พจนานุกรมภาษาอีสาน

คำศัพท์อีสานความหมาย
ดากก้น , ตูด , ส่วนท้าย ปลายลำไส้ใหญ่ที่ทวารหนัก เรียก ดาก อย่างว่า ซ่าเพิ่นซ่าดี ซ่าโตซ่าหีติดดาก (ภาษิต) ดินเหนียวสีแดงเรื่อๆ หรือสีเหลืองอ่อน เรียก ดินดาก.
เฮือนเรือน , บ้าน , ที่อยู่อาศัย
อ้ายพี่ชาย
ข่อยฉัน , ผม , ดิฉัน , กระผม
ขี้ไก่ขางไข่แมลงวัน
ขาดเคิ่งขาดครึ่ง ,ถูกตัดเป็นสองส่วนเท่าๆกัน
ฮ้อนร้อน
กางกี้นกกางกี้,นกแก้ว
กุด (ขา)ด้วน , ขาด
ก่องโน้มลง , ย้อยลง
เกื้อเอื้อเฟื้อ
ก่อสร้างขึ้น
กกไม้ต้นไม้
โกนโพรงไม้
ก่องข้าว,กองเข่าก่องข้าวเหนียวนึ่ง
กระติบข้าวก่องใส่ข้าวเหนียวสุก
กลืนลึดๆกลืนโดยไม่เคี้ยว
กระโบ่งตากระบอกตา
กระต่าตระกร้าใส่ของต่างๆ
กระแตกระแต,กระรอก
ก่อง (คิ้ว)คิ้วโก่ง
แกงเจาะแกงใส่น้ำนิดๆ
แกงซั้วแกงธรรมดา
เก่าเหิงของเก่านมนาน
เกล้าผมมวยผม
เกือยแก้แก้ไข
เกือย (ตัก)ตัก , ตักออก
เกี่ย (อุ้ม)อุ้ม,แบก
กายตัว, ร่างกายผ่าน, ผ่านหน้าไป
ย่างกายเดินผ่าน (กายในที่นี้แปลว่าผ่านไป)
เกษิมเกษมสุข
กงโลกทั่วโลก เขตจักรวาลหรือโลกเรียก กงโลก อย่างว่า ควรที่อัศจรรย์ล้ำโลกา กงโลก มีในห้าสิบชาติ แท้เทียวใช่ส่งเวร (สังข์)
กวม (นั่ง)นั่งทับ , นั่งคร่อม
กกขาโคนขา
กวนบ้านผู้ใหญ่บ้าน
กุฎโฎไก่
เกิบแก้วรองเท้าขลิบด้วยแก้ว
เกือกตมเกือกขี้โคลน
เกกลางกาดหญิงโสเภณี
กาขาวกาเผือก
กกแรก, ทีแรก, เริ่มแรก, ลูกผู้เกิดทีแรก เรียก ต้นข้าวปักดำทีแรกเรียก เข้ากกแฮก.
กลางเว็นกลางวัน
กวด,กวดกาตรวจ,ตรวจตรา
เกิบรองเท้า
กัสสโปเต่า
กังสะดาลระฆังวงเดือน
จำปอกมิดด้าม,สุด
กกบักขามต้นมะขาม
กดทรงวางมาด, ขี้เต๊ะ ,เก๊กหล่อ ทำท่าปั้นปึ่งขึงขังแสดงตนว่ามั่งมีศรีสุข อย่างว่า เพิ่นกะกดทรงโก้คือโตใหญ่ ตั้งทีแท้เข้าชิจี่เกลือจ้ำฮองท้องแม่นบ่มี (บ.).
ก่นเจาะ, ขุด ใช้เสียมขุดดินให้เป็นหลุม หรือเป็นบ่อ
กบกินตะเวนการเกิดสุริยุปราคา
กะซางเถาะก็ช่างเถอะ
กระโตกถาดที่ใช้สำหรับใส่อาหารต่างๆ
กลับเฮียนกลับบ้าน
กลายยามเลยเวลา,เวลาผ่านพ้นไปแล้ว,ล่วงไปแล้ว,เลยเวลาที่จะทำ
กลิ้งเกลือกลิเลือลักษณะกระวนกระวาย,ทุรนทุราย,กระฉับกระส่าย
กวยโต่งเต่งลักษณะของอาการ แกว่งไปแกว่งมา
ก้วยออง, ก้วยอีออง (ผลไม้)กล้วยน้ำว้า
กองจู่นพูนทำให้เป็นกอง , นำมารวมกันให้เป็นกอง , รวมกันมากๆ
กองก้นจูดกูดลักษณะอาการของคนหมอบหัวลงแล้วยกก้นขึ้น
ก้องแขนกำไล
ก่องจ่องกริยา การกระทำที่ดูแล้วไม่เข้าท่า หรือว่ายังไม่ชำนาญ อาการที่หลังของเด็กขด เรียก ขดก่องจ่อง ถ้าหลังผู้ใหญ่ว่า ขดโก่งโจ่ง ก่งจ่ง ก็ว่า.
กองดากนั่งยองๆก้น
กองเฟืองกองฟาง
กองอ้อกยอกกองเต็มพื้น
ก้องใต้หรืออยู่ใต้
ก้อนเส่าก้อนเส่า คือนำก้อนหิน 3 ก้อน วางไว้เพื่อตั้งหม้อทำกับข้าว หรือทำเป็นเตาไฟ
ก้อมสั้น, ไม่ยาว, เตี้ย, หด
ก้อยๆกั้กๆอาการของคนลังเล หรือ จะทำอะไรก็ไม่ทำ
ก้อม้วน ,พัน, การพันม้วนเข้าหากัน
ก๋อเกี่ยว , เกาะเกี่ยว
กะซาง,กะตามซ่าง,กะส่างก็ช่าง,ไม่ใส่ใจ,ช่างเถอะ
กะเซอะกะเซิงฟูไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย
กะญอน,กะหยอน,กะย่อน,กะย่อนว่า,กะญ่อนวามิน่าหล่ะ,เพราะ,เป็นเพราะ,เป็นเพราะว่า
กะด้อกะเดี่ยอะไรจะขนาดนั้น,มากมาย , มากเกินไป, ออกหน้าออกตา
กะทักกะถั่นลักษณะอาการของคนเร่งรีบ
กะบ่วง ช้อน
กะเบียนถาดสำหรับทำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วให้เย็นก่อนที่จะเก็บเข้าภาชนะบรรจุ
กะปอม,ขี่กะปอม,ขี้กะปอมกิ้งก่า
กะโป๋กะลามะพร้าว
กะโพกประทัด
กะลอเครื่องเคาะสำหรับให้สัญญาณ
กะลื้ดกะล้าดไม่สะอาด ไม่เรียบร้อย
กะลุม,กะลังกล่อง,ลังกระดาษ
กะเลิงเบิ๊บ,กะโลกกะล๊ากเฉิ่ม,ม้าดีดกระโหลก,กะโหลกกะลา
กะแลมไอติม,ไอศครีม
กะเสินว่ะนับประสาอะไร
กะหยอนว่ามิน่า, มิน่าล่ะ
กะหย่าก็ช่าง,ช่างเถอะ,ช่างมัน
กะล่างใต้ถุน,ข้างล่าง
ใต้หล่างใต้ถุน
กะเอาคาดคะเน
กั้งโกบลักษณะอาการมือป้อง สายตามอง ยกมือข้างหนึ่งวางไว้เหนือคิ้ว เรียก กั้งโกบ เพื่อตั้งการมองดูข้างล่าง ไม่ให้แสงข้างบนมากระทบ.
กัดแข่วบืนกัดฟันสู้
กับบาดทันทีทันได
กับไฟไม้ขีด
กั๋วใช่แล้ว
ก้านส่องสัตว์
ก้านจองทับพี
ก่านด่าง , มีรอยเปื้อนเป็นแห่ง ๆ, กระด่างกระดำ
ก้ามลักษณะของอาการแห้งพอหมาดๆ
กาย (หย่างกาย)ผ่าน
ก่ายพาด , วางทับด้านบน
ก้ำแห่งหน,ฝ่ายพวก,พวก
ก่ำก่าก่ำก่า หมายถึง ทำอะไรเป็นได้แค่พอทำได้ ไม่ชำนาญ หรือรู้แบบงู ๆ ปลา
กิ๋เกี้ยมจิ้งจก
ขี้เกี้ยมจิ้งจก
กินข้าวงายรับประทานอาหารมื้อเช้า
กินข้าวแลงรับประทานอาหารมื้อเย็น หรือมื้อค่ำ
กินข้าวสวยรับประทานอาหารมื้อกลางวัน มื้อเที่ยง
กินดองแต่งงาน,การแต่งงาน
กิ้นสั้น,สั้นลง, สั้น, สั้นมาก บางครั้งก็ใช้คำว่า กุ้น
กิ่วคอด หรือเล็ก เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึงกำลังจะขาด
กีดเกะกะ , ขวางทาง
กึงเกร็ง
กึ่มเป็นคำด่า เสียดสี ประมาณว่าโง่ ไม่เอาไหน
กืกใบ้,เป็นใบ้
กุก กุก เกีย เกียอยู่ข้างๆไม่ไกลไม่ใกล้
กุ๊ดดุ๊ดสั้นมาก ๆ ๆ
กุ่น ๆฝุ่นตลบ , รีบร้อน
กุยเหม็นสาบ
เกิ่งเท่ากัน, เท่าทียมกัน, เทียบเท่า, เสมอ
เกินไม้ที่ใช้ช่วยในการปีนขึ้นที่สูง
เกิบโบกรองเท้าผ้าใบ,รองเท้าหุ้มส้น
เกียเลี้ยง ให้อาหาร ใช้กับสัตว์
เกี่ยขี่หลัง
เกี้ยงตั๊บหมดเกลี้ยง,ไม่เหลืออะไรเลย
เกี่ยวกินตีนเหน็บกินเท้า, เป็นเหน็บที่เท้า
เกี่อยลักษณะของการตัก
เกือการให้อาหารสัตว์
เกือบถืกเกือบถูก
แก้งเช็ด
แกนไหว,ทำได้
แกนแข็ง
แก่น (แกน)แกน กลางของต้นไม้,เก่ง ดื้อ ฉลาดแกมโกง
แก่น (คุ้นเคย)อยู่เป็นที่,อยู่อย่างปักหลักปักฐาน,อยู่ติดบ้าน,คุ้นเคย
แก่น (แข็ง)แข็ง,แน่น
แกมกันปน,ปนกัน,ด้วยกัน
แก่การดึง,ลากหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ
โกนทาดทาดลักษณะของการนอนกรนเสียงดังมาก
โกบ,โอบการจับหรือถือสิ่งของโดยใช้สองมือ, จับ, ถือ, กำ
โก้งดงาม ,เท่ห์ ,ดี ,ถูกใจ
ไก่ผู่โอกไก่ตัวผู้ตัวโตเต็มวัย,ไก่โต้ง,
ขนคิงลุกอาการกลัว,ขนลุกชัน
ขนมเส้นขนมจีน
ข้าวปุ้นขนมจีน
ขวงขวางโลก,ขวาง
ควดขูด,คุ้ย, การข่วน
ข่วมหย่วยลักษณะของอาการเต้นกระโดดข้ามไปแบบไร้ปัญหา
ขวยขุยรุงรัง,เป็นขุย
ข่วยพาด,วางทับ
ขอกขอบ,ริม,นอกสุด,ริมสุด,ข้างนอก,ริมข้าง
ขอขมาขอโทษ,ขอโทษจากผู้ใหญ่บางครั่งต้องมีดอกไม้ธูปเทียน
ขอขะมาการขอขมา
ของ,แม่ของแม่น้ำโขง
ของต้อนของฝาก
ข้องลอยเป็นพาชนะใส่ปลาจักสานด้วยไม้ไผ่มีรูปร่างคล้ายๆเป็ด
ข่อง1.ภาชนะสำหรับใส่ปลา 2. เกี่ยว หรือ สะดุด
ขอดมัดให้เป็นปม
ขอดอ้อป้อลักษณะของการห่อของที่มีขนาดเล็กโดยการพันให้แน่น
ข่อนสิแจ้งเวลาใกล้รุ่ง,ใกล้สว่าง,ใกล้ฟ้าสาง
ขอนดอกขอนไม้เน่า,ขอนไม้ผุ
ข่อนใกล้หมด,ใกล้เสร็จ
ขอบคุณหลายๆเด้อขอบคุณมากๆนะ
ขอมคลุม , ปกปิดไว้
ขอมหัวคลุมหัว
ข่อยมักเจ้าฉันรักคุณ ผมรักคุณ
ข่อหล่อแข่แหล่เล็กๆน้อยๆ ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน
ขะเจ้าพวกเขา
ขะลำ,คะลำผิดประเพณี,ผิดครรลองคลองธรรม
ขะหยอนถึงว่า, มิน่าหล่ะ
ขัดพาเข่าไม่มากินข้าวด้วยกัน,อาการน้อยใจ
ขัดหล่องหง่องงอแง ,งอล ,อาการคนงอแง
ขั่นสั่น,คั่นสั่น,กะสั่น,คะสั่นถ้าอย่างนั้น
ขันหย่องเป็นภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่มีขาสำหรับใส่ข้าวพระพุทธ
ขัวสะพาน
ขัว (ขุด)การใช้เสียมขุดดินเบาๆเพื่อหาอะไรสักอย่าง
ขัว (ขวา)ขวา , ด้านขวา
ข่วมข้าม
ขั่วการทำอาหารให้สุกโดยใส่น้ำนิดๆ หรือการคั่วนั่นเอง
ขาโขงขางอ,ขาโค้ง
ขาโต้ยหน้าขา , ขาออ่น , โคนขา
ขาบกราบ (เป็นคำเก่า)
ข้าวก่ำข้าวเหนียวดำ
ขาวจากพากขาวพราวละลานตา
ขาวจ่านผ่านขาวละลานตา
ขาวจุ่นผุ่นขาวนวล
ข้าวดอเป็นข้าวสายพันธ์หนึ่ง อายุเก็บเกี่ยวสั้นกว่าข้าวเหนียว
ขาวออกลอกขาววอก
ขาวโอกโลกขาววอก
ขิว,ฉิ๋วหมั่นไส้,กลิ่นเหม็นไหม้ที่มีกลิ่นฉุนหรือเหม็นสาบ , เหม็นเขียว
ขี้กะเทิก , ขี้กะเทอ , ขี้กะเท่อเสมหะ ,เสลด
ขี่กระบอง,ขี้ใต้ไม้ผุผสมกับน้ำมันยางธรรมชาติใช้จุดไฟแทนตะเกียงน้ำมัน
ขี้กะตก , ขี้ตก ,ขี้โป้ยางของต้นไม้ที่หล่นลงตามพื้นดิน ใช้เป็นเชื้อเพลิงได้
ขี้กะตืกพยาธิ
ขี้กะตู่,เขียดกะตู่,ขี้คันคาก,ขี่คั่นคากคางคก
ขี้กะยือโรคหอบหืด
ขี้โก๋จิ้งเหลน
ขี้ไก่เดือนไส้เดือน ชื่อสัตว์ชนิดหนึ่ง ชอบกินดินเป็นอาหาร แต่ไม่กินมากเพราะมันกลัวดินจะหมด เรียก ขี้ไก่เดือน ขี้กะเดียน ก็ว่า.
ขี้เข็บตะขาบ
ขี่แข่วขี้ฟัน
ขี้ค้าน,ขี้คร้านขี้เกียจ
ขี้โค้ยางของต้นพลวง
ขี้ซีก , ขี้สีกน้ำครำ
ขี้ซุ๊อาการท้องร่วงอย่างรุนแรง
ขี้ดินดิน,ก้อนดิน
ขี้ดื้อขี้มึนซุกซน
ขี้เดียดขยะแขยง,รังเกียจ ,ไม่ชอบ
ขี้ตกป่องพลุ๊ค ได้มาแบบโชคช่วย
ขี้ตะโหลกพื้นดินที่ไม่เรียบ ,ตะปุ่มตะป่ำ, ก้อนดินที่เกิดจากการไถนา
ขี้ตั๋วโกหก
ขี่ถืกป๊อง,ขี่สบป๊องเลือกสุ่มๆแต่ก็ได้ของดี,เดาสุ่มๆก็เดาถูก, ฟลุ๊ค
ขีนไม่ชอบหน้า, ไม่พอใจ, ไม่ชอบ ขืน, ฝืน อย่างว่า ว่าเล่าทำเปืองปุ้นสมคามคลาที่ ดั่งนั้น ลุลาภพร้อมใจป้าห่อนขีนเมื่อใด (ฮุ่ง). ขัด อย่างว่า เมื่อนั้นสองแม่ป้าโลมลูกเอาใจ ก็บ่ขีนกุมารมอบศรศิลป์แก้ว บาก็ยินดีแท้ธรงศรขัดดาบ สองแม่ป้าเฮียงข้างลูบเลิง (สังข์). ขัดขืน อย่างว่า นางก็โจมแจ่มเจ้าองค์อ่อนยอมใจ ก่อนเถิ้น อาบ่มีขีนขืฃัดซิค่อยเติมตามน้อย (สังข์).
ขีนขัดขัดข้อง
ขี้โผ่น,ขี้โผ่พุง,ท้อง
ขี้พื้นปากลักษณะคล้ายกับว่าโดนนินทา เป็นขี้ปากของชาวบ้าน
ขี้มักย้องบ้ายอ
ขี้เมี่ยง,ขี่เหมี่ยงสนิม
ขี้โยย,ขี่ไห้สำออย
ขี้ล่าย,ขี้ฮ้ายขีเหร่,ดูไม่ดี ไม่น่าดู มีความหมายเดียวกับคำว่า ผู้ฮ้าย
ขี่หมินหม่อเขม่าก้นหม้อ
ขี่หินก้อนหิน,ลูกหิน,หิน
ขี้เหงี่ย,ขี้เงียงเหงี่ย,ขี้ไงเงี่ยผงหรือฝุ่น(ละอองเล็กๆ)
ขี้อ่งหยิ่ง,คนถือตัว,มาดเยอะ,หยิ่งทะนงตน
ขุโคบร่วงพรู,หล่นกราว
ขุมหลุม
ขูตกหล่น ร่วงหล่นโปรยปราย
เคง,เข่งขึง,ตึง,ทำให้ตึง
เขญการเลื่อน,เข็น
เข็ดแข่ว,เข็ดแข้วเสียวฟัน
เข็นไนเข็นฝ้าย
เขย,ไขการแกะ,การเปิด
เข่าขอดหม้อข้าวหมดไม่มีจะกินแล้ว
เข่าบ่อนเข้าห้องนอน
เขิงกระด้งใบเล็กๆเรียกว่า เขิง ใบใหญ่ เรียกว่า กระด้ง
เขี่ยนเปลี่ยน -ย้าย-หรือทำให้เป็นฝอยเส้นเล็กเส้นน้อย
แข่งแดด,แข่งฝนฝ่าแดด ,ฝ่าฝน
แข่นอั้นตั้นลักษณะอาการแน่น สมบูรณ์ เนื้อแน่น
แข่วแมงฟันผุ
แข่วซวกฟันเหยิน
แข่วฟัน
แข่จรเข้
โข่ โล่ เข่ เล่เป็นชิ้นใครชิ้นมัน (ขนาดใหญ่)
ไข่อึ่งหลึ่งลักษณะของอาการบวมเป่ง
คกมองครกกระเดื่อง
ขี้ถี่ขี้เหนียว,หวงของ ตระหนี่ คนตระหนี่เรียก ขี้ถี่ อยากได้ของจากคนตระหนี่ต้องขอนาน อย่างว่า ขี้ถี่ขอคน (ภาษิต)
คนไคคนพอใช้ได้ คนที่ดูด คนน่ารัก คนหน้าตาดี
คนบ่เคี่ยมคนซุ่มซ่าม
คนผู้ห่าย, คนผู้ฮ้ายคนขี้เหล่, คนหน้าตาไม่ดี, คนไม่หล่อ, คนไม่สวย
คนมะลำมะลอยคนไม่น่าเชื่อถือ
คนฮู้ผู้ดีเป็นคนที่นิสัยดี,เรียบร้อย
ควยโยก,โยกเยก,โคลงเคลง
ควย (ควาย)ควาย
ควยตู้ควายทุยเขาสั้น
คองรอ,ตั้งหน้าตั้งตารอ,คอยจารีตประเพณี
คองคอยอคอย,รอถ้า,คอย (พบมากในผญา)
คอบบอกกล่าว,แจ้งให้รู้,บนบอก
คอย, คอยๆเบา,เบาๆ,ทำเบามือ, ทำอย่างทะนุถนอม,เสียงเบา
ค้อย,ข้อยเอียง ลาดขัน
ค่อยฮักเจ้า, ข่อยฮักเจ้าฉันรักเธอ
ค่อย,ข่อย,ข้อยตัวเราเอง
คะนิงคิดถึง,คำนึงหา
คะลาดพรวดพราด, พลาด
ตำอิด,ตำก่อแต่ก่อน , ตอนแรก , เริ่มต้น , แต่ไหนแต่ไร,นานมาแล้ว
คักสุดยอด , ดีที่สุด ,ได้ดั่งใจ
ถนัด แน่ ชัด การเห็นโดยไม่มีเคลือบแคลงสงสัย เรียก เห็นคัก
ถูกต้อง แน่นอน จริง เช่น เฮ็ดคักๆ เด้อ คึดคักๆ เว้าคักๆ.
คักขนาดดีมากๆ,เยี่ยมมากๆ,ดีสุดๆ,สุดยอด
คักใจได้ดีดั่งใจ,สมใจ,ถูกใจ
คักน้อดูดี แบบเว่อๆ, เหมือนชมว่าดีแบบประชดประชันนิดๆ
คักแน่ที่สุด,ของที่สุด
คักแล้วดีแล้ว,เข้าท่าแล้ว
คักอีหลีสะใจจริง
คันถ้า
คันแข่วหมั่นไส้,หงุดหงิดเนื่องจากทำอะไรไม่ได้อย่างที่คิด
คันแทคูนา
คันยู,ห่ม,คันห่มร่ม
คันแหม่นถ้ามันจริง,ถ้าจริงดังว่า,ถ้ามันใช่
คัวการชำแหละ, ชำแหละเนื้อ, ชำแหละปลา เอามีดชำแหละปลา เรียก คัวปลา เอามีดเชือดเนื้อ เรียก คัวซี้น ถากไม้ไสกบเพื่อทำเรือน เรียก คัวแป้น เจาะเสาเรือน เรียก คัวเสาเฮือน.
