วัดมะรุม

วัดมะรุม เลขที่148 หมู่ที่ 7 ตำบลพลสงคราม อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา มีเนื้อที่ 45 ไร่ 2 งาน 13 ตารางวา วัดมะรุมได้ก่อตั้งขึ้นสมัยพระเจ้าทรงธรรมองค์ที่ 21 แห่งกรุงศรีอยุทธยา ราว ร.ศ.2163–ร.ศ.2171 พระเจ้าทรงธรรมทรงครองราชย์อยู่ 8 ปี วัดมะรุม สร้างขึ้นเป็นวัดเมื่อประมาณปี พ.ศ.2169 อุโบสถสร้างขึ้น พ.ศ. 2224 และทำการผูกพัทธสีมา เมื่อ พ.ศ. 2230 สมเด็จพระนารายณ์มหาราช กษัตริย์องค์ที่ 27 แห่งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ทรงครองราชย์ ราว ร.ศ.2199– ร.ศ. 2231 พระองค์ทรงครองราชย์อยู่ 32 ปี แต่ปัจจุบันนี้ อุโบสถหลังเก่าได้บูรณะเป็นวิหารเมื่อ พ.ศ. 2538 เพราะได้ก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้น พ.ศ.2532 สิ้นการก่อสร้าง จำนวน 4 ล้านบาทเศษ และทำการผูกพัทธสีมา วันที่ 29 ม.ค.-6 ก.พ.2538 รวม 9 วัน 9 คืน โดยมีพระครูธีรธรรมพิทักษ์ (อ้าย ธมมธีโร) เป็นเจ้าอาวาส และเจ้าคณะตำบลพลสงคราม เมื่อผูกพัทธสีมาแล้ว หลวงพ่ออ้าย ก็ได้ก่อสร้างสถานีอนามัยมอบให้ชุมชนหนึ่งหลัง สิ้นงบประมาณ นับล้านบาท ต่อจากนั้นก็ได้ ก่อสร้างเจดีย์มัชวิรัตขึ้นอีก 1 หลัง สิ้นงบประมาณ 3,784,625 บาท บนเจดีย์สถานแห่งนี้ ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จากประเทศอินเดีย คุณปู่มาก ศรีรัตน์ นำมาถวาย นับแต่นั้นก็ได้จัดงานปฏิธรรมไหว้พระธาตุ ในวันเพ็ญเดือน 3 มาฆบูชาทุกปี โดยเฉพาะปี พ.ศ.2550,2551 และ 2552 พระบรมสารีริกธาตุ ได้เกิดปรากฏการณ์ฉับพลันรังสี เปล่งรัศมีโชติช่วงฉัชวาลบนยอดเจดีย์สถาน สว่างไสว ไปทั่วบริเวณ มีผู้พบเห็นในปี 50 คือ คุณแม่ดี ขอแถมกลาง และ อบต.จรัส แก้วกลาง คุณแม่ดีท่านเล่าด้วยความปลาบปลื้มยินดีว่า พ่อแม่ยกนาให้เป็นทุ่งสองทุ่ง ยังไม่ปลื้มใจเท่าได้พบเห็นพระสารีริกธาตุ เป็นความรู้สึกที่มิอาจ เปรียบเทียบได้กับทรัพย์ภายนอก ด้วยประการทั้งปวงฯ เป็นสิ่งที่รู้ได้เฉพาะตนจริงๆ ปี พ.ศ. 2551 ผู้ที่ได้พบเห็น คือ คุณพ่อโอน ขอมีกลาง ในลักษณะเดียวกันกับคุณแม่ดี ได้พบเห็นและอีกส่วนหนึงที่ผู้ปฏิบัติธรรมได้พบเห็นเป็นอัศจรรย์ใจก็คือ วันปฏิบัติธรรมประจำปี พ.ศ. 2551 พระบรมสารีริกธาตุ ได้เสด็จมาเกือบเต็มผอบ ไวยาวัจกรเสถียร จึงปรึกษานักปฏิบัติธรรมว่า เราน่าจะไปบูชาผอบใบใหม่ มาใส่พระบรมสารีริกธาตุ จากนั้นจึงได้ไปบูชาผอบใบใหม่มา เพื่อทำการบรรจุพระธาตุ ขณะที่พระครูประโชติชัยคุณ เจ้าอาวาสวัดมะรุม กำลังเตรียมการบรรจุพระธาตุ ซึ่งได้แก้ห่อกระดาษที่หุ้มผอบออกทันใดนั้น ก็เกิดเสียงดังกึกก้องกัมปนาท นักปฏิบัติธรรมที่กำลังสวดบทพระพุทธเจ้าชนะมาร ก็พากันตกอกตกใจหยุดสวดมนต์ไปชั่วขณะ เป็นเวลาเดียวกับที่พระครูได้แก้ห่อภาชนะออกพอดี ปรากฏว่าในผอบนั้น มีพระธาตุเสด็จเข้าไปอยู่แล้ว 5 พระองค์ เกิดความสะเทิ้นสะท้านหวั่นไหว