พจนานุกรมภาษาอีสานหมวด "ห"

คำศัพท์อีสานความหมาย
โห่งขัง, ท่วมขัง, น้ำฝนที่ตกลงมาแล้วขังอยู่
หนหวยรำคาญ, ไม่สบายใจ, หงุดหงิด, กังวลใจ
หัวซาสนใจ,ใส่ใจ
หมั่นแน่น . มั่นคง
หม่าข้าวแช่ข้าว
หม่อริม หรือ ใกล้
หมูนหมอนหนุนหมอน
หลั่นเป็นชั้นๆ
หลูโตน(กริยา) สงสาร รู้สึกเห็นใจในความเดือดร้อนหรือความทุกข์ของผู้อื่น, รู้สึกห่วงใยด้วยความเมตตากรุณา, เช่น เห็นเด็ก ๆ อดอยากก็รู้สึกสงสาร เห็นเขาประสบอัคคีภัยแล้วสงสาร.
หล้าน้องสุดท้อง หรือ น้องคนเล็ก
หอมบั่วต้นหอม
หันใจหายใจ
หันเร็ว
หั่นแหล่วนั่นไงว่าแล้ว
หัวยุ่มหัวเราะ ยิ้มกรุ่มกริ่ม
หลมเข้าได้ - ออกได้
หมากเขียบน้อยหน่า
หมากต้องกระท้อน
หมากอึฟักทอง
หมากโต่นฟักเขียว
หมากเว่อส้มซ่า
หมาว้อสุนัขป่า หรือ สุนัขบ้า
หำบักมี่ลูกขนุนที่ยังเล็กๆ
หมากมี่ขนุน
หนหวยรำคาญ
ห่อย ห้อย,แขวน
ห่าว อาการสดชื่น,ตื่นตัว
ห้างพัง,หย่าร้าง
หน้าลาอาการเสียหน้า
ห้อน ร้อน
หมากหุ่งมะละกอ
หมู่เฮากลุ่มเพื่อน , พวกเรา
หม่าเข่าแช่ข้าวเหนียวเพื่อเตรียมนึ่ง
หน้าแบ้หน้าตาตลก หน้าเหมือนแบ้ (แพะ) หน้าตาไม่ดี ไม่น่ามอง ไม่มีจุดเด่น อัปลักษณ์ ก็ว่า
โหระพาโหระพา
แหลว (นกชนิดหนึ่ง)เหยี่ยว ชื่อนกชนิดหนึ่งในจำพวกนกอินทรีมีหลายชนิด เช่น แหลวแดง แหลวตังบี้ แหลวนกเขา แหลวพานโตน อย่างว่า เชื้อชาติแฮ้งบ่ห่อนเวิ่นนำแหลว แนวหงส์คำบ่บินนำฮุ้ง (ผญา) คือคู่ลูกไก่น้อยรือย้านหย่อนแหลว (สังข์).
แหลวเหลว สิ่งที่มีลักษณะไม่ข้นเรียก แหลว เช่นน้ำและน้ำมัน เป็นต้น อย่างว่า คื่นคื่นช้างย้องย่างเงยงา มันแหลวไหลอาบคีงคือน้ำ พลกือก้ามเต็มไพรฮ้องโห่ เขาก็จาจีกใส้กินแกล้มนี่นัน (สังข์).
โหย้นโล้ ไกว โล้ชิงช้า เรียก โหย้นโอ้นชา ชิงช้าโบราณเรียก โอ้นชา การไกวชิงช้าเรียก โหย้นโอ้นชา อย่างว่า โต๋โต่งโต๋นารีโต่งโต้น โต๋โต่งโต้นผู้สาวโหย้นนมมา โหย้นนมมาผัดแม่นนมเหี่ยว คันบ่คั้นย้านเกี่ยวกินมือ (กลอน).
หวางคลาย ถอน ทุเลา ไข้ทุเลา เรียก ไข้หวาง.
หวางใจปลอดโปร่งใจ.
หวางเวียกว่างงาน.
หว่างเวพะวักพะวน พะว้าพะวัง ห่วงหน้าห่วงหลัง เรียก หว่างเว วั่งเว ก็ว่า อย่างว่า พี่ก็อดบ่ได้ใจสลั้งวั่งเว (บ.).
เหนี่ยนชื่ออาหารโอชาของชาวอีสานชนิดหนึ่ง คือต้มมะเขือแล้วเอามาตำผสมปลาแดก หมากพริก ผักบั่ว หัวเทียม เรียก เหนี่ยนหมากเขือ แซบหลาย.
แหล้คนที่มีรูปร่างคล้ำ เรียก คนแหล้ อย่างว่า แฮ่งผู้ฮ้ายแฮ่งตื่มตดเหม็น แฮ่งดำแฮ่งติดตื่มลายทังแหล้ แฮ่งทุกข์แฮ่งอยากทังยากทังจน แฮ่งวนแฮ่งเวียนบ่มีทางไว้ (กลอน).
แหล้การเทศน์ทำนองหนึ่งสำหรับให้ศีลให้พรแก่ผู้ที่มาทำบุญ เพื่อให้เกิดศรัทธาปสาทะมีความเชื่อ และความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนายิ่งขึ้น เรียก เทศน์แหล้.
แหล้สีฟ้า สีคล้ำ สีฟ้า เรียก สีแหล้ อย่างว่า เห็นแต่เมฆแหล้แหล้แลแล้วชั่วตา (กา) ผิวออกแหล้ขาวหมุ่ยนวลสี เป็นดั่งหงส์คำเขาข่าวมา จริงแท้ รัศมีเหลื้อมพระกายกองดูเฮื่อ ผัดแต่ค้ายระรังฟ้าเท่าดิน (ฮุ่ง).
หงดหงดอาการสั่นสะท้านในเวลาหนาว เรียก สั่นหงดหงด งดงด งกงก ก็ว่า.
หงวยเอน เอนจนล้มลง เรียก หงวย อย่างว่า จักรวาลโค่นค้านแดนด้าวเดื่องหงวย (กาไก).
หง้วยหง้วยเชื่องช้า ช้าๆ เช่น ช้างเดินช้าๆ เรียก ย่างหง้วยหง้วย.
หงวยหงั่วนสะเทือน หวั่นไหว อย่างว่า จักรวาลเหลื้องคีรีหงวยหงั่วน (ลึบ).
หง่อยเชื่องช้า ไม่ฉับไว.
หง้อยเชื่องช้ามาก ดุจพิการ.
หงั่นไหงสั่น สะเทือน หวั่นไหว อย่างว่า เหมือนดั่งฟ้าชิข้วมดินชิปลิ้นหงั่นไหง (กา).
หงากหงากเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงเด็กร้องไห้ดังหงากหงาก.
หง้างสัตว์จำพวกอึ่งเวลาร้องเสียงดังหง้างหง้าง เรียก อึ่งหง้าง.
หง้างแยก ถ่าง กาง ถ่างขาออกจากกันเรียก หง้างขา.
หงายพลิกข้างหน้าขึ้น เรียก หงายหน้า พลิกข้างหลังขึ้น เรียก หงายหลัง ดวงจันทร์ที่มีแสงสว่างในเวลากลางคืนว่า เดือนหงาย อย่างว่า ชื่อว่าจันทร์หงายแจ้งบ่ปานแสงสุริเยศ แสงกระบองหมื่นเหล้มบ่ปานแจ้งแห่งเดือน (กลอน).
หง้าวเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงแมวร้องดังหง้าวหง้าว.
หงำบัง ข่ม ครอบ เช่น ต้นไม้ใหญ่ในนาบดบังแสงแดดไม่ส่องลงถึงพื้น หรือผู้ใหญ่อยู่เด็กหมดความสนุกรื่นเริง อย่างว่า ไม่ใหญ่หงำนา ขาใหญ่หงำหี (ภาษิต).
หงำอาฆาต มาดร้าย อย่างว่า ขานี้ข้าเก่าท้าวเจียมแต่ขาชาย แท้แล้ว ผัดว่าชูเทแถนคู่ควงคราวฟ้า เขาก็หงำความเท้าควงแถนทุกปาก เคียดเพื่อแถนลอเต้าหมู่ช้างลงพร้อมฮว่านเมือง (ฮุ่ง).
หญ้มขย่ม ข่ม เหยียบ เช่น ขย่มท้ายเรือเรียก หญ้มท้าย หย้ม ก็ว่า อย่างว่า เฮือสิหล่มแฮ่งเหยียบแคม เฮือชิแซมแฮ่งหญ้มท้าย (ภาษิต).
หญอพูดไม่ชัด คนที่พูดไม่ชัดเรียก คนปากหญอ เช่น พูดตัว ก. เป็น ด. ตัว ห. เป็นตัว ข. จะเกิดเพราะลิ้นไก่สั้นหรือเกิดจากกรรมพันธุ์เป็นเรื่องจะต้องพิศูจน์เพื่อหาข้อมูลกัน.
หญ้อย่อ ย่น ทำให้สั้น เช่น ย่นระยะทางที่ยาวให้สั้น อย่างว่า พี่นี้ว่าอยากหญ้อแม่น้ำให้เป็นแผ่นดินเดียว คราวสองคืนสามคืนอยากหญ้อเป็นคราวมื้อ (ผญา) คนโบราณอีสานที่มีชื่อเสียงในเรื่องย่อแผ่นดินนี้ก็มี เช่น สำเร็จลุน ท่านเป็นพระเถระผู้ใหญ่ มีคนเล่าให้ฟังว่าท่านไปบิณฑบาตในที่ไกลๆ แล้วกลับไปฉันจังหันที่วัดของท่าน ท่านจะสำเร็จธรรมชั้นไหนไม่ทราบ.
หญองหงิก งอ ผมที่หงิกหรืองอ เรียก ผมหญอง หยอง ก็ว่า อย่างว่า ติบ่อนใดติอ้ายบ่อนใด หรือเจ้าติว่าอ้ายหัวหยอง ตั้งแต่ไก่อี่ยองแม่เจ้ากะยังเลี้ยง (บ.).
หญาระคาย สาก ไม่เรียบ เช่น ปั้นข้าวเหนียวแล้วไม่ล้างมือ เรียก มือหญา.
หญ้าพืชที่เกิดตามพื้นดินจำพวกหนึ่ง มีหลายชนิด.
หญ้ากับแก้หญ้าที่มีลักษณะคล้ายกับแก้ (ตีนตุ๊กแก) เรียก หญ้ากับแก้.
หญ้าขนหญ้าที่มีลักษณะเป็นขนอ่อนๆ ควายไม่ชอบกิน เรียก หญ้าขน.
หญ้าขัดมอนหญ้าที่เกิดขึ้นตามสวนหม่อน มีสองชนิดคือขัดมอนผู้ ขัดมอนแม่ หญ้านี้เกิดขึ้น ณ ที่ใดทำให้ที่นั้นรกร้างว่างเปล่า ขัดขวางความงอกงามของพืชอื่น ผู้ที่ให้ชื่อหญ้านี้ว่า หญ้าขัดมอน จึงเหมาะสมดีนัก ที่มันขัดมากที่สุดคือขัดกับต้นมอน.
หญ้าคาหญ้าที่ใบบางแข็งและคม เรียก หญ้าคา เกิดขึ้น ณ ที่ใดหญ้าอื่นไม่ติดหมดคาหมด เรียก หญ้าคา.
หญ้าเครือไผ่เป็นหญ้าเถาใบคล้ายใบไผ่ วัวควายชอบกิน เรียก หญ้าเครือไผ่.
หญ้าบ้งหานหญ้าที่มีใบมนๆ มีจุดแดงๆ ตามใบ เวลาถูกต้องกายจะมีอาการคันเหมือนถูกสัตว์กัดต่อย เรียก หญ้าบ้งหาน.
หญ้าบ้านฮ้างหญ้าสาบเสือ โบราณเรียก หญ้าบ้านฮ้าง เกิด ณ ที่ใดทำให้ที่นั้นรกร้างว่างเปล่า เรียก หญ้าเมืองฮุ่ง ก็มี ที่เรียกหญ้าเมืองฮุ่งนี้ก็น่าจะถูก ถ้านำหญ้านี้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ เช่น นำเอาทำยาแก้บาดแผล และทำเป็นไม้อัด หญ้านี้มีมากพอที่จะนำมาป้อนโรงงานได้ ถ้าทำเป็นไม้อัดได้ก็ช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติอีกทางหนึ่งด้วย.
หญ้าหัวหงอกหญ้าที่มีดอกขาวกลมๆ สูงประมาณหนึ่งศอก ชอบเกิดตามที่นารกร้าง เรียก หญ้าหัวหงอก.
หญ้าแห้วหมูหญ้าที่ใบเขียวอ่อนๆ เกิดอยู่ตามพื้นดินที่ชุ่มชื้น หญ้านี้เป็นอาหารของหมู เรียก หญ้าแห้วหมู เป็นหญ้าที่มีประโยชน์ต่อวงการแพทย์แผนโบราณ ใช้แก้โรคได้หลายชนิด.
หญิดหญิดอาการคันนิดๆ เรียก คันหญิดหญิด เช่น คันเพราะเหากัด.
หญิบเย็บ เย็บผ้า เรียก หญิบผ้า เย็บเสื้อ เรียก หญิบเสื้อ อย่างว่า แม่เจ้าหญิบแส่วผ้าดาไว้ห่มนอนเจ้าแล้ว (ขุนทึง).
หดร่นเข้า สั้นเข้า เช่น คอสั้น เรียก คอหด แขนสั้น เรียก แขนหด ขาสั้น เรียก ขาหด.
หดสรงน้ำ รดน้ำ สรงน้ำพระสงฆ์ เรียก หดสรง รดน้ำต้นไม้ เรียก หดต้นไม้ รดน้ำผัก เรียก หดผัก อย่างว่า หดสืบสร้างพะลานกว้างนั่งปอง (กาไก).
หทยหัวใจ ใจ (ป. หทย ส. หฺฤทย) หทัย หือระทัย ก็ว่า อย่างว่า ภูมีท้าวหือระทัยฮักยิ่ง ทอมลูกแก้วถนอมไว้บ่ไล (กา).
หนทาง ทิศ เช่น ทางเหนือเรียก หนเหนือ ทิศใต้ เรียก หนใต้ อย่างว่า ค้อมฮ่ำแล้วลาราชปรางค์ทอง ฮวายมนต์โอมแอ่วโพยมยังฟ้า แยงหนท้องกะไดทองเทวราช พ้นกลีบฟ้าเขียวดั้นดุ่งเถิง (สังข์).
หนถอย กลับ เช่น ทำไม่ถอย เรียก เฮ็ดบ่หน รบไม่ถอย เรียก สู่บ่หน อย่างว่า พร้อมพวกสู้บาท้าวบ่หน (หน้าผาก).
หน้งไม่ชัด เพี้ยน แปร่ง เช่น พูดเมืองเป็นเมื้อง เสียงเป็นเสี้ยง เรียก เว้าหน้ง.
หนวกไม่ได้ยิน เช่น หูตึงไม่ได้ยินเสียง เรียก หูหนวก อย่างว่า หูหนวกเว้าสามหาว ตาบอดเว้าแส่วดาว (ภาษิต).
หน่วงดึงไว้แต่น้อยๆ เหนี่ยวไว้ ทำให้ช้า เจ็บหนัก เช่น เจ็บปวดหนัก เรียก เจ็บหน่วง อย่างว่า ท้องเจ้าหน่วงแขวนถ่วงนั่งตั่ง (บ.).
หน้วงเครื่องดักหนูชนิดหนึ่ง ทำด้วยกระบอกไม้ไผ่ มีคันและสายรอบกระบอกภายใน เรียก หน้วง.
หน่วยผลไม้หรือสิ่งที่มีลักษณะเหมือนผลไม้ เรียก หน่วย เช่น หมากพร้าวหนึ่งหน่วย หมากแตงหนึ่งหน่วย หมากอึหนึ่งหน่วย บาตรหนึ่งหน่วย หม้อหนึ่งหน่วย แก้วหนึ่งหน่วย อย่างว่า เห็นว่าได้หน่วยแก้วอย่าฟ้าวเปิบใจหัว ลางเทื่อใสฮงฮงหน่วยขวางใผชิฮู้ (กลอน).
หน้วยหน้วยเชื่องช้า เช่น เดินเชื่องช้า เรียก ย่างหน้วยหน้วย อย่างว่า ย่างหน้วยหน้วยคือนายแท้นอห่า ย่างบาดช้าคือช้างแกว่งหาง (บ.).
หน่อพืชที่งอกออกมาจากเมล็ด จากกอ จากเหง้าของต้น เรียก หน่อ เช่น หน่อมี้ หน่อม่วง หน่อจิก หน่อฮัง หน่อบก หน่อบาก หน่อกล้วย เป็นต้น.
หน้อเป็นคำเน้น คำรำพึง หรือคำสงสัย อย่างว่า เหนาะเหนาะหน้อใดนอมาน่อ ฉันนี้ จักจากเจ้าคีงดั้วด่วนเมือ ก่อนแล้ว (ฮุ่ง).
หนองแอ่งน้ำ เรียก หนอง เช่น หนองโน หนองแปน หนองจิก หนองฮัง อย่างว่า ฝูงนี้เคยเลียบน้ำซอนซอกชานหนอง สูหากชุมชาวเดียวอย่าปองเป็นแพ้ กันเนอ ฝูงนั้นแกงกดเอี้ยงอำพาโพนโดก เปล้าป่าวไม้ลอลั้วบ่างบน (สังข์).
หน้องชื่อไม้เถาชนิดหนึ่ง ยางเป็นพิษร้ายแรงมาก เรียก เครือหน้อง ใช้ยางหน้องผสมกับอย่างอื่นทำเป็นยาพิษ เอาลูกศรหรือลูกธนูจุ่มยาพิษนี้ ใช้ยิงสัตว์ป่า หรือใช้ยิงคนในเวลารบ ยามีพิษร้ายแรงมาก ถ้าแก้ทันก็หาย อย่างว่า ท้าวก็เจ็บแสบฮ้อนศรหน้องผ่าทวง (ผาแดง) ยานี้เขาจุ่มที่ปลายลูกธนูแล้วยิง เรียก ธนูแต้มหน้อง.
หน้องพูดเพี้ยน พูดเสียงยาว เช่น พูดเสียงเอกเป็นเสียงโท เรียก เว้าหน้องแนว หน้งเนว ก็ว่า เช่นคนจังหวัดสุพรรณบุรีพูด.
หนอนตายอยากชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ใช้กำจัดตัวหนอนได้ดี เช่น ถ้าหนอนกินปลาแดก เอาใบขี้หนอนลงในไหหนอนจะตายหมด จึงเรียกใบไม้ชนิดนี้ว่า ใบขี้หนอน หนอนตายยาก ก็ว่า.
หน่อแนวลูก หลาน เหลน เชื้อสาย เหล่ากอ เรียก หน่อแนว อย่างว่า ควรแก่ก้ำกิ่งเนื้อนามหน่อโพธิญาณ บุญเพ็งผายผาบเอาดายได้ (สังข์).
หนอยนิดหนึ่ง น้อยหนึ่ง ไม่มาก ประเดี๋ยว ไม่ช้า ไม่นาน เช่น นิดหนึ่ง น้อยหนึ่ง ใช้เวลาประเดี๋ยว ไปไม่ช้าไม่นาน ว่า หนอยหนึ่ง.
หน่อยนิด น้อย.
หนักกายการแบกของหนัก หามของหนัก ยกยอของหนัก เรียก หนักกาย.
หนักหน้ามีภาระที่จะต้องทำเพิ่มขึ้นโดยลำดับ.
หนังต่องแอกหนังลิวที่มัดแอกกับไถเข้าด้วยกัน เรียก หนังต่องแอก.
หนังปะกำเชือกหนังที่ใช้สำหรับคล้องช้าง เรียก หนังปะกำ.
หนังลิวหนังที่ทำเป็นริ้วแล้วตากแดดให้แห้ง ใช้สำหรับมัดหรือผูก เรียก หนังลิว.
หนังสือขอมหนังสือขอมเป็นหนังสือของเขมรหริอขอม มี ๒ ชนิด คือ หนังสือขอมบรรจง และหนังสือขอมหวัด ตัวหนังสือมีรูปกลมๆ ใช้เขียนด้วยใบลาน ใช้จารึกพระไตรปิฎกศีลธรรมและความรู้ทั่วไป.
หนังสือไทยหนังสือไทยหมายถึงหนังสือไทยกลาง ซึ่งใช้อยู่ทั่วไปในปัจจุบันนี้ ศาสตราจารย์ ยอร์ชเซเดส์ กล่าวว่า พ่อขุนรามคำแหง ประดิษฐ์ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๑๘๒๖ ณ กรุงสุโขทัย เมื่อดูรูปร่างของอักษรแล้ว คล้ายตัวอักษรไทยน้อย ซึ่งเป็นหนังสือของประเทศลาว.
หนังสือน้อยการเรียนหนังสือลาวและหนังสือตัวไทยน้อย เพื่อให้อ่านออกเขียนได้ เรียก เรียนหนังสือน้อย คนอีสานสมัยโบราณเมื่อบวชเป็นพระหรือเณรจะต้องเรียนหนังสือน้อย เป็นหนังสือใบลาน ส่วนตัวไทยน้อยเป็นหนังสือของคฤหัสถ์.
หนังสือพม่าหนังสือพม่าเป็นหนังสือรูปกลมๆ คล้ายหนังสือลาว หนังสือพม่าและหนังสือลาวมีตัวที่เหมือนกันที่สุด คือตัว ค และตัว ย.
หนังสือรามัญหนังสือรามัญคือหนังสือมอญ หนังสือมอญรูปกลมๆ คล้ายตัวพม่าและตัวลาว หนังสือมอญที่มีรูปคล้ายตัวอักษรพม่าและอักษรลาวมีตัว ค และ ฆ.
หนังสือลาวหนังสือลาวมี ๒ ชนิด คืออักษรลาวและอักษรไทยน้อย มีรูปกลมๆ เหมือนตัวอักษรพม่ารามัญเป็นตัวพยัญชนะ ๓๓ ตัว เป็นตัวสระ ๘ ตัว เท่ากันกับพยัญชนะและสระของอินเดีย ใช้จารึกพระไตรปิฎกศีลธรรมคำสอนทางพระศาสนา ส่วนตัวไทยน้อยมีรูปร่างคล้ายๆ ตัวประดิษฐ์พ่อขุนรามคำแหงเป็นพยัญชนะ ๒๗ ตัว เป็นตัวสระ ๘ ตัว คฤหัสถ์ใช้เขียนหนังสือลำ เช่น ลำศิลป์ชัย กาฬเกษ ลำแตงอ่อน ลำจำปาสี่ต้น ลำเชียงเหมี้ยง ลำคชนาม เป็นต้น.
หนังสือใหญ่การเรียนหนังสือตัวลาวและตัวไทยน้อย เพื่อให้อ่านออกเขียนได้และแปลได้ด้วย เรียก เฮียนหนังสือใหญ่ คือเรียนให้รู้ในหลักภาษา เรียก มูลกัจจายน์ ซึ่งยากมากผู้เรียนได้ต้องเป็นคนเก่งกล้าสามารถจริง.
หนังหัวเกวียนหนังลิวสำหรับมัดแอกเข้ากับหัวเกวียน เรียก หนังหัวเกวียน.
หนาตาเห็นว่ามีมาก.
หนาหูได้ยินเสียงลือกันมาก.
หนาหูหนาตามีมาก.
หน้าเค่งหน้าบึ้ง หน้าตึง เกิดเพราะความโกรธจัด เรียก หน้าเค่ง
หน้างอทำหน้าแสดงความไม่พอใจ คิ้วขมวด.
หน้างัวชื่อเห็ดชนิดหนึ่ง คล้ายหน้างัว เรียก เห็ดหน้างัว.
หน้าจืดหน้าจาวหน้าเผือด หน้าซีด เรียก หน้าจืดหน้าจาว.
หน้าซีดหน้าเซียวมีสีหน้าแสดงความอิดโรย มีสีหน้าไม่สดใส เรียก หน้าซีดหน้าเซียว.
หน้าถั่งดังคมหน้าตาคมคาย.
หน้าบางไวต่อความรู้สึกละอาย.
หน้าบานทำหน้าแสดงอาการดีใจ.
หน้าบูดทำหน้าแสดงอาการเบื่อหน่าย.
หน้าม้อยผู้มีสีหน้าสลด แสดงให้เห็นว่าเสียใจ เรียก หน้าม้อย.
หน้าหมามีหน้าไม่รู้สึกละอาย.
หน้าหล่าหน้าซีดเซียว อย่างว่า บางพ่องหน้าหล่าเบื้อกลัวเกิดกลหน วางการเก็บลูกเมียโฮมห้อง เมื่อนั้นขุนหลวงท้าวทูลธรรมเทวราช ผู้ที่เหง้าฟังแจ้งฟั่งใจ (สังข์). ดั่นดั่นดิ้นคองฮอดเฮียงสมร เยียวว่าไหลกันสุดหล่าผอมผิวเศร้า คอนคอนค้อยราตรีใกล้ฮุ่ง ทวงพี่ฮ้อนฮมเฮ้าใช่ประมาณ (ฮุ่ง).
หน้าใหญ่ใจโตใจกว้างเหลือเกิน.
หน้าอัดหน้าเต็ม หน้าตรงแบน.
หน่ายเบื่อ จืดจาง คลายจากความพัวพัน คลายจากความรัก อย่างว่า เมื่อนั้นสาวก็ซว่าซว่าฮ้องยินหน่ายนันเสียง ภูบาลเสด็จด่วนพลายเมือหน้า พลดาล้นหลายถันแหนแห่ ช้างเสบต้องกระดิงก้องคื่นเค็ง (สังข์).
หน่ายหนาเบื่อมาก จืดจางมาก เรียก หน่ายหนา อย่าว่า ตกขอบค้ายดอยด่านดงขวาง เป็นแปวลุกลวบแดนดงไม้ ยังบ่ดับขันธ์เมี้ยนหัวธรทำเดช ภูวนาถน้อยเห็นแล้วหน่ายหนา (สังข์).
หน่ายหน้าเบื่อขี้หนา เรียก หน่ายหน้า อย่างว่า ก็เพื่อเทืองที่เหง้านอนแนบนางลวง นานไปเป็นลูกเนาในท้อง พอเมื่อสาครบ้านางลวงลืมเพศ เทืองหน่ายหน้าแหนงซ้ำส่งหนี (สังข์).
หน่ายหนีหนีไปเพราะทนไม่ไหว เรียก หน่ายหนี อย่างว่า นางคราญค้นเอาลูกทังฮวย ฮองตองทึงห่อโยนยอไห้ เทืองทวายอุ้มเอาเมือเมืองเก่า แม่บ่เลี้ยงบายถิ้มหน่ายหนี (สังข์).
หน่ายแหนงระอาเพราะหมางใจ แคลงใจ แหนงหน่าย ก็ว่า อย่างว่า เจ้ากูเป็นยากไฮ้มาเพิ่งเมืองสู นั่นเด ชาติที่เป็นนางตวยอย่ามาซาข้า ตูนี้คนฮีตฮ้ายชิงเอาผัวเพื่อน แม้นว่าคนฮ้อยชั้นตายแล้วบ่แหนง (ฮุ่ง).
หนาวใจสะท้านใจ เยือกเย็นใจ คร้ามเกรงภัย กลัว.
หน่างอวน ข่าย รั้ว คู ข่ายที่สานด้วยเชือกปอป่านเป็นตาๆ เพื่อดักสัตว์ป่า เรียก หน่าง อย่างว่า ทำให้เป็นหน่างล้อมระวังม้าแว่เวียน (กา).
หนาดชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ใบใหญ่เป็นขน มีกลิ่นฉุน เหม็น ใช้ทำยาต้มแก้วิงเวียนได้ เรียก ใบหนาด.
หนานแปลงดิน แปลงดินสำหรับปลูกผัก ยกพื้นเป็นร่อง เรียก หนาน มีชื่อตามผักที่ปลูก เช่น ปลูกผักบั่ว เรียก หนานผักบั่ว ปลูกผักเทียม เรียก หนานผักเทียม ปลูกผักกาด เรียก หนานผักกาด ปลูกผักชี เรียก หนานผักชี.
หนานเรียกคนที่สึกจากเพศภิกษุว่า หนานนั่น หนานนี่.
หนามคองตะครอง ชื่อพรรณไม้เถาชนิดหนึ่ง ลำต้นและกิ่งเป็นหนาม ใบและผลคล้ายพุทรา เรียก หนามคอง หนามคอม ก็ว่า.
หนามแท่งชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ลำต้นและกิ่งมีหนามยาว ผลกลม ใช้ซักผ้าแทนสบู่ได้ ต้นใช้ทำยาแก้เลือด และทำหวีหวีผมได้ เรียก หนามแท่ง.
หนามพรมชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง มีหนาม เรียก หนามพรม.
หนามพิมานชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ลำต้นและกิ่งมีหนามสีดำเกลี้ยง แข็งและยาว ใบคล้ายใบมะขาม รากมีกลิ่นฉุน ใช้ทำยาได้ เรียก หนามพิมาน.
หนามเล็บแมวหนามเล็บเหยี่ยว เรียก หนามเล็บแมว มีผลเล็กๆ หนามเกิดตามลำต้น ผลใช้กินได้.
หนำเรียกชื่อควายที่ไม่ตอน ตามปรกติของควายที่ยังไม่ได้ตอน คอจะใหญ่ ควายที่คอใหญ่นี่แหละ เรียก ควายหนำ.
หนี่มาก ยิ่ง นัก ดีมากเรียก ดีเอาหนี่ ฮ้ายมาก เรียก ฮ้ายเอาหนี่ กินมาก เรียก กินเอาหนี่ นอนมาก เรียก นอนเอาหนี่ ชังมาก เรียก ชังเอาหนี่.
หนุ่มชายที่มีอายุพ้นวัยเด็ก เรียก ชายหนุ่ม ต้นไม้ที่ยังไม่แก่ เรียก ต้นไม้หนุ่ม อย่างว่า งิ้วหนุ่มดั้วบานบ้างดอกแดง (สังข์).
หนุ่มเหน้ากำลังหนุ่ม กำลังสาว อย่างว่า ถัดนั้นสนมหนุ่มเหน้านางนาฏเฮือนหลวงก็ดี อาวรณ์มุดมอดลงเลียนเนื้อ แม้นว่าพลเซ็งท้าวทังพระยาฮ้อยเทศ ก็ดี มโนนาถข้อนขนังพร้อมพร่ำตาย (สังข์) เหน้าหนุ่มเนื้อนงถ่าวชาวปะกัน เขาย่อมฮมอาลัยลูกเมียทังบ้าน เลยเล่ายอแนนผู้ธรรม์ยำอ้ายผ่อง ยังจักได้อยู่บ้านปุนเฝ้าฝ่ายหลัง (ฮุ่ง).
หนุ่มแหน้นหนุ่มเต็มที่ สาวเต็มที่ อย่างว่า นาคหนุ่มแหน้นไหลแวดระวังแหน ชุมสาวชาวนาคีแข่งกันกางกั้น ทมทมพื้นโดยดินดากกระเดื่อง ฟ้าเง่าเต้าเทวท้าวค่อนคอน (สังข์).
หนูสัตว์สี่เท้าจำพวกหนึ่ง ตัวเล็กๆ ในตระกูลสัตว์ที่มีฟันแทะ มีหลายชนิด มีผนูแผง หนูพุก หนูท้องขาว หนูตะเภา หนูนา หนูซิง อย่างว่า หนูซิงน้อยเลียเล็มคมดาบ เปลื้องป่ายแผ้วศรซ้ำมิ่งมรณ์ (กลอน) หนูกินกล้วยป๋าขวยให้ตุ่น มักเพิ่นพุ้นสังมาเฮื้องใส่เฮียม (ผญา).
หมผักโหม ชื่อผักจำพวกหนึ่งเรียก ผักหม มีหลายชนิด มีผักหมหนาม ผักหมขาว ผักหมแดง ผักหมพร้าว ผักหมแต่ละชนิดมีคุณค่าทางอาหาร คนรับประทานร่างกายสมบูรณ์ ต้มผสมรำเลี้ยงหมูเติบโตเร็ว ขายได้ราคาดี ไม่สิ้นเปลือง พ่อค้าหมูที่ร่ำรวยส่วนมากจะเลี้ยงหมูด้วยผักหมและมันสำปะหลัง อย่างว่า ผักหมเหี้ยนฮิมทางอย่าฟ้าวเหยียบย่ำ บาดห่าถอดยอดขึ้นมันชิได้ก่ายเกิน (ผญา).
หมสุก เช่น นึ่งข้าวนึ่งปลา เวลาข้าวปลาสุกทั่วกัน เรียก เข้าหม ปลาหม.
หมกลัด ฝีหรือแผลกลัดหนอง เรียก ฝีหมหนอง แผลหมหนอง.
ห่มคุ้มครอง การคุ้มครองป้องปกเรียก ห่ม อย่างว่า เทื่อนี้บุญมาหุมห่มตูฝูงช้า (สังข์).
หมกเรียกวิธีทำอาหารบางอย่างให้สุกด้วยการหมกไฟ เรียก หมก เช่น หมกปลา หมกกบ หมกเขียด หมกฮวก หมกปลาแดก หมกลาบ.
หมกซ่อนไว้ ปกไว้ ซุกไว้ เช่น ซุกไว้ใต้ดิน เรียก หมกดิน ซุกไว้ใต้โคลน เรียก หมกตม.
หมกมุ่นฝังใจมุ่งไปทางเดียว.
หมดสิ้น ไม่มี ไม่เหลือ เช่น หมดลม หมดแล้ง หมดข้าว หมดปลา หมดนา หมดบ้าน.
หมดบุญตาย.
ห่มดองเรียกวิธีห่มผ้าของพระภิกษุสามเณรอย่างหนึ่ง คือห่มเฉลียงบ่า ว่า ห่มดอง.
หม่นสีมอๆ มัว ไม่หมดจด สิ่งที่ไม่หมดจด เรียก หม่น หม่นหมอง ก็ว่า อย่างว่า เป็นดั่งจันโทเศร้าเสียสีหมองหม่น เมฆหมอกเบื้องบังไว้บ่ส่องแสง (บ.).
หม้นบุก รุก ฝ่า บุกป่าฝ่าดง เรียก หม้นป่า อย่างว่า หนามฮกกะชิหม้นหนามสนกะสิผ่า ป่าขี้อ้นตันหน้าชิค่อยถาง (ผญา) แล้วเล่าหม้นลงลี้แล่นคลาน (หน้าผาก) คันแม่นเฮียมหลงหม้นดงหนาเข้าป่า ลางห่าหลงเข้าถ้ำแถวท้างหว่างภู ขอให้กูร์ณาเอิ้นเตินเอาไว้แหน่ คันแม่นผิดให้แก้กลอนนั้นช่อยกัน (ย่า).
หมวด