คางกะไตคาง, ส่วนปลายของคาง
คาดลาดเป็นคำขยายใช้กับอะไรที่มันยาวกว่าสิ่งอื่น ,โผล่ หรือล้ำออกมา
คาดสิได้กะว่าจะได้,คาดว่าจะได้,ถึงเวลาที่จะได้,ถึงที
ค่าคายค่าบูชาครูหรือสิ่งของที่ใช้ในการบูชาครูก่อนที่จะศึกษาเล่าเรียน วิชาการต่างๆจากครูอาจารย์
คาวเดียวแป๊บเดียว,สักครู่
คาวหน่าคราวหน้า
ค้ำคูณดี, เป็นมงคล, ศิริมงคล, เจริญก้าวหน้า
คำแพงผู้ซึ่งเป็นที่รัก หรือ แก้วตาดวงใจของพ่อแม่
ซู้ดผลัก,ดัน,เลื่อน
คิงร่างกาย, ตัว, ลำตัว
คิ่งนิ่งไม่เคลื่อนไหว, หยุดนิ่ง, หยุดชะงัก
คิงฮ่อนตัวร้อน
คิดต่อ,คึดต่อคาดหวัง
คิดฮอด, คึดฮอดคิดถึง
จ้องร่ม สิ่งที่ใช้ป้องกันแดดหรือฝน
คันจ้องร่ม สิ่งที่ใช้ป้องกันแดดหรือฝน
บักสีดาฝรั่ง (ผลไม้)
บักคําเรียกชายที่เสมอกันหรือตํ่ากว่า
บักหูดมะกรูด (ผลไม้)
บักเขียบน้อยหน่า (ผลไม้)
แลนวิ่ง
สำมะแจ๋ลักษณะการพูดมากและไม่เป็นความจริง
หล่วยหล่ายเลื้อย, ลักษณะการเลื้อยของงู, อาการที่คล้ายการเลื้อยของสัตว์เลื้อยคลาน
ซ็อกง็อกอาการของคนนั่งแบบซึมเศร้า, นั่งคอตก อาการที่งูตัวเล็กๆ ชูคอขึ้นเรียก คอซ็อกง็อก
ก้อยชื่ออาหารชนิดหนึ่ง ทำจากเนื้อ ปลา กุ้ง ที่ดิบ ๆ คล้ายลาบ
กับแก้ตุ๊กแก
กะไตกรรไกร
งัววัว
โห่งขัง, ท่วมขัง, น้ำฝนที่ตกลงมาแล้วขังอยู่
หง่างแยก ถ่าง กางออก
หงำบัง, ข่ม, ครอบ
หนหวยรำคาญ, ไม่สบายใจ, หงุดหงิด, กังวลใจ
หน้าเค่งหน้าบึ้ง หน้าตึง เกิดเพราะความโกรธจัด
หน้าถั่งดังคมหน้าตาคมขำ, หน้าตาดี
หม่องบริเวณ, ย่าน, แถว, ตรง
หนิ่งเกี่ยง, เกี่ยงงอน, ทำแง่งอน, ทำโดยไม่เต็มใจ
โหง่ยอาการที่ค่อย ๆ เอนจนกระทั่งล้มลง
ม่อต้อคนที่มีรูปร่างเตี้ยและอ้วน
กระบมภาชนะชนิดหนึ่งทําด้วยไม้นำมาขุดเป็นรูปวงกลมมีขอบ ด้ามสั้น สำหรับสงข้าวเหนียวที่นึ่งสุกใหม่ ๆ หรือคนข้าวเหนียวนึ่ง ให้ลดความร้อนก่อนนำไปใส่ในกล่องข้าว และยังใช้เป็นภาชนะรองถ้วยชามเป็นสำรับ กระโบม หรือ โบม ก็เรียก
กระโบมภาชนะชนิดหนึ่งทําด้วยไม้นำมาขุดเป็นรูปวงกลมมีขอบ ด้ามสั้น สำหรับสงข้าวเหนียวที่นึ่งสุกใหม่ ๆ หรือคนข้าวเหนียวนึ่ง ให้ลดความร้อนก่อนนำไปใส่ในกล่องข้าว และยังใช้เป็นภาชนะรองถ้วยชามเป็นสำรับ กระบม หรือ โบม ก็เรียก
โบมภาชนะชนิดหนึ่งทําด้วยไม้นำมาขุดเป็นรูปวงกลมมีขอบ ด้ามสั้น สำหรับสงข้าวเหนียวที่นึ่งสุกใหม่ ๆ หรือคนข้าวเหนียวนึ่ง ให้ลดความร้อนก่อนนำไปใส่ในกล่องข้าว และยังใช้เป็นภาชนะรองถ้วยชามเป็นสำรับ กระบม หรือ กระบม ก็เรียก
อีจู้เครื่องมือดักปลาไหล มีลักษณะคล้ายแจกัน มีไส้ในสำหรับใส่เหยื่อทำจากไม้ไผ่สานมีรูปร่างสวยงาม ใช้สำหรับดักปลาไหลโดยเฉพาะ กู้อีจู้, สุ่มดักปลาไหล, ตุ้มใส่ปลาไหล, ไซดักปลาไหล, ลัน ก็เรียก
ไซดักปลาไหลเครื่องมือดักปลาไหล มีลักษณะคล้ายแจกัน มีไส้ในสำหรับใส่เหยื่อทำจากไม้ไผ่สานมีรูปร่างสวยงาม ใช้สำหรับดักปลาไหลโดยเฉพาะ กู้อีจู้, สุ่มดักปลาไหล, ตุ้มใส่ปลาไหล, อีจู้, ลัน ก็เรียก
ลันเครื่องมือดักปลาไหล มีลักษณะคล้ายแจกัน มีไส้ในสำหรับใส่เหยื่อทำจากไม้ไผ่สานมีรูปร่างสวยงาม ใช้สำหรับดักปลาไหลโดยเฉพาะ กู้อีจู้, สุ่มดักปลาไหล, ตุ้มใส่ปลาไหล, ไซดักปลาไหล, อีจู้ ก็เรียก
ข้าวคั่วผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำข้าวสารเจ้าหรือข้าวสารเหนียวที่แห้ง นำไปคั่วจนสุกกรอบ แล้วนำไปบด
หนานผักแปลงผัก, แปลงปลูกผัก
ในเม็ด, เมล็ด, เมล็ดพืช, เมล็ดพันธุ์
กกแข่วรากฟัน
กกแนนคู่ครองที่เคยอยู่กินกันมาหลายภพหลายชาติ, บุพเพสันนิวาส, เนื้อคู่ สายแนน ก็เรียก คู่ครองที่เคยอยู่กินกันมาหลายภพหลายชาติ หรือที่โบราณเรียกว่าบุพเพสันนิวาสนั้น เรียก กกแนน กกมิ่ง กกแนน สายมิ่ง สายแนน ก็เรียก อย่างว่า อันหนึ่งกกแนนเจ้าขูลูบาบ่าวทังอ่อนน้อยยังเกี้ยวกอดกันบ่เด (ขูลู)
สายแนนคู่ครองที่เคยอยู่กินกันมาหลายภพหลายชาติ, บุพเพสันนิวาส, เนื้อคู่ กกแนน ก็เรียก
กกหูกด้ายหรือไหมที่ตัดไว ้ติดกับฟืม กกหูกสำหรับต่อกับเครือหูก ในเวลาจะทอครั้งต่อไป
กกเหงือกลิ้นไก่
กงเขตแดน, บริเวณ, สิ่งที่มีลักษณะกลมหรือคล้ายวงกลม
ก๊งโก๋ะอาการยืนหรือเดินทำหลังโก่งค่อม และมักจะมีคำสร้อยต่อว่า ก๊งโก๋ะก๊งโก้ย ก๊มโก๋ะ ก็เรียก
ก๊มโก๋ะอาการยืนหรือเดินทำหลังโก่งค่อม และมักจะมีคำสร้อยต่อว่า ก๊มโก๋ะก๊มโก้ย ก๊งโก๋ะ ก็เรียก
โก่งโด่งลักษณะชี้ขึ้นข้างบน
โอ้นโต้นลักษณะของสิ่งที่ห้อยลงมา, โตงเตง
ก้นขี้ถั่งก้นกระแทก, ล้มลงก้นกระแทกกับพื้น
ก้นต่งก้นใหญ่, บั้นท้ายใหญ่ หรือก้นโป้ เรียก ก้นต่ง.
โก่โด่ลักษณะของสิ่งของที่ยาวยื่นออกมา
โก้กโวกผอม, ซูบผอม มักจะใช้เป็นคำขยาย ซึ่งจะหมายถึงผอมมาก ๆ
โก้กโซกเศร้า, หมอง, หน้าตาหม่นหมอง
โอ้กโลกเปื้อน, มอมแมม มักใช้ขยายความสกปรก ซึ่งจะหมายถึงมอมแมมมาก ๆ ลักษณะการทาแป้งหรือสิ่งที่คล้ายแป้งมากเกินไป
แก่แด่ชี้ตรง, อาการอื่น ๆ ที่มีลักษณะแข็งและตรง โดยมักใช้ขยาย เพื่อบ่งบอกว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่มีขนาดเล็ก เก่เด่ (ใช้สำหรับสิ่งที่มีอาการคล้ายกัน) ก็เรียก
เก่เด่ชี้ตรง, อาการอื่น ๆ ที่มีลักษณะแข็งและตรง แก่แด่ (ใช้สำหรับสิ่งที่มีอาการคล้ายกัน แต่มีขนาดเล็ก) ก็เรียก
เก้กเซกลักษณะใบหน้าที่บางและผอมแก้มตอบ
กู่ซู่อาการก้มหมอบตัวของผู้ใหญ่ ถ้าเป็นอาการของเด็ก เรียก ก่อซ่อ
ก่อซ่ออาการก้มหมอบตัวของเด็ก ถ้าเป็นอาการของผู้ใหญ่ เรียก กู่ซู่
กีกซีกสีแดงช้ำ
กิ่นติ่นอาการวิ่งไปโดยเร็วของเด็ก โดยผู้พูดพูดด้วยความเอ็นดูเด็ก ๆ
กุ้นกุ้นอาการพุ่งพวยออกของควันไฟที่ไม่ได้มากนัก กิ้นกิ้น, กุ้มกุ้ม ก็เรียก
กุ้มกุ้มอาการพุ่งพวยออกของควันไฟที่ไม่ได้มากนัก กุ้นกุ้น, กิ้นกิ้น ก็เรียก
กิ้นกิ้นอาการพุ่งพวยออกของควันไฟที่ไม่ได้มากนัก กุ้นกุ้น, กุ้มกุ้ม ก็เรียก
กุ้นสั้น, สั้นมาก กิ้น ก็เรียก
กุดด้วน
กิ่งดิ่งสูงชัน, ชัน
ก้าวหว้าวเหวอะหวะ
ผักติ้วจัดเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง มีความสูงของต้นเฉลี่ยประมาณ 3-12 เมตร และอาจสูงได้ถึง 35 เมตร เรือนยอดเป็นทรงพุ่มกลม โคนต้มมีหนาม กิ่งก้านเรียว ส่วนกิ่งอ่อนมีขนนุ่มอยู่ทั่วไป เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลแดง แตกล่อนเป็นสะเก็ด ส่วนเปลือกด้านในเป็นสีน้ำตาลแกมเหลือง ลำต้นมีน้ำยางสีเหลืองปนแดงซึมออกมาเมื่อถูกตัดหรือเกิดแผล ขยายพันธุ์วิธีการใช้เมล็ด เป็นต้นไม้ที่ทนแล้งได้ดี พบได้ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทางภาคใต้ตอนเหนือ โดยจะขึ้นตามป่าดิบแล้ง ป่าโปร่ง ป่าเต็งรัง ป่าตามเชิงเขา และตามป่าเบญจพรรณ
ก่นโต่นล่อนจ้อน คนที่ไม่นุ่งเสื้อผ้า นุ่งชุดวันเกิด เรียก ก่นโต่น หรือ ก่นต่น
กะบองกะไต้ ชื่อเครื่องตามไฟชนิดหนึ่ง เรียก กะบอง กะไต้ ไต้ ขี้ไต้ ก็ว่า
กะบั้งกระบอกไม้ไผ่มีข้อข้างหนึ่งทำไว้สำหรับตักน้ำ หรือใส่สิ่งของต่างๆ
กระจอนตุ้มหู เครื่องประดับหูของหญิงสาว ทำด้วยเงิน ทอง ทองคำ มี 2 ชนิด
กระจ้อน-ชื่อสัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่ง ตัวเล็กคล้ายกระรอก หรือกระแต หน้าแหลม -เล็ก แกร็น เช่น ม้าตัวเล็กและผอม เรียก ม้ากระจ้อน ม้าบักจ้อน
กระป่อม (ตักน้ำ)ภาชนะสานด้วยไม้ไผ่ รูปยาวก้นแหลม ทาด้วยชันคล้ายก้นคุ ใช้เชือกหย่อนลงตักน้ำในบ่อลึก
กระป่อม (ตาข่ายดักปลา)ลำเผือกหรือลำสะโน ไม้สองชนิดนี้มีน้ำหนักเบา ตัดยาวขนาดคืบผูก เชือกห่างกันประมาณ 1 ศอก ขึงในเวลากางมอง เรียก ป่อมมอง
กระพ้อมอุปกรณ์ที่มีไว้สำหรับเก็บข้าวเปลือกที่ฟัดออกมาแล้วมาเก็บไว้เพื่อไว้ขายหรืไว้เพาะปลูกอีกคาว
กล้องขากำไลขา
กล้องแขนกำไลมือ ,กำไลแขน
กลอยชื่อไม้เถาชนิดหนึ่งจำพวกมัน มีหัวกินได้ หัวดิบมีพิษ คัน ต้องแช่น้ำให้จืดแล้วนึ่งให้สุก กินแทนข้าวได้
ก่องแก่งเดินย่องไปมาอย่างว่องไว เรียก ย่างก่องแก่ง
ก่อจ่ออาการที่เด็กนั่งห่อตัว
กอดจอดของที่กองรวมกันไว้
ก่อด่ออาการที่ของเล็กๆ และสั้นยื่นออกมา
กากซากอาการที่มีของแหลม หรือมีสิ่งที่หยาบๆอยู่เป็นจำนวนมาก
กิ่นกิ่นอาการที่มีควันหรือฝุ่นละออง
โกกโซกคนที่มีร่างกายเศร้าหมองเรียก หม่นโกกโซก.
กระโด้นท้ายทอย
กะโมะพอดี, ประจวบเหมาะ, พบโดยบังเอิญ
กลิ่นกลั้วรสหอมระคนกัน, รสกล่อมกล่อม
กระสัณท์อยากจะได้
แก ๆ ฮ้องเสียงนกร้อง
กีบฟ้าเมฆ, ก้อนเมฆ, กลีบเมฆ
ขี้ฟ้าเมฆ, กลีบเมฆ, ก้อนเมฆ
กวมสวม
ขี้ฮ้ายขี้เหร่, หน้าเกลียด
ผู้ฮ้ายขี้เหร่, ไม่สวย, ไม่หล่อ, หน้าตาไม่ดี
เจ้าเธอ, คุณ
ข้าวของทรัพย์สิน, ของใช้
ไข้จับสั่นไข้มาลาเรีย
ขานตอบคำถาม, ตอบ
ผักอีเลิดชะพลู, ใบชะพลู เป็นพืชในวงศ์ Piperaceae มักสับสนกับพลู แต่ใบรสไม่จัดเท่าพลูและมีขนาดเล็กกว่า ชะพลูเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบพื้นที่ลุ่ม มีความชื่น ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำ โดยการเลือกกิ่งที่มีใบอ่อนและใบแก่ เด็ดใบแก่ออกและนำไปปักชำได้ ผักแค, ผักปูลิง, ผักนางเลิด ก็เรียก
ผักนางเลิดชะพลู, ใบชะพลู เป็นพืชในวงศ์ Piperaceae มักสับสนกับพลู แต่ใบรสไม่จัดเท่าพลูและมีขนาดเล็กกว่า ชะพลูเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบพื้นที่ลุ่ม มีความชื่น ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำ โดยการเลือกกิ่งที่มีใบอ่อนและใบแก่ เด็ดใบแก่ออกและนำไปปักชำได้ ผักแค, ผักปูลิง, ผักอีเลิด ก็เรียก
ผักปูลิงชะพลู, ใบชะพลู เป็นพืชในวงศ์ Piperaceae มักสับสนกับพลู แต่ใบรสไม่จัดเท่าพลูและมีขนาดเล็กกว่า ชะพลูเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบพื้นที่ลุ่ม มีความชื่น ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำ โดยการเลือกกิ่งที่มีใบอ่อนและใบแก่ เด็ดใบแก่ออกและนำไปปักชำได้ ผักแค, ผักอีเลิด, ผักนางเลิด ก็เรียก
ผักแคชะพลู, ใบชะพลู เป็นพืชในวงศ์ Piperaceae มักสับสนกับพลู แต่ใบรสไม่จัดเท่าพลูและมีขนาดเล็กกว่า ชะพลูเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบพื้นที่ลุ่ม มีความชื่น ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำ โดยการเลือกกิ่งที่มีใบอ่อนและใบแก่ เด็ดใบแก่ออกและนำไปปักชำได้ ผักอีเลิด, ผักปูลิง, ผักนางเลิด ก็เรียก
บักมี่ขนุน
มักรัก,ชอบ
ฮักรัก
เมือบ้านกลับบ้าน
แมงจินูนแมลงนูน แมลงนูนเขียวเป็นด้วงที่มีสีสันสวยงามเป็นที่สนใจแก่ผู้พบเห็น อาหารตัวเต็มวัยได้แก่ใบไม้พืชในวงศ์ ตะแบก ( Lythraceae ) แต่หากนำมาเพาะเลี้ยงสามารถให้กล้วยเป็นอาหาร เขตแพร่กระจาย ตั้งแต่อินเดีย พม่า ลาว กัมพูชา และทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยจะมีระยะการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ 4 ระยะ คือ ระยะไข่ ระยะตัวอ่อนหรือหนอน ระยะดักแด้ ระยะตัวเต็มวัย ตัวหนอนมีขาสามคู่ ไม่มีขาเทียม ตัวเต็มวัยมีสีเขียววาว มีสวนขอบของส่วนหัว ลำตัวและปีกเป็นสีทองแดงด้านใต้ท้องและส่วนขามีสีทองแดง มีระยางค์สัมผัสที่ส่วนหัว 2 คู่ มีกราม 2 คู่ และหนวด 1 คู่ แบบใบไม้ lamellate แมลงนูนเขียวยังเป็นแมลงที่ได้รับความสนใจของผู้เลี้ยงแมลงในกลุ่มด้วงจากต่างประเทศ และมีการนำแมลงนูนเขียวมาบริโภคเป็นอาหาร แมงกินูน, แมงอีนูน ก็เรียก
แมงกินูนแมลงนูน แมลงนูนเขียวเป็นด้วงที่มีสีสันสวยงามเป็นที่สนใจแก่ผู้พบเห็น อาหารตัวเต็มวัยได้แก่ใบไม้พืชในวงศ์ ตะแบก ( Lythraceae ) แต่หากนำมาเพาะเลี้ยงสามารถให้กล้วยเป็นอาหาร เขตแพร่กระจาย ตั้งแต่อินเดีย พม่า ลาว กัมพูชา และทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยจะมีระยะการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ 4 ระยะ คือ ระยะไข่ ระยะตัวอ่อนหรือหนอน ระยะดักแด้ ระยะตัวเต็มวัย ตัวหนอนมีขาสามคู่ ไม่มีขาเทียม ตัวเต็มวัยมีสีเขียววาว มีสวนขอบของส่วนหัว ลำตัวและปีกเป็นสีทองแดงด้านใต้ท้องและส่วนขามีสีทองแดง มีระยางค์สัมผัสที่ส่วนหัว 2 คู่ มีกราม 2 คู่ และหนวด 1 คู่ แบบใบไม้ lamellate แมลงนูนเขียวยังเป็นแมลงที่ได้รับความสนใจของผู้เลี้ยงแมลงในกลุ่มด้วงจากต่างประเทศ และมีการนำแมลงนูนเขียวมาบริโภคเป็นอาหาร แมงจินูน, แมงอีนูน ก็เรียก
แมงอีนูนแมลงนูน แมลงนูนเขียวเป็นด้วงที่มีสีสันสวยงามเป็นที่สนใจแก่ผู้พบเห็น อาหารตัวเต็มวัยได้แก่ใบไม้พืชในวงศ์ ตะแบก ( Lythraceae ) แต่หากนำมาเพาะเลี้ยงสามารถให้กล้วยเป็นอาหาร เขตแพร่กระจาย ตั้งแต่อินเดีย พม่า ลาว กัมพูชา และทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยจะมีระยะการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ 4 ระยะ คือ ระยะไข่ ระยะตัวอ่อนหรือหนอน ระยะดักแด้ ระยะตัวเต็มวัย ตัวหนอนมีขาสามคู่ ไม่มีขาเทียม ตัวเต็มวัยมีสีเขียววาว มีสวนขอบของส่วนหัว ลำตัวและปีกเป็นสีทองแดงด้านใต้ท้องและส่วนขามีสีทองแดง มีระยางค์สัมผัสที่ส่วนหัว 2 คู่ มีกราม 2 คู่ และหนวด 1 คู่ แบบใบไม้ lamellate แมลงนูนเขียวยังเป็นแมลงที่ได้รับความสนใจของผู้เลี้ยงแมลงในกลุ่มด้วงจากต่างประเทศ และมีการนำแมลงนูนเขียวมาบริโภคเป็นอาหาร แมงกินูน, แมงจินูน ก็เรียก
ขุนตำแหน่งขุน
ขันสู้อาสา, ขันอาสา
เขือนเมืองกำแพงเมือง
ข่าคนใช้, คนรับใช้ คล้ายกับคำในภาษาไทยคำว่า ข้า, ขี้ข้า
ขอดไมตรีผูกไมตรี, ผูกมิตร
เขายวงWhite Mountain
โขโมจมูก
ไขคำบอกความต้องการ, แจ้งความประสงค์
เพ็ญแขไขส่องพระจันทร์เต็มดวง
เขาคูนกเขาขัน
ขวงลาขวงปืนเก้ ๆ กัง ๆ, จะไม่ก็ไม่ไป, เก้งก้าง
แข่วเจิงฟันเหยิน, ฟันหน้ายื่นไปข้างหน้า
เขินทางน้ำแห้ง, แห้งขอด
ขึงปีกกางปีก
ขันสุลาขันหมาก
เดิกข่อนข่อนดึกจวนจะสว่าง, ค่อนรุ่งสาง
ดึกดึก, มืดค่ำ เดิก ก็เรียก
เดิกดึก, มืดค่ำ
ดึกข่อนข่อนดึกจวนจะสว่าง, ค่อนรุ่งสาง
บุญแอวงานแต่งงาน, พิธีมงคลสมรส
ข้าวปาดขนมโบราณชนิดหนึ่ง คล้ายขนมเปียกปูน แต่ค่อนข้างเหนียวกว่ามาก ปัจจุบันไม่ค่อยเห็นขนมชนิดนี้แล้ว แต่ก็ยังใช้คำว่า ข้าวปาด ในความหมายถึง ขนมเปียกปูน
คิ่วแม่นยำ
คึดันออกให้ห่าง , ถ่างออก
คึดคิด
บ่ไม่ ,
คิดบ่ซอดคิดไม่ถึง,คิดไม่ออก
คึดพ้อคิดถึง,นึกถึง,นึกขึ้นได้,ฉุกคิดขึ้นได้
คึดมอคิดไม่ไกล คิดไม่รอบครอบ
คึดจ้อคิดไม่ไกล คิดง่ายๆ ไม่รอบครอบ
คืนเมือกลับคืน , กลับไปที่เดิม ,กลับไปบ้าน
คือเหมือน
คือจั่งเหมือนดัง,เหมือนเช่น,ดั่งเช่น
ควมเว้าคำพูด
เทียรฆาอายุยืนนาน
เคือน ๆ ย้ายย้ายเดินเป็นหมู่ช้า ๆ
เค็ง ๆ ก้องเสียงฆ้องกลองดังไปทั่ว
เคือน ๆ ก้องทั้งตะโพนกลองครึกครื้นกันไป
เค็งคืนเสียงดังไปทั่ว
คิ้วก่องคิ้วโก่ง
คองเมืองประเพณีบ้านเมือง
คะเจ้าเขา สรรพนามบุรุษที่สามที่กำลังพูดถึง
คาบมื้อ, มื้ออาหาร
คิงฮ้อนตัวร้อน
คึดฮอดคิดถึง เรียก คึดฮอด อย่างว่า คึดฮอดน้องนอนกรองน้ำตาหลั่ง คันแม่นพังจั่งส้างซิเพม้างตั้งแต่ดน (กลอน) คึดฮอดน้องยามเมื่อโค็ยแข็ง บาดห่าโค็ยแข็งเซาบ่ให้เอากะได้ (บ.).
