พจนานุกรมภาษาอีสานหมวด "ย"

คำศัพท์อีสานความหมาย
ยามฤดู หรือ ช่วงเวลาต่างๆ
ยู้ดัน , ผลัก
ยอย้องยกย่อง
ย่างเดิน
ยังบ่อทันยังไม่ทัน
ย้านกลัว,รู้สึกหวาดสะดุ้ง
ยางกิ๊นกินอากัปกิริยาการเดินมุ่งตรงและเร่งด่วน
ย่านกลัว
ยามสวยตอนสาย
ยูงต้นพะยูง ไม้พะยูง
ยถากรรมตามกรรม ตามแต่จะเป็นไป (ป.ส. ยถากมฺม).
ยนยนสีเลื่อมแพรวพราวดุจแสงพระอาทิตย์แรกขึ้น เรียก ยนยนเหลื้อม อย่างว่า ทันที่ยนยนเหลื้อมดวงปรางค์ผาสาทน้ำใหญ่ล้อมบาลังท้าวที่เซ็ง (ฮุ่ง).
ยมมะยม ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง มีผลใช้กินได้ เรียก หมากยม มี ๒ ชนิดคือ หมากยมบ้านและหมากยมป่า หมากยมผาก็ว่า อย่างว่า อัมพาต้นเฟืองไฟยมหลอด (กาไก) ชางยมผาพร่ำแงวคายค้อ (สังข์).
ยวกผลัก ดัน สาด สาดน้ำเรียก ยวกน้ำ น้ำตีฟอง เรียก น้ำยวก อย่างว่า น้ำยวกฟ้งแพน้อยล่องไหล (กาไก) มีทังน้ำยวกยู้แปวปล่องทะเลหลวง (เวส-กลอน).
ยวงซังขนุนเรียก ยวงหมากมี้ เงินสีขาวบริสุทธิ์ เรียก เงินยวง คางยื่นออกมาเรียก คางยวง.
ยวงยาว กลองยาวเรียก กลองยวง อย่างว่า เมื่อนั้นฝูงแกว่นใกล้เฮวฮีบปุนเปือง โดยเกงญาประดับไพร่พลเพรียงพร้อม ฟังยินแกถวิลฆ้องกลองยวงเค้าคื่นพุ้นเยอ ข้าค่อมผู้สองเอื้อยปิ่นปัว (สังข์).
ยวงชักนำ พา นำหน้า อย่างว่า ประดับปิ่นป้องฮีฮ่ำเฮียงเงา พอดีเสด็จฮอดยามยวงข้า เค็งเค็งก้องตุริยาเค้าคื่น อวนอ่อนแก้วกือล้านล่วงไป (สังข์) อีศวรให้ยวงพลเดินก่อน (กาไก) ผีสรวงผู้โยธายวงไพร่ (กา).
ยวงส่งสาร ส่อง อย่างว่า เลยลวดยวงคำเถิงหมู่แถนแถลงถ้อย (สังข์) ดูที่เทเลศเจ้าแผ่นฟ้ายวงใต้ส่องญาณ (ฮุ่ง).
ยวดยานเครื่องขับขี่ มีรถ เรือ เกวียน เสลียง ตานหาม เรียก ยวดยาน อย่างว่า เขาก็เชิญกุมารีสู่ยานคนกุ้ม (กาไก) พร้อมพาบขึ้นยานยอดคำเหลือง (สังข์).
ยวนชื่อชนชาติกรีก เรียกชาวไทยทางลานนาไทยว่า ไทยยวน เพี้ยนเป็น โยน หรือ โยนก ก็มี.
ยวบอาการที่ไหวจะยุบลง เช่น เดินข้ามสะพานไม้ที่ไม่แข็งแรงสะพานจะอ่อนยวบยาบ.
ย้วยเหลวยืดออกได้ เช่น น้ำอ้อยที่เหนียว เรียก น้ำอ้อยย้วย.
ย้วยย้วยอาการที่คนเดินไปตามหลังกันไปเรียก ย่างย้วยย้วย.
ยโสเย่อหยิ่งเพราะถือตัวว่ามียศ มีปัญญา มีความรู้มีกำลัง มีทรัพย์ เป็นต้น เรียก ยโส โยโส ก็ว่า อย่างว่า สูหากแนวโยโสล่วงแดนมาอ้าง (กาไก).
ยอยก ยกมือเรียก ยอมือ อย่างว่า ยอมือนบขาบกรกลอยไหว้ (สังข์) ชาติที่ยอเงิงไง้ขอนเห็นดูหลาก คันบ่เข็บก็งอดเงี้ยวงูฮ้อยหากมี บ่อย่าแล้ว (กลอน).
ย่อ (หย่อ)ผ้าขี้ริ้วของวัวควาย เป็นแผ่นบางๆ เรียงกันเป็นชั้นๆ เรียก ย่องัวย่อควาย สามสิบกีบ ก็ว่า.
ย้อคนไทยเผ่าหนึ่ง เรียก ไทยย้อ อยู่ในท้องที่จังหวัดนครพนม.
ยอกกระทอก เรียก ยอก กระแทกขึ้นกระแทกลง เช่น เอายางตังใส่ในกระบอกไม้ไผ่แล้วยอกให้ตังเหนียว เพื่อติดจักจั่น แมงอี.
