแผ่ล้อมระวังแส้สู่มะฮาม (สังข์).
ผอมผ่อไกลสุด ไกลลิบลับ เรียก ผอมผ่อ อย่างว่า คอยเห็นก้ำลังกาผอมผ่อ (หน้าผาก).
ผ่อยหักง่าย แตกง่าย สิ่งที่หักง่าย แตกง่ายเรียก ผ่อย เช่น หมากเขือเปราะ เรียก หมากเขือผ่อย เสียงไพเราะ เรียก เสียงผ่อย.
ผ่อยว่าง่าย สอนง่าย คนว่านอนสอนง่าย เรียก คนผ่อย.
ผอวนน้องสาว เพี้ยนมาจากคำว่า โผอน ใช้เป็นคำพูดแทนตัวเรา หรือแทนคนที่เราพูดถึง จะเป็นพี่หรือน้อง ชายหรือหญิงก็ได้ อย่างว่า ฝันว่าไฟลามไหม้ขอนไฮแคมขอนดอก ขอนพอกบ่ไหม้ไปไหม้แก่นคะยูง ย้านแต่ทางผอวนพุ้นมีสองเสียจาก เฮียมพุ้น (กลอน) คำนี้ใช้ พอวน พระอวน ก็มี (ข.).
ผ่อเห็นมองดู อย่างว่า ผ่อเห็นมุณเทียรท้าวธรงเมืองแก้วกู่วันวู่ต้องแสงเหลื้อมหลั่งสี (สังข์).
ผะคมไหว้ แผลงมาจากบังคม.
ผะดุงค้ำจุน อุดหนุน ช่วยเหลือ.
ผะเดิมเริ่มแรก ตั้งต้น ลงมือก่อน.
ผะเทศบ้านเมือง แว่นแคว้น แผ่นดิน แผลงมาจากประเทศ.
ผะนัวเมฆ หมอก อย่างว่า ผะนัวเหมือยหมอกนายนงข้อน (สังข์) เฮาก็มาม่วนหลิ้นทวนพรากบอระบวน ผะนัวเหมือยหมอกนายนงข้อน ดูจวนแจ้งราตรีใกล้ฮุ่ง แสงแดดฮ้อนชาวฟ้าใคร่ลา (ฮุ่ง).
ผะผ่องสะอาด สดใส.
ผะผ้ายไป เดินไป แผลงมาจาก ผ้าย.
ผะสมประสม.
ผะสาภาษา คำพูด เพี้ยนมาจาก ประสา.
ผะอมตลับมีเชิง ฝามียอด.
ผะอุงชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง มีลูกกลมและเล็ก เวลาสุกสีดำ ใช้ยางเคี่ยวย้อมผม ลูกใช้กินเป็นอาหารได้ เรียก ผะอุง.
ผะเอิบปลื้มใจ ดีใจ ผะเอิบเปิบใจ ก็ว่า อย่างว่า คันได้นั่งตั่งอี้อย่าฟ้าวเปิบใจหัว ย้านแต่มันเพพังสั่งกันบ่ทันแล้ว (ย่า).
ผัดขัด การขัดถ้วยโถโอจาน เป็นต้น ให้เกลี้ยง เรียก ผัด อย่างว่า แก้วบ่ผัดสามปีเป็นแฮ่ พี่น้องบ่แว่สามปีเป็นเพิ่น (ภาษิต).
ผ่าทำให้แยกออกจากกัน เช่น ผ่าไม้ ผ่าฟืน ชำแหละท้องเรียก ผ่าท้อง กรำแดดเรียก ผ่าแดด กรำฝนเรียก ผ่าฝน บุกไปเรียก ผ่าไป อย่างว่า หนามฮกกะชีหม้นนำสนกะสิผ่า ป่าขี้อ้นต้นหน้าชิค่อยถาง (คำกลอน).
ผากหน้าผาก ส่วนของหน้าเหนือคิ้วขึ้นไปเรียก หน้าผาก อย่างว่า หน้าผากไกลกะด้นคราวมื้อกูกบ่เห็น (หน้าผาก).
