พจนานุกรมภาษาอีสานหมวด "พ"

คำศัพท์อีสานความหมาย
เพ็ญแขไขส่องพระจันทร์เต็มดวง
พี้นี้
พ้อพบ
พืงออกกางออก
พาโลมากเกินงาม ,เกินไป
พ่อเถ้าพ่อตา
พอกำกาไม่มากไม่น้อย,ครึ่งๆกลางๆ,50:50
โพดเหลือ เหลือเกิน
พยาธิ์ฮ้าย โรคร้าย
พัดแต่ใด๋เริ่มแรก,แต่ไหนแต่ไร
พอกะเทินไม่มากไม่น้อย ครึ่งๆกลางๆ
พ่อฮักพ่อบุญธรรม
พริกผงพริกป่น
เพิ่นคนอื่น, เขา (คนที่กำลังถูกพูดถึง)
เพโทรม ร้าง ชำรุด
พูดแบ่งของเป็นส่วนๆ เพื่อแบ่งปันกัน เรียก พูด เช่น พูดปลา พูดกบ พูดเขียด พูดซิ้น อย่างว่า เสี่ยวเฮาปันพูดน้อยบ่สมส่วนกับขน (ผาแดง).
พูดพ่นน้ำออกจากปาก เรียก พูด อย่างว่า มณีกาบฮู้อมน้ำพูดพลัน เสด็จผ่านแผ้วผายน้ำพูดพรม (สังข์).
เพ้อเว้อสิ่งที่ใหญ่และปากบานเรียก บานเพ้อเว้อ ถ้าเล็กเรียก แพ้แว้ อย่างว่า เสียกแพ้แว้แพ้บ้านแพ้เมือง (ภาษิต).
เพอะหยาบคาย คนพูดคำหยาบคาย เรียก เว้าเพอะ เช่น เว้าถึงก้นถึงกอย.
พ่นเป่าน้ำเรียก พ่นน้ำ ประพรมน้ำ เรียก พ่นน้ำ อย่างว่า แต่นั้นความตื่นท้วงเท้าทั่วนครหลวง เอากันพรมพ่นธราลงต้อง ลางเล่ายังหิวไห้อาทรทังฟั่ง น้ำแผ่ต้องตนเจ้าจิ่งคืน (สังข์).
พนักงานเจ้าหน้าที่ทำงานแต่ละอย่าง.
พนันการเล่นเอาเงินหรือสิ่งของเรียก เล่นการพนัน เช่น เล่นไพ่ เล่นโบก เล่นไฮโล เล่นโป เล่นหวย เล่นม้า เล่นสะกา
พรรษาฤดูฝน เช่น เข้าพรรษา จำพรรษา ปี เช่น บวชหนึ่งพรรษา.
พระคุงคาแม่น้ำใหญ่ มหาสมุทรเรียก พระคุงคา อย่างว่า ท้าวล่วงเท้าเถิงแม่พระคุงคา (กาไก).
พ่อเสี่ยวมิตรสหายหรือเพื่อนของพ่อเรียก พ่อเสี่ยว อย่างว่า เสี่ยวต่อเสี่ยวกินเยี่ยวกะแต โคยแปแปสี้หีแม่เสี่ยว (สอย).
พ่อไฮ่ชายผู้ทำไร่ปลูกข้าว ปลูกต้นไม้ ปลูกผัก เลี้ยงวัวควายเป็ดไก่ เรียก พ่อไฮ่ อย่างว่า เฮ็ดนาอย่าเสียไฮ่ เลี้ยงไก่อย่าเสียฮัง (ภาษิต).
พ้อว้อการแสดงอาการหลุกหลิกดุจลิง เรียก พ้อว้อ พ้อว้อแพ้แว้ ก็ว่า ถ้าตัวใหญ่เรียก โพ้โว้ โผ้โว้เพ้เว้ ก็ว่า.
พลเมืองประชาชน.
พลีการบวงสรวง การเลี้ยงผี การผอกผี เรียก พลีกรรม อย่างว่า ควรที่เจ้าติ่วช้างพลีขึ้นเคลื่อนมัน พระเอย (สังข์).
พลีเลี้ยงผี ผอกผี การบนวงสรวงผี เรียก พลีผี อย่างว่า หมอบอกให้ตั้งแต่งพลีหลวง วานเทพาฝ่ายเฮาเชียงน้อม บัดนี้อวนกูข้วมเวหาหลายหลั่น มาโผดท้าวธรรม์อ้างแผ่นเพียง นี้แล้ว (สังข์).
พลุ่งอาการที่พระจันทร์พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า อย่างว่า ผ่อเห็นเดือนด่วนแจ้งพ้นพลุ่งเขาเขียว พุ้นเยอ ฉายาเฮียงฮ่มดอยดาวซ้าย เหนหอนฮ้องแกวแกวกอระวีก พรายป่าเปล้ายูงผู้ส่งเสียง (สังข์).
พลุ่งพลุ่งประนมมือพร้อมกัน อย่างว่า เมื่อนั้นพุ่งพุ่งพร้อมทุกที่เฮียงกร ดากันทูลเทโวกล่าวกลอนการใช้ นำคดีข้อขุนคอนคนขนาด ขึ้นขาบเจ้าจอมไท้พระยอดเมือง (สังข์).