ยองไก่ที่มีขนงอหงิกและขนพองไปตามตัวเรียก ไก่ยอง ไก่หยอง ก็ว่า อย่างว่า ติบ่อนใดติอ้ายบ่อนใด ติว่าผมอ้ายหยอง ตั้งแต่ไก่อี่ยองแม่เจ้าก็ยังเลี้ยง (กลอน).
ยองพูดจา อย่างว่า ยองคำต้านภาษาสัตว์สิ่ง (กาไก).
ย่องขยี้ เรียก ย่อง ออกเสียง หย่อง เช่น ย่องเข้าปุ้น ย่องเข้าปาด ย่องหมาน้อย ย่องยานาง เป็นต้น.
ย้องยกย่อง สรรเสริญ การยกย่องสรรญเสริญ เรียก ย้อง อย่างว่า นับแต่ผู้ผ่านด้าวธรงผนวชเจ็ดเดือน ประสงค์คลองวัตรเคี่ยมคมเฮียนฮู้ ปรากฏไท้มหาเถรกุศราช ทุกที่เที้ยนยอย้องยอดธรรมแท้แล้ว (สังข์) ดั่งนั้นเทเวศเจ้าแผ่นฟ้ายอย้องช่อยชู (ฮุ่ง).
ย้องประดับ ตกแต่ง อย่างว่า สองนายธรงอาภรณ์พร่ำสีประสงค์ย้อง (สังข์) แต่นั้นผานผานเบื้องเงินยางอั้วค่า ย้องเครื่องเข้าทรงช้างเฮื่อคำ (ฮุ่ง).
ย่องย้อกระโหย่ง นั่งกระโหย่ง เรียก นั่งย่องย้อ อย่างว่า บ้านข้อยพุ้นบ่อึดบ่อยาก ปวดท้องขี้ไปงอยหลังเต่า หักไม้แก้งไปถึกขากวาง ซวงมือไปถึกหางเหนอ้ม ก้มลอดฮั้วหมากถั่วแทงตา มึนตาจึ้นหมากสีดาหล่นใส่ นั่งย่องย้อเครือกล้วยทั่งหัว (กลอน).
ย่องย่องเหาะหรือบินไปด้วยอิทธิฤทธิ์ อย่างว่า ย่องย่องผ้ายอากาศเวหา (กาไก) เดินเร่งรีบ อย่างว่า ย่องย่องดั้นเดินตาดตนเดียว ฟังยินแซวแซวถัวเล่าลางตันต้อน ทวายทองเค้าคณาหลวงเหลียวผ่อ มอมม่ายเต้นตามผู้หลีกไกล (สังข์).
ยอนปลาสังกะวาด เรียก ปลายอน เป็นปลาน้ำจืด ชนิดไม่มีเกล็ด.
ย่อน(สันธาน) เพราะ เหตุ อย่างว่า (กริยา) การขยับตัวขี้นและลงตามจังหวะดนตรี
ยอยสิ่งที่เป็นเส้นสายห้อยย้อยลงมา เรียก ยอย เช่น กิ่งไทร เรียก ยอยไฮ กระจอนหูที่มีระย้า เรียก กระจอนยอย อย่างว่า เล็งดอกไม้บานแบ่งตีนผา พุ้นเยอ เกียงลมเลียนยาบยอยประดับด้าว ภุมราแส้วแสวงคอยคันธชาติ มีหมู่นกหนุ่มน้อยกินบ่งต่อยตอง (สังข์).
ย้อยหยาด หยด ไหล น้ำตาหยดเรียก น้ำตาย้อย อย่างว่า โสกีแค้นเคืองพระทัยหมองหม่น ก็บ่เหยเหือดน้ำตาย้อยย่าวไหล (สังข์) ดาราพร้อมประกายยวงเยืองโลก เหมือยหยั่นย้อย เฮียวเฮื้อหน่วงหนาว (สังข์) สีสันหน้าใสงามย้อยยั่ง (กาไก).
ยะเปิดทางให้เดินเรียก ยะทาง อย่างว่า ท่อว่ายะหว่างไว้ช้างใหญ่คูณเมือง นั้นเนอ กูจักมวนเพนกวนหมู่หลวงไหลเข้า บอกแก่ขุนพลพร้อมขุนนายเนืองนั่ง ขุนใหญ่พร้อมโดยเจ้าอยู่ฟัง (ฮุ่ง).
ยั่งตลอด ทั้งสิ้น เช่น ฝนตกตลอดคืน เรียก ฝนตกยั่งคืน นอนหลับตลอดวัน เรียก นอนยั่งมื้อ อย่างว่า บาบ่าวท้าวชมน้อยยั่งคืน (โสวัจ).
ยั่งยั่งหยด ย้อย ไหล อย่างว่า สองก็ยั่งยั่งย้อยฮำราชอุณหกะ ภูมีเมิลมุ่งดูดาถ้วน พระก็มีคำเท้าอัยโกมหาเอก สูค่อยค้ำพลถ้าส่ำราญ แด่รือ (สังข์) ยั่งยั่งน้ำย้อยเนตรนองไหล ยินอาฮมณ์ดั่งปานเป็นบ้า ดูดั่งฮามเฮือนแก้วกูไกลกินโศก เวรนี้พระพี่คึดเพื่อหน้าคนิงไว้แว่นทวง.