ผางเครื่องชั่งน้ำหนักขนาดเล็ก เรียก ชิงผาง อย่างว่า เขาจิ่งยอผางทองถ่ายยอยมาตั้ง (ฮุ่ง).
ผาติกรรมการทำให้เจริญ หมายถึง พระสงฆ์จำหน่ายครุภัณฑ์ หรือจำหน่ายของเสียทำให้ดี.
ผีตาแฮกผีนา ที่นาของคนโบราณเขาจะขุดหลุมสี่ด้านไว้หนึ่งหลุม กะปลูกเข้าได้ประมาณสิบกว่าต้น ล้อมรั้วรอบหลุมนี้ ก่อนจะลงมือปักดำแต่ละปีจะต้องนำกล้ามาปักลงในหลุมนี้ เรียกว่า นาตาแฮก นาตาแฮกนี้ต้องเลี้ยงด้วยของคาวหวานแก่ผีที่เฝ้านา เพื่อให้ผีตาแฮก คุ้มครองป้องกันไม่ให้คนหรือวัว ควายมากัดกินข้าวกล้าในนา.
ผีป่าผีเฝ้าป่า ป่าจะเป็นป่าเล็กหรือป่าใหญ่จะต้องมีผีเฝ้ารักษา ถ้าไม่มีผีคนจะมาทำลายป่าและสัตว์ป่า อย่างว่า เมื่อนั้นสองเล็งแล้วยินกลัวเกรงโทษ เยียวว่าผีป่าต้อนตันหน้าล่อลวง (สังข์).
ผีเผดเปรตเป็นผีจำพวกหนึ่ง เรียก ผีเผด ผีเผดไม่หลอกคน เมื่อต้องการอะไรจะแสดงตัวให้ปรากฏ เมื่อได้สิ่งของแล้วก็จะหายไป ส่วนใหญ่จะปรากฏแก่ญาติ เมื่อได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ ผีเผดก็จะไม่ปรากฏตัวอีก อย่างว่า ดูราชายโทนเถ้ายักโขผีเผด มึงหากกดวาทเว้ามีได้เวทนาท่านเอย (สังข์).
ผีพรายผีจำพวกหนึ่ง จำแลงกายเป็นเหมือนนกเค้า ถ้าเรือนใดมีหญิงคลอดผีพรายนี้จะบินมารอกินเลือดที่คลอด คนโบราณจึงต้องนอนเฝ้าถ้าลูกหลานคลอดลูก อย่างว่า ผ่อเห็นเดือนด่วนแจ้งพ้นพุ่งเขาเขียว พุ้นเยอ ฉายาเฮียงฮ่มดอยดาวซ้าย เหนเหนฮ้องแกวแกวกอระวีก พรายป่าเป้ายูงผู้ส่งเสียง (สังข์).
ผีเมืองผีรักษาเมือง เข้าพ่อหลักเมืองหรือบุคคลที่มาสร้างบ้านแปลงเมือง เรียก ผีเมือง อย่างว่า เมื่อนั้นผีเมืองย้านยักโขขามเดช เลยเล่าละหน่อแก้วกลางห้องพ่ายพัง (สังข์).
ผีสม่อยดงผีดง ในดงไม่ว่าดงเล็ก ดงใหญ่ จะมีทรัพยากรนานาชนิดหนาแน่น ถ้าไม่มีผู้รักษาปล่อยให้เป็นไปตามสภาพ คนอันธพาลสันดานหยาบจะมาขุดค้นหาบขนเอาไปกินไปใช้ ผีที่เฝ้ารักษาดงเรียกว่า ผีสม่อยดง อย่างว่า ผีอยู่พื้นทังเถ้าสม่อยดง (กาไก).
ผีสางผีที่ดุร้ายคล้ายเสือ เรียก ผีสาง อย่างว่า ผีสางฮ้ายผกจอบกินหวาน บ่ท่อคนเฮาหลอนหลอกกินกันแท้ (ภาษิต).
