พจนานุกรมภาษาอีสานหมวด "ส"

คำศัพท์อีสานความหมาย
สำมะแจ๋ลักษณะการพูดมากและไม่เป็นความจริง
สายแนนคู่ครองที่เคยอยู่กินกันมาหลายภพหลายชาติ, บุพเพสันนิวาส, เนื้อคู่ กกแนน ก็เรียก
ส่ำเชื้อชั้นต่างๆ
สะออนใจตื้นตันใจ
สิไปจะไป
สานอคิดเสียดาย (เป็นสร้อยคำ)
สังบ่มาทำไม ไม่มา
สะแล้งแง้ง (ล้ม)ล้มนอนตะแคง
แส่วหนีหลีกหนี
สินฟันไม้ (ไป)ไปตัดไม้ (ฉินท์ตัด)
สังทำไม
ส่วง (บ่รู้)ไม่หายอยาก
สะเบยเนื้อสบายกาย
เสื่องซ่อนไว้
เสื่องเงื่อนซ่อนเงื่อนไว้
สวบคาบ, กัด
ส้วมห้องนอน
โสร่งกางเกง
สะอื้นร้องไห้
สบบอนปากบอน, ปากหมา
สะลอนอยู่เป็นแถวเป็นแนว
เสียงเสพสอนไลเสียงบรรเลงดนตรี
สำบายสบาย
เสิ่นบิน, โฉบ
เสื่อฟูก
สมมาขอขมา, ขอขมาลาโทษ
ส่วยหน้าล้างหน้า
โสกโอกาสจัดเป็นดีหรือชั่ว
สระพังสระน้ำ
สาสระ , หนองน้ำ
แสดสีแสด
สิ้งชำเลืองดู
สู่มื้อทุกวัน
สิบสิฮ่าง ซาวสิฮ่างอะไรจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม
สวอยหมดเรี่ยวแรง สิ้นกำลัง
สะหวอยอ่อนเพลีย, หมดแรง
สะเดิดสะดุ้ง
สีแหล่สีน้ำเงินอมม่วง
สีบัวสีชมภู (ภาษาอีสานตอนบน)
โสเหล่ วิพากษ์ วิจารณ์ การพูดคุย
ส่ง กางเกง
ส่วง สีข้าง ,เอว
สำมะปิ จิปาถะ
ส้นน่องส้นเท้า, ส้นตีน
สาด เสื่อ
เสื้อหมากกะแล่งเสื้อคอกระเช้า
สำมะแจะ สาระแน
สูนโกรธ
เสี่ยวเพื่อนรักเพื่อนแท้ที่เป็นเพื่อนกันโดยพิธีผูกเสี่ยว สหาย มิตร เพื่อน เกลอ คนที่มีรูปร่างหรือนิสัยใจคอเหมือนกันหรือเกิดไล่เลี่ยกัน พ่อแม่ผูกให้เป็นมิตรกัน เรียก เสี่ยว อย่างว่า โขโนเจ้าพรานสวงสองเสี่ยว (กาไก).
แสนสิแม้ว่ามีมาก, แม้ว่าทำไปมาก, แม้ว่าจะ...
สะออนเป็นภาษาพูด (ควมเว้า) ของชาวอีสาน มีความหมายว่า ชอบใจ, พอใจ, ติดใจ, ปลื้ม, น่าชมเชย
ส้มเปรี้ยว เรียก ส้ม.
ส้มชื่อผลไม้หรืออาหารที่มีรสเปรี้ยว เรียก ส้ม เช่น หมากส้ม ต้มส้ม แกงส้ม.
ส้างบ่อน้ำ บ่อที่ขุดลึกลงไปในดินมีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปี เรียก น้ำส้าง.
ส้างจั้นบ่อน้ำเล็กๆ ตื้นๆ ที่อยู่ตามชายฝั่ง หนองน้ำ มีน้ำไหลซึมออกมาไม่ขาด คนจะกินจะใช้ก็ไม่หมด เรียก น้ำส้างจั้น หรือโพรงไม้ที่มีน้ำขังตลอดปี นกหนูได้อาสัยกินก็เรียก น้ำส้างจั้น น้ำส้างนก ก็ว่า.
ส้างแซ่งบ่อน้ำที่ขุดลึกลงไปในดินมีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปี แต่ต้องการให้ส้างมั่นคงถาวร จึงเอากระดานหรืออิฐกั้นไว้เป็นรูปกลมหรือสี่เหลี่ยม เรียก น้ำส้างแซ่ง น้ำส้างแคว่ง ก็ว่า.
ส้างท่อบ่อน้ำที่ใช้ท่อไม้หรือท่อปูนกั้น เรียก น้ำส้างท่อ ตามตำนานว่า น้ำส้างนี้เกิดจากบั้งไฟผาแดงตกลงมาตอนจุดขอฝนในนิทานวรรณคดีอีสานเรื่อง ผาแดงนางไอ่.
ส้างโสกร่องที่เกิดจากน้ำเซาะจนเป็นแอ่งลึก อยู่ตามฝั่งแม่น้ำ เรียก ส้างโสก.
สี่(กริยา) การร่วมประเวณี การมีเพศสัมพันธ์ (นาม) จำนวนสามบวกหนึ่ง เรียก สี่ เรียกชื่อเดือนทางจันรคติว่า เดือน ๔ ตกในระหว่างเดือนมีนาคม.
ส้วมห้องนอน เรียก ส้วม ห้องนอนที่กั้นไว้เพื่อให้ลูกสาวลูกเขยนอน เรียก ส้วม อย่างว่า กูจักนอนในส้วมปักตูเฮือนอัดหี่ (กาไก่).
สงสการการทำพิธีเกี่ยวกับการปลงศพ เรียก สงสการ ส่งสการ ก็ว่า อย่างว่า เมื่อนั้นทะม้าวหน้าท้าวใหญ่ยวงคดี เฮืองความควรกล่าวคดีโดยด้ำ เมื่อนั้นขุนกวนพร้อมเลยขานขามราช หื่นหื่นฆ่าควายช้างแต่งสการ (สังข์).
สะแตกกินจุ กินไม่เลือก คนที่กินจุเกือบไส้แตก เรียก สะแตก สีแตก แดกตับ แดกไต ก็ว่า.
สุยเฉียดไป อย่างว่า ยกยื่นเปลื้องค้อนแกว่งไกวกลาย แยงสุงสุยถืกกองทันสร้าง จักหมายหมั้นฮอยไคลคลาคลาด อดอยู่ฮ้างฮามหน้าบ่บาน (ฮุ่ง).
เสาแฮกเสาต้นแรกที่ยกขึ้นก่อนเสาอื่นในการปลูกอาคารบ้านเรือน เสาที่ยกขึ้นทีแรกนี้โบราณอีสานเรียก เสาแฮก ยกขึ้นที่สองเรียก เสาขวัญ เสานี้โบราณจะพิถีพิถันยกขึ้นให้ถูกตามฤกษ์ยาม.
แส่ว1. โฉบ เฉี่ยว เช่น ให้เจ้าเอายาวไว้คือกาคาบเอี่ยน อย่าได้เฮ็ดอ้อมป้อมคือฮุ้งแส่วหนู (ผญา) 2. เย็บ ปัก ถัก ร้อย เช่น ดูสะอาดล้ำหลิ้งแส่วไหมคำ แคงคานคุมเครื่องเหลืองสมเสื้อ ลำลำง้อมงามเฉลียวปุนแต่ง ฝูงนี้ลอนเลือกชั้นแฝงเนื้อพี่ไป ว่าเนอ (ฮุ่ง) คำที่ใกล้เคียง : แส่วหนี
โสคุยกัน สนทนากัน ปรึกษาหารือกัน การพูดคุยที่ไม่รู้จักจบจักสิ้นตกลงกันไม่ได้ ไม่รู้ว่าใครพูดกับใคร ถ้าพูดคุยกันธรรมดา เรียก โส ถ้าคุยกันเกินกว่าเหตุเรียก โสเหล้ อย่างว่า กินเข้าโตอย่าโสความเพิ่น (ภาษิต).
