พจนานุกรมภาษาอีสานหมวด "ล"

คำศัพท์อีสานความหมาย
แลนวิ่ง
หล่วยหล่ายเลื้อย, ลักษณะการเลื้อยของงู, อาการที่คล้ายการเลื้อยของสัตว์เลื้อยคลาน
ลันเครื่องมือดักปลาไหล มีลักษณะคล้ายแจกัน มีไส้ในสำหรับใส่เหยื่อทำจากไม้ไผ่สานมีรูปร่างสวยงาม ใช้สำหรับดักปลาไหลโดยเฉพาะ กู้อีจู้, สุ่มดักปลาไหล, ตุ้มใส่ปลาไหล, ไซดักปลาไหล, อีจู้ ก็เรียก
ลอยว่าย
ลูกกกลูกคนโต
ลูกหล้าลูกคนสุดท้อง
ลื่นความไม่เชื่อฟัง
ลึ่งคุ้นเคย
ลายต่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิง หรือ เปลี่ยนแปลงไป
ลุนหมู่ทีหลังเพื่อน
ลำลี่ ลำไลเซ้าซี้ มากเรื่อง
ลวาดปู ลาด ปูเสื่อเรียก ลวาดเสื่อ ปูสาดเรียก ลวาดสาด ปูแพรเรียก ลวาดแพร อย่างว่า พลพวกเท้าเดินดุ่งดาระวัง บัวนางถือเครื่องธรงแถวถ้อง แยงหนห้องราชครูเถรใหญ่ แผ้วแผ่นกว้างปูล้วนลวาดแพร (สังข์).
ล้อรถควาย เช่น รถที่ใช้ท่อนไม้กลมๆ สองท่อนเป็นล้อ ใช้ควายลากไป เรียก ล้อควาย.
ล้านช้างชื่อของนครเวียงจันทน์ เล่ากันว่า เมืองเวียงจันทน์ชื่อเดิมว่า เมืองศรีสัตนาคนหุต คือมีช้างถึงล้านตัว ช้างนั้นดุร้ายมาก เจ้าเมืองจึงยกลูกสาวและเมืองให้ท้าวศรีโคตรพระตะบองครอบครอง เพราะท้าวศรีโคตรพระตะบองมีมนต์ปราบช้าง (บ.).
ลายตาแหลวห้อลายเฉลว
ล่าวเลียนล้มเลียนกัน เรียก ล่าวเลียน อย่างว่า แสงส่องต้องมารล้มล่าวเลียน (กา).
ลิ้นแฮดสุคนธ์ ชื่อพรรณไม้เถาชนิดหนึ่ง ใบสากๆ เรียก เครือลิ้นแฮด.
ลุ้ยอาการที่น้ำไหลช้าๆ เรียก น้ำไหลลุ้ยลุ้ย ยุ้ยยุ้ย ก็ว่า.
ลูกหล้าลูกคนสุดท้อง.
เลศการแสดงอาการให้รู้ในทีเรียก เลศ อย่างว่า เฮียนฮ่ำน้อยน้อยฮ่ำเฮียนซับสองแพงซับซิ่มกันการร้าว สองจาแล้วแลเห็นฮู้เลศ เพทฮ่ำฮู้เห็นส้นเชื่อใจ (สังข์).
เล่อดูด้วยความไม่สนใจ เรียก เบิ่งเล่อ เล่อ.
เล่าเลย อย่างว่า สองอ่อนท้าวกินแล้วเล่านอน (สังข์).
เล้าโลมปลอบใจ พูดเกลี้ยกล่อม อย่างว่า แหนงว่าละแก่นแก้วไว้แต่ตามเวร ก่อนถ้อน เมื่อนั้นภูบาลแถลงเล้าโลมเตินต้าน เฮาพระองค์หวังไว้วางใจฝืนฝาก ผู้เจื่องเหง้าชุมเชื้อช่อยระวัง ก่อนเถิ้น (สังข์).
แลนโมนตะกวดใหญ่ เรียก แลนโมน แลนโมนเป็นแลนชนิดใหญ่กว่าแลนธรรมดา อย่างว่า ใผห่อนกินแกงแข้แลนโมนตางเหยื่อ เป็นเด (ขูลู).
โล้เครื่องปิดป้องศัตราวุธอย่างหนึ่ง มีรูปต่างๆ เช่น โล้ตั้ง โล้เขน เรียก โล้ อย่างว่า สองปากข้างปักหอกยังทวน สีโลกันโล้เขนไปตั้ง ยังในนั้นเจ็ดพันข้ามหาด ถือคาบง้าวระวังเจ้าแนบจำ (ฮุ่ง).
โลงหีบสำหรับบรรจุศพ.
โล่งพูดคล่องเรียก เว้าโล่ง ไม้ที่ผ่าง่ายไม่เสี้ยวเรียก ไม้โล่ง คิดออกซอกเห็นเรียก โล่งอกโล่งใจ หายใจสะดวกเรียก หันใจโล่ง ทางตรงเรียก ทางโล่ง อย่างว่า เมืองเมืองม้าอานคำห้างหิ่ง ทางโล่งเท้าขวางกว้างฮอดปะกัน (ฮุ่ง).
โล้งโค้งเขาควายที่ใหญ่และงองุ้มเรียก เรียก เขาโล้งโค้ง อย่างว่า บวชแต่น้อยบ่ฮู้แห่งคลองคหัสถ์ ผัดแต่ในคลองธรรมบ่อวดโตกะพอฮู้ บวชแต่น้อยบ่เห็นฮอยหมู่ แม่เห็นแต่บักโล้งโค้งหมูผู้หนวดยาว (บ.) อย่าได้โสกาดิ้นนำงาช้างเพิ่น ไห้ต่อเขาโล้งโค้งควายเถ้าแห่งเฮา (กลอน
โลดเลย ทีเดียว ไปเลย เรียก ไปโลด กินเลย เรียก กินโลด ทำเลย เรียก เฮ็ดโลด อย่างว่า เลื่อนเลื่อนฟ้าไหลหลีกดารา พุ้นเยอ ทังหลายเลยพร่ำแลงนอนพร้อม แม้งหนึ่งสูรย์เคี่ยนขึ้นบัวระพาใสส่อง คอนขี่ม้าไปพร้อมโลดคราว (ฮุ่ง).
โล้นเกลี้ยง เตียน ไม่มีผม คนโกนผมเรียก คนหัวโล้น อย่างว่า หัวโล้นอยากลำ หัวดำอยากเทศน์ (ภาษิต).
โลมพูดปลอบโยนเอาใจ อย่างว่า โลมลูกแก้วเจ้าแม่ไปดี แด่เนอ พอประมาณคืนคอบเฮือนเห็นหน้า พอเมื่อมหาชัยย้ายยวงแถวเขาขอบ หมอคอบข้อแขเมี้ยนแม่นยาม (สังข์).
โลเลมีนิสัยไม่แน่นอน อย่างว่า คนโลเลสั่งสอนควมฮู้ (กาพย์ปู).
ไล้ฉาบ ทา อย่างว่า เนื้อฮาบเกลี้ยงปุนไล้แท่งทอง (สังข์).
แลนหันวิ่งเร็ว
เลาะ1. แวะรายทาง, เตร็ดเตร่ไปเรื่อย 2. เลียบไปตามชายฝั่ง