พจนานุกรมภาษาอีสานหมวด "ฮ"

คำศัพท์อีสานความหมาย
เฮือนเรือน , บ้าน , ที่อยู่อาศัย
ฮ้อนร้อน
ฮักรัก
ฮุ้งกินน้ำรุ้งกินน้ำ
เฮ็ดทำ
เฮ็ดไฮ่เฮ็ดนาทำไร่ทำนา
เฮ็ดหยังทำอะไร
ฮ่วยคำอุทานเมื่อทำอะไรผิด
ฮึมพื้นที่น้ำแฉะตลอดทั้งปี ตกชุก ตกไม่ขาด เรียกฝนที่ตกชุกไม่ขาด เรียก ฝนตกฮึม.
เฮาเรา
ฮีฮำทำเสมอ
ฮู้รู้
ฮั้วรั้ว
ฮ้านนั่งร้าน
ฮอยรอย
ฮูรู
ฮิมริม
โฮมกันรวมกัน
เฮียงกันเรียงกัน
เฮียนฮู้เรียนรู้
ฮ้อยปี่ร้อยปี
ฮีตคลองจารีตประเพณี
ฮู้จักรู้จัก
เฮือนซานบ้าน หรือ เรือนชานบ้านช่อง
เฮียตกไป
แฮผ้าแพร
โฮมตุ้มชุมนุม , รวมตัว
ฮู้เมือรู้สึกตัว
ฮำฮอนอาลัยอาวรณ์
ฮ้าย ดุ, ดุดัน, ต่อว่า ต่อขาน
เฮ็ดงาน ทำงาน
แฮง แรง, ดัง, มาก
แฮกหมาน ประเดิม
ฮู้โตรู้ตัว
ฮิเรื่องมาก , ตำหนิ , ช่างเลือกมาก, ไม่ถูกใจ, ไม่พอใจ, ไม่ชอบ
แฮ่กรวด หินลูกรัง
แฮเตรียมไว้ให้พร้อม
ฮ่ายร้าย ดุ
เฮือนเรือน บ้าน
ฮ่างพัง ชำรุด เสียหาย
ฮดรด สรง สรงโสรจ สรงน้ำเจ้านาย หรือสงน้ำพระเถระ เรียก ฮดสรง หดสรง ฮด หด ก็ว่า อย่างว่า พระบาทเจ้าตนแม่นางจอม ก็ดี บัดนี้กรมถองเถิงถืกคีงบาท้าว ว่าเนอ เมืองปะกันนั้นเงินยางเมืองพ่อ ชาแล้ว เฮาจักฮดแจ่มเจ้าสองท้าวใส่เมือง (ฮุ่ง).
ฮดทา ลูบไล้ ทาหรือลูบไล้ร่างกายด้วยของหอม เรียก ฮด อย่างว่า แม่หอดไห้ทังลูกหิวหาย สองนางฮดลูบเสนสรงเนื้อ พอดีเมี้ยนผืนแพงช้ำสั่ง ให้ท่านแยงยอดฟ้ายากลั้วเผ่าผง แท้เน้อ (สังข์).
ฮนดิ้นรน กระวนกระวาย ร้อนรน
ฮมรำพึงถึง อย่างว่า เจ้าคอยย้ายเยื้อนยากโฮยแฮง กลายที่นาเนืองเถิงเถื่อนหลวงหลายชั้น อาดูรฮ้อนฮมเถิงนางนาฏ นกฮ่ำฮ้องชมต้องตื่มลาง (สังข์).
ฮวก

ลูกกบหรือลูกเขียดตัวเล็กๆ มีหางเรียก ฮวก ลูกกบเรียก ฮวกกบ ลูกเขียดเรียก ฮวกเขียด อย่างว่า ฝนชิลาฟ้าปูปลาชิลาบวก ฮวกชิลาแม่น้ำนางน้อยค่อยอยู่ดี (ผาแดง).

ฮวกชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ลำเล็กไม่มีหนาม เรียก ไม้ไผ่ฮวก ไม้ฮวก ก็ว่า.
ฮ่วมร่วม สมสู่อยู่ร่วมกัน เรียก ฮ่วมกัน อย่างว่า นับแต่กุมภัณฑ์ได้จอมพระนางมาฮ่วม หลายขวบเข้าระดูได้แปดปีนั้นแล้ว สองกล่อมกลิ้งรัตนาสน์เฮียงฮส เสนหาฮักลวดลืมเมืองบ้าน (สังข์).
ฮอกกระรอก กระรอกเรียก กะฮอก ฮอก ก็ว่า อย่างว่า ผ่อดูซว่าซว่าพร้อมนันส่ำแสนสัตว์ สักกุณานกฮอกหอนเหนอ้ม บาหากโอยทานแท้ยายปันเป็นคู่สัตว์สิ่งเค้าคณาพร้อมเพิ่งบุญ (สังข์).
ฮ่องร่อง ทาง ทางน้ำไหล เรียก ฮ่องน้ำ อย่างว่า ตามใจน้ำชิไหลไปตามฮ่อง บ่ห่อนไหลล่องขึ้นเมือฟ้ายอดดอย (ผญา).
ฮ้องร้อง เปล่งเสียงดัง เรียก ฮ้อง อย่างว่า ฟังยินโกนโดกฮ้องฮิ่มไฮ่กินไฮ พุ้นเยอ บาศรีเสด็จออกโฮงคนเฝ้า เจืองก็จงใจแก้วโฉมงามง้อมม่วน ผู้ที่เหง้ากระหายฮ้อนคู่ไฟ (ฮุ่ง).
ฮอดถึง ไปถึง เรียก เดินฮอด ถึงเวลา ฮอดยาม ถึงดี เรียก ฮอดดี เดินไปถึง เรียก ดั้นฮอด คิดถึง เรียก คึดฮอด อย่างว่า คึดฮอดน้องนอนกรองน้ำตาหลั่ง คันแม่นพังจั่งส้างเพม้างตั้งแต่ดน (กลอน).
ฮ้อยปลาชื่อพรรณไม้เถาชนิดหนึ่ง เรียก เครือฮ้อยปลา.
ฮักแพงรักอย่างทนุถนอม เช่น เอาใจใส่ดูแลเรือดไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม รักเหมือนดวงตา เรียก ฮักแพง อย่างว่า พระก็ยกยอดแก้วไว้เกิ่งนครขวาง พระแพงเพียงพระเนตรเนาในหน้า ปุนสาวใช้คำออนเอื้อยมุ่ง สองพี่น้องประสงค์ตั้งปิ่นปัว (สังข์).
ฮาก1.)ราก อาเจียน อาหารที่กลืนลงไปแล้วอาเจียนออกมาทางปาก เรียก ฮาก เช่น ฮากเข้า ฮากน้ำ ฮากขี้เพี้ย ฮากขี้โพ่น. 2.)ส่วนของต้นไม้ที่หยั่งลงไปในพื้นดิน เพื่อดูดเอาอาหารมาเลี้ยงลำต้น เรียก ฮากไม้ คนที่เป็นดุจรากไม้ดูดเอาอาหารมาเลี้ยงประเทศชาติให้เจริญ เรียก ฮากคน.
ฮาดราด เทของเหลวๆ เช่น น้ำลงไปเรียก ฮาด เช่น ขี้ฮาด เยี่ยวฮาด อย่างว่า ตาบอดขี้ถืกปล่อง ตาดีขี้ฮาด (ภาษิต).
ฮงพัง ทะลาย อย่างว่า ฮ้อยขวบอย่าอนตาย นอนสองเฮียมฮ่วมห้อง มีญิงชายช้อนหน่อ น้ำต้องก็อย่าฮง (ฮุ่ง).
ฮ้งอาการช้ำของโป้มือ (หัวแม่มือ) เกิดจากดำนาแก่น เรียก มือฮ้ง หรืออาการที่น้ำไหลลอดคันนา เรียก คูฮ้ง อย่างว่า เห็นว่าปลาทอต้อนหมายชิตำปลาแดก บาดห่าต้อนเจ้าหลูคูเจ้าฮ้งชิพายข้องปื่งดัง (กลอน).
ฮงฮงสุกใส แวววาว แสงสีของปราสาทราชมณเทียรสุกใส เรียก แสงฮงฮง อย่างว่า เมื่อนั้นนางหนุ่มท้าวธรงธูปขานฮับ คับคาเถิงข่วงคลองคนล้อม ฮงฮงเหลื้อมรังสีใสส่อง ภูเบศรเจ้าทังน้องออกอวน (สังข์) แก้วที่มีแสงสุกใส เรียก ใสฮงฮง อย่างว่า เห็นว่าได้หน่วยแก้วอย่าฟ้าวเปิบใจหลาย หาดห่าฮงฮงใสหน่วยขวางใผชิฮู้ (กลอน) ไฟที่มีแสงสุกใส เรียก ไฟฮงฮง อย่างว่า ออระเนกเนื้อเจ้ายี่ลาลง ฮงฮงไฟเฮื่อเฮืองทุกด้าน ดินผงกลั้วตีนพลายหนักเนื่อง ขายี่ขึ้นมือกว้านฮุ่งสาว (ฮุ่ง).
ฮนฮวายกระเสือกกระสน ทุรนทุราย อย่างว่า ฮนฮวยย้านบาคราญเปื้องแกว่ง ทวนหอดง้าวตำต้องหมู่มาร (กา).
ฮนฮ้องร้องรน อย่างว่า ชะแลบนิ้วเกี้ยวกอดหาคอน คอนชะโลมพลอยถืกนมฮนฮ้อง บางยี่เที้ยนแสนแวนพ้นเพื่อน แฮงดั่นดิ้นตีนข้องท่าวหงาย (ฮุ่ง).
ฮนฮ้อนร้อนรน อย่างว่า ชาวเมืองมวลป่วงวินฮนฮ้อน (กา).
ฮนเฮกระสับกระส่าย ทุรนทุราย อย่างว่า คื่นคื่นก้องกงแม่สมุทรหลวง ชาวนาคาตื่นเฮฮนย้าน พระก็กลัวตายแท้มีขืนขัดอยู่ เลยเล่าเตินแต่งพร้อมพงศ์เชื้อป่าวไป (สังข์).
ฮบรบ ต่อสู้ ไก่ตีกันเรียก ไก่ฮบกัน คนรบกันต่อสู้กัน เรียก ฮบกัน ฮบเศิ็ก ก็ว่า อย่างว่า ไปฮบเศิ็กไปฆ่า ไปค้าไปตั๋ว (ภาษิต).
ฮบฮ่อตั้งใจรบ อย่างว่า เลือดหลั่งเพี้ยงฟ้าเร่งระงมฝน มารายเต็งดั่งหีนกลางแก้ง พอดีค้นคืนมาฮบฮ่อ บาบ่ยั้งโยงก้าวแกว่งธนู (สังข์).
ฮบฮาบรบให้ราบ ปราบให้เรียบ อย่างว่า ลือเดชท้าวคุงใคร่อัศจรรย์ จอมใจทานบ่ยอมยังฆ่า สังข์ศรกลั้วมารแฮงฮบฮาบ ม้างหมู่ล้านปุนแพ้โคบคืน (สังข์) เฮาก็ฮบฮาบแพ้หลายท่ากระจัดจวน ยังเล่านองพลมาดั่งเหมือยไหลข้อน แหนแก่ผลควรให้ฮมเพิงคนิงมาก ปางนี้ แต่นั้นโดยแฮ่งฮ้อนเฮวม้าฮีบแฮง (ฮุ่ง).
ฮมณังไหว้วอนถึง อย่างว่า บัดนี้เฝือหากทุกข์ขนาดแท้ทูลฮอดฮมเถิงแลเด ขอแก่เทโวตรัสส่องญาณเยืองข้า เมื่อนั้นฮมนังเท้าอินตาตนประเสริฐ เล็งโลกกว้างเห็นท้าวพรากพลอย (สังข์).
ฮมนาคิดถึง คร่ำครวญถึง อย่างว่า เมื่อนั้นภูบาลฮู้ฮมนาช้อยชื่น ฟังยินตุริยาตรย้ายกลองฆ้องกล่อมสังข์ พิณพาทย์ไค้แคนขลุ่ยขานซอ แต่สังข์สูรกล่อมพิณโพนโล้ (สังข์).
ฮมเพิงรำพึง รำพึงเรียก ฮมเพิง ฮ่มเพิง ฮ่ำเพิง ก็ว่า อย่างว่า ยศโยกเจ้าฟ้าคื่นคนิงคุณ ฮมเพิงขานเหนี่ยวเจืองใจกล้า เชิญศรีแก้วบุญสูงเสด็จด่วน ลงจากฟ้าเสถียรสร้างส่ำราญ (ฮุ่ง).
ฮ่มเมืองเจ้าเมืองที่ปกปักรักษาให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข เรียก ฮ่มเมือง อย่างว่า ฟังยินฮื่นฮื่นฟ้าปีใหม่ฮวายเสียง พุ้นเยอ ออระทึมบดฮ่มเมืองแสนท้าง ทุกเชียงย้องนางจอมเป็นยอด เฮืองเฮื่อช้างงาซ้องอยู่โฮง (ฮุ่ง).
ฮมย์ชื่นชม ยินดี อย่างว่า แสนโศกฮ้อนพ้นที่คำเคือง ทรงอาลัยอยู่หมองเหมือนไข้ อันว่าฮมย์ฮักเจ้าเจืองลุนล้านส่ำ มโนนาถไท้แนมน้องบ่วาง (ฮุ่ง).
ฮมฮมเสียงพูดจากัน อย่างว่า ฝูงพี่น้องเห็นฮ่างฮอยหัว ลอนว่าไกลตาตูตู่คอนคนบ้า นั่นรือ เมื่อนั้นฮมฮมพร้อมสาวศรีสงวนบ่าว อย่าว่าข้าท่านไท้ใจแจ้งโลบลวง (สังข์) แค่งแค่งเมี้ยนแคเลิกลาลง ฮมฮมมวลด่วนแลงมาตั้ง ชะบุเนื้อเสวยทอนแล้วอย่า วันเฮื่อค้อยเหมือยกั้งก่องกาย (ฮุ่ง).
ฮวงรวง พวง ช่อ เม็ดข้าวเปลือกที่ติดอยู่กับต้น เรียก ฮวงเข้า รวงผึ้งที่ติดกันเป็นแผ่น เรียก ฮวงเผิ้ง ไม้ไผ่ที่เหลากลมๆ แล้วสอดเข้าไป ถ้าสอดเข้าตระกร้า เรียก ฮวงกะต่า สอดเข้ากะออมตักน้ำ เรียก ฮวงคุ.
ฮ่วงร่วง หลุด หล่น ใบไม้หรือดอกไม้ที่เหี่ยวแห้งแล้วร่วงหล่นลงมา เรียก ใบไม้ฮ่วง ดอกไม้ฮ่วง อย่างว่า เมื่อนั้นฮว่านฮว่านฟ้าฮ้องฮ่ำฮวายเสียง ทุกไทชมชื่นระดูเดือนตั้ง ดีแก่ลมเผลียงไม้ใบปิวเปื้องฮ่วง โพยมเมฆตั้งตาวันไว้เมื่อหนาว (ฮุ่ง) ก็หากดูเลิศล้ำคือดั่งสวนสวรรค์ นานามีมากมายหลายต้น หอมตลบฟ้งคันธเสนฮสฮ่วง เดือนสี่ตั้งระดูได้ฮอดเพ็ง (สังข์).
ฮวงฮังรวงรัง รัง ที่อยู่อาศัยของไก่ เรียก ฮังไก่ ของนกเรียก ฮังนก ของหนูเรียก ฮังหนู ฮัง ฮวงฮัง ก็ว่า อย่างว่า ใกล้ฮุ่งเค้าชะนีค่อนขานเสียง เจียจรคืนคอบฮังเฮืองแจ้ง ทังปวงพร้อมทอครัวครบหาบ เตินเพื่อนเผี้ยนงายแล้วเล่าไป (สังข์).
ฮวงเฮ้าตลบ อบอวล ดอกไม้ที่หอมตลบอบอวนไปตามลม เรียก หอมฮ่วงเฮ้า อย่างว่า แต่นั้นเสเนศท้าวทวายทอดสรงตาม บัวนางประดับหลั่งเติมตามข้า เซ็นเซ็นน้ำคันธเสนฮวายฮวาด หอมฮ่วงเฮ้าโดยเท้าทั่วปรางค์ (สังข์) หอมฮ่วงเฮ้าคันธชาติกฤษณา ปุนดั่งเนาในปรางค์แม่โฮยฮมให้ เทื่อนี้ไกลกษัตรีย์แก้วเดินเห็นหลายหลาก แม่อยู่บ้านฮอยไห้ฮุ่งหา แลนอ (สังข์).
ฮ่วงโฮยร่วงโรยร่วง หล่น อย่างว่า ทังดอกก้ายแดงอ่อนเหลือหลาย ก็มี กาสะทึงทังดอกกลมแกมพั้ว อันหนึ่งขุมฟูมเฟื้อเฝือนางในราช เกล้ากลิ่นกลั้วสูญเอื้อฮ่วงโฮย (ฮุ่ง).
ฮวนชื่อไม้ชนิดหนึ่ง ดอกสีขาว กลิ่นหอม เรียก ดอกอาฮวน อะฮวน ฮวน ก็ว่า อย่างว่า มุยเหมือดเปล้าเฮืองเฮื่อฮังฮวน ดำดวนหอมเมื่อแลงลมต้อง กงสถานพร้อมเกียงลมเลียนตาด บานแบ่งต้นแคค้อมแค่ผา (สังข์) เล็งเห็นชะลอนพร้อมฮังฮวนเฮืองดอก วันวิ่งสร้อยสูญไม้เมื่อแลง (ฮุ่ง).
ฮ่วนรวน เสีย เรียกไข่ที่ฟักไม่เป็นตัวว่า ไข่ฮ่วน ถ้าเสียถึงกับกินไม่ได้ เรียก ไข่เน่า.
ฮวนฮวนแสงตะวันเข้ม เรียก แดงฮวานฮวาน อย่างว่า พุ่งพุ่งเหลื้อมไหลหลั่งหลายสี ผ่อเห็นฮวานฮวานวันชั่วแลงลงค้อย เฮือนหลวงเบื้องบูรพาดูอาจ นาคคาดเกี้ยวทุงสร้อยใส่หาง (ฮุ่ง) แสงสีของปราสาท อย่างว่า เมื่อนั้นสีแถลงถ้อยประดับป่าวไปเปือง ยนยนแยงอาฮามราชสิงหาญกว้าง ผ่อเห็นฮวานฮวานห้องหอปรางค์ท้าวใหญ่ พุ้นเยอ วันวู่ซ้ำแสงเข้มดั่งไฟ (สังข์).
ฮ่วนฮ่วนเสียงดังเช่นนั้น เช่น เสียงฟ้าร้อง ดังฮ่วนฮ่วน ฮว่านฮว่าน ก็ว่า อย่างว่า พอเมื่อฮ่วนฮ่วนฟ้าฮ้องเฮ่งระดูฝน พุ้นเยอ เจืองหาญจุติจากดาวดึงส์ฟ้า เอาปฏิสนธิเข้าถืกภาร์คัพภะวีก ท้าวใหญ่หน้าในท้องแม่ตน (ฮุ่ง). ฟังยินฮ่วนฮ่วนฟ้าฮ้องเง่าระงมฝน พุ้นเยอ วาโยเผลียงล่วงควันคุงด้าว พิชสลาเสี้ยวแสนกอกางกีบ ระดูพีชพร้อมเพ็งถ้วนเถื่อนแถว มานั้น (สังข์) ฮ่วนฮ่วนฟ้าเตินลูกเมือแมน (กา).
ฮ้วมรวน อาหารมีปลาหรือเนื้อที่ต้มให้สุกแล้วเก็บไว้ เมื่อต้องการก็เอามาปรุงเป็นอาหาร เรียก
ฮวาดพวง ดอกไม้ที่ร้อยเป็นพวง เรียก ฮวาดดอกไม้ พั้วดอกไม้ ก็ว่า อย่างว่า แขนป่งช้อนโดยฮ้อยฮวาดธนู (กา) ปุนนางเป็นฮวาดมาลัยดวงเข้ม (กา) พวงดอกไม้เรียก ฮวาดดอกไม้ อย่างว่า ถนิมภรณ์แก้วดวงปะเทิงม้าวมิ่ง กับทังพวงดอกไม้พันฮ้อยมอบมวล (สังข์).
ฮวาดรด ราด เทน้ำรดหรือราด เรียก ฮวาด อย่างว่า ฮวาดฮวาดน้ำฮวายฮวาดสุคันธา พอดีเสด็จออกมาเกยกว้าง หลายถันถ้องตาวแวงระวังราช คนคั่งเท้าโฮงฮ้านลุ่มเทิง (สังข์).
ฮวายรังไข่ของสัตว์ที่ตกออกมาเป็นฟอง เรียก ฮวายไข่ รังไข่ของคน เรียก ฮวายลูก อย่างว่า นางคราญค้นเอาลูกทังฮวาย ฮองตองทึงห่อโยนยอไห้ เทืองทวายอุ้มเอาเมือเมืองเก่า แม่บ่เลี้ยงบายถิ้มหน่ายหนี (สังข์).
ฮวายเสก ปลุก เสกมนต์หรือปลุกมนต์ เรียก ฮวายมนต์ อย่างว่า มันก็ฮวายมนต์โอมแอ่วโพยมยังฟ้า แยงหนห้องกะไดทองเทวราช พ้นกีบฟ้าเขียวดั้นดุ่งเถิง (สังข์).
ฮวายพ่น เป่า รด พ่นน้ำ เรียก ฮวายน้ำ ผิวน้ำ ก็ว่า เป่าน้ำ เรียก ฮวาย อาโป อย่างว่า หมอหนึ่งฮวายอาโปผาบผีผิวน้ำ (หน้าผาก).
ฮวายลูบ ไล้ อย่างว่า ออระม่อยเนื้อเจ้าฮุ่งทวายจันทน์ เมื่อนั้นลุงก็ปุนนายเฮือนฮีบดาดูเข้า ยนยนย้ายพลพานเลยเลิกสูเยียะไปกล่าวเจ้าทองล้านลูกจอม (ฮุ่ง).
ฮวายฮำรั่วรด ฝนตก เรียก ฝนฮวายฮำ อย่างว่า ทุกข์ใช่น้อยฝนเร่งฮวายฮำ สองค่อยเพียรเพลาแพงห่มอืนเอาตุ้ม ผ่อดูวันสูรย์ซ้ายเมโฆเค้าฮ่ม พุ้นเยอ ฟ้าหลั่งเหลื้อมเสียงก้องคื่เค็ง (สังข์).
ฮสรส สิ่งที่รู้ได้ด้วยลิ้น เรียก รส เช่น รสเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม หรือสิ่งที่รู้สึกชอบใจ อย่างว่า ภุมเรศแล้วแสวงดุ่งชมรส สาวสมออนบ่าวบารือห้าม แต่นั้นนงนาฏท้าวทังนางขึ้นแท่น ง้อมลวดคร้ามกระสันฮ้อนเล่าอาย (ฮุ่ง) เมื่อนั้นทุกที่หน้านางเทพกัลยา โฮมคำเสถียรกล่าวจาจอมเจ้า ฝูงข้าเป็นพงศ์เชื้อเดียระฉานศักดิ์ต่ำ รือจักสมฮสเจ้าจอมสร้อยบ่ควร เจ้าเอย (สังข์) เมื่อนั้นผู้ก่งท้าวเถิงที่ลินคำ แสนวังเวินย่านยาวไหลก้อง มีทังจำปีพร้อมจำปาเดียระดาษ ฮสดอกไม้โฮยเฮ้าทั่วไพร (ฮุ่ง).
ฮสฮ่วงตลบ อบอวล กลิ่นที่หอมฟุ้งปลิวไปตามลม เรียก ฮสห่วง อย่างว่า ยามเมื่อลมล่วงต้องพัดยอดเกียงปิว โฮยโฮยฮสฮ่วงหวานหอมเฮ้า นางขวัญสร้อยศรีพราวนางเกิด เขาพี่น้องนางท้าวผ่อคอย (ฮุ่ง) ฮสฮ่วงเอ้า ก็ว่า อย่างว่า ฮสฮ่วงเฮ้าเท้าทั่วอุทิยาน มาลาเลียนก่ายกอแกมก้าน สารภีสร้อยจำปีหอมอ่อน มีดอกไม้บานห้อมฮื่นหอม (กาไก).
ฮ่อต่อ กับ พูดต่อ เรียก เว้าฮ่อ พูดกับ เรียก เว้าฮ่อ อย่างว่า ยามเมื่อพิเศษแย้มเยาวราชหุมหัว ฮ่อนั้น ขวัญเฮียมโฮมเฮียกตอมเต็มเนื้อ เล็งที่ทันตาแม้งมหานิลงาเงี่ยง งามเด ซ้องซุ่มเกล้าตะเกิงหน้าแข่งเขียน (ผาแดง).
ฮองรอง รับ เช่น รองหัวหน้า เรียก ฮองคอ ผ้าปูนั่งเรียก ผ้าฮองนั่ง กินเพื่อกันความหิว เรียก ฮองท้อง เอาไปเป็นคนรับใช้ เรียก ฮองตีน อย่างว่า เอาเอื้อยไปเป็นน้อยฮองตีนใช้ช่วง ก็ดีดาย เพื่อนพระเข้าป่าไม้พอพ้องปากจา แด่แม ดูดั่งเอื้อยฮ่ำไห้ขอขอดตายตามดั่งนี้ ลอนจักไลลาผางเพื่อนทางทังค้าย คือควรเพี้ยงสองตาตนพี่ แพงเอย น้องอย่าไลพี่ให้กระสันดิ้นดั่นเดียว อุ่นเอย (สังข์).
ฮ้องโห่โห่ร้อง อย่างว่า จัดหมู่หน้ายอก่อนไหลหาญ ผายชะลือวอระนีเกี่ยวชูใสเข้า แมนหาญเข้าคุมคุมฮ้องโห่ เจ้ายี่เฆี่ยนหมู่ข้าฝูงกล้าดาดชน (ฮุ่ง).
ฮ้องไห้ร้องไห้ อย่างว่า ในเมื่อพราหมณ์ขึ้นต้นไม้ฮ้องไห้อยู่ในดง จ่มเสียดายถงจีใจ้ ฮ้องไห้กล่าวถามหา ยังพระเวสสันดรเจ้าดั่งนั้น (เวส).
ฮ้องฮว่านร้องดังกังวาล อย่างว่า ฟ้าฮ้องฮ่วนผู้ใดอยากม่วนให้ปะเมียมา ปะเมียมาแล้วสตางค์แดงบ่ให้แต่ง ชิให้เจ้าด้องแด้งนอนถ้าอยู่เฮือน (กลอน) พระบาทเจ้ามีอาจกลัวเกรงสน่อยนั้น ภูธรถอนแม่ธนูปุนเปลื้อง หลังหักค้นครางตายฮ้องฮ่วน มันเล่ายังพ่นฟ้งไฟไหม้ลวบลน (สังข์).
ฮ้องฮ่ำร่ำร้อง อย่างว่า ฟังยินซุงพาทย์พร้อมปนปี่แถมแถ นางกะสิงประดับแกว่งแพนเฟือยฟ้อน เสียงฉันแก้วกินรีฮ้องฮ่ำ ประดับคาดฮ้อยเฮียงเส้นคาดคีง (สังข์) ฟังยินเค็งเค็งฟ้าเทิงหัวฮ้องฮ่ำ พุ้นเยอ แซวอั่นฝ้ายฝันชู้ฮุ่งจวน (ฮุ่ง).
ฮ้องเฮ่งร้องเสียงดัง อย่างว่า พอเมื่อฟืดฟืดฟ้าระดูด่วนคิมหันต์ มาแล้ว สาผลเนาอยู่นานในท้อง นับวันได้สิบเดือนพอขวบ ฟ้าเฮ่งฮ้องเดือนห้าฮว่านมา (ฮุ่ง).
ฮองฮองสว่าง สุกใส แวววาว พระจันทร์ส่องสว่าง เรียก ฮองฮอง อย่างว่า ขอแต่บุญมากเจ้าบนบอกพระแขไข ดีแก่ฮองฮองเดือนส่องงามเงาซ้าย เฮาก็ดูแนนน้องทังสองเสมอภาค กันแล้ว ท่อว่าแนนเพื่อนพุ้นทังค้ายต่างสวน (ฮุ่ง) เจ้าผู้ออดหลอดเนื้อทิพขิ่นอินทร์เขียน ฮองฮองใสดั่งเดือนเพ็งแจ้ง คันว่าเมือเถิงห้องนาโคให้หลิงหล่ำ แด่เนอ พันหมื่นมื้อให้เหลียวผ้ายเบิ่งเฮียม แด่เนอ (สังข์) แม้งหนึ่งลมสวาดไหม้ในป่าเหมือยฮวาย ฮองฮองเดือนส่องลงลับฟ้า เล็งดูภายกระบวนเบื้องตาวันใสเสด็จฮุ่ง ฮื่นฮื่นข้าภูเฮ่งตีกูน (ฮุ่ง).
ฮองฮองสวย สดใส อย่างว่า สะพรั่งพร้อมชาวแม่มเหสี กลอยใจจงแต่งปุนประดับน้อม ฮองฮองนิ้วทูลเถิงทุกทีป วอนเทพท้าวทังค้ายโผดผาย แด่ถ้อน (สังข์) แวนประเสริฐแท้เดียระดาษมณีนิล ฮองฮองแสงส่องเกียวกงห้วย ภูธรท้าวทวยดูแก้วบ่อ ลูกใหญ่น้อยนิลบ้างแบ่งเขียว (สังข์).
ฮ็องฮ็องสุกใส แวววาว แสงแวววาวสุกใสแต่ไม่ใหญ่โต เรียก ใสฮ็องฮ็องเหลื้อมฮ็องฮ็อง ม็องม็อง ก็ว่า เช่น แสงดาว เป็นต้น อย่างว่า ตัวหนึ่งท้าวกว่าเลี้ยงแต่น้อยเฮียกล่วงลมผัน ฮองฮองเฮืองแค่มคำงามล้วน ธรรม์ยำท้าวกลอยแลหลิงล่ำ นายกล่าวถ้วนถวายแล้วซู่ประการ (ฮุ่ง).
ฮอดยามถึงเวลา เรียก ฮอดยาม อย่างว่า ประดับปิ่นป้องฮีฮ่ำเฮียงเงา พอดีเสด็จฮอดยามยวงเช้า เค็งเค็งก้องตุริยาเค้าคื่น อวนอ่อนแก้วกือล้านล่วงไป (สังข์).
ฮอดฮ้อยถึงจำนวนร้อย เรียก ฮอดฮ้อย อย่างว่า เมื่อนั้นตนประเสริฐท้าวธรงเดชลือฤทธิ์ ทวนเชษฐาไต่ทางนำน้อง คอยเห็นซวงหลวงพ้นฮังฮามหลายหลาก ยาวฮอดฮ้อยประมาณเส้นเชือกงัว (สังข์).
ฮอนความตัดทอน ตัดทอนเอาคำที่ควรพูดมาพูด เรียก ฮอนความ อย่างว่า ให้ช่อยค้ำยาคลาดคุงหลาน ทวนทางเปืองป่าวแยงยวงชี้ ฮอนความไหว้วอนเถิงท้าวเที่ยว อย่าต่างถ้อยแถมเลี้ยวโลบความ แท้เนอ (สังข์).
ฮ้อนอาสน์ร้อนที่นั่ง อย่างว่า ก็จิ่งบังเกิดฮ้อนทิพยอาสน์เขินแข็ง อายฟองฟดพุ่งเป็นแปวกระด้าง เมื่อนั้นสักโกไท้เทโวหลิงโลก เห็นหน่อแก้วสองเจ้าปรารถนา (สังข์).
ฮ้อนฮนร้อนรน ทุรนทุราย
ฮอนฮอนรอนๆ ตะวันจวนจะลับขอบฟ้าเรียก ตาเว็นฮอนฮอน อย่างว่า ผ่อดูทุกตาบห้วยเหลืองหล่าไฟลาม ดีแก่ฮอนฮอนวันลั่นแสงสูญเศร้า เล็งเห็นดอยหลามล้อมเขาเขียวอ้ายก่ำ เขานั้นเสียส่วยเจ้าลุ่มฟ้ามีฆ้องคู่เงิน (ฮุ่ง).
ฮ้อนเฮ่งเร่งร้อน ร้อนจัด อย่างว่า บัดนี้องค์กษัตริย์เจ้าเททวงฮ้อนเฮ่ง (สังข์) พระบาทเจ้าฮ้อนเฮ่งทวงทิพย์ (กา) ทุกปากเก้าปักปิ่นคำควร ชื่อว่านางอินทร์ลงเลี่ยมลืมเล็งหน้า เนียนเนียนกลั้นกวังใจฮ้อนเฮ่ง เฮวนี้ เพราะเพื่อฮามฮ่วมหน้าแดงง้อมอุ่นเฮือง (ฮุ่ง).
ฮอบเวียนมาบรรจบกัน เรียก ฮอบ อย่างว่า คึดคู่แก้วกลอนกล่าวกตัญญู ภูธรถวินฮอบสถานสามชั้น บังคมแล้วลาเมือเมี้ยนสั่ง คนิงฮอดฟ้าพระอินทร์ท้าวที่ยำ (สังข์).
ฮอบรอบ เวียนมาจดกัน เรียก รอบ สงสารซ้งกงเกวียนกลมฮอบ เวรหากมาคอบแล้ววอนไหว้ก็บ่ฟัง (กลอน) น้ำล้อมรอบเมืองเรียก ฮอบเมือง อย่างว่า น้ำแผ่อ้อมตีนต้ายฮอบเมือง (กา) ทุกปากเที้ยนไทเทศเล็งดู เคหังใสส่องมณีเหลืองเหลื้อม ตีบนตั้งจตุราเฮียงฮอบ ท้าวนั่งเอื้อมในแท่นอิงหมอน (ฮุ่ง).
ฮอมแคบ คับ สั้น ภูเขาแคบ เรียก ผาฮอม อย่างว่า ยาบยาบเที้ยนอ้ายคว่างหาญพาย เถิงที่ผาฮอมฮุนบ่ปุนไปหน้า ทังหลายพร้อมอามกานเอื้อยมุ่ง ยังเล่าช้าแวนถ้านต่ำบน (ฮุ่ง) หลิงเห็นไม้ล่าวลมเลียนฮ่อมเขาฮอม พุ้นเยอ ภูธรลัดเลียบพะนอมนำน้อง เห็นผากว้างเขาคำค่อยค่ำ ดอยนั้นอินทร์แต่งตั้งเขาเฮื้องฮุ่งเฮือง (สังข์).
ฮอมรวมกัน พร้อมกัน อย่างว่า เมื่อนั้นผู้แต่งต้นมหาเอกเสนา ฮอมอาฮมค่อยทูลทังหม้อม นับแต่สาวกษัตรีย์แก้วไลนครพรากไพร่ ทุกที่เยื้อนยังกลั้นไปวาย (สังข์) ถ้าบ่คึดเกื่อยแก้การใหญ่มีขวาง เฮาจักฮอมตนตายแค่หีนเหวห้วย คันว่าจากันแล้วเลยเถิงสถานมาศ ฝูงหมู่สัตว์สิ่งย้านยำเสื้อส่งไป (สังข์) ทุกสิ่งพร้อมฝูงไพร่เชียงบาน เขาก็ฮอมทัวระพียื่นเจืองทังเหล้า ประมาณเท้าแหนความเถิงล่าม เจ้าติ่วสร้อยขานแขกแขงาม (ฮุ่ง).
ฮอมจวน ใกล้ เช่น ใกล้สว่าง เรียก ฮอมชิแจ้ง จวนจะถึง เรียก ฮอมชิฮอด ใกล้จะตาย เรียก ฮอมชิตาย อย่างว่า หมอว่าเจ้าจักได้ผ่านพื้นเมืองใหญ่ทังปวง เห็นที่สายสินฮอมฮอดเฮาแถวถ้อง ยังเล่าเห็นสองเจ้าขุนหลวงขาวเผือก พลพวกพ้องดอมได้แต่ควร (ฮุ่ง).
ฮ่อมพวก หมู่ เหล่า อยู่กินหลับนอนร่วมกันได้ เรียก ฮ่อมเดียวกัน พวกหมู่เหล่าเดียวกัน ก็ว่า อย่างว่า กากับนกเค้าบ่เข้าฮ่อมเดียวกัน หนูกับแมวบ่อยู่นำกันได้ หมีกับไม้ผันทะนังค้อป่า จอนฟอนกับเห่าห้อมบ่มีมื้อชิถืกกัน (กลอน).