หมู่ กลุ่ม พวก.

หมอลำผู้ที่ชำนาญในการร้องลำ เรียก หมอลำ หมอลำเป็นที่นิยมชมชอบของชาวอีสาน ไม่ว่าจะทำบุญให้ทานอะไรมักจะมีหมอลำมาลำในงาน เพื่อให้เกิดความสนุกครึกครื้นแก่เจ้าของงานและคนมาร่วมในงาน หมอลำมีหลายประเภท คือ หมอลำพื้น หมอลำเรื่อง หมอลำชิงชู้ หมอลำโจทแก้ หมอลำต่อกลอน หมอลำเกี้ยว หมอลำเต้ย การฟังลำถ้าจะให้สนุกถึงใจต้องมีแข่งขันกันด้วย.
หมอสอยการพูดตลกโปกฮาให้คนสนุกขบขัน เรียก สอย หมอสอยกับหมอลำมีคุณค่าเท่ากัน ถ้าหมอลำม่วนแต่หมอสอยบ่ม่วนหรือบ่มี ก็ขาดความม่วนชื่นไป เหมือนกินแกงแซบแต่บ่นัว ฟังลำได้แต่ความม่วน ขาดความชื่นไป ถ้าได้ทั้งหมอลำและหมอสอยถือว่าได้ทั้งความม่วนและความชื่น หมอสอยทีดีเขาจะสอยแบบสุภาพ คำสอยของเขาจะไม่มีซ้ำแบบใคร .
หมอเสี่ยงคนโบราณชอบเรียนมนต์ มีมนต์อยู่ชนิดหนึ่ง เรียก มนต์เสี่ยง ธรรมเสี่ยง ก็ว่า เวลาจะไปทำมาค้าขายหรือเจ็บไข้ได้ป่วย จะร่ำรวยหรือไม่ ต้องไปให้หมอเสี่ยงดู หมอเสี่ยงที่ทำนายแม่นๆ คนจะนิยมนับถือ หมอเสี่ยงมีอยู่ทั่วไปในอีสานสมัยโบราณ.
หมอหูฮาหมอดูของพระยากุศราชเจ้าเมืองนครเป็งจาล เชิญหมอดูให้มาทำนายมเหสีทั้งแปด อย่างว่า เมื่อนั้นหมอเมืองผู้เคยถวายทูลราช นบพระเจ้าลุ่มฟ้าปุนตั้งเลขเลียน ก็จิ่งเอาชาตาไท้เทวีทั้งแปด มาบวกตั้งคูณเข้าใส่สม แล้วทำนายมเหสีหกพระองค์ว่าไม่ดี.
หม้อแกงหม้อชนิดต่างๆ ใช้สำหรับแกง เรียก หม้อแกง เช่น หม้อแกงปลา แกงกบ แกงไก่ แกงเอี่ยน อย่างว่า มีปลาบ่มีหม้อชิเอาหยังต้มอ่อม หม้อนั้นคันช่างเขาบ่ปั้นบ่มีได้อ่อมแกง (ย่า).
หม้อเข้าหม้อสำหรับหุงเข้า เรียก หม้อเข้า หม้อเข้ามีหลายอย่างต่างกัน ถ้าใช้หุงเข้า เรียก หม้อหุง.
หม้อนฮกนรก นรกคือสถานที่ลงโทษแก่บุคคลทำผิดเมื่อตายไปแล้ว โบราณว่าคนทำบาปเวลาตายพระยายมจะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดว่าจะให้ตกนรกขุมใด นรกใหญ่มี ๘ ขุม คือ สัญชีวนรก กาฬสุตตนรก สังฆาตนรก โรรุวนรก มหาโรรุวนรก ตาปนรก มหาตาปนรก อเวจีนรก (ชาตัฏฐกถา) อย่างว่า กลัวแต่ลงสู่พื้นในหม้อบ่สง (กาไก) ลูกบ่ฟังความพ่อแม่ ผีแก่เข้าหม้อนฮกทังดิบ พ่อแม่บ่สอนลูกเต้า ผีปอบผีเป้าจกกินตับกินไต (ภาษิต).
หม้อน้ำโอ่งน้ำ โอ่งสำหรับใส่น้ำกินน้ำใช้ เรียก หม้อน้ำ หม้อแอ่ง หม้อแอ่งน้ำ ก็ว่า.
หม้อนิลใบครามที่เอามาแช่ในหม้อ เพื่อให้เป็นสีดำ แล้วนำสีดำนั้นไปย้อมเสื้อย้อมผ้า เสื้อผ้าที่ย้อมด้วยสีครามนี้ เรียก หม้อนิล ชาวเหนือเรียก ผ้าหม้อห้อม คือ ผ้าที่ย้อมด้วยสีครามนี้.
หม้อหนึ้งหม้อสำหรับนึ่งข้าวเหนียว เรียก หม้อหนึ้ง อย่างว่า เจ้าอย่าฟ้าวฮีบฮ้อนให้ค่อยกล่อมเอาเย็น ให้ค่อยบำเพ็ญเพียรสืบเป็นปางแค้น อย่าได้มีความคร้านการทำให้ตั้งต่อ ย้านบ่มีหม้อหนึ้งตาชิบึ้งใส่กัน (ย่า).
หมองชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ใบคล้ายใบมะกา สีเทาเลื่อมเป็นมัน เรียก ต้นตองหมอง.
หมองขุ่น มัว ไม่ใส ใจที่ขุ่นมัวด้วยความโลภโกรธหลง เรียก ใจหมอง อย่างว่า พี่ท่านเศร้าหมองมั้วหม่นตรอม (สังข์).
หม้องบริเวณ ย่าน แถว บริเวณที่เป็นหลุมเล็กๆ ตื้นๆ เรียก หม้อง อย่างว่า ให้ค่อยขุดค่อยไง้ชิเห็นหม้องบ่อนแปน (ย่า) หลุมตื้นๆ ที่กบหรือเขียดทำเพื่อหลบซ่อน เรียก หม้องกบ หม้องเขียด ช่องหรือปล่องเรียก หม้อง อย่างว่า ฝันว่าไฟลามไหม้กอกยาพันเถิงปาก เฮียมก็ฮากแก่งแก้กอกยาฟ้งซะซาย ไฟก็ตกสะเด็นฟ้งลงไปถืกผ้านุ่ง ลุกลวบไหม้เป็นหม้องขาดกลาง (ผญา).
หมองแหมงเสียงกระซิบกระซาบเล่าลือกัน เรียก หมองแหมง อย่างว่า ให้บอกน้องแก่นแก้วนางนาฏมาใน ดูดั่งคำหมองแหมงฝ่ายเฮาฮอยคิ้ว จริงแล้ว เมื่อนั้นสองกษัตริย์เจ้าสุมุณฑาทังลูก ขึ้นสู่หอช่อแก้วประณมท้าวที่ยำ (สังข์).
หม้อต้อคนที่มีรูปร่างเตี้ยและอ้วน เรียก สั้นหม้อต้อ ต้อหม้อ ก็ว่า.
หมอนตะพาบหมอนที่ทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมบาง มีลักษณะเหมือนปลาฝาหรือตะพาบน้ำ เรียก หมอนตะพาบ.
หมอนเทิ้งหมอนสามเหลี่ยม ใช้สำหรับนั่งพิง เรียก หมอนเทิ้ง หมอนเท้า หมอนอิง ก็ว่า อย่างว่า กับทังมุ้งม่านกั้นหมอนเท้าหน่วยดี (ขูลู).
หมอนมาศหมอนสามเหลี่ยม ที่ขอบและหน้าหมอนขลิบคำ เรียก หมอนมาศ อย่าว่า เสื้อสาดพร้อมหมอนมาศขันสลา (ผาแดง).
หมอนสี่เหลี่ยมหมอนที่เย็บด้วยผ้าตาขิดรูปสี่เหลี่ยม มีลูกภายในหกถึงแปดลูก เรียก หมอนสี่เหลี่ยม.
หมอนแฮหมอนที่ทำด้วยผ้าละเอียดเป็นตาขิด เรียก หมอนแฮ อย่างว่า บาไทเท้าหมอนแฮเฮียงพี่ (สังข์).
หม่อมเรียกสตรีที่เป็นเมียของขุนนางว่าหม่อม อย่างว่า ก็จิ่งมอบหม่อมให้ถวายไท้เมื่อลุน (สังข์).
หม้อมเศร้าโสก ตรอมใจ อย่างว่า ทังเมืองหม้อมกลัวเข็ญขวางใหญ่ ผิดแพ่งชั้นเชียงล้านแต่ลาง ว่าเนอ (สังข์) ตรัสว่าไว้ฮ้อยคู่ไถเฝือ สามพันปลายหมู่เลวเลยพร้อม นูเนือเนื้อนางจอมเทียมลูก กระสันโศกหม้อมยินใบ้บ่สะเบย (ฮุ่ง).
หม่อมหล้าเมียน้อยของขุนนาง เรียก หม่อมหล้า อย่างว่า ดีท่อเจ้าหล้าน้อยน้องท่านทังหก อังคารศุกร์ฮ่วมในกงแก้ว หมอก็วางสอไว้ทูลถวายซ้องพระเนตร ดีท่อเจ้าหม่อมหล้าหอซ้อยโชคมี พระเอย (สังข์).
หมอยขนในที่ลับ เรียก หมอย อย่างว่า พาเศรษฐีไปค้า พาหีหมอยไปยามย่า (ภาษิต).
หม้อยอาการที่คนเป็นไข้หนักจวนจะสิ้นใจ เรียก หม้อย.
หมอยเข้าโคดข้าวที่เกิดก่อนเรียก เข้าโคด (ข้าวโพด) โบราณตั้งชื่อเข้าโคดเหมาะมากเพราะเข้าชนิดนี้น่าจะเกิดก่อน ส่วนที่เป็นเส้นเล็กๆ ในฝักเข้าโคด เรียก หมอยเข้าโคด.
หมอยพ่อค้ารากไม้ที่เป็นฝอยๆ ย้อยลงจากต้นไม้ตามริมตลิ่งในเวลาน้ำลด เรียก หมอยพ่อค้า.
หมักหม่อมแช่มชื่น เบิกบาน หน้าตาที่แช่มชื่นเบิกบาน เรียก หมักหม่อม อย่างว่า หมักหม่อมหน้างามส่องสังวาล กะดันงาปักปิ่นคำกวมเกล้า โฉมคราญเนื้อนัวระฟองอั้วเพี่ยม เกล้าก่องดั้วคุลีส้วยสอดแหวน (ฮุ่ง).
หมักหมักเบิกบาน แช่มชื่น อย่างว่า หมักหมักหน้าง้อมม่วนยินกระสัน กลอยแฮงจงจอดเจืองใจม้าง แนนพันเข้าคือคำเนานั่ง แม่ค่อยขึ้นเมือช้างย่างอวน (ฮุ่ง).
หมักหมั้นโรคบิด ชื่อโรคชนิดหนึ่ง มีอาการปวดท้อง อุจจาระเป็นก้อน ถ่ายเป็นบิดมีเลือดติดอุจจาระออกมา เรียก โรคหมักหมั้น.
หมังหมาด ผ้าที่เปียกเอาตากแดดแล้วกำลังจะแห้ง เรียก ผ้าหมัง อนึ่ง เสื้อผ้าที่ใช้แต่ยังไม่ขาด เรียก ผ้าเก่าหมัง.
หมันเชือกหรือผ้าเศษที่ชุบน้ำมันยางสำหรับอุดรูรั่วของเรือที่แตกเป็นแนวยาวและกว้างเรียก ตอกหมันเฮือ.
หมั่นขยัน อุตส่าห์ พยายาม คนที่ทำไม่ทอดทิ้ง ทำจนเป็นผลสำเร็จ ทั้งทำรวดเร็วงดงามด้วย เรียก คนหมั่น ถ้าทำเพียงครั้งเดียวยังไม่เสร็จจะเรียกว่าหมั่นไม่ได้ อย่างว่า หมั่นเทื่อเดียวหลังห้าน คร้านเทื่อเดียวหลังหัก (ภาษิต).
หมากผลไม้ทุกชนิด เรียก หมาก เช่น หมากมี้ หมากม่วง หมากอึ หมากแตง อย่างว่า มีหมากมี้เกี้ยงเว่อนาวกาน ทุลังเลียนหาดขนุนหนังแป้น หลายประการเผี้ยนผลผลามีต่าง ภูวนาถน้าวเสวยแล้วเล่าไป (สังข์).
หมากหมากที่ใช้เคี้ยวกับพลู เรียก หมากเคี้ยว อย่างว่า หมากบ่เคี้ยวปากเปล่าบ่มีแดง แม่นชิมีเต็มพากะบ่แดงเองได้ (กลอน).
หมากเครื่องเล่นการพนันโบราณเรียก หมาก เช่น หมากฮุก หมากสะกา การเล่นหมากสะกาเป็นการเล่นของเศรษฐี คหบดี หรือเจ้าเมือง ในวรรณคดีอีสานเรื่องสังข์ศิลป์ชัย กล่าวว่า พระยานาคเล่นหมากสะกากับศิลป์ชัยโดยเอาเมืองนาคเป็นประกัน พระยานาคแพ้ต้องเสียเมืองนาคให้ แต่ศิลป์ชัยไม่เอาเมืองคงขอเอานางสีดาจันทร์ซึ่งเป็นลูกของอาแทน.
หมากกลิ้งล้อที่ทำด้วยกระดาน กลมเหมือนล้อรถ ล้อเกวียน อย่างหนึ่งใช้สำหรับเด็กกลิ้งเล่นแข่งกัน อย่างหนึ่งสำหรับลากขอนไม้ในป่ามาบ้าน เพื่อเลื่อยเป็นกระดาน หมากกลิ้งชนิดนี้จะต้องหนา ส่วนอีกอย่างหนึ่งทำเป็นล้อสำหรับลากเข็ญสิ่งของแทนการหาบ.
หมากเก็บหอยชื่อการเล่นของเด็กชนิดหนึ่ง ใช้เปลือกหอย หอยที่จะใช้ไม่ต่ำกว่า ๒๐ อัน ใช้โยนขึ้นแล้วนับ.
หมากค่างชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก หมากค่าง หมากคั่ง ก็ว่า อีกชนิดหนึ่งเป็นเครื่องเล่นของเด็ก ใช้ไม้กระดานทำให้กลมๆ เหมือนล้อรถ มีเดือย ใช้เชือกพันที่เดือยแล้วหมุนให้กลิ้งไป เรียก เล่นหมากค่าง.
หมากจกจอบ เครื่องมือสำหรับขุดดินและสับดิน ทำด้วยเหล็ก เรียก หมากจก.
หมากต้อนไม้กลมๆ ทำเป็นรูตรงกลางสวมเข้าไปในเหล็กไน เพื่อบังคับเหล็กไนไม่ให้เขยื้อน เรียก หมากต้อน.
หมากตุ้มเสื้อลูกดุม ลูกดุมเย็บติดเสื้อ เรียก หมากตุ้มเสื้อ เย็บติดผ้า เรียก หมากตุ้มผ้า หมากติ่ง ก็ว่า.
หมากตุ้มหูเครื่องประดับหู เรียก หมากตุ้มหู ตุ้มหู ก็ว่า หมากตุ้มหูทำด้วยเงินหรือทองคำ มี ๒ ชนิด คือ ชนิดตูมและเป็นยอย.
หมากโต้นชิงลูกตุ้มเหล็กสำหรับถ่วงน้ำหนักเวลาชั่งสิ่งของ มีลักษณะเหมือนลูกตุ้มตาชั่งหรือลูกตุ้มนาฬิกาแขวน เรียก หมากโต้นชิง.
หมากบ้าลูกสะบ้า ลูกสะบ้าโบราณเรียก หมากบ้า.
หมากปัดติหย้างลูกประคำกลมๆ ทำด้วยพลอยสีแดง เจาะเป็นรูตรงกลาง มีอักษรจารึก ส่วนมากเป็นของพวกข้า ใช้สำหรับบริกรรมคาถา.
หมากปิ่นกังหัน ไม้หมุนด้วยกำลังลมใช้พัดเอาลมเมื่อต้องการ ใชัพัดเอาน้ำเมื่อต้องการขึ้นมาทำการเพาะปลูกพืช เรียก หมากปิ่น.
หมากไม้ผลไม้ ผลไม้ทุกชนิดเรียก หมากไม้ เช่น หมากเผ็ด หมากผู หมากผาง หมากมี้ หมากม่วง.
หมากไม้ชื่อไข้ชนิดหนึ่ง เรียก ไข้หมากไม้ อย่างว่า ย้านแต่หมากไม้ค้างกลืนเข้าบ่ลง (บ.).
หมากลี้ซ่อนหา ชื่อการล่นของเด็กชนิดแบ่งคนเล่นเป็นสองพวก พวกหนึ่งไปซ่อนอีกพวกหนึ่งไปตาม หา เรียก เล่นหมากลี้.
หมากสบไถผาล เหล็กสำหรับสวมหัวไถ เรียก หมากสบไถ.
หมากสะกาหมากรุก หมากรุกเข้าใจว่าเป็นหมากสะกา โบราณมักเรียกเป็นคู่กัน เช่น เมื่อพูดถึงหมากฮุกจะต้องพูดถึงหมากสะกาด้วย.
หมากหลอดตะกรุด เรียก หมากหลอด หมากหลอดใช้แผ่นเงินหรือแผ่นทอง เขียนคาถาลงแล้วปลุกเสกป้องกันภูตผีปีศาจ ปอบเป้าโพงพรายก็ได้ ทำเป็นเมตตามหาเสน่ห์ มหาละลวย ป้องกันงูกัด ขี้เข็บตอด กันปืนผาหน้าไม้ หอก ดาบ หลาว แหลม ธนูหน้าจ้าง.
หมากหวินถวิน ทองเหลืองที่หล่อเป็นรูปกลมๆ ใช้เชือกร้อยเป็นสายผูกคอวัวหรือม้า เรียก หมากหวิน.
หมากหืนจ้องหน่อง เครื่องดีดชนิดหนึ่งทำด้วยไม้ไผ่ เวลาดีดใช้หัวแม่มือดีด เอาหืนแตะไว้ที่ริมฝีปาก.
หมากเหลืองชื่อไข้ชนิดหนึ่ง ผู้เป็นไข้หูตาเหลืองหรือเหลืองทั่วไป เรียก ไข้หมากเหลือง ไข้หมากไม้ ก็ว่า.
หมากแหวกะลามะพร้าวที่เจาะรูตรงกลาง เสียบกับโคนของเหล็กไนเพื่อป้องกันฝ้ายที่ปั่นไม่ให้หลุดออกไป เรียก หมากแหว.
หมากฮอสการเล่นชนิดหนึ่ง เล่นบนกระดานสี่เหลี่ยม คล้ายกระดานหมากรุก เดินหมากตามตาแทยง.
หมากฮุกหมากรุก ชื่อการเล่นชนิดหนึ่ง เดินบนกระดานสี่เหลี่ยม มี ๖๔ ตา เรียก หมากฮุก หมากสะกา ก็ว่า.
หมึนฉุน โกรธ คนโกรธแสดงอาการหน้าบึ้งตึง เรียก คนหมึน.
หมานโชคดี,รวย ได้มาก
หมายเหตุคำอธิบายเพิ่มเติม.
หมื้อดินปืน
หมุดเครื่องสำหรับกรึงหรืออุดรู เรียก หมุด เข็มที่มีหัวเป็นปุ่มใช้กลัดกระดาษเรียก เข็มหมุด อีกอย่างหนึ่งเรียกไหมที่สาวจากฝักหลอกหลีบ(ลีบ)ว่า ไหมหมุด.
หมุดหมัดอึดอัด รำคาญ คนแสดงอาการอึดอัดใจ ไม่ปลอดโปร่ง เรียก หมุดหมัด.
หมุ้นชื่อแมลงชนิดหนึ่ง จำพวกริ้น ตัวเล็กๆ กัดคัน เรียก แมงหมุ้น.
หยม้า หัย ก็ว่า (ป. ส.) หโยดม น. ม้าอย่างดี (ป.) อย่างว่า ขาจิ่งพรากจากห้องพิเศษมโนรม หัยหัยลวาฮอดเวียงเถิงกว้าน ฮมฮมพร้อมปลงหามของฝาก ขึ้นแผ่นล้านเถิงฮ้านแท่นทอง (ฮุ่ง).
หยวกลำต้นกล้วย หรือแกนในของต้นกล้วย เรียก หยวกกล้วย.
หย่วงสิ่งที่ีลักษณะเป็นห่วงโค้งคล้ายเกือกม้า เรียก หย่วง ห่วง ก็ว่า เช่น หย่วงกุญแจ หย่วงแหนบ.
หย่วงม้าโกลนม้า ห่วงที่ห้อยลงมาจากอานม้าสองข้าง สำหรับสอดเท้าเข้าไปในเวลาขึ้นขี่ม้า เรียก หย่วง.