พวกหมู่ กอง หมู่กองเรียก พวก เช่น พวกพี่ พวกน้อง พวกมู่พวกสหาย อย่างว่า อย่าชะกงหลายถ้อนคานงงไม้ฮวก บ่มีพวกหมู่นี้ใผชิโก้ยขึ้นนั่งชาน (กลอน).
พวงช่อ กลุ่ม ช่อดอกไม้ เรียก พวงดอกไม้ อย่างว่า ฝูงบ่าวย้องพวงเพธมาลา ตาไซซอนเสียดสาวสงวนชู้ จอมเมืองเจ้าใจจมฮักไพร่ สนุกอยู่หลิ้นไพรกว้างม่วนระงม (สังข์).
พวงพี่ดอกไม้ชนิดหนึ่ง มีกลิ่นหอม เรียก ดวกพวงพี่ อย่างว่า ดำดวนดั้วสารภีพวงพี่ หอมห่วงเฮ้าไพรกว้างด่านหลวง (กาไก) โยทิกาพร้อมสารภีพวงพี่ หอมอูดเอ้าดงกว้างป่าหลวง (สังข์).
พหัสวันพฤหัสบดี ชื่อดาวนพเคราะห์ ดวงที่ ๖ อย่างว่า ทิตย์พุธเช้าศุกร์เสาร์งายแก่ จันทร์พหัสเที่ยงแท้อังคารค้ายค่ำพาน (โสกวัน).
พอเหมาะ ควร พอดี อย่างว่า ญิงใดทำกินพร้อมพอเกือทังปลาแดก เป็นข้าเพิ่นฮ้อยซั้นควรให้ไถ่เอา (คำสอน).
พ่อชายผู้ให้กำเนิดแก่บุตร เรียก พ่อ พ่อนั้นพระพุทธเจ้าไม่ได้แยกประเภทไว้เพียงแต่ตรัสบอกไว้ว่า พ่อเป็นพรหมของลูก พ่อเป็นเทวดาของลูก พ่อเป็นคนที่ลูกต้องเคารพบูชา พ่อเป็นแขกที่ลูกต้องต้อนรับ อย่างว่า ลูกบ่ฟังความพ่อแม่ผีเข้าหม้อนฮกเทิงดิบ พ่อแม่บ่สอนลูกเต้าผีเป้าจกกินตับกินไต (ภาษิต).
พอกชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ต้นใหย่ มีลูกคล้ายผลละมุดแต่เล็กกว่า สุกแล้วกลิ่นหอม วัวควายชอบ ผลใช้น้ำมัน เรียก หมากพอก อย่างว่า บกพอกพร้อมยมหว้ากอกเกียง (สังข์).
พอกปูผ้าเรียก พอกผ้า อย่างว่า ทางท่องเท้าปูพอกแพรลาย (สังข์) ปิดทองพระเรียก พอกพระ อย่าว่า พร่างพร่างเหลื้อมคำพอกพันหลัง (สังข์).
พ่องบ้าง บางสิ่ง บางอย่าง บางพ่อง ลางพ่อง ก็ว่า อย่างว่า พ่องเล่าไห้พ่องเล่าโลมขวัญ คอยเห็นฮูนฮูนวันฮุ่งมาจวนแจ้ง (สังข์).
พ้องเพื่อน เกลอ อย่างว่า เฮาอาสัยพวกพ้องน้องนุ่งสหายเกลอ เขาก็อาสัยเฮาจิ่งเป็นเมืองบ้าน (ย่า) หมักม่อมหน้าขึ้นใหม่ศรีคราญ ทังหลายเซ็งซ่างามทุกพ้อง ภูธรท้าวแองกากลอยกล่าว เชื้อพี่น้องแฮงแท้ไป่ควร (ฮุ่ง).
พอนชื่อปลาชนิดหนึ่ง คล้ายปลาตะเพียน แต่ตัวโตกว่า เกิดอยู่ในลำน้ำโขง เรียก ปลาพอน.
พอนขาว เผือก ช้างขาวเรียก ช้างพอน ม้าขาวเรียก ม้าพอน ลวาขาวเรียก ลวาพอน อย่างว่า แล้วป่าวให้แต่งต้อนทุกขอบขุนกวาน ฮมฮมเสียงลวาพอนหมื่นตัวเติมเต้า ภูบาลท้าวธรงเมืองมานอก ต้านสั่งข้าขุนอ้างเอกเมือง (สังข์).
พะนังผ้ากั้น ผ้ากั้นห้องเรียก พะนัง อย่างว่า กางพะนังน้าวพีดานลดม่าน ช้างใหญ่แส้ลงน้ำท่าเพียง (ฮุ่ง).
พะนัวละอองเมฑเรียก พะนัว อย่างว่า พะนัวเหมือยหมอกนายนงข้อน (ฮุ่ง).
พะนัวอึกทึก ครึกโครม เสียงดังอึกทึกครึกโครม อย่างว่า พะนัวเนืองเสียงสู่กันกินเหล้า (สังข์).
