ฟ้อนบุญบั้งไฟ

ฟ้อนบุญบั้งไฟ

พฤศจิกายน 14, 2019 | Alitta Boonrueang

บุญบั้งไฟ เป็นประเพณีที่เกิดจากความเชื่อเกี่ยวกับพญาแถนซึ่งเป็นเทวดาผู้ดูแลมนุษย์ เมื่อถึงเดือนหกเริ่มต้นการทำนา ชาวบ้านจะจุดบั้งไฟ เป็นการบูชาขอให้พญาแถนบันดาลฝนให้ตกลงมา ประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นกิจกรรมร่วมกันของชุมชนอีสานหลายๆ หมู่บ้าน หมู่บ้านเจ้าภาพจะปลูกโรงเรือน เรียกว่า ผามบุญ ไว้ต้อนรับชาวบ้านจากหมู่บ้านอื่น และดูแลจัดหาอาหารสำหรับทุก ๆ คน เช้าของวันงานชาวบ้านจะร่วมกันทำบุญ ประกวดประชันขบวนแห่ และจุดบั้งไฟที่ตกแต่งอย่างงดงาม บั้งไฟของช่างบั้งไฟผู้ใดจุดไม่ขึ้น ผู้นั้นจะถูกหามโยนลงโคลนเป็นการทำโทษ และจะมีการเซิ้ง ฟ้อน กันอย่างสนุกสนาน

เมื่อปี พ.ศ. 2550 ในโอกาสที่ชมรมศิลปวัฒนธรรมอีสานจุฬาฯ ครบรอบ 30 ปี ทางชมรมฯ ได้คิดการแสดง “ฟ้อนบุญบั้งไฟ” ขึ้น โดยคุณกิตติศักดิ์ แก้งทอง เป็นผู้ออกแบบท่ารำและเครื่องแต่งกาย คุณชัชชัย พันธ์สวัสดิ์ แต่งเพลงประกอบ และแสดงครั้งแรกในงาน “ไอดินถิ่นอีสาน อลังการวัฒนธรรม 30ปีอีสานจุฬาฯ” เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2550

ฟ้อนบุญบั้งไฟ

ฟ้อนบุญบั้งไฟ

ฟ้อนบุญบั้งไฟ ใช้ผู้หญิงล้วน โดยจำนวนช่างฟ้อนเป็นคู่ ซึ่งในงาน30ปีอีสานจุฬาฯ ใช้ช่างฟ้อน 12 คน

การแสดงเริ่มจาก ขบวนแห่บั้งไฟ เซิ้งบั้งไฟไปรอบๆ ขบวนแห่เดินไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าเวที จึงร้องเพลงบุญบั้งไฟ และเริ่ม ฟ้อนบุญบั้งไฟ

เครื่องแต่งกาย

ช่างฟ้อนบุญบั้งไฟ  นุ่งผ้าซิ่น เสื้อแขนกระบอกสีแดง พาดสไบแพรวาสีแดงเฉียงไขว้กันสองด้าน เกล้่าผม ประดับมวยด้วยแพรวาสีแดง ช่างฟ้อน 6 คน ใส่ส่วยมือทั้งสิบนิ้ว คล้องมาลัยฝ้ายสีขาว อีก6คน ถือร่มสีแดง

ฟ้อนบุญบั้งไฟ

ฟ้อนบุญบั้งไฟ

บทร้องบุญบั้งไฟ

ชายหนึ่งคน ร้องนำ หญิงอย่างน้อย2คน ร้องประสาน และชายอย่างน้อย2คน ร้องท่อนเซิ้งบั้งไฟ
คำร้อง ทำนอง โดย ชัชชัย พันธ์สวัสดิ์

บอกบุญพี่น้องใกล้ไกล บุญบั้งไฟไทยอีสาน ประเพณีที่ยาวนาน เป็นตำนานบุญบั้งไฟ (เป็นตำนานบุญร่วมใจ)

ขบวนแห่เรียงราย มีความหมายความทรงจำ ลูกหลานที่ร่ายรำ พร้อมเพรียงตาสง่างาม (พร้อมเพรียงตาสง่างาม)

ผ้าป่าที่มาไกล น้าแสงไทยเคยเป็นผู้นำ  วันคืนที่จดจำ ไม่เคยหายไปจากใจ (ไม่เคยจางไปจากใจ)

มาเด้อ (มาเด้อ) ขวัญเอย (ขวัญเอย) จากบ้านไป อยู่แดนไกล ลำบากเพียงใด อย่าลืมกลับมา หากวันใดที่เจ็บช้ำใจ มองไม่เห็นใคร ก็คืนกลับมา จากกันไป เป็นห่วงเป็นใย ทุกข์สุขยังไง อย่าลืมกลับมา บ้านเฮา

โอ้โฮ้โอ โฮ้โอ้ โฮ้โอ….. (โอ้โฮ้โอ โฮ้โอ้ โฮ้โอ )
โอโฮโอ โฮ้โอ้ โฮ้โอ่….. (โอโฮโอ โฮ้โอ้ โฮ้โอ่ )
สวัสดีพ่อแม่พี่น้อง….. (สวัสดีพ่อแม่พี่น้อง )
เฮามาร้องฟ้องเทวดา….. (เฮามาร้องฟ้องเทวดา)
ให้ฝนตกมาเทมาสาก่อน….. (ให้ฝนตกมาเทมาสาก่อน )
โลกมันฮ้อน กะฮ้อนได้ฮ้อนดี ….. (โลกมันฮ้อน กะฮ้อนได้ฮ้อนดี )
อย่าให้มียามแห้งยามแล้ง….. (อย่าให้มียามแห้งยามแล้ง)
น้ำมันแพงขึ้นหลายกว่าเก่า….. (น้ำมันแพงขึ้นหลายกว่าเก่า )
ขายแต่ข้าวมันกะบ่พอกิน….. (ขายแต่ข้าวมันกะบ่พอกิน)
ติดหนี้สินกองทุนหมู่บ้าน….. (ติดหนี้สินกองทุนหมู่บ้าน )
เฮ็ดแต่งานหาเงินใช้หนี้….. (เฮ็ดแต่งานหาเงินใช้หนี้ )
ความพอดีกะจักอยู่หม่องได๋….. (ความพอดีกะจักอยู่หม่องได๋ )
มาเปิดไฟซ่อยข้อยหาแหน่….. (มาเปิดไฟซ่อยข้อยหาแหน่ )
ชีวิตย่ำแย่เฮากะโทรคุยกัน….. (ชีวิตย่ำแย่เฮากะโทรคุยกัน )
เอาความฝันตีเป็นโตเลข….. (เอาความฝันตีเป็นโตเลข )
งานอดิเรกชาวไฮ่ชาวนา….. (งานอดิเรกชาวไฮ่ชาวนา )
ตั้งแต่ซื้อมาบ่ถืกจักเทื่อ….. (ตั้งแต่ซื้อมาบ่ถืกจักเทื่อ)

สิ่งที่ฝัน (สิ่งที่ฝัน) คงถึงสักวัน (คงถึงสักวัน) ด้วยแรงใจสองมือที่มี จะสร้างวันนี้ให้ดีกว่าเก่า ผ่านเรื่องราวที่เคยผิดหวัง เป็นพลังให้สู้ต่อไป ต่อไป ต่อไป ชีวิตต้องสู้ต่อไป มีลมหายใจต้องสู้ต่อไป เมื่อยังหายใจต้องสู้ต่อไป


กรุณาแสดงความคิดเห็นของคุณ

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น