พจนานุกรมภาษาอีสานหมวด "ส"

คำศัพท์อีสานความหมาย
สำมะแจ๋ลักษณะการพูดมากและไม่เป็นความจริง
สายแนนคู่ครองที่เคยอยู่กินกันมาหลายภพหลายชาติ, บุพเพสันนิวาส, เนื้อคู่ กกแนน ก็เรียก
ส่ำเชื้อชั้นต่างๆ
สะออนใจตื้นตันใจ
สิไปจะไป
สานอคิดเสียดาย (เป็นสร้อยคำ)
สังบ่มาทำไม ไม่มา
แส่วหนีหลีกหนี
สังทำไม
สวบคาบ, กัด
ส้วมห้องนอน
สะอื้นร้องไห้
สบบอนปากบอน, ปากหมา
สะลอนอยู่เป็นแถวเป็นแนว
สำบายสบาย
เสิ่นบิน, โฉบ
สมมาขอขมา, ขอขมาลาโทษ
ส่วยหน้าล้างหน้า
สิบสิฮ่าง ซาวสิฮ่างอะไรจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม
สวอยหมดเรี่ยวแรง สิ้นกำลัง
ส่ง กางเกง
ส้นน่องส้นเท้า, ส้นตีน
เสื้อหมากกะแล่งเสื้อคอกระเช้า
สูนโกรธ
เสี่ยวเพื่อนรักเพื่อนแท้ที่เป็นเพื่อนกันโดยพิธีผูกเสี่ยว สหาย มิตร เพื่อน เกลอ คนที่มีรูปร่างหรือนิสัยใจคอเหมือนกันหรือเกิดไล่เลี่ยกัน พ่อแม่ผูกให้เป็นมิตรกัน เรียก เสี่ยว อย่างว่า โขโนเจ้าพรานสวงสองเสี่ยว (กาไก).
แสนสิแม้ว่ามีมาก, แม้ว่าทำไปมาก, แม้ว่าจะ...
สะออนเป็นภาษาพูด (ควมเว้า) ของชาวอีสาน มีความหมายว่า ชอบใจ, พอใจ, ติดใจ, ปลื้ม, น่าชมเชย
ส้างโสกร่องที่เกิดจากน้ำเซาะจนเป็นแอ่งลึก อยู่ตามฝั่งแม่น้ำ เรียก ส้างโสก.
สี่(กริยา) การร่วมประเวณี การมีเพศสัมพันธ์ (นาม) จำนวนสามบวกหนึ่ง เรียก สี่ เรียกชื่อเดือนทางจันรคติว่า เดือน ๔ ตกในระหว่างเดือนมีนาคม.
สุยเฉียดไป อย่างว่า ยกยื่นเปลื้องค้อนแกว่งไกวกลาย แยงสุงสุยถืกกองทันสร้าง จักหมายหมั้นฮอยไคลคลาคลาด อดอยู่ฮ้างฮามหน้าบ่บาน (ฮุ่ง).
แส่ว1. โฉบ เฉี่ยว เช่น ให้เจ้าเอายาวไว้คือกาคาบเอี่ยน อย่าได้เฮ็ดอ้อมป้อมคือฮุ้งแส่วหนู (ผญา) 2. เย็บ ปัก ถัก ร้อย เช่น ดูสะอาดล้ำหลิ้งแส่วไหมคำ แคงคานคุมเครื่องเหลืองสมเสื้อ ลำลำง้อมงามเฉลียวปุนแต่ง ฝูงนี้ลอนเลือกชั้นแฝงเนื้อพี่ไป ว่าเนอ (ฮุ่ง) คำที่ใกล้เคียง : แส่วหนี
สกรรมกริยากริยาที่ต้องมีกรรมหรือผู้ถูกกระทำมารับ.
สกุณนก นกตัวผู้ (ป. สกุณ) อย่างว่า อีกจักวันหมื่นมื้อชิคืนคอบพระแพงอกอุ่นนั้น เทื่อนี้พี่คนิงนงหิวทอดแถมเถิงน้อง เป็นดั่งเครือเขาข้องขาสกุณกลางป่า รือจักหยุดอยู่ได้ยามน้อยหนึ่งมี แม่เอย (สังข์).
สถนเต้านม (ป. ถน ส. สฺตน).
สถาปัตยกรรมศาสตร์ศิลปะหรือวิชาว่าด้วยการก่อสร้าง (ส.).
สนแส้วระคน สับสน ปนเป อย่างว่า สาวสนแส้วยิงสะออนอกอ่อน (กาไก).
ส้มงัวส้มควายเอาเนื้อวัวหรือควายมาฟักให้แหลกละเอียด คลุกด้วยกระเทียม เกลือ ข้าวเหนียวเล็กน้อย ห่อด้วยใบตองทำเป็นห่อๆ จะกินช้าหรือเร็วต้องปรุงให้ถูกแบบ.