พะเนียงใบไถเรียก พะเนียงไถ อย่างว่า นาแซงไถบ่ได้ตมกลั้วหน้าพะเนียง (กลอน).
พะเนียมการไปสู่ขอสาวของคนโบราณ เขาจัดหีบใส่ของ ใช้คนสองคนหามไป หีบนี้เรียก พะเนียมคำ อย่างว่า ประดับด่วนข้าหามหีบพะเนียมคำ สองนายธรงอาภรณ์ส่องสีประสงค์ย้อง ลำลำย้ายเถิงคลองคนคั่ง เซ็งแขกเจ้าลุ่มฟ้าเขาย้อยใคร่เล็ง (สังข์).
พะลันทันที ทันใด อย่างว่า เมื่อนั้นภูวนาถฮู้ค้อยเคียดคืนพะลัน ยอตาวแสงปั่นปุนจัดฮ้อน นางคราญเนื้อเบ่าใจจักแตก ต้านสั่งเสื้อเสียงแจ้งจากไป (สังข์).
พะลานข่วง สนาม บริเวณ อย่างว่า เถิงแห่งห้องสวนกว้างช่วงพะลาน (สังข์).
พะลึกหนา แน่น อย่างว่า ควันพะลึกเพี้ยงไฟผางเผาโลก มารมืดกุ้มหาญห้าวหิ่งเนือง (สังข์).
พะเวพะวังอาการหนาวๆ ร้อนๆ ดุจเป็นไข้ อย่างว่า อันหนึ่งพะเวพะวังไข้ในคีงหนักหน่วง (ฮุ่ง).
พักสักครู่ อย่างว่า ถักถั่นฟ้าซางช่อเขียวนิล พุ้นเยอ ทังเมืองพักสั่งลาลงห้อง นรินทร์ท้าวแถนลอให้กล่าว เขียนซู่ห้องไปเช้าแต่งครัว (ฮุ่ง).
พังช้างตัวเมีย เรียก ช้างพัง อย่างว่า นับแต่พังพลายได้พอพันช้างถ่าว ม้าเครื่องเค้าพันผู้แม่งาม (สังข์).
พังพอนสัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่ง คล้ายกระรอก แต่โตกว่า เรียก พังพอน จอนฟอน ก็ว่า อย่างว่า ครุฑบ่อ้างเอานาคเป็นผิด ฟังคำสอนสอดแสวงหวังเว้น พังพอนเว้นวางงูคลายเขียด กาก่องเค้าเฮียงเกี้ยวกล่อมฮัง (สังข์).
พัดโบก กระพือ หมุน อย่างว่า ลมพัดต้องใบใผ่ให้เหลียวแล ลมพัดต้องใบแกให้เหลียวล่ำ ลมพัดต้องใบพร้าวให้ต่าวคืน (ผญา).
พันจีบหมากเรียก พันบาท อย่างว่า กับทังคำหมากแก้วพันแล้วยื่นถวาย (ผาแดง).
พันจำนวนสิบร้อยเรียก พัน อย่างว่า พันเมืองมาช่อยทองทังค้าย (สังข์) ผู้มีตาพันดวง เรียก ท้าวพันตา ได้แก่ ท้าวสหัสเนตร ผู้มีพันแสงได้แก่พระอาทิตย์ เรียก ท้าวพันแสง.
พันเล่นการพนัน เช่น หมากสะกาโดยมีสิ่งของประกัน เรียก เล่นพันกัน อย่างว่า ใคร่จักมาต่อตั้งพันลูกชนสะกา เซ็งสูชาวนาคากล่าวดีเดิมเรื่อง แฮงพันสู้เล็งกันกินค่า เฮาใครได้เพศเพี้ยงเชิงแท้เที่ยวมา เจ้าเอย (สังข์).
พันธนังกอด รัด อย่างว่า พันธนังกลิ้งกุมกันเฟือลาก (กาไก) อันที่พันธนังคล้องกระแจเลยหลุดออก พระก็หายโศกฮ้อนสบายบ้างบ่ตีง (สังข์).
พันธมิตรมิตรที่เกี่ยวข้องกัน อย่างว่า พันธมิตรข้าสองก้ำเกิ่งกัน (กา).
พันธุเชื้อสาย เหล่ากอ เทือกเถา อย่างว่า ท้าวใหญ่ฮู้ฮับพากย์เทโว พงศ์พันธุ์ยังค่อยคงครบหน้า (สังข์).
พับทบ หักทบ คู้เข้า เช่น ทบผ้าเรียก พับผ้าพับแพร.
พับหลับตาเรียก พับตา อย่างว่า พับพระเนตรเมี้ยนมาเฝ้าขาบพระองค์ (หน้าผาก).
พับหยุดพักเรียก พับ อย่างว่า แม้งหนึ่งไย่ไย่ม้าพับจอดจำเวียง (ฮุ่ง).
พั้วกลุ่ม พวง ช่อ พวงดอกไม้เรียก พั้วดอกไม้ อย่างว่า บานหลายพั้วพวงเครืองวงสุ่ม (ผาแดง) กาสะทึงทังดอกกลมแกมพั้ว (ฮุ่ง) เล็มกินพั้วพวงพันภายฮอก (สังข์) ออกจากพั้วพวงแก้วนั่งเนา (กาไก).
