การเลี้ยงหมูป่า

พฤศจิกายน 1, 2018 | พลอยสีเทา

หมูป่า เป็นสัตว์ที่มีเนื้อขายราคาแพงกว่าเนื้อหมูธรรมดาทั่วไป เพราะว่าไม่ค่อยมีคนเลี้ยง ทั้ง ๆ ที่เลี้ยงง่ายมาก เนื้อหมูป่าจะหยาบกว่าเนื้อหมูธรรมดาทั่วไป แต่ด้วยความเหนียวนี้ก็เลยทำให้มันเอาไปทำเมนูอาหารป่าต่างๆได้อร่อย การเลี้ยงหมูป่าเลี้ยงได้ง่ายมาก เศษอาหารที่เหลือใช้จากการทำการเกษตร มักจะใช้เลี้ยงหมูป่าได้เป็นอย่างดี ในปัจจุบันนี้ยังไม่มีคนเลี้ยงมากนัก ส่วนใหญ่แล้วจะน้อย แต่ก็นับว่าเนื้ออร่อย และเริ่มนิยมเลี้ยงกันมากแล้ว ส่วนใหญ่แล้ว จะเลี้ยงไว้เพื่อขายเนื้อ

พันธุ์หมูป่า

หมูป่าพันธุ์หน้ายาว

หมูป่าพันธุ์หน้ายาว

พันธุ์หน้ายาว สังเกตได้ง่ายๆเลยก็คือช่วงหน้านั้นจะยาวออกมา รูปร่างจะบางและดูโปร่งกว่าพันธุ์หน้าสั้น ขาจะยาวกว่า นอกจากช่วงหน้าจะยาวแล้ว ยังมีขนที่ไม่ดำสนิท มีทั้งดำและขาวที่สลับกันไป คล้ายๆขนหงอกและหนังของมันจะหนากว่าหมูป่าพันธุ์หน้าสั้น

หมูป่าพันธุ์หน้าสั้น

หมูป่าพันธุ์หน้าสั้น

พันธุ์หน้าสั้น ตรงข้ามกับพันธุ์หน้ายาวทุกอย่าง เพราะว่าพันธุ์หน้าสั้นจะตัวเตี้ย อ้วน ป้อม ขาสั้น หน้าสั้น มีขนที่ดำสนิท หากินตามป่าลึกๆ

อาหารที่ใช้

หมูป่าเป็นสัตว์เลี้ยงง่าย ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องของอาหารมากจนเกินไป เพราะอาหารที่สามารถเลี้ยงหมูป่าได้ก็มี อาหารที่มาจากการเกษตรทั่วไป รำข้าว ข้าวโพด เศษผัก มันสำปะหลัง มันเทศ หรือแม้กระทั่งวัตถุดิบที่หาง่ายที่สุดอย่างต้นกล้วย ซึ่งแค่นำมาสับๆก็สามารถที่จะนำไปเป็นอาหารให้กับหมูป่าได้แล้ว การให้อาหารหมูป่ามักจะให้วันละมื้อเท่านั้น สับอาหารใส่เกลือ และหมักไว้ ก็สามารถนำไว้เลี้ยงหมูป่าได้ยาวนานทีเดียว

การเลี้ยงดู

การจะเริ่มเลี้ยงดู ต้องเพาะพันธุ์หมูป่าก่อน ซึ่งหมูป่าตัวเมียที่จะสามารถผสมพันธุ์ได้ก็คือ 7 เดือนขึ้นไป การผสมพันธุ์ ก็เลือกตัวผู้และตัวเมียมาอยู่รวมกันในอัตราพ่อพันธุ์ 1 ต่อแม่พันธุ์ 5-10 ตัว ต้องเลี้ยงโดยการแยกพ่อแม่พันธุ์ออกมา รวมไปถึงแม่พันธุ์ที่ตั้งท้องใกล้คลอด ก็ต้องแยกออกมาด้วยเช่นเดียวกัน เพราะป้องกันไม่ให้พ่อหมูป่ากัดหรือทำร้ายลูก เพราะมันจะเป็นช่วงที่หมูป่ามีนิสัยที่ดุร้ายมากยิ่งขึ้น แม่หมูป่าจะต้องท้องอยู่ประมาณ 114 วันหลังจากนั้นจะคลอดออกมาแม่ละประมาณ 6-7 ตัว ส่วนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์นั้นก็สามารถเลี้ยงไปได้เรื่อยๆ

 โรงเรือนและอุปกรณ์                     

ด้วยนิสัยของหมูป่า ค่อนข้างที่จะดุร้าย เพราะการใช้ชีวิตที่ออกหากินในป่ามาก่อน ดังนั้น จึงต้องทำโรงเรือนที่เลี้ยงดูให้มีความแข็งแรงและทนทานป้องกันไม่ให้หมูป่าทำลาย หรือขุดมุดดินหนีออกมานอกรั้วได้ ควรทำโรงเรือนแยกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน ตั้งแต่พ่อแม่พันธุ์ แม่หมูป่าใกล้คลอด ลูกหมูป่า เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น

โรค การป้องกันโรค

ด้วยลักษณะนิสัยของหมูป่า เป็นสัตว์ที่ไม่ขี้เกียจ แถมยังแข็งแรงกว่าหมูทั่วๆไป แต่ก็ไม่ควรวางใจ เพราะอาจจะเกิดโรคขึ้นได้ทุกเมื่อ ควรดูแลในเรื่องของความสะอาด การถ่ายพยาธิ รวมถึงไปถึงการฉีดวัคซีนให้ทันตามกำหนดเวลา ถึงแม้หมูป่าจะเกิดโรคได้ยาก แต่ก็ไม่ควรละเลย

ต้นทุน

สำหรับต้นทุนในการเลี้ยงหมูป่า 1 ชุด ซึ่งใน 1 ชุดก็คือ โรงเรือน อาหาร และพ่อพันธุ์หมูป่า 1 ตัว แม่พันธุ์หมูป่าอีก 5 ตัว ซึ่งในส่วนของพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ และโรงเรือนสำหรับเลี้ยงนั้นก็จะอยู่ในราคาประมาณ 15,000-25,000 บาท ส่วนเรื่องค่าอาหารก็อยู่ที่ประมาณ 7,000-8,000 บาท

ผลตอบแทน

ผลตอบแทนจะได้สองทางด้วยกัน คือการขายหมูป่าที่โตเต็มที่ กับการขายลูกหมูป่า การขายหมูป่าที่โตเต็มที่ จะสามารถขายได้เมื่อหมูป่ามีน้ำหนัก 80 กิโลกรัมขึ้นไป ส่วนการขายลูกหมูป่า ก็ขายตั้งแต่อายุได้ 3 เดือน คนเลี้ยงหมูป่าส่วนใหญ่ก็จะมีรายได้จากการขายหมูป่าที่โตเต็มที่ และเพาะพันธุ์ลูกหมูป่าขายสร้างรายได้กำไรมากถึงหลักหมื่นทีเดียว

ข้อมูลและภาพประกอบ

  • หนังสือ 123 อาชีพเกษตรทางเลือก
  • http://www.vacationzone.co.th/webboard/Question.asp?GID=13760
  • https://www.youtube.com/watch?v=IXquk4gfDGo

 


1 Trackback

กรุณาแสดงความคิดเห็นของคุณ

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น