คือสิคงจะ
คับคั่งคนแน่นขนัดไปหมด
แค้นคั่งแค้นใจ, เสียใจมาก
คาบเจ้าศพ, ร่างกายไม่มีวิญญาณ
คำไฮ้ความจน
คร่อมคร่อม, นั่งทับ
คิ้วคาดค้อมคิ้วโก่งเหมือนคันธนู
ค่ำม้อย ๆค่ำลงเรื่อย ๆ, ค่อย ๆ มืดลง ๆ
คอบครองครองเมือง
คำฮ้ายความชั่ว
คอยถ่ารอคอย, เฝ้ารอ
เครือเครือ, เครือไม้, เครือกล้วย
คุงน้ำถึงน้ำ
คุงถึง
คอบเวรเพราะเวร
เคหังเรือน, บ้าน
เคิ่งคิงครึ่งตัว
เคร็ง ๆ เสียงดังเคร็ง ๆ
ค้อนด้ามไม้คัดหม้อข้าว, ไม้ที่มีลักษณะเป็นท่อนไม่ใหญ่มาก
ขุ่มหมุ่มลักษณะการเดินในที่มืดสลัว ๆ
หัวซาสนใจ,ใส่ใจ
บ้งบุ้ง, หนอนผีเสื้อ, ตัวหนอนของแมลง มักจะใช้เรียกหนอนที่มีขนปกคลุม บ้งขน, แมงบ้ง, แมงบ้งขน, หนอนบ้ง ก็เรียก
บ้งขนบุ้ง, หนอนผีเสื้อ, ตัวหนอนของแมลง มักจะใช้เรียกหนอนที่มีขนปกคลุม บ้ง, แมงบ้ง, แมงบ้งขน, หนอนบ้ง ก็เรียก
แมงบ้งบุ้ง, หนอนผีเสื้อ, ตัวหนอนของแมลง มักจะใช้เรียกหนอนที่มีขนปกคลุม บ้ง, บ้งขน, แมงบ้งขน, หนอนบ้ง ก็เรียก
แมงบ้งขนบุ้ง, หนอนผีเสื้อ, ตัวหนอนของแมลง มักจะใช้เรียกหนอนที่มีขนปกคลุม บ้ง, บ้งขน, แมงบ้ง, หนอนบ้ง ก็เรียก
หนอนบ้งบุ้ง, หนอนผีเสื้อ, ตัวหนอนของแมลง มักจะใช้เรียกหนอนที่มีขนปกคลุม บ้ง, บ้งขน, แมงบ้ง, แมงบ้งขน ก็เรียก
เคียดเค็มโกรธอย่างใจดำ, โกรธอย่างมาก
เคียมอาการเดินอย่างสงบเสงี่ยม
โคบาลคนเลี้ยงโค
ควบม้าขี่ม้า
แคนไคแนพอจะดีหน่อย, ค่อยยังชั่ว ไคแน ก็เรียก
ไคแนพอจะดีหน่อย, ค่อยยังชั่ว แคนไคแน ก็เรียก
เคียดสั่นโกรธจนตัวสั่น
คุงฟ้าถึงฟ้า
แคนไค้ขลุ่ยซอเครื่องดนตรีอีสาน
เค่าเม่าลักษณะอาการนั่งอยู่
ไปคัก ๆไปแน่นอน
แคบ้านชื่อต้นแคชนิดหนึ่ง
งายสาย, ก่อนเที่ยงวัน
งัวเงียลุกตื่นนอนใหม่ ๆ, อาการคนเพิ่งตื่นนอน
ฮุ้งกินน้ำรุ้งกินน้ำ
ข้าวต้มแดกเป็นขนมหวาน คล้ายกับข้าวต้มมัด แต่ต่างกันตรงที่ข้าวต้มแดกจะใช้ข้าวเหนียวแช่น้ำค้างคืน ตำผสมกับกล้วยสุกบด แล้วห่อด้วยใบตอง คำว่า แดก ในภาษาอีสานจะหมายถึงการตำ, อัดให้แน่น, ยัดเข้าในภาชนะ เช่น ปลาแดก, ข้าวต้มแดก เป็นต้น
ตำบักหุ่งส้มตำ
ป่นน้ำพริก
ปลาแดกบองปลาร้าทรงเครื่อง, ปลาร้าบอง เป็นการนำปลาร้ามาปรุงรสด้วยพริกป่น, ข่าสับ, ใบมะกรูดซอย, ตะไคร้ซอย บางท้องที่ใส่มะเขือเทศด้วย
ปลาจ่อมเป็นอาหารหมัก คล้ายปลาร้า ได้จากการนำปลาขนาดเล็กมาล้างทำความสะอาด หมักกับเกลือผสมข้าวคั่ว และกระเทียมบด บรรจุในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท หมักในระยะเวลาที่เหมาะสมจนมีรสเปรี้ยวควรทำให้สุกก่อนบริโภค และยังสามารถนำกุ้งฝอยมาทำได้เช่นกัน เรียกว่า กุ้งจ่อม
ส่ำเชื้อชั้นต่างๆ
สะออนใจตื้นตันใจ
สิไปจะไป
สานอคิดเสียดาย (เป็นสร้อยคำ)
สังบ่มาทำไม ไม่มา
แส่วหนีหลีกหนี
ส้วมห้องนอน
จัดส้วมจัดห้องนอน
ผิสบริมฝีปาก
ชาติเชื้อชาติเกิด
ซู่มื้อทุกวัน
ซิ่นผ้าสิ้น
ซังเกลียด ชัง
ซอกหาค้นหา , แสวงหา
จักบาท (เงิน)เงินกี่บาท
จักสิไปบ่ไปไม่รู้ว่าจะไป หรือ ไม่ไป
จัก (ไม่รู้)ไม่รู้จัก
จัก (กี่)กี่
จักว่าหยังเป็นหยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
จื้นแฉะ
จืนน้ำมันทอดน้ำมัน
เสิ่นบิน, โฉบ
ซอดทะลุ
ซอยช่วย
ซาวยี่สิบ
ซี้นเนื้อ
ซือๆเฉยๆ
ซู่คนทุกๆคน
ซา (ลือ)เล่าลือไปทุกแห่ง ,ลือ,ข่าวลือ
ซูนกันถูกตัวกัน
ซื่อคนตรง
ซื่อๆ (เว้า)พูดตรงๆ
ซ้อนนอนด้วยกัน
ดังเหว่อจมูกเจ่อ
ดังจมูก
เด้อนะ
โดนนาน
ดุขยัน
ดู๋ขยัน,บ่อย,มาก
ดนนาน
ดอก(ขอน)ไม้ผุ
ต้อมแคบ
ต่าวมากลับมา
ต่าวคืนกลับคืนมา
ตุ้ยอ้วน
แตงจิงแตงไทย
ตอนสวยตอนสาย
ตอนแลงตอนเย็น
ตาเว็นดวงอาทิตย์
ตัวะโกหก
โตนไปกระโดดไป
ติงขยับตัว ไหวตัว
บ่ติงไม่ขยับตัว
ต่อนก้อน , ชิ้น
ตู้ซู้ตาบซาบแขวนรุงรัง
ตอบซอบเล็กๆ
เติบเซิบสูงชะรูด ดูไม่สวย
ถิ้มทิ้ง
ถี่ตระหนี่ , เหนี่ยวแน่น
ถืกถูก
ท้าวคำแทนใช้นำหน้าเรียกคน
ถะแม้หน่อยสิ , หน่อยเถอะ
ท่งนาทุ่งนา
ท่อใด๋เท่าไหร่
จักเทื่อสักครั้ง
แนวใด๋แบบไหน
เบิ่งแงงดูแล
บ่เป็นหยังไม่เป็นรัย
บ่อึดมีเยอะ
บ่แม่นไม่ใช่
บ่อนที่
บักหำไอ้หนู
ปะปล่อยทิ้ง
บ่ไปดอกไม่ไปหรอก
บ่มีไม่มี
บิแกะ
บิออกแกะออก
บ่ม่วนไม่สนุก
ป้อยด่าด่า
บุ้นท้องคลื่นไส้เหมือนจะอาเจียน
ปากพูด
เป็นหยังเป็นอะไร ทำไม
ปิ้นพลิกกลับขั้น
ฟ้งกระเด็นไป
ฟุ้งลอยขึ้น
ไผใคร
ฝิงไฟผิงไฟ
พี้นี้
พ้อพบ
ฟังความเชื่อฟัง
ฟ้าวรีบ
ทางพี้ทางนี้
บ่ลำเพอไม่เอาใจใส่
ภาชน์ข้าวถาดใส่อาหาร
ผญาหย่อยคำไพเราะ คำผญา
พืงออกกางออก
พาโลมากเกินงาม ,เกินไป
บ่เมือไม่กลับ
ม้างทำลาย
แม่นใช่ คำว่า แม่น ภาษาอีสานจะออกเสียงว่า แม็น (เสียงสั้น) จะไม่ได้ออกเสียง แม่น ที่แปลว่า เที่ยงตรง ถูกต้อง
แม่นบ่ใช่ไหม ใช่หรือไม่ ใช่หรอ
มื้อฮือมะรืน
มื้อวัน
แม่นอยู่บ้อใช่จริงหรือ
ม่วนสนุก
มักหลายชอบมาก
ม่อใกล้
มื้อนั่นวันนั้น
ม้อย (ค่ำ)ค่ำลงทีละนิดๆ
นั่งหม่อหม่อนั่งริมๆ
ม้มพ้น
มื้อซืนสองวันก่อน
มื้อวานเมื่อวาน
มื้ออื่นพรุ่งนี้
พ่อเถ้าพ่อตา
ลอยว่าย
ลูกกกลูกคนโต
ลูกหล้าลูกคนสุดท้อง
ลื่นความไม่เชื่อฟัง
บ่อได้ไม่ได้
ลุนภายหลัง
หลูโตนน่าสงสาร
อีหลีจริงๆ
คำทอง
ยามฤดู หรือ ช่วงเวลาต่างๆ
ยู้ดัน , ผลัก
ยอย้องยกย่อง
ย่างเดิน
ยังบ่อทันยังไม่ทัน
ย้านกลัว,รู้สึกหวาดสะดุ้ง
เว่าพื้นนินทา พูดลับหลัง
เว่าหลายพูดมาก
ไวเร็ว
ไปเฮ็ดเวียกไปทำงาน
บ่หลมเข้าไม่ได้ ไม่พอดี
เฮ็ดไฮ่เฮ็ดนาทำไร่ทำนา
เฮาเรา
ฮู้รู้
ฮิมริม
ฮีตคลองจารีตประเพณี
บ่อเฮียไม่ตกไป หรือ ไม่หล่น
คือบ่อเหมือนไหม , ดีไหม
คือแหน่จั๊กหน่อยค่อยดีขึ้นมาหน่อย
คุถังน้ำ
ลึ่งคุ้นเคย
คู่มื้อทุกวัน
เครื่องเอ้เครื่องประดับประดา
ขี้ไหง่ฝุ่น, ฝุ่นตลบ
งานเฮียนดีการเล่นไพ่ เล่นไฮโล ในงานศพ เมื่อมีคนเสียชีวิตยและจัดงานศพ ก็จะมีการเล่นไพ่ ไฮโล เพื่ออยู่เป็นเพื่อนเจ้าภาพและญาติของผู้ล่วงลับ ที่ต้องเตรียมงานตลอดทั้งคืน เป็นการเล่นกันพอสนุกสนาน หอมปากหอมคอ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่จับเพราะถือว่าให้เกียรติผู้เสียชีวิต งานเฮือนดี ก็เรียก
งานเฮือนดีการเล่นไพ่ เล่นไฮโล ในงานศพ เมื่อมีคนเสียชีวิตยและจัดงานศพ ก็จะมีการเล่นไพ่ ไฮโล เพื่ออยู่เป็นเพื่อนเจ้าภาพและญาติของผู้ล่วงลับ ที่ต้องเตรียมงานตลอดทั้งคืน เป็นการเล่นกันพอสนุกสนาน หอมปากหอมคอ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่จับเพราะถือว่าให้เกียรติผู้เสียชีวิต งานเฮียนดี ก็เรียก
เผยเปิด, อ้า, เผยอ, แง้ม เขย ก็เรียก
เขยเปิด, อ้า, เผยอ, แง้ม เผย ก็เรียก
เคิกพัก หรือ หยุดการกระทำนั้นชั่วขณะ
เคิ้นครึกครื้น อารมณ์ดี มีชีวิตชีวา
เคียนพัน,ห่อ,หุ้ม
เคียวแรด,ร่าน,ดอกทอง ,คนคึกคะนองเรียก คนเคียว อย่างว่า เถ้าคันเคียวสามซาวว่าหนุ่ม (กาพย์ปู่) หญิงดอกทอง เรียก คนหีเคียว อย่างว่า โต่บ่ช่างว่าไม้บ่เหนียว โตหีเคียวว่ากรรมก่อนกี้ (ภาษิต).
แคดแลดโผล่ออกมา , แพมออกมา ,ส่วนเกินที่ยื่นออกมา
แค้นข้าวข้าวติดคอ
แค้นติดคอ
ปานทางไปนาสถานที่ที่เดินทางไปบ่อยครั้ง จนคุ้นชิน
สิบสิฮ่าง ซาวสิฮ่างอะไรจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม
ข้าวโป่งข้าวเกรียบอีสาน
โดนแล่วนานแล้ว
ลายต่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิง หรือ เปลี่ยนแปลงไป
สวอยหมดเรี่ยวแรง สิ้นกำลัง
ฮู้เมือรู้สึกตัว
ส้นน่องส้นเท้า, ส้นตีน
เสื้อหมากกะแล่งเสื้อคอกระเช้า
ลุนหมู่ทีหลังเพื่อน
ลำลี่ ลำไลเซ้าซี้ มากเรื่อง
ยางกิ๊นกินอากัปกิริยาการเดินมุ่งตรงและเร่งด่วน
ย่านกลัว
ยามสวยตอนสาย
ผู้ข่าข้าพเจ้า
พอกำกาไม่มากไม่น้อย,ครึ่งๆกลางๆ,50:50
พัดแต่ใด๋เริ่มแรก,แต่ไหนแต่ไร
พอกะเทินไม่มากไม่น้อย ครึ่งๆกลางๆ
พ่อฮักพ่อบุญธรรม
บักนัดสับปะรด
บ่จือไม่เข็ด
เบิ๊ด , เบิด ,เหมิดหมด
กะจังว่าก็นั่นน่ะสิ
กองอ้วกย้วกลักษณะคนล้มทรุดตัวลงกองกับพื้น
ขี้ตะแร้รักแร้
ขี้หินแฮหินลูกรัง
ข่อยกับเจ้าฉันกับเธอ
ขี้โก๊ะจิ้งเหลน, จิ๊กโก๋
คนบ่เคียมคนซุ่มซ่าม
คำคิงสัมผัส,แตะตามเนื้อดูว่าตัวร้อนหรือไม่
คือเก่าเหมือนเดิม
งานดองงานแต่งงาน
ไงกุ้บฝุ่นตลบ
งอนต่อท้ายทอย (อีสานบน)
งามโพดงามเหลือ งามแท้งามว่าสวยจริงสวยจัง สุดจะพรรณา
ง้วกเบิ่งเหลียวมอง, หันหน้ากลับมามอง
จี่ปิ้ง,ย่าง
จักแหล่วไม่รู้สิ
จอบเบิ่งแอบดู
จอกแก้วน้ำ
จั๊กกะเดียมจั๊กกะจี้
จังได๋แบบไหน,ยังไง
จาวขายประกาศขาย
จือจำ,เข็ด
จอกน้ำแก้วน้ำ
ซ่าช้า
ซั่นแหล่วนั่นไงว่าแล้ว
ซะซายกระจัดกระจาย
ซอมใจตรอมใจ
ซอยแนช่วยด้วย
แซวซะเสียงดัง,อึกกะทึก คึกโครม,มีมากมาย มีทั่วไป
ดังไฟก่อไฟ
ตะพึดตะพือไม่บันยะบันยัง
ตาฮัก ตาแพงน่ารัก น่าเอ็นดู
ตังนังเก้าอี้,ม้านั่ง
ตื่น1.)ตกใจ 2.)ฟื้นจากหลับ เรียก ตื่น อย่างว่า ให้ตื่นแต่เดิก ให้เศิกแต่หนุ่ม ให้ตื่นเดิกคือกา ให้หากินคือไก่ ตื่นแต่เช้ากินข้าวกับปลา ตื่นสวยกินขวยขี้ไก่โป่ (ภาษิต).
ต้อดเข่ามาขยับ,กระแซะๆๆๆ เข้ามาซิ
ตำหูกทอผ้า
ติงคิงขยับตัว
ตุ้มไว้รวบรวม
ถอกเท , ลักษณะของการยื่นออก
ถงถุง
มุนอุ้ยปุ้ยแหลกละเอียด
มิดจีลีเงียบสนิท
มุนแหลกเป็นผุยผง,ละเอียดยิบ
มืดตึ๊บมืดแปดด้าน นึกอะไรไม่ออก
มีแฮงสดชื่น,กระปรี้กระเปร่า
แมงงอดแมลงป่อง
มูลมังมรดก
มักย่องบ้ายอ
มะยิบ มะยอยเล็กๆน้อยๆ นิดๆหน่อยๆ
นำไปตามไป
บ่ฮู้จักควมไม่รู้ประสีประสา , ไม่รู้เรื่องรู้ราว
บ่หัวซาไม่ถือสา, ไม่ใส่ใจ
เทิบการวางซ้อนกันเป็นชั้น เทิน ก็เรียก
เทินการวางซ้อนกันเป็นชั้น เทิบ ก็เรียก
ผู้ลังคนบางคน
ถิ่มทิ้ง
แคะเปรียว หรือ พยศ , ไม่เชื่อง
โคราชบ้านเอ็งโคราชบ้านเรา
โข้เล่คนให้เข้ากัน หรือ กวนให้เข้ากัน
ไข่อ้วน , อวบ ฟองสัตว์ เรียก ไข่ เช่น ไข่ไก่ ไข่เป็ด ไข่นก ไข่ห่าน ไข่เสีย เรียก ไข่ฮ่วน ไข่ที่ฟักไม่เป็นตัวเพราะไม่มีเชื้อ เรียก ไข่เข้า ไข่ด้าน ก็ว่า ไข่ตายโคม เรียก ไข่ฮ้างฮัง.
ไคกว่าหมู่ดูดีกว่าเพื่อน
ไคเติบค่อนข้างดูดี,ค่อนข้างดี
ตลาดตลาด (เหมือนกับภาษากลาง)
ตอดต่อย (ใช้กับแมลงสัตว์กัดต่อย)
ไคอยู่ดอกดีขึ้นอยู่หรอก
งวกการหันหน้า
งวกเบิ่งเหลียวมองตาม
งุมครอบไว้
งอยลักษณะการนั่ง หรือ เกาะอยู่บนที่สูง
งะง้างออก , แง้มออก,ขยายออก
งะขาถ่างขา
งันมหรสพ,งานฉลอง
งับปิดไว้
หน้าแบ้หน้าตาตลก หน้าเหมือนแบ้ (แพะ) หน้าตาไม่ดี ไม่น่ามอง ไม่มีจุดเด่น อัปลักษณ์ ก็ว่า
ฮิเรื่องมาก , ตำหนิ , ช่างเลือกมาก, ไม่ถูกใจ, ไม่พอใจ, ไม่ชอบ
สูนโกรธ
ผัดขัด ปัด กวาด เช็ด ถู เพื่อให้สะอาดสวยงาม
แฮ่กรวด หินลูกรัง
แว่ไปมาหาสู่ เยี่ยมเยือน ความหมายคล้ายกับภาษากลางคำว่า แวะ
ตื่มเพิ่ม เติม
เสี่ยวเพื่อนรักเพื่อนแท้ที่เป็นเพื่อนกันโดยพิธีผูกเสี่ยว สหาย มิตร เพื่อน เกลอ คนที่มีรูปร่างหรือนิสัยใจคอเหมือนกันหรือเกิดไล่เลี่ยกัน พ่อแม่ผูกให้เป็นมิตรกัน เรียก เสี่ยว อย่างว่า โขโนเจ้าพรานสวงสองเสี่ยว (กาไก).
ฟันเฮือขุดถากไม้ให้เป็นเรือ
แฮเตรียมไว้ให้พร้อม
หม่าข้าวแช่ข้าวสาร (ข้าวเหนียว) ให้น้ำให้ข้าวอ่อนก่อนนำไปนึ่ง
น้องงัวส่วนที่เป็นรกของวัว เวลาที่วัวตกลูกหรือคลอดลูก คนอีสานนำมาทำอาหารเมนูหลายหลาย เช่น อ่อม ต้ม ย่าง ลวกจิ้ม ต้มเปื่อย เป็นต้น ถือว่าเป็นเมนูที่หากินได้ยากและมีราคาแพง
น้องวัวส่วนที่เป็นรกของวัว เวลาที่วัวตกลูกหรือคลอดลูก คนอีสานนำมาทำอาหารเมนูหลายหลาย เช่น อ่อม ต้ม ย่าง ลวกจิ้ม ต้มเปื่อย เป็นต้น ถือว่าเป็นเมนูที่หากินได้ยากและมีราคาแพง
ฮ่ายร้าย ดุ
ยูงต้นพะยูง ไม้พะยูง
ถ่องส่วนหนึ่งในสองส่วน
บาดว่าถึงที ถึงคราว คำที่คล้ายกัน บัดว่า
บัดว่าถึงที ถึงคราว คำที่คล้ายกัน บาดว่า
บักนาวมะนาว
หมากนาวมะนาว
บักสีลาทับทิม
หมากสีลาทับทิม
ผักชีลาวผักชีลาว
ผักขะแยงผักแขยง บางทีก็เขียนว่า ผักกะแยง
ผักกะแยงผักแขยง บางทีก็เขียนว่า ผักขะแยง
โหระพาโหระพา
บักพริกพริก หมายถึงทั้งพริกสดและพริกแห้ง
เนื้อแดดเดียวอาหารอีสานที่ทำจากเนื้อวัว หมักด้วยเกลือ น้ำปลา แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง สามารถนำไปทำอาหารำได้ทั้งทอด และย่าง
บักแงวคอแลน เป็นผลไม้ป่า ภายนอกเหมือนลิ้นจี่แต่ลูกเล็กประมาณองุ่น เนื้อด้านในเหมือนเนื้อเงาะแต่รสชาติเหมือนลิ้นจี่ รสชาติเปรี้ยวนำหวาน เมล็ดเหมือนเงาะ
หมากแงวคอแลน เป็นผลไม้ป่า ภายนอกเหมือนลิ้นจี่แต่ลูกเล็กประมาณองุ่น เนื้อด้านในเหมือนเนื้อเงาะแต่รสชาติเหมือนลิ้นจี่ รสชาติเปรี้ยวนำหวาน เมล็ดเหมือนเงาะ
หมากเขือเทศมะเขือเทศ
บักเขือเทศมะเขือเทศ
ข้าวคั่วข้าวสาร (ส่วนมากจะใช้ข้าวเหนียว) ที่นำไปคั่วจนสุก แล้วนำมาตำจนละเอียด
หมกห่อหมก เป็นการทำอาหรโดยห่อด้วยใบตอง ใบยอ หรือใบอื่น ๆ โดยคนอีสานจะนิยมนำไปเผาไฟ หรือนึ่ง
กี่เผา ใช้กับการทำอาหารให้สุก คล้ายการปิ้งหรือย่าง โดยวางบนไฟตรง ๆ ซึ่งจะใช้ไฟค่อนข้างแรง หรือบางทีอาจจะซุกไว้กับขี้เถ้าที่ยังมีความร้อนอยู่
ปลาแดกปลาร้า เป็นการถนอมอาหารชนิดหนึ่ง
วาดแบบแผน บุคลิก
เค้าเค้าโครง
แสนสิแม้ว่ามีมาก, แม้ว่าทำไปมาก, แม้ว่าจะ...
เผิ่นคนอื่น, เขา (คนที่กำลังถูกพูดถึง)
เพิ่นคนอื่น, เขา (คนที่กำลังถูกพูดถึง)
บ้านหมู่บ้าน ชุมชนที่อยู่รวมกันหลายครัวเรือน
เฮือนเรือน บ้าน
เพโทรม ร้าง ชำรุด
เซลำน้ำที่มีขนาดใหญ่กว่าห้วย
ฮ่างพัง ชำรุด เสียหาย
พยัญชนะตัวต้นของพยัญชนะทั้งหมด เป็นพวกอักษรกลาง ใช้เป็นตัวสะกดในแม่กก
ก็ก็เป็นคำต่อหรือแต่งความให้ติดกัน โบราณเขียนจุดบอดไว้บนหัว
ก๊กก๊กมีเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงเคาะไม้
กกแข้วรากฟัน
กกุธ์ห้าเครื่องหมายความเป็นพระราชาธิบดี ๕ อย่าง คือ ๑.มงกุฎ ๒.พระขรรค์ชัยศรี ๓.เศวตฉัตร ๔.แส้จามร ๕.ฉลองพระบาตร ทั้ง ๕ นี้เรียกว่า กกุธ์ห้า กุกกุห้าก็เรียก อย่างว่ากุกกุภัณทะห้าของพระยาปางก่อน พี่ก็ยอยกม้วนองค์อ้วนผู้เดียว (สังข์).
กกุสนธ์พระนามพระพุทธเจ้าองค์แรกที่เกิดในภัทรกัปนี้ เรียก พระกกุสันธะ กุกกุสันธะก็เรียก ในภัทรกัปนี้มีพระพุทธเจ้ามาเกิด ๕ พระองค์ คือ พระกกุสันโธ พระโกนาคมโน พระกัสสโป พระโคตโม พระอริยเมตตรัยโย (ป. กกุสนธ).
กง (ดื้อ)ดื้อ พยศ ขัดขืน คนดื้อด้านไม่ฟังคำสั่งสอนเรียก คนกง โกง ก็ว่าอย่างว่า อย่าชะกงหลายถ้อน หัวคานงงไม้ไผ่ป่า คันกะต่าบ่ห้อยบ่มีได้อ่านแอ่นกลางฯ อย่าซะกงหลายถ้อน หัวคานงงไม้ฮวก บ่แม่นพวกหมู่นี้ ใผชิโก้ยขึ้นนั่งชาน(บ.).
กง (แม่กง)ชื่ออักษรที่มีตัว ง สะกด เรียกว่า แม่กง หรือ มาตรากง
ก่ง (เก่ง)ผู้เก่งกล้า ผู้มีความสามารถ อย่างว่า เมื่อนั้นผู้ก่งท้าวทรงเทศเป็นพระยาวางธรรมถวายผนวชไลลาไว้ บัวนางล้อมระวังเพ็งพื้นล่าง ถวายเสื้อผ้าทังม้าวมิ่งแหวน (สังข์)
ก่ง (คิ้ว)โค้ง คิ้วโค้ง เรียกคิ้วก่ง เช่น คิ้วก่งกวมตา อย่างว่า ออระม่อยหน้าคิ้วก่งคันศร ขนตางอนสิ่งนางเมืองฟ้า ทันตาแข้วขาวงามปานแว่น ฮูปอ้อนแอ้นนางฟ้าก็บ่ปาน (บ.)
ก่งทำให้โค้ง เช่น ก่งคันศร ก่งธนู ก่งหน้าไม้ โก่ง ก็ว่า อย่างว่า หน้าพ่อข้อยชื่อว่าคำแพง แสนคนขึ้นขาเดียวบ่ก่ง บาดว่าพ่อข้อยขึ้นขาซ้ายก่งมา (เสียว) ก่งเอ๋ยก่ง ก่งเสนงเขามั่งก่งได้กงนวย ก่งเอยก่ง ก่งเสนงเขาควาย มันโชดกล่อมแอวพรานอยู่โล้งโค้ง (กลอน).