พาพาสำรับ พาสำรับเรียก พาเข้า ภา ก็ว่า พาสำหรับกินตอนเช้าเรียก พาเข้างาย พาสำหรับกินตอนเที่ยงเรียก พาเข้าสวย พาสำหรับกินตอนเย็น เรียก พาเข้าแลง อย่างว่า พอประมาณเมี้ยนพาแลงแล้วอย่า น้ำหล่อเหล้าเพ็งแล้วกล่าวนาย (ฮุ่ง) ค้อมว่าแล้วถวายโภชพาคำ (สังข์).
พานำไป นำไปเรียก พา อย่างว่า พานางเข้าดงเลาหลายเหล่า ทางเก่าเกี้ยวหลายเที้ยวเที่ยวมา (กลอน).
พากเพียรหมั่น ขยัน ทนทำไป อย่างว่า ท่อหากประสงค์สามน้อยกุมารเพียรพาก (สังข์).
พากย์คำพูด ภาษา (ป.) อย่างว่า เมื่อนั้นท้าวใหญ่ฮู้ฮับพากย์เทโว พงศ์พันธุ์ยังอยู่คงครบหน้า (สังข์).
พางเพียง เท่า อย่างว่า มีของถวายแต่พางพอฮู้ (สังข์).
พ่างใกล้ ชิด ใกล้ชิดเรียก พ่าง อย่างว่า บ่ห่อนมีญิงซ้อนเทียมสองเฮียงพ่าง นางคราญน้อยเทียมพาเฮียงพ่าง (กาไก).
พ่างอัง ผิง นองผิงไฟเรียก นอนพ่างไฟ เอาปลาอังไฟ เรียก พ่างไฟ อย่างว่า เมื่อนั้นกุมภัณฑ์ต้านถนอมนางในอาสน์ คือคู่ไฟพ่างเผิ้งผายใกล้ล่ามไหลแท้แล้ว (สังข์).
พางานแกล้งทำ อย่างว่า พาโลนี้พางานสอนยาก เป็นดั่งไม้ท่อนฮ้ายตีขี้ใส่โต (กลอน) เขาหากพางานแท้ตีเอาเป็นขนาด ตำตอกถ้อยดูล้นใช่ประมาณ (ฮุ่ง).
พาชีม้า (ป.ส. วาชี) อย่างว่า สามพันพร้อมพาชีได้ใหม่ วอแต่เช้าวางไว้วิ่งหนี (ฮุ่ง).
พาดก่าย ทับลง เช่น แสงพระอาทิตย์ก่ายภูเขาเรียก พาดดอย อย่างว่า รือจักเยื้อนยากได้พอยีบยามเดียว หนึ่งนั้น พอเมื่อสุรพาพานพาดดอยดนแจ้ง กุมภัณฑ์แค้นเคืองมโนค้อยคั่ง รือจักใช้แอ่วอ้วนโอมน้องก็ใช่การ (สังข์).
พาดลาดพลาด พลั้ง การล้มลงโดยพลั้งพลาด เรียก พาดลาด อย่างว่า พาดลาดล้มก้นขี้ถั่งจำดิน โคยบักสามสักถั่งดินเป็นห้วย (ผาแดง).
พาทย์เครื่องประโคม (ส. วาทฺย) อย่างว่า ฟังยินตุริยาตรย้ายกลองฆ้องกล่อมสังข์ พิณพาทย์พร้อมแกมจลุ่ยขานซอ แตรสังข์สูรกล่อมพิณโพนโล้ (สังข์).
พาทีพูด เจรจา อย่างว่า สองเมืองพุ้นพาทีท้าวใหญ่ เมื่อนั้นกุมภัณฑ์ท้าวพาทีต้านตอบ พี่นี้อยู่แห่งห้องทันนี้แต่ใด น้องเอย (สังข์).
พานพานทอง ภาชนะที่หล่อหรือตีด้วยทองคำ เรียก พานคำ อย่างว่า พร้อมมาบเมี้ยนยอใส่พานคำ (สังข์).
พานพัด ปะทะ เช่น ลมพัดเรียก ลมพาน อย่างว่า แล้วเบี่ยงผ้าผายสู่ซองคำ ฟังยินลมพานพัดฟาดเฮียวไฮซ้าย ดาราแจ้งจรบนเบยเมฆ ฟ้าสว่างด้าวโดยใต้ยื่นยวง (สังข์) คือดั่งลมล่วงต้องพานพื้นแผ่นไตร (กาไก).
พาบครั้ง คราว อย่างว่า โลกบ่ห่อนแต่งตั้งญิงพาบสองผัว (บ.) ศรีคราญพระพาบแลงเลยแล้ว (กาไก).
พาบพร้อมกัน ควบกัน อย่างว่า บัวนางเหน้าเฮือนหลวงไหลฮอด พร้อมพาบเมี้ยนเมือห้องคั่งคาม (สังข์) บุญขวางไท้ลีลาลงอาบ แล้วเลิกขึ้นเสมอพร้อมพาบงาย (สังข์).