โสยอมสละชีวิต การยอมสละชีวิต เรียก โส โสสุด ก็ว่า อย่างว่า โสเสียแล้วโสตายซ้ำตื่ม โสทุกข์โสยากเลยบ่เตื้องลงหั้นบ่อนเดียว (ภาษิต).
สกรรมกริยากริยาที่ต้องมีกรรมหรือผู้ถูกกระทำมารับ.
สกลทั่ว ทั้ง ทั้งสิ้น (ป.ส.) เช่น สกลโลก น. ทั้งโลก สกลพิภพ น. ทั่วพิภพ สกลจักรวาล น. จักรยานทั้งสิ้น สากล ก็ว่า อย่างว่า เทื่อนี้บุญแจ่มเจ้าล้นแผ่นสากล บาไทธรงจำปาโผดดีเดิมเถ้า ภูธรท้าวฮมเถิงถามข่าว เขือค่อยหอมไพร่พร้อมเถิงนี้สำราญ แด่รือ (สังข์).
สกาเครื่องเล่นการพนันอย่างหนึ่งใช้ลูกบาศก์ทอด แล้วเดินตัวสกาตามแต้มลูกบาศก์ ตาหมากสกามี ๒๔ ตา ลูกสกามี ๔ ลูก การเล่นหมากฮุกหมากสกาเป็นการเล่นชั้นสูง พระราชามหากษัตริย์หรือเศรษฐีจึงเล่นได้.
สกาวขาว สะอาด หมดจด.
สกุณนก นกตัวผู้ (ป. สกุณ) อย่างว่า อีกจักวันหมื่นมื้อชิคืนคอบพระแพงอกอุ่นนั้น เทื่อนี้พี่คนิงนงหิวทอดแถมเถิงน้อง เป็นดั่งเครือเขาข้องขาสกุณกลางป่า รือจักหยุดอยู่ได้ยามน้อยหนึ่งมี แม่เอย (สังข์).
สกุณีนกตัวเมีย (ป.) อย่างว่า สกุณีนางนกแขกเขียวเขาตู้กูหุกกู้ขันคูฮ้องคู่ กินหมากไม้ในด้าวด่านดง (บ.).
สถนเต้านม (ป. ถน ส. สฺตน).
สถาปัตยกรรมศาสตร์ศิลปะหรือวิชาว่าด้วยการก่อสร้าง (ส.).
สนแส้วระคน สับสน ปนเป อย่างว่า สาวสนแส้วยิงสะออนอกอ่อน (กาไก).
สนอบเสื้อ ส่วนมากหมายถึงเสื้อพระราชทาน.
สนัดถนัด สันทัด มั่นเหมาะ อย่างว่า เชิญอุ่นเยื้อนยาโศกแสนถนัด พี่ถ้อน มันก็กองเงินคำมอบเวนวางให้ (สังข์) สนัดกิน สนัดใช้ สนัดย่าง สนัดเหล้นแม่จ้างนอนหง่างยั่งคืน (บ.).
ส้มกบชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ต้นส้มกบ.
ส้มกุ้งชื่อพรรณไม้เถาชนิดหนึ่ง เรียก เครือส้มกุ้ง.
ส้มงัวส้มควายเอาเนื้อวัวหรือควายมาฟักให้แหลกละเอียด คลุกด้วยกระเทียม เกลือ ข้าวเหนียวเล็กน้อย ห่อด้วยใบตองทำเป็นห่อๆ จะกินช้าหรือเร็วต้องปรุงให้ถูกแบบ.
ส้มปลาเอาปลามาทำเป็นส้ม ห่อด้วยใบตองเป็นห่อๆ หรือจะใส่หม้อหรือไหปิดไว้ ถ้าทำให้มีรสเค็มจะเก็บไว้กินได้นาน.
ส้มป่อยชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ใบเป็นฝอยคล้ายชะอม ใช้ทำยาได้ ฝักใช้สระหัวต่างสบู่ได้.
ส้มผักผักดอง เช่น เอาผักกาด ผักชี ผักเสี้ยน ผักเทียม ผักบั่วมาคั้นใส่เกลือผสมข้าวสุก เรียก ส้มผัก มีชื่อตามผักที่เอามาคั้น ถ้าเป็นผักกาดก็เรียก ส้มผักกาด ถ้าเป็นผักเสี้ยนก็เรียก ส้มผักเสี้ยน.
ส้มพอดีชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง มีรสเปรี้ยว ใช้ต้มปลาต้มเนื้อใส่น้อยหรือมากก็มีรสส้มพอดี เรียก ส้มพอดี.
สมมาขอโทษ ขอให้ยกโทษ อย่างว่า ยอเทียนเข้าสมมาลาโทษ (กาไก) ให้สูไปหาน้อยสมมาไลโทษ นางนั้น (กา).
ส้มมอสมอ ส้มมอมี ๒ ชนิด คือ ส้มมอดินหรือส้มมอพุ่ม มีรสขมเรียก ส้มมอบีงู อีกอย่างหนึ่งเรียก ส้มมอใหญ่ ใช้กินเป็นอาหารและทำยาได้.
ส้มเสี้ยวกาหลง กาหลงเรียก ส้มเสี้ยว ใบมีรสเปรี้ยว ใช้ปรุงต้มกบหรือปลาอร่อยดีนักแล.
ส้มหมูเอาเนื้อหมูมาคั้นเป็นส้ม ห่อด้วยใบตองทำเป็นห่อๆ หรือจะใส่ไหหรือหม้อปิดปากไว้.
ส้มออบแอบชื่อพรรณไม้เถาชนิดหนึ่ง ใบกรอบมีรสส้ม เรียก เครือผักออบแอบ ใช้ต้มกบดีเกือบเท่าใบส้มเสี้ยว.
ส้มโฮงสำโรง ชื่อพรรณไม้ขนาดใหญ่ เรียก ต้นส้มโฮง บ้านที่เอาชื่อของต้นไม้นี้ไปตั้ง เรียก บ้านส้มโฮง ชื่อบ้านส้มโฮงมีอยู่ทั่วไปในภาคอีสาน.
สมครามการรบกัน คนโบราณเรียก สมคาม อย่างว่า สงครามงูเง่าตายเต็มด้าว (กาไก) กำเนิดแท้ทังโลกเลิงเป็น ขอแก่พันตาตรัสส่องแลเล็งข้า ยามใดยุทธกรรมด้วยสมครามยุ้งใหญ่ ขอให้เจ้าแผ่นฟ้าหลิงเยี้ยมอย่าไล แด่ถ้อน (สังข์).
สมคามการรบกัน อย่างว่า คันว่าสมคามเขินช่อยกันกวนฆ่า (ฮุ่ง).
สมณาสนักบวช ผู้สงบ สมณะ อย่างว่า ซว่าซว่าพร้อมสมณาสเฮืองธรรม แปลฎีกากล่าวไขขานแจ้ง วันแลงเหลื้อมลงฟังธรรมเทศน์ พระพ่อเจ้าติ่วสร้อยใจแจ้งจอดบุญ (สังข์).
สมถกรรมฐานอุบายสงบใจ ใจที่มีราคะความกำหนัด โทสะความประทุษร้ายและโมหะความลุ่มหลง กิเลสสามตัวนี้ทำให้ใจวุ่นวาย ไม่สงบ ถ้าอยากให้สงบต้องเอาสมถกรรมฐานมาข่มไว้ การเจริญธรรมอย่างนี้เรียก เจริญสมถกรรมฐาน.
สมบัติความถึงพร้อม หมายถึงทรัพย์สินเงินทองข้าวของเป็นต้นที่มีอยู่เรียก สมบัติ สมบัตินั้นแยกออกเป็น ๓ คือ มนุษย์สมบัติ สวรรคสมบัติ นิพพานสมบัติ.
สมบัติคูณเมืองสมบัติที่ทำให้บ้านเมืองเจริญ เรียกสมบัติคูณเมือง มี ๑๔ อย่าง คือ หูเมือง ตาเมือง แก่นเมือง ประตูเมือง ฮากเมือง เหง้าเมือง ขื่อเมือง ฝาเมือง ขางเมือง เขตเมือง สติเมือง ใจเมือง คำเมือง เมฆเมือง (ประเพณี).