ฮ่อมช่อง ทาง อย่างว่า สอนบ่เป็นประโยชน์แท้ผิดฮ่อมอวิสัย ควรกูไลนครเสียบวชสมณ์แสวงดั้น ผิจักเป็นคหัสถ์ฮู้โพยมีพันเยื่อง เยียวจักแค้นคั่งไหม้หมองต้องตื่มมา (สังข์) ผ่อเห็นฮำฮ่อนเบี้ยบานแบ่งใบใส เทียวทางไกลหมื่นถันแถวภ้อง หลึมเขาขั้นผาใดดูฮาบ บ่ฮู้กี่หลั่นห้องเหวห้วยฮ่อมเขา (ฮุ่ง) เลื่อนเลื่อนน้ำต้องตาดตื่นผา พุ้นเยอ ไสวบดฮ่มซางเชิงห้วย ผาอาขึ้นภูสูงแสนง่อน ทางท่องเลี้ยวเถิงห้วยฮ่อมชัน (ฮุ่ง).
ฮอยรอย เครื่องหมายปรากฏอยู่ตามสถานที่ต่างๆ เรียก ฮอย เช่น ฮอยขีด ฮอยเขียน ฮอยตีน ฮอยมือ ฮอยแต้ม ฮอยแต่ง อย่างว่า นำฮอยตา วาฮอยปู่ นำฮอยปู่ กู้ฮอยพ่อ (ภาษิต) เชื้อชาติม้าบ่มีหลีกทางกระแส ตีตามลมบ่เห็นฮอยเต้น (ผญา) ว่าแม่นเสือกินหรื้อสังบ่เห็นฮอยลาก ว่าแม่นนากกินหรื้อสังบ่เห็นฮอยแก่ หรือแม่นเงือกปากแหล้แข้ปากกว้างเอาน้องเข้าเวิ่นวัง (ผญา) ลัดแผ่นพื้นเขาขาดทะลายลง ฮอยพลายสารหล่มไปเป็นส้าง ฮอยนั้นอัศจรรย์แท้สามวายังหย่อม ภูวนาถท้าวทวยก้าวไต่ตาม (สังข์).
ฮอยชะรอย ผิว่า ถ้าว่า แม้ว่า อย่างว่า ฝูงพี่น้องเห็นฮ่างฮอยหัว ลอนว่าไกลตากูตู่คอนคนบ้า นั้นรือ เมื่อนั้นฮมฮมพร้อมสาวศรีสงวนบ่าว อย่าว่าข้าท่านไท้ใจแจงโลบลวง (สังข์) ไย่ไย่ล้นเหลือข่วงเชียงจวง พอที่ผลควรคึดคั่งใจจอมไท้ เมื่อนั้นเร็งโญไท้พรมยวงต้านพี่ เห็นที่แกวมากล้นฮอยไฮ้ฮูปงาม (ฮุ่ง).
ฮะฮาบยิง แทง อย่างว่า ทุกสิ่งฮู้คนมากมัวยำ เจียมแต่มาจอมฮะฮาบศรตูไว้ ลำลำหลิ้นหลายกลการแข่ง หลบอย่าแล้วทูลไท้ที่สถาน (ฮุ่ง) สองจากห้องไป่แมนศัตรู โจรก็พาทีนำที่บาไท้ท้าว กางกงเยื้องแยงยิงฮะฮาบ เฮวฮีบฮ้อนฟังฮ้ายเฟื่องหาย (ฮุ่ง).
ฮ้อยฮ้อยเชือกเส้นเล็กและยาว ล่ามวัวหรือควายไว้กับหลัก เวลาเชือกขาดวัวหรือควายจะลากเชือกไ เรียก แก่ฮ้อยฮ้อย ถ้าเชือกใหญ่ ว่า ฮ้วยฮ้วย.
ฮ่อยชื่อนกชนิดหนึ่งจำพวกนกกด เรียก นกกดฮ่อย นกกดไฟ ก็ว่า ที่เรียกนกกดฮ่อยคงเรียกตามเสียงที่มันร้อง ฮ่อยฮ่อย.
ฮักพิ่งลำเอียง เรียก ฮักพิ่ง ฮักพิ่งคืออคติ อคติมี ๔ อย่างคือ ฮักพิ่งเพราะรักเรียก ฉันทาคติ ฮักพิ่งเพราะชังเรียก โทสาคติ ฮักพิ่งเพราะกลัวเรียก ภยาคติ ฮักพิ่งเพราะหลงเรียก โมหาคติ.
ฮักษารักษา อย่างว่า เทพท่อนท้าวฮักษานาถภูมี ชุมกันคึดฮุ่งหวานเห็นแจ้ง อันว่าภูธรท้าวเวรหลังเวียนคอบ ก็จิ่งวางท่อนท้าวทานให้แก่มาร (สังข์) ชอบว่าบุญพร่ำพร้อมเคยคู่บุตตา มีญิงชายอย่านำเป็นอ้าย ขันค่อยฮักษาเจ้าผัวตนจอมขนาด นั้นเนอ การที่ฮ้อนยาแฝดอย่าเฮียน (ฮุ่ง).
ฮักฮ่ำร่ำรัก บ่นเพ้อถึงความรัก อย่างว่า เมื่อนั้นพ่อขอบข้อขานลูกโลมขวัญ ปุนพ่อบายคมควัดพระเนตรถอนถวายเจ้า เมื่อนั้นมารดาฮู้เฮียงผัวฮักฮ่ำ สองพระเนตรน้ำเนืองย้อยอาบองค์ (สังข์).
ฮักเฮ่งเร่งรัก อย่างว่า แฮงฮักชู้ฮักเฮ่งมีมาย คำสงสารเล่าสานสานม้าง นักนักโอ้โอยอายกลั้นสวาท บางพ่องหน้าต่อหน้าโลมล้างลูบบาย (ฮุ่ง).
ฮังรัง ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เป็นไม้เนื้อแข็งและมีแก่นมาก เรียก ต้นฮัง อย่างว่า บ่อาจตั้งอยู่ได้โอยฮูปฮังงาม ดีแก่วาโยแถมทาบเติมตีค้อม เพราะเพื่ออาฮมณ์ฮ้อนทนทวงเทท่าว คึดท่านไท้ทังน้องแม่เมือง (สังข์) ฝ่อดูฮังฮวนพร้อมเพ็งดอกบงบาน พุ้นเยอ นางก็เฮียงคดีเดิมสั่งคอนแควนแจ้ง อันว่านงคราญใช้ชวนเฮียมฮู้ชอบ จริงแล้ว น้องอยู่แล้งฮามเข้าฮ่างเพลาว่ารือ (ฮุ่ง).
ฮังรัง ที่อยู่อาศัยของนกหรือหนู เรียก ฮังนก ฮังหนู อย่างว่า ผมบ่มีหวีป้องชิเป็นฮังนกเป็ดป่อง มีปากบ่มีแข้วพร้อมคางชิเจ้ยเจิดดัง (ย่า) ใกล้ฮุ่งเค้าชะนีค่อนขานเสียง เจียจรคืนคอบฮังเฮืองแจ้ง ทังปวงพร้อมทอครัวครบหาบ เตินเพื่อนเผี้ยนงายแล้วเล่าไป (สังข์).
ฮังผูก มัด การจองเวรกรรมจองเวรกัน หรือผูกมัดกรรมเวร เรียก ฮังเวรฮังกรรม อย่างว่า เมื่อนั้นภูชัยท้าวธรงอาชญ์สอนสัตว์ เฮาบ่ฮังเวราก่อนใผหมายหมั้น ท่อว่าการกูแก้วยังไกลคราวเคร่ง ก็เพื่อยักษ์ขนาดอุ้มอาได้ด่วนหนี (สังข์) ฝูงใดเป็นหน่อท้าวเฮวเฮียกมาพลัน เถี่ยวเถิ้น อย่าให้ฮังเวราแก่กันมายม้าง เมื่อนั้นฮมฮมเสื้อฝูงเชยชมชื่น หลานท่านผู้เป็นต้นป่าวเปือง (สังข์).
ฮั้งอยู่ อาศัย การอยู่อาศัยในบ้านเรือน เรียก ฮั้ง อย่างว่า สังข์ประกอบชี้แปวปล่องทูลถวาย ยามนี้องค์มารมันแอ่วไพรพงด้าว ยังท่อองค์อาฮั้งเนาในปรางค์เปลี่ยว ถวายบาทเจ้าใจแจ้งจ่งปอง เถี่ยวเถิ้น (สังข์).
ฮังมดชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ต้นฮังมด.
ฮังมดรังของมด มดจำพวกมดดำชนิดหนึ่งชอบขุดดินทำเป็นรังสำหรับอยู่อาศัย เรียก ฮังมด.
ฮังฮืดปลูกสร้าง เนรมิต การปลูกสร้างหรือเนรมิตโบราณเรียก ฮังฮืด อย่างว่า ก็จิ่งชี้ฮ่างน้าวนางเทพกัลยา ฮมฮมสาวสวรรค์ล่ำคอยคราวแค้น อินทร์จิ่งทันเทวไท้วิสสุกรรมลงโลก ฮังฮืดสร้างปรางค์แก้วแก่บา (สังข์).
ฮังฮืดเฝ้า รักษา เทวดาเฝ้ารักษาโบราณเรียก ฮังฮืดเฝ้า อย่างว่า พิเศษแก้วโลมลูกสามศรี เทพาฮังฮืดปุนปองเฝ้า พอเมื่อแจวแววฮ้องสูรลางลงคว่า สองพี่น้องเมือห้วยอาบองค์ (สังข์).
ฮังฮืดเก็บ รักษา พระอินทร์เก็บรักษาและช่วยเหลือ โบราณเรียก ฮังฮืดเมี้ยน อย่างว่า อินทร์ก็อุ้มแจ่มเจ้าเมือฮอดมารดา สองนางเนาในปรางค์ฮุ่งเห็นหายฮ้อน แม่นว่าสีห์สังข์พร้อมชัยศรแสงขนาด อินทร์ก็ฮังฮืดเมี้ยนเมือให้แก่พระองค์ (สังข์).
ฮังเฮื่อรังบาน อย่างว่า พะลิ่งพั้วฮังเฮื่อฮางชาย ก็มี หอมเหลือหลายทั่วเมืองโฮยเฮ้า พานหลายพั้วพวงเครือวงสุ่ม ก็มีสาวพร่ำพร้อมมวลเช้าซู่วัน (ฮุ่ง).
ฮังแฮ้งทองระอา ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ต้นฮังแฮ้ง อีกอย่างหนึ่ง รังเป็นที่อยู่ของแร้ง เรียก ฮังแฮ้ง ฮังแฮ้งนี้แฮ้งทำขึ้นตามต้นไม้ใหญ่ๆ ในรังของแฮ้งนี้จะมีกิ่งไม้กิ่งหนึ่งโบราณว่าไม้ตาทิพย์ แร้งอาศัยไม้กิ่งนี้จึงมองเห็นซากสัตว์ซึ่งอยู่ที่ไกลได้ มันจะบินไปกินซากสัตว์ เมื่อพิจารณาดูก็น่าจะเป็นความจริง ถ้ามีสัตว์ตายอยู่ที่ไหน แร้งจะบินมาทันทีเหมือนกับมีคนไปบอกหรือมันเห็นเอง โบราณแนะไว้ว่าถ้าอยากได้ไม้กิ่งนี้ เมื่อไปเห็นรังแร้งจงเอาปากคาบรังของมันทีละกิ่งหลับตาลง ถ้ามองเห็นจงเอากิ่งไม้นั้นมาใช้ส่องดูสิ่งที่ลี้ลับหรือส่องดูโบกไพ่ก็อาจจะร่ำรวยได้.
ฮังโฮมรวม ชุมนุม พร้อมกัน คนหลายๆ คนรวมกันทำบุญ เช่น ทำบุญกฐิน ทำบุญอัฐะ ทำบุญผ้าป่า โบราณเรียก กฐินฮังโฮม อัฐะฮังโฮม ผ้าป่าฮังโฮม.
ฮันขับ ขี่ อย่างว่า ลัดเร่งดั้นป่าไม้ฮันม้าล่วงมา (ผาแดง) ผ่อเห็นสะแควกพร้าวทวายยอดลมเผลียง พุ้นเยอ กลายไพรสณฑ์ฮีบแฮงฮันม้า หลิงเห็นไสวไม้เฮียงถันทวายยอด ทองเทศเที้ยนจานหว้าแจกจูม (ฮุ่ง) คึดฮุ่งน้องเถิงที่นางจอม เฮาจักทวนพลายฮันแต่ไกลตางต้อน เร็งโญผู้ฮอมเสียงสนองกล่าว ขอบที่ป้าซึ่มฮู้ฮักน้องดูด้ามใช่ประมาณ (ฮุ่ง).
ฮันร้อง อย่างว่า ฟังยินฮีไฮฮันเฮ่งเสียงเฮฮ้อง (ฮุ่ง).
ฮันตี ตีฆ้อง เรียก ฮันฆ้อง อย่างว่า ฮื่นฮื่นเที้ยนพลพวกประดับดี ฝูงครัวควายแจกปุนไปฆ่า โงงโงงฆ้องเภรีฮันป่าว เปื้องแขกลุงซึ่มเอ้าลุ่มฟ้าชมพร้อมเฮื่อเฮือง (ฮุ่ง) ฮื่นฮื่นข้าเขาแต่งปุนไป พายโชนฮิงเฮ่งกวนกุมก้อง บาไทผู้ผลควรสรงโสรจ เฮวฮีบค้อนฮันฆ้องป่าวไป (ฮุ่ง).
ฮับรับ รับสิ่งของหรือคำพูด เรียก ฮับ อย่างว่า ภูชัยท้าวธรงสั่งเติมคดี สองขุนฮับเลิกลาลงห้อง พอยามย้ายยอพลพรากข่วง สองอ่อนท้าวทวนเข้าป่าไป (สังข์) แต่นั้นป้าซึ่มขึ้นเมิลผ่อชานขวาง กะดิงทองนันเครื่องคำเคียนช้าง อันนั้นฮอยว่าไทเฮาผ้ายเมืองปะกันมาฮอด จริงแล้ว ง้อมอู่อั้วลงพร้อมฮับอวน (ฮุ่ง).
ฮับพากย์รับคำพูด อย่างว่า เมื่อนั้นท้าวใหญ่ฮู้ฮับพากย์เทโว พงศ์พันธุ์ยังค่อยคงคบหน้า ท่อแต่กีโสก้ำแดนใดหายห่วง แค้นแต่ข้าพระบาทเจ้าใจข้องขอดขนัง (สังข์) เขาก็ประกอบข้อฮับพากย์ถวายกลอน ชมพูทังสากลเดิดโดยดอมเจ้า หลอนว่าแกวมวลเต้าเต็งมาขนงคว่างเมื่อใด กูจักแส้สะค้อมเขียวเข้าแข่งพาน (ฮุ่ง).
ฮับฮีบรีบรับ อย่างว่า เจ้ากูเดินดุ่งดั้นใดเที่ยวเถิงเฮา นี้เด ตนเดียวปองปรารถนาใดบ้าง แต่นั้นกุศเถรไท้ธรงธรรมฮับฮีบ ข้าก็มักใคร่ด้วยดูบ้านเบิ่งเมือง เจ้าเอย (สังข์).
ฮั่วรั่ว รูหรือรอยที่น้ำหรืออากาศถ่ายเทเข้าออกได้ เรียก ฮูฮั่ว ฮอยฮั่ว ก็ว่า อย่างว่า มีเฮือนบ่มุงหญ้าฝนตกมามันชิฮั่ว บาดว่าลดหญ้าไว้ฝนเท้งกะบ่ถอง (ผญา).
ฮั้วรั้ว เครื่องกั้นหรือล้อมขอบเขต เรียก ฮั้ว ล้มเรือน เรียก ฮั้วเฮือน ล้อมไร่ เรียก ฮั้วไฮ่ ล้อมสวน เรียก ฮั้วสวน ล้อมนา เรียก ฮั้วนา อย่างว่า พี่นี้ว่าอยากล้อมฮั้วช้างสักสุ่มกวมหนอง เอาให้เห็นโตปลาล่องลอยในน้ำ (ผาแดง) ติแจ่งัวควายหม้นเฮียวหนามฮั้วไฮ่ มันหากเห็นบ่อนได้จิ่งเทียวหม้นอยู่ดน ติแต่คนเข้าพุ้นภายโตบ่เตื้องต่อ ติแต่คออึ่งเพ้าคอเจ้าผัดแฮ่งจน (ย่า).
ฮาเราทั้งหลาย หมายถึง ตัวเรา ผู้ที่เราพูดด้วย หรือผู้ที่เราพูดถึง อย่างว่า เห็นหลากด้วยโดยฮูปราชสีห์ องค์หนึ่งเป็นหอยสังข์ชอบวรรณมณีล้ำ เมื่อนั้นองค์กษัตริย์เจ้าจานางน้องพี่ วิบากด้วยใดแท้แห่งฮา นี้เด (สังข์) ก็ท่อมัวเงาง้วนพิษแสบแสนที่ ฮอยว่าเจียมของหลังแต่ฮาแฮงสร้าง เทพีพร้อมนำคุณชูช่อย แต่นั้นง้อมม่วนผู้ธรรม์อ้างกล่าวเสงี่ยม (ฮุ่ง).
ฮ่าพ่น เป่า พ่นหรือเป่าลมออกจากปากเรียก ฮ่าลม เช่น เมื่อเกิดอาการสลบใช้ปากเป่าลมเข้าที่หูเพื่อให้ฟื้นคืนมา อย่างว่า เมื่อนั้นนางนาถเจ้าฮู้เมื่อมัวกระหาย เป็นดั่งนอนหลับฝันตื่นตัวตนสะดุ้ง เนานอนค้างเหนือเพลาโพธิราช พระบาทเจ้าโจมน้องฮ่าหัว นางก็กลัวอายแท้เทพาหลิงล่ำ กูนี้ทำหม่อตื้นนอนกลิ้งก่ายพระองค์ แท้แล้ว (เวส-กลอน).
ฮ้าใหญ่ มาก ไฟกองใหญ่ เรียก ไฟกองฮ้า ควายที่ปล่อยไว้นานจนเปรียว เรียก ควายฮ้า ควายชนิดนี้จะลืมเจ้าของ จะขวิดเจ้าของถึงแก่ความตาย.
ฮากกล้วยรากของต้นกล้วยที่หยั่งลงไปในพื้นดินเพื่อดูดเอาอาหารมาเลี้ยงลำต้น เรียก ฮากกล้วย.
ปลาฮากกล้วยปลาช่อนทราย ชื่อปลาชนิดหนึ่งมีลักษณะเหมือนรากกล้วย เรียก ปลาฮากกล้วย ปลาฮ่างกล้วย ก็ว่า.
ฮากเมืองหมอดู หมอดูโบราณ เรียก ฮากเมือง เพราะพวกหมอดูอาจทำนายโชคชะตาราศีของบ้านเมืองได้ เพราะหมอดูเขามีหลักเกณฑ์ในการดูเลขผานาที เพียงแต่มองขึ้นบนท้องฟ้า เห็นดาวดวงใดดวงหนึ่ง เช่น ดาวพิดานเมือง เขาจะทายทันทีว่าบ้านจะเดือดร้อนเพราะข้าศึกศัตรูหรือจะเจริญรุ่งเรือง ถ้ามองไปดูดาวหมูชัง ซึ่งดาวดวงนี้อยู่บนท้องฟ้าทางทิศตะวันตก ถ้าดาวดวงนี้ใสเขาจะทายว่าหมูขึ้นราคาแล้ว ดังนี้เป็นต้น หมอดูคนโบราณจึงเรียกคนประเภทนี้ว่า ฮากเมือง.
ฮางไม้แก่นที่ขุดเป็นร่องสำหรับใส่อาหารเลี้ยงสัตว์ เรียก ฮาง เช่น ฮางหมู ฮางเป็ด ฮางไก่ รางสำหรับปลูกผักประเภทชูรส เรียก ฮาง เช่น ฮางผักบั่ว ฮางผักชี ฮางผักแป้น ฮางผักแชะแงะ ฮางผักเทียม อย่างว่า กลองบ่มีหนังหุ้มชิเป็นฮางผักบั่ว มีหัวผมบ่พร้อมเขาชิเอิ้นเดิ่นเหา (ย่า).
ฮางรางน้ำ ไม้ที่ขุดเป็นร่องสำหรับรองน้ำชายคา เรียก ฮางลิน อย่างว่า ฮางลินประดับอ่างทองเทน้ำ (เวส-กลอน) รางสำหรับหดสรงเจ้านายหรือพระเถระ เรียก ฮางสรงน้ำ อย่างว่า ควรที่ปุนฮางสรงแต่งสินทะไลล้าง (กา).
ฮางข้าวที่เกี่ยวขณะยังไม่แก่เต็มที่เอามาคั่วให้สุก ตำแล้วจึงเอาไปนึ่ง เรียก เข้าฮาง.
ฮางชื่อเงินตราสมัยโบราณทำด้วยแร่เงินแท้ น้ำหนัก ๖ ตำลึงกับ ๖ สลึง มีรูปอักษรจีน ๒ ตัว คล้ายรางหมู เรียก เงินฮาง.
ฮางของที่ให้ตอบแทนความดีความชอบ เรียก ฮางวัล อย่างว่า สูนี้เสียแฮงเลี้ยงฮางวัลกูแจก (กา) ลูกไพร่พร้อมพวงไห้หุ่มคอน ลุงฮางวัลคู่แหวนผืนผ้า กับทังพลายสารแก้วงางอนมวลมอบ ยืนโยชน์เถ้าอย่าช้าซู่ปี (ฮุ่ง).
ฺฮ่างรูป ร่าง ลักษณะ อย่างว่า อันแต่ลวงชายล้ำปถพีพื้นโลก เฮานี้ ใผจักมามอดม้างมรณ์อ้ายอย่าหวัง มันก็วิตกย้านเยียวนางแหนงหน่าย เห็นฮ่างฮ้ายมารเถ้าถ่ายโฉม (สังข์) บางพ่องยังอยู่ช้อนเปื้องปีกเชยชม ก็มี ลางตัวยังพลอยหลงเผ่าเดียวเดินผ้าย วันนี้คือดั่งอวนจอมเจ้าเจียระฮมนิราศ จริงแล้ว เห็นฮ่างฮ้ายคือน้องปีกนาง (ฮุ่ง).
ฮ่างเรื่องราว อย่างว่า ภูชัยท้างธรงเคียดคุงทวง ไลเชียงหลวงดุ่งนำนางแก้ว ปุนดั่งวิสัยด้ามโดยเฮาฮู้ฮ่าง จักใคร่ปุนแปรม้าง เอาได้ดั่งรือ พระเอย (สังข์) ชะชื่นพุ้นเกวียนแก่แถนลอ ทังเลิงเล็มมาดแถนหลายท้าว อันนี้พอแทนให้ผลควรฮู้ฮ่าง อันแต่พลท่านเจ้าลือล้ำเอนกนอง (ฮุ่ง).
ฮ่างคนมั่งมี คนโบราณเรียก คนฮ่างมี ฮั่งมี มั่งมี ก็ว่า อย่างว่า คนจนไข้สามปีบ่ฮู้เมื่อ คนฮั่งไข้สามมื้อฮู้ทั่วเมือง (บ.).
ฮ้างทอดทิ้ง จากไป เมียที่ผัวทอดทิ้ง เรียก แม่ฮ้าง ผัวที่เมียทอดทิ้ง เรียก พ่อฮ้าง หนุ่มสาวที่รักกันแล้วทอดทิ้งกันไป เรียก ฮ้างชู้ บ้านที่คนทอดทิ้ง เรียก บ้านฮ้าง เรือนที่ไม่มีคนอยู่อาศัย เรียก เฮือนฮ้าง วัดที่ไม่มีพระสงฆ์อยู่ เรียก วัดฮ้าง อย่างว่า ญิงชายฮู้เฮียงกลการย่อยโชค ส่ำฮ้างฮามหม้ายหมู่สะเทิน (สังข์) คันหากมีผัวแล้วบ่กลัวใผอย่าฟ้าวว่า บาดห่าเป็นฮ้างหม้ายชิมาโอ้ใส่เขา (ผญา).
ฮางชายชื่อพรรณไม้จำพวกหนึ่ง มีต้นรังและต้นชายเด็น อย่างว่า เป็นคู่พร้อมบานแบ่งฮางชาย วาโยยันเบิกเฟือนเฟือยกู้ พังพลายค้อยเถิงแดนเมืองพี่ นกฮอกฮ้องชมชู้สู่คอน (ฮุ่ง).
ฮางเซ็งดาบเหล็กกล้าชนิดดี เรียก ดาบฮางเซ็ง อย่างว่า เนี่ยนเนี่ยนนิ้วทวายดาบฮางเซ็ง ปุนเอามาเลือกดูคมกล้า เถือนหนึ่งเฮียกชื่อตาวเต็งม้าง แสนปางลงลุ่มเมือพ่อไปผาบฆ่าฟันล้มล่าวสาม (ฮุ่ง).
ฮางปืนรางปืน อย่างว่า ฟังยินคื่นคื่นเค้าค้อนฮ่ำฮางปืน พุ้นเยอ กุมภัณฑ์ขรมขู่ฟงฟันด้าง พลไหลล้อมโดยลมมัวมืด มันสั่งให้ปุนตั้งแต่งการ (สังข์).
ฮางว่าผิว่า ถ้าว่า แม้ว่า อย่างว่า ฮางว่าภูเบศรพุ้นเขินขาดพงศ์กษัตริย์ นั้นรือ ลอนท่อจำเขือเขียวข่าวเฮาภายพี้ เมื่อนั้นคอนไขถ้อยแถมถวายนบนอบ เหมือนดั่งบุญแบ่งเบื้องบุฮาณข้องขอดกัน พระเอย (สังข์).
ฮ่างฮะไม้สามขาสำหรับผูกคันโซ้ (โซงโลง) วิดน้ำเข้านา ในเวลาตกกล้า ดำนา เรียก ไม้ฮ่างฮะ.
ฮาชพระราชา เจ้าเมือง (ป. ราช) อย่างว่า นับแต่เจ้าจากไว้วางเหยื่ออาหาร ทังมวลเมิลอยู่ตรอมตนเศร้า เขาก็ทรงสลอนค้างคาคอนคองฮาช ก็บ่กินเหยื่อหญ้าคอยเยี้ยมอยู่เหงา (สังข์).
ฮาดวัวหรือควายที่ตอนไม่ลง เรียก วัวตอนฮาด ควายตอนฮาด.
ฮาธนาอาราธนา นิมนต์ เชื้อเชิญ การเชื้อเชิญเจ้าเมือง เรียก ฮาธนา อาฮาธนา ก็ว่า ใช้กับพระสงฆ์แปลว่า นิมนต์ เช่น นิมนต์เทศน์ นิมนต์สวดมนต์ นิมนต์ฉัน.
ฮานโรคกษัย ชื่อโรคชนิดหนึ่ง มีอาการท้องเป็นดาน เรียก ฮาน.
ฮานราน รานกิ่งไม้เรียก ฮานง่าไม้ วัวคึกคนองเอาเขาขวิดพุ่มไม้ เรียก งัวฮานพุ่มไม้ คนโกรธทุบหม้อข้าวหม้อแกงเตะบ่วงเตะจอง เรียก คนฮานเฮือน.
ฮ่านยุงป่า ยุงป่าโบราณ เรียก ฮ่าน อย่างว่า ยุงฮ่านฮิ้นตอมหั้นห่อนกลัว (สังข์).
ฮ่านหม้อที่เป็นรอยร้าวไม่ถึงกับแตกเรียก หม้อฮ่าน.
ฮ้านร้าน ที่ที่ปลูกยกพื้น เรียก ฮ้าน ปลูกเพื่อขายของ เรียก ฮ้านขายของ ปลูกให้หมอลำลำ เรียก ฮ้านหมอลำ ปลูกเพื่อปลูกหมากอึหมากแตง เรียก ฮ้านหมากอึหมากแตง ปลูกเพื่อเก็บก้านหญ้า เรียก ฮ้านหญ้า อย่างว่า ว่าซวาดซวาดน้ำฮวายฮวาดสุคันธา พอดีเสด็จออกมาเกยกว้าง หลายถันถ้องตาวแวงระวังราช คนคั่งเท้าโฮงฮ้านลุ่มเทิง (สังข์) นับฮ่อถ้วนใจจอดเชียงเครือ ยินมาดาแม่คีงมาต้าน นูเนือเนื้อนางไทเทียมลูก โฮงแขบเข้าหลายฮ้านเฮื่อคำ (ฮุ่ง).
ฮาบราบ เรียบ เสมอ อย่างว่า เนื้อฮาบเกลี้ยงคันธชาติบัวบาน เกสีฉลวยลูบมันมวยดั้ว คีงเคียนแก้วสายแสงประดับคาด สะใบเบี่ยงผ้าแดงด้ามดอกคำ (สังข์) ดีแก่ฟ้าก่ำเกี้ยวภูพ่างพุงพาง พุ้นเยอ ดาราเฮืองส่องแสงใสแจ้ง เขาก็คนิงนางแก้วศรีกระสันโฉมฮาบ เคียดที่ทัวระคึกท้าวนอนแล้งต่างสถาน (ฮุ่ง).
ฮาบปราบ กำราบ อย่างว่า เฮาฮีบคึดใคร่เผี้ยนพลางพ่อเร็งโญ ดังนั้น เตโชแฮงฮาบเขาขุนข้า ลอนอำได้ยาไพพ้องกล่าว ดังนั้นอำนาจเท้าดินฟ้าข่าวขามแท้แล้ว (สังข์) เมื่อนั้นทะม่าวหน้าท้าวกว่ากวนฟุน ตีพลายเงยเกี่ยวมวลมาหน้า สามมะเฮียวฮู้ปุนใจเจียนกล่าว เศิ็กทุ่มใต้ลุ่มฟ้าหลายท้าวฮาบเฮา (ฮุ่ง) เฮาก็ฮบฮาบแพ้หลายท่ากระจัดจวน ยังเล่านองพลมาดั่งเหมือยไหลข้อน แหนแก่ผลควรให้ฮมเพิงคนิงมาก ปางนี้ แต่นั้นโดยเฮ่งฮ้อนเฮวม้าฮีบแฮง (ฮุ่ง).
ฮามหนุ่ม สาว รุ่น ต้นรังที่ยังรุ่นเรียก ฮังฮาม อย่างว่า บ่อาจตั้งอยู่ได้โดยฮูปฮังฮาม ดีแต่ว่าโยแถมทาบเติมตีค้อม เพราะเพื่ออาฮามฮ้อนทนทวงเทท่าว คึดท่านไท้ทังน้องแม่เมือง (สังข์) หญิงที่กำลังสาว เรียก สาวฮาม อย่างว่า เถ้าจ่าช้อนเฮวเฮ่งไปตาม แนนบัวทองห่างชายชวานน้อย ฮมฮมพร้อมสาวฮามใช้ช่วง ข้าอ่อนเจ้าติวสร้อยผางถ้วนท่อลุง แท้รือ (ฮุ่ง).
ฮามเหินห่าง ว่าง เว้น อย่างว่า สนมหนุ่มฮ้างฮามรูปเร็งโญ ฮามเฮียงฮสทอดทูลผกาแก้ว ฮามโฮยฮ้างทวายทาจันน์อ่อน ฮามเผี่ยนผ้ากาสาอิ้งลูบองค์ (สังข์) ฮามอยู่เอ้ฮามช้อนกีดชะนอน (กา) เจ้าแกว่นอุ้มเอาพี่พิงสมร โฉมเสงียมงามเกิ่งสวรรค์สาวฟ้า เมื่อก่อนฮามเฮียมฮ้อนทังปวงปลิ้นปั่น ฮักฮูปแก้วนงหน้าหมื่นกระสัน (ฮุ่ง).
ฮามไม่พออยากพอกิน เรียก ฮามแลงฮามงาย อย่างว่า เมื่อนั้นเจ้ายี่คุ้มอ่าวชู้บ้านเก่าเชียงเครือ ฮมกำเดาเมื่อมาหิวไห้ เหลือฮามฮ้างสาลีนอนเปล่า หว้ายป่าไม้ดงกว้างฮอดลุง (ฮุ่ง).
ฮามหญิงแก่ เรียก สาวฮาม อย่างว่า ญิงฮามฮ้างสามผัวอย่าสมเสพ ชายใดสิกสามเล่าแล้วยากลั้วเกี่ยวสหาย (เสียว).
ฮ่ายชื่อคำประพันธ์ประเภทหนึ่ง เช่น ร่ายยาว เรียก ฮ่ายยาว เรียกเสกมนต์ ว่า ฮ่ายมนต์.