ยับยับแสงแวบๆ ยิบๆ อย่างว่า เสียงพาดฆ้องเดิงเดิดกาละสับ ระงมนันยิ่งครางคุงฟ้า ยับยับเหลื้อมจามรไกวแกว่าง บานั่งฮ้านเทิงแท่นอิงหมอน (ฮุ่ง) หลิงเห็นยับยับเหลื้อมดาราแฝงพ่าง (ฮุ่ง).
ยัวรยาตรเดินไป อย่างว่า เมื่อนั้นศิลป์ชัยท้าวจาสารชมชื่น เฮาจักไปแปรม้างมารต้องต่อมือ แท้แล้ว ค้อมว่าบาแถลงแล้วลาสารยัวรยาตร ช้างก็แหนแห่เจ้าจอมช้อยส่งไป (สังข์).
ยัวรแย้มสวยสด อย่างว่า ผิวโสดย้อยยังยิ่งพระแขไข ภูมีทรงโฉมสดฉลาดคมยัวระแย้ม เหมือนดั่งเทพาไล้ริจนานำฮูป พระก็เป็นหน้าท้าวเสมอฟ้าแทบอินทร์ (ฮุ่ง).
ยัวระย้ายเดินไปมา อย่างว่า ยามเมื่อลีลาคือคู่หงส์ยัวระย้าย (ฮุ่ง).
ย่าใช้เป็นคำห้าม ย่อมาจากอย่า อย่างว่า ยามเมื่อผัวโกรธกล้าเมียค่อยฟังสงัดอยู่เนอ ยามเมื่อเมียพวมฟุนผู้ผัวยาเตื้อง (หน้าผาก) ยาได้หึงหวงห้ามไปมาให้มีหมู่มีพี่น้องนำก้นกะอุ่นใจ ไปกับอ้ายนำทางชิได้ม่วน ฮอดฮ่มไม้ยังชิได้หยอกกัน (กลอน)
ย่าแม่ของพ่อ เรียก ย่า หรือหญิงที่เป็นชั้นเดียวกับแม่ของพ่อ เรียก ย่า อย่างว่า ย่านี้เถ้าแก่แล้วเนื้อเหี่ยวหนังยาน หูตาเสียบ่คือยังน้อย มันบ่สอยวอยหน้าโสภาคือหนุ่ม ยามเมื่อเถ้าแก่แล้วแนวนี้ซู่คน แท้แล้ว (ย่า).
ยากความลำบาก แยกออกได้เป็น ๒ คือ ยากกายและยากใจ อย่างว่า ถากไม้ขวานบ่เข้านี่กะยาก บ่มีเข้ากินลูกหลานหลายนี่กะยาก ตายบ่มีพี่น้องหามไปถิ่มนี่กะยาก ตอกลิ่มใส่ลายขัดนี่กะยาก ไปวัดมนต์เข้าหัวบ่อยู่นี่กะยาก ไต่ขัวไม้ลำเดียวนี่กะยาก (ภาษิต).
ยากแค้นอัตคัตขัดสน เรียก ยากแค้น อย่างว่า ทุกข์บ่มีเสื้อผ้าฝาเฮือนเพกะพออยู่ ทุกข์บ่มีเข้าอยู่ท้องนอนลี้อยู่บ่เป็น (ภาษิต).
ยากไฮ้ยากจนไม่มีอะไรจะกิน อย่างว่า ทุกข์ยากไฮ้ให้ได้อยู่นำกัน กลอยมันมีชิค่อยหาเอาเลี้ยง (ภาษิต).
ยางชนชาติกระเหรี่ยง อยู่ทางเหนือของประเทศไทย เรียก ไทยยาง.
ยางชื่อนกกินปลาพวกหนึ่ง ปากแหลมขายาว ชอบหากินตามชายน้ำ เรียก นกยาง.
ยางชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง มียางใช้เป็นใต้สำหรับจุดให้สว่าง เรียก กระบองขี้ยาง ใช้ยางผสมชันยาเรือเรียก น้ำมันยาง อย่างว่า ยูงยางไม้ลมตีหักก่อง เชื้อหญ้าปล้องลมต้องบ่ตึง (กลอน).
ย่างยกเท้าก้าวไปเรียก ย่าง อย่างว่า ย่างนำก้นผู้เถ้า ผีเป้าบ่จกกินตับกินไต (ภาษิต) ไปให้ไปช่าง ย่างให้ย่างงาม (ภาษิต) ผู้ดีย่างช้า ขี้ข้าย่างไว (ภาษิต) พังหลายยกย่างเชิงกระดิงก้อง (กาไก) เจ้าลุ่มฟ้าธรงช้างย่างไป (ฮุ่ง).
ย่างซำเดินช้าเรียก ย่างซำ อย่างว่า หมักหม่อมหน้าฝูงหมู่ทามแฮง ลงพายโชนย่างเชิงซำย้อง กูจักไกวกงเพี้ยงแยงยิงพร้อมพาบ ให้ท่านเจ้าทองล้านแต่งเมิน ซามตาย (ฮุ่ง).