พายไม้พาย ไม้พายสำหรับพายเรือ เรียก พาย ไม้พาย อย่างว่า เป็นดั่งพายจุ่มน้ำดายดู้มบ่จวบสัง นั้นแล้ว (สม).
พายลมเรียก พาย พระพาย พายุ ก็ว่า อย่างว่า ผ่อเห็นเมฆยั่งย้ายโดยเพศหงส์เหิน พุ้นเยอ พระพายพานสูรล่วงเมิลเมือซ้าย นับแต่ภูมีได้เทวีทังแปด พระก็ฮักยิ่งเพี้ยงเสมอแท้ซู่นาง (สังข์).
พายสะพาย สะพายย่ามเรียก พายถง สะพายข้องเรียก พายข้อง อย่างว่า ตกหมู่ขุนช่อยขุนเกือม้า ตกหมู่ข้าช่อยข้าพายโซน ตกหมู่โจรช่อยหามไหเหล้า (ภาษิต).
พ่ายหนีไป แตกไป อย่างว่า ตีนทำต้องหีนหลวงพังพ่าย (สังข์) เฮาจักชิงลวงท้าวแถนลอให้พ่าย เมื่อนั้นเจ้าติ่วซ้อยถามฮ่างแถนมา (ฮุ่ง).
พายโซนสะพายย่ามหรือเป้ขนาดใหญ่เรียก พายโซน เป็นธรรมเนียมของชาวเขาเผ่าต่างๆ จะไปไหนมาไหนต้องมีย่ามใหญ่ใช้สะพายไป อย่างว่า ตกหมู่ข้าช่อยข้าพายโซน (ภาษิต) ยายยาบข้าหลายหมื่นพายโซน จอมค่อยวางคีงเลยเลื่อนตามตนท้าว หมอโหรให้หายามมื้อปลอด เขาก็ชูง่ามเจ้าเมือช้างม่านวัง (ฮุ่ง).
พายสงเพชรกัน ชื่อพรรณไม้เถาชนิดหนึ่ง เรียก เครือพายสง อย่างว่า เฮียมนี้เทียมดั่งปลาเข็งข้อน หนองนาน้ำเขินขาดฝนบ่มาโผดให้ชิตายแล้งแดดเผา คึดต่อดอกขัดเค้าบานอยู่กลางดง คึดต่อเครือพายสงเล่าบ่มีลำเกี้ยว (ผญา).
พาเหวยสำรับที่พระราชาเสวย อย่างว่า ปุนดาตกแต่งพาเหวยตั้ง (กาไก).
พินัยกรรมหนังสือมอบมรดกที่ทำไว้ก่อนตาย.
พิบากผล ยากเย็น (ป.ส. วิปาก).
พิภพโลก ทรัพย์สมบัติ (ป. วิภว).
พี่เสี่ยวเพื่อนของพี่ชายเรียก พี่เสี่ยว.
พี่อ้ายพี่เขย เรียกผัวของพี่สาวว่า พี่อ้าย อ้ายเขย ก็ว่า.
พืนลืนตาที่ปลิ้นออกมาเห็นสีแดงมาก เรียก แดงพืนลืน.
พือคลี่ผ้าเรียก พือผ้า อย่างว่า พือผืนแพงแจกปุนปันน้อง (สังข์) ว่าชิพือแผ่นผ้ามาตุ้มห่อฮิง (โส) นางก็ประสงค์เถิงท้าวชลธีเลยหลั่ง พือแผ่นผ้าเถิงแก้วโท่มตา (ฮุ่ง).
พุมพุมพึมพำ เสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงจ่มพุมพุม อย่างว่า ลางเถ้าพุมพุมป้อยกลางคืนแต่ก่อนไก่ เอาแต่ความขี้ฮ้ายมาให้ลูกหลาน (กาพย์ปู่) พุมพุมต้านกรรมนอมันบาป จริงรือ เทื่อนี้เสียท่อนท้าวนครไท้แห่งภู แลนอ (สังข์).
เพชสลด สังเวช อย่างว่า อาฮมท้าวปองไปเป็นเพช (สังข์).
พุบฟุบ ล้มลงหรือยอบลงเรียก พุบ.
พุมบ่นพึมพำ เรียก จ่มพุม.
พุมพุมพึมพำ เสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงจ่มพุมพุม อย่างว่า ลางเถ้าพุมพุมป้อยกลางคืนแต่ก่อนไก่ เอาแต่ความขี้ฮ้ายมาให้ลูกหลาน (กาพย์ปู่) พุมพุมต้านกรรมนอมันบาป จริงรือ เทื่อนี้เสียท่อนท้าวนครไท้แห่งกู แลนอ (สังข์).
พูถั่วพู ชื่อถั่วชนิดหนึ่ง ฝักเป็นเหลี่ยมเรียก หมากถั่วพู.
เพแตก หัก ชำรุด พัง อย่างว่า กูจักเพพังม้างกระดานหินหักแตก (สังข์) เคืองจักแข็งนครขว้างสมคามคูณออก ได้รือ กลัวว่าพลท่านเจ้าหมื่นม้าวเพม้างเมื่อลุนนี้เด (ฮุ่ง).