ผีเสื้อคนทิสอ ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ต้นผีเสื้อ ใช้ทำยาได้.
ผีหมอบกระทืบยอบ ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ต้นผีหมอบ.
ผีหลอกคนที่ตายไปแล้วเที่ยวหาหลอกคนให้ตกใจกลัว เรียก ผีหลอก อีกอย่างหนึ่ง หมายถึงคนที่เที่ยวหลอกหลอน ต้มตุ๋นเอาทรัพย์สินของคนอื่น ก็เรียก ผีหลอก เช่นกัน.
ผี่ห่าโรคระบาดชนิดหนึ่ง เมื่อเกิดขึ้นบ้านเมืองใดจะคร่าเอาชีวิตของคนตายเป็นจำนวนมาก เรียก โรคห่า ผีที่เกิดแทรกซ้อนเพราะโรคนี้เรียก ผีห่า.
ผีหุงผีตายโหงเรียก ผีหุง เช่น ถูกฆ่า ฟ้าผ่า ตกต้นไม้ ควายชน ตกรถ ตกเรือ ตกเรือบิน ฆ่าตัวตาย คนตายดังกล่าวมาโบราณถือเข็ดขวาง ห้ามไม่ให้เผา อย่างว่า แต่นั้นผีหูงเข้าสูญใจบาบ่าว (ขูลู).
ผีเฮ็ดแกล้งทำ เช่น ไม่เจ็บแกล้งทำเป็นเจ็บ ไม่ไข้แกล้งทำเป็นไข้ เรียก ผีเฮ็ด อีกอย่างหนึ่ง คนที่ผีเข้าเจ้าสูญ เพราะล่วงเกินจารีตประเพณีเรียก ผีเฮ็ด คนที่เคารพนับถือหรือผู้เถ้าผู้แก่หรือนับถือผี จะมีอายุยืน อย่างว่า ยำผีเถ้า ยำเจ้ายืน (ภาษิต).
ผีเฮือนโบราณอีสานกล่าวว่า เฮือนมีผี กฏีมีพระ ผีเฮือนโบราณหมายถึงพ่อแม่ พ่อแม่มีหน้าที่และอำนาจสูงสุดภายในเรือน จะให้คุณและให้โทษแก่คนภายในบ้านเรือนอย่างไรก็ได้ พ่อแม่จึงเปรียบเสมือนเป็นผีเฮือน หากพ่อแม่ไม่เอาใจใส่ คนภายนอกคือผีป่าจะมาแทรกแซง ทำให้พ่อแม่ลูกแตกเจ็บจากกัน.
ผี่ชื่อลำห้วยแห่งหนึ่งอยู่ในเขตอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ในวรรณคดีอีสานเรื่อง คชนาม กล่าวถึงพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นช้างชื่อ คชนาม เมื่อคชนามพาแม่ไปตามหาพ่อถึงสถานที่แห่งหนึ่งแล้วหยุดพักขุดเอาเผือกมัน แม่ถูกยักษ์ทำร้าย คชนามต่อสู้กับยักษ์ได้ชัยชนะ ยักษ์จึงให้ขุมคำที่ตนเฝ้ารักษาแก่คชนาม (บ้านขุมคำยังมีปรากฏอยู่ในปัจจุบัน) คชนามได้คำก็หาบมาจนถึงลำห้วยแห่งหนึ่งจึงเปิดดู ห้วยนั้นชื่อห้วยผี่ คำว่าผี่คนสมัยใหม่ไม่เข้าใจจึงเปลี่ยนเป็นห้วยทีจนบัดนี้.
ผี่คลี่ออก เรียก ผี่ออก เปิดออกเรียก ผี่ออก เช่น ผี่ตา เป็นต้น.
ผีกปลีกหรือหลีก เรียก ผีก อย่างว่า ทวายทองเค้าคณาหลวงเหลียวผ่อ มอมม่ายเต้นตามผู้ผีกไกล (สังข์).