ฮ่ายนกไต่ไปตามกิ่งไม้ เรียก นกฮ่ายไม้ อย่างว่า บัดนี้สูรย์สอดดั้นหลึมเหล่าเสียแสง พุ้นเยอ นายพิมมะบานใส่ใจจำหมั้น ดีแก่ลมแซงซ้ายพรึกสาถ้องเถื่อน เมื่อนั้นชะนีฮ่ายไม้มวลฮ้องฮ่ำคอน (ฮุ่ง).
ฮ่ายเท กรอก กรอกน้ำใส่เต้าหรือคันโท เรียก ฮ่ายเต้า ฮ่ายตันโท ไฮ่ ก็ว่า อย่างว่า เมื่อนั้นเขาจิ่งไหว้นบบาทมาหาญ เขาก็โมทนาดอมทั่วแดนดินฟ้า ยอคุณเจ้าพานคำแหนฮ่าย พระบาทเจ้าแผ่นหล้าคือคู่นครทอง (ฮุ่ง).
ฮ้ายชั่ว ไม่ดี ปีไม่ดี เรียก ปีฮ้าย อย่างว่า ข้ามขอบฟ้าหลายถ่ายเจียระกาล พอเมือเวรังคลายคอบคืนมาแท้ เกรงจักเสียกษัตริย์แก้วใจเมืองเมือท่าน เคราะห์คาดเข้าปีฮ้ายฮ่วมมา พระเอย (สังข์).
ฮ้ายดุ ด่า อย่างว่า มีทังบาทาท้าวธรงใสสุบเกิบ คือจั่งจักต่อตั้งใจฮ้ายฮ่อการ (สังข์).
ฮ้ายเฮ่งดุเดือด อย่างว่า นัคเรศนี้ทุกที่ญิงชาย วางทังโทมทอดปุนเป็นเชื้อ แม้นว่าการใดแท้เคืองแคลนฮ้ายเฮ่ง ข้าขออวนไพร่ต้องตางเจ้าเขื่อนแข็ง พระเอย (สังข์).
ฮาวประมาณ ขนาด เท่า ประมาณขา เรียก ฮาวขา ขนาดแข้ง เรียก ฮาวแค่ง เท่าแขน เรียก ฮาวแขน อย่างว่า พร้อมล่ายแท้ทังข่มขืนแข็ง คองว่าบาฮามฮาวฮุ่นเฮาแฮงฮู้ลุนมาแท้ คำสูญสันทาบบาก็หม่อมผู้เป็นเชื้อชอบเชียง แม่เอย (สังข์).
ฮาวราว ไม้หรือเชือกสำหรับพาดตากเสื้อผ้า เรียก ฮาว อย่างว่า ภูวนาถขึ้นช้างผาบพลายวัน เฮืองเฮืองดาวมณีมาศมุงเมือท้าย ทุกประดาเล้มลำงามปล้องถี่ แก้วก่ายข้อแขวนล้นเลียบฮาว (สังข์).
ฮาวเขาราวเขา อย่างว่า ผ่อเห็นฟ้าสว่างแจ้งจันทร์ฮุ่งฮาวเขา พุ้นเยอ เสียงนันในนครหลวงดั่งดินดาซ้าย รุกขาไม้ลมพานค้อมควี่ เดือนด่วนค้ายคลาข้อนขอบเสมร (สังข์) ขึ้นแค่ห้วยทางเก่านันคราว พลหลวงนอนในดงย่อมเขียวไปเช้า หลิงเห็นฮาวเขาข้อแกมออนเหลืองป่ง เมื่อนั้นท้าวฮุ่งผู้ที่เหง้าเหลียวต้านหมู่นาง (ฮุ่ง) จัดถีบถ้องแนวป่าฮาวเขา ใผหากเห็นสถานเนาที่บาบุญกว้าง เอาจักวางคำเข้มสีพอนฮ้อยชั่ง แม่นจักกินท่อนท้าวทานเกื้อเกิ่งแดน ก็ยอม (สังข์).
ฮาวป่าราวป่า แนวป่า อย่างว่า ฮสฮ่มเค้าฮาวป่าบังบด ภูบาลสถิตแทบพะลานเพียงพื้น หกกษัตริย์พร้อมปลงนันในข่วง ยามหนึ่งตั้งพาแก้วขาบถวาย (สังข์).
ฮาวผาแนวภูเขา อย่างว่า ผ่อดูชะพู่ฝ้าบดฮ่มฮาวผา พุ้นเยอ สูพลันเนืองเถิงนางจอมแม่เจืองเจียมน้อย มันก็เฮาเฮาไว้ในดาเลี้ยงใหญ่ ซ้วยขนาดไว้คำตื้อไป่หวี (ฮุ่ง).
ฮ่าวเครื่องดักสัตว์ชนิดหนึ่ง ใช่ข่ายหรือหลาวเป็นครื่องสังหาร เรียก ฮ่าว.
ฮ่าวแกล้งทำ อุตริทำ อย่างว่า วันนี้เป็นใดมาฮ่าวฮ้องหาเฮียมฮับฮีบ ซู่มื้อยังล่วงขึ้นมาได้ง่ายดาย นั้นเด มารจาต้านดอมนางน้อยนาฏ มื้อนี้เฮียมล่วงถ้องแถวไม้บ่ส่ำบาย นางเอย (สังข์) เมื่อนั้นย่าวย่าวหน้ามหาราชปิตา ชลธาไหลหลูดเดดอมน้อย ขอให้จอมใจม้างภวังค์หลังวางโทษ จริงเถิ้น พ่อก็ได้สลั้งหลงฮู้ฮ่าวกระทำ แท้แล้ว (สังข์).
ฮ่าวฮบรบโดยไม่ตั้งใจ เรียก ฮ่าวฮบ อย่างว่า กูนี้พันตาป้องเป็นขุนขวางโลก มาฮ่าวฮบฮ่อเชื้อนามน้อยนาคงู ดั่งนี้ ฮอยจักเสียเดชกล้าการชั่วชามผาง ดั่งนี้ ภูธรตรัสเหตุเห็นหายฮ้อน พระก็ปุนสารใช้ตีตราลายเลข ธนูแนบน้าวผยองข้วมหมื่นดอย (สังข์).
ฮ้าวดึง เหนี่ยว กิริยาที่ดึงเข้ามาหรือเหนี่ยวเข้ามา เรียก ฮ้าว ดึงแห เรียก ฮ้าวแห ดึงเชือก เรียก ฮ้าวเชือก ดึงเชือกว่าว เรียก ฮ้าวเชือกว่าว หน้าถูกแดดถูกลมจนเคร่งตึง เรียก ฮ้าวหน้า นมที่มีน้ำนมมากจนไหลออกมา เรียก ฮ้าวนม.
ฮ้าวโฮบสวมกอด เรียก ฮ้าวโฮบ อย่างว่า กันดารเต้นทยานเถิงฮาวโฮบ (หน้าผาก).
ฮาวีราวี รังแก รบกวน เบียดเบียน การเบียดเบียน เรียก ฮาวี อย่างว่า ดูรายักษ์ถ่อยฮ้ายหีนะโหดปาปัง กูบ่มาฮาวีฮ่อสูสหาวท้า ถ้าว่ามียอมแท้ชีวังวายวางขาด ใผผู้ต้องต่อหน้าเนียระเมี้ยนมอดจริง แน่แล้ว (สังข์) ผู้ผ่านท้าวคึดชอบชมคดี โดยเดิมอันออกเมือง จริงแจ้ง ฮอยที่ฮาวีแพ้ภายบุญเบื้องบาป จริงแล้ว จำแจกเข้านอนแล้งเพื่อนพล เมื่อใด (ฮุ่ง).
ฮำรำ เยื่อเมล็ดข้าวสารหรือเยื่อละเอียดที่ได้จากแกลบ เรียก ฮำ ใช้เกือหมู เกือเป็ด เกือไก่ อย่างว่า งัวบ่กินหญ้าอย่าได้ข่มเขาหัก หมูบ่กินฮำอย่าตีดังชิเว้อ (ภาษิต).
ฮำฝนตกรด เรียก ฝนฮำ อย่างว่า ฝนตกย้อยฮำใบตองครั่ง คันชิเอิ้นสั่งชู้เฮือชิหล้มเคิ่งวัง คันชิเหลียวหลังรื้อคืนมาหาอุ่น ย้านแต่บุญบ่พร้อมกลางน้ำชิจุ่มจม (ผญา).
ฮำผืน อย่างว่า เมื่อนั้นอินทราชไท้ก้มขาบลาเมือ ถวายบัวบานยอดดาวดิงส์ฟ้า เมื่อนั้นอินโทท้าวพันตาตรัสส่อง เอาผ้าแก้วผืนกว้างหมื่นฮำ (ฮุ่ง).
ฮ่ำตี ตีฆ้องเรียก ฮ่ำฆ้อง อย่างว่า เสด็ดขาดเมี้ยนแล้วเลิกลาลง ผ่อเห็นฮวานฮวานวันส่องดอยคาค้อย ภูมีท้าวทังนางเมือที่ ค้อนฮ่ำไค้กลองฆ้องคาดยาม (สังข์).
ฮ่ำพร่ำ ร่ำ อย่างว่า เมื่อนั้นท้าวฮุ่งฮ้อนฮ้อนฮ่ำฮมฮัก อาบันเบียนบาปสนองสูญเศร้า ดีแก่ทามะรุกอ้องแกมโกกู้งูก พระพี่น้องสองเจ้าฮ่ำกระหาย (ฮุ่ง).
ฮ่ำคนิงรำพึง คิดถึง อย่างว่า บาก็เนาในนทีฮ่ำคนิงเถิงน้อง (ผาแดง) ภูชัยท้าวคนิงฮ่ำคนเดียว (สังข์).
ฮ่ำเพอเอาใจใส่ อย่างว่า ติแต่ควายบักเลฮ้ายปักตูสวนบ่อัดหี่ ติแต่แมงหมี่ฮ้ายตีนซิ่นบ่ฮ่ำเพอ (ย่า).
ฮ่ำเพิงรำพึง อย่างว่า เขาหากลืมความทุกข์บ่ฮ่ำเพิงเถิงบ้าน (ผาแดง) ผัดผาบได้ช้างถ่าวแสนพลาย ทังมวลขันกล่าวขอทูลไหว้ บุญผายเจ้าเงินยางเลยตื่น พระบาทไท้คนิงฮู้ฮ่ำเพิง (ฮุ่ง).
ฮ่ำไห้ร่ำไห้ อย่างว่า ดูดั่งเอื้อยฮ่ำไห้ขอขอดตายตาม ดั่งนี้ ลอนจักไลลาผางเพื่อนทางทั้งค้าย คือควรเพี้ยงสองตาตนพี่ แพงเอย น้องอย่าไลพี่ให้กระสันดิ้นดั่นเดียว อุ่นเอย (สังข์).
ฮ่ำฮ้องร่ำร้อง อย่างว่า คันกูเฮฮ่ำฮ้องเสือช้างแสม่งตาย นั้นแล้ว (สังข์).
ฮ่ำเฮียนกราบทูล อย่างว่า เจ็ดหน่อไท้ธรงแม่พังคำ พวงคำประดับห่มภรณ์แพรห้อ บุญขวางยั้งลวาชุมชมชื่น เมื่อนั้นคอนขาบเกล้ากลอยไหว้ฮ่ำเฮียน (สังข์).
ฮ่ำเฮียนเล่าเรียน อย่างว่า รือจักไปจอบจ้างหมอฮ่ำเฮียนมนต์ ทำตนเป็นดั่งธรทยานผ้าย อันนั้นวิสัยช้าเยียวเกินการชั่ว ผิดเผ่าเชื้อธรเถ้าใคร่ครวญ (สังข์).
ฮ่ำโฮร้องไห้โฮ อย่างว่า ซว่าซว่าข้าเขาฮ๋ำโฮเสียง ภูมีผายเชิงเถิงแท่นคำคนเฝ้า เสียงสูรพร้อมเพลงระบำพิณพาทย์ ตีเสบเจ้าลุ่มฟ้าระงมกลั้วเกิ่งสวรรค์ (สังข์).
ฮ่ำไฮร่ำไร อย่างว่า คึดแม่ป้าปุนไห้ฮ่ำไฮ (สังข์) ชะบูหน้าท้าวฮ่ำไฮความเลยลวด เชิญสายสมรม่วนเมืองกินแล้ว ในถันถ้องฮามฮอยฮ้อยส่ำ ทุกที่แผ้วผิวพร้อมพ่องถอย (ฮุ่ง).
ฮิคนที่มีปกตินิสัยเลือก สิ่งใดไม่ชอบก็ไม่เอา เรียก ฮิ เช่น เลือกกิน เรียก ฮิกิน เลือกใช้ เรียก ฮิใช้ เลือกงาน เรียก ฮิงาน เลือกเงิน เรียก ฮิเงิน เลือกหมู่ เรียก ฮิหมู่.
ฮิงรึง ผูก มัด อย่างว่า คันว่าสมคบด้วยคนบุญนักปราชญ์ เป็นดั่งจันทน์แลคู้ตองกล้วยห่อฮิง คันว่าสมคบด้วยพาโลคนถ่อย เป็นดั่งปลาเน่าหม้อตองกล้วยห่อฮิง (สังข์) คันว่าปลดโทษแล้วสะสว่างเสวยฮม เมื่อใด เฮาจักเวนบริพารพวกพลทังอั้ว บัดนี้โยธาซ้ำเชิญพลพักเพิ่ง พี้ดาย ลุงท่านให้ตื่มฮั้วฮิงต้ายเขื่อนข็ง (ฮุ่ง).
ฮิดฮิดอาการเจ็บปวดเพียงเล็กน้อย เรียก ปวดฮิดฮิด ถ้าปวดมาก เรียก ฮึดฮึด.
ฮิ่นกลิ่นหอมที่มากระทบจมูกเพียงเล็กน้อย เรียก หอมฮิ่น ถ้ามาก เรียก ฮึ่น.
ฮิ้นริ้น แมลงตัวเล็กๆ คล้ายแมลงหวี่ชอบกัดกินเลือดคนเป็นอาหาร เรียก ฮิ้น อย่างว่า คันว่าย่ากล่าวแล้วหลานเล่าเลยจา ย่านี้ปัญญาเลิ็กส่องเห็นตับฮิ้น ย่าโลดกินแต่อ้อยปล้องถี่ลำหวาน บอกให้ฝูงหลานกินแต่เลาตางอ้อย (ย่า).
ฮิ่นตรองพิจารณาโดยรอบคอบ เรียก ฮิ่นตรอง อย่างว่า หมอชาช้าก่อน หมอเหล้าเอามัน หมอฝิ่นฮิ่นตรอง (ภาษิต) คันชิทำการสร้างอันใดให้ฮิ่น อย่าได้เห็นแก่ใกล้กินกล้วยโม่มเสีย (กลอน).
ฮิ่นฮิ่นควันที่พุ่งออกมานิดหน่อย เรียก ควันฮิ่นฮิ่น.
ฮิบริบ การริบเอาข้าวของเงินทองคนอื่นโดยพลการหรือโดยอำนาจกฎหมาย เรียก ฮิบ เช่น ฮิบไฮ่ ฮิบนา ฮิบม้า ฮิบงัว ฮิบเงินทอง.
ฮิบฮี่ริบหรี่ แสงที่ไม่สว่าง เรียก แสงฮิบฮี่ สิ่งซึ่งมีลักษณะเหมือนแสงไฟ เรียก ฮิบฮี่ อย่างว่า คึดต่อพี่เป็นฮิบฮี่ คึดต่อน้องเป็นล้องค้อง คึดต่อโตเป็นโปโลพ้นเพื่อน (ภาษิต).
ฮิบโฮมรวบรวม เงินทองข้าวของที่ได้มาทีละเล็กทีละน้อยเก็บหอมรอมริบไว้ เรียก ฮิบโฮม อย่างว่า ปุนหนึ่งฮิบโฮมไว้เป็นมิ่งทึนฮอน (ขุนทึง).
ฮิมริม ชาย ขอบ อย่างว่า ฟังยินโกนโดกฮ้องฮิมไฮ่กินไฮ พุ้นเยอ บาศรีเสด็จออกโฮงคนเฝ้า เจืองก็จงใจแก้วโฉมงามง้อมม่วน ผู้ที่เหง้ากระหายฮ้อนคู่ไฟ (ฮุ่ง) ขอบภู เรียก ฮิมภู อย่างว่า ซางฮอดซ้อเฮียวฮุ่นฮิมภู สาขีขนุนลูกซางแซมพั้ว ชมพูพร้อมแฟงฟางแมนม่วง นกเฮ่งฮ้องชมหลั้วหมู่คณา (ฮุ่ง) ขอบตา เรียก ฮิมตา อย่างว่า ตาชุ่มย้อยแยมแย่งฮิมแดง ยามเมิลเมียงหมี่ตอมฮิมจื้น ยามเมื่อเทียวทางแท้คอยคือม้าปล่อย ทวารว่องโหว้ขาวล้านเดิ่นแดง (สังข์).
ฮียาว รี เรียว สูง หนองไม่กว้างแต่ยาว เรียก หนองฮี การตั้งชื่อบ้านของคนอีสาน ถ้าใกล้หนองยาว ว่า บ้านหนองฮี บางทีเอาต้นชาดสูงๆ มาตั้งชื่อบ้านว่า บ้านชาดฮี อย่างว่า อุจฉูอ้อยลำฮียาวใหญ่ (กา) เป็นโตฮีใหญ่ยาวตีม้าง (ผาแดง) ช้างงายาว ว่า งาฮี อย่างว่า เถ้าจ่าช้อนเห็นง่ายดูดี ใสพลโฉมต่อชนชูเข้างาฮีผู้สิงทองนางกว่า ช้างเพียกฮ้องสะเทือนท้นทั่วนา (ฮุ่ง).
ฮี่ปกปิด การปกปิดเรียก ฮี่ อัดลิ้นปี่ฮี่ลิ้นแคน ก็ว่า อย่างว่า กูจักนอนในส้วมปักตูเฮือนอัดฮี่ (กา) ติแต่ควายบักเลฮ้ายปักตูสวนบ่อัดฮี่ ติแต่แมงหมี่ฮ้ายตีนซิ่นบ่ลำเพอ เชื้อชาติแฮ้งกุยฉาบกันเอง ปูต่อปูสอนกันให้เดินตรงห่อนรือชิทำได้ (ย่า).
ฮีดรีด บีบให้ยาวออกไป เรียก ฮีด การบีบบังคับเอาผลประโยชน์จากคนมี ไม่จำเป็นต้องรีด เพราะคนมีเขามีเลือดเนื้อ ส่วนคนจนไม่มีทั้งเลือดและเนื้อ ถ้าไม่ขูดและรีดเอาก็ไม่ได้ ต้องขูดและรีดเอาด้วย.
ฮีตจารีต กฎ ระเบียบ ประเพณี สิ่งที่ประพฤติปฏิบัติมาเป็นเวลานาน เรียก ฮีต ฮีตนั้นไม่จำเป็นต้องมีบทบังคับเหมือนกฎหมาย หรือกฎศีลธรรมในทางศาสนา คนผู้สร้างจารีตประเพณีขึ้นเขามีจุดมุ่งหมายเพื่อรวมคนให้เป็นหมู่เป็นคณะไม่แตกแยกกัน ทั้งนี้เพื่อให้สะดวกแก่การปกครองและร่วมกันสร้างบ้านแปลงเมืองให้เจริญรุ่งเรือง อย่างว่า ผัวเมียนี้คนเดียวโดยฮีต สุขทุกข์ยังอยู่ย้าวถนอมตุ้มต่อมกัน (กลอน) บัดนี้จักกล่าวเถิงภูชัยท้าวธรงแท่นเป็งจาล ก่อนแล้ว พระก็แพงกุมารหมู่เนาในห้อง ทังหกท้าวธรงตนเฮียนฮีต หลักใช่น้อยญาณเลี้ยวล่ายงอน (สังข์) พระบาทเจ้าคลุ้มฮุ่งหาแฮง ก็บ่วางวิญญาณที่กระสันเสียได้ เพื่อคนิงเถิงแก้วกุมารีเจ็ดนาฏ บอกแก่อามาตย์ชั้นชุมฮู้ฮีตคลอง (สังข์).
ฮีตสิบสองประเพณีประจำเดือนทั้ง ๑๒ เดือน เรียก ฮีตสิบสอง คือ เดือนอ้ายทำบุญเข้ากรรม เดือนยี่บุญคูณลาน เดือนสามบุญเข้าจี่ เดือนสี่บุญพระเวส เดือนห้าบุญสรงน้ำ เดือนหกบุญบั้งไฟ เดือนเจ็ดบุญชำฮะ เดือนแปดบุญเข้าพรรษา เดือนเก้าบุญเข้าประดับดิน เดือนสิบบุญเข้าสาก เดือนสิบเอ็ดบุญออกพรรษา เดือนสิบสองบุญกฐิน ทั้ง ๑๒ นี้เป็นฮีตสิบสองหรือประเพณีของคนอีสาน.
ฮีนเครื่องสานด้วยไม้ไผ่ขนาดใหญ่ รูปกลมคล้ายยุ้ง ทาด้วยดินเหนียว สำหรับใส่ข้าวเปลือก เรียก ฮีน.
ฮีนฮีนแสงแดงริบหรี่ เรียก แดงฮีนฮีน ถ้าโตเรียก แดงแฮนแฮน ฮูนฮูน ฮวนฮวน โดยลำดับ.
ฮีบรีบ เร็ว อย่างว่า บัดนี้ข้าจักลาบาทพื้นภูวนาถเทโว ก่อนแล้ว กุมภัณฑ์ถวายนอบพระกายกลอยย้าย เถิงแถวถ้ำกะไดทองสะยานฮีบ เมิลมุ่งผาสาทแก้วเฮืองฮ้านฮอดพะลัน (สังข์).
ฮีบฮ้อนรีบร้อน อย่างว่า นางก็จัดฮีบฮ้อนคำเคร่งใสแสง นางก็กลัวตายผันแผ่นสะใบมาบิ้ง มือซวงเกี้ยวกุมภัณฑ์ทังฟั่ง นางสั่งชั้นเสียงแค้นค่อยลง (สังข์).
ฮีบฮ่ำเร่งคิด อย่างว่า บาคราญท้าวคนิงใจฮีบฮ่ำ (กา).
ฮีบเฮ่งรีบเร่ง เร่งรีบ อย่างว่า บาฮ่ำฮู้คองยากมีนาน ผายเชิงเถิงถอดตาวกำด้าม เฮวแฮงต้านอาเอยฮีบเฮ่ง นางก็ฉวยปิ่นเกล้ากำได้ด่วนลง (สังข์).
ฮีบเฮวรีบเร็ว เร่งรีบ อย่างว่า เมื่อนั้นฝูงแกว่นใกล้เฮวฮีบปุนเปือง โดยเกงญาประดับไพร่พลเพียงพร้อม ฟังยินแถถวิลฆ้องกลองยวงเค้าคื่น พุ้นเยอ ข้าค่อมผู้สองเอื้อยปิ่นปัว (สังข์).
ฮีบโฮมรีบรวม อย่างว่า มันก็จัดพร่ำพร้อมฝูงฮ้ายฮีบโฮม (สังข์).
ฮีฮ่ำพร่ำพิจารณา อย่างว่า นับแต่องค์แอ่วให้มันแม่มายมือ มันบ่ยอมยังฮัดโฮบเอาพระองค์ไว้ ภูมีท้าวจอมใจฮีฮ่ำ มีใช่ขำขอดไว้เวรฮ้ายฮ่อใผ (สังข์).
ฮีฮึ้นอื้ออึง อึกทึก ครึกโครม อย่างว่า ภุมเรศเค้าบินเจือดชมละออง ฮมฮมสาวบ่าวซอฮีอึ้น กวนกันต้านแฮงผองชิงดอก ผิดข้องทึ้นกอไม้ย่ำยี (ฮุ่ง) คนเก่าเจ้าท้าวฮุ่งฮุมปัน เขาก็ยอพลเตินซู่เมืองฮีฮึ้น ผีตายล้มกองกันดาไขว่ อ้ายคว่างขอฟาดช้างตัวต้นชั่นชน (ฮุ่ง).
ฮีไฮเรไร ชื่อแมลงชนิดหนึ่งจำพวกจักจั่น แต่เล็กกว่า สีเขียว ปีกใส เรียก ฮีไฮ แมงอี ก็ว่า อย่างว่า ก็บ่ฮีไฮฮ้องเฮเสียงสงัดอยู่ ฝูงนี้เจ้าขม่อมป้องปุนเลี้ยงลอบระวัง (สังข์) ฟังเสียงเฮไฮฮ้องแมงอีจักจั่น เสียงสนั่นก้องระงมบ้านย่ายาย ฝูงหมู่สักกุณาผ้ายบินบนเบ็ดใส่ กินหมากไม้แลงเช้าชื่นชม (ย่า) พ่างพ่างน้ำหน้าซ่านซามไหล ลำลำบายผืนแครงแทบเทียมตางเจ้า ฮีไฮฮ้องเฮเสียงสูรสว่าง อกแฮ่งหม้อมเหมือนใบ้คอบวอน (ฮุ่ง).
ฮึเสียงที่เปล่งออกมาแสดงความตกใจหรือไม่พอใจว่า ฮึ ฮื่อ ก็ว่า.
ฮึงรึงรัด อย่างว่า ภาคหนึ่งคือผู้แพ้พาคาดเคียนอก ปุนดั่งฮึงหนามหนาใส่กระแจจำไว้ บัดนี้อุทรไท้มาเปืองปลดโทษ ล้างบาปเบื้องฝูงแจ้งจากกรรม แท้นา (สังข์).
ฮึดฮัดโกรธงุ่นง่าน เสียงแสดงความอึดอัดใจ เรียก ฮึดฮัด ฮืดฮาด ก็ว่า.
ฮึนรสเฝื่อน รสที่เจือฝาดและขื่น เรียก รสฮึน อย่างว่า มีทังส้มทังฮึนขมฝาด (ขุนทึง) ฮึนเฝื่อนส้มขมง้วนบ่ให้เอา (กา).
ฮึนฮึนเสียงดังเช่นนั้น เช่น เสียงคนพูดกัน อย่างว่า เฟื่องเฟื่องช้างไปแส่งฟูมวัง นงแพงเตินฮีบแคมาตั้ง ฮึนฮึนเบื้องเงินยางยินชื่น เขาบ่ย้านยินโอ้โห่โฮ (ฮุ่ง).
ฮึ้นฮึ้นเสียงดังเช่นนั้น เช่นเสียงกรน อย่างว่า หลับอยู่ฮึ้นฮึ้นในห้องฮุ่งฝัน (กา).
ฮึบฮึบเสียงดังเช่นนั้น เช้นม้าวิ่งไปจำนวนมาก ดังฮึบฮึบ.
ฮึ่มฮึ่มเสียงขู่คำรามในลำคอ เรียก ครางฮึ่มฮึ่ม.
ฮึ้มฮึ้มเสียงดังเช่นนั้น เช่น เสียงฟ้าร้องดังฮึ้มฮึ้ม.
ฮื่นกรุ่น หอมกรุ่น เรียก หอมฮื่น อย่างว่า ไพร่ขวางโอ้หอมสะเทือนในเถื่อน ฮสฮื่นล้ำดวงช้อนป่งชอน (สังข์).
ฮื่นฮื่นเสียงดังเช่นนั้น เช่น เสียงคนจำนวนมากพูดกัน ดังฮื่นฮื่น อย่างว่า ฮื่นฮื่นพร้อมท้าวใหญ่มาโฮม เร็.โญไกวแกว่างฟายสรวงเสื้อ ธรรม์ยำเจ้าขุนเจืองชูช่อยปางนี้ ทังหมู่เชื้อชุมท้าวซู่คน (ฮุ่ง) ฮื่นฮื่นก้องเสเนศนางขุน ตีทวงทบท่าวแดดอมน้อย ฝูงเคยใช้ชุมแหนหัตถบาส เขาก็ปละเครื่องแก้วนางน้อยพ่ายพัง (สังข์).
ฮือวันนี้ เรียก มื้อนี้ วันพรุ่งนี้เรียก มื้ออื่น วันต่อจากมื้ออื่น เรียก มื้อฮือ วันต่อจากมื้อฮือ เรียก มื้อหนึ่ง วันต่อจากมื้อหนึ่ง เรียก มื้อตึ่ง วันต่อจากมื้อตึ่ง เรียก มื้อซืน.
ฮือเสียงไล่ควายเวลาควายเข้าเทียมไถหรือเวลาไล่กลับบ้าน.
ฮื่อเป็นคำเปล่งออกมาแสดงความตกใจ หรือนึกอะไรขึ้นมาได้.
ฮื้อรื้อ รื้อบ้าน เรียก ฮื้อร้าน ลอกบ่อน้ำ เรียก ฮื้อส้าง ถลกแขนเสื้อ เรียก ฮื้อเสื้อ ยกเสื่อขึ้นเรียก ฮื้อสาด อย่างว่า เจียมแต่ฮู้ข่าวน้องเจียระจากเชียงเครือเฮียมก็เต็งคำเสน่ห์ฮุ่งเถิงทุกมื้อ คึดเมื่อพลแพนอ้อมหลายเหลือล้นท่ง พี่ก็เยียวท่านฮื้อเทม้างยาดเมือง (ฮุ่ง).
ฮือฮือเสียงร้องไห้ที่ดังอยู่ในลำคอ.
ฮื้อฮื้อเสียงดังเช่นนั้น เช่น เสียงแสดงถึงการห้ามหรือทักท้วง.
ฮุกชื่อการพนันชนิดหนึ่ง เรียก หมากฮุก หมากสะกา อย่างว่า เฮาบ่ตัดขาดข้อนทางท่องไมตรี โดยสะกาเส็งมอบเมืองมันตั้ง ฮู้ว่าเฮาฮุกได้นครคมแล้วล่าย เสียเพื่อนพร้อมค่าเข้มข่มเฮา (สังข์) หมากรุก ก็ว่า.
ฮุกถู ถูขี้ไคล เรียก ฮุกขี้ไคล ถูผ้าหรือซักผ้า เรียก ฮุกผ้า เช่น ฮุกสบง ฮุกจีวร เป็นต้น.
ฮุงผ้าแถบมีสีเหมือนสีรุ้ง เรียก ผ้าสีฮุง อย่างว่า ผันสู่น้องนางนาฏวันทา แปลงคำควรกล่าวเขาขุนเชื้อ อาภรณ์พร้อมสีฮุงเฮืองดอก ประดับอยู่ย้องถือม้าวเพศกระยา (สังข์).
ฮุงรุ้ง แสงที่ปรากฏบนท้องฟ้าเป็นแถบ มีเจ็ดสี โบราณเรียก ฮุงลงกินน้ำ มักจะปรากฏบนท้องฟ้าในเวลาฝนตกตอนกลางวัน เวลาบ่าย ๓ โมง ซึ่งมีแสงแดดปรากฏอยู่อย่างว่า แล้วจิ่งทำฤทธีให้เป็นฮุงยาวหย่อน ลงมา แดงหมุ่ยพร้อมทังสิ้วแสดเหลือง กงลุ่มนั้นอั้วเคี่ยมนางญิงผิวผางสอฮุ่งเฮืองบ่มีเศร้า กงเทิงนั้นขูลูบาบ่าว แสงบ่แจ้งดูเศร้าหม่นหมอง (ขูลู).
ฮุ่งสว่าง สุกใส แจ้ง ชัด อย่างว่า ผ่อเห็นฟ้าสว่างแจ้งจันทร์ฮุ่งฮาวเขา พุ้นเยอ เสียงนันในนครหลวงดั่งดินดาซ้าย รุกขาไม้ลมพานค้อมควี่ เดือนด่วนค้ายคาข้อนขอบเสมร (สังข์).
ฮุ่งคะนึง คิดถึง อย่างว่า คึดฮุ่งท้าวธรงเพศเป็นสมณ์ อาดูรดอมนางคราญเวทนามีมั้ว เมื่อนั้นเสนาป้องเทวีธรงแท่นนางคั่งแค้นหิวไห้ฮุ่งผัว (สังข์) เทื่อนี้บ่ฮ่างได้คืนคอบเมืองปะกัน แลนอ คำเคืองคึดฮุ่งผัวผิวม้าง บัดนี้ราชาเจ้าจอมหัวเป็นอาชญ์ ก็เพื่อบุญยี่กว้างเป็นข้อยบ่เถียง ได้แล้ว (ฮุ่ง).
ฮุ่งค่ำเวลาเช้าและเวลาค่ำ เรียก ฮุ่งคำ อย่างว่า ฮุ่งค่ำเช้าชาวเทศเทียวสะเภา อุดมโดยดั่งดาวดิงส์ฟ้า นับแต่บุรีล้ำนครคนใดเปรียบ โฮงใหญ่กว้างออระทึ้มผ่านเชียง (สังข์).
ฮุ่งคีงรู้สึกตัว อย่างว่า เมื่อนั้นน้องท่านเข้าคุงพี่พันแขน เร็งโญยังฮุ่งคีงคอยน้อง นั้นบ่ เมื่อนั้นภูมีเยื้อนตีงตนตั้งเที่ยงเล็งล่ำฮ้านโฮงกว้างคั่งคน (สังข์).
ฮุ่งจวนเวลาใกล้สว่าง เรียก ฮุ่งจวน อย่างว่า ซว่าซว่าฮ้องคับคั่งโฮมขวัญ เขาก็โจมจอมศรีใสเพลาเพียรป้อน ฟังยินเค็งเค็งฟ้าเทิงหัวฮ้องฮ่ำ พุ้นเยอ แซวอั่นผ้ายผันชู้ฮุ่งจวน (ฮุ่ง).
ฮุ่งเช้า