ก้งกลม มน ใหญ่ เช่นผ้าตาใหญ่เรียกผ้าตาก้ง เห็ดดอกใหญ่เรียก เห็ดตาก้ง ใช้ควบกับม้งเป็นม้งก้งก็มี เช่น มืนตาม้งก้ง.
ก่งเกื้อเกื้อกูล, อุดหนุน, เจือจุน อย่างว่า ขอให้คึดก่งเกื้อยามใช้ช่วงการ (กา) ขอให้น้องก่งเกื้อเยื้อนโผดกูร์ณา (สังข์)
กงแก้ววัน เดือน ปีเกิด เรียก กงแก้ว กงชะตา ดวงชะตา
ก่งโก๊ะอาการยืนหรือเดินทำหลังโก่งเรียกก่งโก๊ะ ก่งโก้ย ก็ว่า อย่างว่า เจ้าผู้จึ๊กจิ๊จื้น ขามะเฮ็งเก้ากิ่ว สังบ่โก๊ะก้มโก้ยคลายเล่นอยู่ขี้ดินพุ้นนอ (ผญา)
กงไกวเหล็กสว่าน เหล็กสำหรับเจาะไม้และเจาะเหล็ก เรียก เหล็กกงไกว กงกวย ก็ว่า
กงคำราชรถเรียก
กงจักรสิ่งที่มีลักษณะเป็นวงกลม เช่น กงเกวียน กงล้อ กงรถ เรียก กงจักร อย่างว่า นำกงจักรจากไปปอมเว้น (สังข์)
กงชมพูที่, ใน
ก่งด่งอาการชี้ขึ้น เช่น วัวตื่นวิ่งไปหางจะชี้ก่งด่ง อย่างว่า งัวถือเชิงหางชี้ก่งด่ง แล่นข้วมท่งลัดป่าลัดดอน บ่ได้กินได้นอน มันกะบ่เมื่อย
กงดินเขตดิน เรียก กงดิน
ก้งตาเว็นพระอาทิตย์ทรงกลด ก้งตาเว็น เกิ้งตาเว็น กะว่า
กงเต็กการทำบุญให้ผู้ตายของนักบวช นิกายจีนและญวน มีการสวดและเผากระดาษที่ทำเป็นรูปต่างๆ (จ.)
กงน้ำเขตน้ำ
กงพัดระหัด, พัดลม.
กงพื้นเขตแผ่นดิน
กงเมืองเขตเมือง เรียก กงเมือง อย่างว่า มีในเขตขงกงเมืองสิวิราช (เวส) ท้าวก็คอยเห็นกงเมืองชั้นผีหลวงฮ้อยย่าน (สังข์) ข่อยเห็นกงเมืองชั้นจำปายาวย่าน (กา) ฟังยินซว่าซว่า ฮ้องกงราชเป็นจาน (สังข์) คอยเห็นกงเมืองก็พระยาขอมพอผอมผ่อ (ผาแดง)
กงราชเขตเมืองหลวง เรียก กงราช อย่างว่า ฟังยินซว่าซว่าก้องกงราชเป็งจาน (สังข์)
กงราชมณเฑียรเขตเรือนหลวงเรียก กงราชมณเฑียร อย่างว่า คื่นคื่นก้องกงราชมณเฑียร (สังข์).
กงวัฏสิ่งหรือสถานที่มีลักษณะคล้ายกงจักร เพราะคลำหาต้นสายปลายเหตุไม่พบ เรียก กงวัฏ หรือสังสารวัฏ คือ เกิดแก่เจ็บตาย ไม่มีที่สิ้นสุดจนกว่าจะบรรลุพระอรหัต
กงสถานถิ่น, สถาน, ที่ สถานที่เรียก กงสถาน อย่างว่า กงสถานกว้างเกียงลมเลียนตาด (กา)
กงสะเด็นชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งมีผล เวลาผลแก่เต็มที่ผลจะแตกกระเด็นตกไปในที่ไกล เรียก ต้นกงสะเด็น
กงสีหุ้นส่วน, บริษัทที่บุคคลหมู่หนึ่งทำขึ้น เช่น กงสีต้มกลั่นสุรา.
กงหลากงไนสำหรับกรอด้าย กรอไหม เรียก กงหลา อย่างว่า เหล็กในบ่มีกงหลาแล้วชิกลายเป็นเหล็กส่วน มีผัวบ่มีลูกเต้าเขาชิเอิ้นแม่หมัน (ย่า).
กงห้วยเขตห้วย เรียก กงห้วย อย่างว่า ฟังยินอุมลัวเหินโฮ่นันกงห้วย (สังข์).
กงหันระหัด พัดลม เครื่องวิดน้ำเข้านา เรียก กงพัด กงหัน ก็ว่า คนโบราณอีสานเมื่อต้องการน้ำในแม่น้ำขึ้นมาทำนาก็ใช้กงพัดหรือกงหัน ดึงเอาน้ำขึ้นมา เรียก หมากปิ่น ก็ว่า อย่างว่า เชื่อกงหันลมต้องปิ่นหันลิ่นลิ่นปานคนหมุน(กลอน).
กฎ (จด)จด บันทึก การจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานเรียก กฎ อย่างว่า ก็จิ่งลงลายแต้มกฎเอาคำปาก (ฮุ่ง).
กฎ (ระเบียบ)ประเพณี ระเบียบ ข้อบังคับ ระเบียบที่คนหมู่หนึ่งคณะหนึ่งวางไว้ เพื่อให้คนหมู่หนึ่งในคณะทำเสมอกัน.
กฎกรมกรมหรือหน่วยงานย่อยที่แยกออกจากหน่วยงานใหญ่ แต่ละกรมมีอธิบดีกรมเป็นหัวหน้า ข้อบัญญัติที่เจ้ากรมออกไว้ โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายเรียก กฎกรม ข้อบัญญัติที่เจ้ากระทรวง เจ้าทบวง เจ้ากรมบัญญัติจะต้องไม่ขัดกับกฎหมาย ถ้าขัดกับกฎหมาย ข้อบัญญัติก็เป็น โมฆะหรือ โมฆียะ.
กฎกรรมกรรมคือการกระทำ แยกออกเป็น ๒ อย่าง คือทำดีและทำชั่ว ทำดีได้รับผลดี ทำชั่วได้รับผลชั่ว นี่คือกฎของกรรม.
กฎกระทรวงข้อบัญญัติที่เจ้ากระทรวงออกโดยอาศัยอำนาจตามที่กฎหมายให้ไว้เรียก กฎกระทรวง ข้อบัญญัติที่เจ้ากระทรวงออกนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ภายในกระทรวงปฏิบัติให้ถูกต้องตามตำแหน่งของตนๆ.
กฎแกวดนับจำนวน, กำหนดจำนวน การกำหนดนับจำนวนเรียก กฎแกวด อย่างว่า กฎแกวดเผี้ยนตายเมี้ยนมากหลาย(กา).
กฎทบวงทบวงคือหน่วยงานหนึ่งที่เทียบเท่ากระทรวง หรือลดหลั่นกระทรวงลงมา ข้อบัญญัติที่เจ้าทบวงตราไว้ เพื่อบริหาร เรียก กฎทบวง.
กฎธรรมธรรมะ คือ ข้อที่ควรประพฤติปฏิบัติ ข้อที่ควรประพฤติปฏิบัติมีมากมายก่ายกอง เมื่อจะสรุปลงคงได้แก่สุจริต คือความประพฤติดีทางกาย เรียก กายสุจริต ประพฤติดีทางวาจา เรียก วจีสุจริต ประพฤติดีทางใจ เรียก มโนสุจริต
กฎธรรมชาติธรรมชาติคือสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือตามวิสัยของโลก สิ่งนั้นได้แก่คนและสัตว์เป็นต้น คนก็ดีสัตว์ก็ดี จะเกิดขึ้นต้องอาศัยปัจจัย ถ้าหมดเหตุหมดปัจจัยก็ดับไป แล้วเกิดขึ้นมาใหม่ หมุนเวียนเปลี่ยนไปจนกว่าจะถึงจุดจบ.
กฎธรรมดาธรรมดาคืออาการหรือความเป็นไปของคนและสัตว์ เมื่อคนและสัตว์เกิดขึ้นมาแล้ว จะต้องเป็นไปตามธรรมดาของโลก ธรรมดาของโลกนั้นจะต้องกิน จะต้องนอน จะต้องป้องกันภัยอันตราย จะต้องสืบพันธุ์คนและสัตว์ที่เกิดมาแล้วจะเป็นอย่างนี้ นี่คือกฎของธรรมดา.
กฎบ้านระเบียบที่ชาวบ้านร่วมกันบ้านร่วมกันตั้งขึ้น เรียก กฎบ้าน เช่นการปลูกเรือน ใครจะปลูกเรือนจะต้องไปช่วยเหลือกันทั้งผู้หญิงผู้ชาย ผู้หญิงไปหาอาหารมาเลี้ยง ผู้ชายไปจัดการปลูกทำให้เสร็จในวันเดียว การดำนา เกี่ยวข้าว ตีข้าว ถ้ามีความจำเป็นก็ขอแรงญาติให้ไปช่วย
กฎมนเทียรบาลข้อบัญญัติพิเศษเกี่ยวกับพระราชฐานและพระราชวงศ์.
กฎวัดระเบียบที่ชาววัดร่วมกันตั้งขึ้นเรียก กฎวัด เป็นกฎเฉพาะ ไม่เกี่ยวกับวัดอื่น เช่น ระเบียบทำวัตรสวดมนต์ ระเบียบการศึกษาเล่าเรียนระเบียบการบำเพ็ญธรรมกรรมฐาน กฎเหล่านี้อำนวยความสะดวกให้ชาววัดเมื่อถึงเวลาแล้วไม่ต้องปลุกเตินเอิ้นป่าวกันเพราะระเบียบได้ระบุไว้แจ้ง
กฎศีลศีลคือข้อห้าม ศีลของศาสดาแต่ละศาสนาบัญญัติไว้ไม่เหมือนกัน สำหรับพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าผู้เป็นพระบรมศาสดา ได้บัญญัติศีลแด่พุทธบริษัทไม่เคร่ง ไม่หย่อน พอเหมาะพอดี ถ้าผู้ใดประพฤติปฏิบัติได้ก็มีความร่มเย็นเป็นสุขไม่มีภัย ไม่มีเวร ประสบแต่ความสุขความเจริญ
กฎหมายบทบัญญัติซึ่งผู้ที่มีอำนาจได้ตราขึ้นไว้ เพื่อใช้ปกครองคนภายในประเทศให้ได้ความยุติธรรม ความเป็นธรรมและความชอบธรรม ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษตามที่ได้ระบุไว้ในกฎหมาย กฎหมายนั้นมีมากเมื่อจะย่อลงคงที ๓ อย่างคือ ๑. กฎหมายอาญา ๒. กฎหมายแพ่ง ๓. กฎหมายพาณิชย์
กฎอัยการศึกกฎหมายที่ตราขึ้นใช้ในเวลาที่จำเป็น เช่นเมื่อบ้านเมืองเกิดข้าศึกสงครามหรือความไม่สงบจะต้องตรากฎหมายขึ้นใช้ในภาวะเช่นนี้ กฎหมายนี้เรียก กฎอัยการศึก อำนาจบริหารบ้านเมืองตกอยู่ในอำนาจทหาร ทหารจะใช้กฎนี้ไปจนกว่าบ้านเมืองจะสงบสุข.
กฎุมพีคนมั่งมีเรียก กฎุมพี กฎมพีต ก็ว่า อย่างว่า ยังมีกฎมพีตเชื้อสถิตที่นครหลวง พาราญสีเมืองทีปชมพูภายพื้น (เสียว).
กฎปรากฏ, สังกฏ อย่างว่า สังกฏว่ามันมา แต่บ่เห็นมา จักมันไปใส (บ.) ผากฏ ก็ว่า อย่างว่า ผากฏแก้วสุมุณฑาทรงฮูปโฉมยิ่งเพี้ยงแพงไว้แว่นใจ (สังข์).
กฎีเรือนเป็นที่อยู่อาศัยของพระภิกษุสามเณร เรียก กฎี กุฏี กะฏีก็ว่า (ป.กุฏิ).
กฐินผ้าที่นำไปถอดถวายแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษาครบสามเดือนเรียกผ้ากฐินกฐินมี ๒ ชนิดคือ จุลกฐินและมหากฐิน กฐินที่ทำให้สำเร็จในวันเดียวเริ่มแต่ปั่นด้าย ทอ เย็บ ย้อมเป็นต้นเรียกจุลกฐินกฐินแล่นก็เรียก กฐินที่ใช้เวลานานและจัดเตรียมบริขารบริวารถวายพระได้มากเรียกมหากฐิน.
กฐินฮังโฮมกฐินสามัคคีเรียก กฐินฮังโฮม กฐินชนิดนี้มีเจ้าภาพร่วมกันหลายคนจุดประสงค์ก็เพื่อจะรวบรวมเงินไปสร้าง กุฏิ วิหาร ศาลา การเปรียญ หรือสร้างสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นสาธารณะกุศล.
กด1.)แม่กด หรือ มาตรากด. 2.)ชื่อปลาจำพวกหนึ่ง มีเงี่ยง ไม่มีเกร็ด เรียก ปลากด 3.)นกกด ชื่อนกกดจำพวกหนึ่ง มี 2 ชนิด คือชนิดสีดำปนแดง ตาสีแดงร้องเสียงปูดๆ หรือปืดๆ เรียก นกกดปูด หรือ นกกดปืด ชนิดตัวเล็กขนลายเรียก นกกดห่อย หรือ นกกดไฟ 4.)คำกำกับชื่อปี ในวิธีนับจุลศักราช กดตรงกับเลข ๗. 5.)บังคับ, ข่มเหง กดขี่ข่มเหงเรียก กด
กดเพศไว้ท่า อวดทรง แสดงท่าทางว่ายังหนุ่มแน่น ไม่ทุกข์จนค่นแค้น อย่างว่า บ่าวก็กดเพศ ไว้ให้สาวดิ้นดั้นตาย (สังข์).
กดราคาตีราคา, กำหนดค่า เช่น เมื่อพระเวสสันดรจะสั่งให้สองกุมารแก่ชูชก ก็กำหนดราคาลูกทั้งสองไว้
กดวาทพูดจาท่าทีใหญ่โต เรียก กดวาท อย่างว่า มันก็ปองมิ่งแก้วโลมลูบจอมขวัญ เมื่อนั้นนางคราญขมเคียดเค็มฟุนป้อย ดูราชายโทนเถ้ายักโขผีผาด มึงหากกดวาทเว้ามีได้เวทนา ท่านเอย (สังข์).
กดหน้าก้มหน้า ธรรมเนียมคนโบราณถือการยืนเป็นการเคารพอย่างสูง เมื่อเข้าเฝ้าเจ้านายจะต้องก้มหน้า การก้มหน้านี่แหละเรียก กดหน้า อย่างว่า หลายส่ำถ้วนทุกปากปุนแถลง สองนายเมืองผ่อกายกดหน้า สาวกระสันเยื้อนใยความประสงค์สวาก เจ้าพี่ข้อยลืมน้องหน่ายแหนง (สังข์).
กตัญญูกตเวทีผู้รู้คุณแล้วตอบแทนคุณท่าน พึงทราบบุคคลหาได้ในโลก ๒ จำพวกคือ ๑.บุพพการี ผู้ทำอุปการะก่อน ๒.กตัญญูกตเวที ผู้รู้คุณแล้วตอบแทนคุณ บุพพการีมี ๔ จำพวก คือ ๑.พ่อแม่ ๒.ครูบาอาจารย์ ๓.เจ้านายผู้ปกครอง ๔.พระพุทธเจ้า
กตาธิการบารมีที่ได้สั่งสมไว้ หรือบุญที่ได้สั่งสมไว้ (ป.).
กตาภินิหารบุญอันยิ่งที่ได้สั่งสมไว้ (ป.)
กติกาข้อตกลง, ข้อบังคับ, สัญญา (ป.).
กถาคำ, ถ้อยคำ, เรื่อง, คำอธิบาย, คำกล่าว (ป.).
กถาพันธ์คำประพันธ์, คำร้อยกรอง (ป.).
กถามุขคำนำ, ข้อความเบื้องต้นของเรื่อง, คำที่เป็นแนวทาง (ป.).
กทลีกล้วย (ป.) อย่างว่า เจ้าผู้คีงเหลืองล้ำกทลีกล้วยบ่ม (สังข์).
กนชื่ออักษรที่มีตัว ญ ณ น ร ล ฬ สะกด เรียกว่า แม่กน หรือ มาตรากน.
ก่น (เจาะ)เจาะ
ก่นเสาะหา, แสวงหา
ก้นส่วนเบื้องล่างหรือส่วนท้ายของลำตัวเรียก ก้น.
กนกทองคำ (ป.)
ก้นกบปลายกระดูกสันหลังที่สุดลงมาข้างล่างของคน เรียก ก้นกบ ก้นของกบก็เรียก ก้นกบ.
ก้นกอกยาก้นบุหรี่
กนโกชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งใบอ่อนใช้เป็นผักกินได้ ก้นโก ก็ว่า อย่างว่า เฮี้ยมนี้เป็นดั่งตาลปลายด้วนกนโกอยู่กลางท่งฮากบ่เหลือเครือบ่เกี้ยวโทนโท้อยู่แต่ลำคันเครือขิกบ่มาเกี้ยวใบ เครือหวายบ่มาเกี้ยวก้าน ตาลต้นส่วนอยู่พลอย แท้แล้ว(ผญา).
ก้นโกนชื่อต้นหว้าขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ก้นกลวง เมื่อสุกสีม่วงกินได้เรียก หมากหว้าก้นโกน.
ก้นขี้ทวารหนัก ก้นดาก ก็ว่า.
ก้นครกชะมดด้าว ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ต้นก้นครก.
ก้นคุก้นต่า, ก้นสอบ, ก้นไซ, ก้นบุง, ก้นกะติบ, ก้นแอบ, ก้นแอ่ง, ก้นอุ, ก้นหม้อ, ก้นไห สารพัดก้นซึ่งก็หมายถึงข้างล่าง หรือส่วนสุดของสิ่งเหล่านั้น.
ก้นเงนก้นที่งอนออกมามาก เรียก ก้นเงน ก้นโงน ก็ว่า.
ก้นแงนก้นงอน ก้นที่งอนออกมาข้างหลัง เรียก ก้นแงน อย่างว่า ญิงใดก้นแอ้งแถ้งแงนก้นเบิดคืนหลัง ดังโขโมคือยักษ์ย่างแพนแงนก้น ญิงนั้นจนเถิงเถ้าใจเบาเคียดง่าย อย่าได้หมายอยู่ซ้อน เมือหน้าบ่ดี (คำสอน).
ก้นชันพริกชี้ฟ้า ชื่อพริกชนิดหนึ่งเรียก หมากพริกน้อยก้นชัน.
มดก้นชันชื่อมดชนิดหนึ่ง สีดำเรียก มดก้นชัน.
ก้นโดก1.)นกโพระดก ชื่อนกชนิดหนึ่งมีชื่อเรียกหลายอย่าง เรียก นกก้นโดก โกนโดก กะโดก โพนโดก 2.)ชื่อพรรณไม้เล็กชนิดหนึ่ง ลำต้นสูงศอกเศษ ใบใช้กินเป็นผักได้ เรียก ผักก้นโดก ผักกะโดก ก็เรียก.
ก้นถ้วยชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ก้นถ้วย.
ก้น - ล่ง (กลอง)กลองยาว ชื่อกลองชิดหนึ่ง มีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่นเรียก กลองก้นล่ง กลองยาว กลองตบ กลองเถิดเทิง อย่างว่า เตาะก้นล่งล่ง กลองบ้านท่งดังแท้อีหลี เปิดเบิ่งหีสาวนางบ้านใต้ เพิ่นแต่งไว้เป็นกาพย์กลอน สายสมรอาวอาแม่เถ้า (เชิ้งกลอง).
ก้นล่งยุงก้นปล่อง ชื่อยุ่งชนิดหนึ่งกินเลือดคนและสัตว์ไม่รู้จักอิ่ม เลือดไหลออกทางก้น เรียก ยุงก้นล่ง ก้นโล่ง ก็ว่า.
ก้นลีบก้นปอด ก้นที่เล็กและเหี่ยว เรียก ก้นลีบ.
ก้นฮวกก้นเสี้ยม ก้นที่แหลมและเล็ก เรียก ก้นฮวก.
กนิษฐภคินีน้อง (ป.ส.) อย่างว่า บ่ได้สุขอยู่สร้างเสวยราชเป็นพระยา คนิงแพงศรีชู่วันมีเอื้อน กำสุดโอ้กนิษฐาเจ้าพี่กูเอย ปานนี้ยักษ์ฆ่าเจ้ากินแล้วฮู้ว่ายัง นั้นเด(สังข์).
กนิษฐภาดาน้อง คู่กับเชษฐาพี่ เรียกขนิษฐาก็มี.
กบ1.)ชื่ออักษรที่มีตัว บ ป พ ฟ ภ สะกด เรียกว่า แม่กบ หรือ มาตรากบ. 2.)สัตว์สี่เท้าตัวใหญ่กว่าเขียด อยู่ได้ในน้ำหรือบนบกก็ได้ เป็นสัตว์ประเภทครึ่งน้ำครึ่งบก เรียก กบ มีหลายชนิด อย่างว่าพี่นี้คนผู้ฮ้ายลี้อยู่คือกบ เห็นคนมาหลูบลิลูลงลี้(ผญา) . 3.)เครื่องมือช่างไม้ ทำด้วยเหล็กมีรางทำด้วยไม้ สำหรับใสไม้ให้เรียบ มีหลายชนิด เช่น กบสั้น กบยาว กบฮ่อง เป็นต้น.
กบฎการประทุษร้ายต่อบ้านเมือง, ความทรยศ, ผู้ทรยศ ขบถ ก็ว่า (ส.).
กบาลกะโหลกศีรษะ,กระเบื้อง(ป.ส.กปาล) หัว (ข.) เช่น เขกกบาล เรียก เขกหัว.
กบินทร์พญาลิง กเบนทร์ ก็ว่า (ส.).
กบิล1.)ลิง (ส. กปิล). 2.)ระเบียบ,แบบ,ทาง เช่น กบิลความ กบิลเมือง อย่างว่า ฮุ่งค่ำอื้ออามาตย์ ชุมสนาม โดยเดิมกบิลชั่วลางประถมเถ้าเชียงหลวงล้นระงมคนเค้าคื่น ทุกท่วยใต้ลุ่มฟ้ายำท้าวทอดทอง (สังข์).
กบิลพัสดุ์ชื่อเมืองหนึ่งในอินเดียเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าประสูติ อย่างว่า แล้วจิ่งกลับคืนห้องเมืองกบิลบ้านเก่าหวังชิโผดพ่อเจ้าชาวเชื้อศากยา พอเมื่อพระพ่อฮู้เรื่องข่าวการเสด็จแล้วจิ่งพากันจัดฮับฮองพระองค์เจ้า (เวส-กลอน)ใ
กบี่ลิง (ป.ส. กปิ).
กปณ|กปณากำพร้า,อนาถา,ไร้ญาติ,ยากไร้ (ป.).
กปิลิง (ป.ส.).
กมชื่ออักษรที่มีตัว ม สะกด เรียก แม่กม หรือ มาตรากม.
ก้มทำให้ต่ำลงโดยอาการน้อม เช่น ก้มหัว ก้มหน้า อย่างว่า ก้มหมอบเข้าหัวเท้าง่ายาง ย่างย้งย้งหัวแทบขี้ดิน (เสียว) เสียงสั่งพร้อมพรพร่ำเนืองนัน ลัวอาหิวฮุ่งวอนแวนหม้อม ดีแก่สองขุนก้มลาลงเลยพรากขึ้นที่ม้าผันผ้ายเผ่นผยอง(สังข์).
กมลบัว, ดอกบัว, ดวงใจ (ป.).
กมลากรสระบัว (ป.).
กมลาสน์ผู้มีบัวเป็นที่นั่ง คือพระพรหม (ป.ส.).
กมเลสผู้เป็นใหญ่แห่งพระลักษมี คือพระนารายณ์.
กมุทบัวสาย ดอกขาว (ป.ส.).
กร1.) มือ 2.) ผู้ทำ ใช้ประกอบเป็นส่วนหลังของสมาส เช่นกรรมกร ผู้ทำการงาน (ป.).
กรกลูกเห็บ กรกวรรษ ฝนลูกเห็บ (ป.ส.).
กรกฎปู ลักษณะของปูอ่อนในแข็งนอกเดินคดไปคดมา ก้าวไปสองก้าว ก้าวกลับหนึ่งก้าว.
กรกฎาคมเดือนกรกฎาคม อีสานเรียกเดือนแปด เรียกเดือนที่ ๔ ตามสุริยคติ.
กรณีคดี, เรื่อง, เหตุ (ป.ส.).
กรณียกิจกิจอันควรทำ, ธุระอันควรทำ, หน้าที่อันควรทำ. (ป.).
กรณียะควรทำ, พึงทำ (ป.).
กรดธาตุผสมมีหลายอย่าง เช่น น้ำกรด เป็นต้น.