ผีดเปรียว ไว เล็ก เช่น แย้ตัวเล็กเรียก แย้ผีด ปีด ก็ว่า.
ผีดหลีดไปอย่างไว เช่น แย้ไปอย่างไว เรียก แย้ผีดหลีดไป ถ้าเป็นสัตว์ตัวใหญ่ เรียก ผูดหลูด.
ผึ่งตาก ผ้าตากแดดเรียก ผ้าผึ่งแดด.
ผืนเป็นลักษณะนามของวัตถุแบบบาง เช่น ผ้า เสื่อ.
ผือปรือ ชื่อพืชชนิดหนึ่ง ชอบเกิดในน้ำใช้ทำสาด เรียก สาดผือ บ้านที่เอาชื่อผือไปตั้งก็มี เช่น บ้านผือ บ้านหนองผือ.
ผุเปื่อย ยุ่ย ปรุ.
ผุกบุก ชื่อพืชชนิดหนึ่งคล้ายบอน เรียก ผุก กะผุก ก็ว่า.
ผุดวิ่งไปโดยเร็ว เช่น แล่นผุด แล่นผุดหลุด ผูดหลูด ก็ว่า.
ผุนเจาะด้วยเหล็กแหลมหรือสิ่งอื่น โดยการหมุนไป เรียก ผุน ผัน ก็ว่า.
ผุยผง ขุย ผงละเอียดเรียก ผุ่ยผง.
ผุ่ยยุ่ย ฉุ เช่น ไม้ยุ่ยเรียก< b>ไม้ผุ่ย ดินร่วนเรียก ดินผุ่ย.
ผูมะปริง เรียก หมากผู หมากผูคล้ายหมากผางหรือมะปราง อย่างว่า หลิงเห็นผูผางหว้าบานงามสร้อยควี่ พะยอมยอดย้อยเป็นถ้องแค่ไพร่ (ฮุ่ง) เหลือหลายล้นผูผางมี้ม่วง (สังข์).
ผู้คน ใช้ประกอบคำกริยาหรือวิเศษณ์ เช่น ผู้ดี ผู้ฮ้าย ผู้จบ ผู้งาม อย่างว่า ผู้ข้าขอพรสุขเพิ่งบุญจอมเจ้า เป็นใดแท้พระองค์มาดั้นด่วน มีเหตุฮ้อนดีฮ้ายเยื่องใด พระเอย (สังข์).
ผู้เพศชาย เช่น ไก้ผู้ ม้าผู้ หมูผู้ เป็ดผู้.
ผู้ไทยชนชาติไทยสาขาหนึ่ง สำเนียงพูดคล้ายญวณ ภูมิลำเนาเดิมอยู่ในเมืองวัง เมืองโปนในประเทศลาว เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๓๗๓ ได้อพยพมาอยู่ท้องที่จังหวัดนครพนม สกลนคร และกาฬสินธุ์.
ผูกหนังสือใบลานที่ร้อยไว้เป็นมัดๆ เรียก หนังสือผูก ผูกใหญ่ก็มี ผูกน้อยก็มี ผูกใหญ่ เช่น ลำสังข์ศิลป์ชัย ลำจำปาสี่ต้น ลำกาฬเกษ เป็นต้น ส่วนผูกน้อยได้แก่ ลำพระเวส.
เผ็ดพริกเรียก หมากเผ็ด ผักเผ็ด ก็ว่า.
เผ็ดมีรสร้อนอย่างรสพริก เรียก รสเผ็ด.
เผดิมเริ่มแรก ตั้งต้น ลงมือก่อน แผลงมาจาก เดิม.
เผดียงบอกให้รู้ล่วงหน้า นิมนต์ เชิญ เช่น นิมนต์พระสงฆ์เรียก เผดียงสงฆ์.
เผ่นกระโดด อย่างว่า ข้าจักทรงหอบอุ้มนางแก้วเผ่นไป (กา) ธรรม์ยำท้าวกือเมืองเมี้ยนสั่ง เขาจิ่งพรากแห่งห้องโฮงกว้างเผ่นลวา (ฮุ่ง).