เวลาเช้า อย่างว่า โสภาพพร้อมโดยดั่งอินทร์แปลง ยามยลคือแท่งทองโลมไล้ เมื่อนั้นองค์กษัตริย์ไท้แพงเมืองชมชื่น ดีแก่สูรย์ส่องพ้นเฮียวไม้ฮุ่งมา (ฮุ่ง).

ฮุ่งวอนระลึกถึง อย่างว่า เมื่อนั้นนามมนุษย์เจ้าเจียมปรางค์น้อยนาฏ ฟังแม่เจ้าหิวไห้ฮุ่งวอน แล้วเลิกเมี้ยนเมือสู่บาศรี มารดาวอนอ่อนแฮงทวงท้าว นาโคเหลื้อมหลายขุนขับเสบ นางนั่งใกล้กลอยถ้อยฮ่ำเฮียน (สังข์).
ฮุ่งฮ้อน

ร้อนรน อย่างว่า ใจฮุ่งฮ้อนแสนท่อผายความ กลอยวาจาจิ่งจาฝูงเถ้า พอที่เฮาเฮวให้เมือเถิงถามข่าว ดีรือ ค้ายสิ่งเหง้าชมพร้อมพร่ำสงวน (ฮุ่ง).

ฮุ่งฮู้คิดถึง ระลึกถึง อย่างว่า ทุกตาบช้างเทียมเฮื่องาขาว แดนนาเนืองเกินทองแทบทางทวยทู้ สวาสวาเท้าทวารทองแกวก่ำ เมื่อนั้นเจ้าเล่าคึดฮุ่งฮู้เถิงอ้ายคว่างเมือง (ฮุ่ง).
ฮุ่งเฮือง

รุ่งเรือง อย่างว่า ชะแลบนิ้วคอนเน่งประนมกร ลำลำมือกล่าวความแควนคิ้ว นางเมืองเท้าเถิงหมอนอิงอาสน์ เนื้อฮาบสิ้วแสงแก้วฮุ่งเฮือง (ฮุ่ง) ให้พากันศึกษาฮู้วิชาการกิจชอบ ฮีบประกอบไว้ไปหน้าชิฮุ่งเฮือง (ย่า).