หย่วยหย่วยคนหรือสัตว์ที่เดินไปค่อนข้างเร็ว เรียก ย่างหย่วยหย่วย.
หยอกหลอก ล้อ เล่นหรือล้อไม่จริงจัง เรียก หยอก อย่างว่า ทุกที่พร้อมมีอาจเคืองแคลน ยูท่างชาวเป็งจาลแต่งกันการเหล้น สาระพันพร้อมสิงโขนขับปี่ ลางพ่องฟ้อนแย่งย้องเยียวยื้อหยอกสาว (สังข์).
หยองหยิก งอ ผมที่หงิกงอ เรียก ผมหยอง.
หย่องเครื่องสานชนิดหนึ่ง สานด้วยไม้ไผ่ สำหรับใส่เครื่องสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถ้าสานขนาดใหญ่ใช้เป็นพาข้าวก็ได้ เรียก หย่อง ขันกระหย่อง ก็ว่า.
หย่องย้ออาการนั่งชันเข่า ยกก้น เรียก นั่งหย่องย้อ.
หยอดชื่อแมลงชนิดหนึ่ง ชอบเอาดินมาทำรังอยู่ตามกระบอกไม้ไผ่ เรียก แมงหยอด ขี้ของมัน เรียก ขี้แมงหยอด.
หยอดคนที่มีร่างกายซูบซีด ผอมแห้งแรงน้อย เรียก คนหยอด.
หยอดหยุด เทหยดน้ำลงในโอ่งทีละน้อย หรือเทน้ำในกระบอกทีละน้อย เรียก หยอดน้ำ.
หยอนจึง เพราะ เหตุกะหยอน ก็ว่า อย่างว่า เพิ่นหมั่นกะหยอนเพิ่นมี เพิ่นดีกะหยอนเพิ่นได้ เพิ่นไข้กะหยอนเพิ่นตาย (บ.).
หย่อนไม่ตึง การทำอะไรที่มีแต่ลดลงต่ำลง ช้าลง ไม่คงอยู่ในสภาพเดิมหรือสูงกว่าเดิม เรียก หย่อน ยาน ก็ว่า.
หย้อนค่อนไป ใกล้ไป เช่น บ้านนี้ใกล้บึง เรียก หย้อนไปทางบึง.
หย่อมหมู่เล็กๆ กองเล็กๆ กลุ่มเล็กๆ เช่น หมู่บ้านที่ตั้งรวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ หญ้าที่เกิดขึ้นเป็นหมู่เล็กๆ เรียก หย่อม หยุ่ม ก็ว่า.
หยักทำให้เป็นรอยเป็นแง่ ทำให้คดๆ งอๆ เฉือนหรือควั่นให้เป็นรอย เรียก หยัก บัก ก็ว่า เช่น บักไม้ให้กิ่ว.
หยักเยื่อเศษสิ่งของที่ทิ้งแล้ว มูลฝอย เรียก หยักเยื่อ หยังเยื่อ เหงียงเหงี่ย ขี้ฝอย ก็ว่า.
หยังอะไร
หยั่งวัสดุเพื่อให้รู้ตื้นลึก คาดคะเนดู เช่น อยากจะรู้ว่าคนคนนี้จะมีความรู้ตื้นลึกหนาบางแค่ไหน ก็ต้องใช้วิธีวัดดู เช่น ถาม เป็นต้น เรียก หยั่ง อย่างว่า น้ำเลิ็กตื้นเชือกหยังกะยังเถิง หัวใจคนหยั่งบ่ถองเถิงได้ (บ.).
หยัดเชื้อโรคชนิดหนึ่ง มีอาการปวดปัสสาวะบ่อยๆ เรียกปวดเยี่ยวหยัด.
หยัดน้ำหยดลงทีละหยด เรียก หยัด เช่น เทน้ำทีละนิดลงในกาหรือกระบอกไม้ไผ่.
หยันเยาะ เย้ย อย่างว่า บัดนี้ภายเพื่อนแจ้งเฮาฮ่างพลอยหมอง แลนอ กรรมใดเบียนบาปเองอายหน้า แหนงสู้เคียนคอขึ้นโตนตายแล้วชาติ จักอยู่ได้เป็นน้อยเพื่อนหยีน แลนอ (สังข์) เศิ็กทั่วท้าวพุ้นเพื่อนมาทัน ลอนตายผางไปดีดูฮ้าย ฝูงเขาข้าไทหยันหยามใหญ่ เมื่อนั้นน้องค่อยหว้ายป่าไม้มาพร้อมเพื่อนพล (ฮุ่ง).
หยั่นยอดโอชะของเครื่องดื่ม เช่น หัวเหล้าสาโท เรียก น้ำหยั่น น้ำหยั่นนี้ถือว่ามีโอรสอร่อยแซบนัวดีนักแล.
หยั่นหยด ย้อย น้ำที่ไหลหยดลงมา เรียก น้ำหยั่น อย่างว่า พอเมื่อลมเป่งเปลื้องเหมือยหยั่นนาววอน ภายภูสูงไก่ขันขานก้อง สะลอนล้วนนางแกวนงถ่าว นอนแนบห้องโฮงฮ้านหมื่นเสา (ฮุ่ง).
หยั้นกด ขย้ำ กดลงไปอย่างแรงด้วยตีน เรียก ตีนหยั้น กดด้วยมือ เรียก มือหยั้น.
หยั่นหยั่นเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงร้องของจักจั่นในฤดูแล้ง อย่างว่า ฮ้องหยั่นหยั่นจักจั่นเดือนสาม (บ.).
หยับกระเถิบ เลื่อน เคลื่อน กระเถิบเข้าไปใกล้ เรียก หยับ อย่างว่า ท้าวก็หยับเข้าใกล้เฮียงห่างนางงาม (ขูลู) เจ้ากล่าวแล้วอาวฮีบฮับขาน มีดั่งสีใสสันผ่อดูดีฮ้าย รือจักถางทางเว้นสงสารในโลกได้นั้น หยับเคี่ยนค้ายดูเบื้องบ่เสถียร (ฮุ่ง).
หยั่วหยั่วขวักไขว่ คนที่เดินขวักไขว่ไปมา เรียก ย่างหยั่วหยั่ว หยั่วเหยี่ย หยั่วเหยี่ย ก็ว่า.
หยั่วเหยี่ยยั้วเยี้ย คนหรือสัตว์เดินพลุกพล่านไปมา มองดูแล้วเกิดความสับสนวุ่นวาย เรียก ย่างหยั่วเยี่ย.
หยาสาก สิ่งซึ่งมีลักษณะขรุขระไม่เรียบร้อย เวลาเอามือไปแตะต้องเกิดระคาย เรียก หยา เช่น หยาตีน หยามือ หยาแข้ง หยาขา.
หย่าสักครู่ ประเดี๋ยว เมื่อกี้ เช่น ไปเมื่อสักครู่ เรียก ไปหว่างหย่า หนีไปเมื้อกี้ เรียก หนีหว่างหย่า.
หย่าเลิก ร้าง ผัวเมียที่เลิกร้างกัน เรียก หย่ากัน เด็กเลิกกินนม เรียก เด็กหย่านม คอเหล้าเลิกจากเหล้า เรียก หย่าเหล้า ร้างจากเล่นการพนัน เรียก หย่าการพนัน.
หย้างหย้างอาการเคี้ยวเอื้องของวัวควาย เรียก เคี้ยวหย้างหย้าง.
หยาดเมล็ดฝนหรือก้อนหิมะคือหมากเห็บตกลงมา เรียก หยาดฝน หยาดหมากเห็บ หยาดหมอก.
หยาดหยด ย้อย ไหล เมล็ดฝนหรือน้ำค้างที่ไหลลงมาติดกัน เรียก หยาด อย่างว่า คือดั่งหยาดแต่ฟ้าเสด็จท่องธรณี สะบุคีงงามฮาบคำควรย้อง (ฮุ่ง).
หยาดน้ำกรวดน้ำ การแผ่ส่วนบุญอุทิศไปให้ผู้ตายด้วยวิธีหลั่งน้ำ เรียก หยาดน้ำ อย่างว่า บัดนี้ย่าชิพาหมู่เจ้าตกแต่งกองบุญ มื้อนี้เป็นวันศีลเวียกเฮาเซาไว้ ย่าชิพาไปไหว้ยาครูสังฆราช ไปตักบาตรแลหยาดน้ำฟังเจ้าเทศนา (ย่า).
หยาดหยาดอาการที่น้ำไหลเป็นสายยาวกว่าน้ำหยด เรียก น้ำไหลหยาดหยาด.
หยาบไม่ละเอียด ไม่สุภาพ ไม่เรียบร้อย คนที่อบรมสั่งสอนให้เป็นคนสุภาพ เรียบร้อย อ่อนโยนไม่ได้ เรียก คนหยาบ ของไม่ละเอียด เรียก ของหยาบ.
หยามไม่เอาดอก เรียก บ่้อาหยาม ไม่กินดอก เรียก บ่กินหยาม ไม่ไปดอก เรียก บ่ไปหยาม.
หย้ามย่าม เหิม ทะยาน ได้ใจ ชิน เคยได้ สิ่งใดที่เคยได้ก็อยากได้ เคยกินก็อยากกิน การอยากได้อยากกินนี้ เรียก ย่าม หย้าม ก็ว่า อย่างว่า ได้อย่าหย้าม บ่ได้อย่าหลาบ (ภาษิต).
หย้ำเคี้ยว เคี้ยวด้วยฟัน เรียก หย้ำ เช่น ควายเคี้ยวหญ้า เรียก ควายหย้ำหญ้า ม้าเคี้ยวหญ้า เรียก ม้าหย้ำหญ้า.
หยิกเอาเล็บกดให้เป็นรอย หรือเอานิ้วมือสองนิ้วบีบทำนองแหนบ เรียก หยิก อย่างว่า บ่อยากล้มขอนหากพาพลิก บ่อยากหยิกแม่มือหากพาเน้น (ผญา).
หยิ่งจองหอง อวดดี ลำพอง ถือตัว การถือตัว เรียก หยิ่ง อ่ง ก็ว่า อย่างว่า แมงวันเขียวตายย้อนขี้ สาวผู้ดีตายย้อนอ่ง (ภาษิต).
หยิบสิ่งของมีประมาณพอที่นิ้วมือจะหยิบขึ้นได้ เรียก หยิบมือ.
หยิบเย็บ เย็บเรียก หยิบ เช่น หยิบเสื้อ หยิบผ้า หยิบผ้าขาวม้า หยิบโส้ง.
หยีหรี่ ตาที่หรี่ลง เรียก ตาหยี ตาหี่ ก็ว่า.
หยุกหยิกกระดุกกระดิก หงุดหงิด ยุ่งยิ่ง ดิ้นไปดิ้นมา เรียก หยุกหยิก.
หยุดชะงัก นิ่ง อยู่กับที่ พักทำงานแล้วพักงานไว้ เรียก หยุดงาน อย่างว่า ชิไปหยุดอยู่ยั้งบ้านเพิ่นกินหยัง ขงเมืองเฮาแก่วกินกะยังกว้าง (กลอน).
หยุดซ่อมแซมหลังคาเรือนที่รั่ว เรียก หยุดเฮือน อย่างว่า เฮือนบ่หยุดหญ้าหลังคาฝนชิฮั่ว หน้าจั่วบ่แอ้มโจรชิเข้าลักของ (ภาษิต).
หยุบขยุ้ม ขยุ้มด้วยมือทั้งห้านิ้ว เรียก หยุบ อย่างว่า หมากอ่อนส้อมประสงค์ใส่พลูจวง เทพีหยุบใส่ไตเลยจ้ำ ขุนหลวงเจ้าเมืองเม็งเป็นใหญ่มากิน ผู้ค่อยค้ำคูณลูกญิงเดียว แด่เนอ (ฮุ่ง).
หยุมขยุ้ม ขยุ้มด้วยเล็บ
หยุ่มหมู่ พวก กลุ่ม อยู่กันเป็นหมู่เรียก เป็นหยุ่ม อยู่เป็นพวก เรียก เป็นหยุ่ม อยู่เป็นกลุ่ม เรียก เป็นหยุ่ม.
หยุ้มห้อมล้อม แวดล้อม เช่น คนห้อมล้อมกัน เรียก หยุ้มกัน.
หยุยเรียกหนังสือเรื่องหนึ่งในวรรณคดีอีสาน กล่าวถึงพระโพธิสัตว์ไปเกิดเป็น หมาหยุย หนังสือเรื่องนี้มีชื่อว่า ท้าวหมาหยุย อีกอย่างหนึ่งหมายภึงหมาที่มีขนเป็นปุยตามตัวว่าหมาหยุย.
หยูกยารักษาโรค หยูกยา ก็ว่า.
หลกถอน ถอนกล้า เรียก หลกกล้า ถอนผัก เรียก หลกผัก ถอนขน เรียก หลกขน ถอนปีก เรียก หลกปีก อย่างว่า เหมือนดั่งนิโครธค้อมแคมท่าชลาไหล คองว่าวายวันคืนบ่เป็นไปได้ อันหนึ่งเป็นดั่งถกถอนไว้ยังหางหลกปีก ครุฑขนาดน้อมนอนค้างแค่ตมนั้นแล้ว (สังข์).
หลงเมืองลืมบ้านเกิดเมืองนอน เรียก หลงเมือง ลืมเมือง ก็ว่า สถานที่เกิดเป็นจุดสำคัญของคนเรา ถ้าเราสร้างให้เจริญไม่ได้ก็อย่าทำลาย ถ้าบุญมาวาสนามีจงนำบุญบารมีของตนไปสร้างให้เจริญรุ่งเรืองต่อๆ ไป อย่างว่า ยั่งยั่งหน้าท้าวท่านแองกา หลงเมืองพลัดพรากกันกอยให้ บาคราญต้านพอดีแล้วอย่า ขาก็คืนคอบเจ้าจอมไท้ที่เซ็ง (ฮุ่ง).
หลมหลวม ไม่แน่น คลอน เช่น เพลาเกวียนหลวม เรียก เพลาหลม อย่างว่า เกวียนหล้มเพราะเพลาหลม (ภาษิต).
หลมช่อง ปล่อง มีช่องที่หนทางที่ไหนก็ไปที่นั่น อย่างว่า หลมแค่งหา หลมขาสอด (ภาษิต).
หล่มที่ลุ่มมีโคลนลึก ที่ลุ่มด้วยโคลน.
หล่มตก ตกโคลน เรียก หล่มตม ตกปล่อง เรียก หล่มปล่อง อย่างว่า ลัดแผ่นพื้นเขาขาดทะลายลง ฮอยพลายสารหล่มไปเป็นส้าง ฮอยนั้นอัศจรรย์แท้สามวายังย่อม ภูวนาถท้าวทวยก้าวไต่ตาม (สังข์).
หล้มล้ม ล่ม จม เช่น เรือล่ม เรียก เฮือหล้ม อย่างว่า อย่ามาตั๋วให้หล้มตกหล่มดินทราย ตั๋วให้กำทรายผงหว่านลงในน้ำ ตั๋วให้เฮียมหลงหล้มตกตมทังหล่ม ตั๋วให้พาดลาดล้มกลางบ้านหมื่นชะเล (ผญา) เลื่อนเลื่อนเท้าทุกที่ธรรม์ขวาง ผึนผึนมันซู่ภายพลอยหล้ม แต่นั้นดูบางเบื้องเกงญานางกว่า ฝูงบ่าวน้อยเลยล้มคั่งคู (ฮุ่ง).
หลวงใหญ่ เมืองใหญ่ เรียก เมืองหลวง อย่างว่า เมืองหลวงล้นระงมคนเค้าคั่ง น้ำแผ่ล้อมระวังต้ายชั่วพัน (สังข์) สมุทรใหญ่ เรียก สมุทรหลวง พระยาผู้ใหญ่ เรียก พระยาหลวง เหยี่ยวใหญ่เรียก แหลวหลวง.
หลวดหลวดเสียงน้ำไหล น้ำหลากไหลเร็ว เรียก ไหลหลวดหลวด.
หลวยสวย งาม ผมที่หวีสลวย เรียก ผมหลวย ผมสวย ผมงาม ก็ว่า.
หล้วยหลวม ลื่น ของที่หลวมและลื่น เรียก หลวมหล้วย หลมหล้วย ก็ว่า.
หลอนแหลนบางครั้ง บางที บางคราว เรียก หลอนแหลน อย่างว่า ลางเทื่อเฮ็ดถืกข้อชิเห็นหน่อเงินคำ หลอนว่าบุญมีเฮาชิขี่เกวียนเทียมช้าง หลอนว่าหลอนแหลนได้คอนแลนชาเต่า ลางเทื่อเฮ็ดถืกข้อชิเห็นท้างปล่องมา (ย่า).
หลอยแอบฉวยเอาไป เช่น ขโมยลอบลักเอาเสื้อผ้าหรือเงินทองในเมื่อเจ้าของเผลอ เรียก หลอยเอา.
หล้อยคล่อง ไม่ฝืด เรือที่พายไปสะดวกไม่ติดขัด เรียก ม่อนหล้อย หล้อยหล้อยไป ก็ว่า.
หละละ เป็นคำประกอบกิริยาบอกความแน่นอน เช่น ถืกหละ แม่นหละ เอาจั่งซั้นหละ แม่นความนั้นหละ.
หลักเสาที่ปักไว้ ที่ผูก ที่มั่น หลักสำหรับผูกควาย เรียก หลักควาย หลักสำหรับผูกวัว เรียก หลักงัว หลักปักเขตเรียก หลักเขต.
หลักแหล่งที่อยู่ประจำ.
หลักแหลมคมคาย เฉียบแหลม.
หลั่งไหลลงไม่ขาดสาย เช่น น้ำไหล เลือดไหล คนหลั่งไหลมา อย่างว่า ฟันภายข้างแขนขวาเขินขาด เลือดหลั่งล้นลงเท้าทั่วธรา (สังข์) มาปีกป้องสองท่างเพลงระบำ ลวาตาวตามหลั่งไหลหลังหน้า อึงคะนึงเค้านาหลวงไหลฮอด พ้นป่าเปล้าเห็นช้างชั่วประมาณ (สังข์).
หลัวฟืนไม้ไผ่ เรียก หลัว หลัวนี้คนโบราณอีสานใช้จุดลงข่วงเข็นฝ้าย อย่างว่า หลัวแลฟืนอย่าเอาฮองนั่ง เชื้อนั่งต่ำอย่าได้นั่งสูง เชื้อลุงตาให้ยำปานแก้ว ปู่เว้าแล้วหลานหล้าจ่งฟัง (กาพย์ปู่).
หล่าเผือด หน้าซีดเผือด
หล้าโลก แผ่นดิน อย่างว่า ขอให้เป็นยอดแก้วตนประเสริฐอุดมคุณ โพธิญาณยศยิ่งชายเซ็งกล้า เตโชแพ้ฝูงธรท้าวบาป ไต้แหล่งหล้าเป็นน้อยมอบมา แด่ถ้อน (สังข์).
หล้าสุดท้าย ลูกคนที่เกิดสุดท้าย เรียก ลูกหล้า อย่างว่า หากจักเห็นฮ่างด้วยโดยดั่งดอมเงา แม่นว่าบูฮาณเฮียงส่องหาเห็นนั้น พอเมื่อเถรเถิงแล้วแยงดูน้ำบ่อ เห็นฮูปน้องนางหล้าอยู่ใน (สังข์).
หล้าช้า การทำงานอะไรไม่รีบเร่งทำ เรียก เฮ็ดหล้า อย่างว่า เอาเมียหล้าเป็นข้าลูก เฮ็ดนาหล้าเป็นข้าเข้าปลูก (ภาษิต).
หลากมาก หลาย มีสิ่งของเงินทองมาก เรียก หลาก หลากหลาย ก็ว่า อย่างว่า แม้นชิเงินคำล้นมณีกองแก้วหลาก หลายส่ำถ้วนถวายน้องมอบนวล พี่แล้ว (สังข์).
หล้างเป็นคำเสริมให้เนื้อความสละสลวยขึ้น เรียก หล้าง อย่างว่า จวงจันหล้างของแพงทางเทศสะเภาพุ้น บัดนี้มาคั่วห้อยหูกระช้าจ่ายขาย (ปัสเสน) คำนี้ขีนพระทัยแท้จอมพระนางอย่าได้กล่าว จริงเถิ้น ชาติที่ปูหากบุบุ่นท้างปลาชิหล้างล่องตาม แท้นา (สังข์).
หลาดปลากระทิง ชื่อปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง ตัวเล็กยาว ค่อนข้างแบน คล้ายปลาหลด พื้นสีน้ำตาลแก่ บางตัวมีลายขาวเป็นวงกลมๆ บางตัวมีลายเป็นบั้งๆ คาดจากหลังถึงใต้ท้อง มีครีบบนสังหลังยาวติดต่อกันจนถึงหาง ปลายจมูกแหลม เรียก ปลาหลาด อย่างว่า ปลาดุกบ้อนชมนอนหลังหาด ปลาหลาดบ้อนชมหมากก้านเหลือง เคืองใจเจ้าเซากันสาก่อน พ่อแม่น้องบ่พร้อมบุญส้วมอ้ายบ่มี (ผญา).