ยาดแย่ง ชิง อย่างว่า มาปลอมหลอนยาดเมียกูได้ (กาไก) บัดนี้เศิกฝ่ายฟ้าท้าวชื่อเป็งจาล มันก็มาชิงชูยาดเมียกูได้ มีดาวกล้าศรสังข์สิทธิเดช จงให้ทันที่อ้างเอาน้องพี่มา เถี่ยวเถิ้น (สังข์) มีฮ่างว่านครลุงพุ้นแก้วเกากวนยาด แท้รือ เมื่อนั้นเม็งตื่นฟ้าวฟังฮ้ายฮ่ำครวญ
ย่าทวดแม่ของปู่หรือของย่า เรียก ย่าทวด.
ยานเครื่องนำไป ได้แก่ รถ เรือ เกวียน เป็นต้น เรียก ยาน.
ยานอาการที่หย่อนยานลง อย่างว่า เครือหมากอึหมากแตงเต็มเทิงฮ้าน ผลยานลงย้อยยามย่าง ก็ยังแขวนอยู่ได้เครือนั้นบ่ขาดลง (กลอน).
ย่านระยะทางจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง เรียก ย่าน อย่างว่า เชียงหลวงล้นรุงรังล้านย่าน น้ำแผ่ล้อมระวังต้ายชั่วพัน (สังข์).
ย้านกลัว เกรง อย่างว่า ทุกส่ำเบื้องใสก่อฮมฮม บาคราญยังภายขวาชับพลายใสเข้า พลไหลกุ้มดอมบาไหลหลั่ง ผู้แห่งเหง้ามีย้านหย่อนกลัว (ฮุ่ง).
ยานกะยานพาหนะเล็กๆ เช่น เตียง เสลี่ยง คานหาม เรียก ยานกะ (ป.ส.).
ยามกู้ กู้ลอบกู้ไซเรียก ยามลอบ ยามไซ.
ยามส่วนแห่งวันและคืน เรียก ยาม.
ย่ามเครื่องใช้สำหรับใส่สิ่งของ ทำด้วยผ้า มีหูหรือสายสำหรับสะพาย เรียก ย่าม ถงย่าม ก็ว่า.
ย้ามเหิม หย้าม ได้ใจ เช่น เคยได้อยู่ได้ กินก็อยากได้อยู่ได้กินอีก เรียก ย้าม อย่างว่า ได้อย่าย้าม บ่ได้อย่าหลาบ (ภาษิต).
ยามแลงเวลากินอาหารค่ำ เรียก ยามแลง อย่างว่า วันปลอดแจ้งมื้อใหม่ยามแลง ควรที่ปุนพิมมะบานฮีบเมือแหนถ้อย นางเมืองผู้แพงศรีจักฮอด แม่ท่านเจ้าติ่วสร้อยต้านสั่งทุกประการ (ฮุ่ง).
ยายแจก แบ่ง อย่างว่า พอดีแล้ววางพลูพร้อมหมาก น้ำหล่อเหล้าเพ็งแล้วลวดยาย (ฮุ่ง) ผลผลาหวานหว่านลงยายให้ (หน้าผาก).
ย้าวเรือน เรียก ย้าว เหย้า ก็ว่า อย่างว่า มีวังบ่มีขอนขว้าง พรานเหบ่มีหย่อนมือแล้ว มีเฮือนบ่มีพ่อย้าวโจรชิเข้าลักของ (ย่า).
ยิงทำให้แล่นออกไปโดยเร็ว เรียก ยิง เช่น ยิงปืน ยิงธนู ยิงลูกศร ยิงหน้าไม้.
ยินสะออนซาบซึ้ง ตรึงใจ
ยีบชั่วครู่ ชั่วคราว อย่างว่า รือจักเยื้อนยากได้พอยีบยามเดียว (สังข์) พี่ก็ทรงเทียมไท้ถนอมแพงยีบหนึ่ง (กาไก).
ยี่ยำย่ำยี ข่มเหง อย่างว่า อย่าได้เบียดไพร่น้อยยีย่ำเอาสิน (ฮุ่ง).
ยีแย้มยิ้มแย้ม แจ่มใส อย่างว่า มีวรรณศรีผู้ดียีแย้ม (ขุนทึง).
ยี่สิบจำนวนสิบสองหนรวมกัน ซาว ก็ว่า.
ยืดยาว นาน เสื้อที่หดเข้าและยืดออกได้เรียก เสื้อยืด ขยายเวลาให้นานออกไปเรียก ยืดเวลา อย่างว่า นับแต่เดินไกลแก้วหลายวันคราวยืด จริงรือ รือเล่าใจบ่ฮ้อนเทียวช้าซวดประมาณ นี้เด (สังข์).
ยืดยืดอาการเดินตามกันเป็นหมู่ไม่ขาดสาย เช่น ปลวก เรียก ไต่ยืดยืด.
ยืนยาว นาน คนมีอายุยาวนาน เรียก คนยืน หมั้นยืน ก็ว่า อย่างว่า ขอให้ยืนหมื่นมื้อยาเศร้าค่อยคง (กาไก).
ยื่นส่ง มอบ เช่น มอบของ เรียก ยื่น อย่างว่า นางก็บายเอาผ้าแพรดำยอยื่น (ผาแดง).