เผยเปิด ขยายความในใจ เปิดผ้า เรียก เผยผ้า อย่างว่า เมื่อนั้นท้าวฮุ่งแล้วเผยแผ่นผืนแครง (สังข์).
เผลียงฝน อย่างว่า ขวบเมื่อเดือนสามค้อยเผลียงฮวายฮำเทศ ทุกด่านด้าวดงไม้ดอกเงย (ฮุ่ง) ฟังยืนฮว่านฮว่านฟ้าฮ้องเง่าระงมฝน พุ้นเยอ วาโยเผลียงล่วงควันคุมด้าว พิชสลาเสี้ยวแสนกอกางกีบ ระดูพืชพร้อมเพ็งถ้วนเถื่อนแถว มานั้น (สังข์).
เผลียงยิง อย่างว่า ปีนเผลียงขึ้นเมือบนก้องเถื่อน (กา).
เผลียงพัด โบก อย่างว่า วาโยเผลียงป่าตาวแปนก้าน (กาไก) ผ่อเห็นสะแควกพร้าวทวยยอดลมเผลียง (ฮุ่ง).
เผลียงแทง อย่างว่า ภูวนาถตั้งตาวกล้าผ่าเผลียง (กาไก).
เผลียงฟัน อย่างว่า ท้าวบ่ยั้งกำดาบดาเผลียง (กาไก).
เผลียงผ่า ทำลาย อย่างว่า ขอให้ขวานแต่ฟ้าเผลียงเข้าผ่าหัว หั้นถ้อน (ผาแดง) แก้วแกว่งเหลื้อมเผลียงม้างมุ่นกระจาย (หน้าผาก).
เผลียงไหม้ อย่างว่า เฮียกชื่อไฟเผลียงไหม้บาดาลพ้นขนาด (ฮุ่ง).
เผลียงตบ ตี อย่างว่า นางฮ่ำแล้วมือผ่าเผลียงอก (กาไก).
เผอิญบังเอิญ หากให้เป็น จำเพาะเป็น.
เผาทำให้ไหม้ สุมด้วยไฟ เช่น เผาป่า เผาอิฐ เผาปูน เผาศพ อย่างว่า ควันพะลึกเพี้ยงไฟผางเผาโลก มารมืดกุ้มหาญห้าวหิ่งเนือง (สังข์).
เผ่าพงศ์พันธุ์ เชื้อสาย เหล่ากอ อย่างว่า เขานั้นยามดุ่งดั้นเดินวิ่งเวหา เป็นเผ่าพงศ์พระยาธรท่องบนบินย้าย เขานั้นเทียวเถิงเสื้อสารมารมีรูป คัพวีกเว้นวางท้องแม่มา (สังข์).
เผาะเห็ดเผาะ ชื่อเห้ดจำพวกหนึ่งมีสองชนิด คือ เห็ดเผาะแกลบและเห็ดเผาะหนัง เห็ดเผาะแกลบสีขาว เห็ดเผาะหนังสีดำคล้ำ ใช้กินเป็นอาหารได้ เรียก เห้ดเผาะ เห็ดผอ ก็ว่า.
เผาะเปราะ กรอบ แตกง่าย สิ่งใดที่ไม่เหนียวแตกง่าย เรียก เผาะ.
เผิ้งแมลงผึ้ง เรียก แมงเผิ้ง เป็นสัตว์มีปีกบินได้ มีเหล็กไน อย่างว่า จวงจันทน์คู้ทะลอนหอมเหยกลิ่น ฝูงหมู่แมงภูเผิ้งชมชั้วชอบใจ (ผญา).
เผิ้งขี้ผึ้ง ขี้ของผึ้งที่ปั้นเอาน้ำหวานออกเรียก ขี้เผิ้ง ใช้หล่อเทียนบูชาสิ่งที่เคารพและหุงทำสีผึ้ง อย่างว่า มีทังเผิ้งหลายฮวงจับอยู่ (ขูลู).