หลาบเข็ด ขยาดกลัว เช่น คนทำผิดแล้วลงโทษอย่างหนัก คนโบราณใช้หนีบกระหมับทับเล็บ หรือตีด้วยหวายเรียก เฮ็ดให้หลาบ อย่างว่า พอแต่ตีนาบให้มันหลาบกลัวเกรง สน่อยเนอ หลานจ่งอิดูอาเหนี่ยววอนวานชั้น (สังข์) เพิงที่ใส่โทษแท้ให้หลาบหลายที เลยพายมาฮอดลุงธรรม์เหง้า เยียวว่ายังคองถ้าฟังคราวตั้งต่อ กี่ดายพลอยเล่าหว้ายป่าไม้มาเพิ่งเมืองหลวง (ฮุ่ง).
หลามชื่องูชนิดหนึ่ง ตัวใหญ่คล้ายงูเหลือม ตรงกลางหัวมีรูปศร เป็นงูที่ไม่มีพิษร้ายแรง เรียก งูหลาม.
หลามเอากบเขียดหรือปลาบรรจุในกระบอกไม้ไผ่ใส่เครื่องปรุง มีพริก หอม กระเทียม แล้วนำไปเผาไฟให้สุก เรียก หลาม เช่น หลามกบ หลามเขียด หลามปลา หลามเอี่ยน.
หลายมาก ของมีจำนวนมาก มากจำนวนสิบๆ เรียก หลายสิบ จำนวนร้อยๆ เรียก หลายร้อย จำนวนพันๆ เรียก หลายพัน
หล่ายโกหก พูดเท็จ พูดปด คนพูดปด เรียก เว้าหล่าย กลับก่ายล่ายความ ก็ว่า.
หล้ายคนขาเป๋เดินปัดไปปัดมา เรียก คนขาหล้าย.
หลายเติบมากโข ของที่เก่ามากจนไม่อาจจะนับจะประมาณได้ คือไม่สามารถบอกจำนวนที่แน่นอนได้ เรียก หลายเติบ.
หล่าวระเนระนาด ระกะ ระคะ ต้นไม้ล้มระเนระนาด เรียก ไม้ล้มหล่าว ล่าว ก็ว่า อย่างว่า หลิงเห็นไม้หล่าวล้มเลียนฮ่อมเขาฮอม พุ้นเยอ ภูธรลัดเลียบพะนอมนำน้อง เห็นผากว้างเขาคำค้อยค่ำ ดอยนั้นอินทร์แต่งตั้งเขาเฮื้องฮุ่งเฮือง (สังข์).
หล่าหลงหลงจนลืมตัว เรียก หล่าหลง อย่างว่า เทื่อนี้พ่อเบิกเว้นเวียงใหญ่พลอยผาง นี้แล้ว พงศ์พันธุ์เดียวเปล่าปุนแปนข้าง วันคืนฮู้เสียงชะนีฮ้องฮ่ำ ขวัญอ่อนแก้วกำพร้ายาย้านหล่าหลง แด่เนอ (สังข์) อย่าเบียดถ้อยฮีลอบเตียนตน ท่านนั้น ภูธรเห็นหน่ายโฉมเสียเศร้า อย่าได้มัวเมาด้วยอาเสลียนสมแพ่ง ลืมที่ฮู้เป็นเจ้าหล่าหลง (ฮุ่ง).
หล่าหล้มกระสัน รัญจวน อย่างว่า จิตหล่าหล้มเซือบซว่านถือทวง กลอยใจแถลงเล้าโลมพระองค์อ้วน เชิญแห่งทังปวงน้องกินรีนางนาฏ ลงพ่างพื้นดอมข้อยแค่ไพรแด่ถ้อน (สังข์).
หลำซ้ำแล้วซ้ำอีก เช่นกินแล้วกินอีก เรียก กินสองหลำสามหลำ พูดแล้วพูดอีก เรียก เว้าสองหลำสามหลำ.
หลิงเล็ง แลดู แลดู เรียก หลิง อย่างว่า หลิงดูก้ำบูฮาณเฮียงครอบ กันนั้น พันธมิ่งข้าขานเบื้องฝ่ายใด นั้นเด (สังข์) หลิงล่ำไม้ไพรกว้างย่านยาว (กาไก) ออระแนกเนื้อเจืองยี่หลิงแล หลายนางเจียระจากโดยดอมเจ้า เททะลายเนื้อนัวระสีเฉลียวคาดพ่องเฮ่งขึ้นขี่ช้างทังพ่องเฮ่งหัว (ฮุ่ง).
หลิ่งตลิ่ง อย่างว่า เขียวภูชันหลิ่งหีนเหวห้วย (กาไก) พี่ก็กลอยใจดั้นดงขวางข้วมหลิ่ง มาแล้ว (สังข์) คึดฮุ่งเจ้ายินคอบกลัวนาน เขียวภูชันหลิ่งหีนเหวห้วย ท่อว่าขอวานให้ศรีคราญฮักใคร่ อวนเถิ้นน้องท่านถ้อยใจแจ้งจอดจริง (ฮุ่ง).
หลิ้นเล่น ทำเพื่อสนุกสนาน แข่งขันกัน พนันกัน อย่างว่า เนื้อมุ่ยเพี้ยงบุนนากนงบาน เกษาประดับลูบมันมวยดั้ว ใผแลแล้วลืมตนตาไค่ เชิงซ่าเจ้าติ่วสร้อยประสงค์หลิ้นม่วนเมือง (สังข์) ฟังยินชะนีหลิ้นเสียงวอนว้อนว่อน พุ้นเยอ (ผาแดง).
หลิบลับ เร้น แฝง ลับเมฆ เรียก หลิบเมฆ เช่น บั้งไฟขึ้นเลยเมฆจนมองไม่เห็นเรียก หมากไฟหลิบเมฆ อย่างว่า เมื่อนั้นทุกที่เที้ยนเตินย่างหลบถอย ฮมฮมยอทะไลจีนแจกทานทังเข้า แม้งหนึ่งวันเอียงดั้นหลิบดอยเดือนสว่าง ค้ายสิ่งเหง้าลาไท้พรากลง (ฮุ่ง).
หลุนลุ่น วัวหรือควายที่ไม่มีเขาเรียก งัวหรือควายเขาหลุน.
หลุยเล็ดลอด ลอบ ตะลุย อย่างว่า นับแต่ฝูงช่วงใช้ชั้นบ่าวนายครัว เพิงจักถือแพนหางแต่งพอพันห้า มวลเป็นถ้องหัวแหลมหลุยก่อน ดูที่ผีอยู่ฟ้าคุณใช้ช่อยแฮงแด่เนอ (ฮุ่ง).
หลุ้ยไม่คม มีดไม่คม เรียก มีดหลุ้ย คาถาอาคมไม่ศักดิ์สิทธิ์ เรียก คาถาอาคมหลุ้ย อย่างว่า นับท่อด้ำดาบค้านคุงเงียบลงเห็น เอาไปแทนท่อใดดูหลุ้ย ฟันฟอนเมี้ยนหัวสะเด็นเสียชีพ ยังเล่าข้อนคือน้ำยึ่งฝาย (ฮุ่ง).
หลุหลั่งพรั่งพรู น้ำหลั่งไหลลงมา เรียก หลุหลั่ง อย่างว่า พระก็ลัดเร่งขึ้นเขามาศเงินยวง หลิงดูคำหลวงหลุหลั่งลงโตนท้าง มีหมู่เตยตาวค้อลานกาก้านเกษ ประดับดอกดั้วโดยก้านกีบจี (สังข์) เดินไปเป็นหมู่ๆ เรียก ไหลหลั่ง.
หว้านประดงว่านชนิดหนึ่ง
หอผาสาทเรือนที่มีหลังคาเป็นยอดแหลม ซึ่งเป็นที่ประทับของพระราชามหากษัตริย์ เรียก หอผาสาท.
หัตถกรรมการทำในโรงงานอุตสาหกรรม.
หั่นเอาของวางลงบนเขียงแล้วตัดให้เป็นชิ้นเล็กๆ เรียก หั่น เช่น หั่นปลา หั่นเนื้อ หั่นผัก หั่นแตง.
หัวเตอะหัวเติ่นหัวเราะได้ยินเสียงดังได้ยินเสียงหัวสี่ห้าหลังคาเรือน เรียก หัวเตอะหัวเติ่น.
หัวหงอกคนที่มีผมขาว เรียก คนหัวหงอก อย่างว่า ลางคนเป็นคนเถ้าหัวขาวจ่อนพ่อน ยังเล่าเหาะห่อนเหล้นเชิงชู้สวากเสนห์ (กาพย์ปู่).
หัวหงอกนกอีเพา ชื่อนกชนิดหนึ่ง เรียก นกถัว นกถัวหัวหงอก ก็ว่า.
หัวหลิกหัวแหลมเล่นจนลืมลืมน้ำ เรียก เหล้นหัวหลิกหัวแหลม.
หัวแหะหัวแห่นหัวเสียงดังจนหนวกหู เรียก หัวแหะหัวแห่น.
หัวอิกหัวแอกหัวกระซิกกระซี้ หัวเสียงสูงเสียงต่ำ เรียก หัวอิกหัวแอก.
หัวแอกครั้งแรก ทีแรก.
ห่าชื่อผีจำพวกหนึ่ง ถือกันว่าทำให้เกิดโรคระบาดอย่างร้ายแรง เช่น โรคลงราก กาฬโรค เมื่อโรคเหล่านี้เกิดขึ้นทำคนให้ตายเป็นจำนวนมาก จึงเรียกโรคชนิดนี้ว่า โรคห่า.
ห่าจำนวนน้ำฝนที่ตกลงมาก เรียก ห่าหนึ่งๆ.
ห่าคราว ครั้ง เช่น คราวนี้ ครั้งนี้ เรียก ห่านี้ อย่างว่า คันหากมีสองแล้วบ่กลัวใผอย่าฟ้าวว่า บาดห่าเป็นฮ้างหม้ายชิมาโอ้ใส่เขา (ผญา).
ห้าจำนวนสี่บวกหนึ่ง เรียก ห้า ชื่อเดือนทางจันทรคติ เรียก เดือน ๕ ตกในราวเดือนเมษายน อย่างว่า เมื่อนั้นพระบาทเจ้าผู้ผ่านเมืองประกัน ถือพลเถิงตูมวางแวดเวียงระวังล้อม ตีพลายไว้หัวแหลมห้าหมื่น ย้ายหมู่ตั้งฮิมแม่ทรายคำ (ฮุ่ง).
ห่างโรคฝีดาษ ชื่อโรคชนิดหนึ่งมักขึ้นตามตัว โดยเฉพาะที่หน้า เป็นเม็ดเล็กๆ เรียก ออกหมากห่าง ใครเป็นหมากห่างนี้หน้าตาดุจมอดเจาะ.
ห้างที่พักชั่วคราว ทำไว้บนค่าคบไม้ เพื่อดักยังสัตว์ป่ามีกวางและอีเก้งเป็นต้น เรียกสถานที่จำหน่ายสินค้ามีเสื้อผ้าเป็นต้น เรียก ห้าง ถ้าจำหน่ายของทุกชนิด เรียก ห้างสรรพสินค้า.
ห้างนั่งเอาขาขัดกัน เรียก นั่งไขว่ห้าง นอนเอาขาขัดกัน เรียก นอนไขว่ห้าง.
ห้างดัก ดักแห้ว เรียก ห้างแฮ้ว อย่างว่า เป็นดั่งห้างแฮ้วถืกตีนสาร แลนอ พลายสารชักเชือกแฮ้ว เบ่านานขาดเป็นบั้น แคล้วแคล้วกล่าวคำเมือ (ฮุ่ง) จัดการ เตรียมการ เรียก แต่งห้าง อย่างว่า พังงามห้างเดาดาเทียมแทบ พระบาทเจ้าติ่วช้างใจแจ้งนั่งเนา (ฮุ่ง).
หางกระเตี่ยวหางกระเบน ชายผ้านุ่งที่ม้วนแล้วดึงไปเหน็บไว้ข้างหลังระดับบั้นเอว เรียก หางกะเตี่ยว หางผ้ากะเตี่ยว ก็ว่า.
หางกระทิกระทิที่คั้นครั้งสุดท้าย เรียก หางกระทิ.
หานชื่อหญ้าชนิดหนึ่ง ตามใบไม้มีสีแดงเป็นจุดๆ เมื่อถูกตัวแล้วจะคัน เรียก หญ้าบ้งหาน ชื่อแมลงชนิดหนึ่งมีขนสีดำเต็มตัว เมื่อขนของมันถูกจะคัน เรียก แมงบ้งหาน.
ห้านเขยก คนขาเขยก เรียก คนขาห้าน อย่างว่า มีหมาขาห้าน มีแมวขาเด่ มีหมูปากเว้ มีม้าปากเหวอ (ย่า) หมั่นเทื่อเดียวหลังห้าน คร้านเทื่อเดียวหลังหัก (ภาษิต).
หาบชื่อมาตราชั่งน้ำหนักแบบโบราณ ๕๐ ชั่งเป็น ๑ หาบ มาตราชั่งน้ำหนักปัจจุบัน ๖๐ กิโลกรัมเป็น ๑ หาบ.
หาบเอาของห้อยปลายคาน ๒ ข้างแล้วแบกกลางคาน เรียก หาบ อย่างว่า หาบช้างชาแมว (ภาษิต) หาบฝุ่นใส่นาขุน (ภาษิต) หาบดีกว่าคอน นอนดีกว่านั่ง (ภาษิต).
หามชื่อแมลงชนิดหนึ่ง ลำตัวและขายาว สีน้ำตาลคล้ายกิ่งไม้แห้ง เรียก แมงหามผี แมงหามโลง ก็ว่า.
หามเอาของไว้กลางแล้วพากันหามไป เรียก หาม เช่น หามคนตายไปเผาหรือฝัง อย่างว่า หามผีตกป่าช้าบ่ฝังกะเผา (ภาษิต).
ห้ามเรียกหญิงที่เป็นเมียเจ้านายว่า นางห้าม ถ้ามีศักดิ์เป็นหม่อมเรียก หม่อมห้าม ชื่อพระพุทธรูปปางหนึ่งอยู่ในอิริยาบถยืน มือซ้ายห้อยลงข้างกาย มือขวาแบตั้งขึ้นเสมออก เป็นอาการห้ามเรียก พระปางห้ามญาติ ชื่อพระพุทธรูปปางหนึ่งมือทั้งสองตั้งขึ้นเสมออก เป็นอาการห้าม เรียก พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร.
ห่าวดาวไถ ชื่อดาวกลุ่มหนึ่ง มีลักษณะเหมือนไถ เรียก ดาวห่าว ชื่อเครื่องดักสัตว์อย่างหนึ่ง มีหอกและปืนเป็นต้น มีสายพานติดไว้เมื่อคนหรือสัตว์ถูกสายพานทึ่ขึงไว้เครื่องดักจะลั่นลง ปืนหรือหอกจะทำอันตรายทันที เรียกเครื่องดักชนิดนี้ว่า ห่าวห้างสัตว์.
ห้าวคึกคนอง สัตว์คึกคนอง เรียก สัตว์ห้าว อย่างว่า สิงห์เสือห้าวยามหนาวผยองดีด (บ.) ชุมหนึ่งอัศดรห้าวแขวนเนืองนันหิ่ง ทำท่าย้องคือผ้ายเผ่นผยอง (สังข์) เสียงแกว่งศร อย่างว่า ฮวายอาคมแกว่งศรแสงห้าว (กาไก) คนแก่คนองเรียก หังหงอกห้าว อย่างว่า คันว่าหัวหงอกห้าวสาวน้อยกะบ่ปาน น้องเอย (ขุนทึง).
หาวนอนง่วงนอน อ้าปากระบายลมออกเมื่อเวลาง่วงนอน เรียก หาวนอน.
หำฟานชื่อเห็ดชนิดหนึ่ง ดอกกลม สีเหลือง เนื้อเหนียวกินดิบโดยไม่ต้มก็ได้ เรียก เห็ดหำฟาน.
หำมันหัวมันเล็กๆ ติดอยู่ตามเครือเถา เรียก หำมัน.
หำหมากมี้ส่าขนุน ลูกหมากมี้เล็กๆ ที่เกิดขึ้นก่อนที่ลูกใหญ่จะเกิด เป็นนิมิตรหมายว่าต่อไปหมากมี้ลูกใหญ่จะเกิดแล้ว.
หำอิปู่ชื่อไม้เถาชนิดหนึ่ง เป็นลูกกลมๆ เรียก เครือหำอี่ปู่.
หิงหึ่ง ชื่อการเล่นของเด็กชนิดหนึ่ง เรียก เล่นหมากหิง.
หิงลำพอง คนอง เช่น ช้างคึกคนอง เรียก ช้างหิง.
หิ้งที่สำหรับวางเครื่องสักการะมีดอกไม้ธูปเทียน เพื่อบูชาสิ่งที่เคารพนับถือ สานด้วยไม้ไผ่เป็นตาห่าง เรียก หิ้งพระ ตั้งไว้บนหัวนอน อีกอย่างหนึ่งไม้ไผ่สานเป็นรูปสี่เหลี่ยมสำหรับย่างเนื้อปลา เรียก หิ้งย่าง.
หิ่งเมืองเจ้าเมือง อย่างว่า ประกอบผู้เจ้ายี่ยินสงวน ปุนแควางหิ่งเมืองกินแล้ว เทพีฟ้าชวนเจืองเอาแพ่ง เจ็ดอู่แก้วธรรม์ต้นลูกแกว (ฮุ่ง).
หินชาติมีกำเนิดต่ำ เลวทราม.
หินแลงหินสีแดง เกิดตามพะลานหิน อย่างว่า เป็นพะลานกว้างหินแลงเพียงฮาบ (กา).
หินแฮ่หินกรวด หินที่เป็นก้อนเล็กๆ เรียก หินแฮ่ อย่างว่า คือดั่งมณีนิลแก้วบ่ห่อนแกมหินแฮ่ (กา).
หิ้วจับหรือถือให้ห้อยถ่วงลงมา เช่น หิ้วคุ หิ้วกะต่า หิ้วกะบุง.
หึงหวงหวงแหนในทางประเวณี อย่างว่า อย่าได้หึงหวงห้ามไปมาให้มีหมู่ ฮอดฮ่มไม้ยังชิได้หยอกกัน (ผญา).
หื่นหอมหอมตลบ อย่างว่า สะไย่พร้อมพลนอบมัสการ มาลาเลียนทอดทูลจอมเจ้า ฮองฮองหน้าฝูงศรีสาวถ่าว ประดับดอกไม้กวมเกล้าหื่นหอม (สังข์).
หื่นหื่นเสียงดังอย่างนั้น เช่น คนจำพวกมากพูดกันเสียงดังหื่นหื่น อย่างว่า หื่นหื่นก้องเสเนศนางขุน ตีทวงทบท่าวแดดอมน้อย ฝูงเคยใช้ชุมแหนหัตถบาส เขาก็ละเครื่องแก้วนางน้อยพ่ายพัง (สังข์).
หุบปิด หุ้ม ห่อ เช่น ปิดปาก เรียก หุบปาก ลดร่ม เรียก หุบฮ่ม อย่างว่า เชื้อชาติจ้องคันก่องกะยังหุบ บาดห่าชาตาหลุบหลูบลงคือจ้อง บาดห่าชาตาขึ้นขวางคือขอนกะเลยล่อง บาดชิล้มหยุมหญ้าบ่ฟัง (กลอน).
หุมเคารพ อย่างว่า คับคั่งพื้นหุมเจ้ายอดธรรม (กา).
หุมรัก อย่างว่า นงถ่าวง้อมงามเงื่อนอินทร์กอง คนิงบาไทอยู่สะเทินทวงข้อง ฮองฮองเหลื้อมรังสีใสส่อง พลพวกพ้องหุมเจ้าชื่นชม (ฮุ่ง).
หุ่มดูถูก เหยียดหยาม การดูถูกเหยียดหยาม เรียก หุ่ม ห่มฮอ ก็ว่า อย่างว่า สังมาไลเมืองไว้สองเมืองเขาชิหุ่ม เฮาแล้ว (ขูลู).
หุ้มเอาสิ่งที่เป็นแผ่นโอบคลุมสิ่งหนึ่ง เรียก หุ้ม เช่นเอาแผ่นเงินแผ่นทองหุ้มพระพุทธรูป หรือเอาแผ่นหนังหุ้มกลอง อย่างว่า ม้าแอบคุ้นคอสอดสะเนียนทอง นายนักการเขาแต่งดีดาเมี้ยน ปะคือคำตั้งเหนือหัวหอนนาค นายนั่งป้องยังหุ้มเครื่องคำ (สังข์).