เพรงก่อน เก่า อย่างว่า นับแต่บุญเพรงสร้างปางหลังชาติก่อน (บ.).
เพราแพงนางงาม อย่างว่า พ่อก็ทันเพราแพงพร่ำมวลมาใกล้ (สังข์).
เพรียงพร้อม อย่างว่า ในเมื่อท้าวฮ่ำแล้วโฮมหมู่มนตรี มวลมาประดับซู่ซุมเพรียงพร้อม (สังข์).
เพียงเท่า แค่ เสมอ พอ เหมือน อย่างว่า สะพ่มพร้อมอามาตย์ประดับดี ปูราชสิงหาส์นลวดเพียงพรมล้วน ยนยนช้างเชียงทองคับคั่ง ม้ามากเท้าเกยกว้างจอดจน (สังข์).
เพี้ยงเท่า เสมอ เหมือน คือ อย่างว่า เทื่อนี้การพี่เพี้ยงเทียมท่อธรณี ยาว่าเฮียมพาโลเลสสหาวหาน้อง ดวงคมเพี้ยงพระกูแยงยังแว่น จิตพี่เฮฮ่วนดิ้นกระหายข้อนขาดขวัญ (สังข์) รัศมีเพี้ยงพรมเขียนโฉมฮาบ งามเลิศแล้วลือล้ำโลกคน (ฮุ่ง).
เพี้ยฟานดีหมี ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง มีรสขม ใบคล้ายใบมะไฟ เรียก ต้นเพี้ยฟาน.
เพียรความบากบั่น ความกล้าแข็ง ความพยายาม อย่างว่า มหานิลมันหากตกสีกแล้วเพียรล้างหากสิใส (สุด).
แพงชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ใบรี มีริมเป็นจักๆ ผลของมันสัตว์ป่าชอบกิน เรียก ต้นแพง.
แพงสิ่งของที่มีราคามาก เช่น สร้อย แหวน เพชร นิล จินดา เรียก ของแพง.
แพงหวงแหน สงวน รัก อย่างว่า ให้ฮักผู้แฮง ให้แพงผู้ใช้ (ภาษิต) พระแพงเพียงพระเนตรเนาในหน้า เฮาก็เพิงแพงประสงค์ชอบพระทัยทังค้าย (สังข์).
เพี้ยน้ำย่อยที่อยู่ภายในลำไส้อ่อนของคนและสัตว์ เรียก ขี้เพี้ย.
แพ่งธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมที่เรายึดถือปฏิบัติมาเรียก แพ่ง อย่างว่า ให้ถืกต้องตามแพ่งคลองเมือง (กาไก) เฮาบ่ขีนบูฮานแพ่งเลิงลือไว้ (สังข์) ขันไตตั้งตามแพ่งบุฮม ดังนั้น เทพีทุกท่วยไทชมอ้าง ลือเกียรติ์ท้าวประถมลางเลิงเล่า ใจแกว่นกว้างมธูช้อยชอบธรรม (ฮุ่ง).
แพ่งรินเหล้าแล้วแจกกันกิน เรียก แพ่งเหล้า อย่างว่า ฮื่นฮื่นพร้อมตักแพ่งปานทอง โสราเฮืองฮอดโฮงโฮยน้ำ สะบองหน้านางเมืองปุนแต่ง ไหปากก้ำเจืองท้าวฮ่วมสาม (ฮุ่ง).
แพงช้างช้างมีราคาแพง เรารักคนมีราคาแพงเรียก แพงช้าง อย่างว่า เหลียวผ่อเจ้าแพงช้างแต่ไกล (ฮุ่ง).
แพงตื้อคนที่เรารักยิ่งชีวิตจิตใจเรียก แพงตื้อ อย่างว่า ชมชื่นได้ลูกน้อยแพงตื้อฮ่วมเพลา (กาไก).
แพดหญ้าแพรกเรียก หญ้าแพด หญ้าชนิดนี้เลื้อยเป็นเถาไปตามดิน อย่างว่า ควายชนกันแพ้หย้าแพด แดดออกแพ้ภูเขา (ภาษิต).
แพดปะแหลกเกวียน เรียก แพดเกวียน แพดเกวียนคือไม้ที่ขนาบล้อเกวียนทั้งสองข้างไม่ให้หลุดออก.
แพดเปรียบ เทียบ การเอาของหลายอย่างมาเทียบกัน เรียก แพด อย่างว่า น้อยดุ่งดั้นดอยดู่ดอยดู ภูมีเห็นฮ่ำทวงสะเทินท้วง อันว่านารีนี้คือญิงยอดยิ่ง จริงนอ ลางเล่าไว้พอเพี้ยงแพดเพียง (สังข์).
แพนหอกโบราณ เรียก แพน อย่างว่า ผ่อเห็นแพนหอกเหลื้อมเหลือท่งเงินยางพุ้นเยอ (ฮุ่ง) กำแพนซ้องตาวเลียนระวังไขว่ (กาไก) แพนซ่อซ้องหลายล้านลวาดเซา (ฮุ่ง).