เผิ้งชื่อเห็ดจำพวกหนึ่ง ใช้กินเป็นอาหารได้ มีหลายชนิด มีเห็ดเผิ้งน้อย เห็ดเผิ้งใหญ่ เห็ดเผิ้งไข เห้ดเผิ้งแดง เห็ดเผิ้งแย้ เห็ดเผิ้งทาม เห็ดเผิ้งดางแห.
เผินผิวๆ ผาดๆ ตื้นๆ.
เผียกเส้นเชือกหรือหวายที่ทำเป็นราว เรียก เผียก ใช้ตากผ้าเรียก เผียกผ้า ใช้ตกเบ็ดเรียก เผียกเบ็ด อย่างว่า อัศดรไฟม้าใสหาบ่เถิงเผียก (ผาแดง).
เผียดกั้นหรือปิดให้ปลาเข้าไซ อย่างว่า เมือบ่ได้แล้วขนแค่งพอฮ้วยปลา เมือบ่ได้แล้วขนขาพอฮ้วยเขียด ขนขี้แล้พอเผียดใส่ไซ (บ.).
เผียนภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่ คล้ายกระด้ง สำหรับรองรับอาหาร เรียก เผียน กระเบียน ก็ว่า.
เผี่ยนเปลี่ยน ผัด เปลี่ยนหรือผัดเรียก เผี่ยน เช่น เผี่ยนสิ่งของ เผี่ยนเวรยาม อย่างว่า ผัดเผี่ยนตั้งเวียนแวดเวรยาม (สังข์).
เผี้ยนหมด สิ้น อย่างว่า เคือเคือเสียงนายแสงส่องคดีดูเผี้ยน (ฮุ่ง) ปืนล่วงล้ำผาเผี้ยนเกลื่อนกอง (สังข์).
เผียบเอาสิ่งหนึ่งมาเปรียบกับอีกสิ่งหนึ่ง เรียก เผียบ เผียบเทียบ ก็ว่า.
เผือฉัน ข้า กู เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๑ อย่างว่า เผือจักทำการสร้างอันใดก็ลำบาก (บ.) เผือจ่งฟันเฮือไว้หลายลำแฮท่า หม่าเข้าไว้หลายบ้านทั่วเมือง (เสียว).
เผื่อทำไว้เกิน เช่น จะกินสองคนเตรียมให้พอสามคน เรียก เผื่อ อย่างว่า เผื่อเหนือตกใต้ไหลลงมากะพอแม่น พร้าอี่โต้บ่เข้าให้ฟันเจิ้มแต่ไกล (ภาษิต).
เผือกชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ต้นและใบคล้ายบอน หัวกินได้ เรียก หัวเผือก.
เผือกช้างเผือก ช้างที่มีสีขาวเรียก ช้างเผือก อย่างว่า กุญชรช้างพลายสารเผือกผ่อง มันหากเกิดอยู่ห้องแดนด้าวด่านดง (กลอน).
เผือนอาหารสำหรับเลี้ยงแขกหรือผีด้ำ โดยมากใช้เนื้อควายเนื้อช้าง คนโบราณมีควายหรือช้างพอที่จะทำอาหารเลี้ยงกันได้ อย่างว่า ฮื่นฮื่นถ้วนตั้งแต่เผือนควาย เลียนชามจีนแจกแกงแกมส้า กินงายแล้วเทปันทุกหมู่ เขาคว่างข้าเจืองท้าวชื่นบาน (ฮุ่ง).
เผือนเซ่น พลี อย่างว่า ปุนตาไว้เผือนควายพร้อมคู่ (ฮุ่ง).
เผือนคำโกหกหลอกลวง เรียก คำเผือน อย่างว่า ค้อยค้อยกล่าวคำเผือน (ฮุ่ง).
เผื่อนชื่อบัวชนิดหนึ่ง เรียก บัวเผื่อน คู่กับบัวผัน.