หุมย้องประดับตกแต่ง อย่างว่า ผ่อเห็นวันเฮื่อแจ้งเจียระพรากงายงาม พุ้นเยอ นางลุนเมือมุณเทียรสั่งสาวฝูงใช้ วันนี้เฮาจักเตินฝูงเชื้อประดับปุนไปม่วน ให้แต่งห้างหุมย้องซู่ซุม แด่เนอ (สังข์).
หุมห่อเคารพ นับถือ ยำเกรง อย่างว่า ทุกที่ข้าหุมห่อเฮียงยศ ยูสบายบานบ่าวสาวประสงค์หลิ้น ญิงชายฮู้เฮียงกลการย่อย โชคส่ำฮ้างฮามหม้ายหมู่สะเทิน (สังข์).
หุมหัวชื่นชม ยินดี อย่างว่า เมื่อนั้นภูชัยท้าวชมชื่นหุมหัว เฮาบ่ขีนบูฮาณแพ่งเลิงลือไว้ สูจ่งไปหาน้องนันทะพราหมณ์โดยฮีบ อย่าให้ข้องขีนไว้ปลูกไป ว่าเนอ (สังข์).
หูเมืองราชทูต ราชทูตถือว่าเป็นหูเมือง เพราะราชทูตไปประจำอยู่ประเทศอื่น เมื่อประเทศนั้นมีเรื่องอะไรก็ส่งข่าวมาให้ประเทศของตนทราบ เท่ากับว่ามีหูอยู่ทั่วไป.
หูดชันโรง ขี้สูด ก็ว่า.
หูดมะกรูด ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งผลคล้ายมะนาว แต่ใหญ่กว่า มี ๒ ชนิด คือ ชนิดที่เป็นกะตูดกะตีด (ขรุขระ) และชนิดเกลี้ยง ชนิดขรุขระมีรสเปรี้ยว ชนิดเกลี้ยงมีรสหวาน อย่างว่า มีทังหมากหูดเกี้ยงเดียระดาษของหวาน (ขุนทึง).
หูฮาหมอดู เรียก หมอหูฮา เอาสระอูที่หู เป็นโอ อ่านว่า โห เอา ฮ สระอาเป็น ร อ่านว่า รา โหรา แปลว่าโหรคือหมอดู.
หูฮาศาสตร์ตำราว่าด้วยวิชาการดูหมอ.
เหกชื่อนกชนิดหนึ่ง เรียก นกเหก นกเหิบ ก็ว่า วันนี้เฮาจักพรากเพื่อนพร้อมเมือสู่เป็งจาล ก่อนแล้ว ทังปวงสูอยู่ยืนยาเศร้า มยุราเค้าประหิดเหียนหงส์เหก ตะลุมไก่กุ้มกาน้ำเจ่าจอง (สังข์) แม้นว่าสัพพะสิ่งช้างม้ามิ่งในนคร ก็บ่กินเกียงหยุดอยู่ซงสลอนพร้อม กับทังเนื้อนกเลี้ยงประหิดเหียนหงส์เหิบ ขัวข่อขุ้มกะทากี้ก่างตอง (สังข์).
เหงข่มเหง กดขี่ รังแก อย่างว่า ให้ผาบแพ้ธรเทพกันดาร เจ็บเพื่อมารมาเหงข่มเอาพระองค์น้อง เฮาก็หวังกัดก้ำหนมันมีหย่อน ก็บ่แล้วประโยชน์ย้อนยังเกี้ยวกีดทวง แท้แล้ว (สังข์) ทับเรียก เห็ง อย่างว่า เสียงยิ่งเพี้ยงฟ้าลั่นลงเห็ง (สังข์).
เหงาเปลี่ยวใจ เปล่าเปลี่ยว ไม่คึกคัก อย่างว่า กลอยกลมเกี้ยวมือไลช้อนไหล่ คือดั่งสองกล่อมชู้ชมเหง้าส่วงเหงา (สังข์) ไกวแขนขึ้นมโนพรเจียระจาก นางอยู่หม้อมคนิงน้องหง่วมเหงา (ฮุ่ง).
เหง้าโคนของต้นไม้ กก ราก เรียก เหง้าไม้.
เหง้าต้นตระกูล ผู้เป็นต้นตระกูลเรียก เหง้า อย่างว่า ฝูงนี้เชื้อลูกท้าวแนวเหง้ากิ่งสกุล (กา) พระก็สุขอยู่สร้างเสวยราชเฮืองฮม แพงจอมศรีซู่นางปานแก้ว แม้นว่าเทวีเหง้าจันทานางเอกก็ดี พระก็ฮักยิ่งเพี้ยงแพงไว้เกิ่งเมือง (สังข์).
เหง้าคนที่รักใคร่ชอบใจเรียก เหง้า อย่างว่า สองกล่อมชู้ชมเหง้าส่วงเหงา (สังข์).
เห็จเหาะ ไปในอากาศ.
เหตุเรื่อง เค้ามูล เหตุผล สิ่งหรือเรื่องที่ทำให้เกิดผล อย่างว่า เหตุส่ำนี้บ่มียากความคึด ข้าจักปองอาสาซู่พระองค์ยาฮ้อน เมื่อนั้นหกสาวพร้อมคำเดียวดาเคียด มึงแม่คึดอย่าแคล้วคุณข้อยชิตอบนาง แม่เอย (สังข์).
เห็นอาการของตาที่ประสบรูป ปรากฏแก่ตา ปรากฏแก่ใจ คิดรู้ อย่างว่า เห็นว่าเปอเคอตั้งกลางพาอย่าฟ้าวอยาก ย้านมันเป็นต่อนง้วนกินแล้วชิบ่ยืน (ย่า) เห็นว่ายาวเฮือกเฮื้อยอย่าฟ้าวว่าปาไหล ลางเทื่อเป็นแนวงูชิตอดตายบ่ทันฮู้ (ย่า) เห็นว่าเบเบฮ้องงัวเฮาอย่าฟ้าวว่า ลางเทื่อเป็นชาติเชื้อเสือฮ้ายชิคาบคอ (ย่า).
เหน็บชื่อมีดชนิดหนึ่ง ปลายแหลมคล้ายมีดตอก แต่ด้ามสั้นและตรง เรียก มีดเหน็บ.
เหน็บเสียบ สอด สอดชายผ้านุ่งที่ม้วนแล้วลงข้างหลัง เรียก เหน็บเตี่ยวผ้า.
เหน้ารุ่น หนุ่ม สาว อย่างว่า มารือสิทธิเดชเจ้าจอมราชปักษี ข้อยเอย เจ้ายังค่อยเทียระฆาคงอยู่เย็นหายฮ้อน แด่รือ อันหนึ่งโพยภัยฮ้ายแดนใดหายห่วง แม้นว่าเชื้อส่ำเหน้านางท้าวค่อยคง อยู่รือ (สังข์) ไย่ไย่พร้อมปลงฮอดในสถาน หลิงดูโฮงขวางคับคั่งคนเต็มห้อง โฉมคราญเหน้าเมียแก้วศรีสะอาด ทุกที่ซ้องตาล้นผ่อดู (ฮุ่ง).
เหนี่ยงบีบ ขยำ บีบด้วยมือแล้วขยำไปมา เรียก เหนี่ยง อย่างว่า คอยวันมื้อแลงงายปะไป่ พี่ก็ปั้นเหนี่ยงเข้าแลงมื้อค่ำดาย (สังข์) ยามเมื่อข้านี้ได้ธรงคัพบุตตา อย่าให้หัวนมดำหย่อนยานคือห้อย ขอให้คือปทุมตั้งบัวหลวงเมียมคู่ ยามเมื่อลูกเหนี่ยงเหล้นนมน้องอย่ายาน (เวส-กลอน).
เหนี่ยวดึงไว้ รั้งไว้ ยึดไว้ อย่างว่า ขอเหนี่ยวเจ้าฟ้าอย่าไลลา คำจริงจงจอดรือฮามเว้น เมื่อนั้นสีไวเจ้าคำหวาด้านม่วน ปุนกล่าวถ้อยสายเส้นสืบกลอน (ฮุ่ง).
เหนี้ยวชื่อแมลงชนิดหนึ่ง ตัวกลม ไม่มีขา อาศัยอยู่ในน้ำ ฟันแหลมคม เหมือนฟันตะขาบ เรียก แมงเหนี้ยว.
เหนียเหนียซ้ำๆ ซากๆ พูดกันซ้ำๆ ซากๆ เรียก เหนียเหนีย อย่างว่า เขาก็เหนียเหนียต้านจากันนีน่ำ ซับซิ่มเว้าคำละห้อยต่อกัน บุญพี่มาหวนพ้อพอคราวซ้ำผัดห่าง กันนอ คึดยากฮาเจ้าข้อยชิไลฮ้างห่างกัน พี่เด (สังข์) เหนียเหนียน่ำน่ำน้าวคอชม ก็มี ซับซับซิ่งซิ่งจับคอจูบ ก็มี ฮ่อนฮ่อนพระพับองค์อ่อนในมโน นักขัดตะรึกฮู้ถองแจ้งจิ่งมโน (ฮุ่ง).
เหนือชื่อทิศที่อยู่ตรงข้ามกับทิศใต้ เรียก ทิศเหนือ หรือทิศที่อยู่ซ้ายมือเมื่อหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ที่อยู่ทางเหนือน้ำ เรียก เหนือน้ำ อย่างว่า เผื่อเหนือตกใต้ไหลลงมากะพอแม่น มีดอีโต้บ่เข้าให้ฟันเจิ้มแต่ไกล (กลอน).
เหนื่อยรู้สึกอ่อนแรงลง อิดโรย อย่างว่า บาก็พักเหนื่อยยั้งยามหนึ่งเดินไป ธรงตนเลยล่วงตามตนน้อง หลิงผาด้าวดอยขวางเขามาศ คือฮูปช้างทะยานล้ำล่วงโขลง (สังข์).
เหบชื่อนกชนิดหนึ่งคล้ายหงส์ เรียก นกเหบ นกเหก ก็ว่า อย่างว่า กับทังเนื้อนกเลี้ยงประหิดเหียนหงส์เหบ ขัวข่อขุ้มกะทากี้ก่างตอง (สังข์).
เหมปืนเหม ปืนเหมคือลูกศรที่ศิลป์ชัยยิงไปเรียกพระยาครุฑมาหา อย่างว่า ปืนเล่าตกซ้องหน้าครุฑราชหลิงดู ภูมีเห็นตื่นใจฟังฟ้าว อันนี้ปืนเหมแก้วพระยาจักรใช้ฮอด เฮาแล้ว ฮอยที่พระเกิดพุ้นภายล้านโลกคน แท้แล้ว (สังข์).
เหมลูกธนูที่ใช้จุ่มหน้องแล้วยิงไป ธนูจุ่มหน้องนี้เคยได้ยินคนเก่าเล่าให้ฟังว่า ประเทศลาวใช้ธนูแบบนี้รบกับข้าศึก อย่างว่า ผิว่ายังจากท้าวสามย่างถอยคืน ดั่งนั้น ขอพระเอาลองเหมหยอดยายำหน้อง แต่ว่ายังเป็นให้เจืองฝืนปุนปลูก ฝูงส่ำข้าขันต้องชื่นชม (ฮุ่ง).
เหม็นมีกลิ่นไม่ดี เรียก กลิ่นเหม็น อย่างว่า เหม็นตดคือเหม็นขี้ เหม็นหีคือเหม็นเยี่ยว (บ.).
เหม้นเม่น ชื่อสัตว์ชนิดหนึ่งตัวเล้กขนใหญ่ยาวและแหลมคม คนโบราณเปรียบคนมีปัญญาเฉลียวฉลาดว่า คมปานขนเหม้น อย่างว่า แต่นั้นสองพรากพ้นเจียระจากนครหลวง แยงคีรีป่าขำเขาเงื้อม กลอยใจเข้าหิมวันต์แถวเถื่อน เนื้อตื่นเต้นหมีเหม้นล่วงหนี (สังข์).
เหม็นขิวเหม็นเขียว มีกลิ่นเหม็นคล้ายๆ กลิ่นหญ้าที่ถูกตัดสดๆ เรียก เหม็นขิว.
เหมหงส์หงส์ทอง อย่างว่า ทัดเกษสร้อยสูญดอกโยทิกา ชุมพูพอนแขบคำหลายล้าน คือดั่งเหมหงส์ผ้ายลีลายัวรยาตร ควรค่าล้านยอย้องยอดชาย (ฮุ่ง).
เหมันต์ฤดูหนาว (ป. ส.) อย่างว่า แถวเถื่อนกว้างเฮืองมาศมาลี เหมันต์กลายด่วนดนระดูฮ้อน ภูบาลดั้นเดินไพรคราวค่ำ สังข์ก่อนย้ายยวงฮ้อนแฮกพลัน (สังข์).
เหม้าปีเถาะ เรียก ปีเหม้า.
เหมืองบ่อ รำลาง ร่องน้ำสำหรับชักน้ำเข้าไปหล่อเลี้ยงพืชที่เพาะปลูก โบราณ เรียก ฮ่องเหมือง อย่างว่า งามแต่เข้าเฮ็ดนาแคมเหมือง งามแต่เมืองมีเจ้าผู้หนึ่ง (ภาษิต).
เหมืองฝายเหมืองที่มีทำนบกั้น คือยกคันคูของเหมืองให้สูงขึ้น มีน้ำมากกว่าฮ่องเหมือง เรียก เหมืองฝาย.
เหมือดชื่อพรรณไม้จำพวกหนึ่ง มีหลายชนิด บางชนิดใบใช้เป็นผักกินได้ บางชนิดใช้ทำยาได้ เหมือดมีชื่อดังนี้ เหมือดโลด เหมือดขน เหมือดคน เหมือดขาว เหมือดแดง เหมือดมน เหมือดปลาซิว เหมือดแอ่.
เหมือดข้าวเหนียวนึ่งผสมมัน เรียก เข้าเหมือดมัน อีสานปีใดนาแล้งได้ข้าวในนาน้อยไม่พอกิน ต้องหาสิ่งของไปแลกข้าว ได้ข้าวมาไม่พอกินต้องหาเผือกหามันหากลอยมาเพิ่ม นี่จึงเป็นที่มาของเข้าเหมือดมัน อย่างว่า ผู้สาวอึดเข้ากินกลอยจนหีจ่อย (บ.) อึดแพ้หลายตายแพ้น้อย (ภาษิต) ลูกแอ่วอ้อนเขาค่อยทำครัว ฮุนแฮงอิดแอ่วกินกวนไห้ พอเมื่อไฟขางเข้าพอประมาณมันเปื่อย พ่อก็บายกาบกล้วยตองให้คู่คน (สังข์).
เหมือนอย่างเดียวกัน ไม่แปลกกัน อย่างว่า ยังเล่าคึดฮอดน้องขังขอดมโนในยิ่งแล้ว หมายจักจรจงพระทัยบ่ไลลาน้อง ผิจักพิจารณ์ห้องหนพระองค์อันอ่าว วันนั้น คันบ่ได้ดั่งแม้งเหมือนแห้งหอดหิว แท้แล้ว (สังข์).
เหมือยหมอก น้ำค้าง ไอน้ำที่เป็นควันขาวมัวอยู่ตามอากาศทั่วไป เรียก เหมือย อย่างว่า ลัดล่วงผ้ายล้านหลืบหลึมเหมือย กลายแดนดนด่วนเถิงแถนฟ้า เมื่อนั้นสะบุหน้าแถนหลวงหลิงโลก เห็นแก่นเหง้านงหน้าฮ่ำคาญ (ฮุ่ง).
เหมือยสัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่งในสกุลหมี แต่ตัวใหญ่กว่าหมี เรียก เหมือย อย่างว่า สัพพะสิ่งช้างเดียระดาษแสนสัตว์ ก็ดี ไกสรสีห์ซู่คณาเนืองเฝ้า เสือสางเหม้นเหมือยหมีหมาป่า ก็มา ลิงวอกเต้นโตนค้างบ่างชะนี (สังข์).
เหยระเหย กลิ่นที่กระจายไปในอากาศแล้วเหือดแห้งไป เรียก เหย อย่างว่า ก็บ่เหยเดือดแห้งน้ำตาย้อยย่าวไหล (สังข์).
เหยอยุ่ง เหยิง ผมที่ยุ่ง เรียก เหยอ อย่างว่า ผมเกษเกล้าเหยอหยุ้งเกลือกฝอย (ขุนทึง).
เหยาะเติมลงไปแต่น้อยให้พอดีแก่ความต้องการ เรียก เหยาะ เช่น เหยาะมากพริกแลกเกลือ เหยาะหมากเขือแลกเข้าเหยาะเข้าเหม้าแลกยา.
เหยาะแหยะไม่จริงไม่จัง เช่น ทำอะไรไม่จริงไม่จัง เรียก เฮ็ดเหยาะแหยะ.
เหยิงหวี สาง หวีผมสางผม เรียก เหยิงผม อย่างว่า หมอม่วนฮู้ต้านตอบเทพี ทูลเกงญากล่าวกลอนกลอยน้อม นารีเหน้าเหยิงผมผายเกษ เนานั่งล้อมเทียมข้างบอกแยง (ฮุ่ง).
เหยียดทำสิ่งที่งอให้ตรง เช่น เหยียดแข้ง เหยียดขา ลบออกเรียก เหยียด เช่น เหยียดนพเป็นเอก คือเอา ๘ ลบ ๑๐ เหลือ ๑ ดูถูกเรียก เหยียด เช่น ดูหมิ่น ดูถูก เหยียดชาติ ชั้นวรรณะ.
เหยียบวางเท้าลงไปบนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เรียก เหยียบ เช่น เหยียบแข้งเหยียบขา ทำการล่วงเกินให้เกิดความเสียหายเรียก เหยียบย่ำ เหยียบเท้าลงในโคลนเพื่อล่อเอาปลา เรียก เหยียบฮอย อย่างว่า ตีนช้างเหยียบปากนก (ภาษิต).
เหยื่ออาหารชนิดเดียวกัน ถ้าคนกิน เรียก อาหาร สัตว์กินเรียก เหยื่อ อย่างว่า นับแต่เจ้าจากไว้วางเหยื่ออาหาร ทังมวลเมิลอยู่ตรอมตนเศร้า เขาก็ทรงสลอนค้างคาคอนคองราช ก็บ่กินเหยื่อหญ้าคอยเยี้ยมอยู่เหงา (สังข์).
เหยื่อเศษสิ่งของที่ทิ้งแล้ว เรียก เหยื่อ หยังเหยื่อ หยักเหยื่อ เหยื่องเหยื่อ ก็ว่า หยังเหยื่อเข้าตาโตเอาออกบ่ได้ ให้ผู้อื่นเอาออกให้ (บ.).
เหล่เขมาก ตาที่เขมาก เรียก ตาเหล่.
เหล็กกล้าเหล็กที่ชุบให้กล้า เช่น เหล็กที่ทำมีดโกนผม มีดโกนหนวด.
เหล็กชีเครื่องมือสำหรับเจาะเหล็กและไม้ให้เป็นรู เวลาจะใช้ต้องเผาไฟให้แดงแทงเข้าไป.
เหล็กไนเหล็กสำหรับกรอไหมหรือด้ายเข้าหลอด ติดอยู่กับหลา อย่างว่า เหล็กไนบ่มีหลาแล้วชิกลายเป็นเหล็กส่วน มีผัวบ่มีลูกเต้าเขาชิเอิ้นแม่หมัน มีครรภ์บ่มีผัวซ้อนมานทางเขาชิว่า (ย่า).
เหล็กสว่านเหล็กหมาด เหล็กหมาดที่มีปลายแหลมเป็นเกลียว สำหรับเจาะ เรียก เหล็กสว่าน.
เหล็กไหลชื่อเหล็กกายสิทธิ์ชนิดหนึ่ง เกิดตามภูเขา โบราณว่าเหล็กนี้มีฤทธิ์เดชเหาะเหินเดินอากาศได้ ป้องกันหอกดาบ หลาวแหลม ปืนผาหน้าไม้ทุกชนิดได้.
เหลนลูกของหลาน เรียก เหลน.
เหลางูแสงอาทิตย์ ชื่องูชนิดหนึ่ง สีเป็นมันเลื่อมพราย คล้ายงูเหลือมตัวเล็กกว่า เรียก งูเหลือมเหลา อย่างว่า สะล่างล้วนเหลือมเหลาดูหลาก เมื่อนั้นภูวนาถท้าวยินย้านเยือกกลัว (ฮุ่ง).
เหลาทำให้เกลี้ยงเกลาหรือให้แหลมด้วยเครื่องมือมีมีดเป็นต้น เช่น เหลาตอก เหลาหวาย คนที่มีรูปร่างกลม เรียก เหลา หล่อเหลาเอาการ ก็ว่า อย่างว่า วันนั้นธรรม์ยำสร้างสิมพลีล้วนบ่าว เนื้อฮาบเกลี้ยงแขนส้วยสิ่งเหลา (สังข์).