สมณาสนักบวช ผู้สงบ สมณะ อย่างว่า ซว่าซว่าพร้อมสมณาสเฮืองธรรม แปลฎีกากล่าวไขขานแจ้ง วันแลงเหลื้อมลงฟังธรรมเทศน์ พระพ่อเจ้าติ่วสร้อยใจแจ้งจอดบุญ (สังข์).
สมถกรรมฐานอุบายสงบใจ ใจที่มีราคะความกำหนัด โทสะความประทุษร้ายและโมหะความลุ่มหลง กิเลสสามตัวนี้ทำให้ใจวุ่นวาย ไม่สงบ ถ้าอยากให้สงบต้องเอาสมถกรรมฐานมาข่มไว้ การเจริญธรรมอย่างนี้เรียก เจริญสมถกรรมฐาน.
สมบัติความถึงพร้อม หมายถึงทรัพย์สินเงินทองข้าวของเป็นต้นที่มีอยู่เรียก สมบัติ สมบัตินั้นแยกออกเป็น ๓ คือ มนุษย์สมบัติ สวรรคสมบัติ นิพพานสมบัติ.
สมพงศ์วิธีคำนวณว่าหญิงชายที่จะเป็นคู่กัน สมควรรักกันหรือไม่.
สมังคีประกอบด้วย พร้อมเพรียงด้วย (ป.).
สมุจเฉทปหานการละกิเลสได้ขาด.
สละบริจาค ปล่อยวาง ผละออก ละทิ้ง ละวาง เช่น บริจาคข้าวของเงินทองเป็นทาน การสละลูกเมียออกไปบำเพ็ญเพียร การละทิ้งความชั่วออกจากจิตใจ.
สล้างตั้งอยู่สูงเด่นเป็นหมู่เป็นพวก เรียก สล้าง อย่างว่า พืชสล้างล้วนรือไฮ้ห่างแคลน (สังข์).
สวะสวางทุเลา เบาบาง เช่น เป็นไข้เมื่อไข้ลดลงแต่ไม่ถึงกับหาย เรียก สวะสวาง.
สอดส่องตรวจตรา พิจารณา สอบสวน เอาใจใส่ดูแล.
สอดแส้วหลบหลีก ลี้ หนีไป อย่างว่า ชาติที่แนวนามเชื้อราชสีห์ตัวใหญ่ บ่ห่อนบินสอดแส้วไปได้ดั่งแหลว (สุด).
สะเดี้ยงนกเอี้ยง อย่างว่า เป็ดป่องเปล้าสะเดี้ยงดุ่งคาคอน บาคราญลุกสว่ายชลสรงล้าง พอคราวแล้วเสวยพาพร้อมพี่ ประดับคาดเนื้อดีแล้วเล่าไป (สังข์).
สะเดือกรู้ตัว ฉุกคิด อย่างว่า มับแมบพอให้ฮู้ประเหียลให้สะเดือกเห็น (สุด).
สะแดกระสับกระส่าย ทุรนทุราย อึดอัดใจ อย่างว่า เมื่อนั้นสีไทท้าวทนสะแดดอมอ่อน ยักษ์นี้กล้าขนาดแท้สองเจ้าอย่าลา แท้เนอ (สังข์).
สะโถนกระโถน กระโถนโบราณเรียก สะโถน อย่างว่า ค่าวค่าวหน้าง้อมม่วนเป็นโทน วางฝูงทอนใสในขันเข้ม สะโถนคำตั้งพลูวันซองหมวก เชืองแต่งเล้มดูถ้วนเครื่องดี (ฮุ่ง).
สะน่อยนิดหน่อย เล้กน้อย อย่างว่า แม้นว่าบ่ประเสริฐแท้มีชอบทวงทิพย์ ก็ดี ขอหม่อมกูร์ณาเนาสะน่อยพอหายฮ้อน (สังข์).
สังฆกรรมกิจที่พระสงฆ์สี่รูปขึ้นไปรวมกันทำภายในสีมา เรียก สังฆกรรม (ป.).
สังฆานุสติการระลึกถึงคุณพระสงฆ์ (ป.).
สังวาลสร้อยเครื่องประดับชนิดหนึ่ง ใช้คล้องคอสะพายแล่ง (เบี่ยงบ้าย) (ป. เสวาล ส. เศวาล) อย่างว่า บุญหัวบ่เคยได้สังวาลคำพระยานาค ขี้ดินดากติดหัวแต่น้อยหลงเอิ้นว่าหอน (ภาษิต) บางพ่องจับนาคน้าวฉวยสอดสังวาล ก็มี บางพ่องทวายงูทัดเพินคอไว้ (สังข์).