แผเปลี่ยน แปร อย่างว่า อันที่แฮงฮักน้องรือแผผันเผี่ยน ไปนั้น (ฮุ่ง).
แผ่เรี่ยไร ขอ ขอหรือเรี่ยไรเรียก แผ่ เช่น แผ่ข้าวของเงินทอง เอามีดแหวะใส้เรียก แผ่ เช่น แผ่กบ แผ่เขียด ขยายอาณาเขตออกไปเรียก แผ่อาณาเขต ขยายอำนาจเรียก แผ่อำนาจ อย่างว่า ซ้ำเกิดขึ้นมายิ่งเหลือหลาย ตัวเดียวพอแผ่เป็นเจ็ดท้าว (สังช์).
แผกแปลก ต่าง สิ่งที่แปลกหรือต่างกันเรียก แผก อย่างว่า ใผหากคึดแผกข้อแขอ่อนโอยชามดั่งนั้น (ฮุ่ง) ฝูงใดคึดต่างข้อแขแผกผิดคลอง เมาสุราแว่นวองแวนเว้า เป็นขุนแล้วยังคลองตกต่ำ ชื่อว่าแนวพ่อเข้าลุ่มฟ้าเพิงเว้นว่องไกล (ฮุ่ง).
แผงแปรง สิ่งที่มีลักษณะแข็งเหมือนแปรงสีฟัน เรียก แผง เส้นขนที่คอหมูเรียก แผงหมู เส้นขนที่คอม้าเรียก แผงม้า หนูที่มีขนยาวเรียก หนูแผง.
แผ่งแผ่งเสียงดังอย่างนั้น เช่นเสียงเคาะแผ่นเหล็กบางๆ ดังแผ่งแผ่ง แป่งแป่ง ก็ว่า.
แผดเผา สุม สิ่งที่เผาหรือสุมอยู่ในใจเรียก แผด แผดเผา เผาแผด ก็ว่า อย่างว่า ใจกระสันฮ้อนในมโนเผาแผด (กาไก).
แผดแผดเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงคนร้องดังจนแสบหู อย่างว่า พากันแผดแผดฮ้องโฮเต้นเผ่นไป (ผาแดง).
แผนแบบ อย่าง ตำรา เช่น แบบที่เขียนโดยจำลองจากพื้นที่จริง บอกภูมิประเทศและสิ่งของที่เกิดในที่นั้น เรียก แผนที่ แบบที่เขียนย่อหรือขยายของจริง เช่น เรือน ตึก เรียก แผนผัง.
แผ่นสิ่งของที่บางๆ แบนๆ เช่น กระดาษ เรียก แผ่นกระดาษ เป็นผ้า เรียก แผ่นผ้า หมอดูที่ดูโดยอาศัยรูปในแผ่นผ้าแล้วทายเหตุการณ์ต่างๆ ได้เรียก หมอดูแผ่นผ้า,
แผแผพูดเสียงดังแหวแหว เรียก แผแผ อย่างว่า ผู้ผ่านท้าวขานสิ่งสามนาย แผแผเสียงมอบแหวนทังผ้า อันนี้พอแหนให้ภูธรฮู้ฮ่าง เขาปิ่นหน้าชมแล้วเกิ่งตน (ฮุ่ง).
แผวทะลุ อย่างว่า แม้นว่าดำดินดั้นธรณีก็แผวซอด (กาไก).
แผวสิ้น ตลอด อย่างว่า แยงสวนหลวงซอกไพรแผวเผี้ยน (กาไก).
แผวตลอด ถึง อย่างว่า อาชานัยดั้นพงไพรแผวเถื่อน (กาไก).
แผวทำลาย อย่างว่า ก็เพื่อพิษหอกง้าวแผวเผี้ยนผ่าทวง (กาไก).
แผวปรากฏ เห็น อย่างว่า เขาก็อำเชิงเสียบให้ใผแผวฮู้ (กาไก).