ฮุ้งเหยี่ยว เหยี่ยวชนิดหนึ่งตัวใหญ่ ปนอยู่กับแร้ง เรียก ฮุ้ง อย่างว่า ชุมหนึ่งฮูปห่านฮุ้งหงส์เหบปองปลา เยียวยองสับสวาบซิวชิงกุ้ง ควรที่ทารกาหลิ้นหลายชุมชมชื่น หลายหลากล้ำพระอินทร์เจ้าป่าวประดา (สังข์) เมื่อนั้นคื่นคื่นท้วงกลองใหญ่ฮางวัล แมนบินบนเลื่อนมาคือฮุ้ง ทุกพลายแส้ไหลมาพร้อมชั่ง เส็งโอดอ้างคึงง้าวเงือดกาง (ฮุ่ง).
ฮุ้งเฮ่วเหยี่ยวขนาดใหญ่ เรียก ฮุ่งเฮ่ว อย่างว่า สัพพะโคร่งเขี้ยวอำอ่อยลายเหลือง ก็ดี สูอย่ากวนแสนสัตว์หมู่ฮุนแฮงน้อย แม้นว่าแหลวหลวงเถ้าฟานโตตัวพี่ ก็ดี ฮุ่งเฮ่วแผ้วฟานบี้กระออกหลวง (สังข์).
ฮุดดื้อ ด้าน ลูกที่ไม่ฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ เรียก ลูกฮุด ควายที่ไม่ฟังคำสั่งของเจ้าของ เรียก ควายฮุด ไถนาดะ เรียก ไถฮุด.
ฮุนชั่วช้า เลวทราม คนชั่วช้าเลวทรามเรียก คนฮุน อย่างว่า คันว่าฝูงพี่แค้นคึดยากยอมการ ดั่งนั้น จงค่อยหอมกันคืนคอบพระคุณคำแจ้ง เมื่อนั้นหีนะชนเชื้อชายฮุนเฮียนฮ่ำ คันว่าพระที่จั้งไลแล้วส่วนสูญแท้แล้ว (สังข์).
ฮุ่นรุ่น สมัย คราว ต้นไม้ที่ตัดแล้วมีกิ่งเกิดขึ้นใหม่เรียก ฮุ่น คนที่เกิดปีเดียวกัน เรียก ฮุ่นเดียวกัน อย่างว่า พร้อมล่ายแท้ทังข่มขืนแข็ง คองว่าบาฮามฮาวฮุ่นเฮาแฮงฮู้ ลุนมาแท้คำสูญสันทาบ บาก็ขอหม่อนผู้เป็นเชื้อชอบเชียง แม่เอย (สังข์).
ฮุ่นถ้วมตอผู้ที่เกิดมาดีกว่าตระกูลของตน หรือเคยเป็นศิษย์กลับเป็นอาจารย์ เรียก ฮุ่นถ้วมตอ.
ฮุ่นฮางร่วมรุ่น ร่วมสถาบัน คนที่เกิดปีเดียวกัน เกิดบ้านเดียวกัน เคยบวชเรียนมาด้วยกัน หรือเคยเข้าศึกษาเล่าเรียนในสถาบันเดียวกัน เรียก ฮุ่นฮาง ฮุ่นฮางปางเดียวกัน ก็ว่า.
ฮุนฮ้ายร้ายแรง อย่างว่า ท่านอย่าโกธาแข็งฮ่อเฮาฮุนฮ้าย (เวส-กลอน) ฮ้ายฮุ้น ก็ว่า อย่างว่า เมื่อนั้นพระแม่เจ้าใจบ่มีมาย หากได้ทูลเทียนเถิงเทพไททานให้ เห็นว่าเป็นตายฮ้ายฮุนดอมดาขอด กันแล้ว ฝูงแม่พร้อมเพียรล้างลูบไล (สังข์).
ฮุนแฮงรุนแรง อย่างว่า ส่ำหนึ่งพาโลล้นหลับตื่นสูรย์สวย ส่ำหนึ่งเป็นใจวายเปรียบมันมัวไฮ้ คนใดฮ้ายจาฮุนแฮงโลภ ลอนท่อเลี้ยงเสียหน้าเพื่อมัน ลูกเอย (สังข์).
ฮุ่นไฮ่ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ลำต้นเล้กๆ เกิดตามไร่ที่รกร้าง เรียก ต้นฮุ่นไฮ่.
ฮุบฮู่ริบหรี่ สิ่งที่แลเห็นไม่ชัด เรียก ฮุบฮู่ อย่างว่า เสียกฮุบฮู่พออยู่พอกิน เสียกแพ้แว้แพ้บ้านแพ้เมือง (ภาษิต).
ฮุมรุม รวม การชวนกันไปปล้นหรือไปฆ่า เรียก ฮุม อย่างว่า คนเก่าเจ้าท้าวฮุ่งฮุมฟัน เขาก็ยอมพลเตินซู่เมืองฮีฮึ้น ผีตายล้มกองกันดาไขว่ อ้ายคว่างขอฟาดช้างตัวต้นซั่นชน (ฮุ่ง) เมื่อนั้นฟายนอบนิ้วทักพี่ขุนเจือง แองคอนเมือเกยขวางนั่งทูลพระยาอ้าย สูก็หลอนเอาได้หลายเมืองมาฮอดดีรือ เขาว่าท้าวกว่าย้ายหมู่ช้างฮุมเจ้าแสม่งตาย ว่าก็ (ฮุ่ง).
ฮุมป่าขี้อาย ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ฮุมป่า.
ฮุ่มฮุ่มอาการเป็นไข้ตัวร้อน เรียก ไข้คีงฮ้อนฮุ่มฮุ่ม.
ฮุยงับเอา รวมเอา อย่างว่า ลุงท่านลุโชคแพ้มารเฮื่อฮุบเอา เทนางปันซู่ซุมฝูงแก้ว ตัวหนึ่งงางอนเพี้ยงคนเหลาส้วยก่อง เฮียกชื่อแผ้วแผ่นชั้นมารม้วยพ่ายพัง (ฮุ่ง).
ฮุยสีน้ำตาลอ่อน เรียก สีฮุย หมาสีน้ำตาลอ่อน เรียก หมาฮุย.
ฮุ่ยร้องโหยหวล เรียก ฮ้องฮุ่ย อย่างว่า ผาแผ่ด้าวดำด่างกะไดผี ก็มี ชะนีนงคราญฮุ่ยเหินเหนือถ้ำ มีหมู่นาโคเค้าหลายทางเทียวผ่าน หกพี่น้องเดินดั้นลวดหลง (สังข์) พอที่ทำโทษแพ้พ้นสิ่งศัตรูเมื่อใด ดั่งนั้น คือว่าสวางบุญคุณคอบเฮืองเฮียงหน้า ชะบุเนื้อเสวยทอนทังฮุ่ย เจ้าห่มผ้านอนแล้งลวดกระสัน (ฮุ่ง).
ฮุ่ยฮุ่ยเสียงตีฆ้อง ดังฮุ่ยฮุ่ย กลิ่นเหม็นมากระทบจมูก เรียก เหม็นฮุ่ยฮุ่ย กลิ่นหอมที่มากระทบจมูก เรียก หอมฮุ่ยฮุ่ย.
ฮูรู ช่องเล็กๆ เรียก ฮู เช่น ฮูกบ ฮูเขียด ฮูอึ่ง ฮูปาก ฮูดาก ฮูหู อย่างว่า เมื่อนั้นปืนผันเข้าฮูหูวัณนุราช มันก็ลุกตื่นแล้วซวงจิ้มแหย่หา (สังข์) ปากปล่องส้วยเสมอดังฮูเข็ม ไฟแดงจรทั่วคีงคุ่มไหม้ แม้นว่าคนเต็มพื้นชุมพูทำบาป ก็ดี ถ้าว่ายังโลภไว้เดียวข้อยหากทรง (ฮุ่ง).
ฮู้ว่านอนสอนง่าย คนว่านอนสอนง่ายโบราณว่า เป็นคนฮู้.
ฮู้รู้ เข้าใจ ทราบ อย่างว่า ฮูหลบเป็นปีก ฮู้หลีกเป็นหาง (ภาษิต) ฮู้มากยากนาน ฮู้น้อยพลอยรำคาญ บ่ฮู้บ่ชี้เป็นหนี้เท้าตาย (ภาษิต) เมื่อนั้นกุศราชเจ้าใจย่อมยินกระสัน จงใจถามข่าวนางนงหน้า เขานั้นเป็นคนฮู้แนวผีสักศาจ ย่านหน้านั้นเป็นด้วยดั่งรือ เจ้าเอย (สังข์).
ฮู้กลรู้กลมายา อย่างว่า กูหากฮู้เพศเพี้ยงผีเถ้าซู่เซิง แท้แล้ว (สังข์).
ฮู้ข่าวทราบข่าวคราว อย่างว่า มันนั้นเป็นอาชญ์แท้ท้าวชื่อกุมภัณฑ์ เตโชเพียงนารายณ์เผ่าพงศ์พระยาฟ้า เมื่อนั้นมหาเถรไหว้ราชครูคำชอบ เหมือนว่าฮู้ข่าวด้วยโดยเจ้าเทศน์ธรรม (สังข์) หรือว่าโพยพยาธิฮ้ายหนาวหน่วงแสนถนัด โรคาเคืองต่างแลงลืมเข้า อันหนึ่งโทมะนังกั้นฮมทวงทรงโศก คันว่าฮู้ข่าวเจ้าจอมฟ้าลวดหาย (ฮุ่ง).
ฮู้ความเข้าใจความหมาย อย่างว่า อินทร์ก็ตรัสส่องฮู้ความปรารถนานาง ก็จิ่งทันเทพาพร่ำมวลมาเต้า บัดนี้ใผผู้ปรารถนาสร้างชมพูเสวยราช เป็นมิ่งเค้าธรรม์อ้างโลกคน นั้นเด (สังข์).
ฮู้เมื่อรู้สึกตัว ตื่นขึ้น อย่างว่า ยักษ์ยิ่งหลับลื่นล้นมีฮู้เมื่อคีง (สังข์).
ฮู้ฮ่างรู้เรื่องราว อย่างว่า หลานท่านยังถอดม้าวกองแจกประดับลาย เฮียงมณีเฮืองเฮียบจอนจูมเจ้า อันนี้พอถวายให้เร็งโญฮู้ฮ่าง ท้าวซึ่มเจ้าเชียงล้านขอบขาน (ฮุ่ง).
ฮู้ฮ่ำรู้แจ้ง เข้าใจ ฮ่ำฮู้ ก็ว่า อย่างว่า นางก็คึดฮ่ำฮู้คำปากเค็มแข็ง นางจิ่งไขทวารเผยส่องแลเล็งหน้า เห็นกษัติรย์เจ้านงเยาว์ยังอ่อน ดูเพศหน้าเหมือนเชื้อลูกหลาน (สังข์).
ฮู้ฮุ่งรู้สึกตัว อย่างว่า วิบากด้ามฟันผ่าเผลียงอก ภูธรไหลสลบออกความหิวไห้ เมื่อนั้นบัวนางค้นคำนันสะดุ้งตื่น พระค่อยฮู้ฮุ่งเยื้อนยังสะอื้นสั่นสาย (สังข์).
ฮูดครั้ง คราว ขณะ ครั้งหนึ่ง เรียก ฮูดหนึ่ง คราวหนึ่ง เรียก ฮูดหนึ่ง ขณะหนึ่ง เรียก ฮูดหนึ่ง.
ฮูดรูด การที่เอามือกำแล้วรูดไป เรียก ฮูด.
ฮูนฮูนแสงตะวันแดงจัด เรียก แดงฮูนฮูน อย่างว่า พ่องเล่าไห้พ่องเล่าโลมขวัญ มองเห็นฮูนฮูนวันฮุ่งมาจวนแจ้ง นายนักการฮู้ฮางงาวค้อนโค่น ท้าวใหญ่ย้ายลินล้างส่วยลง (สังข์).
ฮูปรูป ร่าง อย่างว่า เทื่อนี้ตกหว่างฮ้างฮาบฮูปโทเร คันว่าวางกูเสียอย่าเหงายินเศร้า แหนงว่าเอโกเมี้ยนมรณาเนียระนาด ผู้ที่เหง้าแถนฟ้าค่อยเมือ ก่อนเถิ้น (ฮุ่ง) ผ่อดูวันผ่าเศร้าสูญเมฆมัวไถน พุ้นเยอ เมโฆเฮียงฮูปสิงห์แสวงถ้ำ ลมไกวเปื้องปิวแปนกากาด หลายซ่องซ้องเขียวข้ำแข่งนิล (ฮุ่ง).
ฮูปงามรูปสวย อย่างว่า นางสนมหนุ่มน้อยหลายล้านฮูปงาม (ผาแดง).
ฮูปเฉลารูปสวยงาม อย่างว่า เมี้ยนสั่งข้อแขกล่าวแองคอน มันก็มีนานเลยเลิกมวนเมือห้อง สาวสนมเปื้องจำมรไกวแกว่ง เห็นเพศย้องดูฮ้ายฮูปเฉลา (ฮุ่ง).
ฮูปมารรูปยักษ์รูปมาร อย่างว่า ยักษ์เกิดขึ้นหลายล้านฮูปมาร (สังข์).
ฮูฮาเสนียด ต้นเสนียด เรียก ต้นฮูฮา.
เฮเสียงคนหมู่มากโห่ร้อง เรียก เฮ อย่างว่า เขาแขกแก้วปุนปากสอนเสียง สังกาจิบจาบนันในฮ้าน ก็บ่ฮีไฮฮ้องเฮเสียงสงัดอยู่ ฝูงนี้เจ้าขม่อมป้องปุนเลี้ยงลอบระวัง (สังข์) เทื่อนี้การพี่เพี้ยงเทียมท่อธรณี ยาว่าเฮียมพาโลเลสสะหาวหาน้อง ดวงคมเพี้ยงพระกูแยงยังแว่น จิตพี่เฮฮ่วนดิ้นกระหายข้อนขาดขวัญ (สังข์).
เฮเสาะหา แสวงหา อย่างว่า เมื่อนั้นยังมีแม่เผดฮ้ายเฮคว่ากลางเมือง ซอมเซิงหาจอบกินของจ้าง มันจิ่งแยงหอแก้วปทุมานางนาฏ มีเครื่องต้อนถวายไหว้ฮ่ำเฮียน (สังข์).
เฮสลบ อย่างว่า นางก็กลิ้งเกลื่อนไห้ฮ้องฮ่ำเฮสลบ นางครวญคุบขาบผัวขวัญแก้ว (สังข์).
เฮ่เสียงที่เปล่งออกมาแสดงความดีใจที่ตนได้ชัยชนะ เพื่อเป็นการอวดอ้างผู้ที่แพ้ เรียก เฮ่ เฮ่เฮ่ ก็ว่า.
เฮ่งเร่ง รีบ รีบตามไป เรียก เฮ่งนำ อย่างว่า มันจักปุนป่าวเสื้อสรวงฮ้ายเฮ่งนำแท้ตาย (สังข์) เร่งพูด เรียก เฮ่งความ อย่างว่า บาก็เสด็จต่าวตั้งเถิงห้องเฮ่งความ (สังข์) เร่งรัด เรียก เฮ่งเขี้ยว อย่างว่า มารเฮ่งเขี้ยวค้อนแกว่งไกวกวัด (หน้าผาก).
เฮ่งตี ตีกลอง เรียก เฮ่งกลอง ตีฆ้อง เรียก เฮ่งฆ้อง อย่างว่า ค้อนเฮ่งฆ้องพลเข้าหมู่เดียว (ฮุ่ง) ค้อนเฮ่งฆ้องเตินแส้แส่งไป (ฮุ่ง).
เฮ่งเคืองอารมณ์ไม่พอใจมากระทบเกิดความขุ่นเคืองโดยเร็ว อย่างว่า ฟ้าเบิกเจ้าล้านชั่งกือทอง ทังลมออนอ่อนเมือเมืองพร้อม อย่าได้ลืมคลองเว้นวางหลังปะไป่ หมอมหม่อหม้อมฮมฮ้อนเฮ่งเคือง (ฮุ่ง).
เฮ่งแถมเพิ่มเติม อย่างว่า ฝูงพี่น้องเอื้อยท่านทังหก ยังกวังไกลชั่วพอพันเส้น มหาเถรเจ้าใจคามคนิงมาก จิตจอดแก้วกระสันฮ้อนแฮ่งแถม (สังข์).
เฮ่งไฟเสมอไฟ อย่างว่า หกพี่น้องเฮียนพร่ำพลอยกลัว ซวงหลวงเหลียวถืกลมเพินพ้น ตาแดงเข้มคือแสงสุริเยศ เพินพ่นเอ้าอายฮ้อนแฮ่งไฟ (สังข์).
เฮ่งวอนเร่งวิงวอน อย่างว่า ว่อนว่อนก้องควาญเป่าชะไนเนือง เซ็นเซ็นเสียงชะนีฮ่ายฮาวปีนถ้ำ ชะลอนช้างพังพลายย้ายย่าง มยุรราชซ้ำเสียงห้าวเฮ่งวอน (ฮุ่ง).
เฮ่งหัวรีบหัวเราะ อย่างว่า ออระแนดเนื้อเจืองยี่หลิงแล หลายนางเจียระจากโดยดอมเจ้า เททะลายเนื้อนัวระสีเฉลียวคาดพ่องเฮ่งขึ้นขี้ช้างทังพ่องเฮ่งหัว (ฮุ่ง).
เฮ่งฮ้อนเร่งร้อน อย่างว่า แต่นั้นม้าเฮ่งฮ้อนเฮวฮีบเถิงสถาน (สังข์).
เฮ่งฮักรีบรัก อย่างว่า ฮ่อนฮ่อนฮ้อนเฮ่งฮักฮมหนาว ไมตรีหวานเหลี่ยมลำโลมซ้อย ฮามเห็นหน้าขาวเขียวอวนอู่ ยามหนึ่งกลั้นขวัญข้อยขาดแฮง (ฮุ่ง).
เฮ่งเฮวรีบเร่ง อย่างว่า ทุกปากก้ำปักปิ่นคำควร ชื่อว่านางอินทร์ลงเลี่ยมลืมเล็งหน้า เนียนเนียนกลั้นกวังใจฮ้อนเฮ่ง เฮวนี้เพราะเพื่อฮามฮ่วมหน้าแดงง้อมอุ่นเฮือน (ฮุ่ง).
เฮ็ดทำ อย่างว่า เฮ็ดดีผีปันนาให้กิน (ภาษิต) เฮ็ดตางลี้ ขี้ตางเซามีแฮง (ภาษิต) เฮ็ดนาว่าปีหน้า ไปค้าว่าปีฮือ (ภาษิต) เฮ็ดให้ส้ม ต้มให้สุก (ภาษิต) เฮ็ดนาอย่าแพงกล้า ไปค้าอย่าแพงทึน (ภาษิต) เฮ็ดเฮือนแล้วยังโฮง (ภาษิต) เฮ็ดอี่หลีจั่งเห็นหีลูกสาวเพิ่น เฮ็ดเหล้นเหล้นเห็นแต่ซิ่นมัน (ภาษิต) เฮ็ดนาบ่เสียไฮ่ เลี้ยงไก่บ่เสียฮัง (ภาษิต) เฮ็ดบ่ได้ใช้บ่เป็นเกิดอุบาทว์ (ภาษิต) เฮ็ดให้เป็นเข็นให้ขาด (ภาษิต) เฮ็ดนาเบิดปีไฟไหม้เล้าเข้า (ภาษิต) เฮ็ดบุญเอาหน้า ภาวนาหาลาภ (ภาษิต) เฮ็ดบ่สมพอได้บ่ได้ ไค้บ่สมพอลั่นบ่ลั่น หมั่นบ่สมพอมีบ่มี (ภาษิต) เฮ็ดนาเหลียวเบิ่งฟ้า เฮ็ดค้าเหลียวเบิ่งหน้าลูกเมีย (ภาษิต) เฮ็ดให้สุดขุดให้เถิง (ภาษิต).
เฮวเร็ว รีบ ด่วน ไว อย่างว่า พิเศษไท้เถรดุ่งเดินเฮว กลายคีรีฮอดแดนนครท้าว จวนใจค้ามคนิงแพงพ้นยิ่ง อุกอั่งทวงสะท้อนสะเทินให้ใช่หัว (สังข์).
เฮวรบ ต่อสู้ การรบหรือต่อสู้ข้าศึกศัตรู เรียก เฮว ฮบ ก็ว่า อย่างว่า เอาจักเอาอาคืนคอบเฮาเฮวได้ (สังข์).
เฮ่วป่าช้า ที่เผาหรือฝังศพ โบราณ เรียก เฮ่ว ป่าเฮ่ว ก็ว่า อย่างว่า สูนี้คือคู่กาโกแฮ้งโฮมโครงควายเน่า ฮู้ว่าโฮมเฮ่วไว้มาม้วยเทื่อเดียว แลนอ (สังข์) กษัตราเจ้าใจเฟือนฮ้อนเฮ่ง พาไพร่เข้าเถื่อนถ้ำผากว้างฮ่อมเหว เขาก็เอากันเข้าในดงผาเฮ่ว นาคหลั่งล้นลงหั้นหมื่นตัว (สังข์) ให้ฮีบซักโกศแก้วเถิงฮ้านเฮ่วผี นางก็ขึ้นปืดล้างโลมลูบมันหอม ขุนมารตายเครื่องคำคาเนื้อ ส่องเบิ่งหน้าท้าวใหญ่ยังขาว เล็บมือยาวก่านทองทุกนิ้ว (สังข์).
เฮวพลันรีบเร่ง อย่างว่า เฮาอย่าช้าตกแต่งเฮวพลัน เขาก็ปุนเปืองประดับแต่งการเลยแล้ว ประดับเครื่องพร้อมเลยแต่งมะฮามหลวง ฮมฮมนันซู่ภายพลอยเต้า เดาดีพร้อมทุกลวงปูสาด สาวถ่าวเค้าหัวห่อมชื่นบาน (ฮุ่ง).
เฮวลวารีบขี่ม้า อย่างว่า ผ่อเห็นเลื่อนเลื่อนน้ำต้องตาดตีนภู พุ้นเยอ ไสวคนบ่าวเจืองเจียมชู้ เฮวลวาผ้ายภูหลวงลิวลี่ คึดฮุ่งผู้แพงล้านชั่วไกล (ฮุ่ง).
เฮวฮอดถึงเร็ว อย่างว่า เมื่อนั้นหมอเมืองฮู้โดยพลันเฮวฮอด ขาบพระเจ้าลุ่มฟ้าปุนตั้งเลขเลียน (สังข์).
เฮวฮันเร่งรีบ อย่างว่า พวงใส่ถ้วยเอิ้นอ่อนแองคอน บัดนี้เจืองก็วางเซาเสียพรากคืนไซซู้แลท่าน เฮาค่อยเฮวฮันดั้นลวาพอนเลยล่วง เฮวเถิ้น เมื่อนั้นสองอยู่ฟู้ฟังอ้ายฮีบคืน (ฮุ่ง).
เฮวฮีบเร่งรีบ อย่างว่า ท้าวกล่าวฮ้อนเฮวฮีบทันที (สังข์) เฮวฮีบทวนธรงพลไพร่มวลมาเต้า (กาไก).
เฮวเฮ่งรีบเร่ง อย่างว่า เถ้าจ่าช้อนเฮวเฮ่งไปตาม แนนบัวทองห่างชายชวานน้อย ฮมฮมพร้อมสาวฮามใช้ช่วง ข้าอ่อนเจ้าติ่วสร้อยผางถ้วนท่อลุง แท้รือ (ฮุ่ง).
เฮวเฮียกรีบเรียกร้อง อย่างว่า แล้วบอกถ้อยแหนอ่อนอวนฟาย บาก็ยองคำเฮวเฮียกผีฝูงเหง้า ฮมฮมเบื้องพีทวายลงเที่ยน เมี้ยนอย่าแล้วประนมเจ้านั่งเนือง (ฮุ่ง).
เฮวแฮงเร็วแรง อย่างว่า บาก็ฉวยดาบกล้ากำฮ่อเฮวแฮง (สังข์) เฮวแฮงผันผาดพะลันเลยม้ม (สังข์).
เฮไห้ร่ำไห้ อย่างว่า เมื่อนั้นอาคั่งแค้นทูลขอดชุลีหลาน ยอมความขอขอดโดยดอมน้อย เซ็นเซ็นน้ำชลธาแถวถั่ง เยื้อนบ่ได้เฮไห้สั่งผัว (สังข์).
เฮฮนกระวนกระวาย อย่างว่า มารฮ่วนฮ้องกลิ้งเกลื่อนเฮฮน นางคราญถนอมลูบยาพรมน้ำ คีงแพงกลั้วกุมภัณฑ์เกี้ยวกอด นางคั่งค้อยใจสบั้นฮ่อผัว (สังข์) ยินอ่าวชู้ลำบากเฮฮน มัวอาลัยเดือดแดใจสะท้อน ฟังยินตาเวาฮ้องเทิงภูว้อนว่อน พุ้นเยอ แดดแฮ่งฮ้อนดังก้องส่งเสียง (ฮุ่ง).
เฮฮ่อนเร่ร่อน อย่างว่า จิตพี่เฮฮ่อนดิ้นกระหายช้อนขาดขวัญ (สังข์).
เฮฮ้างห่างเห อย่างว่า คึดฮุ่งชู้ใจบ่าศวงจิต มิคาว่าเวรจำจรจากเฮียมเฮฮ้าง ดีแก่ลมออนต้องสวนทองหน้าต่าง พื้นโลกกว้างมัวมืดอนธการ (ฮุ่ง).
เฮไฮเรไร อย่างว่า ผ่อเห็นสะพั่งไม้เบื้องดอกดาวประกาย พุ้นเยอ ฟังยินเฮไฮฮันเฮ่งเสียงเฮฮ้อง คับคาค้ายสามมะเห็งอ้ายหาด ล้านเถื่อนถ้องเขียวเช้าค่ำวัน (ฮุ่ง).
เฮาเรา ตัวของเรา ถ้าคนจำนวนมากเพิ่มคำนำหน้าเป็น พวก หมู่คณะ ว่า พวกเฮา หมู่เฮา คณะเฮา ก็ว่า ถ้าคนคนเดียวก็หมายถึงตัวของเราเอง อย่างว่า เฮาว่าเฮาดีแล้วยามเฮาเป็นหนุ่ม แยงแว่นหัวยุ้มยุ้มแยงแล้วเปิดบ่เป็น เถิงเมื่อยามเฮาเถ้าแยงเงาเป็นตาหน่าย เป็นพุ้ยยุ้ยพ้ายย้ายมีหม้องทั่วโต เหลียวเบิ่งสองฝ่ายแก้มหัวแย้มผัดแฮ่งคือ (ย่า) เฮาจักแหนพากย์ด้วยโดยแต่งการดอง เดินกันจัดหมากหลายสามล้าน สองแสนล้นหัวเฝือคำคาด พลูแจกซ้องหลายถ้วนเฮื่อขัน (ฮุ่ง) พี่ท่านสร้างย่านฟ้าเป็นเอกมหาวงศ์ โยธานันแห่กองกลางน้ำ กลัวจักเป็นบาปเบื้องบังเบียดคุงคีง ท่านเอย ควรที่ฟังเฮาหยุดอย่าดลดูฮ้าย (สังข์).
เฮ้าเป็นชื่อของปีระกาในปี ๑๒ มีชื่อเรียกดังนี้ ปีใจ้คือปีชวด ปีเป้าคือปีฉลู ปียี่คือปีขาล ปีเหม้าคือปีเถาะ ปีสีคือปีมะโรง ปีใส้คือปีมะเส็ง ปีชะง้าคือปีมะเมีย ปีมดคือปีมะแม ปีสันคือปีวอก ปีเฮ้าคือปีระกา ปีเส็ดคือปีจอ ปีไค้คือปีกุน.
เฮ้ารวม อย่างว่า ฮสแผ่ผ้งตลบฮอดแดนใด ก็ดี พึงคณาสัตว์ชอบชุมชมเฮ้า อันนี้ยถาแท้ธรรมเนียมปุนเปรียบ จริงแล้ว คันว่าฮากบ่หมั้นเหมือนต้นตุ่มตาย เถี่ยวแล้ว (สังข์) ฟังยินฮว่านฮว่านฟ้าดังสนั่นเสียงเนือง พุ้นเยอ ชวนเฮียมไปเพื่อนเฮาผาเฮ้า แทนแก่บุญเฮืองสร้อยศรีใสโฉมฮาบ น้องก็คึดจอดเจ้าแพงช้างคั่งทวง (ฮุ่ง).
เฮ้าตลบ อบอวล อย่างว่า หลิงดูสองตาบตั้งผาภาคเพียงโพยม ชะนีนงคราญค่อนเสียงสูรถ้ำ ไสวต้นจันทน์แดงเดียระดาษ ธรงลูกล้นหอมเฮ้าฮ่มผา (สังข์).
เฮ้าอึกทึก ครึกโครม อย่างว่า ทุกที่พร้อมอามาตย์มุนนาย สะแบงเบาตกคมะทวงทังค้าย อุทิยานฮ้อนคือไฟเผาแผ่น เสียงโห่ไห้ระงมเฮ้าฮอดเชียง (สังข์).
เฮ้าฮื่นกระจัดกระจาย อย่างว่า ยูท่างไขกาบอ้าละอองเฮ้าฮื่นหอม (ลึบ).
เฮี่ยตก หล่น หาย อย่างว่า อย่าเลี้ยงหมาหลงอย่าบงเข้าเฮี่ย (บ.) ตกตาว่าได้กำคอแก้วบ่หวังวางให้เหล้าเฮี่ย ตกตาได้กำคอกระท้างบ่วางให้เขี่ยขี้ดิน (ผญา) เลือดหยาดย้อยช้างเฮี่ยฮำดิน แขงว่ายอมมือยูท่างสูกุมฆ่า เป็นแต่ใจถวินห้องหนนางพรหมโลก คันว่าปล้ำเทื่อนี้เมือฟ้าเล่ากวน (ฮุ่ง).
เฮี้ยไม้ผาก ชื่อไม้ไผ่ปล้องยาวชนิดหนึ่ง ไม่มีหนาม เรียก ไม้เฮี้ย ไม้ไผ่เฮี้ย ก็ว่า อย่างว่า กลายเขตไม้เดียระดาษดงขวาง ภูชันสูงฮ่อมหินเหวห้วย ผ่อเห็นบงชางเฮี้ยเฮียงกอกางกิ่ง ประดับน่ำแน้บานบ้างแบ่งเขียว (สังข์) ผ่อดูฟ้าสว่างแจ้งเดียระดาษสูญโพยม พุ้นเยอ ฮอนฮอนดาวเฮื่อดวงเดือนอ้าย ฟังยินเป็ดป่องฮ้องเทิงภูว้อนว่อน เค้าอั่นฮ้องปลายเฮี้ยส่งเสียง (ฮุ่ง).
เฮี้ยเตี้ย ต่ำ เล็ก สั้น ภูเขาเตี้ย เรียก ภูเฮี้ย อย่างว่า เดือนดุ่งพ้นเขาเฮี้ยฮุ่งผา (สังข์) กิ่งไม้ที่เรียวเล็ก เรียก เฮียวเฮี้ย อย่างว่า ไม้ก่องค้อมลมล่วงพระคีรี ดีแก่เหมือยฮวายฮำยอดไฮเฮียวเฮี้ย หมีเหมือยฮ้องปุนปังเป็ดป่อง เค้าเคี่ยนหว้ายเวียนค้อยคอบคอน (สังข์).
เฮียกเรียก เรียกร้อง ร้องเรียก อย่างว่า ลัวก็ปุนคำต้านคลองขานแขม่วน ทุกที่เหี้ยนโชมเจ้าเฮียกขวัญ มาเยอ หนักหนิ่นเนื้อน้อยอ่อนขวัญหัว มาเยอ ทังแขนกลมไหล่ขวาแขนเจ้า แององค์อ้วนเลางามขวัญพระเนตร ก็มา ยินอยู่หมั้นในย้าวหมื่นปี แม่ถ้อน (ฮุ่ง) น้องอยู่ลี้เนาเน่งในปรางค์ พุ้นเยอ ยาคอยผกปล่องลมหลิงเยี้ยม แม้นชิชายใดแท้มาปองปลุกเฮียกก็ดี นางก็อย่าต่าวหน้าจาต้านตอบเขา แท้เนอ (สังข์).
เฮียกชื่อบอกชื่อ อย่างว่า นามกรท้าวราชาเฮียกชื่อใดนั้น (สังข์).
เฮียกฮ่ำพร่ำเรียก ร่ำเรียก อย่างว่า ฝูงแกว่นใกล้เฮียกฮ่ำโฮมขวัญ เซ็นเซ็นชลธาไหลท่าวเททังเยื้อน แม้งหนึ่งคำเถิงไท้เทวีพะลันฮอด หน้าบ่าเบื้อทังไห้หอดหิว (สังข์).
เฮียงเรียงกัน เคียงกัน อย่างว่า นั่งเรียงรอบ เรียก เฮียงฮอบ อย่างว่า คือดั่งหยาดแต่ฟ้าเสด็จท่องธรณี โฉมคราญควรคาดเจืองเทียมท้าว นักสนมเนื้อนารีเฮียงฮอบ กาก่องก้าวงามล้ำลูกขอม (ฮุ่ง) สองแม่ป้าเฮียงข้างลูบเลิง ฟังยินเปล้าป่าวฮ้องเฮียงลูกสอนเสียง (สังข์).
เฮียงครอบดลบันดาล อย่างว่า ท่อว่าคึดใคร่ด้วยดอมมิ่งมเหสี ทนทวงกระสันสิ่งไฟฟอนเอ้า หลิงดูก้ำบูฮาญเฮียงครอบกันนั้น พันธะมิ่งข้าขานเบื้องฝ่ายใด นั้นเด (สังข์).
เฮียงความกราบเรียน อย่างว่า ลงขาบท้าวมหาเอกเสนา มันก็เฮียงความไขข่าวการกลอนใช้ เมื่อนั้นทังหลายฮู้ฮมเถิงขานขอบ จริงแล้ว อวนแขกขึ้นทูลท้าวที่ยำ (สังข์).
เฮียงฝั้นเกี่ยวข้อง ผูกพัน อย่างว่า วันนี้เฮาควรต้านขุนเมืองเมือข่าว ดีดาย ตามดั่งวันโชคชู้เฮียงฝั้นฝ่ายเฮา (สังข์).
เฮียงพาการกินข้าวครั้งโบราณจะกินพร้อมกัน เรียก เฮียงพา อย่างว่า สาวบ่าวเข้ากินฮ่วมเฮียงพา ญิงชายปนแปกกันกวนต้าน ตาคอยเหลื้อเหลียวดูดอมแด่ ขายี่เจ้าทองล้านย่อมวอน (ฮุ่ง).
เฮียงพ่างแนบ ใกล้ ชิด อย่างว่า บาศรีท้าวผาแดงเฮียงพ่าง นอนแนบน้องในห้องแท่นลาย (ผาแดง).
เฮียงมือประนมมือ อย่างว่า เฮียงมือเถิงเทวาคู่คนมวลพร้อม (สังข์).
เฮียงหมั้นถูกต้อง สัมผัสกัน อย่างว่า นักขัตฤกษ์ได้ดาวใหญ่วิสาข ลักขณาจรจันทร์อยู่มึนเฮียงหมั้น อาทิตย์จันทร์เสาร์พร้อมพุธเนาในเมษ ดาวเสตฉัตเล่ากั้งกวมไว้ข่วงเพียง วิเศษสร้อยพระศุกร์เน่งในตุล ดาวพหัสเนาในกรกฏฮ่วมเฮียงกงแก้ว อังคารเข้าสูนมะกรเนาเน่ง ราหูแผ่นแผ้วผันฮั้งฮ่วมกุมภ์ (ฮุ่ง).
เฮียงฮ่วมร่วมเรียง อย่างว่า เชิญหม่อมมาเสวยเข้าสาลีเฮียงฮ่วม พี่ก็ตั้งแต่งถ้าถนอมไว้แต่นาน แล้วเด เอื้อยนี้แนวนามเชื้อฉันเดียวโดยชาติ เชิญหม่อมมาจอดยั้งยาย้านเกลียดกลัว พี่ถ้อน (สังข์) เมื่อนั้นทุกที่ให้โฮมฮอดหมอโหร เขาก็ยอกระดานหินวาดดูกงแก้ว ชาตาได้อัครราศีเฮียงฮ่วม ราหูผาดผ้ายผันใกล้ฮ่วมจันทร (ฮุ่ง).
เฮียงฮสเรียงรส อย่างว่า หอมยิ่งเพี้ยงคันธชาติเฮีงฮส วิงวินเถิงถูกทวงมารม้าง ทนสะแดเถ้าทูลเทิงเทวราช ขอช่อยชักนาถน้าวเถิงข้อยขอบคุณ แด่ถ้อน (สังข์).
เฮียงฮ้านเรียงร้าน อย่างว่า ความเคี่ยนห้างเฮีงฮ้านซู่ซุม (สังข์).
เฮียงเฮียนบอก เล่า อย่างว่า สองก็พิพากย์ต้านมาแต่แดนใด แม่เด ทังปวงคือลูกหลานเฝือข้อย เมื่อนั้นทังหกพร้อมเฮียงเฮียนพระแม่ ฝูงข้าเป็นหน่อเชื้อเป็งจาลเฮื้องโลกคน (สังข์).
เฮียนศึกษา เล่าเรียน อย่างว่า บวชเฮียน สิกหา (ภาษิต) บวชเฮียนเขียนอ่าน (ภาษิต) เฮียนให้สุด ขุดให้เถิง (ภาษิต) รือจักไปจอบจ้างหมอฮ่ำเฮียนมนต์ ทำตนเป็นดั่งธรทยานผ้าย อันนั้น วิสัยช้าเยียวเกินการชั่ว ผิดเผ่าเชื้อธรเถ้าใคร่ครวญ (สังข์).
เฮียนรู้ บอก กล่าว อย่างว่า เมื่อนั้นทังหกฮู้เฮียนความพระแม่ ฝูงข้าเป็นหน่อเชื้อเป็งจาลเฮื้องโลกคน (สังข์).
เฮือเรือ ยานพาหนะที่ใช้ในทางน้ำ เรียก เฮือ อย่างว่า เฮือคาแก้งเกวียนเห็นให้เกวียนแก่ บาดว่าไปฮอดน้ำเฮือสิได้แก่เกวียน (กลอน).
เฮียวเฮี้ยกิ่งไม้ในสวนร้าง อย่างว่า ไม้ก่องค้อมลมล่วงพระคีรี ดีแก่เหมือนฮวายฮวายฮอดไฮเฮียวเฮี้ย (สังข์).
เฮี่ยฮวายเรี่ยราด เรี่ยราย อย่างว่า เยียงวากหน้าเล็งล่ำลักหัว แองคอนเฮวฮีบเมือมีไว้ ยนยนถิ้มยินกลัวกลอยผีก เสียดอกไม้สาวม้างเฮี่ยฮวาย (ฮุ่ง) ทอใถ่เข้าถงบั้งเฮี่ยฮวาย (เวส-กลอน) เมื่อนั้นเขาก็ฮุมเอาได้เลียนพานแถนชั่ง เลือดหยาดย้อยคอช้างเฮี่ยฮวาย เมื่อนั้นเสียงสนั่นเอิ้นเอาหัวฮู้บ่ พระบาทไท้เจืองท้าวว่ายา (ฮุ่ง).
เฮียวกิ่งไม้ที่รกรุงรัง เรียก เฮียว อย่างว่า ภูชัยธรงเพศเสวยแลง พอดีฮวานฮวานจันทร์เฮื่อไขไขฟ้า ดาราพร้อมประกายยวงเยืองโลก เหมือยยั่นย้อยเฮียวเฮื้อหน่วงหนาว (สังข์).
เฮียมตัวเรา หรือคนที่เราพูดกัน อย่างว่า เฮียมนี้เป็นดั่งควายเห็นหญ้าในนาเขียวอ่อน กินกะกินบ่ได้เลียลิ้นเปล่าดาย (ผญา) เฮียมนี้ปลอดอ้อยช้อยเสมอดั่งตองคัด ผัดแต่เป็นญิงมาบ่มีชายช้อน (ผยา).
เฮียวกิ่งไม้ กิ่งไม้เล็กๆ เรียก เฮียวไม้ อย่างว่า แล้วเบี่ยงผ้าผายสู่ซองคำ ฟังยินลมพานพัดฟาดเฮียวไฮซ้าย ดาราแจ้งจรบนเบยเมฆ ฟ้าสว่างด้าวโดยใต้ยื่นยวง (สังข์) โสภาพพร้อมโดยดั่งอินทร์แปลง ยามยลคือแท่งทองโลมไล้ เมื่อนั้นองค์กษัตริย์ไท้แพงเมืองชมชื่น ดีแก่สูรย์ส่องพ้นเฮียวไม้ฮุ่งมา (ฮุ่ง).
เฮือเหาะเรือบิน เรือบิน เรียก เฮือเหาะ เฮือหอ ก็ว่า อย่างว่า แม้นชิบินอยู่ฟ้าเวหากะตามช่าง แม้นชิเหาะอยู่ฟ้ากะลงม้วนแผ่นดิน (บ.).
เฮื่อ