ยืมขอยืมสิ่งของ หรือเงิน เป็นต้น มาใช้ชั่วคราว แล้วคืนหรือใช้ให้ในภายหลัง เรียก ยืม อย่างว่า อยากมีให้ยืมเงินเพิ่นไปค้า อยากขึ้นฟ้าให้ฆ่าเจ้าเอาของ (ภาษิต).
ยุคันธรชื่อผู้เขายุคันธร อย่างว่า อันหนึ่งคือดั่งพระจันทร์พ้นยุคันธรเฮืองฮุ่ง มาแล้ว (ขูลู).
ยุ้ยอาการที่งูเลื้อยไปช้าๆ เรียก ไต่ยุ้ย.
ยุ้ยยุ้ยอาการที่น้ำไหลไปช้าๆ เรียก ไหลยุ้ยยุ้ย.
ยูงนกยูง ชื่อนกใหญ่ชนิดหนึ่ง ขนงามเป็นสีเลื่อม ขนหางเป็นแวว เรียก นกยูง อย่างว่า แล้วพรากด้าวเดินดุ่งโดยลม เซ็นเซ็นกลายแก่วยูงยนกว้าง นับแต่วันเดียวดั้นเดินทางฮ้อยโยชน์ เพราะเพื่ออินทร์แต่งตั้งพันพื้นโคบคราว (สังข์).
ยูงชื่อไม้เนื้อแข็งชนิดหนึ่ง เรียก ไม้ยูง พะยูง คะยูง ก็ว่า อย่างว่า ยูงยางไม้ลมตีหักถ่อง เชื้อหญ้าปล้องลมต้องบ่ตึง (กลอน).
ยูงโงกนกยูงตัวผู้ อย่างว่า ฟังยินยูงโงกฮ้องฮิมถ้ำม่ายเมีย (กาไก).
ยูแต่งปรุงอาหารด้วยความสะดวกเรียก ยูแต่ง อย่างว่า แม้นว่าของกินล้นเต็มพายูแต่ง บ่ท่อถ้วยแจ่วน้อยนางน้องสู่กิน (หมายุย).
ยูใต่ไปหามาสู่กันสะดวกสบาย เรียก ยูใต่ อย่างว่า ขอให้เป็นสพานแก้วเสนหายูใต่ (ขูลู).
ยูถะฝูง หมู่ (ป.ส.).
ยูท่างทำด้วยความเบิกบานใจ เรียก ยูท่าง อย่างว่า ยูท่างกลิ้งกล่อมน้องนอนลี้อยู่ฟัง (กาไก) ยูท่างกินยู่ทางเหล้น นอนกลางเว็นยูท่างเที่ยว ยูท่างแอะแอ่นฟ้อนลำย้อนใส่สาว (กลอน).
ยูสร้างทำด้วยความสะดวกสบาย อย่างว่า เขาก็มีเงินคำส่ำฮาญยูสร้าง (กาไก).
เย้เอียงจนทำท่าจะล้มลง เรียก เย้ เช่น เรือนเอียง เรียก เฮือนเย้.
เย้ยพูดหรือทำให้อาย ให้เจ็บใจ ให้โกรธ เรียก เย้ย.
เยอเป็นคำกริยาช่วย เชิญชวนให้มากินด้วยกัน อย่างว่า มาเยอหล้ามากินต้มไก่ หัวสิงไคใส่พร้อมหมากนาวน้อยใส่นำ จ้ำแล้วจ้ำจ้ำนำบ่มีถอย อย่าหวังอย่าคอยว่าอี่นางชิมีชู้ (กลอน).
เย่อใหญ่โต บุหรี่มวนโต เรียก กอกยา เย่อ กอกยาเดอะ ก็ว่า.
เยอร์ชื่อคนไทยเผ่าหนึ่ง เรียก ไทยเยอร์ มีอยู่บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ.
เย้อวเปล่งเสียงแสดงความแปลกใจ.
เยาต้นสบู่ ต้นสบู่เรียก ต้นเยา ต้นเยาเป็นไม้ขนาดเล็ก ไม่มีแก่น สูงประมาณหกศอก ผลเป็นพวง มีสองชนิดคือ เยาขาว เยาแดง ทั้งสองชนิดทำเป็นน้ำมันจุดโคมไฟและใช้เป็นน้ำมันเครื่องได้ดี ไม่ต้องผสมอย่างอื่น.
เยาอาการที่วัวควายหงอยเหงาเพราะถูกใช้งานไม่มีเวลาพักผ่อน เรียก งัวควายเยา.
เย้าหยอก สัพยอก.
เย้าเย้าเขียวจัด สีที่เขียวจัด เรียก เขียวเย้าเย้า.
เยาวนะความหนุ่ม ความสาว ความเป็นหนุ่ม ความเป็นสาว (ป.ส. ยุวน).
เยาวพาหญิงสาวสวย แผลงมาจาก ยุพา.
เยาวพานชายหนุ่ม แผลงมาจาก ยุวาน.
เยาวยอดสวยที่สุด อย่างว่า มีท่อเยาวยอดแก้วเป็นมิ่งใจเมือง นางลุนมีแม่เดียวเทียมท้าว ผากฏแก้วสุมุณฑาธรงฮูป งามยิ่งเพี้ยงแพงไว้แว่นใจ (สังข์) เยาวยอดเจ้าล้านกาบคำหวา คอนคอนใจจอดจริงจงอ้าง เลยเล่าไหว้แถนหลวงแล้วสั่ง ประดับหมู่ช้างสารต้นเครื่องคำ (ฮุ่ง).
