3:27 pm - วันศุกร์ พฤษภาคม 27, 8557

    คำชะโนด ตอนที่ 3 สิ่งมหัศจรรย์ที่ปรากฏในอดีต

    Written by | กุมภาพันธ์ 2, 2018 | 0
    เรื่องมหัศจรรย์ คำชะโนด
    เรื่องมหัศจรรย์ คำชะโนด

    เมืองชะโนดแห่งนี้ปรากฏสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นมากมายและบ่อยครั้งตามที่เล่าสืบต่อกันมาในอดีต แต่ไม่สามารถที่จะสืบมาหาเขียนได้ทั้งหมด จึงนำมาเขียนเล่าต่อตามที่ผู้รวบรวมได้สืบมาได้ดังนี้

    นุ่งขาวห่มขาว

    นุ่งขาวห่มขาว

    เรื่องที่ 1 ครั้งหนึ่งในอดีตหลายร้อยปีมาแล้ว ได้มีอภินิหารหรือสิ่งมหัศจรรย์ปรากฏขึ้นในเวลากลางวัน กล่าวคือ มีสุภาพสตรี 2 คน แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสวยงามสะอาดเรียบร้อย กิริยาท่าทางน่ารักน่าเคารพนับถือ ดูคล้ายกับผู้หญิงชาววังหรือในเมืองหลวง ซึ่งดูแตกต่างกับชาวบ้านธรรมดาในชนบทมาก สุภาพสตรีทั้งสองได้เดินออกจากเมืองชะโนดเข้าไปในหมู่บ้านเมืองไพร ตำบลบางม่วง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งคําชะโนดนั้นอยู่ห่างจากบ้านเมืองไพรประมาณ 4 กิโลเมตร เพื่อนขอยืมฟืมต่ำหูก (ฟืมทอผ้า) จากชาวบ้านเมืองไพรเมื่อสุภาพสตรีทั้งสองคนยืมฟืมได้ตามที่ต้องการแล้ว ก็อยู่พูดคุยสนทนากับชาวบ้านเป็นเวลานาน จนกระทั่งถึงเวลาพลบค่ำ การที่ได้พูดคุยกันเป็นที่ถูกอกถูกใจและสนิทสนมกันเป็นอย่างดีเจ้าของบ้านจึงชักชวนให้สุภาพสตรีทั้งสองคนค้างคืนด้วย 1 คืน สภาพพื้นที่ทั้งสองคนตกลงนอนค้างคืนด้วย

    งูใหญ่

    งูใหญ่

    เมื่อถึงเวลานอนเจ้าของบ้านก็ได้จัดที่นอนให้ในที่ที่เหมาะสม ตามที่เคยจับให้ผู้มาเยี่ยมได้นอน แต่ปรากฏว่าสุภาพสตรีทั้งสองนั้นไม่ชอบใจที่จะได้นอนในที่ที่จัดให้ และขอให้เจ้าของบ้านจัดที่นอนในเพนียด(กระเฌอใบใหญ่ๆ) ซึ่งคนเข้านอนได้สบายเจ้าของบ้านรู้สึกแปลกใจเกิดความสงสัยมากแต่ก็ไม่กล้าถามถึงเหตุผลด้วยความเข้าใจและสงสัยพอตกดึกเจ้าของบ้านจึงจุดไฟออกมาส่องดูสภาพสตรีทั้งสอง ก็ปรากฏว่า เขียนร่างทั้งสองนั้นได้เปลี่ยนเป็นเพื่อนงูใหญ่ 2 ตัวนอนขนดเต็มเพนียด พอรุ่งขึ้นวันใหม่ก็ได้เปลี่ยนเพื่อนเป็นสุภาพสตรีดังเดิม แล้วก็เดินทางจากไป คำโบราณท่านว่า ถ้าเป็นพญานาคแปลงกายมา เมื่อเวลานอนหลับก็จะกลับเป็นเพื่อนๆเดิมเสมอไป

    พญานาค พญาศรีสุทโธนาคราช

    พญานาค พญาศรีสุทโธนาคราช

    ตามตำนานพุทธประวัติก็มีกล่าวไว้ว่าพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ได้ 14 วัน พระองค์ได้เสด็จประทับเสวยวิมุตติสุข คือความสุขอันเกิดจากความสงบ ภายใต้ร่มไม้มุจลินทร์ ก็ได้เกิดมีพายุฝนตกหนัก 7 วัน 7 คืน ณ กาลครั้งนั้นได้มีพญานาคขึ้นมาขนดเป็นพังพานกั้นลมฝนไว้ไม่ให้ต้องพระองค์ เพราะลมฝนหายแล้วจึงได้คลายขนดออกเปลี่ยนเพศเป็นชายหนุ่มเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า แล้วขอบวชแต่พระองค์ไม่ทรงอนุญาต เพราะเป็นสัตว์เดรัจฉาน แต่พระองค์ก็รับคำว่ายินดีที่จะนำชื่อไปขนาบนามให้สำหรับผู้ที่จะบวชให้เรียกว่า “นาค” และใช้เรียกกันต่อมาจนถึงปัจจุบัน