เหล่าไร่หรือสวนที่ทิ้งไว้จนรกร้างว่างเปล่า เรียก เหล่า อย่างว่า น้อยดุ่งดั้นเถิงเหล่าดอนเลา ไพรสณฑ์แสนด่านกวางดูกว้าง บาก็ผายตนดั้นดงยางเยื้อนย่าง คึดแม่ป้าเหลือหิ้วหอดหิว (สังข์) กูจักข้ามเหล่าไม้เมือสู่เมืองบน ก่อนแล้ว คราวไกลแสนชั่วผอมผายกว้าง ขุนพลพร้อมพายหาญอ้ายคว่าง จักจากม้างเมือฟ้าสั่งสู (ฮุ่ง).
เหล้าน้ำเมาที่กลั่นหรือหมัก เรียก เหล้า ที่กลั่นแล้วเรียก เหล้าเด็ด ที่หมักไว้ไม่ได้กลั่นเรียก เหล้าโท เหล้าสาโท ก็ว่า อย่างว่า ทังหลายเพิ่นเมาเหล้าเมาชายาฝิ่น พี่นี้เมาแม่ฮ้างแม่หม้ายปานเอ้าอูดกระแต (ผญา).
เหลิงคะนอง ลืมตัว คนมีลาภ มียศ มีสรรเสริญ มีสุข มักลืมตนลืมตัว ลืมพี่ลืมน้อง ลืมพ่อลืมแม่ ลืมบ้านเกิดเมืองนอนของตน เพราะโลกธรรม คือ ลาภยศสรรเสริญสุขนั้น ถ้าตกอยู่ในอำนาจของมันจะทำให้ลุ่มหลงมัวเมา.
เหลี่ยมด้านที่เป็นสันหรือเส้นประกอบมุม เรียก เหลี่ยม อย่างว่า ถากไม้บ่มีเหลี่ยมเค้าแสนชิเกลี้ยงกะบ่งาม (ภาษิต) ถากให้เกลี้ยงเหลาตื่มเติมดู แล้วจิ่งลงลายสลักตื่มเติมงามย้อง (กลอน).
เหลียวผินไปทางขวาหรือทางซ้าย อย่างเอี้ยวคอ เรียก เหลียว อย่างว่า เหลียวเห็นชิ้นวางปลาปละไป่ มีใหม่แล้วลืมข้อยผู้คอย (ผญา) เหลียวเห็นหน้าแซมแลมย้านแต่แก่ม ความกินบ่แก่มเจ้าความเว้าแก่มซู่คน (ผญา) ใผชิเหลียวเห็นไส้ตับไตนกขี้ถี่ มันหากฮ้องพึบพึ้งใจเลี้ยวใส่กระปู บ่ฮู้ (กลอน).
เหลียวแลเอาใจใส่ คนที่เอาใจใส่ญาติพี่น้องไม่ปล่อยปละละทิ้ง ช่วยเหลือทั้งกำลังกายและกำลังใจ เรียก เหลียวแล.
เหลียวเหลือดชำเลืองดู อย่างว่า ทิพเนตรเหลื้อมเหลียวเหลือดคอยคน นานายังต่างโฉมฉันเล้ม เฮาบ่อาฮมห้องปะเทเสสงวนยิ่ง สีส่องขึ้นดูเข้มแข่งปราง (ฮุ่ง).
เหลือหลอหมดเกลี้ยง หมดไม่มีเหลือ โอก็หมด ข้าวเม่าก็หมด อย่างว่า โอกะเอาเข้าเหม้ากะกิน (ภาษิต).
เหลือแฮงหมดกำลัง คนหมดกำลัง เรียก เหลือแฮง อย่างว่า เหลือแฮงแฮ้งบินแฮงอิดอ่อน ลมบ่มาช่อยแฮ้งบินได้กะบ่แฮง (กลอน) มันหลากเหลือแฮงแล้วปลาบืนยามเดือนสี่ เงี่ยงกะหลุ้ยคุยกะล้มปานนั้นว่าบ่บืน (บ.).
เหลื้อเรื้อรัง เก่าแก่ อย่างว่า อันว่าจันทรังเหลื้อบ่มีเพ็งแฮมค่ำ อวนเอย (ลึบ).
เหลือกทำให้ลูกตาดำอยู่ข้างบน ลูกตาขาวอยู่ข้างล่าง เรียก เหลือกตา อย่างว่า อันนี้พลใผแท้อาเอยฮีบบอก มาเถิ้น อากล่าวต้านทังย้านบอกมา อันนี้พลหาญเสื้อเสนาทังสี่ มันแล้ว ดูที่มันแลบลิ้นตาปลิ้นเหลือกลน (สังข์).
เหลืองหล่าเหลืองซีด สีเหลืองซีด เรียก เหลืองหล่า หล่าเหลือง ก็ว่า อย่างว่า ทุกข์โศกกลั้นพ้นยิ่งสามเดือน ก็บ่ลืมเพลาแพงชั่วคราวคาแค้น องค์ผอมเพี้ยงตองตายเหลืองหล่า เสเนศน้อมหลายชั้นบ่มาย (สังข์).
เหว้เฉ ไม่ตรง หนทางที่ไม่ตรง เรียก ทางเหว้ ทางเว ก็ว่า.
เหิงนาน ช้า ไปแล้วกลับมาช้า เรียก ไปเหิง อย่างว่า เมื่อนั้นป้าแม่ไห้หุยหอดอาลัย เจ้าแม่ไปยาเหิงเทียวคืนหาห้อง อันที่ไพรขวางกว้างศัตรูมารมีมาก แสนส่ำช้างธรเถ้าเผ็ดผี (สังข์) ของเก่านี้ชมเปิดเหยเหิง บ่ท่อเสนหาใหม่มาชมช้อน (ผญา).
เหิงส์หึง หวง เหิงสา ก็ว่า (ป. หึส).
เหินเหาะ บิน บินขึ้นไปในระยะสูง อย่างว่า บาคราญผ้ายเวหาเหินเมฆ (กา) ทะล่วนแส้ชะค้อมคับท่งตูมวาง ผนผนผีตายืนป่วนมามวลเข้า ฝูงนั้นมีมนต์ขึ้นกลางหาวเหินแอ่น อยู่แทบเท้าก้ำฝ่ายจอมจัง (ฮุ่ง).
เหิมกำเริบ คะนอง ลำพอง ได้ใจ เช่น วัวควายตื่นลม มันกระโดดโลดเต้น เรียก เหิม ห้าว ก็ว่า.
เหิ่มห่าม ผลไม้ห่าม เรียก เหิ่ม เช่น มะม่วงจวนจะสุก เรียก หมากม่วงเหิ่ม หมากสีดากำลังสุก เรียก หมากสีดาเหิ่ม อย่างว่า อย่าสุกก่อนเหิ่ม (ภาษิต).
เหี้ยนสั้น เสียมสั้น เรียก เสียมเหี้ยน จมูกสั้น เรียก ดังเหี้ยน สิ้นสั้น เรียก ซิ่นเหี้ยน อย่างว่า พี่จักหมายมาโออมแต่งดองเสียมเหี้ยน (ขูลู).
เหี่ยวไม่สดชื่น โรยลง สลด ค่อยแห้งไป ไม่เต่งตึง เช่น นมบ่เค่งตึง เรียก นมเหี่ยว อย่างว่า โต๋ต่งโต๋นารีโต่งโต้น โต๋ต่งโต้นผู้สาวโหย้นนมมา โหย้นนมมาผั่นแม่นนมเหี่ยว คันบ่คั้นย้านเกี่ยวกินมือ (บ.).
เหือดแห้ง หมดลง ค่อยหายไป เช่น น้ำตาไหลไม่ขาดสาย เรียก ไม่เหือด อย่างว่า ก็บ่เหยเหือดน้ำตาย้อยย่าวไหล (สังข์).
แหชื่อเครื่องมือจับปลาชนิดหนึ่ง สานเป็นตา โดยใช้ป่านปอหรือเชือก ถ้าบ้านใดมีปลาตัวเล็กก็จะสานตาถี่ ถ้ามีปลาตัวใหญ่ก็สานตาห่าง อันนี้เพียงเป็นข้อสังเกตอย่างว่า ตึกแหได้ปลาไข่ เอาเมียใหม่ได้ลูกพร้อม บุญสร้างตั้งแต่หลัง (ภาษิต).
แหชื่องูชนิดหนึ่ง มีลายเหมือนตาแห เรียก งูดางแห งูดางแหเป็นงูไม่มีพิษ.
แหหลบ หลีก กลัว คนทำความผิดมักจะหลบหน้าเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะตำรวจเพราะกลัวเขาจะจับกุมคุมขัง เหมือนหมาที่เป็นบาดแผลกลัวแมลงวัน อย่างว่า ควายบาดแหกา หมาบาดแหแมงวัน (ภาษิต).
แห่แวดล้อม ห้อมล้อ คนที่เดินไปกันเป็นจำนวนมาก เช่น ไปแห่พระเวสเข้าเมือง แห่บั้งไฟ แห่กองกฐิน แห่กองบวช แห่กองผ้าป่า เรียก แห่ อย่างว่า เหลือแฮงสร้างกฐินแฮบ่ได้แห่ ผู้บ่สร้างแท้แท้สังมาได้แห่มา (กลอน).
แหกแยกออก ถ่างออก ทำให้อ้าออก อย่างว่า เว้าแหกบ้านมันบ่ฮุ่งบ่เฮือง เว้าแหกเมืองมันสูญมันเศร้า (ภาษิต) แถวเถื่อนกว้างเฮืองมาศมาลี เหมันต์กลายด่วนดลระดูฮ้อน ภูบาลดั้นเดินไพรคราวค่ำ สังข์ก่อนย้ายวงฮ้อนแหกพลัน (สังข์).
แหงร้าว หม้อร้าว เรียก หม้อแหง คือมีรอยแตกเป็นทางยาว.
แห่งที่ สถานที่ อย่างว่า ที่นั้นยังมีอสรพิษฮ้ายตัวขนาดงูซวง มันก็เทียวระวังขงเขตดงดอยกว้าง แม้นว่าพึงคณาเนื้อตัวใดเดินฮอดมันนั้น มันก็เพินพ่นน้ำลายกลั้วมืดมัว (สังข์).
แห้งไม่สด ไม่แจ่มใส ไม่เปียก ไม่มีน้ำ ดอกไม้ไม่สด เรียก ดอกไม้แห้ง อย่างว่า เมื่อนั้นอาก็โลมเอาน้อยนงเยาว์ไปซ่อนไว้ที่กองดอกไม้เหยแห้งขอกเสา (สังข์).
แหนจอกแหน ชื่อพืชชนิดหนึ่งลำต้นและใบเป็นฝอย เล็กกว่าจอกหมาก มีใบ ๒ ใบเป็นรูปไข่เล็กๆ ค่อนข้างหนา ด้านบนสีเขียว ด้านล่างสีม่วง ชอบลอยอยู่ในน้ำนิ่งๆ ใช้กินเป็นอาหารได้ เรียก แหน.
แหนห้อมล้อม แห่แหน ระวัง รักษา อย่างว่า หื่นหื่นก้องเสเนศนางขุน ตีทวงทบท่าวแดดอมน้อย ฝูงเคยใช้ชุมแหนหัตถบาส เขาก็ปละเครื่องแก้วนางน้อยพ่ายพัง (สังข์).
แหน่นิดหน่อย เล็กน้อย ได้นิดหน่อย เรียก ได้แหน่ กินเล็กน้อย เรียก กินแหน่ เสียนิดหน่อย เรียก เสียแหน่.
แห่นเสียงแหลมเล็ก เช่น เสียงม้าร้อง อย่างว่า อาชานัยกลิ้งไปมาฮ้องแห่น หือระแห่นม้าในหั้นหมื่นพัน (กา) หัวเราะเสียงดัง เช่น เสียงหัวเราะของหญิงบางคน หัวแหะหัวแห่น ก็ว่า.
แห้นแทะ กัด หมาแทะกระดูก เรียก หมาแห้นกระดูก อย่างว่า ขบคาบแห้นกินชิ้นซากมัน (หน้าผาก).
แหนงกิ่ง แขนงกิ่งไม้ เรียก แหนงไม้ หน่อไม้แขนงเล็กๆ เรียก แหนงหน่อไม้ อย่างว่า สิบแหนงไม้ซาวแหนงไม้ไผ่บ่ปานแหนงไม้ดู่ สิบแก่นคู้ซาวแก่นคู้บ่ปานไม้แก่นจันทน์ (กลอน).
แหนงเบื่อ หน่าย ระอา เบื่อหน่าย เรียก แหนง แหนงหน่าย หน่ายแหนง ก็ว่า อย่างว่า วิบากแค้นคือคู่กินแหนง แลนอ แม้นชิเนาในปรางค์บ่เบยเบาได้ ไทไกลใกล้คาเมในนอก คันว่าฮู้ข่าวน้อยหิวไท้ทั่วแดน (สังข์).
แหน้นเต็ม แออัด ยัดเยียด เต็มจนหาช่องว่างไม่ได้ เรียก แหน้น อย่างว่า สะเพือกพร้อมเนืองนอบนมัสการ เป็นแถวถันนอกในเนืองแหน้น โยธาตั้งเต็มพะลานล้นแผ่น ทุกที่น้ำในหน้าเฟือดฟาย (สังข์).
แหนหน้าหงายหน้าขึ้น เรียก แหนหน้า อย่างว่า ปานนี้นักสนมเหง้าหลายคนคองข่าว ฮู้ว่ามาอยู่ต้อนแหนหน้าผ่อทาง แล้วอา เมืองสรวงเศร้าเสียขุนแขงราช อาเอย ฮูปจักเปนป่าเป้าโพงเชื้อช่วงชิง แท้แล้ว (สังข์).
แห้มเกรียม เกือบไหม้ เช่น ปิ้งปลาเกือบไหม้ เรียก แห้ม อย่างว่า ปุนดั่งพิชโภชพร้อมเฮาปลูกในหิน ก็บ่มีบายมุกกิ่งใบเหลืองแห้ม ค้อมว่าอินทร์สอนแล้วจาโลมคำม่วน ให้มารคืนส่งให้นางแก้วแก่บา (สังข์) ขอจวบเจ้าเจ้าจวบจงฮัก เสนหาหาหอดกระหายหุยแห้ม นักนักกลั้นกลอยกลมกวนกอด แก้มก่ายแก้มโลมลิ้นแลกสลา (ฮุ่ง) อุณโหแห้มคือควันฮมลวก (ฮุ่ง).
แหย่เอานิ้วมือหรือปลายไม้เป็นต้นจิ้มเข้าไป เรียก แหย่ เช่น แหย่รักแร้ แหย่หู เป็นต้น อย่างว่า เมื่อนั้นปืนผันเข้าฮูหูวัณนุราช มันก็ลุกตื่นแล้วซวงจิ้มแหย่หา (สังข์).
แหย้บุก ดัน เช่น จับไม้ลำเดียวกันหันหน้าเข้าหากัน ต่างคนต่างดันเพื่อเอาชนะกัน เรียก แหย้ แหย้ส้าว ยู้ส้าว ก็ว่า.
แหยงเบื่อหน่าย ระอา.
แหย่งสัปคับ สัปคับช้าง เรียก แหย่งช้าง แหย่งช้างทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมตั้งไว้บนหลังช้างเพื่อให้คนขี่นั่ง อย่างว่า คันเจ้าได้ขี่ช้างให้หาแหย่งฮองหลัง คันบ่ยองแหย่งลงชิบ่สมทรงช้าง มันชิเสียศรีเศร้าเสียทรงช้างใหญ่ มันบ่โก๋บ่โก้เขาชิต้านกล่าวขวัญ (ย่า).
แหย่งผ้าขาวที่ทอห่างๆ เหมือนผ้าสำหรับทำมุ้ง ใช้ลากเอาปลาตามทุ่งนา เรียก ผ้าแหย่ง ผ้ากะแหย่ง ก็ว่า.
แหยอาการรู้สึกหยาบกระด้าง เกิดจากการถูกต้องทางลิ้นในเวลาชิมรส เช่น ปลาแดกแหย เข้าแหย เป็นต้น แหยะ ก็ว่า.
แหลกละเอียด เป็นผง ป่นปี้ เช่น อาหารก่อนจะกลืนลงไปต้องเคี้ยวให้แหลกเสียก่อน อย่างว่า เคี้ยวให้แหลกเสียแล้วจิ่งกลืน (ภาษิต).
แหล้งกระบอกใส่ลูกศร เรียก แหล้ง อย่างว่า แล้วเลิกเมี้ยนปุนจีบประดับดี ภูมีประสงค์ใส่ในโกนแหล้ง พอคราวย้ายแยงคลองน้องนาถ ฮ้อยแผ่นล้านลงพื้นชั่วตา (สังข์).
แหล้งลูกน้อง คนที่ติดสอยห้อยตามเรียก แหล้ง ลูกแหล้ง ก็ว่า อย่างว่า อยากทุกข์ให้เป็นนาย อยากสำบายให้เป็นแหล้ง (ภาษิต).
แหล่งหล้าโลก แผ่นดิน อย่างว่า ขอให้เป็นยอดแก้วตนประเสริฐอุดมคุณ โพธิญาณยศยิ่งชายเซ็งกล้า เตโชแพ้ฝูงธรท้าวบาป ใต้แหล่งหล้าเป็นน้อยนอบบา แด่ถ้อน (สังข์).
แหล้วแหละ จริง ทีเดียว อย่างว่า ชาติที่ใจญิงนี้ตลบแปรปลิ้นง่าย จริงแล้ว ฮู้ว่ายักษ์บ่แพ้แหล้วเขาได้ค่องเคย แม้นว่าเดียรฉานเชื้อภาษาโฉมต่าง ก็ดี คันว่าได้เกลือกกลั้วมันนั้นหากหอม แม่แล้ว (สังข์).
แหลวคำเหยี่ยวแดง เหยี่ยวที่มีหงอนแดง เรียก แหลวคำ อย่างว่า แม้งหนึ่งสูรย์คลาดคล้อยใกล้ค่ำออระชอน คับคาเห็นแหลวคำดั่งบนบินเค้า อันนั้นรือบ่ภูธรไท้จอมหัวท้าวกว่า กูนี้ เดินดุ่งเต้าเอาน้องเพื่อนเพลา แลชาม (ฮุ่ง).
แหลวหลวงเหยี่ยวใหญ่ เรียก แหลวหลวง อย่างว่า ครุฑใหญ่เปลื้องปีกแกว่งผาปิว แปนตูเห็นนาคเนืองในน้ำ แหลวหลวงเค้าหัวลายลุยผ่า นาคสว่านฟ้งฟางฮ้อนซ่าเสียง (สังข์).
แหว่งวิ่นเข้าไป ไม่เต็มตามที่ควรมี ปากวิ่น เรียก ปากแหว่ง อย่างว่า หมาหางกิ้นหมั่นแกว่ง คนปากแหว่งหมั่นเว้า (ภาษิต) คนสบแหว่งสีนวดยามแลง สีบาดใดไหลลงสบแหว่ง (บ.).
แหวนเครื่องประดับสำหรับสวมนิ้วมือทำด้วยเงิน ทองแดง ทองเหลือง ทองคำ เรียก แหวน อย่างว่า แหวนดีย้อนหัว ผัวดีย้อนเมีย (ภาษิต) สิ่งที่เป็นเหมือนแหวน (วงกลม) ใช้ในกิจการต่างๆ เรียก แหวน.
แหว้นมาตราเงินอย่างหนึ่งที่ใช้ในประเทศลาวสมัยโบราณ สิบแหว้นเท่ากับร้อยเบี้ย.
โห่เสียงที่เปล่งออกมาเช่นนั้น เช่น เสียงคนจำนวนมากเดินขบวนโห่ร้องไป อย่างว่า บางพ่องขับแข่งฟ้อนเยียวหยอกใสใย ทมทมเสียงโห่ปุนไปหน้า กับทังปุริโสเชื้อเสวยเชยชมม่วน ก็ไป เขาหากฮู้ชมเถ้าทั่วเมือง (สังข์).
โหดชั่ว ร้าย อย่างว่า เมื่อนั้นหีนะโหดท้าวธรงอาชญ์ขานไข เทื่อนี้ลูกจักเชิญแสนสัตว์ซู่คณาเนืองเต้า เชิญทังนาเคนทร์ช้างเสือสางมหิงส์แฮด งัวเถื่อนล้านกระทิงเถ้าหมู่เมย (สังข์) สูนี้ยักษ์บาปฮ้ายหีนะโหดอาธรรม (กาไก).
โหนยื่นออก นูนออก การนูนออกมา เรียก โหน อย่างว่า มันสวดคอบมันโหน มันโนคอบมันใหญ่ (ภาษิต).
โหน้งไม่ชัด เพี้ยน แปร่ง พูดแปร่ง เรียก เว้าโหน้ง เว้าเสียงเอกเป็นเสียงโท.
โหยกสูงมาก คนสูงมาก เรียก สูงโหยก สูงโขกโหยก ก็ว่า.
โหยะขยับตัวขึ้นลง เรียก โหยะ โหยะโหย่งโย้ ก็ว่า.
โหลเป็นสังขยาเครื่องนับอย่างหนึ่ง นับทีละสิบสองเป็นจำนวนหนึ่ง จำนวนเต็มสิบสอง เรียก หนึ่งโหล.
โหล่

