การเซิ้งบั้งไฟ

การเซิ้งบั้งไฟ

เมษายน 28, 2019 | Alitta Boonrueang

การเซิ้งบั้งไฟ

เซิ้ง คือการขับบทกลอนประเภทกาพย์ ด้วยจังหวะและทำนองเฉพาะตัว โดยมีผู้นำขับกาพย์เซิ้ง 1 คน ร้องนำไปทีละวรรค คนที่เหลือก็ร้องตามไปทีละวรรค

การเซิ้งบั้งไฟ

การเซิ้งบั้งไฟ

เซิ้งบั้งไฟ เป็นการฉลองบั้งไฟที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเสมือนเป็นการโฆษณาบั้งไฟของตนไปในตัว โดยนำบั้งไฟไปแห่ตามบ้านเรือน มีการร้องบทเซิ้งบั้งไฟไปด้วย เมื่อถึงหน้าบ้าน ก็หยุดขบวน และร้องบทเซิ้งกระเซ้าเหย้าแหย่ไปเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าสมควรแล้ว ก็เคลื่อนขบวนไปบ้านต่อ ๆ ไป

เซิ้งบั้งไฟ

การเซิ้งบั้งไฟ

ตัวอย่างกาพย์เซิ้งบั้งไฟ(1)

กาพย์พระเวสสันดร

โอ้ โฮ้ โอ โฮ้ โอ้ โฮ้ โอ

โอมพุทโธ นโมเป็นเค้า
ข้อยสิเว้า เรื่องพระเวสสันดร
พระภูธร ให้ทานซ้างม้า
ใจแก่กล้า ทานลูกทานเมีย

สละเสีย มัทรีนางแก้ว
ทานให้แล้ว แก่เฒ่าตาพราหมณ์
สองนงค์งาม บุตตาแก้วกิ่ง
ฮักยอดยิ่ง กัณหาชาลี

พระมุนี ให้ทานบ่อไว้
พราหมณ์ขี้ไฮ้ ชื่อชูชะโก
ใจโลโภ ขอสองอ่อนน้อย
ไปเป็นข้อย อมิตตะตา

ภรรยา ของตาพราหมณ์เฒ่า
พระบาทเจ้า ยอให้บ่ขิน
ชูชะโก ได้สองอ่อนน้อย
หน้าแช่มช้อย ควรฮักควรแพง

พราหมณ์ใจแข็ง ตีไปต่อหน้า
พราหมณ์ใจกล้า ผูกศอกตีไป
นางศรีไว กัณหาลูกแก้ว
ฮ้องแจ้วๆ ขอโทษดอมพราหมณ์

สองนงค์งาม หลุดมือพราหมณ์เฒ่า
ฮีบไปเฝ้า พระเวสบิดา
จงกูร์ณา สองข้าลูกน้อย
พราหมณ์มันป้อย มันด่ามันตี

มันบ่มี กูร์ณาจักหยาด
หลังข้าน้อย เป็นบาดเลือดไหล
พระจอมไท้ เอ็นดูลูกน้อย
ปานเป็นข้อย พราหมณ์ฆ่าให้ตาย

บ่เสียดาย ชีวิตจักหยาด
ยังอนาถ นำแม่มัทรี
แม่ยังหนี ไปดงไปป่า
ขอเห็นหน้าเสียแล้วจั่งไป

ตามนิสัย ใจดำใจหยาบ
มันกำราบ ฮ้องด่าสองรา
พระบิดา แลเห็นฮ้องไห้
พระบาทไท้ อดเคียดอดเคือง

อดจนเหลือง น้ำตาเป็นเลือด
ทุกข์บ่เหือด นำลูกทั้งสอง
พระยังปอง ให้ทานบ่ไว้
พระจึงได้ ตรัสส่องโพธิญาณ

สร้างวิมาน สมภารแสนยาก
แสนลำบาก จึ่งได้นิพพาน
….

ตัวอย่างกาพย์เซิ้งบั้งไฟ(2)

โอ้ โฮ้ โอ โฮ้ โอ้ โฮ้ โอ

โอละนอ ส่ายคอมาเบิ่ง
มาเบิ่งข้อย ผู้เซิ้งบั้งไฟ
บ้านมันไกล หนทางมันเวิ้ง
ใส่กุบเกิ้ง ข้ามท่งว้อยวอย

โอ้เฮาโอ่ สาวโอละนอ
มาฮอดแล้ว ปีใหม่ของเฮา
เพิ่นพาเอา บุญบั้งไฟบ่ขาด
มีนักปราชญ์เฒ่าแก่โบราณ

นำตำนาน ผาแดงนางไอ่
ฮอดปีใหม่ ขอฟ้าขอฝน
เป็นมงคล บ่ได้อดอยาก
บ่ลำบาก เฮ็ดไฮ่เฮ็ดนา