สะพรั่ง เต็ม อย่างว่า สะพรั่งพร้อมต้นต่ำตีนจำ ยูงยางจิกดู่แดงเลียนล้น อุมคุมไม้ไพรสณฑ์แสนส่ำ ต้นก่ายต้นเลียนล้อมเลียบดอย (กาไก).

เฮื่อสว่าง แจ่ง สุกใส อย่างว่า ผ่อเห็นวันเฮื่อแจ้งเจียระพรากงายงาม พุ้นเยอ นางลุนเมือมุณเทียรสั่งสาวฝูงใช้ วันนี้เฮาจักเตินฝูงเชื้อประดับปุนไปม่วน ให้แต่งห้างหุมย้องซู่ซุม แด่เนอ (สังข์).
เฮื่อเฮืองสว่าง รุ่งเรือง อย่างว่า มีทังสังฆเถราฮู้แปลธรรมไขชาตก์ ฮุ่งค่ำเช้าตามใต้เฮื่อเฮือง (สังข์) ย่องย่องเนื้อคือคู่แมนเหลา ฝูงเขาไทเงินยางเฮื่อเฮืองคำไล้ ลือเกียรติ์เท้าธาดาแดนทีป เขาปู่ไหว้ทูลท้าวเหนี่ยวหลาน (ฮุ่ง).
เฮื้อรก ร้าง ว่างเปล่า ภูเขาที่รกไปด้วยเครือเถาวัลย์ เรียก เขาเฮื้อ อย่างว่า เดือนด่วนข้วมเขาเฮื้อฮุ่งมา (สังข์) นาที่รกร้างว่างเปล่า เรียก นาเฮื้อ อย่างว่า ปะไป่ไว้เป็นเฮื้อป่าไพร (กา) ควายที่ปล่อยไว้นานหรือตัวที่ชอบเข้าสวนเขาจับได้ เรียก ควายเฮื้อ อย่างว่า ควายเข้าสวนเฮาโตเฮื้อ (ภาษิต).
เฮือกเฮื้อยยาวมาก สิ่งที่ยาวมาก เรียก เฮือกเฮื้อย อย่างว่า เห็นว่ายาวเฮือกเฮื้อยอย่าฟ้าวว่าปลาไหล ลางเทื่อเป็นแนวงูชิตอดตายบ่ทันฮู้ (ย่า).
เฮืองเจริญ รุ่งเรือง อย่างว่า ไม้ลำเดียวล้อมฮั้วบ่ไคว่ ไพร่บ่พร้อมแปลงบ้านบ่เฮือง (เสียว) ทุกภาคก้ำแขกกล่าวคำควร แม้งหนึ่งจันทร์เฮืองแสงฮุ่งพระแขไขแจ้ง แต่นั้นภายอวนก้ำนาคองฮู้ข่าว ท้าวอยู่แล้งไกลชู้ชูดชม (ฮุ่ง).
เฮืองฮุ่งรุ่งเรือง อย่างว่า ใกล้ฮุ่งเค้าครางอั่นอรชร ขัวนัวเหมือยหมอกฮวายลงข้อน ไฟฟืนใต้ทุกเตาเฮืองฮุ่ง ซว่าซว่าข้าดาตั้งแต่งงาย (สังข์).
เฮืองฮู้ฉลาด หลักแหลม อย่างว่า หลักใช่น้อยเฮืองฮู้ยิ่งประมาณ (กา).
เฮืองเฮื่อรุ่งเรือง สว่าง อย่างว่า ฟังยินฮื่นฮื่นฟ้าปีใหม่ฮวายเสียง พุ้นเยอ ออระทึมบดฮ่มเมืองแสนท้าง ทุกเชี่ยงย้องนางจอมเป็นยอด เฮื่องเฮื่อช้างงาซ้องอยู่โฮง (ฮุ่ง) แสงใสเท้าเถิงพรหมเฮืองเฮื่อ เฮืองเฮื่อด้วยสีมาศพรเพ็ง (สังข์) แล้วเล่ากลายเป็นแมงไม้บินไปเฮืองเฮื่อ คนจิ่งเอิ้นหิ่งห้อยเดียวนี้สืบมา (ขุนทึง).
เฮืองเฮืองเจริญ รุ่งเรือง อย่างว่า ผาสาทแก้วซ้องซ่อกองมณี เฮืองเฮืองยกยอดมะฮามเฮียงล้อม ฟังยินเพ็งพานเบื้องโบยบนเกี้ยวกล่อม เล็งต่าวใต้สวนส้มย่านยาว (สังข์).
เฮื้องเลื่องลือ อย่างว่า แล้วแต่งผ้าผืนอาจเอาปก ฟังยินเค็งเค็งควงธะรังลั่นสะบูบนก้อง ทุกไทเฮื้องอัมรินทร์ลงแท่น เมื่อนั้นหกพี่พร้อมวันนั้นประสูติชุม (สังข์) หลิงเห็นไม้ล่าวล้มเลียนฮ่อมเขาฮอม พุ้นเยอ ภูธรลัดเลียบพระนอมนำน้อง เห็นผากว้างเขาคำค้อยค่ำ ดอยนั้น อินทร์แต่งตั้งเขาเฮื้องฮุ่งเฮือง (สังข์) พระบาทเจ้าจาพีพลันขาน กลัวมันสังส่ำเดียระฉานฮ้าย เป็นดั่งชลทาเท้งเฮาจรผจญแดดดีดาย ตางให้เขากล่าวเฮื้องลือเท้าทั่วไตร แท้ดาย (สังข์).
เฮื้อง

ยุยง ใส่ความ อย่างว่า หนูกินกล้วยป๋าขวยให้ตุ่น มักเพิ่นพุ้นมาเฮื้องใส่เฮียง (ผญา) มีครรภ์บ่มีผัวช้อนมานทางเขาชิว่า มีลูกมีย้อนชู้เขาสิเฮื้องใส่ทาง (ย่า) เถิงเมื่อพอช่วงใช้พระบาททูลตีน ท่านนั้น ยาเล็งแลเหลือดเหลียวหลายเบื้อง เกรงท่อฝูงชังฮ้ายสีนขวัญทานโทษ เยียวว่าผู้ที่เหง้าฟังเฮื้องเฮื่อความ (ฮุ่ง).

เฮื้องฮุ่งรุ่งเรือง อย่างว่า สัพพะดวงดอกไม้บานเฮื้องฮุ่งไพร (สังข์).
เฮือดเรือด ชื่อสัตว์เล้กๆ ชนิดหนึ่งอยู่ตามที่นอน กินเลือดคนเป็นอาหาร เรียก เฮือด อย่างว่า กุญชรช้างอัศดรคุณมาก ก็หากหายากแท้ทังค้ายบ่มี ส่วนว่ายูงยองฮิ้นฝูงไฮเฮือดไต่ บ่ห่อนขี้ไฮ้หาได้คู่เฮือน (ย่า).
เฮือนสิ่งปลุกสร้างสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย เรียก เฮือน เฮือนนั้นเฉพาะที่จำเป็นแก่ชีวิตประจำวัน มี ๓ คือ เรือนนอน เรือนครัว เรือนผม อย่างว่า ญิงใดสมบูรณ์ด้วยเฮือนสามน้ำสี่ เป็นญิงดีเลิศล้ำสมควรแท้แม่เฮือน (บ.).
เฮือนครัวห้องครัว , เรือนสำหรับปรุงอาหาร เรียก เฮือนครัว เฮือนครัวจะต้องให้สะอาด เก็บถ้วยโถโอจานให้เป็นระเบียบ.
เฮือนนอนที่เป็นที่พักผ่อนหลับนอน เรียก เฮือนนอน เฮือนนอนเป็นที่รวมความสุขทุกชนิดบรรดามี เฮือนที่เป็นศิริมงคลต้องอาศัยแม่เรือนเป็นคนมีระเบียบ อย่างว่า ชายใดมีเมียแก้วการเฮือนเฮียงฮาบ ขุนใดอำนาจกล้าเมืองบ้านฮุ่งเฮือง (สังข์) คำว่าแม่เรือนมีระเบียบ คือ รู้จักปัดกวาดเช้ดถู เก็บผ้าผ่อนแพรพรรณ เครื่องนุ่งห่มให้เป็นระเบียบเรียบร้อย.
เฮือนผมคนที่สวยงามส่วนมากเอาใจใส่ในเรื่องผม รู้จักหวีสางชะล้างให้สะอาดทุกวัน ผู้ที่ไม่เอาใจใส่ในเรือนผมของตน โบราณว่าเป้นคนไม่ดี อย่างว่า แว่นบ่แยง ผมบ่หวี หีบ่ล้าง (ภาษิต) ส่วนน้ำ ๔ นั้นได้แก่ ๑ น้ำกิน ๒ น้ำใช้ ๓ น้ำใจ ๔ น้ำเต้าปูน น้ำเต้าปูนทุกวันนี้คนไม่เคี้ยวหมากจะเอาน้ำอะไรมาแทนให้ครบ ๔ ถ้าเอาน้ำเหล้าเข้ามาแทนดูจะไม่ถูกใจของคนโบราณกระมัง.
เฮื้อนชื่อโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง ทำให้ผิวหนังเป็นผื่นคัน เรียก เฮื้อน ขี้เฮือน ก็ว่า.
เฮื้อนฐานชื่อโรคชนิดหนึ่งมักเกิดแก่ภิกษุสามเณร ฐาน คือ ส้วมถ่าย ฐานเวจจะกุฏิ หรือส้วมถ่ายพระเณรใช้ร่วมกัน เมื่อไม่รักษาความสะอาดก็มักจะเกิดโรคเฮื้อนฐาน ถ้าจะดูความเป็นระเบียบเรียบร้อยหรือดูความสะอาดของวัด โบราณให้ไปดูที่ฐาน อย่างว่า เบิ่งวัดให้เบิ่งฐาน เบิ่งสมภารให้เบิ่งจัวน้อย (ภาษิต).
เฮื้อยเรื้อย ล่ามวัวด้วยเชือกเส้นยาวๆ เรียก เฮื้อยเชือก.
แฮผ้าเนื้อละเอียดและบาง เรียก ผ้าแฮ เป็นจีวรเรียก ผ้าคุมแฮ เป็นหมอนเรียก หมอนแฮ อย่างว่า สะพรั่งพร้อมเสวยโภชพางาย พอดีถอยสว่ายมือเมือกว้าน บาไทเทิ้งหมอนแฮเฮียงพี่ น้อยหนึ่ง ครุฑหลั่งล้นลงเข้าขาบพระองค์ (สังข์) สองคอบถ้อยถวายส่วนเสนา เงินจูมจัดแจกแฮลายลั้ว เมื่อนั้นมุนตรีแก้วกือเมืองมหาเอก ชมชื่นพร้อมพาขึ้นขาบถวาย (สังข์) ถ้าเป็นผ้าเจ้านาย เรียก แฮคำ อย่างว่า มีทังแฮคำผ้าผืนดีลั้วหลาก (ขุนทึง).
แฮถั่วแระ ถั่วแระ เรียก ถั่วแฮ ถั่วแฮเป็นถั่วฝักเล็กๆ.
แฮ

จัด เตรียมการ จัดทำไว้ก่อน เรียก แฮ อย่างว่า แฮดีกว่าลั้ว เอาผัวเอาเมียดีกว่าอยู่เปลี่ยว (ภาษิต) เหลือแฮงสร้างกฐินแฮบ่ได้แห่ ผู้บ่สร้างแท้แท้สังมาได้แห่มา (ผญา) เขือจ่งฟันเฮือไว้หลายลำแฮท่า หม่าเข้าไว้เต็มบ้านทั่วเมือง (เสียว) แต่นั้นเถ้าแก่ฮู้ฮัพพากย์เสินเสียง เขาหากจำเฮาหาใหม่แฮฮองซ้อน เฮานี้กำลังฮ้อนแฮงเคียวมีหย่อน ยาว่าเถ้าแถลงพ้นโพดความ แด่ถ้อน (สังข์).