แผวเสียบ แทง อย่างว่า เหมือนดั่งปืนยั่งเท้าแผวใส้เสียบทวง (กาไก)
แผ้วถาก ถาง อย่างว่า จัดไพร่แผ้วเสียพื้นฮาบงาม (กาไก) บอกให้อามาตย์แผ้วแผ่นกว้างประดาไว้ฮาบเพียง (หน้าผาก) แผ้วแผ่นกว้างปูล้วนลวดแพร (สังข์).
แผ้วฟัน แทง อย่างว่า เฮาจักเบื้องป่ายแผ้วศรซ้ำส่งมันแท้แล้ว (สังข์) สองพันกลิ้งกุมกันกลางแก่ง พระก็เปื้องดาบแผ้วเผลียงเนื้อท่านธร (สังข์).
โผเข้าไปกอดรัด เรียก โผ.
โผ่แตก ตื่น ตกใจ การวิ่งด้วยอาการแตกตื่นตกใจ เรียก โผ่ เช่น งัวโผ่ หมูโผ่ กวางโผ่ ฟานโผ่.
โผ้กินข้าวน้อย กินอาหารมาก เรียก กินโผ้.
โผ้ท้องโต เรียก ท้องโผ้ พุงใหญ่ เรียก พุงโผ้.
โผดละ ทิ้ง ละหรือทิ้งเรียก โผด อย่างว่า พี่โผดแล้วไลเจ้าบ่เอา น้องเอย (เวส-กลอน).
โผดทิ้ง เช่น เอาแมวไปทิ้งเรียก โผดแมว เอาหมาไปทิ้งเรียก โผดหมา.
โผดฆ่าเรียก โผด ฆ่าไก่เรียก โผดไก่ ฆ่าปลาเรียก โผดปลา ฆ่ากบเรียก โผดกบ.
โผดเมตตา สงสาร อย่างว่า เถิงเมื่อตื่นฮุ่งเช้าเทียวโผดฝูงสัตว์ โคจรบิณบาตรไปตามบ้าน เอาแต่ศรัทธาเชื้อฝูงชนเขาสิใส่ ใผอยากขึ้นเมือฟ้าหากชิทาน (ย่า).
โผดผายเมตตา ปรานี อย่างว่า ลูกบ่ผายโผดเถ้าทีนี้ส่วนวาย (กาไก).
โผ่นพุงสำหรับบรรจุอาหารที่กินลงไปเรียก โผ่น โพ่น อาหารที่อยู่ในพุงเรียก ขี้โพ่น.
โผะสับ ผ่า ผ่าไม้ออกเป็นชิ้นๆ เรียก โผะไม้ โป๊ะไม้ ผ่าไม้ ก็ว่า.
โผะโผะเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงจุดประทัดแตกดังโผะโผะ โป๊ะโป๊ะ ก็ว่า.
ใผใคร ผู้ใด อย่างว่า เลื่อนเลื่อนข้อยหลายส่ำทาสี เขาก็สนเททวงอ่าวเถิงเจืองเจ้า แต่ว่ามาเป็นข้อยภูมีกับบาท ไป่ห่อนฮู้ความเศร้าแต่ใผ (ฮุ่ง).
ไผ่ชื่อพรรณไม้จำพวกหนึ่ง เป็นกอลำต้นสูงเป็นปล้องๆ มีหลายชนิด เช่น ไม้ไผ่บ้าน ไม้ไผ่ป่า ไม้ไผ่เหลือง ไม้ไผ้ส้างไพ ไม้ไผ่ส้างคำ ไม้ไผ่หวาน ไม้ไผ่โจด.
ผักบัว

หอมหัวแดง

ผักหนอก

ใบบัวบก

ผิดตับ

รู้สึกไม่ชอบใจหรือไม่พอใจอย่างมาก

ผิดหู

พูดไม่เข้าหู เช่น เว่าผิดหู แปลว่า พูดไม่เข้าหู

ผิดกัน

ทะเลาะกัน ขุ่นข้องหมองใจ