จึงบูชา พระยาแถนเจ้า
ฝนอั่งเอ้า ตกหล่นลงมา
พันธุ์พฤกษา พืชผักต่างๆ
แสนดูทาง เฮ็ดอยู่เฮ็ดกิน

บ่มีขีน อันใดจักอย่าง
ในระหว่าง ครั้งพระยาขอม
เพิ่นเป็นจอม กษัตริย์ครองราชย์
ได้ประกาศ ในถิ่นหนองหาน

ได้จัดการ เฮ็ดบั้งไฟหมื่น
เรียงดาษดื่น ทั่วบ้านทั่วเมือง
บ่ฮ้อนเคือง แบบแผนแต่ก่อน
มีทุกบ่อน แบบบุญบั้งไฟ

บ้านใดๆ เดือนหกเดือนห้า
ของล้ำค่า บุญประเพณี
อย่าสิหนี ฮีตคองพ่อแม่
ผีสิแก่ ลงอเวจี

โอ้ โฮ้ โอ โฮ้ โอ้ โฮ้ โอ

บั้งไฟโก้ มันงามสง่า
เฮ็ดเข้าท่า เป็นน่าสะออน
น่าออนซอน งามหลายกะด้อ
มาพบพ้อ ฝีไม้ลายมือ

บ่เห็นคือ ดีหลายกว่านี้
บั้งไฟนี้ บั้งไฟของไผ
สีสดใส ลายงามสง่า
บั้งไฟบ้านท่า คุ้มหนองอีเด

ฟ้อนงามเก๋ ทางแอวกะฮ่อน
เบิ่งบาดย้อน ถืกตามจังหวะ
มีระยะ สวยงามบ่หยอก
ผู้ออกหน้า มีลวดมีลาย

ย่างเป็นสาย ถืกกันกะด้อ
คือสิต่อ จากครูเดียวกัน
ฟ้อนขบขัน หน้าตาพอเบิ่ง
ใบหน้าเกิ่ง หัวยิ้มบ่ลง

แม่อนงค์ งามหลายปานแต้ม
หัวยิ้มแย้ม น่าเบิ่งน่าชม
เนื้อคีงกลม งามหลายทุกส่วน
เล่นกะม่วน พอได้ประชัน

เล่นขบขัน สายตาผู้เบิ่ง
มาลำเซิ้ง การเล่นโบราณ
บ่ประจาน อับอายขายหน้า
เล่นเข้าท่า เชิดหน้าชูตา

เฮารักษา ประเพณีของเก่า
พ่อแม่เค้า พาเล่นซู่ปี
เฮาเฮ็ดดี มีคนยกย่อง
ชื่อเสียงก้อง ทั่วบ้านทั่วเมือง

โอ้ โฮ้ โอ โฮ้ โอ้ โฮ้ โอ

บ่าวคนโก้ เจ้าสิไปไส
เบิ่งสายใจ ฟ้อนรำซั้นบ้อ
เจ้ามาล้อ มาเล่นนำกัน
วันสำคัญ เจ้าอย่าสิเบื่อ

ปีละเทื่อ การเล่นของเฮา
อย่าให้เขา ติเตียนเฮาได้
รักษาไว้ เฮาเล่นซู่ปี
เฮ็ดให้ดี ฝูงคนยกย่อง
ชื่อเสียงก้อง ทั่วประเทศไทย

โอ้ เฮา โอ เฮา โอ้ เฮา เอย

แม่ป้าเอ้ย หลานเขยมาแล้ว
มาฮอดแล้ว ขอแผ่ปัจจัย
ขอทั้งไหม ทั้งเงินในแอบ
อัดแจบๆ เอาไว้ในเฮือน

เดือนแฮ่งตก ตาเว็นแฮ่งค้อย
ฝูงหลานน้อย ก็หากเมื่อยหิวแฮง
ตาเว็นแดง กาเหว่ามันฮ้อง
ฝูงพี่น้อง ฮีบแต่งของทาน

ให้แก่หลาน ผู้มาฟ้อนแอ่ว
เสียงแจ้วๆ แม่นบ้านโคกไท
ให้ไวๆ บั้งไฟสิขึ้น
ขึ้นเทิงฟ้า สามมื้อจั่งลง

โอ้ เฮา โอ เฮา โอ้ เฮา เอย

แม่ใหญ่เอ้ย หลานสาวมาแล้ว
มาฮอดแล้ว ตักเหล้ามายาย
ตักหลายๆ จั่งสิยายกันคู่
ตักหน่อยๆ มันบ่คู่กันกิน

หลานอยู่ดิน ขึ้นเฮือนบ่ได้
ใภ้อยู่ล่าง หมาเห่าแซวๆ
เห่าเป็นแถว ข้างในข้างนอก
ออกมาเบิ่ง หลานแก้วคนงาม

