Newsletter Subscribe
Enter your email address below and subscribe to our newsletter
Enter your email address below and subscribe to our newsletter
“บ้านป่องนัก” เป็นภาษาคำเมืองที่หมายถึงบ้าน หรือ เฮือน ที่มีช่องหน้าต่างจำนวนมาก เป็นอาคารที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2468 ออกแบบโดยกรมยุทธการทหารบก และควบคุมการก่อสร้างโดยนายพันเอก พระยามหาณรงค์เรืองเดช (แปลก จุลกัณห์) ผู้บังคับกองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 17 เป็นสถาปัตยกรรมยุโรปแบบคลาสสิกสมัยกรีก ราวศตวรรษที่ 13 ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแบบไทย ลักษณะหน้าต่างแบบแป้นเกล็ด 250 บาน ช่องหน้าต่าง 469 ช่อง หลังคาทรงพีระมิด ใช้เป็นพลับพลาที่ประทับของรัชกาลที่ 7 ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนมณฑลพายัพเมื่อเดือนมกราคม 2469 ต่อมาในเดือนมีนาคม 2501 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรภาคเหนือ ก็ได้ใช้เป็นที่ประทับเช่นกัน และหลังจากนั้นได้ปรับใช้เป็นกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 7 จนถึงปี พ.ศ. 2513 และในปัจจุบันได้ปรับใช้เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์มณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จังหวัดลำปาง จากบันทึกประวัติศาสตร์ พบว่าราวปี พ.ศ. 2445 (ร.ศ.121) พวกเงี้ยวมณฑลพายัพได้ก่อการกบฏขึ้นที่เมืองแพร่ และก่อเหตุไปจนถึงนครลำปาง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้พลตรีเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (ยศในขณะนั้น) เป็นแม่ทัพไปปราบปราม โดยตั้งกองบัญชาการอยู่ที่เมืองแพร่ และให้พันตรีหลวงพิทธยุทธยรรยง ไปปราบปรามกบฏเงี้ยวที่นครลำปาง เมื่อได้ปราบปรามเงี้ยวจนสงบเรียบร้อย พลตรีเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีพิจารณาเห็นควรมีกองทหารตั้งอยู่ที่ลำปางเพื่อป้องกันมิให้มีเหตุร้ายเกิดขึ้น ประกอบกับจังหวัดลำปางตั้งอยู่ในชัยภูมิที่เหมาะสมเป็นศูนย์กลางติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ จึงได้กราบบังคมทูลเรื่องนี้ให้ทรงทราบ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งกองทหารขึ้นที่จังหวัดลำปางเป็นครั้งแรก โดยจุดที่ตั้งเรียกว่า “ข่วงเม็ง” ซึ่งเจ้าผู้ครองนครนครลำปางขณะนั้น คือ พลตรีมหาอำมาตย์โทเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต อุทิศให้ และได้รับพระราชทานนามค่ายว่า “ค่ายสุรศักดิ์มนตรี” ในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน มีหลวงพิทธยุทธยรรยงเป็นผู้บังคับหน่วยคนแรก ประวัติศาสตร์ เป็นการบอกเล่าเรื่องราวในอดีตกว่า 100 ปีที่คนสมัยนี้น้อยนักจะรู้ มทบ.32 และค่ายสุรศักดิ์มนตรีจึงได้เก็บรวบรวมทั้งภาพ ตลอดจนสัญลักษณ์ต่างๆ ที่สำคัญมาถ่ายทอดให้ทุกคนได้รับรู้และเห็นถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์บ้านเมือง การต่อสู้ การป้องกันรักษาประเทศของเหล่าทหาร และความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ผูกพันกับกองทัพ และประชาชน มทบ.32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรีเปิด “บ้านป่องนัก” แหล่งท่องเที่ยวใหม่ลำปาง มทบ.32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรีเปิด “บ้านป่องนัก”แหล่งท่องเที่ยวใหม่ลำปาง ฉะนั้น ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะบอกเล่าเรื่องราวและฟื้นความทรงจำถึงความสัมพันธ์ด้านต่างๆ ระหว่างพระมหากษัตริย์ กองกำลังทหารกับประชาชนในมณฑลพายัพ ภาคเหนือ และจังหวัดลำปาง ให้ผู้ที่มีโอกาสเข้าชมได้เป็นอย่างดี เช่น ภาพถ่ายสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ตรวจราชการมณฑลพายัพ, ภาพถ่ายการสัมปทานป่าไม้ของบริษัทต่างๆ ที่เข้ามาขออนุญาตทำไม้, ภาพถ่ายกองทัพกรุงสยามเดินทัพขึ้นมาปราบปรามกบฏฮ่อและเงี้ยว โดยการนำทัพของจอมพลและมหาอำมาตย์เอกเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี, ภาพถ่ายการขุดอุโมงค์ขุนตาน, ภาพถ่ายการสร้างทางลำปาง-เชียงราย, ภาพถ่ายการสร้างสะพานรัษฎาภิเศก และการรบในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกทั้งภาพสำคัญของพสกนิกรชาวมณฑลพายัพได้มีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จรัชกาลที่ 7 ครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนมณฑลพายัพ, รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนภาคเหนือ เป็นต้น และนอกจากนี้ยังมีสิ่งของเครื่องใช้ของรัชกาลที่ 7 จำนวนหนึ่ง อาทิ เครื่องใช้ที่ทำจากเงินแท้ชนิดต่างๆ แสดงไว้ให้ชมภายในห้องโถงที่ประทับแรมครั้งเสด็จประทับแรมยังพลับพลาแห่งนี้ด้วย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าพระมหากษัตริย์ ทหาร และประชาชนต่างมีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นมาแต่อดีตและจะไม่มีวันเปลี่ยนไป ห้องโถงชั้นแรกของพิพิธภัณฑ์ฯ จะเป็นการแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ชนิดต่างๆ และสิ่งของเครื่องใช้ของทหารญี่ปุ่น และเครื่องแต่งกายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อาทิ ปืนกลหนัก ชนิดระบายความร้อนด้วยน้ำ ผลิตในประเทศอังกฤษ ปี 2455 แบบ/ขนาด .303 นิ้ว 7.7 มม. ริกเกอร์ส ที่ประชาชนในจังหวัดลำปางร่วมกับพ่อค้า คหบดี ได้รวบรวมเงินซื้อบริจาคให้ทหารค่ายสุรศักดิ์มนตรีเพื่อต่อสู้กับทหารสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งยังมีสภาพสมบูรณ์ และสวยงามมาก ขณะที่ห้องโถงหน้ามุขของอาคารชั้นบนสุดจะเป็นห้องแสดงภาพถ่ายพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 7 ครั้งเสด็จฯ เยือนมณฑลพายัพ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ, สมเด็จย่า เสด็จฯ เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรภาคเหนือและลำปาง ที่สำคัญ ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยลงในสมุดเยี่ยมขณะประทับแรมที่พลับพลาภายในค่ายสุรศักดิ์มนตรีแห่งนี้ด้วย วันที่ 14 กรกฎาคม 2555 มณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จังหวัดลำปาง มีอายุครบรอบการสถาปนาปีที่ 56 กำลังพลและชุมชนรอบข้าง ตลอดทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดลำปางได้จัดให้มีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กำลังพลที่ล่วงลับ และเพื่อความเป็นสิริมงคลและขวัญกำลังใจให้กำลังพลในปัจจุบัน ภายใต้การนำของ พล.ต.เอนก อินทร์อำนวย ผบ.มทบ.32 คนปัจจุบัน