    ย้อมผ้าฝ้าย

    ย้อมผ้าฝ้าย

    เรื่องที่ 2 กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วเล่าต่อๆกันบ้าบริเวณด้านทิศใต้ของเมืองชะโนดมีศาลาเล็กๆ 1 หลัง สร้างไว้เพื่อให้ชาวบ้านนำฝ้ายไปย้อมสี โดยให้นำมวลฝ้ายไปแขวนไว้บนศาลา เมื่อได้แขวนไว้เสร็จเรียบร้อย ก็ให้นั่งลงอธิษฐานว่าต้องการย้อมสีอะไร อธิษฐานให้ฝ้ายเป็นสีที่ต้องการนั้นๆ พอรุ่งขึ้นวันใหม่เมื่อไปรับเอาฝ้ายกลับ ก็จะเห็นฝ้ายนั้นถูกย้อมสีเป็นสีสวยงามตามที่ได้อธิษฐานไว้

    ป่าคำชะโนด

    ป่าคำชะโนด

    เรื่องที่ 3 ในสมัยโบราณนานมาแล้ว ชาวบ้านในแถบภูมิภาคนี้จะมีความเข้าใจตรงกันหรือเชื่อถือจนเป็นกฎเกณฑ์อย่างหนึ่ง คือ ถ้าเดินทางผ่านเมืองชะโนดห้ามพูดคำหยาบ ห้ามดุด่ากันถ้าพบเห็นสิ่งใดปรากฏขึ้นจะเป็นจริงปรากฏตามปกติหรือผิดปกติก็ตามห้ามพูดหรือเอยถึงสิ่งเหล่านั้น หมายความว่าให้เดินทางผ่านด้วยความสงบเสงี่ยมเจียมตัว ครั้งหนึ่งก็มีคณะพ่อค้าต่างถิ่นเดินทางผ่านเมืองชะโนดในจำนวนพ่อค้าต่างถิ่นนี้ก็มีท่านหนึ่งเกิดความสนใจชอบใจเมืองชะโนดนี้เป็นพิเศษจึงอดกลั้นไม่ได้ จึงเผลอพูดไปว่า แหมดูต้นชะโนดแสนสวยงามเหลือเกิน เป็นที่น่าพักอาศัยและอยากมาอยู่จริงๆ เมื่อชนะพ่อค้าเดินทางผ่านไปถึงบ้านม่วงซึ่งอยู่ห่างประมาณ 3 กิโลเมตรก็พลบค่ำพอดี คณะจึงได้หยุดพักผ่อนก็ปรากฏบ้านมีสิ่งมาดลใจให้พ่อค้าคนนั้นเกิดความกระหายน้ำอย่างผิดปกติ น้ำในหมู่บ้านก็ไม่อยากดื่มอยากดื่มน้ำบ่อ จึงบอกพรรคพวกว่าจะไปหาดื่มน้ำตามบ่ไปใกล้ๆที่พักแถวนั้นแล้วจะรีบกลับมา แล้วก็ไม่กลับมาตลอดคืน พรรคพวกและชาวบ้านช่วยกันค้นหาตลอดทั้งคืนก็ไม่เจอ จนกระทั่งถึงรุ่งเช้าวันใหม่ เมื่อจนปัญญาหาไม่เจอแล้ว คณะจึงไปร้องขอให้พ่อจ้ำช่วยเหลือ(ผู้เป็นล่ามแทน) พ่อจ้ำก็ได้จัดการตามประเพณีแล้วขอขมาต่อเจ้าปู่ศรีสุทโธ หลังจากนั้นไม่นานพ่อจ้ำก็ช่วยให้ท่านผู้นำกลับคืนมาได้

    น้ำส่าง

    น้ำส่าง

    เรื่องที่ 4 อีกเรื่องหนึ่งที่ผู้เฒ่าผู้แก่ชาวบ้านเมืองไพรเล่าเพิ่มเติมให้ฟังว่า สมัยครั้งท่านเหล่านั้นยังเป็นเด็ก คุณพ่อคุณแม่ของท่านได้เล่าเรื่องให้ฟังบ้างเมื่อชาวบ้านเมืองไพรไปตักน้ำส่าง(บ่อน้ำ) ถ้าใครทำถังตักน้ำหล่นลงในบ่อ ก็จะไม่มีโอกาสหาเจอ แม้จะช่วยกันค้นหามากขนาดไหน ก็ไม่สามารถที่จะหาเจอได้ ถ้าอยากได้ถังตักน้ำคืนจะไปรอที่ปากบ่อคำชะโนด ถังน้ำจะไปผุดขึ้นที่บ่อคำชะโนดทุกครั้งเสมอไปเป็นที่น่าแปลกมหัศจรรย์ใจยิ่งนัก