แพนอ่อนช้อย การแสดงท่าฟ้อนลำแบบอ่อนช้อย อย่างว่า ตาดำเหลื้อมแขนแพนก้าวก่อง (สังข์) นางกะสิงประดับแกว่งแพนเฟือยฟ้อน (สังข์) ฟ้อนบ่แอ่นแขนเจ้าบ่แพน (บ.).
แพนหางหอกที่มีด้ามยาวเรียก แพนหาง อย่างว่า เล็งเห็นแพนหางล้นเหลือนานองเครื่อง โยเธศต้านเสียงกล้ากล่าวหาญ (ฮุ่ง) เฮาก็ฮอมแพนหางแต่งปุนไปต้อน (ฮุ่ง).
แพ้ผมผมหงอกเร็วกว่าธรรมดาเรียก แพ้ผม.
แพ้ผัวหญิงที่มีผัวกี่คนๆ ผัวก็ตายจากไปก่อนหมด เรียก แพ้ผัว.
แพ้เมียชายที่มีเมียกี่คนๆ เมียก็ตายจากไปก่อนหมด เรียก แพ้เมีย.
แพรผ้าทั่วไปเรียก แพร ผ้าฝ้ายเรียก แพรฝ้าย ผ้าไหมเรียก แพรไหม ผ้าสะไบเฉียงเรียก แพรเบี่ยง ผ้าเช็ดหน้าเรียก แพรมน ผ้าขึ้ริ้วเรียก แพรฮ้าย ผ้าขาวม้าเรียก แพรอีโป้ ผ้าสีดำด่างเรียก ผ้าขี้งา ผ้าคุบเรียก ผ้าควบ ผ้ายาวสองวาเรียก ผ้ากะเตี่ยว ผ้าที่ทอเป็นทางยาวเรียก ผ้าใส้ปลาไหล.
แพวชื่อผักจำพวกหนึ่ง มีกลิ่นหอม ใช้กินและทำยาได้ เรียก ผักแพว มีสองชนิดคือ ผักแพวขาวและผักแพวแดง.
แพ้วแขวนหรีอปักรูปหุ่นคนไว้ในนา เพื่อป้องกันนกหรือกาไม่ให้รบกวนข้าวในนา เรียก แพ้วนก แพ้วกา.
แพ้แว้เปิดเผยจนมองเห็นได้ทุกแง่ทุกมุม เรียก แพ้แว้.
แพ้ฮู้สู้ความรู้ หรือชั้นเชิงไม่ได้เรียก แพ้ฮู้.
โพชื่อพรรณไม้จำพวกหนึ่ง มี ๒ ชนิด คือ โพศรีและโพชัย อย่างว่า โพศรสร้อยใบดกนกแกว่น หมากมันหวานจ้อยจ้อยกาเอี้ยงแฮ่งสงวน (ผญา) ชาติเพิ่นแม่นชาติโพ ๙าติโตแม่นชาติพร้าว นานปานใดจั่งซิมีผู้น้าวดึงพร้าวเข้าใส่โพ (ผญา).
โพ่โคลนที่มีน้ำขัง เวลาวัวควายเข้าออกวัวควายไปขี้ใส่ น้ำดำเหมือนน้ำครำ เรียก โพ่ ขี้ตมโพ่ ก็ว่า.
โพ่แตกตื่น การแตกตื่นตกใจของนกแล้วบินไปพร้อมกันเรียก แตกโพ่ อย่างว่า จอแจฮ้องเฮียวโพแตกโพ่ วอกแวกหวึ้นเย็นสมิ้งมิดดี ดูดาวดั้งเทิงหัวคนละผู้พุ้นกะชู้พี้กะชู้คือไม้ง่าบ่มี (ผญา).
โพงคนที่ชอบกินของดิบ เช่น กบดิบ เขียดดิบ ลาบดิบ ลาบเลือดดิบ นานเข้ากินของสุกไม่ชอบ เลยเกิดเป็นเป้า คือ ลักกินของดิบ โบราณเรียกคนชนิดนี้ว่า ผีเป้า ผีโพง คือลักกินของดิบของดาย.
โพงพอง โรคที่ทำให้พุพองขึ้นตามแข้งขา หูตา เรียก โพง เช่น แข้งโพง ขาโพง อย่างว่า ตีนโพงพื้นหมหนองเป้เปื่อย (กาไก).
โพงยาน้ำเหล้าโบราณเรียก โพงยา อย่างว่า โพงยายายแจกไลลงล้น คนกลมก้ามกินเมาทุกที่ เจ้าลุ่มฟ้าเตินเหล้นม่วนเมือง (สังข์).
โพดเลย เกิน กินเกินเรียก กินโพด นอนเกินเรียก นอนโพด พูดเกินเรียก เว้าโพด ทำอาหารใส่เกลือเกินเรียก โพดเกลือ ใส่ปลาร้าเกินเรียก โพดปลาแดก อย่างว่า เถ้าแถลงพ้นโพดความ (สังข์) ชื่อว่าผิดโพดพ้นนักขิ่นขอวอนไว้ก่อน ตางดูใจใช่อันดีฮ้าย ฟังกลอนอั้วอามคายขานขอบ เฮาพี่น้องทังค้ายคู่คน (ฮุ่ง).
