Newsletter Subscribe
Enter your email address below and subscribe to our newsletter
Enter your email address below and subscribe to our newsletter

ชื่อพื้นบ้าน แมงบ้งหาน
ชื่อสามัญ Nettle Caterpillar
ชื่อวิทยาศาสตร์ Parasa lepida
Order: Lepidoptera
Family: Limacodidae
Genus: Parasa
Species: P. lepida
แมงบ้งหาน เป็นหนอนตัวอ่อนของผีเสื้อกลางคืน ในตระกูล Limacodidae ซึ่งอยู่ในระยะ Larva
หรือ ระยะการเป็นตัวบุ้ง ก่อนจะกลายเป็นดักแด้ และลอกคราบกลายเป็นผีเสื้อกลางคืน
เพราะฉะนั้นตัวเต็มวัยซึ่งเป็นแมลงผีเสื้อกลางคืน เฮาส่วนมากจะไม่ค่อยพบเห็นเท่าไหร่
แต่ส่วนใหญ่พี่น้องชาวอีสาน จะพบเจอ ” แมงบ้งหาน” ตามที่ กระผมนำเสนอนี้เป็นส่วนมาก
บ้งหาน (อีสาน) บุ้งร่าน (กลาง) เป็นตัวหนอนสีเขียวแพรวพราว มีขนาดตั้งแต่ 2 ซม. – 5 ซม.
มีขนแข็งสีเขียวสด มีจุดม่วงแดง หรือน้ำเงินสลับอยู่บนตัว มีลายสีขาวหม่นพาดยาว
พบได้ทั่วไปในประเทศไทย และเขตอบอุ่น
ขนของมันมีพิษร้าย โดนทิ่มเข้า เป็นต้องปวดแสบร้อน กล้ามเนื้อเกร็ง เป็นผื่นแดง น้ำตาเล็ด วิ่งพล่าน
บางรายมีอาการแพ้พิษของ แมงบ้งหาน จนกล้ามเนื้อเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ
ในบรรดาแมงบ้ง หรือตัวบุ้ง ชนิดนี้หละครับ โหดสุด โดนเข้าหละก็ “บัดกับหม่อง” แน่นอน

ตอนโตเต็มวัย มันเป็นแมลงที่ปราศจากพิษภัยใด ๆ รักสงบ และหากินน้ำหวานจากดอกไม้
ในเวลากลางคืน แต่ตอนเป็นตัวหนอนนี่ร้ายกาจ มักหลบตามใบไม้ พุ่มไม้ อาศัยกินใบไม้
ตามป่าเป็นอาหาร ที่อยู่ทั่วไปคือ ป่าโปร่ง ป่าแดง ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ
ผสมพันธุ์กันในช่วง เดือน พ.ค. – มิ.ย. ในช่วงที่เป็น “แมงกะเบี้ย” (ผีเสื้อ) และจะวางไข่ใต้ใบไม้
หรือตามเปลือกไม้ ลักษณะเป็นกระเปราะกลม ๆ ขนาด 5 – 10 มม.
ระยะไข่ 3-5 วัน จะฟักตัวเป็นหนอน ออกมาในวันแรก ๆ จะอยู่กันเป็นกลุ่มๆ
หลังจาก 1 อาทิตย์ พอมีขนปกป้องตัวแล้ว มันจะแยกกันอยู่ตามใบไม้ เพื่อหากิน
ระยะหนอนมี 7 วัย เพศเมียมักมี 8 วัย ระยะอยู่ในสภาพตัวหนอน ราว 35-42 วัน
จากนั้นจะเข้าสู่ระยะดักแด้ สายพันธุ์ที่พบบ่อย ช่วงนี้จะมีขนยาวปกคลุม ยึดเกาะกับใบไม้
มักจะยึดอยู่ตามใต้ใบไม้ หลบอยู่นิ่งๆ เพื่อรอลอกคราบ เป็นผีเสื้อ
อีกสายพันธุ์หนึ่งที่ตัวเล็กกว่า ดักแด้มีปลอกดักแด้คล้ายฝาชีครึ่งวงกลมครอบอยู่
มีขนาดยาว 15 มิลลิเมตร ระยะดักแด้ 21-24 วัน จึงทะลุปลอกออกมาเป็นตัวเต็มวัย
ตัวเต็มวัยมีปีกกว้าง 30-32 มิลลิเมตร ตลอดวงจรชีวิตใช้เวลา 65-70 วัน
ช่วยผสมพันธุ์เกสร ให้กับพืชที่ออกดอกกลางคืน
เป็นอาหารของ ค้างคาว , บ่าง นก กิ้งก่า
และเป็นอาหารของแตนเบียนหลายชนิด ในระบบนิเวศน์
เมื่อเราเข้าป่าหาเห็ด หรือเลี้ยงวัวควายตามป่าโปร่ง บางครั้งไม่ระวัง
เดินไปโดนตัวของมันเข้า เป็นอันน้ำตาแตก ร้องฟูมฟาย วิ่งหนีตาเหลือก
เมื่อวิ่งไปหาผู้เฒ่าผู้แก่ ก็จะถ่มน้ำลายเป่าพร้อมเล่าคาถา
” อมสะหม สะหี นกขี้ถี่ ถืดถึ่ง เพี้ยง ! เซา ๆ ”
พร้อมบอกกล่าวสั่งสอนว่า
“ไปไสมาไส ให้ระวังดังนี้ 1.คน 2. อุบัติเหตุ 3. สัตว์ฮ้าย ”
คนไร้ศีลธรรม จริยธรรมนั้น ร้ายยิ่งกว่าสัตว์ใด ๆ ในโลกา
หล่าเอ้ย..