    ถ้ำพญานาค

    ถ้ำพญานาค

    เรื่องที่ 5 ในอดีตกาลนานมาแล้ว ชาวบ้านม่วงและหมู่บ้านใกล้เคียงที่ไปนอนเฝ้านา หรือไปประกอบการทำมาหากินในเวลากลางคืนใกล้ๆกับเมืองชะโนดแห่งนี้ ถ้าเป็นวันพระขึ้นและแรม 7,8,14,15 ค่ำ ตกกลางดึกประมาณตีสามตีสี่ จะได้ยินเสียงฆ้อง เสียงกลองดังอยู่ในเมืองชะโนด คล้ายกับมีบ้านเมือง และวัดวาอารามอยู่ในเมืองชะโนดแห่งนี้ ซึ้งเป็นเรื่องแปลกประหลาดและมหัศจรรย์จริงๆ โดยเฉพาะในวันพระผู้ที่เข้าไปในเมืองชะโนดหรือผู้ที่อาศัยในบริเวณใกล้ๆกับเมืองชะโนดนี้ห้ามพูดคำหยาบสาปแช่ง(ป้อย) เป็นเด็ดขาด ถ้าใครฝืนก็จะมีอันเป็นไปหรือได้รับโทษ มีอาการป่วยขึ้นอย่างกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุหรืออาจเป็นอันตรายถึงแก่ความตายได้

    เรื่องที่ 6 ในอดีตที่ผ่านมาไม่นานนักในบริเวณเมืองชะโนดทางทิศเหนือจะมีบ่อเกลือสินเธาว์ ชาวบ้านจึงเรียกว่า “บ่อเมือง” มีน้ำเต็มอยู่ตลอดทั้งปีและบ่อน้ำบางช่วงจะมีความลึกมาก และจะมีปากถ้ำลึกเข้าไปในเมืองชะโนด ในถ้ำจะมีจระเข้อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากส่วนบริเวณที่น้ำท่วมไม่ถึงดินจะเกิดเป็นขี้ทา(ขี้เกลือ) ชาวบ้านที่ไปขอต้มเกลือหรือมีสิทธิต้มเกลือได้นั้นมีเพียง 3 หมู่บ้าน หรือ บ้านเมืองไพร บ้านม่วง และบ้านวังทอง เมื่อถึงฤดูเดือนสาม พ่อจ้ำของแต่ละหมู่บ้านจะประกาศนัดชาวบ้านให้ไปพร้อมๆกัน แล้วก็จัดการแบ่งเขตที่ต้มเกลือให้เท่าๆกัน ผู้ใดจะโลภมากกว่าเพื่อนไม่ได้ ถ้าหากฝ่าฝืนก็จะมีอันตรายเกิดขึ้นทันที หรือมีอันเป็นไปต่างๆให้เห็นในทันที ข้อห้ามในการเข้าไปทำเกลือต้มที่นี่คือ ห้ามขับขี่ล้อเกวียนลงไปในบริบ่อนั้น ฝ่าฝืนไม่ได้เด็ดขาด ถ้าใครฝ่าฝืนข้อห้าม หรือมีการขโมยเกลือกันเกิดขึ้น เมื่ออยู่ต้มเกลือต่อไปก็จะไม่ได้เกลือตามที่ต้องการ อีกข้อห้ามคือห้ามพาผู้หญิงไปนอนค้างคืนต้มเกลือด้วยเด็ดขาด ห้ามผู้หญิงตากผ้าถุงในบริเวณนั้น ถ้าใครฝ่าฝืนข้อห้ามนี้บ่อเกลืือจะตาย ไม่เกิดเกลือขึ้นมาให้ต้มอีก
    แต่ปัจจุบันกรมชลประทานได้ไปสร้างฝายกั้นน้ำกุดสามขาขึ้นมาเมื่อปี 2527 จึงทำให้บ่อเมืองมีน้ำท่วมสูงตลอดทั้งปี ไม่สามารถต้มเกลือ หรือทำเกลือได้

    ห้ามใส่เสื้อผ้าสีแดง

    ห้ามใส่เสื้อผ้าสีแดง

    เรื่องที่ 7 สิ่งที่ห้ามอีกอยากหนึ่ง คือ ถ้าใครผ่านเมืิิองชะโนดนี้ ห้ามใส่เสื้อผ้าสีแดง ชาวบ้านในเขตใกล้เคียงกันกับเมืองชะโนดนี้จะรู้จักกันดีโดยทั่วไป ถือได้ว่าเป็นประเพณีอย่างหนึ่งที่ต้องปฏิบัติ ถ้ามีภารกิจที่จำเป็นต้องเดินทางผ่านเมืองชะโนดนี้ให้เลี่ยงเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าสีแดง แต่คนที่มาจากต่างถิ่นก็จะไม่ค่อยเข้าใจประเพณีดีนัก มักจะกระทำผิดบ่อยครั้ง สิ่งที่ปรากฏเห็นเมื่อมีการกระทำผิดจะปรากฏเหตุการณ์ให้เห็นแต่กต่างกันไป เช่น บางครั้งก็ปรากฏเห็นเป็นเสือโคร่งขนาดใหญ่ บางครั้งเกิดลมพายุใหญ่พัดอย่างรุนแรง บางทีก็เกิดฟ้าผ่า เป็นต้น

    Filed in: เรื่องทั่วไป

    ยังไม่มีความคิดเห็น เชิญเป็นคนแรกเลยจ้า

    แสดงความคิดเห็น