โพนกลองตะโพน ชื่อกลองชนิดหนึ่ง ใช้หนังหุ้มสองหน้า เรียก กลองโพน กลองตะโพน ก็ว่า อย่างว่า ตะโพนพิณไค้สวนไลเค้าคื่น แพงมาศผู้องค์อ้วนออกสถาน (สังข์).
โพนดินที่พูนกันขึ้นสูงเรียก โพน ดินที่ปลวกนำมาพูนขึ้นเรียก ดินโพน อย่างว่า จอมปลวกอ้นขุดก่นเป็นโพน แม่นชิเป็นโพนสูงชั่วไกลเห็นแจ้ง คันบ่มีสาขาไม้ใบเขียวปกห่อ ก็บ่ดูอาจแท้โพนนั้นเปล่าแปน (กลอน) น้ำบ่ไหลท่อก้อยคือเอาน้ำขึ้นสู่โพน (กาไก).
โพ่นพุง พุงพะวาย เรียก โพ่น ขี้โพ่น ก็ว่า อย่างว่า ง้าวผ่าท้องสาวใส้โพ่นพุง (เวส-กลอน).
โพนโดกนกโพระดกเรียก นกโพนโดก นกก้นโดก นกกะโดก ก็ว่า อย่างว่า โพนโดกฮ้องคณาขุ้มขาบเขียว (กาไก).
โพ่โพ่เสียงตบมือ อย่างว่า โพ่โพ่พร้อมภายลุ่มตบมือ ทิวแพนคำเลื่อนบังบาท้าว (ฮุ่ง).
โพ้โว้ชะโงกหน้าออกมาเรียก โพ้โว้.
โพะทับ โปะ เอาดินโปะหัวเรียก ดินโพะหัว หักกิ่งไม้ทับหัวเรียก หักง่าไม้โพะหัว.
โพะเพราะ อย่างว่า พลายเผือกช้างตัวชื่อฉัททันต์ ตายโพะแมงหมาไนหยั่นหูขนายล้ม (สังข์).
ไพพรายน้ำ ฟองน้ำที่ผุดขึ้นเป็นจุดเล็กๆ เรียก ไพน้ำ พรายน้ำ ก็ว่า อย่างว่า หลิงเห็นพรายพรายน้ำพระคุงคายางย่าน สังข์สอดเท้าทันหั้นอยู่คอย (สังข์).
ไพเรียกไหมหนึ่งปอยว่า ๑๐ ไพ.
ไพร้อย กรอง กรองหญ้ามุงเรือน เรียก ไพหญ้ามุงเฮือน.
ไพ่เครื่องเล่นการพนันชนิดหนึ่ง ทำด้วยกระดาาแข็ง รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือสี่เหลี่ยมรี เรียก ไพ่.
ไพรป่า ดง อย่างว่า สังข์ประกอบชี้แปวปล่องทูลถวาย ยามนี้องค์มารมาแอ่วไพรดงด้าว (สังข์).
ไพร่ชาวเมือง พลเมืองสามัญ อย่างว่า เจ้านายดีบ่เห็นแก่เงินแสนไถ่ เจ้านายดีเห็นแก่ไพร่แสนเมือง (ภาษิต) จอมเมืองเจ้าใจฮมฮักไพร่ สนุกอยู่เหล้นไพรกว้างม่วนระงม (สังข์).
ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ราษฎร.
ไพรสณฑ์แนวป่า เรียก ไพรสณฑ์ ไพรสัณห์ ไพรสาณฑ์ ก็ว่า อย่างว่า แม้นว่าพื้นแหล่งเหล้าเงื้อมแง่ไพรสณฑ์ ก็ดี เชิญชูสองส่ำราญคลายแค้น แม้นว่าไตรตรองพื้นนาคาครุฑใหญ่ ก็ดี กับทังนางเทพสร้อยนางน้อยเมขลา (สังข์).
ภัณฑูกรรมการปลงผม (ป. ภณฺฑุกมฺม).
พาขวัญภาชนะที่จัดขึ้นเพื่อเรียกเอาขวัญนั้น จะเล็กหรือใหญ่ก็ได้ โบราณใช้พาโตก เดี๋ยวนี้โตกไม่มีจึงหันมาใช้พาน จะใช้พาขวัญ ๓ ชั้น ๕ ชั้น ๗ ชั้นหรือ ๙ ชั้น ก็จัดพานมาเท่าจำนวนสิ่งของที่จะใช้.
พ้อว้อแพ้แว้ลักษณะอาการลับๆล่อๆ ผลุบ ๆ โผล่ ๆ เดี๋ยวก็อยู่ตรงนั้น เดี๋ยวก็โผล่มาตรงนี้
พอแฮง

มากเกินพอ เพียงพออยู่แล้ว

พาโล

ไปกันใหญ่ เป็นมากกว่าที่เป็นอยู่

พ่อส้น

ชายผู้อาวุโส

พ่อตู้

ชายผู้อาวุโส

พล่อย

กรอบ เปราะบาง เปื่อย ยุ่ย