กรนหายใจเสียงดังในลำคอเมื่อเวลานอนหลับ เรียก กรน อย่างว่า ฟังยินเสียงกรนก้องคุงบนคีคื่น (กา) เมื่อนั้นยักษ์ใหญ่ฮู้นางเคียดคุงใจ มันก็โลมนางหลับแค่ปรางค์ดอมน้อง ฟังยินเสียงกรนก้องพระมุณเทียรทีโทด คือคู่กุญชราชฮ้องเสียงก้องคั่งบน แท้แล้ว (สังข์).
กรบูรชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง กลั่นเอายางทำยาได้ เรียก กรบูร การบูร ก็ว่า.
กรภ1.หลังมือ 2.งวงช้าง 3.ลูกช้าง 4.ลูกอูฐ 5.อูฐทั่วไป 6.ของหอมชนิดหนึ่ง 7.ตะโพก (ส.). 8.ชื่อนักบัตรที่ ๑๓ อีกอย่างหนึ่งเรียก หัสตะ (ป.).
กรม1.)แผนกย่อยที่ แยกจากกระทรวงหรือทบวงเรียกว่ากรม เช่นกรมการปกครอง กรมศาสนา กรมที่ดิน กรมตำรวจ เป็นต้น. 2.)อิศริยยศที่ได้รับพระราชทานจากพระเจ้าแผ่นดินทรงแต่งตั้ง เช่น กรมหมื่น กรมขุน กรมหลวง กรมพระ กรมพระยา กรมสมเด็จเจ้าพระยา.
กรมธรรม์เอกสารกู้หนี้ยืมสิ้น, สัญญาซื้อขายทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์, เอกสารในการประกันภัย เช่น กรมธรรม์ประกันชีวิต เป็นต้น
กรรณิกาช่อฟ้า, ฝักบัว, เครื่องประดับหู (ป.).
กรรณิการ์ชื่อไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งกลีบขาว ดอกหอม ใบคาย ก้านดอกสีแสด ใช้ย้อมผ้าก็ได้ ใช้ประดับก็ได้ เรียก กรรณิการ์ กรณิการ์ กณิการ์ ก็ว่า อย่างว่า กณิการ์เกียงดอกดวงดูล้น ภูชัยท้าวเดินเดียวชมดอก คือดั่งดอกกลิ่นแก้มเมียแก้วอยู่เฮือน (กา).
กรรม์กรรม.
กรรม1.)การ, การงาน, การกระทำ, กิจ แยกแยกกรรมออกเป็น ๓ คือ กายกรรมงานมือ วจีกรรมงานพูด มโนกรรม งานคิด อย่างว่า งานคึดงานเว้างานทำคู่อย่าง บูฮาณเฮียกเอิ้นโฮมเว้าว่ากรรม (บ.). 2.)บุญคือการทำความดี บาปคือการทำความชั่ว บุญบาปติดตามผู้ทำให้ได้รับความดีหรือชั่ว เรียก กรรม อย่างว่าบุญมีได้เป็นนายใช้เพิ่น บุญบ่ให้เขาชิใช้ตั้งแต่เฮา (ภาษิต) บุญมีแล้วแนวดีป้องใส่บุญบ่ให้แนวขี้ฮ้ายแล่นโฮม(ภาษิต). 3.)เคราะห์ คือสิ่งที่ไม่สมหวังเรียก กรรม เช่น ชูชกได้เมียสาว ถูกเมียบังคับให้ไปขอกัณหาชาลีมาเป็นทาส เมื่อพระเวสสันดรให้โอรสและธิดาแล้วแนะนำให้ชูชกไปเมืองปู่ เพื่อพระเจ้าปู่จะได้ไถ่ถอนหลาน แต่ชูชกไม่กล้าไปเกรงจะถูกเคราะห์กรรม (เวส-กลอน) 4.)ผลของความดีหรือชั่วที่ตนทำในอดีตตามให้ผลเรียก กรรม อย่างว่า ผู้สาวได้ผัวเถ้ากรรมลาวสร้างแต่เก่า ผู้บ่าวได้แม่ฮ้างกรรมสร้างตั้งแต่หลัง (ภาษิต). กรรมแบ่งบั่นปั่นป่อนมาพบ บารมีภายหลังจิ่งได้เวียนมาพ้อ (บ.). 5.)คนตายเรียก ถึงแก่กรรม อย่างว่า ชื่อว่ากรรมเถิงแล้วจำใจจำจาก บ่มีใผแก่ทื้นคืนได้โลกเฮา (บ.) ชื่อว่าความตายนี้แขวนคอทุกบาดย่าง ใผกะแขวนอ้อนต้อนเสมอด้ามดั่งเดียว (บ.).
กรรมกรคนงาน, คนรับจ้างทำงาน เช่น ชาวนา ชาวสวน เป็นต้น.
กรรมกรณ์ลงโทษ ได้แก่การลงโทษผู้ทำความผิด โดยการจำคุก ๑ ปรับไหม ๑ ทั้งจำคุกทั้งปรับ ๑ ประหารชีวิต ๑. อาญา, เครื่องสำหรับลงอาญา ได้แก่ตัวบทกฎหมายที่ลงโทษแก่บุคคลที่ทำความผิด โดยสมควรแก่โทษานุโทษ.
กรรมการบุคคลที่ได้รับเลือกหรือแต่งตั้งให้เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการทำงานของรัฐ ของเอกชน ขององค์การ ของบริษัท ห้าง ร้าน หรือการสาธารณกุศลเรียก กรรมการ.
กรรมการเฉพาะกิจกรรมการที่ได้รับเลือกแต่งตั้งให้ทำงานเฉพาะอย่าง เช่น งานปราบปราม งานปลูกต้นไม้.
กรรมการิณีกรรมการซึ่งเพศหญิงที่ได้รับเลือกหรือแต่งตั้งให้ทำงานดังกล่าวร่วมกับคณะกรรมการ.
กรรมขัยการสิ้นอายุเพราะกรรม เช่น ตายเพราะหมดอายุ เป็นต้น.
กรรมคติทางดำเนินแห่งกรรม ทางดำเนินแห่งกรรมมี ๒ อย่าง คือ สุคติไปดี ทุคติไปชั่ว คนทำความดีตายแล้วไปสู่สุคติ คือไปเกิดเป็นเทวดา เป็นอินทร์ เป็นพรหม คนทำความชั่วตายแล้วไปสู่ทุคติ คือไปเกิดเป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสูรกาย.
กรรมชรูปรูปที่เกิดแต่กรรม คนหรือสัตว์ที่เกิดมา ร่างกายที่เป็นตัวตนของเรากรรมเป็นคนแต่ง เราแต่งเองไม่ได้ถึงพ่อแม่จะมีส่วนในการแต่งก็แต่งให้สวยงานไม่ได้ พ่อแม่จึงเป็นเสมือนเรือน ถ้าผู้มาเกิดคือเจ้าของเรือน สวยงามแล้วเรือนเกิดไม่เป็นปัญหา
กรรมชวาตลมเกิดแต่กรรม มีครรภ์ครบกำหนดจะคลอดแล้วเกิดลมเบ่ง ลมเบ่งนี้เรียก ลมกรรมชวาต อย่างว่า ลมกรรมชวาตต้องเถิงองค์ภูวนาถ (กา).
กรรมชาผู้เกิดแต่กรรม คนที่สร้างกรรมดีไว้ เมื่อเกิดมาก็เกิดในพ่อแม่ที่ดี มีอวัยวะครบ ไม่ใบ้บ้าเสียจริต ผิดมนุษย์ มีสติปัญญาดี ถ้าสร้างกรรมไม่ดีก็เกิดมาในที่ตรงกันข้าม.
กรรมฐานที่ตั้งแห่งการงาน มี ๒ คือ สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน สมถกรรมฐานได้แก่อุบายสงบใจ วิปัสสนากรรมฐานอุบายเรื่องปัญญา.
กรรมทายาทผู้รับผลของกรรม กรรมมี ๒ คือ กรรมดี เรียก กุศลกรรม กรรมไม่ดี เรียก อกุศลกรรม เราสร้างกรรมดีเราก็ได้รับผลดี เราสร้างกรรมชั่วเราก็ได้รับผลชั่ว พ่อแม่พี่น้องรับแทนไม่ได้.
กรรมบถทางแห่งกรรม มี ๒ อย่าง คือ กุศลกรรม ทางแห่งกรรมดี อกุศลกรรมทางแห่งกรรมไม่ดี ทางแห่งอกุศลกรรมมี ๑๐ อย่าง จัดเป็นกายกรรม ๓ อย่าง จัดเป็นวจีกรรม ๔ อย่าง จัดเป็นมโนกรรม 3 อย่าง ทางแห่งกุศลกรรมก็มี ๑๐ อย่างในทางตรงข้าม
กรรมปฏิสรณะมีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัยที่พึ่งแยกออกได้เป็น ๒ อย่าง คือตนและผู้อื่น พึ่งตนดีกว่าพึ่งผู้อื่น กรรมดีหรือกรรมชั่วที่เราทำไว้จะเป็นที่พึ่งของเรา.
กรรมพันธุมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ เช่น พ่อแม่เป็นคนดีลูกที่เกิดมาก็พลอยดีไปด้วย อย่างว่า เชื้อหมากต้องบ่ห่อนหล่นไกลกก แนวผมดกบ่ห่อนเป็นหัวล้าน (กลอน).
กรรมวาจาคำสวดในพิธีทำสังฆกรรม เช่น สวดกรรมวาจาในเวลาอุปสมบท.
กรรมวาจาจารย์อาจารย์สวดกรรมวาจาฝ่ายขวา คู่กับพระอนุสาวนาจารย์ อาจารย์ส่วนกรรมวาจาฝ่ายซ้ายในเวลาอุปสมบท.
กรรมวิธีระเบียบ, แบบอย่าง, หลักการ การจะทำอะไรไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ต้องให้มีระเบียบแบบอย่าง จึงจะน่าดูน่าชม เช่น จะฟังเทศน์ ฟังคำสั่งสอน จะกราบจะไหว้ต้องให้มีครู อย่างว่า หมกปลาแดกมีครู จี่ปูมีวาด (ภาษิต) ถ้าไม่มีครูจะกลายเป็นว่าหมกปลาแดกหนอนน้อยบ่ตาย (ภาษิต).
กรรมวิบากผลของกรรมเรียกวิบาก ผลดีเกิดจากการทำดี ผลไม่ดีเกิดจากการทำไม่ดี คนทำดีได้รับผลดี คนทำชั่วได้รับผลชั่ว ผลชั่วแม้แต่ผลชั่วก็ไม่ต้องการ ต้องการแต่ผลดี อย่างว่า ดีดีนี้ใผเห็นอยากเบิ่ง เทิงอยากเทิ้งเอาขึ้นขี่คอ (ภาษิต).
กรรมเวรการทำด้วยความพยาบาทปองร้าย โดยที่คู่กรรมนั้นได้หมายหมั้นปั้นใจจะตามล้างตามผลาญให้ได้.
กรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของทรัพย์, ความมีอำนาจในสิ่งของที่ตนมี เช่นกรรมสิทธิ์ในที่ดิน กรรมสิทธิ์ในข้าวของเงินทอง เป็นต้น.
กรรมาธิการกรรมการที่มีอำนาจหน้าที่สูงกว่ากรรมการ โดยที่จะทำการสอบสวนข้อความใดๆ เกี่ยวแก่กิจการที่ตนมีอำนาจหน้าที่ก็ได้ เช่น กรรมาธิการแห่งสภาผู้แทนราษฎร.
กรรมานุรูปเหมาะสมแก่กรรม, ควรแก่การงาน (ส.).
กรรโมปกรณ์เครื่องอุปกรณ์แห่งการงาน.
กรรแสง1.)ผ้าสะไบ (ข.กำแซง). 2.)ร้องให้.
กรวดหินแฮ่
กร้วบกร้วบกร้วบๆ มีเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงเคี้ยวของแข็งดังกร้วบกร้วบ.
กรวีกนกการเวก (ป. กรวิก) นกที่มีเสียงร้องไพเราะ เรียก นกกรวีก กอระวีก ก็ว่า อย่างว่า กอระวีกฮ้องเสียงก้องกล่อมไพร (กา) ผ่อเห็นเดือนด่วนแจ้งพ้นพุ่งเขาเขียว พุ้นยอ ฉายาเฮียงฮ่มดอยดาวซ้าย เหนหอนฮ้องแกวแกวกอระวีก พรายป่าเปล้ายูงผู้ส่งเสียง (สังข์)
กรอกเท เทยาเข้าปากเรียก กรอกยาเข้าปาก เช่น เมื่อคนป่วยกินยาน้ำด้วยตนเองไม่ได้ ใช้คนเทยาเข้าปาก เรียก กรอกยาเข้าปาก.
กรอง1.)แยกของละเอียดออกจากของหยาบ เช่น ใช้ผ้ากรองน้ำที่สกปรกให้สะอาด หรือกรองเหล้าโทด้วยผ้าขาว เรียก กรอง ตอง ก็ว่า. 2.)ตรึกตรอง เช่นคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาแล้ว เรียก กรอง ตอง ก็ว่า อย่างว่า คึดฮอดน้องนอนกรองน้ำตาหลั่ง คันแม้นพังจั่งส้างโชด เพม้างตั้งแต่ดน (กลอน)
กรองกรอยหงอยเหงา, เศร้าหมอง, ไม่เบิกบาน, ไม่แช่มชื่น เช่น คนมีเรื่องทุกข์ใจนั่งจับเจ่าอยู่.
กรองกรอย (ตองตอย)รุ่มร่าม, รุ่งริ่ง คนที่นุ่งผ้าขาดวิ่น
กรอยก้น เรียกกรอย เช่นกองก้นกองกรอยกอยก็ว่าอย่างว่าแม่อี่น้อยต่ำหูกกะหลับเอากะหลับแขวนคอให้น้อง น้องบ่เหล่นกองก้นกองกอยไฟไหม้หมอนอี่นายกับแก้กับแก้ฮองปลายไม้โอดโอสาวนางโพขี่ม้าเดบเด้งเอาม้ากูมาเฮ็ดนาหนองไพ่แข้ขึ้นไข่แมงดาขึ้นฟักไก่ขาหักตักขึ้นตักลง(กล่อมลูก)
กระ1.)เต่าทะเลชนิดหนึ่ง หลังเป็นเกร็ดแผ่นโตๆ ซ้อนกันเหมือนกระเบื้องมุงหลังคา. 2.)คนแก่มีจุดตามตัว เรียกตกกระออกหมึก ออกซาง ก็ว่า
กระกูลตระกูล, เชื้อ, สาย, เหล่า, กอ, เผ่าพันธุ์เรียก กระกูล สกุล ตระกูล ก็ว่า อย่างว่า พระยานาคน้าวกลอนถี่ถามดู กุมารมาแต่ใดเถิงข้อย นั่นเด จักว่าเป็นแนวเชื้อกะกูลนามในทีปใดเด เจ้าพ่อทรงเดชได้เดินดั้นฮอดเฮา นี้นา (สังข์) .
กระจกกระจกเงา กระจกสำหรับส่องดูเงาหน้า เรียก กระจก แว่นแยงเงา ก็ว่า.
กระจอกฟ้าชื่อนกชนิดหนึ่ง ชอบทำรังอยู่บนต้นไม้สูงๆ เรียก นกจอกฟ้า อย่างว่า นกแตดแต้แลแจนแวน ฮังแขวนนั้นแม่นนกกระจอกฟ้า (เวส).
กระจอนจูมตุ้มหูที่ทำเป็นดอกตูมๆ เหมือนดอกงิ้ว เรียก กระจอนจูม อย่างว่า กระจอนจูมสุบเซิดคำกวมเกล้า (ขุนทึง).
กระจอนป่าดอกสลิด ชื่อไม้ดอกชนิดหนึ่ง เกิดตามป่า เป็นไม้พุ่ม เรียก ต้นกระจอน.
กระจอนยอยตุ้มหูที่ทำเป็นสร้อยระย้า เรียก กระจอนยอย อย่างว่า แหวนทรงนิ้วกระจอนยอยสบสอด (กา) กระจอนยอยส่องหน้าขาวแจ้งแจ่มจันทร์ (ฮุ่ง).
กระจอบเครื่องมือสำหรับใช้ขุดดิน เรียก กระจอบ เสียม ก็ว่า.
กระจอบบ้องเสียม เสียมขุดมัน เรียก กระจอบบ้อง อย่างว่า นางก็ถือเอายังกระจอบบ้อง เป็นเครื่องต้องขุดหัวมัน (เวส).
กระจะแจ่มแจ้ง, ชัดเจน, ขาวผ่อง ลายชัดเจนเรียก ลายกระจะ ขาวผ่องเรียก ขาวกระจะ อย่างว่า ขาวกระจะปานน้ำถ้วมเข้า ตั้งเช้าเง้าปานนมผู้สาว.(บ).
กระจังลวดลายชนิดหนึ่ง สำหรับติดโลงศพ เรียก ลายประจัง ลายวัลลีแล่น ก็ว่า
กระจัดกระจายเรี่ยราด, ไม่เป็นระเบียบ เช่น ของสิบอย่างวางไว้สิบที่ เรียกกระจัดกระจาย กระหยาดกระยาย ซะซายยายยัง ก็ว่า อย่างว่า สองพันกลิ้งกุมกันกลางแก่ง พระก็เปื้องดาบแผ้วเผลี้ยงเนื้อท่านธร คีงกระจัดม้างหัวชวนสะเด็นขาด มันก็ติดต่อได้คืนเข้าฮ่อมา (สังข์).
กระจับพืชลอยน้ำชนิดหนึ่ง มีหัวกินได้ ใบใช้เป็นผัก เรียก กระจับ หมากจับ ก็ว่า.
กระจับปี่พิณสี่สาย ซุง ก็ว่า.
กระจ่างสว่าง, สุกใส, ชัดเจน, แจ่มแจ้ง.
กระจาดภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่ รูปเตี้ย ปากกว้าง สำหรับใส่สิ่งของที่ซื้อมาจากตลาด หรือใส่เครื่องกัณฑ์เทศน์มหาชาติ.
กระจาบชื่อนกตัวเล็กๆชนิดหนึ่ง ขนาดนกกระจอก เรียก นกกระจาบ นกจาบ ก็ว่า อย่างว่า ฝูงนั้นกะทาทองไท้ยูงขัวเขาข่อ จิบจาบจ้อยคณาขุ้มขาบเขียว (สังข์).
กระจิบชื่อนกตัวเล็กๆ ชนิดหนึ่ง ร้องเสียงดังจิ๊บๆ เรียก นกกระจิบ นกจิบ ก็ว่า อย่างว่า อุมลัวเค้ากาในแกกระจอก จิบก่างกี้เจียผ้ายกะแดบดิน (สังข์).
กระจีเขียว, อ่อน ดอกไม่เริ่มบาน สีเขียวอ่อนเรียก กระจี ขจี ก็ว่า อย่างว่า มาลาพั้วพวงกระจีแกมกิ่ง (กา).
กระดอนสะท้อนขึ้น, กระเด็นขึ้น เรียก กระดอน ดอน ก็ว่า.
กระดานไม้ที่ถากหรือเลื่อยเป็นแผ่นๆ เรียก ไม้กระดาน ไม้ชะดาน ไม้แป้น ก็ว่า.
กระเดิดปลากระดี่ ชื่อปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง เรียก ปลากระเดิด.
กระโดงใบเรือ
กสิกรรมการทำไร่ไถนา.
ก้อกก้อกเสียงดังอย่างนั้น เช่นเสียงที่เกิดจากการกรนของเด็กดัง ก้อกก้อก ถ้าผู้ใหญ่กรนดังโก้กโก้ก.
ก้อยก้อยกักกักการทำอะไรโดยไม่ตั้งใจ กลัวจะสำเร็จ ทำบ้างหยุดพักบ้าง เรียก เฮ็ดก้อยก้อยกักกัก.
กะ1. ก็ 2. กำหนด, หมาย, คะเน, ประมาณการทำที่ต้องกำหนดวัน เวลา และจำนวนให้เรียก กะ เช่นงานชิ้นนี้ต้องทำให้สำเร็จภายในเจ็ดวัน ในวันที่เจ็ดต้องให้ทำสำเร็จก่อนเที่ยง.
กะดิกกะดิ้นอาการแสดงความอยากได้หรือความในใจให้ปรากฏด้วยการเคลื่อนไหวไปมา เรียก กะดิกกะดิ้น เช่น ผู้สาวมักผู้บ่าวก็จะแสดงอาการกะดิกกะดิ้น.
กะตากกะตากเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงไก่ร้องเวลาตกไข่หรือเวลาตกใจดัง กะตาก กะตาก กะต้ากกะต้าก ก็ว่า.
กะติกกะต่อนกระท่อนกระแท่น เช่น การทำงานไม่สำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน เรียก กะติกกะต่อน กะติดกะต่อ ก็ว่า.
กะโบกดากเชิงกราน.
ก่างจ่างอาการที่ยืนถ่างขา เรียก ยืนก่างจ่าง เดินถ่างขา เรียก ย่างก่างจ่าง อย่างว่า ถี่กัดจัดขี้ช้างกะลอดห่างก่างจ่างขี้มอดกะคา (ภาษิต).
กุกรรมความชั่วที่ทำด้วยกายวาจาและใจเรียก กุกรรม อย่างว่า ความชั่วที่ได้ทำในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ (สวดมนต์).
กุศลกรรมบถทางที่เป็นบุญ ทางที่เป็นกุศลมี ๑๐ อย่างเรียก กุศลกรรมบถ คือ กายสุจริต ได้แก่ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม วจีสุจริต ได้แก่ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบไม่พูดเพ้อเจอ มโนสุจริต ได้แก่ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง.
กุสลกรรมบถทางที่เป็นบุญ ทางที่เป็นกุศล มีข้อความตรงกันกับกุศลกรรมบถทุกประการ.
เกงชื่อเครื่องดักสัตว์ป่าชนิดหนึ่ง จำพวกกระต่าย สานด้วยเชือกปอหรือป่านตาห่างๆ เหมือนตาแห เรียก เกง ชิง ก็ว่า ดักกระต่าย คือห้างกระต่าย.
เกงญานางสาวน้อย, นางงาม หญิงที่มีรูปร่างสวยงาม เรียก เกงญา กัญญา ก็ว่า อย่างว่า นางนั้นแนนกล่อมเกี้ยวท้าวชื่อศรีวิชัย บิดาดลนิมิตรเยืองพระองค์แก้ ภายลุนเลยเสียแก้วเกงญาลูกมิ่ง ท้าวต่างตุ้มผันผายสิ่งลม (สังข์).
เกษตรกรรมการทำไร่ไถนาปลูกพืชผักเลี้ยงสัตว์ การประมง การป่าไม้ (ส.).
แกงชื่ออาหารมีน้ำจำพวกหนึ่ง มีหลายชนิด ชนิดที่มีน้ำพอดี เรียก แกงธรรมดา แกงผสมหลายอย่างเรียก แกงซั้ว แกงสงฆ์ แกงชนิดมีน้ำน้อย เรียก แกงอ่อม อย่างว่า คันซิเอาะอ่อมจ้ำอย่าได้ใส่น้ำหลาย มันชิใสแจงแลงบ่เป็นตาจ้ำ (ย่า)
แกง (นก)นกเงือก ชื่อนกชนิดหนึ่ง จำพวกนกกดและนกกะโดก เรียก นกแกง อย่างว่า นกกดแลนกแกง ชุมแซงแลคอก่าน ห่านฟ้าแลตะหลุม (เวส) ฝูงนั้นแกงกดเอี้ยงอำพาโพนโดก เปล้าป่าวไม้ลอลั้วบ่างบน (สังข์)
แกงขมสะเดาดิน ชื่อพืชชนิดหนึ่ง เกิดตามที่ชื้นแฉะ เช่น ตามปากบ่อ และทุ่งนา ใช้กินเป็นอาหารและเป็นยาแก้และป้องกันไข้ได้ เรียก ผักแกงขม ผักแกนขม ผักดางขม ก็ว่า
แกงแซงโลด ชื่อพรรณไม้จำพวกหนึ่งมีสองชนิด คือแกงแซงขาว แกงแซงแดง
ไกที่สำหรับเหนี่ยวเรียก ไก เหนี่ยวให้ปืนลั่น เรียก ไกปืน เหนี่ยวให้หน้าเก้งลั่น เรียก ไกหน้าเก้ง เหนี่ยวให้หน้าจ้างลั่น เรียก ไกหน้าจ้าง.
ไก่สัตว์จำพวกมีปีก มีหลายชนิด เช่น ไก่ที่มีฤทธิ์เดช สามารถสู้รบตบตีได้ชัยชนะไม่มีแพ้ เรียก ไก่แก้ว ไก่ที่มีขนหางงอนลง มีขนไม่ดก คนชอบเอาไปเลี้ยงผีปูผีตาผีตาแฮก เรียก ไก่กุ้ม ไก่ป่า เรียก ไก่ขัว ไก่ที่มีเหนียงหย่อนลงเหมือนงวงช้าง เรียก ไก่งวง .