อยากมาถาม กินเหล้านำแหน่
อยากมาแหว่ กินเหล้าจักขัน
แม่ใหญ่จั้น เอาเหล้ามาแบ่ง
ผู้สาวปากแหว่ง สีนวดข้างเดียว

สีบาดได๋ ไหลไปบ่อนแหว่ง
แป้งอยู่หน้า ขาวจ้าดั่งเดือน
เฮือนโตมี สังมาบ่อยู่
ชู้อยู่บ้าน คอยท่าอยู่นาน

น่ารำคาญ แท้น้อแม่เฒ่า
ข้อยผู้เว้า ขอเหล้าหมู่กิน
รินมาแหม จักสองสามแก้ว
ข้อยกินแล้ว สิต่าวลาไป

เอ้อ เฮา เออ เฮา เอ้อ เฮา เออ

มาแล้วเด้อ โคกไทมาแล้ว
เสียงแจ้วๆ ม่วนเพราะเสาะใส
บั้งไฟใหญ่ โหวดเจ้าแฮ่งขาว
บั้งไฟยาว เสียงดังโหว่ๆ

โอ้ โฮ้ โอ โฮ้ โอ้ โฮ้ โอ

ผัวของโต อยู่เฮือนด่าป้อย
ฝูงไทข้อย มาม่วนทางไกล
ขอปัจจัย นำเจ้าจักบาท
อย่าให้ขาด ทางศีลกินทาน

ให้ลูกหลาน สาเด้อพ่อใหญ่
แม่เฒ่าใหม่ ให้แล้วหรือยัง
เฮ็ดอีหยัง มามิดซี่ลี่
หรือหลบลี้ อยู่ห้องบ่ไอ

หลานทางไกล มาขอกินเหล้า
เจ้ามีบ่ ญาพ่อศรัทธา
หิบเอามา จักสองสามขวด
เอามาดวด พอแล้วจั่งไป

เจ้าฟ้าวให้ ไวๆฟ้าวแหน่
สิไปแหว่ หาหมู่หลายเฮือน
เดือนแฮ่งตก ตาเว็นแฮ่งค้อย
ฝูงหลานน้อย ทั้งเมื่อยหิวแฮง
ฮอดยามแลง หิวแฮงแท้ๆ

โอ้ เฮา โอ เฮา โอ้ เฮา โอ

เจ้าให้แล้ว หลานแก้วสิต่าวลา
ลาละเด้อ ลาไปก่อนล่ะ
หม้อกะทะ ลาน้ำมันหมู
หัวปลาทู ลาข้าวเหนียวนึ่ง

เฮ็ดอึ้งตึ้ง คือบึ้งตื่นเสียม
ตามธรรมเนียม ต้องลาหนีจาก
จากปีนี้ ปีหน้าพ้อกัน
….

ตัวอย่างกาพย์เซิ้งบั้งไฟ(3)

กาพย์ภังคี-ไอ่คำ-ผาแดง

โอ้ เฮา โอ เฮา โอ้ เฮา โอ

โอมพุทโธ นโมเป็นเค้า
ข้อยสิเว้า เรื่องกาพย์บั้งไฟ
ในสมัย โบราณย่อๆ
เป็นข้อๆ พอฮู้เรื่องราว

แต่ก่อนนี้ ครั้งพระยาขอม
เพิ่นเป็นจอม กษัตริย์เมืองใหญ่
เพิ่นคิดได้ ฮีตเก่าโบราณ
มีมานาน แต่พ่อและแม่

มีตั้งแต่ ปู่ย่าตายาย
บ่ให้กาย เดือนหกเดือนห้า
เพิ่นถือว่า ฟ้าฝนจั่งดี
ประเพณี ถือยามถือฤกษ์

บ่ให้เคิก อยู่ซุ่มกินเย็น
บ่ให้เป็น โภยภัยจักอย่าง
ร่างกายห่าง จากโรคโรคา
เพิ่นจั่งพา ทำบุญไฟใหญ่

ฮอดปีใหม่ ขอฟ้าขอฝน
เป็นมงคล บ่ให้อึดให้อยาก
บ่ลำบาก เฮ็ดไฮ่เฮ็ดนา
จั่งบูชา พระยาแถนเจ้า

ให้ฝนอั่งเอ้า ตกหล่นลงมา
พันธุ์พฤกษา พืชสัตว์ต่างๆ
แสนยู่ถ้าง ได้อยู่ได้กิน
บ่ให้ขีน อันใดจักอย่าง

ในระหว่าง บ้านถิ่นของเฮา
สิพาเอา ทำบุญครั้งใหญ่
เรียกพวกไพร่ มาตุ้มมาโฮม
เข้าอบรม ให้ฮู้ทุกอย่าง