สมพงศ์วิธีคำนวณว่าหญิงชายที่จะเป็นคู่กัน สมควรรักกันหรือไม่.
สมสร้างทำร่วมกัน ทำบุญร่วมกัน อย่างว่า บูฮาณถือฮ่วมมาสมสร้าง (กาไก).
สมสู่อยู่ร่วมกันอย่างผัวเมีย อย่างว่า สาวสมสู้หลายแซงเชิงต่าง (กาไก).
สมังคีประกอบด้วย พร้อมเพรียงด้วย (ป.).
สมุจเฉทปหานการละกิเลสได้ขาด.
สลบแน่นิ่ง หมดความรู้สึกตัว อย่างว่า นางก็ตกคะมะไห้ดิ้นดั่นทวงสลบ พระกาโยเหลืองหล่าตนตายกระด้าง (สังข์).
สลวนสาละวน อย่างว่า สลวนกลิ้งตอมตายกลั้นสวาท (กาไก).
สลวยเรียบร้อยงดงาม เรียก สลวย สวยลวย ก็ว่า อย่างว่า คอยเห็นสวยลวยเลียนเครื่องดงดูล้วน (หน้าผาก).
สลอนเห็นเด่นสะพรั่ง เรียก สลอน สอนลอน ก็ว่า อย่างว่า เขาก็ทูลสลอนแหนอยู่ยังยายเฝ้า (กาไก) สอนลอนเลียนป่าตาลแกมพร้าว (กา) สลอนพร้อมสาวศรีชมชื่น (ฮุ่ง).
สลอยสวยงาม เรียก สลอย สอยลอย ก็ว่า อย่างว่า สอยลอยเลียนป่าตาลแกมพร้าว (กา).
สละบริจาค ปล่อยวาง ผละออก ละทิ้ง ละวาง เช่น บริจาคข้าวของเงินทองเป็นทาน การสละลูกเมียออกไปบำเพ็ญเพียร การละทิ้งความชั่วออกจากจิตใจ.
สลั้งสงสัย พลั้งเผลอ อย่างว่า มันก็ตกแต่งตั้งอุปถากบัวระบัติ แต่นั้นนางคราญคึดอยู่โทมทวงสลั้ง กูก็กลอยใจตั้งตนปองเป็นเหยื่อ มันแล้ว บัดนี้ยักษ์เล่ามาอ่าวอ้างคำส้มสวากเสนห์ (สังข์).
สลับปลิ้นปล้อน หลอกลวง อย่างว่า เมื่อนั้นท้าวอว่ายหน้าต้านตอบนางฝี มึงนี้แนวจังไฮลั่วกินคนใบ้ มึงหากเคยสลับลิ้นลวงกลกินท่าน กูก็ฮู้เพศเพี้ยงผีเถ้าซู่เซิง แล้วเด (สังข์).
สลาหมาก (ข.) อย่างว่า พ่องส่งผ้าฮมกลิ่นกริสนา พ่องก็ทูลทรงธรรมส่งสลาประสงค์น้อม ภูมีไท้เสวยชมช้อยชื่น ฮักบ่เอื้อนฝูงใช้ซู่นาง (สังข์) ลมล่วงต้องไกวก้านถิ่นสลา (กาไก) สาวก็เอาตวยคำยืนสลาถวายเจ้า (กาไก).
สลางสะพรั่ง ไสว เรียก สลาง สางหลาง ก็ว่า อย่างว่า สางหลางไม้เลียนลำต้นต่ำ (ขุนทึง).
สล้างตั้งอยู่สูงเด่นเป็นหมู่เป็นพวก เรียก สล้าง อย่างว่า พืชสล้างล้วนรือไฮ้ห่างแคลน (สังข์).
สลาตันชื่อลมปลายฤดูฝน พัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เรียก ลมสลาตัน.
สลุยสลัว อย่างว่า ผ่อเห็นวันล่วงขึ้นเขาล้านส่องสลุย (สังข์).
สวนเดินสวนทางกัน เรียก ย่างสวนกัน พูดสวนกันเรียก เว้าสวนกัน ทหารเดินเป็นพวกเพื่อแสดงแสนยานุภาพ เรียก สวนสนาม.
สวะสวางทุเลา เบาบาง เช่น เป็นไข้เมื่อไข้ลดลงแต่ไม่ถึงกับหาย เรียก สวะสวาง.
สอดส่องตรวจตรา พิจารณา สอบสวน เอาใจใส่ดูแล.
สอดแส้วหลบหลีก ลี้ หนีไป อย่างว่า ชาติที่แนวนามเชื้อราชสีห์ตัวใหญ่ บ่ห่อนบินสอดแส้วไปได้ดั่งแหลว (สุด).
สอนความพูดเลียนคำพูดของคนอื่น.
สอนบ่าวชายหนุ่ม ชายที่เริ่มแตกเนื้อหนุ่ม เรียก สอนบ่าว อย่างว่า ศรีคราญแก้วบาคราญสอนบ่าว (กาไก).
สอนปากเด็กกำลังเรียนพูดจากพ่อแม่หรือพี่เลี้ยง เรียก สอนปาก อย่างว่า พอประมาณแล้วบาศรีสอนปาก (กาไก).
สอนสาวหญิงที่เริ่มแตกเนื้อสาว เรียก สอนสาว อย่างว่า นงคราญน้อยสอนสาวขึ้นใหม่ เหน็บดอกไม้ทาแป้งป่นหอม (กาไก).
ส่อแส่เสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงต้มน้ำเมื่อน้ำกำลังจะเดือด ดังส่อแส่ส่อแส่ หรือเสียงซุบซิบนินทากันก็เรียก ส่อแส่.
สะบ่อที่ขุดขังน้ำไว้ใช้ เรียก สะ สา สะพัง ก็ว่า.
สะกอยจะงอยปากของสัตว์มีปีก เรียก สะกอย อย่างว่า อันหนึ่งกบเขียดโม้แคล้วคลาดฮูไป เมื่อใดคองเป็นดีส่วนสิวังแวนส้วย เหตุว่าศัตรูเค้าขโมยมันมีมากจริงดาย แฮงฮู้เขาสู้เงื้อมสะกอยหั้นแห่งกาบ่อย่าแล้ว (สังข์).
สะค้านชื่อเถาวัลย์ชนิดหนึ่ง มีรสเผ็ดใช้ทำยาได้ เรียก เครือสะค้าน.
สะแคงนอนตะแคง อย่างว่า เมื่อนั้นบุญเฮืองฮู้เติ๋นอาอย่าฟั่งเฟือนเถิ้น ท้าวห่มผ้าสะแคงเยี้ยมอยู่ฟัง (สังข์).
สะงาบหายใจทางปาก คนเจ็บป่วยมีอาการหนักจวนจะสิ้นใจ ต้องหายใจทางปาก หรือปลาในหนองน้ำที่งวดลงจนต้องหายใจทางปาก อย่างว่า ฝูงหมู่ปลาน้อยมังกรแกมนาค ฟองฟาดเต้นตายข้อนสะงาบเงย (สังข์).
สะดุ้งตกใจกลัว เช่น เมื่อถูกอะไรมากระทบแล้วตกใจกลัว เรียก สะดุ้ง อย่างว่า กูตื่นท้วงทังสะดุ้งสั่นสาย (สังข์) แม่ก็เห็นหน้าเจ้าใจสะดุ้งฮอดผัว (สังข์).
สะดุดตอไม้หรือรากไม้ที่ฝังอยู่ในดิน เมื่อเดินไปมักจะตำเพราะมองไม่เห็น เรียก สะดุด สะดุดฮุดตอ ก็ว่า อย่างว่า อ้ายไปพุ้นอย่าได้ตำสะดุดตอต้องหีนแฮ่กลางทาง อย่าได้ตำสะดุดต้องหีนบางกลางเหล่า ให้เจ้าก้มต่ำหน้าเถิงบ้านจั่งค่อยเงย (ผาแดง).