สุดท้าย ทะลุการวิ่งแข่งกัน เรียกคนที่วิ่งตามหลังว่าคนโหล่ เรียกตะกร้าก้นทะลุเรียก กะต้าก้นโหล่.

โหล้ชื่อปี่ขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ปี่สมัยโบราณอีสานมี ๔ ชนิด คือ ปี่แทด ปี่แถ ปี่ห้แ และปี่โหล้ ปี่หลู้ ก็ว่า ปี่แทดใช้เป่าประกอบวงมโหรี ปี่แถเป่าบอกเวลาตื่น กิน นอน ปี่ห้อเป็นปี่ขนาดใหญ่ใช้เป่าในเวลาแห่เจ้านายหรืองานพุทธาภิเษก ปี่หลู้ใหญ่ที่สุดใช่เป่าในเทศกาลงานบ้านเมือง อย่างว่า พิณพาทย์ไค้แคนขลุ่ยขานซอ แตรสังข์สูรกล่อมพิณโพนโล้ จันทาไท้เทวีระวังราช สนมหนุ่มย้องยังหุ้มแห่แหน (สังข์).
โหล้ใหญ่ เช่น ปลาช่อนตัวใหญ่ เรียก ปลาค่อโหล้ คนคอใหญ่ เรียก คนคอโหล้ คอโต้ ก็ว่า.
โหว่ฟันที่หลุดออกเป็นซี่ๆ เพียงสองสามซี่ เรียก คนแข้วโหล่ แข้วหว่อง ก็ว่า.
โหวกเสียงดังเช่นนั้น เช่น เสียงคนร้องเรียกกันเอะอะโวยวาย เรียก ฮ้องโหวกโหวก.
โหว่งเบามาก เรียก เบาโหว่ง โหว่งเหว่ง โหวงเหวง ก็ว่า.
โห่ไห้ร้องไห้ อย่างว่า ทุกที่พร้อมอามาตย์มุนนาย สะแบงเบาตกคะมะท้วงทังค้าย อุทิยานฮ้อนคือไฟเผาแผ่น เสียงโห่ไห้ระงมเฮ้าฮอดเชียง (สังข์).
ให้ค่อยแก้แก้ไขสิ่งที่ไม่ดีให้ดี เรียก แก้ การแก้นั้นจะต้องแก้ให้ดีเท่าที่จะแก้ได้ และต้องแก้ให้ดีในทุกวิถีทาง อย่างว่า ให้ค่อยคึดค่อยแก้ค่อยแก่ค่อยดึง ให้ค่อยขุดค่อยขนค่อยคนค่อยค้ำ ให้ค่อยทำคอยสร้างอย่าวางใจให้ค่อยแล่น ให้ค่อยแงะค่อยแง้มมันชิได้ต่อนคำ (ย่า)
ให้ค่อยทำทำโดยไม่อ้างกาลเวลาไม่ว่าหนักว่าเบา ไม่ว่ายากว่าง่าย ทำโดยไม่ละทิ้ง เรียก ให้ค่อยทำ อย่างว่า ให้ค่อยตักค่อยต้อนชิเห็นต่อนแกงปลา ให้ค่อยหวิดค่อยสาอย่าเซาวางไว้ คันหากเป็นตาหย้ำให้ทำกินฟ้าวฟั่ง อย่าได้นั่งเค้าเม้ามัวเว้าบ่ดี (กลอน).
ให้ค่อยไปการสั่งเสียก่อนจะจากไปเรียก ให้ค่อยไป อย่างว่า ให้ค่อยไปดีเยอเจ้าผู้หงส์คำผ้ายเวหาเหินเมฆ กาดำเอิ้นจ้อยจ้อยให้อวนเจ้าอ่วยคืน (ผญา).
ใหญ่โต ไม่เล็ก โต เรียก ใหญ่ ลูกคนโต เรียก ลูกผู้ใหญ่ บ้านที่กว้างขวาง เรียก บ้านใหญ่ สิ่งของขนาดใหญ่ เรียก ใหญ่ อย่างว่า สองนายตั้งปานโตงเหล้าใหญ่ ชอบที่วอนพี่ผู้คีงค้อมค่อยเอา (ฮุ่ง) ยุ่งเหยิงมาก เรียก หยุ้งใหญ่ อย่างว่า ต้นไม้ใหญ่บ่มีผีสาวผู้ดีบ่มีชู้ธรณีบ่อกแตกสารือ ตาแฮกเปิดไก่ต้มดินชิแห้งไง่ผง (ผญา).
ใหม่เพิ่งมี เช่น ลูกใหม่ เมียใหม่ ข้าวใหม่ เสื้อผ้าใหม่ ความรู้ใหม่ เรียก ใหม่.
ให้เลี้ยงการอุปถัมภ์บำรุงโดยไม่ปล่อยปละละทิ้ง เรียกว่า ให้เลี้ยง อย่างว่า ให้น้องเลี้ยงพี่ไว้ตางหมาหอนเห่า บาดชู้เก่ามาฮอดแล้วไลถิ้มบ่ว่าสัง (ผญา).
ไหภาชนะเคลือบดินเผา ก้นเล้ก ปากเล้ก กลางป่อง มีหลายชนิด สำหรับใส่สิ่งของต่างๆ ตามแต่จะใช้.
ไห่เคาะ ตี การเคาะเบาๆ ในเวลาหล่อฆ้อง เรียก ไห่ฆ้อง คือตีเอาเสียง ตามปรกติการหล่อฆ้องจะต้องเคาะด้วยค้อนตีเหล็ก ถ้าต้องการเสียงขนาดไหน ถ้าพอใจก็เอา หากไม่พอใจเพราะเสียงดังแข็งหรือหย่อนเกินไปต้องไห่ใหม่.
ไห้ร้องไห้ อาการที่น้ำตาไหลเพราะประสบอารมณ์กลัว เรียก ไห้ ถ้ามีเสียงดังหรือเสียงร้อง เรียก ร้องไห้ อย่างว่า นางก็คืนคุงผัวกอดกุมหิวไห้ นางก็เฮวแฮงค้นกุมภัณฑ์ซักซั่น ยักษ์ยิ่งหลับลื่นล้นมีฮู้เมื่อคีง (สังข์).
ไหข้าภาชนะเคลือบดินเผาที่พวกชาวเขาเผ่าข้าทำ มีขนาดใหญ่และสูงกว่าไหที่คนลาวและคนไทยทำ เรียก ไหข้า.
ไหแคไหสำหรับใส่เหล้าโท เรียก ไหแค อย่างว่า ปุนกันฟายไหแคเปลี่ยนกันกินเมี้ยน (ฮุ่ง).
ไหงไหว สั่น สะเทือน อาการสั่นสะเทือน เรียก ไหง หงวย ก็ว่า อย่างว่า เลยเล่าต้านต่อแก้วนางนาฏกุมารี ก็ทนทวงคับแบ่งสองเสียไว้ สองเสนหาเพี้ยงแถลงคำค้อมก่อง คือคู่เป้งปลายลิ้นบ่ไหง (สังข์).
ไหงวหงั่วนสั่น สะเทือน อย่างว่า ผัดผาบต้องท้าวหิ่งเชียงคาน ยนยนยอหอกแหลมไหลเข้า บาดาลพื้นธรณีไหงวหงั่วน เถ้าใช่ฟ้าดึงง้าวเงือดกลาง (ฮุ่ง).
ไหปลาแดกไหสำหรับใส่ปลาร้า เรียก ไหปลาแดก ที่เรียกชื่อปลาแดกเพราะเอาปลา เกลือและรำข้าวมาผสมเข้ากันแล้ว นำไปตำในครกมองให้แหลก เรียก ปลาแดก ปลาแหลก ก็ว่า บ้างก็ว่า เพราะการนำปลาที่ตำแล้วมายัดลงในไหที่ปากแคบ การยัดปลากดดันลงในไห เรียก ปลาแดก.
ไหปากกว้างชื่อไหชนิดหนึ่ง ปากกว้างก้นกว้าง สำหรับใส่น้ำกินน้ำอาบ ไม่มีฝาปิด.
ไหไพไหที่ใหญ่ ปากกว้าง ก้นกว้าง สำหรับใส่น้ำอ้อยงบ ใส่เกลือเก็บไว้กินได้เป็นปีๆ.
ไหม้เผา ลุก ติดเชื้อ เช่น ไฟเผาเรือน เรียก ไฟไหม้เฮือน อย่างว่า ไฟบ่ไหม้เฮือนใผกะพออยู่ (ภาษิต).
ไหมขี้เส้นไหมที่สาวออกมาทีแรกเส้นไหมไม่ค่อยเรียบ มักมีขี้ไหมติดตามเส้นไหม เรียก ไหมขี้ ไหมขี้นี้จะต้องฟอกล้างเสียก่อนจึงจะใช้ทอให้เป็นไหมดีได้.
ไหมควบเส้นไหมที่ปั่นควบกันตั้งแต่สองเส้นขึ้นไป ใช้ทอเป็นผ้า เรียก ผ้าควบ ผ้าควบผ้าลัง ก็ว่า.
ไหมคอเส้นไหมที่ละเอียด ไม่มีขี้ติดเหมาะที่จะใช้ทอได้ทันที เรียก ไหมคอ.
ไหมคำเส้นไหมที่ควบด้วยทองแล่ง มีสีเหมือนทองคำ เรียก ไหมคำ ไหมคำนี้ใช้ปักหมอนสามเหลี่ยม หมอนพิง.
ไหย้บังเหียน บังเหียนที่ใช้สวมปากม้าเวลาขี่ เรียก ไหย้ม้า บังเหียน หมากเหียน ก็ว่า.
ไหล1.)ชื่อพืชชนิดหนึ่ง ลำต้นกลมเล็กและยาว เรียก หญ้าไหล ใช้สำหรับทอเสื่อ ทอเสื่อคือต่ำสาด. 2.)เคลื่อนไปอย่างของเหลว เช่น น้ำ เรียก ไหล อย่างว่า เมื่อนั้นกุมภัณฑ์น้าวถนอมนางในอาสน์ คือคู่ไฟพ่างเผิ้งผายใกล้ล่ามไหล แท้แล้ว (สังข์).
ไหล่ส่วนของบ่าที่ติดกับต้นแขน เรียก ไหล่.
ไหล่เขาส่วนของเขาที่ถัดยอดเขาลงมาเรียก ไหล่เขา.
ไหล่ถนนส่วนของทางหลวงที่ติดอยู่กับทางทั้ง ๒ ข้าง.
ไหล่ทวีปบริเวณใต้น้ำทะเลรอบๆ ทวีป ซึ่งมีความลาดเอียงน้อยๆ แผ่ยื่นออกไปจากฝั่งทะเล นับจากแนวน้ำลงต่ำสุดลงไป เรียก ไหล่ทวีป.
ไหลหลั่งไปพร้อมกันเป็นแถวเป็นแนว เช่น ไปแห่นาค แห่กองบวช แห่กองหด อย่างว่า ยาบยาบย้ายเจียระจากนครหลวง พลายพังเสินย่างเชิงซำย้อง กลายกงชั้นเชียงหลวงไหลหลั่ง ฝูงไพร่พร้อมหิวไห้ฮุ่งหา (สังข์).
ไหวสั่น สะเทือน ไหวติง.
ไหว้ครูทำพิธีไหว้ครูบาอาจารย์.
ไหว้ทำความเคารพโดยยกมือขึ้นประนม.
ไหว้เจ้าทำพิธีเซ่นเจ้าตามธรรมเนียมจีน.
ไหว้บรรพบุรุษทำการไหว้บรรพบุรุษ บรรพบุรุษคือผู้เป็นต้นตระกูลของเรา คือ ทวด ปู่ย่าตายาย พ่อและแม่ การไหว้บรรพบุรุษคือไหว้สายเลือดของเรา เพราะท่านเหล่านี้เป็นผู้ให้กำเนิดแก่เรา.
ไหว้ผีพิธีไหว้ผี ผีที่นับถือซึ่งอยู่ตามป่าดงพงไพร ห้วยหนองคลองบึง ซึ่งถือว่าเป็นผู้รักษาสถานที่เหล่านั้น.
ไหว้พ่อแม่ทำพิธีไหว้พ่อแม่ พ่อแม่นั้นพระพุทธเจ้าสรรเสริญว่า เป็นคนมีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ต่อลูกของตน พ่อแม่เป็นทั้งบูรพาจารย์ เป็นทั้งเทวดาและอาหุเนยยะปูชนียะของลูก.
ไหว้วานขอร้องให้ช่วยงาน เรียก ไหว้วาน ประเพณีอีสาน เวลามีความจำเป็นจะไปไหว้วานญาติพี่น้องให้มาช่วยงาน เช่น ปลูกเฮือน ดำนา เกี่ยวข้าว ตีข้าว หาบข้าว ตำข้าว และช่วยในงานการกุศลต่างๆ โดยไม่มีค่าจ้างตอบแทน มีการเลี้ยงข้าวปลาอาหารตามธรรมเนียม.
ไหเหล้าไหสำหรับใส่เหล้า ไหซอง ก็ว่า อย่างว่า ให้แต่งตั้งเฝือนภาชพาคาว มธุรังเลียนแต่งดีดาตั้ง เฮืองเฮืองใต้เต็มฮาวเทียนธูป น้ำหล่อเหล้าไหต้นแต่งหมาย (สังข์).
เหมิดหมด ทั้งหมด หมดสิ้น
หลีโตน(กริยา) สงสาร รู้สึกเห็นใจในความเดือดร้อนหรือความทุกข์ของผู้อื่น, รู้สึกห่วงใยด้วยความเมตตากรุณา, เช่น เห็นเด็ก ๆ อดอยากก็รู้สึกสงสาร เห็นเขาประสบอัคคีภัยแล้วสงสาร.
เหลือโตน(กริยา) สงสาร รู้สึกเห็นใจในความเดือดร้อนหรือความทุกข์ของผู้อื่น, รู้สึกห่วงใยด้วยความเมตตากรุณา, เช่น เห็นเด็ก ๆ อดอยากก็รู้สึกสงสาร เห็นเขาประสบอัคคีภัยแล้วสงสาร.
เหลียโตน(กริยา) สงสาร รู้สึกเห็นใจในความเดือดร้อนหรือความทุกข์ของผู้อื่น, รู้สึกห่วงใยด้วยความเมตตากรุณา, เช่น เห็นเด็ก ๆ อดอยากก็รู้สึกสงสาร เห็นเขาประสบอัคคีภัยแล้วสงสาร.
เหี่ยตก หล่น
หัวสิงไคตะไคร้
หนักกระเดียม