สังฮอมการเก็บสิ่งของรวมกันไว้ เรียก สังฮอม หนังสือวรรณคดีอีสานเรีื่องหนึ่งรวมธาตุนิพพานไว้ เรียก สังฮอมธาตุ.
สัญญาความตกลงซึ่งบุคคลตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไปยินยอมพร้อมใจกันทำขึ้น เช่น สัญญาซื้อขายเป็นต้น.
สันทานสายป่าน เชือก เครื่องผูกพัน (ป. ส.).
สากเครื่องมือสำหรับตำ เรียก สาก ทำด้วยไม้แก่นกลมๆ สำหรับตำป่นตำแจ่ว เรียก สากกะเบือ ครกที่ตำข้าวเปลือกเรียก ครกมอง สากมองมี ๓ ชนิด คือ สากตำ สากต่าว สากซ้อม ขนาดของสากมอง สากใหญ่ยาวศอกก้อย สากน้อยยาวสอกกำ สากตำใช้ตำทีแรก สากต่าวใช้ทีสอง สากซ้อมใช้ครั้งสุดท้าย อย่างว่า บุญบ่เคยขี่ช้างย้านแหย่งพาตก บุญบ่เคยขี่ครกย้านสากกระเบือพาเต้น (ผญา) มีแต่ครกบ่มีสากซ้อมตำได้เข้าบ่ขาว (กา) เสียงสากก้อมตะบึงบ้านมี่นัน (สังข์).
สาณผ้าหยาบ ผ้าป่าน (ป.).
สามีจิกรรมการแสดงความเคารพตามธรรมเนียมของพระเณรในระหว่างผู้ใหญ่กับผู้น้อย.
สาละชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เป็นไม้เนื้อแข็ง เรียก ไม้รัง อย่างว่า สาลาไม้ฮังผันทะนัง ไม้ค้อขว้างแคมทาง มาลุวา ไม้ยางพายปลายมันสูงพ้นเพื่อน นกน้อยเลื่อนบินมา (เวส).
สิทธารถผู้สำเร็จความมุ่งหมายแล้ว พระนามพระพุทธเจ้า (ป. สิทฺธตฺถ).
สุราบานการดื่มเหล้า น้ำเหล้า.
สูติกรรมการคลอดบุตร.
สูทกรรมการทำกับข้าวของกิน.
เสยใช้หวีหรือมือเสยผมที่ปกหน้าออก เรียก เสยผม.
เสาวณิตฟังแล้ว รับสั่ง.
เสาวภาพสุภาพ เรียบร้อย อ่อนโยน ประพฤติดี ละมุนละม่อม.
เสี่ยงบุญเสี่ยงกรรมลองดูว่าจะดีหรือไม่ ทั้งนี้ก็แล้วแต่บุญกรรมที่ทำมา.
เสียวชื่อพรรณไม้ชนิดเล็ก เป็นเถาเกิดตามคันนา ใช้สำหรับร้อยกบหรือเขียด เรียก ต้นเสียว.
เสื้อประทานเสื้อชนิดหนึ่งของคนโบราณ จะใช้ผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมก็ได้ แต่ตัดเป็นเสื้อคอกระบั้ง คือคอกลมเหมือนเสื้อแบบพระราชทาน ร.๙.
แส้วบินฉวัดเฉวียน เช่น แมลงภู่แมลงผึ้งบินตอมดอกไม้ เรียก บินแส้ว อย่างว่า ภุมรินแส้วชมแซวบินแส่ว (กา) แซวเกียงแส้วบินเหินหาคู่แม้งหนึ่งเถิงแก่วส้านเขาช้างมุ่งเมือง (ฮุ่ง). คำที่ใกล้เคียง : แส่ว
โสดาผู้ฟัง (ป. โสตา).
ไสไล่ไป ผลักไป ส่งไป รุนไป ดันไป อย่างว่า แม้นว่าโทษถืกถ้านเถิงที่มรณา ขอให้ภูมีไสส่งคืนเถิงเถ้า เหตุไป่เคยคลองฮู้ธรรมเนียมในพระราช ผิดถืกให้จอมเจ้าค่อยสอน แด่เนอ (สังข์).
สะน่องส้นเท้า, ส้นตีน
สิจะ
แสบบักหูกอาการกรดไหลย้อน หรือ สำนวน หมายถึง เจ็บใจ เจ็บปวดหัวใจ แสลงใจ
สันแข่งใหญ่ลำแข้งใหญ่ (ขาใหญ่)
ส้มผักเสี้ยนผักดองชนิดหนึ่ง
สีโตน(กริยา) สงสาร รู้สึกเห็นใจในความเดือดร้อนหรือความทุกข์ของผู้อื่น, รู้สึกห่วงใยด้วยความเมตตากรุณา, เช่น เห็นเด็ก ๆ อดอยากก็รู้สึกสงสาร เห็นเขาประสบอัคคีภัยแล้วสงสาร.