แฮ่

แร่ หินกรวด หินกรวด เรียก หินแฮ่ อย่างว่า คนหลักเป็นคนใบ้ใจเบาคึดบ่ถืก เสียนอ หินแฮ่ไหลล่องน้ำโฮฮ้องนี่นัน (ปัสเสน).

แฮ่

สายรก สายรก เรียก สายแฮ่ อย่างว่า มือคัวตัดสายแฮ่ แม่เจ้าล้างอาบส่วยสรงสี แพรผืนดีเอามาตุ้ม แล้วใส่ด้งไปผอกผีพรายผายผีป่า ผีนกเค้ามันฮู้ฮ้อง กูหุก กูหุก กุกกู กุกกู แม่นลูกสูมาเอาเดี๋ยวนี้ ตั้งแต่นี้เมือหน้าลูกกู (ประเพณี).

แฮก

แรก ต้น เดิม ทีแรก การทำนาในครั้งแรก โบราณเรียก แฮก สิ่งที่ต้องทำให้ถูกประเพณีเสียแต่ทีแรกแล้วต่อไปจะเกิดความสุขสวัสดี โบราณกล่าวไว้ดังนี้ ๑ แฮกนา ๒ ตาแฮก ๓ ปักกกแฮก ๔ เสาแฮก ๕ แฮกเสี่ยว ๖ แฮกลาง ๗ แฮกเล่น.

แฮกนาก่อนจะลงมือทำนาแต่ละปี โบราณให้ทำพิธีแฮกนาก่อน เลือกเอาเดือน ๖ ตรงกับวันจันทร์ หรือวันพฤหัส ข้างขึ้น อย่าแฮกข้างแรม การทำพิธีแฮกก็เพื่อให้ข้าวกล้าในนาอุดมสมบูรณ์ดี.
แฮกลางลางสังหรณ์ที่เกิดขึ้นบอกเหตุการณ์ล่วงหน้านั้น ถ้าเป็นลางดีผู้ประสพพบเห็นก็จะประสบโชคชัยสวัสดีตลอดไป ถ้าหากลางสังหรณ์นั้นบอกเหตุร้าย ผู้ประสพพบเห็นลางนั้นก็มักจะสบกับอันตราย เรื่องเหล่านี้ถ้าเราไม่สังเกตจะถือว่าเป็นเรื่องลมๆ แล้งๆ อย่างว่า ขออาชเจ้าจอมโลกหลิงดู คำเคืองมีท่อเดียวดูไฮ้ ขอพระทรงธรรมซ้ำกูร์ณาน้าวส่ง ผายโผดให้เฮืองฮู้แฮกลาง แด่ถ้อน (ฮุ่ง).
แฮกเสี่ยวผูกมิตร การผูกมิตร เรียก แฮกเสี่ยว คำว่า เสี่ยว ได้แก่ มิตร สหาย เพื่อน หรือ เกลอ การผูกเสี่ยวจะทำเป็นพิธีเสียเหล้าไหไก่ตัวเพื่อเลี้ยงดูกัน หรือคนสองคนเมื่อสมัครรักใคร่กันแล้วผูกข้อต่อแขนด้วยด้ายเพียงสองเส้นก็ได้ ผู้หญิงจะเป็นเสี่ยวกับผู้ชาย หรือผู้ชายจะเป็นเสี่ยวกับผู้หญิงก็ได้ ขออย่างเดียวขอให้รักสมัครสมานประสานสามัคคีกันไปจนตลอดชีวิต การผูกเสี่ยวเป็นประเพณีที่ชาวอีสานนับถือมาแต่ดึกดำบรรพ์ ผ๔้เป็นเจ้าของประเพณีนี้ก็คือบรรพบุรุษอีสาน ถือว่าท่านฉลาดและหลักแหลมนัก ถ้าโลกทั้งโลกเป็นมิตรสหายกัน เรื่องฆ่าตีบีฑ์โบยลักเล็กขโมยน้อย หรือเรื่องวิวาทบาดหมางแย่งอำนาจวาสนากันคงไม่เกิดขึ้นแน่ ถ้าคนในโลกนี้เกี่ยวข้องกันในการเป็นมิตรสหายกัน.
แฮกเหล้นการทำงานทีแรกไม่ว่าจะทำอะไร เช่นจะทำไร่ไถนา ทำมาค้าขาย ทำราชกิจการบ้านเมือง กระทั่งการเล่นสาว ถ้าเริ่มไปเล่นแม่ฮ้างแม่หม้ายเมียตายไปสองสามคน ตั้งใจจะเอาเมียสาว บังเอิญเกิดไม่ชอบใจ ตกลงต้องได้แม่ฮ้างแม่หม้ายเป็นเมียอีกจนได้.
แฮงกำลัง เรียก แฮง กำลังกาย เรียก แฮงกาย กำลังใจ เรียก แฮงใจ อย่างว่า พระบาทเจ้าคุ้มฮุ่งหาแฮง ก็บ่วางวิญญาณที่กระสันเสียได้ เพื่อคนิงเถิงแก้วกุมารีเจ็ดนาฏ บอกแก่อามาตย์ชั้นชุมฮู้ฮีตคลอง (สังข์) อันนั้นเชื้อแม่ฮ้างฉองคว่าเฮเมือง ภายในมีโรคาดั่งเฮาแฮงต้าน ลางนางเสื้อสะใบเหลืองเหลื้อมแฮ่ม ยามเมื่อไปคว่าบ้านกลน้อยแนบแอว (ฮุ่ง).
แฮงน้อยกำลังน้อย อย่างว่า เมื่อนั้นสีโหเห็นเหตุบาแฮงน้อย (สังข์).
แฮ่งยิ่ง เกิน มาก อย่างว่า แฮ่งผู้ฮ้ายแฮ่งตื่มตดเหม็น แฮ่งดำแฮ่งติดตื่มลายทังแหล้ แฮ่งอึดแฮ่งอยากทังยากทังจน แฮ่งวนแฮ่งเวียนบ่มีทางไว้ (ย่า) เยื้อนยากเท้าทังแฮ่งโฮยแฮง เดินดอยหลวงกว่าไกลหรือใกล้ เลยเขียวขึ้นเขางอนเมือง่อน คึดแม่ป้าปุนให้ฮ่ำไฮ (สังข์) แฮ่งทุกข์แฮ่งซ้ำ หีบ้ำถืกโค็ยกิ (ภาษิต).
แฮ้งแร้ง ชื่อสัตว์จำพวกนกขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง เรียก แฮ้ง อย่างว่า เชื้อชาติแฮ้งบ่ห่อนเวิ่นนำแหลว แนวหงส์คำบ่ห่อนบินนำฮุ้ง (ผญา) มาบอกเจ้าอาออกอย่าคนิงฮ้อเถิ้น ไว้ช่างชายโทนทานมอบกาโกแฮ้ง เชิญเมือให้พระปิตาคองฮุ่ง หกส่ำพระพี่น้องเนาถ้าแค่ไพร แท้ดาย (สังข์) อันหนึ่งฝูงเพศฮ้ายชาวลุ่มชุมลัว ชิงกันปองแปกนางนำเนื้อ เป็นดั่งคอยหงส์แล้วคอยกาการต่าง คือคู่แฮ้งกินชี้นชากชะเดน (ฮุ่ง).
แฮ่งคนิงยิ่งคิด อย่างว่า แฮ่งคนิงเถิงน้อยศิลป์ชัยหลานราช (สังข์).
แฮ่งดียิ่งดี ดีมาก อย่างว่า จักให้มามอดเมี้ยนหลานชีพเสียชีวัง ว่ารือ ย้านท่อมาเชยตาวต่อตูตายเมี้ยน เมื่อนั้นอาเล่าโลมคำชั้นเชิญหลานอย่าด่วน หลานว่าดีขนาดแท้เขาพุ้นแฮ่งดี แท้ดาย (สังข์).
แฮดแรด ชื่อสัตว์ป่าชนิดใหญ่ หนังหนา มีนอที่จมูก เรียก แฮด อย่างว่า เมื่อนั้นหีนะโหดท้าวธรงอาชญ์ไขขาน เทื่อนี้ลูกจักเชิญแสนสัตว์ซู่คณาเนืองเต้า เชิญทังนาเคนทร์ช้างเสือสางมหิงส์แฮด งัวเถื่อนล้านกระทิงเถ้าหมู่เมย (สังข์) คาดแห่งนั้นเถิงที่ผาทอง ตีนดอยมีแฮดเสือสิงห์ช้าง นองพลขึ้นภูคาเถิงเหล่า เมื่อนั้นงว้างสว่างฮ้องนางหนุ่มตกใจ (ฮุ่ง) นับแต่พลัดพรากบ้านโดยดั่งเดือนปลาย นี้แล้ว ก็หากโฮยแฮงอิดอ่อนคราวคาด้าว กระทิงทวายช้างหมีเหมือยหมาป่า เมยแฮดฮ้องตันต้อนด่านดง (สังข์).
แฮนชื่อพืชชนิดหนึ่ง เกาะอยู่ตามต้นไม้เป็นพืชชนิดกล้วยไม้ ใช้ทำยาแผนโบราณมีชื่อเรียกหลายอย่างต่างๆ กัน ชนิดลายคล้ายงูทำทาน เรียก แฮทำทาน ชนิดเป็นกะปุ๋มกะป๋ำ เรียก แฮคันคาก ชนิดเหมือนงูเห่า เรียก แฮงูเห่า.
แฮมข้างแรม วันที่พระจันทร์เริ่มอับแสงโดยลำดับจนถึงมืดมิด เรียก แฮม มีแฮมหนึ่งค่ำไปถึงแรมสิบสี่สิบห้าค่ำของทุกเดือน.
แฮมค้าง เช่น ค้างคืน เรียก แฮมคืน ค้างวัน เรียก แฮมวัน อย่างว่า จักให้แล้วประโยชน์เจ้ามีเที่ยงทุกประการ เมื่อนั้นภูมีชมชื่นใจจาต้าน บัดนี้องค์กูแก้วไกลเฮือนแฮมป่า พ่อเบิกเว้นนครกว้างพรากพงศ์ (สังข์) เมื่อนั้นค่าวค่าวแส้ชะค้อมเลยล่วงดงงวน แสนดอยดงระดาดบังเขาขั้น เคียดที่มาไกลชู้ฮามเฮียมแฮมป่า เมิลช่องชั้นมัวไม้มืดผอม (ฮุ่ง).
แฮมห่างไกล อย่างว่า ฝืนฝากชู้ประชิดพ่างพิงสมร ยามเมื่อยินกระสันอวนอั่งองค์เอาเกื้อ ดั่งนั้นฮามฮนฮ้อนกระหายวอนแวนสว่าง เบื้องฝ่ายน้องแฮมเฮื้อฮอดทวง (ฮุ่ง).
แฮ้วบ่วงแร้ว เครื่องสำหรับดักสัตว์ชนิดหนึ่ง มีบ่วงติดกับปลายไม้ เอาโคนปักไว้ที่ดิน เรียก แฮ้ว อย่างว่า เป็นดั่งห้างแฮ้วถืกตีนสาร แลนอ พลายสารชักเชือกแฮ้ว เบ่านานขาดเป็นบั้น แคล้วแคล้วกล่าวคำเมือ (ฮุ่ง).
แฮะเฉียด ใกล้ ชิด เช่น เดินเฉียด เรียก ย่างแฮะ นั่งใกล้ เรียก นั่งแฮะ ยืนชิดกัน เรียก ยืนแฮะ.
โฮร้องเสียงดัง เรียก โฮ อย่างว่า แต่นั้นควาญปินช้างเฮวฮีบชำเชย ทังปวงนันคื่นเค็งคุงฟ้า ผงธุลีฟ้งเมือบนบดมืด ช้างและม้าโฮฮ้องโห่สะเทือน (ฮุ่ง).
โฮโฮเสียงร้องดังติดกัน อย่างว่า โฮโฮแมนล่วงชูชิงปล้น ชาวดอยฮ้องเต็มนาซว่าซว่า ทุกปากท้นพลค้านโคบคืน (ฮุ่ง).
โฮ่โห่ร้อง อย่างว่า ทุกข์ที่ข้าเขาขาบกรสลอน เค็งเค็งเสียงโฮ่นันเนืองไห้ สองกษัตริย์อุ้มเอาศรีสามอ่อน ทวายแผ่นผ้าโลมตุ้มค่อยลง (สังข์).
โฮ่ขับ ไล่ ไปไล่เนื้อ เรียก ไปโฮ่เนื้อ ไปไล่กวาง เรียก ไปโฮ่กวาง ไปไล่ฟาน เรียก ไปโฮ่ฟาน.
โฮ่ฮ้องโห่ร้อง อย่างว่า เสียงโฮ่ฮ้องคือฟ้าลั่นเนือง (สังข์).
โฮงโรง เรือนเป็นที่อยู่ของเจ้าเมือง เรียก โฮง ถ้าคนธรรมดาสามัญอยู่เรียก เฮือน อย่างว่า พระบาทท้าวทรงที่นครปะกัน เงินคำมุนมั่งเมืองนองเต้า คนพลันขึ้นโฮงทองทูลยี่ ช้างเฮ่งม้ามวงเค้าคั่งเมือง (ฮุ่ง) คุดอยู่ไม้ยังได้ใส่พานคำ นอนิลยังอยู่โฮงเทียมท้าว (กลอน).
โฮงกะบองที่สำหรับวางกะไต้ เพื่อจุดไฟให้มีแสงสว่าง เรียก โฮงกะบอง สร้างบ้านเรือนแล้วยังขาดโฮงกะบอง โบราณถือว่ายังสร้างไม่สำเร็จ อย่างว่า สร้างเฮือนแล้วยังโฮง (ภาษิต).
โฮงช้างที่อยู่ของช้าง เรียก โฮงช้าง คนสำคัญที่มีช้างมักจะผูกช้างไว้ใต้ถุนเรือน ส่วนพระราชามหากษัตริย์จะปลูกโรงให้อยู่เป็นเอกเทศ.
โฮงซาวเรือนของเจ้าเมือง เรียก โฮงซาว อย่างว่า เถิงโฮงซาวป่าวเตินขุนข้า (สังข์).
โฮบกอด รัด อย่างว่า นับแต่องค์แอ่วให้มันแม่มายมือ ดังนั้นมันบ่ยอมยังฮัดโฮบเอาพระองค์ไว้ ภูมีท้าวจอมใจฮีฮ่ำ มิใช่ขำขอดไว้เวรฮ้าย ฮ่อใผ (สังข์).
โฮบผูก มัด อย่างว่า เครือเขาหมั้นสองคนขันโฮบกันแล้ว (เวส-กลอน).
โฮม

เป็นชื่อของวัน จะทำบุญกุศลอะไรก่อนวันทำบุญ เรียก วันโฮม คือวันเตรียมงาน จัดหาอาหารและสิ่งของมาไว้เพื่อทำบุญ.

โฮม

เป็นชื่อของกลอง ตีเมื่อไรเป็นการประกาศให้รู้ว่าเป็นวันรวม เรียก กลองโฮม.

โฮมรวม ชุมนุม ประชุมกัน อย่างว่า ฝูงส่ำข้าเขาเปลี่ยนปันโตง กลัวเมาเมือสู่พระยาธรรม์ต้น ปุนเพาย้ายมาโฮมเฮียงพ่าง ทุกที่ล้นเมือห้องคั่งคน (ฮุ่ง) บางพ่องหน้าบ่าเบื้อกลัวเกิดอลหน วางการเก็บลูกเมียโฮมห้อง เมื่อนั้นขุนหลวงท้าวทูลธรรม์เทวราช ผู้ที่เหง้าฟังแจ้งฟั่งใจ (สังข์).
โฮมเฮ้าชุมนุมกัน อย่างว่า ฝูงหมู่ชาวคาเมหลั่งมาโฮมเฮ้า (ผาแดง).
โฮยโรย โปรยลงไปทีละน้อย เรียก โฮย เช่น โฮยเข้า โฮยน้ำ โฮยเกลือ โฮยพริก อย่างว่า พ่างพ่างเชื้อโลมจูบโฮยจันทร์ นางเชียงประดับกลิ่นเสนสมแป้ง ฟังยินระบำเพลงไค้เสียงกลมก้องกล่อม พุ้นเยอ นางลูบแป้งประสงค์ส้ามเทียบถวิล (สังข์) ฮื่นฮื่นพร้อมปักแพ่งปานทอง โสราเฮียงฮอดโฮงโฮยน้ำ สะบองหน้านางเมืองปุนแต่ง ไหปากก้ำเจืองท้าวฮ่วมสาม (ฮุ่ง).
โฮยแห้งแห้งเหี่ยว อย่างว่า คันว่าไกลกูตายจากจอมโฮยแห้ง (สังข์).
โฮยฮมทา โรย อย่างว่า หอมฮ่วงเฮ้าคันธชาติกฤษณา ปุนดั่งเนาในปรางค์แม่โฮยฮมให้ เทื่อนี้ไกลกษัตริย์แก้วเดินเห็นหลายหลาก แม่อยู่บ้านฮอยให้ฮุ่งหา (สังข์).
โฮยฮ้างโรยร้าง อย่างว่า ฮามโฮยฮ้างทวายทาจันทน์อ่อน ฮามเผี่ยนผ้ากาสาอิ้งลูบองค์ ฮามสรงน้ำคันโททวายอาบ ฮามขาบใต้เทียนน้อมยื่นถวาย (สังข์).
โฮยเฮ้าตลบ อบอวล อย่างว่า มีดอกด้ายช้าค่างเครือสะเทิน กาวกะเล็นเกียงกลิ่นหอมโฮยเฮ้า ฟังยินยูงสูรผู้สันดอยดังมี่ ค่างค่างช้างเสียงห้าวแกว่างกระดิง (สังข์).
โฮยแฮงอิดโรย หมดกำลัง อย่างว่า เจ้าค่อยย้ายเยื้อนยากโฮยแฮง กลายที่นาเนืองเถิงเถื่อนหลวงหลายชั้น อาดูรฮ้อนฮมเถิงนางนาฏ นกฮ่ำฮ้องชมต้องตื่มลาง (สังข์) อดอยู่เยื้อนลำบากโฮยแฮง ตาวันเฮืองเฮื่อโพยมยังฟ้า พอแลงขึ้นพานคำช้างถ่าว ฝูงหมู่ข้าเก่าแก้วเติมเจ้าล่วงไป (ฮุ่ง).
โฮยโฮยโรยโรย อย่างว่า คอนกล่าวถ้อยถวายมอบโครงสาร โฮยโฮยหอมกลิ่นจันทน์เจือคู้ นางก็พิจารณ์แล้วเลยไขเอาอ่าน เฮียมหากฮู้ใจน้องส่งสาร (ฮุ่ง).
ไฮ1.) ต้นไทร เรียก ต้นไฮ มีหลายชนิด เช่น ไฮมี้ ไฮหย่อง ไฮคำ ไฮหิน 2.) ทองคำ ทองคำเรียก ไฮ อย่างว่า หลายประเทศเต้ามาเข้าส่วยไฮ (ขุนทึง). 3.) ไร ชื่อสัตว์เล็กๆ ชนิดหนึ่ง จำพวกริ้น ชอบกินเลือดเป็นอาหาร อย่างว่า ยูงยองฮี้นฝูงไฮเฮือดไต่ มันหากมีบ่ไฮ้หาได้คู่เฮือน (ย่า).
ไฮ่ไร่ ที่สำหรับปลูกพืชในป่าดง เรียก ไฮ่ อย่างว่า เฮ็ดนาอย่าเสียไฮ่ เลี้ยงไก่อย่าเสียฮัง (ภาาิต) หมายไฮ่ให้สุดชั่วแสงตา หมายนาให้สุดชั่วเสียงฮ้อง (ภาษิต) เป็นดั่งแสนส่ำห้อยน้ำผ่าเขาเขียว ไหลมาโฮมวังขวางสู่คุงคาเสี้ยง ชายหนึ่งทำนาแล้วทวนเทียวทำไฮ่ ฝังลูกเต้าแตงพร้อมถั่วงา (ฮุ่ง).
ไฮ่ (ตบ)ตบ ตี ตีฆ้อง เรียก ไฮ่ฆ้อง อย่างว่า ลมเป่งเปลื้องเฟือยข่าแคมภู สะพึนจันทร์ก่ายดอยดาวข้อน ยูงวอนก้องสันภูใกล้ฮุ่ง ค้อนไฮ่ฆ้องคนพร้อมแต่งครัว (ฮุ่ง) ช้างแกว่งฆ้องกะเิงห้าวไฮ่เสียง (กา) ค้อนไฮ่ฆ้องฮางป่าวตีเติน ฮมฮมยอผาลาแห่จอมเมือหน้า เสินเสินช้างพังพลายย้ายย่าง หลายส่ำข้าอวนเจ้าท่องทาง (ฮุ่ง).
ไฮ้ไร้ ขัดสน ลำบาก ไม่มี อย่างว่า เมื่อนั้นเศรษฐีเถ้าทังสองพ่อแม่ เล่าว่ามาโผดเถ้าเฮือนไฮ้ดั่งรือ นี้เด (สังข์) เลี้ยงพี่น้องฝูงหมู่คนผอม ลุงอาวสูใส่ใจจำหมั้น ทอมคนไฮ้เฮือนคลองทุกข์ยาก ดีดาย เขานั้นคือเขื่อนขั้นเวียงแก้วเกิ่งหิน (ฮุ่ง).
ฮักปานแตงแพงปานตารักมาก หวงมาก สำนวนนี้มีความหมายใกล้เคียงกับสำนวนไทยที่ว่า ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม หรือ แก้วตาดวงใจ ถ้าแปลตรงตัวจะแปลได้ว่า รักเหมือนแตง หวงแหนเหมือนดวงตา
ฮักหลาย

รักมาก

เฮียน

บ้าน เรือน ที่อยู่อาศัย

เฮือนซานบ้านซ่อง

เรือนชานบ้านช่อง

เฮียนซานบ้านซ่อง

เรือนชานบ้านช่อง

เฮียนซาน

บ้าน เรือนชานบ้านช่อง

ฮ้อง

เรียกร้อง เรียกค่าสินสอด เรียกค่าเสียหาย

ฮวด

ราด ราดน้ำ รดให้เปียก

ฮวย

มดลูก

ฮวยไข่

มดลูก,พวงไข่

ฮำฮีฮำฮอน

ถวิลหา คิดถึง จิตใจคิดถึงแต่สิ่ง ๆ นั้น

ไฮ

เท กรอก กรอกน้ำใส่ภาชนะ