สะเด็ดเสร็จ สิ้น จบ ประชุมเสร็จ เรียก สะเด็ด อย่างว่า สะเด็ดขาบข้อขุนท้าวเลิกลา (กาไก) แต่งหนังสือจบแต่ละตอนหรือจบเรื่อง เรียก สะเด็ด อยา่งว่า วิปปวาสะบั้นสุมุณฑาพลัดพราก สะเด็ดถี่ถ้วนถวายไท้พระยอดคุณ ก่อนแล้ว (สังข์).
สะเด็นกระเด็น อย่างว่า เลือดหลั่งป้านเป็นป่ามไฟแดง ภูธรธรงพระขรรค์ชัยป่ายคอสะเด็นกลิ้ง เลยเล่าดับขันเมี้ยนเสียชิวังมรณาต คีงท่อด้าวดอยน้อยเคลือบคาว (สังข์).
สะเดาผักสะเดา ผักชนิดหนึ่ง ใบและดอกมีรสขม ใช้กินได้ เป็นยาป้องกันไข้และแก้ไขได้ดี เรียก ผักสะเดา ผักกะเดา ก็ว่า อย่างว่า อย่าได้ติเตียนเว้าว่าผักกะเดาขมขื่น บาดกินกับลาบก้อยชิหลงย้องว่าดี (ย่า).
สะเดาะทำให้หลุดออกด้วยคาถาอาคม เรียก สะเดาะ เช่น สะเดาะก้าง สะเดาะแฮ่ สะเดาะเคราะห์ สะเดาะเข็ญ สะเดาะกรรม สะเดาะเวร สะเดาะไลปักตู สะเดาะกุญแจ อย่างว่า กินหนังแห้งคาคอแค้นคั่ง ใผสะเดาะออกให้ชิเอาช้างใส่คาย (ผญา).
สะเดี้ยงนกเอี้ยง อย่างว่า เป็ดป่องเปล้าสะเดี้ยงดุ่งคาคอน บาคราญลุกสว่ายชลสรงล้าง พอคราวแล้วเสวยพาพร้อมพี่ ประดับคาดเนื้อดีแล้วเล่าไป (สังข์).
สะเดือกรู้ตัว ฉุกคิด อย่างว่า มับแมบพอให้ฮู้ประเหียลให้สะเดือกเห็น (สุด).
สะแดกระสับกระส่าย ทุรนทุราย อึดอัดใจ อย่างว่า เมื่อนั้นสีไทท้าวทนสะแดดอมอ่อน ยักษ์นี้กล้าขนาดแท้สองเจ้าอย่าลา แท้เนอ (สังข์).
สะโถนกระโถน กระโถนโบราณเรียก สะโถน อย่างว่า ค่าวค่าวหน้าง้อมม่วนเป็นโทน วางฝูงทอนใสในขันเข้ม สะโถนคำตั้งพลูวันซองหมวก เชืองแต่งเล้มดูถ้วนเครื่องดี (ฮุ่ง).
สะท้านเกรงกลัวจนตัวสั่น เรียก สะท้าน สะทกสะท้าน ก็ว่า อย่างว่า สะท้านปั่นทังปวง ทังเขาหลวงสิเนโนราช ให้ไหวหวั่นหวาดถวายสาร ทังจักรวาลก็มาไกวกวัดแกว่ง ถ้วนทุกแห่งเหาะไปมา (เวส-กลอน).
สะเทินก้ำกึ่ง ไม่เต็ม อย่างว่า จวนใจค้ามคนิงแพงพ้นยิ่ง อุกอั่งทวงสะท้อนสะเทินให้ใช่หัว (สังข์) ยามเมื่อใดท่อนท้าวล้านท่อภายหลัง เป็นคนสะเทินอยู่ใกลการชู้เวรังแล้วเวราถ้วนบาป ภายพี่พี้ภายพุ้นหากเหลือ นั้นดาย (ฮุ่ง).
สะเทือนหวั่นไหว สั่น อย่างว่า ดูดั่งสองแข็งล้านตีนมือทุกซอก ช้างพ่องม้าสะเทือนฮ้องทั่วนา (ฮุ่ง).
สะนอยหวายสะนอย หวายชนิดหนึ่งเส้นเล็กๆ และยาว เรียก หวายสะนอย ตามตำนานปรากฏว่า ชูชกเมื่อขอกัณหาชาลีได้แล้วก็เอาหวายชนิดนี้ผูกดึงไป อย่างว่า มันก็บายเอาได้หวายสะนอยมาฟาด เหลียวเบิ่งเลือดหยาดย้อยแดงเข้มดั่งฝาง (เวส-กลอน).
สะน่อยนิดหน่อย เล้กน้อย อย่างว่า แม้นว่าบ่ประเสริฐแท้มีชอบทวงทิพย์ ก็ดี ขอหม่อมกูร์ณาเนาสะน่อยพอหายฮ้อน (สังข์).
สะนุไม่ไผ่ป่ายาวขนาด ๕ ศอก ใช้สำหรับตีเมล็ดข้าวเปลือกที่ติดอยู่กับฟาง เรียก ค้อนสะนุ เมล็ดข้าวที่ตีออกมาจากฟางนี้ เรียก เข้าสะนุ.
สะนูเครื่องทำเสียงชนิดหนึ่ง รูปร่างคล้ายหน้าจ้าง ใบสะนูทำด้วยใบตาล ใบลาน ติวไม้ไผ่ หรือทำด้วยแผ่นเงินแผ่นทอง ถ้าได้แผ่นเงินแผ่นทองเสียงจะไพเราะนัก สะนูนี้ใช้ติดที่หัวว่าว ปล่อยว่าวขึ้นไปในอากาศ มพัดสะนูเสียงจะดัง ฟังแล้วเกิดความเพลิดเพลินเจริญใจ ชาวนาที่ต้องใช้หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินหากินมาแต่ดึกดำบรรพ์ ได้รับความทุกข์ทรมาน เมื่อได้ยินเสียงสะนูดังก็จะลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมกระทั่งความทุกข์ยากปากหมอง.
สะนูหุ่นรูปวัว หุ่นที่ปั้นด้วยขี้ผึ้งหรือหล่อด้วยทองเหลือง ใช้เป็นเครื่องป้องกันตัวและทำลายศัตรูคู่อาฆาต เมื่อหล่อหรือปั้นเสร็จแล้วก็ทำการปลุกเสกด้วยเวทมนต์ เวลาเกิดบ้านเมืองเดือดร้อนเพราะภูตผีปีศาจ หรือคนเป็นข้าศึกศัตรูกันก็ปล่อยวัวสะนูนี้ไปทำลาย งัวสะนูขี้ผึ้งสู้งัวสะนูทองไม่ได้ เพราะการสู้รบตบตีกันต้องใช้กำลังและความเข้มแข็ง.
สะโนโสน ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เกิดในน้ำ ดอกสีเหลือง มีน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับทำทุ่น (ป่อม) เบ็ด และป่อมข้อง ลอยได้ดี เรียก ต้นสะโน.
สะไนเครื่องเป่าชนิดหนึ่ง ทำด้วยเขาควายเจาะรูที่ปลายเขา ใส่ลิ้นเงินหรือลิ้นทอง สะไนนี้เสียงดังไพเราะและดังไกล พวกคล้องช้างใช้เป่าเวลากลับจากคล้องช้าง เพื่อเตือนให้ลูกเมียทราบ อีกอย่างหนึ่งใช้เป่าเวลาเทศกาลเทศน์บุญพระเวส ใช้แห่กัณฑ์เทศน์กันหลอนและแห่นาค.
