พจนานุกรมภาษาอีสานหมวด "ห"

คำศัพท์อีสานความหมาย
โห่งขัง, ท่วมขัง, น้ำฝนที่ตกลงมาแล้วขังอยู่
หนหวยรำคาญ, ไม่สบายใจ, หงุดหงิด, กังวลใจ
หัวซาสนใจ,ใส่ใจ
หลูโตน(กริยา) สงสาร รู้สึกเห็นใจในความเดือดร้อนหรือความทุกข์ของผู้อื่น, รู้สึกห่วงใยด้วยความเมตตากรุณา, เช่น เห็นเด็ก ๆ อดอยากก็รู้สึกสงสาร เห็นเขาประสบอัคคีภัยแล้วสงสาร.
หน้าแบ้หน้าตาตลก หน้าเหมือนแบ้ (แพะ) หน้าตาไม่ดี ไม่น่ามอง ไม่มีจุดเด่น อัปลักษณ์ ก็ว่า
โหระพาโหระพา
แหลว (นกชนิดหนึ่ง)เหยี่ยว ชื่อนกชนิดหนึ่งในจำพวกนกอินทรีมีหลายชนิด เช่น แหลวแดง แหลวตังบี้ แหลวนกเขา แหลวพานโตน อย่างว่า เชื้อชาติแฮ้งบ่ห่อนเวิ่นนำแหลว แนวหงส์คำบ่บินนำฮุ้ง (ผญา) คือคู่ลูกไก่น้อยรือย้านหย่อนแหลว (สังข์).
แหลวเหลว สิ่งที่มีลักษณะไม่ข้นเรียก แหลว เช่นน้ำและน้ำมัน เป็นต้น อย่างว่า คื่นคื่นช้างย้องย่างเงยงา มันแหลวไหลอาบคีงคือน้ำ พลกือก้ามเต็มไพรฮ้องโห่ เขาก็จาจีกใส้กินแกล้มนี่นัน (สังข์).
หงากหงากเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงเด็กร้องไห้ดังหงากหงาก.
หง้างสัตว์จำพวกอึ่งเวลาร้องเสียงดังหง้างหง้าง เรียก อึ่งหง้าง.
หง้างแยก ถ่าง กาง ถ่างขาออกจากกันเรียก หง้างขา.
หง้าวเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงแมวร้องดังหง้าวหง้าว.
หงำบัง ข่ม ครอบ เช่น ต้นไม้ใหญ่ในนาบดบังแสงแดดไม่ส่องลงถึงพื้น หรือผู้ใหญ่อยู่เด็กหมดความสนุกรื่นเริง อย่างว่า ไม่ใหญ่หงำนา ขาใหญ่หงำหี (ภาษิต).
หน้าบางไวต่อความรู้สึกละอาย.
หมดสิ้น ไม่มี ไม่เหลือ เช่น หมดลม หมดแล้ง หมดข้าว หมดปลา หมดนา หมดบ้าน.
หม้อแกงหม้อชนิดต่างๆ ใช้สำหรับแกง เรียก หม้อแกง เช่น หม้อแกงปลา แกงกบ แกงไก่ แกงเอี่ยน อย่างว่า มีปลาบ่มีหม้อชิเอาหยังต้มอ่อม หม้อนั้นคันช่างเขาบ่ปั้นบ่มีได้อ่อมแกง (ย่า).
หมองขุ่น มัว ไม่ใส ใจที่ขุ่นมัวด้วยความโลภโกรธหลง เรียก ใจหมอง อย่างว่า พี่ท่านเศร้าหมองมั้วหม่นตรอม (สังข์).
หมองแหมงเสียงกระซิบกระซาบเล่าลือกัน เรียก หมองแหมง อย่างว่า ให้บอกน้องแก่นแก้วนางนาฏมาใน ดูดั่งคำหมองแหมงฝ่ายเฮาฮอยคิ้ว จริงแล้ว เมื่อนั้นสองกษัตริย์เจ้าสุมุณฑาทังลูก ขึ้นสู่หอช่อแก้วประณมท้าวที่ยำ (สังข์).
หม้อต้อคนที่มีรูปร่างเตี้ยและอ้วน เรียก สั้นหม้อต้อ ต้อหม้อ ก็ว่า.
หมันเชือกหรือผ้าเศษที่ชุบน้ำมันยางสำหรับอุดรูรั่วของเรือที่แตกเป็นแนวยาวและกว้างเรียก ตอกหมันเฮือ.