เยาะตำเบาๆ ตำหมากส้มครกน้อย ตำเบาๆ เรียก เยาะหมากส้ม.
เยิ้นยาว ไกล ทางไกล เรียก ทางเยิ้น พูดยาวเรียก เว้าเยิ้น คางยาวเรียก คางเยิ้น อย่างว่า สองศรีดั้นเดินดงเยิ้นย่าง (กาไก) ทางท่องเท้ายาวเยิ้นกว่าไกล (กา) เทียวทางเยิ้นเหิงนานมันชิค่ำ อย่ามัวกินหมากหว้ามันชิช้าค่ำทาง (กลอน).
เยินยอยกย่อง สรรเสริญ การยกย่องสรรเสริญ เรียก เยินยอ เยินยอสอระเสริญ ก็ว่า.
เยิบช้า เนิบนาบ เดินช้าๆ เรียก ย่างเยิบ อย่างว่า ย่างเยิบเยิบใส่เกิบหนังควาย (บ.).
เยียยุ้ง ฉาง ยุ้งสำหรับใส่ข้าวเปลือกเรียก เยียเข้า อย่างว่า ประเทศด้าวท้าวต่างนานา สามสิบสองภาษาหลั่งนองมาเฝ้า บุญมีได้หลายเมืองมาส่วย รือห่อนไฮ้แสนเข้าใส่เยีย (สังข์).
เยียงส่อง มอง ส่องไฟเรียก เยียงไฟ มองดูตัวเรียก เยียงคีง แยงคีง ก็ว่า อย่างว่า ยัวรยาตรย้ายเที่ยวย่างเยียงคีง สาวกังวลหว่าแดดาดิ้น ฝูงนางเที้ยนชิงเอาอวนอ่อน มโนพลาดพลั้งเพ็งได้ไป่ปาน (ฮุ่ง).
เยียเงินเยียคำคลังสำหรับเก็บสิ่งของมีค่ามีเงินและทอง เป็นต้น เรียก เยียเงินเยียคำ อย่างว่า เยียเงินพร้อมเยียคำเดียระดาษ สะพาดพร้อมเยียแก้วหมื่นลัง อากรล้นเนืองนองเต้าส่วย ยูท่างท้าวเทให้ทอดทาน (สังข์).
เยียวผี ถ้า ชะรอย อย่างว่า ลือมันแท้ธรงมนต์โอมอ่าน กูก็ใกล้บ่ได้เยียวย้านท่านกระทำ (สังข์) อันหนึ่งเยียวว่าทุกข์แต่น้อยแพ้พ่อเดียวลุน ปุนปีเดือนใหญ่สูงสอนหน้า หอมพลไฮ้นาคองแค้นคั่ง แก้วก่ำพร้าภายหน้าหากจักขวาง (ฮุ่ง).
เยี่ยวน้ำปัสสาวะ น้ำเยี่ยว.
เยียวนี้เดี๋ยวนี้ อย่างว่า เจ้าจ่งมาพลันเปืองอย่านานเยียวนี้ (กาไก).
เยียวมือกวักมือ จับมือ อย่างว่า นางคราญแก้วเยียวมือต้านสั่ง (กาไก) ภูธรยื้อเยียวมือนางนาฏ (สังข์).
เยียวยารักษา พยาบาล อย่างว่า แม้นว่าแสนเยียวยาก็บ่มีปัวได้ (เวส).
เยียหมากพานหมาก ขันหมาก ขันหมากเรียก เยียหมาก อย่างว่า เยียหมากพร้อมประดับคาดคำเคียน (ฮุ่ง).
เยียะทำ อย่างว่า มึงเยียะไขคำควรกล่าวถองเถิงฟ้า (ฮุ่ง) มึงเยียะไปเถิงเจ้าหอลายง้อมม่วน นั้นเนอ (ฮุ่ง).
เยือทน นาน เช่น หายใจยาว เรียก หันใจเยือ ดำน้ำนาน เรียก มุดน้ำเยือ รักกันนานเรียก ฮักเยือ อย่างว่า ให้ช้าไว้เมือหน้าจั่งเยือ พี่เอย (ขูลู) ฮว่านฮว่านฟ้าดังหนัก ออระทึมเหมือยหมอกข้อนนัก นักใจหลงหล่าฮู้ดี ฮักฮ้อนเยียวบ่เยือ ฮู้ดี (ฮุ่ง).
เยือกเย็นเข้าหัวใจเรียก เยือก เย็นเยือก ก็ว่า อย่างว่า เห็นเผดผู้ผีฮ้ายเยือกกลัว (กาไก) เมฆเยือกตั้งกลายกลีบไพรพนอม (สังข์) ไสยายังเยือกกลัวกลอยย้านถามเถิงพร้อมพลหาญอ้ายคว่าง เขาว่าเคืองจักม้างท่านได้คำล้านมอบเมือง ว่าอัน (ฮุ่ง).
เยืองส่อง มอง อย่างว่า รือว่าเป็นแนวเชื้อโพธิญาณเยืองโลก (กาไก) เชิยเยืองญาณส่องดูผายเผี้ยน (กา) เชิญอุ่นเยืองพระเนตรเยี้ยมผายผ่อเฮียมเห็น แด่เนอ (หน้าผาก) ดาราพร้อมประกายยวงเยืองโลก (สังข์).