สะบือสะดือ เรียก สะบือ สายบือ ก็ว่า อย่างว่า นางพ่องพร้อมไทถิ่นสวนสลา เขาก็ชวนกันไปใคร่หุมเห็นเจ้า ทรงกระจอนพร้อมกาสาผืนนุ่ง ผืนเพศพร้อมเขินหน้าก่อนสะบือ (ฮุ่ง).
สะบุสวยงาม สวยงามเรียก สะบุ อย่างว่า เมี้ยนปากแล้วเลยอยู่สะเด็ดการ สะบุคีงคาดจันทน์งามล้วน แต่นั้นนงคราญเจ้าคำหวานต้านม่วน ปุนกล่าวถ้อยแถลงล้วนซู่อัน (ฮุ่ง).
สะบูปืน อย่างว่า ค้อมว่าแล้วฟ้าวลั่นสะบูหลวง (สังข์) แมนหาญได้คุงงาเงยงวาก ชาดชาดพร้อมสะบูก้องยิงช้ำช่อยแฮง (ฮุ่ง).
สะบูสะบู่ที่ทำสำหรับซักฟอกเสื้อผ้าให้สะอาด.
สะบูชัยปืนใหญ่ อย่างว่า ค้อมว่าแล้วพระลั่นสะบูชัย เค็งเค็งดังทั่วเมืิงเฟือนฟื้น แต่นั้นพราหมณาเข้าถวายพรโอมอ่าน นบนอบนิ้วทูลไหว้กล่าวกลอน (สังข์).
สะบูเลือดชื่อว่านชนิดหนึ่ง ยางสีแดงเหมือนเลือด เรียก สะบูเลือด มีสรรพคุณในทางหนังเหนียว ยิงไม่ออก ฟันแทงไม่เข้า.
สะเบ็งช้างตกมัน อย่างว่า สะเบ็งเมามันฮอบครางปลงย้อย เฮียกชื่อรังสีเหลื้อมไขแสงเฮืองฮุ่ง แผ้วแผ่นฟ้าปิวป้านท่าวทวน (ฮุ่ง).
สะแบงตกใจกลัว อย่างว่า ทุกที่พร้อมอามาตย์มุนนาย สะแบงเบาตกคมะทวงทังค้าย อุทิยานฮ้อนคือไฟเผาแผ่น เสียงโห่ไฮ้ระงมเฮ้าฮอดเชียง (สังข์).
สะพ่มสะพรั่ง อย่างว่า เมื่อนั้นสะพ่มพร้อมอามาตย์มุนนาย เอากันเมือมุณเทียรทอดทูลธรรม์เหง้า บัดนี้องค์กษัตริย์เจ้าเททวงฮ้อนเฮ่ง ผิดถืกแท้ขอไหว้ฮ่ำเฮียนก่อนถ้อน (สังข์) เมื่อนั้นสะพ่มพร้อมขุนหมื่นมัสการ เชิญสองศรีเสด็จสู่เกวียนกงแก้ว ฮามเห็นเจ้าหลายปีปุนโศก ฮักบ่เอื้อนฮุมไห้นี่นัน (สังข์).
สังกานกจำพวกนกแก้ว เรียก นกลังกา อย่างว่า เขาแขกแก้วปุนปากสอนเสียง สังกาจิบจาบนันในฮ้าน ก็บ่ฮีไฮฮ้อง เฮเสียงสงัดอยู่ฝูงนี้เจ้าขม่อมป้องปุนเลี้ยงลอบระวัง (สังข์).
สังกาเลเรไร แมลงชนิดหนึ่งที่ร้องส่งเสียงในฤดูแล้ง เรียก สังกาเล แมงง้วง ก็ว่า อย่างว่า ฟังยินกาเลฮ้องฮวบเสียงฉันขลุ่ย เป็ดป่องฮ้องเสมอต้องติ่งคำ (สังข์).
สังฆกรรมกิจที่พระสงฆ์สี่รูปขึ้นไปรวมกันทำภายในสีมา เรียก สังฆกรรม (ป.).
สังฆานุสติการระลึกถึงคุณพระสงฆ์ (ป.).
สังวาลสร้อยเครื่องประดับชนิดหนึ่ง ใช้คล้องคอสะพายแล่ง (เบี่ยงบ้าย) (ป. เสวาล ส. เศวาล) อย่างว่า บุญหัวบ่เคยได้สังวาลคำพระยานาค ขี้ดินดากติดหัวแต่น้อยหลงเอิ้นว่าหอน (ภาษิต) บางพ่องจับนาคน้าวฉวยสอดสังวาล ก็มี บางพ่องทวายงูทัดเพินคอไว้ (สังข์).
สังฮอมการเก็บสิ่งของรวมกันไว้ เรียก สังฮอม หนังสือวรรณคดีอีสานเรีื่องหนึ่งรวมธาตุนิพพานไว้ เรียก สังฮอมธาตุ.
สัญญาความตกลงซึ่งบุคคลตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไปยินยอมพร้อมใจกันทำขึ้น เช่น สัญญาซื้อขายเป็นต้น.
สันทานสายป่าน เชือก เครื่องผูกพัน (ป. ส.).
สากเครื่องมือสำหรับตำ เรียก สาก ทำด้วยไม้แก่นกลมๆ สำหรับตำป่นตำแจ่ว เรียก สากกะเบือ ครกที่ตำข้าวเปลือกเรียก ครกมอง สากมองมี ๓ ชนิด คือ สากตำ สากต่าว สากซ้อม ขนาดของสากมอง สากใหญ่ยาวศอกก้อย สากน้อยยาวสอกกำ สากตำใช้ตำทีแรก สากต่าวใช้ทีสอง สากซ้อมใช้ครั้งสุดท้าย อย่างว่า บุญบ่เคยขี่ช้างย้านแหย่งพาตก บุญบ่เคยขี่ครกย้านสากกระเบือพาเต้น (ผญา) มีแต่ครกบ่มีสากซ้อมตำได้เข้าบ่ขาว (กา) เสียงสากก้อมตะบึงบ้านมี่นัน (สังข์).
สาณผ้าหยาบ ผ้าป่าน (ป.).
สามีจิกรรมการแสดงความเคารพตามธรรมเนียมของพระเณรในระหว่างผู้ใหญ่กับผู้น้อย.
สาละชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เป็นไม้เนื้อแข็ง เรียก ไม้รัง อย่างว่า สาลาไม้ฮังผันทะนัง ไม้ค้อขว้างแคมทาง มาลุวา ไม้ยางพายปลายมันสูงพ้นเพื่อน นกน้อยเลื่อนบินมา (เวส).
สิกขามานาสามเณรหญิงที่ได้รับการอบรมเป็นเวลา ๒ ปี เพื่ออุปสมบทเป็นภิกษุณี (ป.).
สิงชื่องูไม่มีพิษชนิดหนึ่ง เรียก งูสิง อย่างว่า แนวนามเชื้อสิงคงป้องห่าง พิษบ่ฮ้อนกลายใกล้เพิ่นบ่กลัว (กลอน).
สิงชื่อดาวชนิดหนึ่ง เรียก ดาวสิง อย่างว่า แม้งหนึ่งวีคางค้ายดาวสิงเสด็จด่วน (สังข์).
สิงหล่อ ดี หล่อเทียน เรียก สิงเทียน อย่างว่า เจ้าจ่งสิงเทียนน้อมเถิงอินทร์เทวราช ขอลูกแก้วองค์ล้ำเกิดดอม (กาไก) นิ้วแลบเล้มคือสิ่งเทียนสิง (สังข์) คอคาดปล้องกลมกลิ้งดั่งสิง (ผาแดง).
สิงกล่อม ไกว การกล่อมไกวเด็กเล็กว่าคำกล่อมและไกวไปด้วย เรียก สิง อย่างว่า ติ้งลิงติ่งลิงติ้งลิงติง สิงหลานเหล้นนอนเว็นซิ่นควี่ เหลียวเบิ่งหีผู้เถ้ายุมยั้วดั่งถง (กล่อม).
สิงอยู่ เข้าอยู่ ผีเข้าอยู่ในคน เรียก ผีสิง.