หมากปิ่นกังหัน ไม้หมุนด้วยกำลังลมใช้พัดเอาลมเมื่อต้องการ ใชัพัดเอาน้ำเมื่อต้องการขึ้นมาทำการเพาะปลูกพืช เรียก หมากปิ่น.
หมานโชคดี,รวย ได้มาก
หมายเหตุคำอธิบายเพิ่มเติม.
หมื้อ,หมื่อดินปืน
หมุดเครื่องสำหรับกรึงหรืออุดรู เรียก หมุด เข็มที่มีหัวเป็นปุ่มใช้กลัดกระดาษเรียก เข็มหมุด อีกอย่างหนึ่งเรียกไหมที่สาวจากฝักหลอกหลีบ(ลีบ)ว่า ไหมหมุด.
หมุดหมัดอึดอัด รำคาญ คนแสดงอาการอึดอัดใจ ไม่ปลอดโปร่ง เรียก หมุดหมัด.
หยองหยิก งอ ผมที่หงิกงอ เรียก ผมหยอง.
หยังอะไร
หยุมขยุ้ม ขยุ้มด้วยเล็บ
หลมช่อง ปล่อง มีช่องที่หนทางที่ไหนก็ไปที่นั่น อย่างว่า หลมแค่งหา หลมขาสอด (ภาษิต).
หล่มที่ลุ่มมีโคลนลึก ที่ลุ่มด้วยโคลน.
หลวงใหญ่ เมืองใหญ่ เรียก เมืองหลวง อย่างว่า เมืองหลวงล้นระงมคนเค้าคั่ง น้ำแผ่ล้อมระวังต้ายชั่วพัน (สังข์) สมุทรใหญ่ เรียก สมุทรหลวง พระยาผู้ใหญ่ เรียก พระยาหลวง เหยี่ยวใหญ่เรียก แหลวหลวง.
หลวดหลวดเสียงน้ำไหล น้ำหลากไหลเร็ว เรียก ไหลหลวดหลวด.
หล้วยหลวม ลื่น ของที่หลวมและลื่น เรียก หลวมหล้วย หลมหล้วย ก็ว่า.
หลอยแอบฉวยเอาไป เช่น ขโมยลอบลักเอาเสื้อผ้าหรือเงินทองในเมื่อเจ้าของเผลอ เรียก หลอยเอา.
หลักแหลมคมคาย เฉียบแหลม.
หล่าเผือด หน้าซีดเผือด
หลายมาก ของมีจำนวนมาก มากจำนวนสิบๆ เรียก หลายสิบ จำนวนร้อยๆ เรียก หลายร้อย จำนวนพันๆ เรียก หลายพัน
หลุนลุ่น วัวหรือควายที่ไม่มีเขาเรียก งัวหรือควายเขาหลุน.
หว้านประดงว่านชนิดหนึ่ง
หอผาสาทเรือนที่มีหลังคาเป็นยอดแหลม ซึ่งเป็นที่ประทับของพระราชามหากษัตริย์ เรียก หอผาสาท.
หัตถกรรมการทำในโรงงานอุตสาหกรรม.
หั่นเอาของวางลงบนเขียงแล้วตัดให้เป็นชิ้นเล็กๆ เรียก หั่น เช่น หั่นปลา หั่นเนื้อ หั่นผัก หั่นแตง.
ห้าจำนวนสี่บวกหนึ่ง เรียก ห้า ชื่อเดือนทางจันทรคติ เรียก เดือน ๕ ตกในราวเดือนเมษายน อย่างว่า เมื่อนั้นพระบาทเจ้าผู้ผ่านเมืองประกัน ถือพลเถิงตูมวางแวดเวียงระวังล้อม ตีพลายไว้หัวแหลมห้าหมื่น ย้ายหมู่ตั้งฮิมแม่ทรายคำ (ฮุ่ง).
หูดมะกรูด ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งผลคล้ายมะนาว แต่ใหญ่กว่า มี ๒ ชนิด คือ ชนิดที่เป็นกะตูดกะตีด (ขรุขระ) และชนิดเกลี้ยง ชนิดขรุขระมีรสเปรี้ยว ชนิดเกลี้ยงมีรสหวาน อย่างว่า มีทังหมากหูดเกี้ยงเดียระดาษของหวาน (ขุนทึง).
หูฮาหมอดู เรียก หมอหูฮา เอาสระอูที่หู เป็นโอ อ่านว่า โห เอา ฮ สระอาเป็น ร อ่านว่า รา โหรา แปลว่าโหรคือหมอดู.
หูฮาศาสตร์ตำราว่าด้วยวิชาการดูหมอ.