เยื่องอย่าง ชนิด อย่างว่า ผิจักเป็นคหัสถ์ฮู้โพยมีพันเยื่อง เยียวจักแค้นคั่งไหม้หมองต้องตื่มมา (สังข์).
เยื้องยก ยอ เล็ง อย่างว่า ฝันว่าไกวกงเยื้องยอยยิงผาแอ่น ปีนป่ายปล้ำเดิมล้านล่วงพัง (ฮุ่ง).
แย้ชื่อสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง รูปร่างคล้ายกิ่งก่า อยู่รู ใช้กินเป็นอาหารได้ เรียก แย้ อย่างว่า แย้บ่ห่อนท่อแขน แลนบ่ห่อนท่อแค่ง (ภาษิต).
แยกแตกจากกัน พรากกัน อย่างว่า เมื่อนั้นกันดารเห็นแยกพลพลันล้อม เสียงอือเพี้ยงโดยดินดาแตก ช้างพ่องม้ามารแล้วส่วนสน (สังข์).
แยงส่องกระจก เรียก แยงแว่น อย่างว่า ทรงเพศย้องแยงแว่นสอยวอย (ฮุ่ง) ลางเถ้าหลงลืมเถ้ามัวเมาว่ายังหนุ่ม แยงแว่นหัวยุ้มยุ้มกุมเอ้ตั้งแต่โต (กาพย์ปู่) ใจบ่ใสต่อน้ำแยงเงากะบ่ส่อง ใจบ่ใสต่อฆ้องตีกระเบื้องกะบ่ดัง (กลอน).
แยงเดินไม่หยุด เช่น วัว ควาย ไม่กินหญ้ามีแต่เดินไป เรียก งัวแยง ควายแยง.
แย้มแสดงอาการยิ้มเรียก แย้ม อย่างว่า ปากกล่าวต้านหัวแย้มดั่งชิจา (กา) บาไทแย้มยินสงวนสนุกมาก ผู้แก่นชั้นสองเจ้าที่ยำ (ฮุ่ง).
แยมแย่งแดงแจ๋ อย่างว่า ยามเมื่อเทียวทางแท้คอยคือม้าปล่อย ทวารว่องโหว้ขาวล้านเดิ่นแดง ตาซุ่มย้อยแยมแย่งฮิมแดง ยามเมิลเมียงหมี่ตอมฮิมจื้น (สังข์).
โย้เอนเพราะไม่ตรง เรียก โย้ เช่น เขียนหนังสือโย้ เรือนโย้.
โยกเคลื่อนคลอน เอาใจ อย่างว่า คนชังให้ยอแยงปานแว่น ติโยกเย้าเอาถ้อยซู่ความ (ลึบ).
โยงลาก ดึง ลากเรือ เรียก โยงเฮือ.
โยงเรียกเรือสำหรับจูงหรือลากลำอื่น ว่า เฮือโยง.
โยงยึดเสียงฟ้าร้องในที่ไกล อย่างว่า พอเมื่อฟ้าฮ่ำฮ้องโยงยึดโยคี พุ้นเยอ อัศดรดาวดาดแฝงปุนเข้า พระก็วานแสนไท้เทวากงโลก ให้ช่อยป้านฟันด้างตื่มแฮง ลูกเนอ (สังข์).
โย่งโย่งเสียงตีฆ้องขนาดกลางดัง โย่งโย่ง.
โยชน์ชื่อมาตราวัด ๔๐๐ เส้นเป็น ๑ โยชน์ อย่างว่า ที่นั้นขัวทองข้วมยมนายาวโยชน์ ได้ห้าฮ้อยวางด้ามเที่ยงจริง (สังข์) (ป.ส.).
โยเธศพลรบ ทหาร อย่างว่า โยเธศได้สามล้านติ่วตง (กาไก).
โยนาหยุด จบการร้องลำ อย่างว่า ยุติบั้นโยนาไว้ก่อน แล้วท่อนี้ยอไว้ที่ควรก่อนแล้ว (บ.).
โยนีอวัยวะที่ลับของหญิง มดลูก ที่เกิด ต้นกำเนิด (ป.ส.) อย่างว่า ญิงใดโยนีส้วยคือปลีกล้วยอ่อน ญิงนั้นสุขลื่นล้นบุญเจ้าหากมี (คำสอน).
โยบลด น้ำลด เรียก น้ำโยบ อย่างว่า ลมล่วงเขี้ยวเขินน้ำโยบหาย (สังข์).
โยมยอม ยอมแพ้ อย่างว่า ขอให้พระผาบแพ้มารฮ้ายอ่อนโยม (สังข์).
โย่ยเรียกคนที่ขี้ขลาดไม่กล้าทำสิ่งที่ควรทำว่า โย่ย ขี้โย่ย ก็ว่า.
โยโยยิ่งยิ่งเจริญ รุ่งเรือง คำว่า โยโย ตัดมาจาก ภิยโย (ป. ภิยฺโย) อย่างว่า ขอให้สุขเกษมล้ำโยโยยิ่งยิ่ง (หน้าผาก).
โยโสอวดดี เย่อหยิ่ง จองหอง.