สิงหลบ ซ่อน การเข้าไปหลบซ่อนเพื่อไม่ให้ใครพบเห็น เรียก สิง อย่างว่า อันว่ากองดอกไม้เทถอกเพียงภู แสนคนสิงอยู่ในบ่มีฮู้นางฟังแล้วทำกระบวนกริ้วโกรธ มิใช่อันเชื่อแท้ธรงต้านบ่เซา ดั่งนี้ (สังข์).
สิ้งมองดูด้วยไม่เต็มมา เรียก สิ้ง มองดูด้วยหางตา เรียก สิ้งตาน้อย มองตาม เรียก สิ้งตานำ อย่างว่า โต๋ต่งโต๋นารีโต่งโต้น โต๋ต่งโต้นผู้สาวขี้งอยโพน ก้อนขี้กลิ้งผู้สาวสิ้งตานไ หักไม้แก้งแม่นไม้หนามคอม หนามคอมเกาะเต้นเดาะเต้นด่อง (กลอน) บุพเพท้าวนำมาปางก่อน ทรงเครื่องสิ้งขุนฟ้าฟากพรหม (ฮุ่ง).
สิงยีความเดือดร้อน ภัยที่เกิดจากสงคราม อย่างว่า เขาจักผัดผาดอั้วเอาอ่อนสองศรี ยอสมคามใคร่ชูชนช้าง เหมือนดั่งสิงยีฮ้อนโดยแกวกวนราช เฮาแล้ว ทังว่าดั้นเถื่อนกว้างเผือข้อยขอดแฮง (ฮุ่ง).
สิทธารถผู้สำเร็จความมุ่งหมายแล้ว พระนามพระพุทธเจ้า (ป. สิทฺธตฺถ).
สินควรเศรษฐี คหบดี คนมีทรัพย์ คนมีทรัพย์โบราณ เรียก สินควร คู่กับ ผลควร คือคนมีอำนาจในการปกครองบ้านเมือง อย่างว่า ขอแก่พระยำเกล้าตนประเสริฐสินควร พ่อเอย เฝือข้อยนำคำเสถียรขาบกลอนกลอยน้อม ยังมีภูชัยท้าวเสวยราชเป็นพระยา ธรงนครเป็งจาลโลกลือไทท้าว ประสงค์เจ็ดน้อยทองศรีสายเลือดพระองค์แล้ว ขอพระคึดยืดเยื้อผายเผี้ยนผ่อใกล แด่ถ้อน (สังข์).
สินาดหน้าไม้ ปืน ปืนหรือหน้าไม้โบราณ เรียก สินาด สีนาดน้ำมอก สีนาดละมอก ก็ว่า อย่างว่า หมอยาชุมโตเป็นพยาธิ หมอสินาดกวางขี้ใส่นา หมอหูฮาโตตายบ่ฮู้เมื่อ (ภาษิต).
สิลาหิน หินก้อน (ป. สิลา ส. ศิลา).
สี่ยาสีฟันโบราณ เรียก สี่ ใช้กระบอกไม้ไผ่บรรจุแก่นคะยูงเผาไฟ เอาบ้องเสียมทาน้ำมันยางอังที่กระบอกไม้ไผ่ ควันของไม้จะเป็นสีดำ สีดำนี่แหละเรียก สี่ เอาสีดำมาทาที่ฟัน ฟันจะมีสีดำ โบราณถือว่าฟันดำเป็นฟันที่สวยงาม อย่างว่า ยามเมื่อพิเศษแย้มเยาวราชหุมหัว ฮ่อนั้น ขวัญเฮียมโฮมเฮียก ตอมเต็มเนื้อ เล็งที่ทันตาแม้งมหานิลเงาเงี่ยง งามเด ซ้องซุมเกล้าตะเกิงหน้าแข่งเขียว (ผาแดง).
สีโหคชสีห์ สัตว์ในวรรณคดีอีสานเรื่องสังข์ศิลป์ชัย ตัวเหมือนราชสีห์ แต่ศีรษะเหมือนช้าง อย่างว่า อินทร์ก็ใส่ชื่อน้อยในเลขลานคำ ชื่อว่าสังข์ศิลป์ชัยโลกลือฤทธีกล้า อันว่าบัตราเจ้าจันทานางพี่ ชื่อว่าสีหราชท้าวไทน้อมข่าวขาม (สังข์).
สื่อเมืองคนกลางที่นำข่าวของมหาชนไปสู่รัฐ อย่างว่า ท้าวฮุ่งไขเงื่อนถ้อยถามหมู่ลุงอาว ผายความยินสื่อเมืองฝูงเหง้า บัดนี้เฮาก็ฟันแมนฮ้ายคลาเวียงสะสว่าง เพิงที่เมี้ยนเครื่องเข้าพลล้านลวดลาย ฮู้รือ (ฮุ่ง).
สุกห่าม เรียก เหิ่ม พ้นจากห่ามไปเรียก สุก เช่น มะม่วงสุก แตงสุก อย่างว่า สุกอยู่ต้นบ่ปานฝานหัวบ่ม เพิ่นบ่มให้บ่ปานเจ้าบ่มเอา สุกอยู่ต้นบ่ปานฝานหัวบ่ม ย่าบ่มให้บ่ปานใภ้บ่มเอา (กลอน).
สุดจบ แต่งหนังสือจบ เรียก สุด อย่างว่า สุดโสสุดเสี้ยงชุยชะโกสุดยอด มันหากออดหลอดท่อนี้แล้วชิลาเจ้าต่าวลง (กลอน).
สุดตางาม น่ารัก คนที่เราเห็นว่าไม่มีใครงามกว่า น่ารักกว่า.
สุมุณฑาชื่อนางสุมุณฑา ซึ่งเป็นน้องสาวของพระยากุศราช เจ้าเมืองนครเป็งจาล ในวรรณคดีอีสานเรื่องสังข์ศิลป์ชัย อย่างว่า มีท่อเยาวยอดแก้วเป็นมิ่งใจเมือง นางลุนมีแม่เดียวเทียมท้าว ผากฏแก้วสุมุณฑาธรงฮูป โฉมยิ่งเพี้ยงแพงไว้แว่นใจ (สังข์).
สุรคุตตาย อย่างว่า คันสุรคุตจุติจากเมืองตาวติงสา (เวส).
สุราบานการดื่มเหล้า น้ำเหล้า.
สู่ขวัญทำพิธีเชิญขวัญ เป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งที่คนโบราณอีสานทำกันมาแต่ดึกดำบรรพ์ จนกระทั่งปัจจุบันนี้ การสู่ขวัญให้เป็นการแสดงออกซึ่งความรัก เคารพและนับถือ .
สู่ขวัญหลวงการทำพิธีเชิญขวัญครั้งสุดท้าย เมื่อผู้หลักผู้ใหญ่เจ็บไข้ได้ป่วย ไม่มีทางจะเยียวยาให้หายได้ หมอดูเขาทายว่าผู้ป่วยชาตาขาด ธาตุหัก กกหลักโค่น สวดเสริมชาตาอย่างไรก็ไม่หาย รอแต่วันและเวลาที่จะตาย ลูกหลานจะพากันทำพิธีบายศรีสู่ขวัญหลวงให้จนถึงวาระสุดท้ายแห่งชีวิต.
สูญว่างเปล่า ไม่มีอะไร เลขสูญ อย่างว่า สิบสองสูญตั้งวิญญาณยับเกิด วิญญาณยับนั้นเลิ็กละตื้นอสงขัยปุนแทก นับเป็นโยชน์ได้แปดโกฏิอสงขัย ปลายเจ็ดห้าล้านอสังขัยโยชน์ยาวเสมอด้าม (ปฐมปันนา).
สูติกรรมการคลอดบุตร.
สูทกรรมการทำกับข้าวของกิน.
สูนเข้าตกกล้าโดยเอาเม็ดข้าวใส่ในกระบอกไม้ไผ่แล้วสักลงไปเป็นจุดๆ เรียก สูนเข้า.
สูรปี่เสียงปี่ อย่างว่า กลองเกาไค้คุรีย์เสียงสูรปี่ นาคหนุ่มเปลื้องเพศเพี้ยงสาวส้อยสอดสะเอ็ง (สังข์).