ไก้กระจง ชื่อสัตว์ป่าชนิดหนึ่ง ที่เขามีหงอน เรียก ไก้ เขาของไก้รูปร่างคล้ายมะพริกสุก เขานี้ป้องกันภัยอันตรายได้ ไก้ตัวใดถ้าเขายังมีอยู่จะแคล้วคลาดจากศัตรูทั้งมวล อย่างว่า มอมเยืองไก้หนูซิงกระแตต่าย กะเล็นฮอกจ้อนเหนอ้มห่านหอน (สังข์).
ไก่เขือกไก่หัวหน้าฝูง ไก่ตัวที่บอกเวลาขัน เช่น จะขันกก ขันกลาง ขันฮวย ไก่ตัวนี้จะบอก เรียก ไก่เขือก อย่างว่า ไก่เขือกชั้นชมแขกขันเนือง พอดีสูรย์พุ่งมาเมิลแจ้งเมื่อนั้นบาบุญเจ้าศิลป์ชัยมานอก น้ำดอกไม้พรมล้างอาบองค์ (สังข์).
ไก่นาชื่อนกชนิดหนึ่ง หากินข้าวเปลือกและอาหารตามท้องนา เรียก นกไก่นา.
ไกลห่าง, ไม่ใกล้, ยาว อยู่ห่างกันเรียก ไกลกัน อย่างว่า หมากส้มนับมื้อไกลเกลือ หัวเฮือนับมื้อไกลฝั่ง ดอกสะมั่งนับมื้อไกลจากต้น ดมแล้วกลิ่นบ่หอม (กลอน) นับมื้อไกลกันแล้วหัวอินทร์เสด็จจาก หน้าผากไกลกระด้นคราวมื้อกูกบ่เห็น (หน้าผาก).
ไกลาสชื่อภูเขาลูกหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัย เชื่อว่าเป็นที่สถิตของพระอิศวรในศาสนาพราหมณ์ เรียก เขาไกลาส ไกรลาส ก็ว่า. อีกความหมายหนึ่ง คือ ชื่อสีชนิดหนึ่ง ขาวเหมือนสีเงินยวง.
ไกวแกว่ง อย่างว่า ฟังยินลมล่วงต้องไกวกิ่งสาขา พุ้นเยอ สุรภาเบยบ่ายสีแสงส้วย ยุติบั้นสุมณฑาทังไพร่ ไปชมสวนดอกไม้ยอไว้ที่ควร ก่อนแล้ว (สังข์) ดอกหนึ่งสาวบ่าวค้านสงสัยต้นบ่สูงพอไคแค่หน้า ดวงหนึ่งเมื่อลมไหวฮสฮ่วง ลุกทั่วดินแดนฟ้าท่วยไท้ถือวี (ฮุ่ง).
ไกว่ไขว้ นอนขาขัดกันเรียก นอนไขว่ห้าง เอาไม้สองอันไขว้กัน เรียก ไม้กากบาทไกว่กัน อย่างว่า สังขราชฮู้ฮักพี่เฮวแฮง ไกลกระจัดไกว่ตีนตำต้อง เป็นแสงล้ำลางไฟฟองเดช สังขราชกล้ากลายสู่บ่ถอย (สังข์).
ไกว่หล่อขุดดินใต้ชายคาให้เป็นร่องเพื่อกันน้ำที่ตกจากชายคาไม่ให้ไหลเข้าไปใต้ถุนเรือน เรียก ไกว่หล่อ ดินที่ขุดดั้นเป็นคูเรียก ป้องหล่อ.
ไกวัลทั้งมวล, ทั่วไป อย่างว่า ข้าขอวันทาน้อมไกวัลคุณขอบ (มาตา).
ไกสรชื่อนางในวรรณคดีอีสานเรื่องสุริย์วงศ์ ชื่อ นางไกสร เกสรก็ว่า.
ไกสร (เกสร)ผงละเอียดของดอกไม้เรียก ไกสร เกสร ก็ว่า เช่นไกสรดอกเกด.
ไกสร (สิงโต)สิงโต สิงโตเรียก ไกสร อย่างว่า แม้นว่าสัพพะสิ่งช้างเดียระดาษแสนสัตว์ ไกสรสีห์ซู่คณาเนืองเฝ้า เสือสางเหม้นเหมือยหมีหมาป่าก็มา ลิงวอนเต้นโตนค้างค่างชะนี ฯ เห็นทังนิโครธไม้พันพุ่งไพรขวาง เห็นทังคูหาแก้วไกสรแสนส่ำ เฮืองฮุ่งเข้มไขพ้นพุ่งโพยม (สังข์).
ขอบแขบเสียงดังอย่างนั้น เช่น เสียงเคี้ยวข้าวเขียบดังขอบแขบ.
ข้อหล้อสั้นนิดเดียว เรียก สั้นข้อหล้อ อย่างว่า สั้นข้อหล้อมือยื้อบ่เถิง สูงเจวเววชั่วสามวาฮิ้น (ภาษา).
ขากบ1.)ชื่อกางเกงขาสั้นชนิดหนึ่ง มีขาสองขาคล้ายว่าวจุฬา เรียก โส้งขากบ. 2.)ชื่อว่าวชนิดหนึ่ง มีขาสองขาคล้ายว่าวจุฬา เรียก ว่าวขากบ.
ขี้กะเดียมรู้สึกจักจี้ เรียก หนักขี้กะเดียม หนักกะเดียม ก็ว่า.
ขี้กะเตอะสวะที่ลอยตามน้ำ เรียก ขี้กะเตอะ ตุมปวก ขี้ตุมปวก ขี้เฮอะ ก็ว่า
ขี้กะเท่อเศลษม์ เศลษม์ เรียก ขี้กะเท่อ.
ขี้กะเพยเส้นไหมที่สาวจากฝักหลอกหลีบ ฝักหลอกกลีบ ก็ว่า เส้นไหมชนิดนี้ไม่เรียบร้อย เรียก ไหมขี้กะเพย.
ขี้กั่วตะกั่ว ชื่อแร่ธาตุสีขาวนิดหนึ่งใช้ทำเป็นโรคปืน ลูกแห เรียก ขี้กั่ว กั่ว ก็ว่า.
ขี้โกะจิ้งเหลน จิ้งเหลนเรียก ขี้โกะ ขี้โก๋ ก็ว่า.
ขี้ข้าทาส
ขี้ขาบจะเข็บ, ตะเข็บ.
ขี้เขิบดินโคลนตามหนองและทุ่งนาซึ่งแตกระแหง เรียก ขี้เขิบ ขี้เหิบ ก็ว่า.
ขี้ควงรังของตัวแมลงชนิดหนึ่ง ในจำพวกชันโรง แต่ตัวโตกว่า ลักษณะแข็งเปราะ ใช้ทำใต้ได้ ตัวแมลงชนิดนี้เรียก แมงขี้ควง.
ขี้คุยทะนงตัวว่าสวยสดงดงามหรือเก่งกล้าสามารถอย่างนั้นอย่างนี้.
ขี้งาชื่อผ้าไหมชนิดหนึ่ง ใช้ไหมขาวกับไหมดำปนกัน เช่น เครือหูกเป็นไหมดำไหมที่ทอเป็นไหมขาว เมื่อสำเร็จแล้วจะเป็นสีขี้งาคือสีขาวกับสีดำปนกัน.
ขี้เจียดินประสิว เรียก ขี้เจีย เหตุที่ได้ชื่อว่า ขี้เจีย เพราะผู้ทำขี้เจียนี้เขาเอาขี้เจีย คือขี้ค้างคาวมาต้มเกลือสินเธาว์ จึงเรียกชื่อว่าขี้เจีย เขาเอาขี้เจียมาทำเป็นบั้งไฟพลุบั้งไฟตะไล บั้งไฟโบด บั้งไฟจินาย บั้งไฟอีตื้อ บั้งไฟหมื่น บั้งไฟแสน.
ขี้เจียมจิ้งจก จิ้งจกเรียก ขี้เจี้ยม ขี้เกี้ยม ก็ว่า อย่างว่า เสียงกานั้นนางมาเวียนว่า น้อยหนึ่งตาพระบาทเจ้าจอมซ้อยเสม่นเนือง มีทังภุมราเกี้ยวกันลงซ้องพระเนตร เจี้ยมไต่เต้นโตนต้องบ่าขวา (สังข์).
ขี้ช้างชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ต้นขี้ช้าง.
ขี้ชีชัน ชันเรียก ขี้ชี ยางไม้จิกไม้ฮังที่ห้อยแขวนอยู่ตามต้นหรือกิ่ง เรียก ขี้ชี เอายางนี้มาป่นให้ละเอียดผสมน้ำมันยาง ทาคุ ทาอุแอ่งที่แตก ทาเรือที่แตกหรือรั่ว.
ขี้ดินดากดินเหนียวสีแดงปนขาว เนื้อละเอียดอยู่ใต้พื้นดินลึกๆ เรียกขี้ดินดาก
ขี้ถี่ (นก)นกทึดทือ นกทึดทือเรียก นกขี้ถี่ นกชนิดนี้ร้องเสียงดังทึดทือทึดทึ้ง ก็ว่า อย่างว่า ใผชิหลิงเห็นใส้ตับไตนกขี้ถี่ มันหากฮ้องทึดทึ้งใจเลี้ยวใส่กระป ู(ผญา)
ขี้ทักแท่ไส้เดือนตัวเล็กเรียก ขี้ทักแท่ ขี้ทักแท่เหมือนไส้เดือน แต่ตัวเล็กกว่า สีจ่อนข้างแดง ชอบอยู่ตามที่ชื้นตามขี้สีก ชอบกัดกินรากพลู
ขี้ทาดินที่มีธาตุเกลือปน เรียก ขี้ทา เมื่อต้องการเกลือสินเธาว์ ก็เอาดินนี้ไปกรองต้มในหม้อให้เป็นเกลือ.
ขี้ทูดโรคเรื้อน โรคเรื้อนชนิดที่ตีนมือไม่หงิกงอ เรียก ขี้ทูด ชนิดที่ตีนหงิกมืองอ เรียก กุฏฐัง.
ขี้นกชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ต้นขี้นก.
ขี้แบ้บัวผัน บัวผันเรียก บัวขี้แบ้ อี่แบ้ ก็ว่า บัวชนิดนี้มักเกิดตามหนอง อย่างว่า บัวขี้แบ้มาเกิดกลางหนอง บัวทองมาเกิดก้ำหัวสวนบ้านเก่า ที่เลิ๊กมาแล่นตื้นชิไปห้งบ่อนเขิน (ปัสเสน).
ขี้โผ้พุงโร คนที่มีแขนขาเล็ก แต่พุงโต เรียกคนขี้โผ้ อีกอย่างหนึ่งคนที่กินข้าวน้อยแต่กินกับมาก เรึยก คนกินโผ้ ขี้โผ้ ก็ว่า.
ขี้โพ่หนทางที่เป็นโคลน มีน้ำขังเป็นแอ่ง วัวควายขี้เยี่ยวใส่ทำให้น้ำเน่าเสีย ที่เช่นนี้เรียก ขี้โพ่ ขี้ตมโพ่ ก็ว่า.
ขี้โพ่นอาหารที่กระเพาะของสัตว์ เรียก ขี้โพ่น.
ขี้ม้อนชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ผลมีรสเปรี้ยว เรียก ต้นส้มขี้ม้อน.
ขี้มะเฮ็งมะเร็ง มะเร็งคือโรคขี้มะเฮ็ง ขี้มะเฮ็งอาจแยกได้เป็น 2 ชนิด ชนิดที่เป็นแอ่งเหมือนเป็นแอ่งน้ำขนาดตื้น มีน้ำหนองไหล และขนิดที่เป็นเนื้อเน่า.
ขี้ม้าชื่อขนมชนิดหนึ่ง มีลักษณะเหมือนขี้ม้า เรียก เข้าหนมขี้ม้า.
ขี้แมงวันขี้แมลงวัน จุดหรือเม็ดเล็กๆ สีดำหรือแดงที่เกิดขึ้นตามผิวหนัง เรียก ขี้แมงวัน ไฝ ก็ว่า.
ขี้แมงหยอดรังหมาร่า.
ขี้โม้คุดทะลาด คุดทะลาด เรียก ขี้โม้ มี 2 ชนิด คือ ชนิดแห้งและชนิดเปื่อย.
ขี้ยางน้ำมันยาง น้ำมันที่เกิดจากต้นยางหรือต้นไม้อื่น นิยมเรียก ขี้ยาง ขี้ยางนี้เอามาผสมกันขอนดอกทำเป็นกะไต้หรือกระบอง สำหรับจุดไฟให้เกิดแสงสว่าง.
ขี้เล้น้ำมันที่ตกตะกอนขุ่นข้น เกิดจากน้ำมันยางหรือน้ำมันอย่างอื่น เรียก น้ำมันขี้เล้.
ขี้สีกน้ำครำ แอ่งน้ำใต้ถุนเรือนตรงที่ตั้งโอ่งน้ำกินน้ำใช้ แอ่งน้ำนี้แหละเรียก น้ำขี้สีก น้ำขี้สีกนี้หมอยาโบราณถือว่าเป็นน้ำยาศักดิ์สิทธิ์ ถ้าคนป่วยเป็นไข้ออกหมึก ออกซาง ไข้หมากไม้ใหญ่ หมอจะไปเอาน้ำนี้มาฝนใส่ยา แก้ไข้ดีนักแล.
ขี้สูดรังของแมลงจำพวกแมงน้อย แมงน้อยนี้ชอบทำรังตามจอมปลวกหรือตามโพรงไม้ รังของมันมีน้ำหวานปั้นเอาน้ำหวานออก เรียก ขี้สูดแมงน้อย แมงน้อยไม่มีเหล็กไน ต่อยคนไม่เป็น.
ขี้หนอนชื่อพรรณไม้พุ่มชนิดหนึ่ง ใบใช้กันหนอน รากใช้ทำยา เอาใบมาวางไว้ปากไห กันหนอนได้ดีนักแล เพราะใบนี้กันหนอนได้ คนโบราณจึงเรียก ใบขี้หนอน.
ขี้หนูชื่อพรรณไม้ขนาดกลางชนิดหนึ่ง ใบคล้ายใบมะเกลือ ผลเล็กและป้อมเหมือนขี้หนู เมื่อดิบมีรสฝาดเล็กน้อย, ชื่อพริกชนิดหนึ่ง เรียก พริกขี้หนู, และชื่อขนมชนิดหนึ่งเรียก ขนมขี้หนู.
ขี้หลี้มาก ดำขี้หลี เรียก ดำมากหรือดำปีด อย่างว่า เห็นว่าขี้หลี้อย่าฟ้าวขี่เฮือกลาย เห็นว่าดำขอยลอยอย่าฟ้าวพายเฮือเว้น (กลอน).
ขี้หิดโรคหิด ชื่อโรคชนิดหนึ่ง เป็นตัวขาวๆ ไชอยู่ใต้ผิวหนัง เรียก ขี้หิด มี ๒ ชนิด คือ ขี้หิดด้านและขี้หิดเปื่อย.
ขี้หูดชื่อโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง ขึ้นเป็นไตแข็ง คนที่เป็นโรคผิวหนังจะเป็นตะปุมตะป่ำเรียก ขี้หูด.
ขี้เหนชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ใบมีกลิ่นเหม็น ผลเมื่อสุกสีช้ำมีรสหวาน รากใช้ทำยาได้ เรียก ต้นขี้เหน.
ขี้เหมี้ยงสนิม สนิมที่จับเหล็กทุกชนิดเรียก ขี้เหมี้ยง มีดที่ขี้เหมี้ยงกินเรียกว่า มีดเข้าขี้เมี่ยง.
ขี้เหล็กบ้านชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เกิดในป่า เรียก ขี้เหล็กบ้าน ใบอ่อนใช้แกงกินเป็นอาหารอร่อยนักแล.
ขี้เหล็กป่าชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เกิดในป่า เรียก ขี้เหล็กป่า ขนาดเท่าขี้เหล็กบ้านแต่ใบใหญ่กว่า ใช้ทำยาแก้ไข้ได้ดี.
ขี้เหล็กสารแสมสาร ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ขี้เหล็กสาร ใบใหญ่ ใช้ทำยาได้.
ขี้เหล็กใหญ่ชุมเห็ด ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ขี้เหล็กใหญ่ ใช้ทำยา.
ขี้เฮอะสวะที่ลอยอยู่ตามน้ำ หรือติดอยู่ตามต้นไม้หรือใบไม้ เรียก ขี้เฮอะ อย่างว่า อย่าเตาะเฮอะใส่หัว (ภาษิต).
ขี้เฮี่ยชื่อปลาชนิดหนึ่ง คล้ายปลาแขยงปักปวดมากจนขี้เรี่ยราด เรียก ปลาขี้เฮี่ย.
ขีณาสวะพระผู้สิ้นอาสวะกิเลส, พระอรหันต์.
ขีดลากให้เป็นรอยเส้นหรือสาย ด้วยปากกา ดินสอ หรือของมีคมอย่างอื่นเช่น ขีดเส้นสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ขีดลวด ขีดลาย.
ขีดขั้นคั่น, ขอบเขต การกำหนดให้แน่นอนลงไปเรียก ขีดขั้น เช่น เขตบ้าน เขตเมือง เขตวัด.
เข้ากรรม1.)การอยู่ไฟ การอยู่ไฟของผู้หญิง เมื่อคลอดลูกแล้วจะต้องอยู่ไฟ เพื่อให้มดลูกเข้าอู่และให้มีร่างกายแข็งแรง เป็นพิธีกรรมในการออกลูกของคนโบราณ. 2.)การเข้าปริวาสมานัตและอัพภาน เรียก เข้ากรรม ธรรมเนียมมีว่า เมื่อภิกษุต้องอาบัติหนัก จะต้องอยู่กรรมเสียก่อนจึงจะเป็นผู้บริสุทธิ์ได้ การอยู่กรรมของภิกษุนี้ถือเป็นประเพณีหนึ่งในประเพณีทั้งสิบสองของภาคอีสาน หรือที่เรียกกันว่าฮีตสิบสอง.
เข้าหนมแดกงาข้าวเหนียวนึ่งเคล้ากับงาที่คั่วสุกแล้ว ใส่น้ำตาลหรือน้ำอ้อย เรียก เข้าหนมแดกงา.
ไข-มันข้นในร่างกายคนและสัตว์เรียก ไขมัน. -ชื่อขมิ้นชนิดหนึ่ง เรียก เข้าหมิ้นไข. -(ก.)บอก กล่าว การบอกกล่าวให้รู้ เรียก ไขข่าว อย่างว่า แสนสัตว์น้อมโดยคดีไขข่าว พระก็ทรงพากย์ถ้อยเสียงเอิ้นแอ่วหา (สังข์). -(ก.)เปิด การเปิดประตูเรียก ไขปักตู ไขทวาร ก็เรียก อย่างว่า นางก็คึดฮ่ำฮู้คำปากเค็มแข็ง นางจิ่งไขทวารเผยส่องแลเล็งหน้า เห็นกษัตริย์เจ้านงเยาว์ยังอ่อน ดูเพศหน้าเหมือนเชื้อลูกหลาน (สังข์).
ไขข้อน้ำมันที่อยู่ตามข้อต่อ เช่น ข้อมือ ข้อเท้า สำหรับเป็นน้ำมันหล่อลื่นให้ร่างกายเคลื่อนไหวไปมา พับเข้าเหยียดออกได้ตามปกติ ไม่เกิดความขัดข้องเรียก น้ำมันไขข้อ.
ไข่ขางไข่แมลงวัน เรียก ไข่ขาง ไก่ขาง ก็ว่า
ไข่แข้ชื่อพรรณไม้เถาชนิดหนึ่ง เรียก เครือไข่แข้ ชื่อขนมชนิดหนึ่งมีรูปร่างคล้ายไข่เหี้ย เรียก ขนมไข่แข้.
ไข่เน่าชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ใบใหญ่ดอกสีเหลือง นำมาเคี่ยวเป็นยางเหนียว เรียก ต้นไข่เน่า ต้นยางมอก ก็ว่า.
ไข่ป้อชื่อเห็ดชนิดหนึ่งคล้ายเห็ดผอแต่ใหญ่กว่า ใช้กินได้ เรียก เห็ดไข่ป้อ ไข่เปาะ อีเปาะ ก็ว่า.
ไข่ผำไข่น้ำ เมล็ดของแหน เป็นพืชในตระกูลแหน เรียก หมากไข่ผำ นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันตรวจสอบพบว่ามีโปรตีนมาก ชาวอีสานนำไปปรุงอาหารต้มแกงกิน มีรสอร่อยมาก เดี๋ยวนี้เหลืออยู่จำนวนน้อยแล้ว. ชื่อหญ้าชนิดหนึ่ง มีเม็ดเล็กๆ คล้ายตัวเหา เรียก หญ้าไข่เหา.
ไข่โล้มดลูกของผู้หญิง ผู้หญิงบางคนเมื่ออายุมากมดลูกขนาดเท่าไข่เป็ดยื่นออกมา ไข่ที่ยื่นออกมานี้เรียก หมากไข่โล้.
ไข่หลังอวัยวะที่เป็นก้อนกลม ติดกับกระดูกสันหลังของไก่และนก เรียก หมากไข่หลัง.
ไข่หำลูกอัณฑะ ลูกอัณฑะของผู้ชายเรียก หมากไข่หำ.
ไข่เหาเหาเป็นโรคชนิดหนึ่ง เกิดอยู่ตามศรีษะของคนบ้าง สัตว์บ้าง กินเลือดคนและสัตว์เป็นอาหาร เหานี้มีไข่ จึงเรียก หมากไข่เหา.
ไข้ความเจ็บป่วยเรียก ไข้ ไข้เรื้อรัง เรียก ไข้ชำเฮื้อ ไข้วันเว้นวัน เรียก ไข้บา ไข้บ๋า ก็ว่า ไข่ม้ามหย่อน เรียก ไข้ป้าง ไข้ไทฟอยด์เรียก ไข้หมากไม้ใหญ่ ไข้ดีซ่านเรียก ไข้ออกเหลือง.
ไขว่กำหนดไม่ได้ นับจำนวนไม่ถูก , ไม้ล้มระเนระนาด หรือแปลว่าไขว่ห้าง
ฆาตกรรมการฆ่าคน (ป.)
คักไค้มาก หลาย เวลาดึกมากเรียก เดิกคักไค้ ซักไซ้ ก็ว่า
เคิ่งครึ่ง กึ่ง ส่วนหนึ่งในสองส่วน เรียก เคิ่ง เคิ่งหนึ่ง ก็ว่า อย่างว่า ข้าจักให้เคิ่งหนึ่งแต่เจ้าทังสอง (เวส).
เคียว (คะนอง)คะนอง,บ้าบิ่น
ไคทุเลา เบา ดีขึ้น เวลาเจ็บป่วยอาการป่วยทุเลา เรียก ไค ไคแน่ ไคหลาย ก็ว่า.
ไค้ตะไคร้ , แคน ,กลอง , ยิง , ปีกุน
ไคลเหงื่อ เหงื่อที่ปนกับละอองแห้งเกรอะกรังอยู่ตามร่างกาย เรียก ขี้ไคล อย่างว่า พอคราวท้าวสีไคลล้างลูบ แล้วแต่งเนื้อพะเนผ้ายย่างเชิง (สังข์).
ไคลคลาไป อย่างว่า พี่จักไคลคลาสร้อยนงสีกูก่อน (ฮุ่ง).
ไควโยก คลอน สะเทือน อย่างว่า นับอ่านได้ล้านหนึ่งพลหาญ ฮองอาสาช่วงทางทัพหน้า หมู่หนึ่งฮู้แป่ม้างพะลานท้าวไควคอน เลาลมหลวงออกดังสองก้ำ เค็งเค็งท้อนธุลีแดนดับโลก ขันแป่ม้างตางเจ้าฝ่ายขวา (สังข์).
ไคว่ไขว้ ก่าย ไม้ไขว้เป็นกากบาทเรียก ไม้ไคว่ตีนกา.
ไคว่ขีนระเนระนาด ไม้ล้มทับกันระเนระนาด เรียก ไม้ล้มไขว่ขีน อย่างว่า จิกฮังล้มโคมกันขีนไคว่ กล้วยอ้อยล้มโคมฮั้วไฮ่สวน สาวฮามฮ้างโคมกันกับบ่าว ผู้สาวส่ำน้อยล้มโคมท้าวบ่าวเชียง (บ.).
ไคว่เขสับสน ไขว้เขว เช่น ไม้ล้มทับกัน เรียก ไม้ล้มไคว่เข.
ไคว่ค้อนกลองวิธีตีกลองแบบหนึ่งสำหรับตีกลองสองหน้า มือสองข้างจับค้อนสองอันไขว้กันแล้วตีพร้อมกัน.
งกงกมีอาการสั่นเช่นคนเห็นเสือกลัวเสือจนตัวสั่นงกงก หรือหนาวมากจนตัวสั่นงกงก เรียก สั่นงกงก.
งดงามสวย, ดี, งาม.
ง็อกง็อกอาการสั่นของคนกลัวหรือคนหนาวมาก เรียก สั่นง็อกง็อก ง็อกง็อกแง็กแง็ก ก็ว่า.