เหงข่มเหง กดขี่ รังแก อย่างว่า ให้ผาบแพ้ธรเทพกันดาร เจ็บเพื่อมารมาเหงข่มเอาพระองค์น้อง เฮาก็หวังกัดก้ำหนมันมีหย่อน ก็บ่แล้วประโยชน์ย้อนยังเกี้ยวกีดทวง แท้แล้ว (สังข์) ทับเรียก เห็ง อย่างว่า เสียงยิ่งเพี้ยงฟ้าลั่นลงเห็ง (สังข์).
เหง้าต้นตระกูล ผู้เป็นต้นตระกูลเรียก เหง้า อย่างว่า ฝูงนี้เชื้อลูกท้าวแนวเหง้ากิ่งสกุล (กา) พระก็สุขอยู่สร้างเสวยราชเฮืองฮม แพงจอมศรีซู่นางปานแก้ว แม้นว่าเทวีเหง้าจันทานางเอกก็ดี พระก็ฮักยิ่งเพี้ยงแพงไว้เกิ่งเมือง (สังข์).
เหง้าคนที่รักใคร่ชอบใจเรียก เหง้า อย่างว่า สองกล่อมชู้ชมเหง้าส่วงเหงา (สังข์).
เห็จเหาะ ไปในอากาศ.
เหน็บชื่อมีดชนิดหนึ่ง ปลายแหลมคล้ายมีดตอก แต่ด้ามสั้นและตรง เรียก มีดเหน็บ.
เหน็บเสียบ สอด สอดชายผ้านุ่งที่ม้วนแล้วลงข้างหลัง เรียก เหน็บเตี่ยวผ้า.
เหบชื่อนกชนิดหนึ่งคล้ายหงส์ เรียก นกเหบ นกเหก ก็ว่า อย่างว่า กับทังเนื้อนกเลี้ยงประหิดเหียนหงส์เหบ ขัวข่อขุ้มกะทากี้ก่างตอง (สังข์).
เหือดแห้ง หมดลง ค่อยหายไป เช่น น้ำตาไหลไม่ขาดสาย เรียก ไม่เหือด อย่างว่า ก็บ่เหยเหือดน้ำตาย้อยย่าวไหล (สังข์).
แหลวคำเหยี่ยวแดง เหยี่ยวที่มีหงอนแดง เรียก แหลวคำ อย่างว่า แม้งหนึ่งสูรย์คลาดคล้อยใกล้ค่ำออระชอน คับคาเห็นแหลวคำดั่งบนบินเค้า อันนั้นรือบ่ภูธรไท้จอมหัวท้าวกว่า กูนี้ เดินดุ่งเต้าเอาน้องเพื่อนเพลา แลชาม (ฮุ่ง).
แหลวหลวงเหยี่ยวใหญ่ เรียก แหลวหลวง อย่างว่า ครุฑใหญ่เปลื้องปีกแกว่งผาปิว แปนตูเห็นนาคเนืองในน้ำ แหลวหลวงเค้าหัวลายลุยผ่า นาคสว่านฟ้งฟางฮ้อนซ่าเสียง (สังข์).
โหน้งไม่ชัด เพี้ยน แปร่ง พูดแปร่ง เรียก เว้าโหน้ง เว้าเสียงเอกเป็นเสียงโท.
ให้ค่อยแก้แก้ไขสิ่งที่ไม่ดีให้ดี เรียก แก้ การแก้นั้นจะต้องแก้ให้ดีเท่าที่จะแก้ได้ และต้องแก้ให้ดีในทุกวิถีทาง อย่างว่า ให้ค่อยคึดค่อยแก้ค่อยแก่ค่อยดึง ให้ค่อยขุดค่อยขนค่อยคนค่อยค้ำ ให้ค่อยทำคอยสร้างอย่าวางใจให้ค่อยแล่น ให้ค่อยแงะค่อยแง้มมันชิได้ต่อนคำ (ย่า)
ให้ค่อยทำทำโดยไม่อ้างกาลเวลาไม่ว่าหนักว่าเบา ไม่ว่ายากว่าง่าย ทำโดยไม่ละทิ้ง เรียก ให้ค่อยทำ อย่างว่า ให้ค่อยตักค่อยต้อนชิเห็นต่อนแกงปลา ให้ค่อยหวิดค่อยสาอย่าเซาวางไว้ คันหากเป็นตาหย้ำให้ทำกินฟ้าวฟั่ง อย่าได้นั่งเค้าเม้ามัวเว้าบ่ดี (กลอน).
ให้ค่อยไปการสั่งเสียก่อนจะจากไปเรียก ให้ค่อยไป อย่างว่า ให้ค่อยไปดีเยอเจ้าผู้หงส์คำผ้ายเวหาเหินเมฆ กาดำเอิ้นจ้อยจ้อยให้อวนเจ้าอ่วยคืน (ผญา).