เสตเศวต สีขาว เช่น ร่มสีขาว เรียก เสตฉัตร อย่างว่า เสตฉัตรล้นแสนแถวง้าวง่า (กาไก) เสตฉัตรฮ่มกั้งระวังเจ้าหมื่นดวง (กา) (ป.).
เสยใช้หวีหรือมือเสยผมที่ปกหน้าออก เรียก เสยผม.
เสลา(สะเหลา) ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งจำพวกไม้ตะแบก เรียก ต้นเสลา.
เสาวณิตฟังแล้ว รับสั่ง.
เสาวภาพสุภาพ เรียบร้อย อ่อนโยน ประพฤติดี ละมุนละม่อม.
เสาเสม์เสาหิน เสาหินที่จารึกชื่อผู้ตายไว้ในเสา ปักไว้บนหลุมศพ เพื่อเป็นอนุสรณ์หรือให้จดจำได้ เรียก เสาเสม์ หลักเส ก็ว่า อย่างว่า พอเมื่อวัณนุราชเจ้าทูลทอดถวายคดี เวสสุวัณหลวงจิ่งพาทีต้าน เจ้าจ่งพาเฮาได้ไปดูเสธาตุเขาก่อไว้ใกลใกล้ที่ใด (สังข์).
เสาเสมรเขาพระสุเมรุราช ซึ่งถือว่าเป็นเสาที่ปักไว้ในโลกเพื่อค้ำฟ้าไว้ตามคติของชนชาวอินเดียโบราณ อย่างว่า พอเมื่อวันวิ่งค้อยลับเหลี่ยมเสาเสมร พระก็อำลาพระพรากคืนหาห้อง บาเล่าทวายธรงแก้วธนูทองก้าวแกว่ง ปืนล่วงเท้าเถิงน้ำนาคคำ (สังข์).
เสียงฟ่าวเสียงแหบแห้ง เกิดเพราะเป็นหวัดหรืออดหลับอดนอน อย่างว่า ฟังเสียงเจ้าสังมาเป็นฟ่าวฟ่าว เสียงปากเว้ามุ่นมู้คือชู้เจ้าอยู่กรรม (ขุนทึง).
เสี่ยงบุญเสี่ยงกรรมลองดูว่าจะดีหรือไม่ ทั้งนี้ก็แล้วแต่บุญกรรมที่ทำมา.
เสี้ยงหมด สิ้น ทั้งหมด ทั้งสิ้น อย่างว่า ไฟมารมุดมอดเย็นหายเสี้ยง (กาไก) เวรเก่าเสี้ยงเฮียมตั้งต่าวคืน (หน้าผาก).
เสียวชื่อพรรณไม้ชนิดเล็ก เป็นเถาเกิดตามคันนา ใช้สำหรับร้อยกบหรือเขียด เรียก ต้นเสียว.
เสื้อประทานเสื้อชนิดหนึ่งของคนโบราณ จะใช้ผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมก็ได้ แต่ตัดเป็นเสื้อคอกระบั้ง คือคอกลมเหมือนเสื้อแบบพระราชทาน ร.๙.
แสล่งแต่งตั้ง อย่างว่า ว่าจักเอาพระองค์ศรีแสล่งปุนเป็นไท้ (สังข์).
แสวเฉี่ยว แว้ง ปัด วัวปัดเหลือบ เรียก แสวเหลือก อย่างว่า ครุฑก็ไววาฟ้าวแสวเอาคาบแกว่ง (ผาแดง) ซัดฮ่อใกล้ง้าวเงือดงอนแสว แมนฮำฮนฮีบหนีวางด้าง แกวแกวท้าวสามมะเฮียวเฮืองอาจ กูนี้ข้าซึ่มเจ้าติ่วช้างสูฮู้งึดมือ บ่นั้น (ฮุ่ง).
แส้วบินฉวัดเฉวียน เช่น แมลงภู่แมลงผึ้งบินตอมดอกไม้ เรียก บินแส้ว อย่างว่า ภุมรินแส้วชมแซวบินแส่ว (กา) แซวเกียงแส้วบินเหินหาคู่แม้งหนึ่งเถิงแก่วส้านเขาช้างมุ่งเมือง (ฮุ่ง). คำที่ใกล้เคียง : แส่ว
โสกความเศร้าใจ ความเดือดร้อนใจ เรียก ความโสก (ป. โสก).
โสกโตรก ที่ซึ่งมีร่องเป็นน้ำไหลหรือที่มีช่องทางเดินไปมาได้ เรียก โสก เช่น โสกขุมปูน โสกไผ่ โสกนกเค้า.
โสกโฉลก คำประพันธ์ที่นักปราชญ์โบราณอีสานแต่งไว้ มีโสกสองถึงโสกแปด เป็นโสกที่แต่งไว้เพื่อให้หมอดูได้ดูโชคชะตาของคน สัตว์ สถานที่และสิ่งของ เป็นตำราหมอดูแบบสำเร็จรูป
โสดเดี่ยว ทีเดียว ทำทีเดียว เรียก โสดเฮ็ด พูดเดี่ยว เรียก โสดเว้า คิดทีเดียว เรียก โสดคิด.
โสดาผู้ฟัง (ป. โสตา).
ใสเป็นคำถาม เช่น อยู่ที่ไหน ว่า อยู่ใส ไปไหน ว่า ไปใส.
ไสไล่ไป ผลักไป ส่งไป รุนไป ดันไป อย่างว่า แม้นว่าโทษถืกถ้านเถิงที่มรณา ขอให้ภูมีไสส่งคืนเถิงเถ้า เหตุไป่เคยคลองฮู้ธรรมเนียมในพระราช ผิดถืกให้จอมเจ้าค่อยสอน แด่เนอ (สังข์).
ไส่นกกระไน เรียก นกไส่ นกไส่เป็นนกชนิดหนึ่ง ชอบทำรูอยู่ตามต้นไม้ กินด้วงเป็นอาหาร อย่างว่า นกเขาเปิดเข้านกกาเวาเปิดไข่ นกไส่เปิดด้วงโงเงี้ยวตอดโกน (กลอน).
เสาแฮกเสาเรือนที่ยกขึ้นปลูกทีแรก เรียก เสาแฮก เสาแฮกนี้มีความสำคัฯกว่าเสาทุกต้น ก่อนจะยกเสาแฮกขึ้นให้จัดเครื่องสักการะ มีข้าวตอกดอกไม้ธูปเทียน ฝ้ายไนไหมหลอดใส่ในไซ ที่โบราณให้จัดเครื่องสักการะใส่ในไซ ก็เพื่อให้เกิดชัยชนะข้าศึกศัตรูทุกอย่าง เอาไซมาแปะที่ต้นเสา แล้วผูกไซที่ปลายเสา คนหนึ่งเป็นคนถาม คนหนึ่งเป็นคนตอบ ถามว่า เอาบ่อนจุกุหมูสีนี้เถาะนอ ตอบ บ่เอา ถามว่า เอาบ่อนจิกิหางนาคนี้เถาะนอ ตอบ บ่เอา ถามว่า เอาบ่อนง่าไม้ตากถงเงินถงคำนี้เถาะนอ ตอบ เอานี่ละ แล้วผูกไซที่ปลายเสา จึงยกเสาแฮกนี้ขึ้น การทำดังนี้ถือว่าเป็นศิริมงคล นำความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทองมาให้เจ้าของเรือน (ประเพณี).
สะน่องส้นเท้า, ส้นตีน
สิจะ
แสบบักหูกอาการกรดไหลย้อน หรือ สำนวน หมายถึง เจ็บใจ เจ็บปวดหัวใจ แสลงใจ
สันแข่งใหญ่ลำแข้งใหญ่ (ขาใหญ่)
ส้มผักเสี้ยนผักดองชนิดหนึ่ง
สีโตน(กริยา) สงสาร รู้สึกเห็นใจในความเดือดร้อนหรือความทุกข์ของผู้อื่น, รู้สึกห่วงใยด้วยความเมตตากรุณา, เช่น เห็นเด็ก ๆ อดอยากก็รู้สึกสงสาร เห็นเขาประสบอัคคีภัยแล้วสงสาร.
สมน้ำพื้น