บ่ให้ห่าง ข้างขึ้นเดือนหก
ให้สูตก ฎีกาเผยแพร่
บอกให้แน่ บ้านอื่นก็ดี
ฎีกามี ไปเมืองต่างๆ

ในระหว่าง บ้านถิ่นของเฮา
ให้มาเอา บุญบั้งไฟหมื่น
บ่อนอื่นๆ ประกาศฎีกา
ฮอดพารา หัวเมืองต่างๆ

ส่วนเมืองห่าง คือเมืองผาโพง
อยู่ฝั่งโขง บ่ได้ไปบอก
เพราะไกลออก ขัณฑะสีมา
หยุดบั้นพระยา ขอมไว้สาก่อน

ย้อนไปบ่อน บั้นท้าวผาแดง
ทางฝั่งของ ได้ยินเขาส่า
ผาแดงว่า บ่ได้ฎีกา
บ่ใส่มา ฮอดเฮากะซ่าง

คันสิย่าง ไปเบิ่งเฉยๆ
บ่ควรเลย อยากอายพวกหมู่
ถึงเฮาอยู่ ประเทศเมืองไกล
ทางสิไป ข้ามภูบุป่า

ผาแดงว่า เฮาควรเฮ็ดไป
เป็นจั่งได๋ อดทนไปก่อน
โงไปบ่อน พญานาคสุทโธ
ได้ยินคนโส บุญบั้งไฟหมื่น

เสียงดังหื่น เมืองพระยาขอม
บุญมาดอม ภังคีบาบ่าว
ได้ยินข่าว นางไอ่คนดี
ยอดนารี บ่มีผู้ท่อ

อยากพบพ้อ พอล้มพอตาย
คิดฮอดหลาย ย่อนกรรมอุบาทว์
ชาติก่อนท้าว บาบ่าวภังคี
คนดีๆ เกิดเป็นคนใบ้

บาคานไท้ เดินดั้นคนเดียว
หนทางเทียว บุดงลำบาก
ทุกข์ยากแค้น แสนแสบในใจ
แล้วจั่งไป ขอทานกินข้าว

นำท่านเฒ่า คุณพ่อเศรษฐี
เพิ่นยินดี ให้ทานบาบ่าว
จั่งถามข่าว บ้านอยู่เคหา
ส่วนว่าบา บ่ฮู้ปากต่อ

ฮู้แต่ท่อ ซี้หน้าซี้หลัง
จักว่าหยัง บ่มีผู้ฮู้
จั่งได้อยู่ เป็นลูกบุญธรรม
มาประจำ ทำงานในบ้าน

บ่มีคร้าน บาใบ้คนดี
ท่านเศรษฐี เลยยกน้อยอ่อน
ให้เป็นต่อน นางลูกนางเมีย
บ่ได้เสีย อันใดจักอย่าง

ใจเลาต่าง คิดฮอดมารดา
จั่งไปลา เศรษฐีพ่อเฒ่า
เพิ่นจั่งเว้า ว่าสิไปไส
คันสิไป บ้านเดิมที่อยู่

ให้เอาคู่ น้อยอ่อนไปนำ
สองงามขำ เดินไปในป่า
บ่ได้ว่า ดีฮ้ายจั่งได๋
บ่มีอันใด สิกินไปหน้า

สองนาถหล้า กินไม้กินผล
ทั้งสองคน หิวหลายกะด้อ
ไปพบพ้อ ต้นเดื่อในดง
หน่อยตกลง ทั้งแมงทั้งเน่า

ผัวอุกเอ้า ปีนขึ้นไปกิน
เมียอยู่ดิน คอยได้คอยอยู่
ผัวข่มขู่ ถิ่มแล้วย่างหนี
ทางเทวี จั่งได้ขึ้นอีก

ผัวนั้นหลีก หนีจากนางไป
บ่อาลัย เมียแพงจักอย่าง
เลยเกิดห่าง ต่างคนต่างไป
นางบรรลัย แล้วเอากำเนิด

จั่งมาเกิด กับพระยาขอม
ส่วนว่าจอม กษัตริย์บาท้าว
อุกอั่งเอ้า ในป่าในไพร
โดนนานไป ก็เลยดับชั่ว

ตายแล้วตัว เกิดเป็นนาโค
ลูกสุทโธ บาดานใต้ต่ำ
เวรมาหน่ำ บาบ่าวภังคี
ให้เลามี จิตใจคิดฮอด
ถึงยอดแก้ว เวรเจ้าแต่หลัง
….

ที่มา

  • สุจิตต์ วงษ์เทศ, ประเพณีการเซิ้งบั้งไฟ

กรุณาแสดงความคิดเห็นของคุณ

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น