ใหญ่โต ไม่เล็ก โต เรียก ใหญ่ ลูกคนโต เรียก ลูกผู้ใหญ่ บ้านที่กว้างขวาง เรียก บ้านใหญ่ สิ่งของขนาดใหญ่ เรียก ใหญ่ อย่างว่า สองนายตั้งปานโตงเหล้าใหญ่ ชอบที่วอนพี่ผู้คีงค้อมค่อยเอา (ฮุ่ง) ยุ่งเหยิงมาก เรียก หยุ้งใหญ่ อย่างว่า ต้นไม้ใหญ่บ่มีผีสาวผู้ดีบ่มีชู้ธรณีบ่อกแตกสารือ ตาแฮกเปิดไก่ต้มดินชิแห้งไง่ผง (ผญา).
ใหม่เพิ่งมี เช่น ลูกใหม่ เมียใหม่ ข้าวใหม่ เสื้อผ้าใหม่ ความรู้ใหม่ เรียก ใหม่.
ให้เลี้ยงการอุปถัมภ์บำรุงโดยไม่ปล่อยปละละทิ้ง เรียกว่า ให้เลี้ยง อย่างว่า ให้น้องเลี้ยงพี่ไว้ตางหมาหอนเห่า บาดชู้เก่ามาฮอดแล้วไลถิ้มบ่ว่าสัง (ผญา).
ไหแคไหสำหรับใส่เหล้าโท เรียก ไหแค อย่างว่า ปุนกันฟายไหแคเปลี่ยนกันกินเมี้ยน (ฮุ่ง).
ไหปลาแดกไหสำหรับใส่ปลาร้า เรียก ไหปลาแดก ที่เรียกชื่อปลาแดกเพราะเอาปลา เกลือและรำข้าวมาผสมเข้ากันแล้ว นำไปตำในครกมองให้แหลก เรียก ปลาแดก ปลาแหลก ก็ว่า บ้างก็ว่า เพราะการนำปลาที่ตำแล้วมายัดลงในไหที่ปากแคบ การยัดปลากดดันลงในไห เรียก ปลาแดก.
ไหปากกว้างชื่อไหชนิดหนึ่ง ปากกว้างก้นกว้าง สำหรับใส่น้ำกินน้ำอาบ ไม่มีฝาปิด.
ไหไพไหที่ใหญ่ ปากกว้าง ก้นกว้าง สำหรับใส่น้ำอ้อยงบ ใส่เกลือเก็บไว้กินได้เป็นปีๆ.
ไหม้เผา ลุก ติดเชื้อ เช่น ไฟเผาเรือน เรียก ไฟไหม้เฮือน อย่างว่า ไฟบ่ไหม้เฮือนใผกะพออยู่ (ภาษิต).
ไหมขี้เส้นไหมที่สาวออกมาทีแรกเส้นไหมไม่ค่อยเรียบ มักมีขี้ไหมติดตามเส้นไหม เรียก ไหมขี้ ไหมขี้นี้จะต้องฟอกล้างเสียก่อนจึงจะใช้ทอให้เป็นไหมดีได้.
ไหมควบเส้นไหมที่ปั่นควบกันตั้งแต่สองเส้นขึ้นไป ใช้ทอเป็นผ้า เรียก ผ้าควบ ผ้าควบผ้าลัง ก็ว่า.
ไหมคอเส้นไหมที่ละเอียด ไม่มีขี้ติดเหมาะที่จะใช้ทอได้ทันที เรียก ไหมคอ.
ไหมคำเส้นไหมที่ควบด้วยทองแล่ง มีสีเหมือนทองคำ เรียก ไหมคำ ไหมคำนี้ใช้ปักหมอนสามเหลี่ยม หมอนพิง.
ไหย้บังเหียน บังเหียนที่ใช้สวมปากม้าเวลาขี่ เรียก ไหย้ม้า บังเหียน หมากเหียน ก็ว่า.
ไหล1.)ชื่อพืชชนิดหนึ่ง ลำต้นกลมเล็กและยาว เรียก หญ้าไหล ใช้สำหรับทอเสื่อ ทอเสื่อคือต่ำสาด. 2.)เคลื่อนไปอย่างของเหลว เช่น น้ำ เรียก ไหล อย่างว่า เมื่อนั้นกุมภัณฑ์น้าวถนอมนางในอาสน์ คือคู่ไฟพ่างเผิ้งผายใกล้ล่ามไหล แท้แล้ว (สังข์).