งักงักอาการหนาวสั่นจนขากรรไกรกระทบกัน เรียก สั่นงักงัก.
งากงากเสียงดังอย่างนั้น เช่นเสียงร้องไห้ ดังงากงาก.
งิกงิกอาการผงกศรีษะของกิ้งก่าตัวเล้กๆ เรียก ตอดเงางิกงิก ถ้าตัวใหญ่เรียกตอดเงางึกงึก งึกงึกงักงัก ก็ว่า.
งึกงึกอาการผงกเรียก งึกงึก กะปอมใหญ่ผงกศีรษะเรียก กะปอมตอดเงางึกงึก ถ้าตัวเล็ก ตอดเงางิกงิก.
งึดแปลก ประหลาด อัศจรรย์
ไงฝาปิดปากหอย เรียก ไงหอย กบซ่อนอยู่ในดินในฤดูแล้ง เรียก กบเข้าไง กบจำศีล ก็ว่า.
ไง่ (ฝุ่น)ฝุน, ผง, ละออง ฝุนผงหรือละอองเรียก ไง่ ขี้ฝุน ขี้ผง ขี้ละออง ก็ว่า.
ไง่ฟุ้ง, กระจาย, ปลิว ฝุ่นผงหรือละอองที่ปลิวไป เรียก ไง่ ไง่จนมองไม่เห็นเรียก ไง่ง้อง อย่างว่า เป็นไง่ง้องคือฟ้าเง่าฝน (กา) ต้นไม่ใหญ่บ่มีผี สาวผู้ดีบ่มีชู้บ่อกแตกสารือ ตาแฮกเปิดไก้ต้ม ดินชิแห้งไง่ผง (กลอน) คึดต่อคนตายนี้บ่มีทางชิเห็นไง่ คือดั่งไฟมอดแล้วใผชิ
ไง้- คุ้ยเขี่ยหาความผิดเรียก ไง้ - งัด, แงะ, เตะ, ถีบ การเตะถีบงัดแงะเรียก ไง้ - ทำไม่หยุด การทำไม่หยุดเรียก ไง้
ไง้งั่นสั่น, สะเทือน สั่นสะเทือน เรียก ไง้งั่น งั่นไหง ไหงงั่น ก็ว่า อย่างว่า เหมือนดั่งฟ้าชิข้วมดินฟ้างั่นไหง (กา) ยนยนยอหอกแหลมไหลเข้า บาดาลพื้นธรณีไง้งั่น เถ้าใส่ฟ้าคึงง้าวเงือดกาง (ฮุ่ง).
จตุโลกบาลผู้รักษาโลกในสี่ทิศ คือ ท้าวธตรัฐ รักษาโลกในทิศตะวันออก ท้าววิรุฬหก รักษาโลกทางทิศใต้ ท้าววิรูปักษ์ รักษาโลกทางทิศตะวันตก ท้าวกุเวร รักษาโลกในทางทิศเหนือ (ป.).
จัตุโลกบาลผู้รักษาโลกใน ๔ ทิศ คือ ท้าวธตรัฐ จอมภูต อยู่ทิศตะวันออก ท้าววิรุฬหก จอมเทวดา อยู่ทิศใต้ ท้าววิรูปักษ์ จอมนาค อยู่ทิศตะวันตก ท้าวกุเวร จอมยักษ์ อยู่ทิศเหนือ (ป.).
โจรกรรมการลัก การขโมย การปล้น (ป.ส.).
ไจด้ายที่ปั่นเต็มไนแล้วเก็บออกมาเรียกฝ้ายหนึ่งไจ สิบไจเท่ากับหนึ่งปอย. กรอง เกรอะ ต้มปลาร้าแล้วกรองเอาแต่น้ำ เรียก ไจปลาแดก เกรอะปลาแดก เตอะปลาแดก ก็ว่า.
ไจ้ชื่อปีที่หนึ่งในจำนวนสิบสองปี คือ ปีไจ้=ปีชวด ปีเป้า=ปีฉลู ปียี่=ปีขาล ปีเหม้า=ปีเถาะ ปีสี่=ปีมะโรง ปีไส้=ปีมะเส็ง ปีชะง้า=ปีมะเมีย ปีมด=ปีมะแม ปีสัน=ปีวอก ปีเฮ้า=ปีระกา ปีเส็ด=ปีจอ ปีไค้=ปีกุน. คัด เลือก คัดสิ่งเสียออกจากสิ่งดีเรียก ไจ้ ไซ้ ก็ว่า.
ไจ้ไจ้บ่อยๆ เนืองๆ คิดถึงเนืองๆ เรียก คึดไจ้ไจ้ จีไจ้ จีไจ้จีไจ้ ก็ว่า อย่างว่า เจ้าก็คิดเถิงบารมีธรรมเจ้าอยู่ไจ้ไจ้ (เวส).
ไฉน- ไม่แน่ใจ สงสัย ไถน ก็ว่า - ฉันใด
ไฉไลงาม
ไชเจาะ สับ เช่น แมลงภู่เจาะดอกไม้เรียก ไช อย่างว่า ภุมราไชสาบละอองอายเอ้า (สังข์).
ไชโยคำเปล่งเสียงแสดงความดีใจในการที่ได้ชัยชนะ.
ซกงกอาการที่ยกขึ้นสูงเรียก ซกงก
สะออนเป็นภาษาพูด (ควมเว้า) ของชาวอีสาน มีความหมายว่า ชอบใจ, พอใจ, ติดใจ, ปลื้ม, น่าชมเชย
แซบอร่อย, รสชาติดี ใช้กับอาหารที่มีรสอร่อย โดยทั่วไปจะพบเห็นคำว่า แซ่บ มากกว่าคำว่า แซบ ซึ่งสำเนียงอีสานจะออกเสียงลากยาว จะไม่ได้ออกเสียงสั้นเหมือนอย่างที่เห็นกันทั่วไปตามสื่อ ดังนั้นที่ถูกต้องจึงเขียนว่า แซบ ไม่ใช่ แซ่บ
ไซ- เครื่องสานด้วยไม้ไผ่ชนิดหนึ่งเรียก ไซ - ชื่อหญ้าชนิดหนึ่ง ใบยาวแหลมคมเรียก หญ้าไซ. - เสกเป่าด้วยมนต์ เช่น วัวควายเป็นบาดแผล เสกมนต์เป่า เรียก ไซบาดแผล. - คลั่ง บ้าเลือด เช่น วัวควายถูกตี เลือดมันคลั่ง มันจะขวิดเรา เรียก งัวควายไซ.
ไซ้กิริยาที่สัตว์จำพวกนกกินเม้ดบัว มันจะเอาปากจิกกิน เรียก ไซ้.
ญัตติกรรมได้แก่การทำอุโบสถ ทำปวารณา การทำอุโบสถและปวารณาจะต้องตั้งญัตติคือเผดียงให้สงฆ์ทราบว่า วันนี้เป็นวันอุโบสถ วันนี้เป็นวันปวารณา ถ้าสงฆ์พร้อมเพรียงกันก็ลงมือทำอุโบสถ ทำปวารณาได้ นี่เรียก ญัตติกรรม.
ญัตติจตุตถกรรมคือการเผเดียงสงฆ์ครั้งหนึ่ง และขอความยินยอมจากสงฆ์อีก 3 ครั้ง เช่น การอุปสมบท เมื่อสวดครบญัตติ 4 ครั้ง ไม่มีใครคัดค้านการบวชนั้นก็ถือว่าเป็นอันสมบูรณ์ทุกประการ นี่เรียก ญัตติจตุถกรรม.
ดงป่า ป่าใหญ่ ป่าทึบ ป่าที่มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นเรียก ดง
ดง (ตั้งไฟอ่อนๆ)เอาหม้อข้าวที่รินน้ำขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ เพื่อให้ข้าวสุกเต็มที่ หรือทำให้ข้าวหม เรียก ดงเข้า
ดางตาข่ายที่สานด้วยปอ ป่าน เรียก ดาง เช่น ดางแห ดางหวิง ดางมอง หรือสิ่งที่มีลักษณะเหมือนตาข่ายเรียก ดาง เช่น รวงผึ้งเรียก ดางเผิ้ง อย่างว่า ให้ค่อยทำเพียรสร้างเสมอแตนสร้างช่อ ให้ค่อยติดต่อไว้เสมอเผิ้งต่อดาง (อิน).
แดกงาขนมคลุกงา คือ คั่วงาแล้วตำข้าวเหนียวนึ่งผสมน้ำอ้อย เรียก เข้าแดกงา.
ไดมือ (ข.).
ได้ได้มา ตกมา อย่างว่า ได้เมียสาวปานได้งัวซาวแม่ ได้เมียแก่ปานได้แม่ซาวคน (ภาษิต) ได้กินว่าดี ได้สี้ว่าม่วน ได้ยินย้อนผี ได้สี้ย้อนฝัน (ภาษิต). เป็นคำช่วยกริยาบอกอดีต เช่น ได้เฮ็ดได้ทำ ได้เว้า อนุญาต เช่น กินได้ นอนได้ ไปได้ สามารถ มีความสามารถ เช่น เว้าได้ อ่านได้ เขียนได้.
ตจปัญจกกรรมฐานกรรมฐานที่ให้พิจารณาส่วนต่างๆ ของร่างกาย มีผม ขน เล็บ ฟัน หนัง มีหนังเป็นที่ 5.
ตลกบาตรถุงบาตรมีสายโยง เรียก ตลกบาตร ถลกบาตร ถงบาตร ก็ว่า.
ตากบชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เรียก ต้นตากบ ต้นตะขบ ก็ว่า.
ตื้นไม่ลึก เช่นน้ำไม่ลึก เรียก น้ำตื้น คิดไม่ลึก เรียก คิดตื้น ปัญญาไม่ลึกเรียก ปัญญาตื้น.
เติ่งเคิ่งค้างเติ่ง
ไต1.)อวัยวะชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่ขับของเสียออกมากับน้ำปัสสาวะ เรียก ไต อนึ่งเนื้อที่เป็นก้อนแข็งอยู่ในเนื้อเรียก เนื้อเป็นไต. 2.)ขัน ถาด ขันหรือถาดเรียก ไต ไตคำ ก็ว่า 3.)แผ่นดิน แผ่นดินเรียก แผ่นไต
ไต่คลานไป วิ่งไป เช่น บุ้งคลานไปเรียก แมงบ้งไต่ กระถิกวิ่งไปตามกิ่งไม้เรียก กะเล็นไต่ไม้ เดินตามทางเรียก ไต่ทาง.
ไต้1.)ของใช้สำหรับจุดไฟให้สว่าง เรียก ไต้ กะบองไต้ ก็ว่า. 2.)จุด เช่น จุดเทียน เรียก ไต้เทียน จุดไต้เรียก จุดกะบอง อย่างว่า ฮุ่งค่ำเช้าตามไต้เฮื่อเฮือง (สังข์).
ไต่เต้าเดินตาม อย่างว่า ตวยไต่เต้าตามพื้นล่ำฮอย (กา) อย่าได้เดินไต่เต้าตามข้อยบ่ดี (กา).
ไตรสาม เป็นคำนำหน้าสมาส เช่น ไตรลักษณ์ ไตรทวาร.
ไตรจักรภพทั้งสาม คือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ ตามไสยศาสตร์ว่า โลกมนุษย์ โลกสวรรค์ โลกบาดาล หรือจะเรียก ไตรภูมิ ก็ความหมายเดียวกัน.
ไตรจีวรผ้า 3 ผืนของภิกษุ คือ อันตรวาสก (ผ้าสบง) อุตราสงค์ (ผ้าจีวร) สังฆาฏิ (ผ้าทาบ).
ไตร่ตรองคิดทบทวน ตริตรอง อย่างว่า ไว้แก่ไตร่ตรองปุนแว่นแยง ยามแค้น (สังข์).
ไตรตรึงษ์ดาวดึงส์ สวรรค์ชั้นที่ 2 คือ ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นชั้นที่พระอินทร์ครอง.
ไตรทวารทวารทั้ง 3 คือ กาย เรียก กายทวาร วาจา เรียก วจีทวาร ใจ เรียก มโนทวาร.
ไตรทศเทวดา 33 องค์ หมายถึง พระอินทร์และบริวารของพระอินทร์ซึ่งอยู่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์.
ไตรปิฎกพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า มี 3 ปิฎก คือ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก.
ไตรเพทชื่อคัมภีร์ศาสนาพราหมณ์ มี 3 คือ ฤคเวท ยชุรเวท สามเวท.
ไตรภาคีสนธิสัญญาที่มีคู่สัญญา 3 ฝ่าย เรียก สนธิสัญญาไตรภาคี.
ไตรยางค์อักษรสามหมู่คือ อักษรสูง อักษรกลาง อักษรต่ำ.
ไตรรงค์ธงชาติไทยซึ่งมี 3 สี คือสีขาว สีแดง สีน้ำเงิน เรียก ธงไตรรงค์.
ไตรรัตน์แก้ว 3 ประการคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์.
ไตรลักษณ์ลักษณะที่เป็นสามัญทั่วไป 3 ประการ คือ ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ ความไม่ใช่ตัวตน.
ไตรโลกโลกทั้ง 3 ทางวรรณคดี หมายถึง สวรรค์ มนุษย์โลก บาดาล ทางศาสนาหมายถึงภพทั้ง 3 คือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ.
ไตรวัฎวัฎฎะ 3 คือ กิเลสวัฎ กรรมวัฎ วิปาวัฎ.
ไตรวิชชาวิชชา 3 คือ วิชชาระลึกชาติหนหลังได้ วิชชารู้ความเกิดตายของคนและสัตว์ และวิชชารู้ในการทำให้สิ้นกิเลส.
ไตรสรณคมณ์การถึงพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก.
ไตรสิกขาสิกขา 3 คือ ศีล เรียก สีลสิกขา ษมาธิ เรียก จิตสิกขา ปัญญา เรียก ปัญญาสิกขา.
ไตล่ามชื่อพรรณไม้เถาชนิดหนึ่ง ผลสีแดง เรียก หมากไตล่าม.
เถียงโรงเรือนที่ปลูกไว้เพื่อเฝ้าพืชผลเรียก เถียง ปลูกไว้ที่นาเรียก เถียงนา ปลูกไว้ป่าเรียก เถียงไฮ่.
ไถเครื่องมือทำนาชนิดหนึ่ง เรียก ไถ การไถมีไถฮุดและไถด้น อย่างว่า เดือนหกให้หว่านกล้า เดือนห้าให้แต่งไถ (ภาษิต).
ไถ่1.)ถอน คืน ถอนทาสให้เป็นไทเรียก ไถ่ทาส 2.)เปลี่ยน แก้ไข นุ่งผ้าผืนใหม่เรียก ไถ่ผ้า
ไถงตะวัน วัน (ข.) เช่น ไถงนี้ คือ วันนี้.
ไถนระแวง สงสัย อย่างว่า อันจักนิราศห้องฮามฮ้างอย่าไถน (ฮุ่ง).
ไถเผือข้า ทาส อย่างว่า กับทังบริวารพร้อมไถเผือพอหมื่น (ฮุ่ง).
ไถยะความเป็นขโมย.
ไถลไถไป.
ไถ้ไหน้ยักแย่ยักยัน.
ทัวระกรรมการทำให้ได้รับความลำบาก เช่น ถูกฆ่าตีบีท์โบยเกือบจะเอาชีวิตไว้ไม่รอด เรียก ทัวระกรรม.
ทารุณกรรมการกระทำอย่างโหดร้าย (ส.).
ไทพวก หมู่ เหล่า อย่างว่า จงใจหอมไพร่ไททังค้าย (สังข์) ไทไกลนี้เจงเวงน้ำแจ่วข่า บ่ท่อใสติ้งหลิ้งไทใกล้น้ำแจ่วขิง (ภาษิต).
ไท่ไถ้ ไท่โบราณมี 2 ชนิด คือ ไท่เงินและไท่เข้าสาร ไท่เงินเย็บด้วยผ้าไม่กว้างแต่ยาว สำหรับใส่เงินเหรียญ เงินฮาง เงินลาด เงินหมากค้อ เวลาไปค้าขายจะใส่ถุงคาดเอว ส่วนไท่ข้าวสารสำหรับใส่เข้าสารเวลาไปค้าขายทางไกล ใช้หาบหรือคอนไป.
ไท้ผู้เป็นใหญ่ ผู้เป็นหัวหน้า อย่างว่า เสด็จล่วงขึ้นเถิงไท้ขาบทูล (กา) ดอกหนึ่งฟ้าสนั่นก้องเวหา ดอกหนึ่งสถานกงญายอดไท้ ดอกหนึ่งซอมแซมหยาหลายกาบ ดวงดาดดวงละไล้ลูบไล้ลืมวาง (ฮุ่ง).
ไทยทานของควรให้ ของควรถวายพระสงฆ์ได้แก่ปัจจัย 4 มีผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย ยาแก้ไข เรียก ไทยทาน ไทยธรรม ก็ว่า.
ไทระเม็งตัวละคร ตัวละครเรียก ไทระเม็ง อย่างว่า ไทระเม็งเหล้นตามทางเต้นไต่ ใผจักเหงาหง่วมเศร้าสูญบ้างบ่มี (สังข์).
ประดง (โรค)ชื่อโรคจำพวกหนึ่ง มีหลายชนิด เกิดตามผิวหนัง มีอาการคัน.
ประดงชื่อพรรณไม้จำพวกหนึ่ง
แหลว (นกชนิดหนึ่ง)เหยี่ยว ชื่อนกชนิดหนึ่งในจำพวกนกอินทรีมีหลายชนิด เช่น แหลวแดง แหลวตังบี้ แหลวนกเขา แหลวพานโตน อย่างว่า เชื้อชาติแฮ้งบ่ห่อนเวิ่นนำแหลว แนวหงส์คำบ่บินนำฮุ้ง (ผญา) คือคู่ลูกไก่น้อยรือย้านหย่อนแหลว (สังข์).
แหลวเหลว สิ่งที่มีลักษณะไม่ข้นเรียก แหลว เช่นน้ำและน้ำมัน เป็นต้น อย่างว่า คื่นคื่นช้างย้องย่างเงยงา มันแหลวไหลอาบคีงคือน้ำ พลกือก้ามเต็มไพรฮ้องโห่ เขาก็จาจีกใส้กินแกล้มนี่นัน (สังข์).
ฮนดิ้นรน กระวนกระวาย ร้อนรน
ฮ่วมร่วม สมสู่อยู่ร่วมกัน เรียก ฮ่วมกัน อย่างว่า นับแต่กุมภัณฑ์ได้จอมพระนางมาฮ่วม หลายขวบเข้าระดูได้แปดปีนั้นแล้ว สองกล่อมกลิ้งรัตนาสน์เฮียงฮส เสนหาฮักลวดลืมเมืองบ้าน (สังข์).
ฮ้องร้อง เปล่งเสียงดัง เรียก ฮ้อง อย่างว่า ฟังยินโกนโดกฮ้องฮิ่มไฮ่กินไฮ พุ้นเยอ บาศรีเสด็จออกโฮงคนเฝ้า เจืองก็จงใจแก้วโฉมงามง้อมม่วน ผู้ที่เหง้ากระหายฮ้อนคู่ไฟ (ฮุ่ง).
บืนเสือกไป ไสไป คืบไป ใช้อกเสือกไป เรียก บืน เช่น งูบืน ปลาบืน อย่างว่า มันหากเหลือแฮงแล้วปลาบืนยามเดือนสี่ เงี่ยงกะหลุ้ยคุยกะล้มปานนั้นว่าบ่บืน (กลอน).
ธุดงค์ข้อวัตรที่ภิกษุพึงปฏิบัติเพื่อกำจัดกิเลศ มีโลภ โกรธ หลง ให้ลดน้อยถอยลง
นิติกรรมการกระทำโดยเจตนาให้ตรงตามกฎหมาย.
นิรโทษกรรมการยกโทษให้ผู้ทำผิดไม่ได้รับโทษตามกฎหมาย.
ไน1.)เครื่องปั่นฝ้าย เรียก ไน หลา ก็ว่า 2.)ชื่อสุนัขป่าจำพวกหนึ่ง เรียก หมาใน หมาจิ้งจอก หมาจิกจอก ก็ว่า.
บริกรรมสวด ท่องบ่น เสกเป่า ตกแต่ง กำหนดใจ นวดฟั้น ฉาบทา เช่น สวดคาถาท่องบ่นมนต์ เป็นต้น.
บัพพาชนียกรรมกรรมที่สงฆ์ทำแก่ภิกษุที่จะพึงขับไล่ (ป. ปพฺพาชนียกมฺม).
ไบ้คัดเอาก้างออก เรียก ไบ้ก้าง เลือกเอาหนอนออก เรียก ไบ้หนอน.
ปฐมกรรมชื่อพิธีกรรมแบบหนึ่งซึ่งกษัตริย์ในครั้งโบราณกระทำแก่ผู้เป็นปรปักษ์ของตน.
ปลงกรรมฐานพิจารณาร่างกายให้ตกลงในไตรลักษณ์ คือให้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างบรรดามีในโลกล้วนเป็นอนิจจัง คือไม่เที่ยงแท้แน่นอน เป็นทุกข์ คือต้องลำบากทั้งกายและใจ เป็นอนัตตา คือไม่ใช่ตัวตนเราเขา.
ปัพพาชนียกรรมกิจของสงฆ์ทำในการขับไล่ภิกษุ การขับไล่ภิกษุ การขับไล่ออกจากหมู่ (ป.).
แป้งแหง้งการนอนหวายหน้า เรียก นอนแป้งแหง้ง อย่างว่า เสียงครกมองตำเข้าเดิกมามันม่วน ตำช้าช้าเสียงบอกยามซุก เดิกจั่งซุกเดิกจั่งซุก ตำเสียงสั้นสักกะลันน้ำน่ำ หกตำลึงหกตำลึงแตะแต้งแหล้งหงายลงแป้งแหง้ง (เจียง).
โป่มมาก เติบ เช่น กินข้าวน้อยกินกับมากเรียก กินโป่ม.
ไปเคลื่อนไป เดินไป อย่างว่า ให้แต่งช้างม้ามิ่งพลแพน ญิงชายในนครขวางป่าวปุนไปพร้อม คนการใช้พอแสนคาดเครื่อง แผ้วแผ่นเท้าทางกว้างฮาบงาม (สังข์).
ไป่ไม่ ไม่มีเรียก ไป่มี อย่างว่า ท่อไป่มีเผ่าเชื้อพระเยียยอดเทวี เป็นพระยาโทนอยู่เนานอนแล้ง (สังข์).
ผาติกรรมการทำให้เจริญ หมายถึง พระสงฆ์จำหน่ายครุภัณฑ์ หรือจำหน่ายของเสียทำให้ดี.
พนักงานเจ้าหน้าที่ทำงานแต่ละอย่าง.
พ่อเสี่ยวมิตรสหายหรือเพื่อนของพ่อเรียก พ่อเสี่ยว อย่างว่า เสี่ยวต่อเสี่ยวกินเยี่ยวกะแต โคยแปแปสี้หีแม่เสี่ยว (สอย).
พ่อไฮ่ชายผู้ทำไร่ปลูกข้าว ปลูกต้นไม้ ปลูกผัก เลี้ยงวัวควายเป็ดไก่ เรียก พ่อไฮ่ อย่างว่า เฮ็ดนาอย่าเสียไฮ่ เลี้ยงไก่อย่าเสียฮัง (ภาษิต).
พ้อว้อการแสดงอาการหลุกหลิกดุจลิง เรียก พ้อว้อ พ้อว้อแพ้แว้ ก็ว่า ถ้าตัวใหญ่เรียก โพ้โว้ โผ้โว้เพ้เว้ ก็ว่า.
พินัยกรรมหนังสือมอบมรดกที่ทำไว้ก่อนตาย.
พี่เสี่ยวเพื่อนของพี่ชายเรียก พี่เสี่ยว.
ภัณฑูกรรมการปลงผม (ป. ภณฺฑุกมฺม).
เภสัชกรรมการปรุงยา.
มโนกรรมการคิด ความคิด (ป. มโนกมฺม).
มรณกรรมความตาย.
มหกรรมการฉลอง การบูชา.
มหายุทธกรรมการรบใหญ่ อย่างว่า มหายุทธกรรมบั้นเล็วสรวงเศิกใหญ่ แล้วท่อนี้ถวายไท้พระยอดคุณ แท้แล้ว (สังข์).
มันแหลวมันเปลว
เมือกลับไป
ยถากรรมตามกรรม ตามแต่จะเป็นไป (ป.ส. ยถากมฺม).
ยากไฮ้ยากจนไม่มีอะไรจะกิน อย่างว่า ทุกข์ยากไฮ้ให้ได้อยู่นำกัน กลอยมันมีชิค่อยหาเอาเลี้ยง (ภาษิต).
ลายตาแหลวห้อลายเฉลว
เวียกการงาน ธุระ หน้าที่ ภาระ กิจการที่ต้องทำทุกอย่าง
วจีกรรมการพูด การกระทำทางวาจา (ป. วจีกมฺม).
วรรณกรรมงานหนังสือ.