สมน้ำหน้า

สิ่งตาน้อย

มองด้วยหางตา

สมพอ

มิน่าหละ

สิ่งตา

เหลือบตามอง

สีสบ

ริมฝีปาก

สบปาก

ริมฝีปาก

สบ

ริมฝีปาก

ส่ำพ้อ

มิน่าหล่ะ

ส่ำ

แค่

สั่นแหล่ว

นั่นไงหละ,ละสิ

เสมอหรึ่ม

(โคราช) ไม่สนใจใครเลย ตีมึน เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา

เสมอหลึ่ม

(โคราช) ไม่สนใจใครเลย ตีมึน เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา

เสยเตยเมย

ไม่สนใจใครเลย ตีมึน เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา

เสยเตยเวย

ไม่สนใจใครเลย ตีมึน เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา

เสย

เพิกเฉย ไม่สนใจ

ส้มปลาน้อย

ทำด้วยปลาตัวเล็กๆ ถ้าทำให้ถูกวิธีจะมีรสอร่อยแซบนัวหลาย ถ้าไม่ถูกวิธีส้มจะเน่าจะกลายเป็นส้มโอ่ไป การทำส้มปลาน้อยเป็นการถนอมอาหารที่ดีชนิดหนึ่ง.

ส้ม

การถนอมอาหาร ทำด้วยปลา หมู หรือเนื้อวัว ถ้าทำให้ถูกวิธีจะมีรสอร่อยแซบนัวหลาย ถ้าไม่ถูกวิธีส้มจะเน่าจะกลายเป็นส้มโอ่ไป การทำส้มเป็นการถนอมอาหารที่ดีชนิดหนึ่ง.