ไหล่ส่วนของบ่าที่ติดกับต้นแขน เรียก ไหล่.
ไหล่เขาส่วนของเขาที่ถัดยอดเขาลงมาเรียก ไหล่เขา.
ไหล่ถนนส่วนของทางหลวงที่ติดอยู่กับทางทั้ง ๒ ข้าง.
ไหล่ทวีปบริเวณใต้น้ำทะเลรอบๆ ทวีป ซึ่งมีความลาดเอียงน้อยๆ แผ่ยื่นออกไปจากฝั่งทะเล นับจากแนวน้ำลงต่ำสุดลงไป เรียก ไหล่ทวีป.
ไหลหลั่งไปพร้อมกันเป็นแถวเป็นแนว เช่น ไปแห่นาค แห่กองบวช แห่กองหด อย่างว่า ยาบยาบย้ายเจียระจากนครหลวง พลายพังเสินย่างเชิงซำย้อง กลายกงชั้นเชียงหลวงไหลหลั่ง ฝูงไพร่พร้อมหิวไห้ฮุ่งหา (สังข์).
ไหวสั่น สะเทือน ไหวติง.
ไหว้ครูทำพิธีไหว้ครูบาอาจารย์.
ไหว้ทำความเคารพโดยยกมือขึ้นประนม.
ไหว้เจ้าทำพิธีเซ่นเจ้าตามธรรมเนียมจีน.
ไหว้บรรพบุรุษทำการไหว้บรรพบุรุษ บรรพบุรุษคือผู้เป็นต้นตระกูลของเรา คือ ทวด ปู่ย่าตายาย พ่อและแม่ การไหว้บรรพบุรุษคือไหว้สายเลือดของเรา เพราะท่านเหล่านี้เป็นผู้ให้กำเนิดแก่เรา.
ไหว้ผีพิธีไหว้ผี ผีที่นับถือซึ่งอยู่ตามป่าดงพงไพร ห้วยหนองคลองบึง ซึ่งถือว่าเป็นผู้รักษาสถานที่เหล่านั้น.
ไหว้พ่อแม่ทำพิธีไหว้พ่อแม่ พ่อแม่นั้นพระพุทธเจ้าสรรเสริญว่า เป็นคนมีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ต่อลูกของตน พ่อแม่เป็นทั้งบูรพาจารย์ เป็นทั้งเทวดาและอาหุเนยยะปูชนียะของลูก.
ไหว้วานขอร้องให้ช่วยงาน เรียก ไหว้วาน ประเพณีอีสาน เวลามีความจำเป็นจะไปไหว้วานญาติพี่น้องให้มาช่วยงาน เช่น ปลูกเฮือน ดำนา เกี่ยวข้าว ตีข้าว หาบข้าว ตำข้าว และช่วยในงานการกุศลต่างๆ โดยไม่มีค่าจ้างตอบแทน มีการเลี้ยงข้าวปลาอาหารตามธรรมเนียม.
ไหเหล้าไหสำหรับใส่เหล้า ไหซอง ก็ว่า อย่างว่า ให้แต่งตั้งเฝือนภาชพาคาว มธุรังเลียนแต่งดีดาตั้ง เฮืองเฮืองใต้เต็มฮาวเทียนธูป น้ำหล่อเหล้าไหต้นแต่งหมาย (สังข์).
เหมิดหมด ทั้งหมด หมดสิ้น
หลีโตน(กริยา) สงสาร รู้สึกเห็นใจในความเดือดร้อนหรือความทุกข์ของผู้อื่น, รู้สึกห่วงใยด้วยความเมตตากรุณา, เช่น เห็นเด็ก ๆ อดอยากก็รู้สึกสงสาร เห็นเขาประสบอัคคีภัยแล้วสงสาร.
เหลือโตน(กริยา) สงสาร รู้สึกเห็นใจในความเดือดร้อนหรือความทุกข์ของผู้อื่น, รู้สึกห่วงใยด้วยความเมตตากรุณา, เช่น เห็นเด็ก ๆ อดอยากก็รู้สึกสงสาร เห็นเขาประสบอัคคีภัยแล้วสงสาร.
เหลียโตน(กริยา) สงสาร รู้สึกเห็นใจในความเดือดร้อนหรือความทุกข์ของผู้อื่น, รู้สึกห่วงใยด้วยความเมตตากรุณา, เช่น เห็นเด็ก ๆ อดอยากก็รู้สึกสงสาร เห็นเขาประสบอัคคีภัยแล้วสงสาร.
เหี่ยตก หล่น
หัวสิงไคตะไคร้