ให้แก่ไวยาวัจกรเสถียรเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าภาชนะผอบนี้ เป็นของใหม่ ได้บูชามากับมือยังถือใว้ให้เขาห่อก็ไม่มีอะไร แต่ไฉนพระบรมสารีริกธาตุ ท่านเสด็จเข้าเองเช่นนี้ ผู้ที่ปฏิบัติธรรม ต่างพากันเกิดอัศจรรย์ใจเป็นการใหญ่ และได้ สวดบทสรรเสริญพระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ จนการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เสร็จสิ้นในปีนั้น และการปฏิบัติธรรมประจำปี 2552 วันเพ็ญเดือน 3 พระบรมสารีริกธาตุ ก็ได้เกิดปรากฏการณืในหมู่นักปฏิบัติธรรม เวลา 15.30 น เสียงสัญญานฆ้องได้ดังกึกก้อง(เสียงทิพย์) ณ สถานที่ปฏิบัติธรรมเป็นเวลาเดียวกับนักปฏิบัติธรรมกำลังนั่งสมาธิอยู่ในช่วง สุดท้าย ของการปฏิบัติธรรมในวันสุดท้า เพื่อเป็นการอัญเชิญเสด็จกลับพระบรมสารีริกธาตุ ขึ้นไปสู่ประดิษฐานบนเจดีย์สถานชั้นที่ 6 โดยได้กำหนดเวลาไว้ให้เข้าสู่ที่ประชุม 16.00 น. แต่เสียงอาณัติสัญญาณก็ดังขึ้นก่อนเวลา คณะผู้ปฏิบัติธรรมต่างพากันรีบมา ณ ที่ประชุม แต่เมื่อสอบถามกันและกันแล้ว ก็หาผู้ตีฆ้องไม่ได้ แม้คนงานที่ทำงานอยู่ใกล้ๆ กับฆ้อง ก็บอกว่าไม่มีใครตีฆ้องด้วยประการใดๆ ยังความอัศจรรย์ใจแก่ผู้ปฏิบัติธรรมยิ่งนัก วัดมะรุม เป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่ง ซึ่งมีพระพุทธรูปที่สำคัญๆ อยู่หลายองค์ อาทิ เช่น หลวงพ่อศิลาแลงเป็นหินศิลา, หลวงปู่ดำตาเพชร เป็นพระประธานคู่กับหลวงพ่อศิลา ประจำอุโบสถวัดมะรุมตั้งแต่เดิม ตาท่านเป็นเพชร หลวงพ่อหริ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ องค์ที่นำมาประกอบพิธีสาบานตน หลวงตาโยยเกศคด เป็นองค์ทดแทนหลวงพ่อหริ่ง ถ้าอยากเห็นผลจริงโดยไว ต้องหลวงพ่อหริ่ง ถ้าเป็นสอนสั่งให้รู้ชั่วดี ต้องหลวงพ่อโยย พระพุทธรูปที่กล่าวมานี้ ล้วนเป็นพระพุทธรูปที่ทรงคุณค่าและความศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง น่าอัศจรรย์จริงๆ ครั้งหนึ่งหลวงปู่ดำ มีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ อยู่ใกล้กับโบสถ์ ถูกลมพัด โค่นล้มลง แต่ไม่ถูกโบสถ์เกิดอัศจรรย์แก่ผู้พบเห็น คนที่ไปในโบสถ์แล้วไม่เคารพไหว้ท่าน คนๆ นั้นถึงกับล้มลงชักดิ้นชักงอ ยิ่งในยามค่ำคืนยิ่งไม่มีใครกล้าเดิน หน้าโบสถ์เลย เพราะมี่เสานางตะเคียนตกน้ำมันอยู่หนึ่งคู่ เป็นเสาใหญ่ไม้เก่าหาดูยากฯ หลวงพ่อหริ่งเป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย มีความศักดิ์สิทธ์อิทธิฤทธิ์สุดที่จะกล่าวอ้างให้จบสิ้นลงได้ ผู้คนต่างศรัทธาเลื่อมใสมากราบไหว้ ขอพรอยู่ไม่เว้นวัน หลวงพ่อหริ่ง สามารถดลบันดาลให้ท่านทั้งหลาย ผู้กราบไหว้ด้วยใจศรัทธาสมเจตนาทั่วหน้ากัน ครั้งหนึ่งนายเผด็จ แก้วหอม บ้านหนอง ได้นำสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 สิงหาคม 2550 มาให้หลวงพ่อเหยียบให้ โดยอธิษฐานจิตไว้ว่า ถ้าผมนายเผด็จ แก้วหอม ถูกรางวัลที่ 1 จะขอบวชถวายหลวงพ่อ 1 ปี และถวายปัจจัย ก่อสร้างกุฏิสงฆ์หลังใหม่ จำนวน 500,000 บาท ปรากฏว่าหมายเลขที่ออก ตรงตามนั้นทุกประการ นายเผด็จก็ได้ทำตามคำปฏิญาณนั้นทุกประการเช่นกันฯ มีโจรมาปล้นในหมู่บ้าน ขณะกำลังจะเข้าปล้นฝนก็ตกอย่างหนัก พวกโจรไม่สามารถปล้นได้จึงพากันหลบหนีไปก่อน เพื่อรอจังหวะเข้าปล้นใหม่ แต่เหตุการณ์ ก็ไม่อำนวยอีกเช่นเคย พวกโจรจึงพากันเดินทางกลับบ้าน แต่ไม่สามารถกลับบ้านได้ โดยไปหลงอยู่หลังวัด จึงถูกชาวบ้านรอบจับไว้ได้และทุบตีจนถึงแก่ความตาย ในสมัยกำนันราตรี ทองมาลัย ด้วยเหตุนี้ ประชาชนคนทั้งหลายต่างก็พากันโจดขานว่าเป็นด้วยอำนาจหลวงพ่อหริ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่ จึงทำให้พวกโจรกลับบ้านไม่ถูก ครั้งหนึ่งพวกหัวขโมย ได้พากันมาลักเครื่องปั่นไฟวัด โดยจอดรถไว้ระยะที่ ห่างไกลออกไป แล้วพากันหามเครื่องปั่นไฟไป สิ้นระยะทางประมาณ 7 เส้น แต่เมื่อไปถึงแล้ว รถยนต์ไม่สามารถติดเครื่องได้ พวกหัวขโมยจึงพากันทิ้งเครื่องปั่นไฟไว้ แล้วเข็นไปเฉพาะรถยนต์ เรื่องราวความมหัศจรรย์ในองค์หลวงพ่อหริ่ง ยังมีอีกมากมายหลายหลวงนัก ไม่ว่าจะเป็นการขอเลิกเหล้าต่อหน้าหลวงพ่อ ขอหยุดการพนัน 3 ปี 5 ปี สามีภรรยาดื่มน้ำซื่อตรงตาอกัน ตลอดทั้งสาบานลงสมัครผู้ใหญ่ กำนัน ส.ท,ส.ข.,อ บ ต.,บริษัทห้างร้านพนักงาน อธิษฐานของหายแล้วได้คืน ต่างๆนาๆ เหล่านี้ มีอยู่ในองค์คุณความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อหริ่งจริงๆ ชายหญิงสามารถอธิษฐานจิตได้ด้วยตัวเอง เพ่งถึงกระแสจิต ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อหริ่งจริงๆ มีความศรัทธาเชื่อมั่นในตัวท่าน ขอให้ท่านได้ช่วยความเจ็บป่วยไม่สบายต่างๆนานา ในตัวเรา อันตัวเราคือภาชนะที่จะเข้าไปต่อเชื่อม หากเราบริสุทธิ์ด้วยกายวาจาใจ หากเราไม่มีบาปกรรมจนเกินไป ย่อมสัมฤทธิ์ผล อย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นคงไม่มีผู้คนพากันมากราบไหว้บูชา ขอพรหลวงพ่อหริ่ง เป็นจำนวนมาก เช่นปัจจุบันนี้ คนที่คิดดีทำดี หลวงพ่อย่อมรู้และเข้าใจ ท่านก็ให้ศีล ให้พรสมความปรารถนาทุกประการ ส่วนคนที่ฝ่าฝืนคำสาบานหรือทำในสิ่งไม่ดี ย่อมมีอันเป็นไปต่างๆนานา บางครั้งบุคคลที่ทำความผิดแล้ว เกิดสำนึกได้ก็มาขอขมา หลวงพ่อก็ให้อภัย บางคนถึงกับมาตายที่วัดก็เคยมี ด้วยคำสาบานของตนเอง ที่ได้กล่าวไว้ต่อหน้าหลวงพ่อ ว่าถ้าหากหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์จริง ขอให้ผมกลับมาตายต่อหน้าหลวงพ่อด้วยเถิด คนๆ นั้นก็กลับมาตายต่อหน้าหลวงพ่อจริงๆ เป็นสิ่งที่อภัยไม่ได้ ถ้าใครจะมาท้าทายลบหลู่ดูถูกคุณท่านเช่นนี้ ด้วยเหตุนี้ผู้คนทั้งหลาย ต่างชอบใจในองค์คุณความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อหริ่ง

แชร์
สถานที่ อีสานร้อยแปด