ไย่ไย่สลอน เคลื่อนไปเป็นแถวเป็นแนว อย่างว่า ไย่ไย่เชื้อไขหมากมาวาง เขาก็ปุนเปียวความฮีบนำถวายง้อม หานางผู้เพ็งศรีเสมอหล่อ นางนั่งล้อมเทียมแม่เพิงใจ (ฮุ่ง).
ยงเหนจำพวกหนึ่ง ตัวใหญ่กว่าเหนอย่างอื่น เรียก เหนยง.
ย้งย้งการเดินตรงไปเรียก ย่างย้งย้ง อย่างว่า ก้มหมอบเข้าหัวเท้าง่ายาง ย่างย้งย้งหัวแทบขี้ดิน (เสียว).
ย่งโย้กิริยาที่นั่งหรือยืนขยับตัวขึ้นๆ ลงๆ ก้มๆ เงยๆ เรียก ย่งโย้.
ยองย่อง เดินย่องเรียก ย่างยอง ยองแยง ก็ว่า อย่างว่า มันก็ยองแยงเข้าฟันงูขาดถ่อง ปุ้นท้องขาดยังแต่สันหลัง งูก็มรณังตายแล่นหนีบ่เห็นส้น (เสียว).
ยองย้อยองๆ นั่งยองๆ เรียก นั่งยองย้อ ย้องย้อ ก็ว่า อย่างว่า คันเฮานั่งย่องย้อเงากะนั่งลงตาม ยามเฮาเอนหลังนอนก็อ่อนลงนอนด้วย คันเฮาโตนลงห้วยภูผาหลายหลั่น ขึ้นต้นไม้ผาล้านด่านเขา เงาก็ติดตามเกี้ยวเกาะเกี่ยวพันธนัง บ่ได้มียามเหินห่างไกลกันได้ (ย่า).
ยอมประหยัด ออม ถนอม เก็บงำ เช่น เสื้อผ้าควรจะใช้ได้หนึ่งปี ก็ประหยัดใช้ได้สองปี อาหารที่ควรกินได้หนึ่งวัน ก็เก็บงำไว้กินได้สองวัน เรียก ยอม.
ยังขึง ทำให้ตึง เช่น ขึงเชือก เรียก ยังเชือก ตึงผ้าเรียก ยังผ้า.
ยั้งหยุด พัก หยุดพักช่าวคราวเรียก ยั้ง อย่างว่า สัพพะกอดเกี้ยวกลอนเก่ามาแถลง ชื่อว่าเทวาพะวาดพะนอมไพรกว้าง บุญยวงยั้งเซาแคลนคราวหนึ่ง ดีแก่สังข์ล่วงผ้ายผันย้ายก่อนเบา (สังข์).
ย้านกลัว รู้สึกหวาดสะดุ้ง เรียก ย้าน อย่างว่า ชาติที่เชื้อหน่อฟ้าชิมาย้านหย่อนใผ (กา).
ยามเยี่ยม ไปถามข่าวทุกข์สุข อย่างว่า เลยเล่ามีคำฮักสั่งมายามเจ้า (กาไก) ไปกู้ไซเรียก ไปยามไซ.
เยียนไปมาหาสู่กันเรียก เยียน เยือน ก็ว่า.
เยี้ยมหน้าต่าง หน้าต่างเรียก ปล่องเยี้ยม ปล่องเอี้ยม ก็ว่า.
เยียวครู่ เดี๋ยว ประเดี๋ยว อย่างว่า ไม่บ่ทันแทกด้ามยาได้ฮ่าวฮอนตัด เยียวบ่เถิงภายลุนชิเคิกมือเมือหน้า (บ.).
แย่งแย้ยืนเกร็งตัว เรียก ยืนแย่งแย้ อย่างว่า ความมักมากุ้มกุ้มคือสุ่มงุมกระทอ ความมักมาพอพอคือกระทองุมฮั้ว เหลียวเห็นหมาเอิ้นกระบาท ว่าชิแหยะแย่งแย้ลงหม้องนั่งเหวียน (ผญา).
โย่งโหยะชื่อแมลงชนิดหนึ่ง ตัวคล้ายแมงผีโพงม้า มีลักษณะยืนครึ่งนั่งครึ่ง เรียก แมงโย่งโหยะ.
โย่งโหยะอาการแสดงท่าทางครึ่งยืนครึ่งนั่ง เรียก โย่งโหยะ.
ไย่วิ่งสุดฝีตีน เรียก ไย่.
ไย่ไย่เป็นแถวเป็นแนว อย่างว่า ไย่ไย่ขึ้นเถิงที่ทันเดียว ฮุนแฮงเขาพรากกลายไปหน้า เหลียวเห็นได้ทังสองทันยอด ฮื่นฮื่นพร้อมชาวฟ้ากล่าวสงวน (ฮุ่ง).
ย้อน(สันธาน) เพราะ เหตุ อย่างว่า (กริยา) การขยับตัวขี้นและลงตามจังหวะดนตรี
หยังอ้ายอะไรหรือพี่?
ย่างสากเดินผ่าน เดินไปใกล้ๆ ในระยะสายตา
หย่ายแบ่ง,กระจาย
อยู่นำกัน

อยู่ด้วยกัน

ยุ่ม

ขมิบ กลั้น