รู้สึกจักจี้ รู้สึกจักจี้

หนักขี้กระเดียม

รู้สึกจักจี้ รู้สึกจักจี้

หัวร่อ

หัวเราะ

หัวสักกะเทียม

ล้มหัวคะมำ

หมื่อดินปืน
หมากกระดิง

กระดิงลูกโตๆ หล่อด้วยเหล็กหรือทองแดง ใช้สำหรับแขวนคอช้าง คนโบราณมีช้างแต่ไม่ชอบเลี้ยงช้าง ปล่อยให้มันไปหากินเอง เดือนหนึ่งๆ ก็ออกไปดูครั้งหรือสองครั้ง การไปดูก็ไม่ต้องไปถึงตัวช้าง เพียงได้ยินเสียงกระดิงก็กลับมา กระดิงที่แขวนคอช้างนี้ โบราณเรียก โปงลาง

หลงส่าว

เผลอ เผลอทำ ทำโดยไม่ได้ตั้งใจ

หัวแต่

เพิ่งจะ

หล่อย

หมดแรง

เห็นฮุง

มองเห็น เห็นได้ชัดเจน

หนักหน้าไปบ่ถอย

ดินพอกหางหมู

หมากโม

แตงโม

ห่าเทือ

เผื่อ เผื่อว่า

หยับย้ายส้ายสวย

ขยับขยาย ,เริ่มทำ

หล่อน

สะอาด เกลี้ยงเกลา

หยังบ่หยัง

จะยังไงก็แล้วแต่

ไม่ว่ายังไงก็...

อะไรอะไรก็...

โหล่ยจ๊ก

อาการของคนเดินไม่ปกติ เดินกะเผลก

หัวปอด

เป็นคำลงท้ายเมื่อไม่ต้องการ หรือไม่สนใจในสิ่งนั้น ๆ เช่น ช่างหัวปอด แปลว่า ช่างหัวมัน บ่เฮ็ดหัวปอด แปลว่า ไม่ทำมันแล้ว

หยื่ง

ท้องอืด

หมากแข้ง

มะเขือพวง

แหมะ

สิ

หน่อโจ๊ะโก๊ะ

หน่อไม้ที่งอกขึ้นจากดิน เป็นหน่อใหญ่และสั้น

หมากกอ

มะละกอ

หมากเยาป่า

สบู่แดง

แหง่งดาก

อาการที่นั่งบนพื้นแล้วเอียงตัวเล็กน้อย เพื่อที่จะผายลม

เห็บเสี้ยน

ชื่อแมลงชนิดหนึ่ง ตัวเล็ก อาศัยอยู่ในดิน กัดคันและเจ็บแสบ

แหง่งดากตด

อาการที่นั่งบนพื้นแล้วเอียงตัวเล็กน้อย เพื่อที่จะผายลม

หุ่น

รุ่น เช่น หุ่นเดียวกัน แปลว่า รุ่นเดียวกัน เกิดปีไล่เลี่ยกัน

หูหลูบ

อาการที่เร่งรีบมาก เช่น แล่นหูหลูบ