แส่ว1. โฉบ เฉี่ยว เช่น ให้เจ้าเอายาวไว้คือกาคาบเอี่ยน อย่าได้เฮ็ดอ้อมป้อมคือฮุ้งแส่วหนู (ผญา) 2. เย็บ ปัก ถัก ร้อย เช่น ดูสะอาดล้ำหลิ้งแส่วไหมคำ แคงคานคุมเครื่องเหลืองสมเสื้อ ลำลำง้อมงามเฉลียวปุนแต่ง ฝูงนี้ลอนเลือกชั้นแฝงเนื้อพี่ไป ว่าเนอ (ฮุ่ง) คำที่ใกล้เคียง : แส่วหนี
เอี่ยนปลาไหล ปลาไหลเรียก เอี่ยน มี ๒ ชนิด คือ เอี่ยนธรรมดา และเอี่ยนด่อน เอี่ยนด่อนมีสีค่อนข้างขาว อย่างว่า เอี่ยนขอเลือดนำกระปู (ภาษิต) ปล่อยเอี่ยนลงตม (ภาษิต).
วินาศกรรมการลอบทำลายหรือเผาผลาญทรัพย์สินของศัตรู.
วิปัสสนากรรมฐานอุบายเรืองปัญญาเมื่อเจริญสมถกรรมฐานแล้ว กิเลส ๓ จะลดน้อยถอยลง แต่ก็ไม่หมดสิ้นไปจากใจ ต้องเจริญวิปัสสนากรรมฐานต่ออีก คือ ยกขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อินทรีย์ ๒๒ อริยสัจ ๔ ปฎิจจสมุปบาท ๑๒ ขึ้นมาพิจารณาอีก จนให้เห็นขันธ์ ๕ เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เกิดนิพพิทาความเบื่อหน่าย วิราคะหายความกำหนัด วิมุตติความหลุดพ้น วิสุทธิความหมดจดกายและจิต ถึงที่สุดแห่งทุกข์ คือ พระนิพพาน กิเลส ๓ คือ ราคะ โทสะ และโมหะไม่เกิดอีก.
วิศวกรรมชื่อเทวดาตนหนึ่ง ผู้ชำนาญในการช่างทั้งปวง วิษณุกรรม วิสสุกรรม เวสสุกรรม เพชฉลูกรรม ก็ว่า.
วิศวกรรมศาสตร์วิชาที่เกี่ยวกับการนำความรู้ทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ มาประยุกต์ใช้มีหลายสาขา เช่น วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมเครื่องกล.
วิสสุกรรมพระวิศวกรรม วิษณุกรรม เวสสุกรรม หรือ เพชฉลูกรรม ก็ว่า.
วิสามัญฆาตกรรมการฆ่าซึ่งเจ้าหน้าที่ลงมือฆ่าเอง.
วีรกรรมการกระทำที่ได้รับการยกย่องว่ามีความกล้าหาญ การกระทำของผู้กล้าหาญ.
เวชกรรมการรักษาโรค.
เวสสุกรรมพระวิศวกรรม วิสสุกรรม วิษณุกรรม เพชฉลูกรรม ก็ว่า.
ศัลยกรรมการรักษาโรคโดยวิธีผ่าตัด.
ศัสตรกรรมการผ่าตัดทางแพทย์.
ศิลปกรรมสิ่งที่เป็นศิลปะ สิ่งที่ผลิตสร้างขึ้นเป็นศิลปะ.
โศกนาฏกรรมเรื่องราวจะเป็นลิเก ละครหรือการละเล่นใดๆ ลงท้ายต้องประสบกับความเศร้าสลดใจ เรียก โศกนาฏกรรม.
สกรรมกริยากริยาที่ต้องมีกรรมหรือผู้ถูกกระทำมารับ.
สถาปัตยกรรมศาสตร์ศิลปะหรือวิชาว่าด้วยการก่อสร้าง (ส.).
สนแส้วระคน สับสน ปนเป อย่างว่า สาวสนแส้วยิงสะออนอกอ่อน (กาไก).
สมถกรรมฐานอุบายสงบใจ ใจที่มีราคะความกำหนัด โทสะความประทุษร้ายและโมหะความลุ่มหลง กิเลสสามตัวนี้ทำให้ใจวุ่นวาย ไม่สงบ ถ้าอยากให้สงบต้องเอาสมถกรรมฐานมาข่มไว้ การเจริญธรรมอย่างนี้เรียก เจริญสมถกรรมฐาน.
สอดแส้วหลบหลีก ลี้ หนีไป อย่างว่า ชาติที่แนวนามเชื้อราชสีห์ตัวใหญ่ บ่ห่อนบินสอดแส้วไปได้ดั่งแหลว (สุด).
สังฆกรรมกิจที่พระสงฆ์สี่รูปขึ้นไปรวมกันทำภายในสีมา เรียก สังฆกรรม (ป.).
สามีจิกรรมการแสดงความเคารพตามธรรมเนียมของพระเณรในระหว่างผู้ใหญ่กับผู้น้อย.
สูติกรรมการคลอดบุตร.
สูทกรรมการทำกับข้าวของกิน.
เสี่ยงบุญเสี่ยงกรรมลองดูว่าจะดีหรือไม่ ทั้งนี้ก็แล้วแต่บุญกรรมที่ทำมา.
แส้วบินฉวัดเฉวียน เช่น แมลงภู่แมลงผึ้งบินตอมดอกไม้ เรียก บินแส้ว อย่างว่า ภุมรินแส้วชมแซวบินแส่ว (กา) แซวเกียงแส้วบินเหินหาคู่แม้งหนึ่งเถิงแก่วส้านเขาช้างมุ่งเมือง (ฮุ่ง). คำที่ใกล้เคียง : แส่ว
หม้อแกงหม้อชนิดต่างๆ ใช้สำหรับแกง เรียก หม้อแกง เช่น หม้อแกงปลา แกงกบ แกงไก่ แกงเอี่ยน อย่างว่า มีปลาบ่มีหม้อชิเอาหยังต้มอ่อม หม้อนั้นคันช่างเขาบ่ปั้นบ่มีได้อ่อมแกง (ย่า).
หมากปิ่นกังหัน ไม้หมุนด้วยกำลังลมใช้พัดเอาลมเมื่อต้องการ ใชัพัดเอาน้ำเมื่อต้องการขึ้นมาทำการเพาะปลูกพืช เรียก หมากปิ่น.
หมื้อ,หมื่อดินปืน
หยังอะไร
หยุมขยุ้ม ขยุ้มด้วยเล็บ
หล่าเผือด หน้าซีดเผือด
หลายมาก ของมีจำนวนมาก มากจำนวนสิบๆ เรียก หลายสิบ จำนวนร้อยๆ เรียก หลายร้อย จำนวนพันๆ เรียก หลายพัน
หว้านประดงว่านชนิดหนึ่ง
หัตถกรรมการทำในโรงงานอุตสาหกรรม.
แหลวคำเหยี่ยวแดง เหยี่ยวที่มีหงอนแดง เรียก แหลวคำ อย่างว่า แม้งหนึ่งสูรย์คลาดคล้อยใกล้ค่ำออระชอน คับคาเห็นแหลวคำดั่งบนบินเค้า อันนั้นรือบ่ภูธรไท้จอมหัวท้าวกว่า กูนี้ เดินดุ่งเต้าเอาน้องเพื่อนเพลา แลชาม (ฮุ่ง).
แหลวหลวงเหยี่ยวใหญ่ เรียก แหลวหลวง อย่างว่า ครุฑใหญ่เปลื้องปีกแกว่งผาปิว แปนตูเห็นนาคเนืองในน้ำ แหลวหลวงเค้าหัวลายลุยผ่า นาคสว่านฟ้งฟางฮ้อนซ่าเสียง (สังข์).
ให้ค่อยแก้แก้ไขสิ่งที่ไม่ดีให้ดี เรียก แก้ การแก้นั้นจะต้องแก้ให้ดีเท่าที่จะแก้ได้ และต้องแก้ให้ดีในทุกวิถีทาง อย่างว่า ให้ค่อยคึดค่อยแก้ค่อยแก่ค่อยดึง ให้ค่อยขุดค่อยขนค่อยคนค่อยค้ำ ให้ค่อยทำคอยสร้างอย่าวางใจให้ค่อยแล่น ให้ค่อยแงะค่อยแง้มมันชิได้ต่อนคำ (ย่า)
ให้ค่อยทำทำโดยไม่อ้างกาลเวลาไม่ว่าหนักว่าเบา ไม่ว่ายากว่าง่าย ทำโดยไม่ละทิ้ง เรียก ให้ค่อยทำ อย่างว่า ให้ค่อยตักค่อยต้อนชิเห็นต่อนแกงปลา ให้ค่อยหวิดค่อยสาอย่าเซาวางไว้ คันหากเป็นตาหย้ำให้ทำกินฟ้าวฟั่ง อย่าได้นั่งเค้าเม้ามัวเว้าบ่ดี (กลอน).
ให้ค่อยไปการสั่งเสียก่อนจะจากไปเรียก ให้ค่อยไป อย่างว่า ให้ค่อยไปดีเยอเจ้าผู้หงส์คำผ้ายเวหาเหินเมฆ กาดำเอิ้นจ้อยจ้อยให้อวนเจ้าอ่วยคืน (ผญา).
ใหญ่โต ไม่เล็ก โต เรียก ใหญ่ ลูกคนโต เรียก ลูกผู้ใหญ่ บ้านที่กว้างขวาง เรียก บ้านใหญ่ สิ่งของขนาดใหญ่ เรียก ใหญ่ อย่างว่า สองนายตั้งปานโตงเหล้าใหญ่ ชอบที่วอนพี่ผู้คีงค้อมค่อยเอา (ฮุ่ง) ยุ่งเหยิงมาก เรียก หยุ้งใหญ่ อย่างว่า ต้นไม้ใหญ่บ่มีผีสาวผู้ดีบ่มีชู้ธรณีบ่อกแตกสารือ ตาแฮกเปิดไก่ต้มดินชิแห้งไง่ผง (ผญา).
ใหม่เพิ่งมี เช่น ลูกใหม่ เมียใหม่ ข้าวใหม่ เสื้อผ้าใหม่ ความรู้ใหม่ เรียก ใหม่.
ให้เลี้ยงการอุปถัมภ์บำรุงโดยไม่ปล่อยปละละทิ้ง เรียกว่า ให้เลี้ยง อย่างว่า ให้น้องเลี้ยงพี่ไว้ตางหมาหอนเห่า บาดชู้เก่ามาฮอดแล้วไลถิ้มบ่ว่าสัง (ผญา).
ไหแคไหสำหรับใส่เหล้าโท เรียก ไหแค อย่างว่า ปุนกันฟายไหแคเปลี่ยนกันกินเมี้ยน (ฮุ่ง).
ไหว้เจ้าทำพิธีเซ่นเจ้าตามธรรมเนียมจีน.
ไหเหล้าไหสำหรับใส่เหล้า ไหซอง ก็ว่า อย่างว่า ให้แต่งตั้งเฝือนภาชพาคาว มธุรังเลียนแต่งดีดาตั้ง เฮืองเฮืองใต้เต็มฮาวเทียนธูป น้ำหล่อเหล้าไหต้นแต่งหมาย (สังข์).
อกรรมกิริยากิริยาที่ไม่ต้องมีกรรมรับ เช่น ยืน เดิน นั่ง นอน (ส.).
อกุศลกรรมความชั่วร้าย โทษ บาป (ป. อกุสลกมฺม).
อกุศลกรรมบถทางแห่งความชั่ว ทางบาป มี ๑๐ อย่าง คือ เกิดแต่กาย เรียก กายทุจริต ๓ ได้แก่ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม เกิดแต่วาจา เรียก วจีทุจริต ๔ ได้แก่พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ เกิดแต่ใจ เรียก มโนทุจริต ๓ ได้แก่โลภอยากได้ของคนอื่น ปองร้ายเขา เห็นผิดจากคลองธรรม เรียก อกุศลกรรมบถ (ป. ส.).
อนันตริยกรรมกรรมที่มีโทษหนักที่สุด ห้ามสวรรค์ห้ามนิพพาน ตกนรกหมกไหม้หาระหว่างมิได้ อนันตริยกรรมมี ๕ อย่าง คือ ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ฆ่าพระอรหันต์ ทำสงฆ์ให้แตกจากกัน ทำโลหิตุบาท (ป.).
อนิจกรรมความตาย พระยาพานทองตายใช้ว่า ถึงอนิจกรรม.
อนุกรรมการกรรมการน้อย กรรมการใหญ่เรียกกรรมการ ในกรณีที่จำต้องมีกรรมการสองระดับ ระดับแรกเรียก กรรมการ ระดับสอง เรียก อนุกรรมการ.
อสัญกรรมความตาย ข้าราชการชั้นเจ้าพระยาตาย ใช้ว่า ถึงแก่อสัญกรรม (ราชา).
อสุภกรรมฐานกรรมฐานที่ยึดเอาซากศพเป็นอารมณ์ เพื่อพิจารณาให้เห็นความไม่งาม ความไม่เที่ยงแท้ของสังขารเป็นอารมณ์ (ป.).
อโหสิกรรมกรรมที่เลิกให้ผล การเลิกแล้วต่อกัน การไม่เอาโทษกัน เรียกเพียงคำว่า อโหสิ ก็มี (ป.).
ออกกรรม (ญ)การที่หญิงอยู่ไฟครบกำหนดแล้วออก เรียก ออกกรรม หญิงสาวอีสานที่มีลูกครบกำหนด เมื่อออกลูกแล้วต้องอยู่ไฟ สำหรับท้องสาวอยู่ไฟครบสิบห้าวัน ท้องคนต่อไปอยู่สิบวันหรือเจ็ดวันก็ได้ เมื่อครบกำหนดแล้วก็ทำพิธีออกจากไฟ เรียก ออกกรรม.
ออกกรรมการที่ภิกษุต้องอาบัติหนักแล้วไม่เข้ากรรม เรียก ออกกรรม จะร่วมอุโบสถสังฆกรรมกับภิกษุผู้บริสุทธิ์ไม่ได้ ต้องเข้ากรรมเสียก่อน การเข้ากรรมคือ เข้าปริวาส คือการอยู่ในขอบเขตจำกัด ปกปิดอาบัติไว้กี่วันต้องอยู่ปริวาสให้ครบเท่ากับวันที่ปกปิดไว้ เมื่ออยู่ปริวาสครบแล้ว ต้องเข้ามานัตอีก ๖ วัน ต่อจากนั้นพระสงฆ์จะสวดอัพภาน คือสวดรับรองว่าเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว ร่วมอุโบสถร่วมสังฆกรรมกับพระสงฆ์ได้ ธรรมเนียมอีสานมีประเพณีเข้ากรรมอยู่ด้วย เป็นประเพณีที่ต้องทำในระหว่างเดือนอ้าย เรียก ประเพณีเข้ากรรม ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้พระสงฆ์ที่ทำผิดพระพุทธบัญญัติมีโอกาสแก้ตัวได้.
อัตวินิบาตกรรมการฆ่าตัวตาย.
อาชญากรรมการกระทำความผิดทางอาญา (ส.).
อุตสาหกรรมการทำสิ่งของเพื่อให้เกิดผลประโยชน์เป็นกำไร การประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องใช้แรงงานและทุนมาก.
อุตสาหกรรมศิลป์วิชาที่เรียนมุ่งให้ผู้เรียนเกิดความชำนาญในการประดิษฐ์และเกิดความคุ้นเคยกับการใช้เครื่องมือและเครื่องกล.
อุปสมบทกรรมการบวชเป็นภิกษุ.
เอี่ยนด่อนชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง เปลือกค่อนข้างขาว ใช้ทำยาได้ เรียก ต้นเอี่ยนด่อน.
แอ่นแส่วนกแอ่นลม ชื่อนกชนิดหนึ่งชอบบินไปตามลม เรียก นกแอ่นแส่ว มีปีกยาว กินแมลงเป็นอาหาร.
โอสถกรรมการแพทย์แผนกใช้ยา การรักษาไข้ด้วยวิธีใช้ยา.
ฮ้วมรวน อาหารมีปลาหรือเนื้อที่ต้มให้สุกแล้วเก็บไว้ เมื่อต้องการก็เอามาปรุงเป็นอาหาร เรียก
ฮ้อนฮนร้อนรน ทุรนทุราย
ฮ้างทอดทิ้ง จากไป เมียที่ผัวทอดทิ้ง เรียก แม่ฮ้าง ผัวที่เมียทอดทิ้ง เรียก พ่อฮ้าง หนุ่มสาวที่รักกันแล้วทอดทิ้งกันไป เรียก ฮ้างชู้ บ้านที่คนทอดทิ้ง เรียก บ้านฮ้าง เรือนที่ไม่มีคนอยู่อาศัย เรียก เฮือนฮ้าง วัดที่ไม่มีพระสงฆ์อยู่ เรียก วัดฮ้าง อย่างว่า ญิงชายฮู้เฮียงกลการย่อยโชค ส่ำฮ้างฮามหม้ายหมู่สะเทิน (สังข์) คันหากมีผัวแล้วบ่กลัวใผอย่าฟ้าวว่า บาดห่าเป็นฮ้างหม้ายชิมาโอ้ใส่เขา (ผญา).
ฮุ่นไฮ่ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ลำต้นเล้กๆ เกิดตามไร่ที่รกร้าง เรียก ต้นฮุ่นไฮ่.
เฮียงฮ่วมร่วมเรียง อย่างว่า เชิญหม่อมมาเสวยเข้าสาลีเฮียงฮ่วม พี่ก็ตั้งแต่งถ้าถนอมไว้แต่นาน แล้วเด เอื้อยนี้แนวนามเชื้อฉันเดียวโดยชาติ เชิญหม่อมมาจอดยั้งยาย้านเกลียดกลัว พี่ถ้อน (สังข์) เมื่อนั้นทุกที่ให้โฮมฮอดหมอโหร เขาก็ยอกระดานหินวาดดูกงแก้ว ชาตาได้อัครราศีเฮียงฮ่วม ราหูผาดผ้ายผันใกล้ฮ่วมจันทร (ฮุ่ง).
เฮือนครัวห้องครัว , เรือนสำหรับปรุงอาหาร เรียก เฮือนครัว เฮือนครัวจะต้องให้สะอาด เก็บถ้วยโถโอจานให้เป็นระเบียบ.
แฮกเสี่ยวผูกมิตร การผูกมิตร เรียก แฮกเสี่ยว คำว่า เสี่ยว ได้แก่ มิตร สหาย เพื่อน หรือ เกลอ การผูกเสี่ยวจะทำเป็นพิธีเสียเหล้าไหไก่ตัวเพื่อเลี้ยงดูกัน หรือคนสองคนเมื่อสมัครรักใคร่กันแล้วผูกข้อต่อแขนด้วยด้ายเพียงสองเส้นก็ได้ ผู้หญิงจะเป็นเสี่ยวกับผู้ชาย หรือผู้ชายจะเป็นเสี่ยวกับผู้หญิงก็ได้ ขออย่างเดียวขอให้รักสมัครสมานประสานสามัคคีกันไปจนตลอดชีวิต การผูกเสี่ยวเป็นประเพณีที่ชาวอีสานนับถือมาแต่ดึกดำบรรพ์ ผ๔้เป็นเจ้าของประเพณีนี้ก็คือบรรพบุรุษอีสาน ถือว่าท่านฉลาดและหลักแหลมนัก ถ้าโลกทั้งโลกเป็นมิตรสหายกัน เรื่องฆ่าตีบีฑ์โบยลักเล็กขโมยน้อย หรือเรื่องวิวาทบาดหมางแย่งอำนาจวาสนากันคงไม่เกิดขึ้นแน่ ถ้าคนในโลกนี้เกี่ยวข้องกันในการเป็นมิตรสหายกัน.
ไฮ่ไร่ ที่สำหรับปลูกพืชในป่าดง เรียก ไฮ่ อย่างว่า เฮ็ดนาอย่าเสียไฮ่ เลี้ยงไก่อย่าเสียฮัง (ภาาิต) หมายไฮ่ให้สุดชั่วแสงตา หมายนาให้สุดชั่วเสียงฮ้อง (ภาษิต) เป็นดั่งแสนส่ำห้อยน้ำผ่าเขาเขียว ไหลมาโฮมวังขวางสู่คุงคาเสี้ยง ชายหนึ่งทำนาแล้วทวนเทียวทำไฮ่ ฝังลูกเต้าแตงพร้อมถั่วงา (ฮุ่ง).
ไฮ้ไร้ ขัดสน ลำบาก ไม่มี อย่างว่า เมื่อนั้นเศรษฐีเถ้าทังสองพ่อแม่ เล่าว่ามาโผดเถ้าเฮือนไฮ้ดั่งรือ นี้เด (สังข์) เลี้ยงพี่น้องฝูงหมู่คนผอม ลุงอาวสูใส่ใจจำหมั้น ทอมคนไฮ้เฮือนคลองทุกข์ยาก ดีดาย เขานั้นคือเขื่อนขั้นเวียงแก้วเกิ่งหิน (ฮุ่ง).
อีเกิ้งดวงจันทร์
ได้ลื่นได้เปรียบ
ขี้ไก่โป่ขี้ไก่ก้อนใหญ่
ขี้ไก่นวดขี้ไก่สีน้ำตาลเหม็นมาก
เมิดคำสิเว้าไม่มีอะไรจะพูด/พูดไม่ออก
ปลาเข็งปลาหมอ
สะน่องส้นเท้า, ส้นตีน
เมิดหมด
หมุ่นอุ้ยปุ้ยแหลกไม่มีชิ้นดี/เหลวแหลก/แหลกลาน
ย้อนเพราะว่า
แลนหันวิ่งเร็ว
บ่ฮู้ควมไม่รู้ประสีประสา , ไม่รู้เรื่องรู้ราว
พ้อว้อแพ้แว้ลักษณะอาการลับๆล่อๆ ผลุบ ๆ โผล่ ๆ เดี๋ยวก็อยู่ตรงนั้น เดี๋ยวก็โผล่มาตรงนี้
เป็นต๋าขี้เดียดน่าเกลียด น่าขยะแขยง
ตาย้านน่ากลัว
จักหน่อยเล็กน้อย,อีกสักพัก
ตี้ละสิ
แนมเบิ่งมองดู
สิจะ
คนฮู้เป็นคนดี รู้จักกาลเทศะ
อีหยังอะไร
คองถ่ารอคอย
ปานใด๋แค่ไหน
เว่าพูด
เว้าพูด
ถ่ารอ
หยังอ้ายอะไรหรือพี่?
แม่มานสตรีที่กำลังตั้งครรภ์, หญิงตั้งครรถ์
ทั่วทีปทั่วแดนทั่วพื้นที่ ครบทุกพื้นที่ ทั่วทวีป ทั่วทุกดินแดนก็ว่าได้
แสบบักหูกอาการกรดไหลย้อน หรือ สำนวน หมายถึง เจ็บใจ เจ็บปวดหัวใจ แสลงใจ
ย่างสากเดินผ่าน เดินไปใกล้ๆ ในระยะสายตา
เอิ้นเรียก, ร้อง, ป่าวประกาศ
สันแข่งใหญ่ลำแข้งใหญ่ (ขาใหญ่)
ขาเลาะคนที่ชอบเที่ยวเตร่ไปเรื่อย ส่วนมากจะใช้กับวัยรุ่นหนุ่มสาวที่ชอบเตร็ดเตร่ เที่ยวเล่นสนุกสนาน
เลาะ1. แวะรายทาง, เตร็ดเตร่ไปเรื่อย 2. เลียบไปตามชายฝั่ง
ปากยากดื้อ, ไม่ยอมเชื่อฟังหรือทำตาม ใช้ได้กับทั้งเด็กและผู้ใหญ่
คือกันเหมือนกัน เช่นกัน
โหม่มลึดกลืนโดยไม่เคี้ยว

ศัพท์อีสานในหมวดหมู่ต่างๆ :

ทั้งหมด

ภาษาถิ่นอีสาน

ภาษาถิ่นอีสาน เป็นภาษาที่มีความสวยงาม เป็นเอกลักษณ์ และความน่าสนใจ ทั้งยังเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและเล่าเรื่องราวในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน ภาษาอีสานหลายคำค่อย ๆ หายไปตามยุคสมัยจนหาฟังได้ยาก เหลือเพียงแค่คำศัพท์ที่ใช้กันบ่อย ๆ อยู่แค่ไม่กี่คำ เว้นแต่ว่าจะได้สนทนากับคนเฒ่าคนแก่จึงจะได้ยินคำเก่า ๆ เหล่านั้น ทีมงานอีสานร้อยแปดจึงได้พัฒนาเว็บแอพพลิเคชันพจนานุกรมภาษาอีสานนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลคำศัพท์ภาษาอีสาน เพื่อให้ผู้ที่ต้องการศึกษาภาษาอีสานสามารถค้นหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ภาษาอีสานให้กับคนรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจภาษาอีสาน สุดท้ายนี้ทีมงานอีสานร้อยแปดขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะรักษาและเผยแพร่ภาษาอีสานให้เป็นที่รู้จักและอยู่คู่พี่น้องชาวอีสานตลอดไป
"อย่าสิไลลืมถิ่มมูลมังแต่ครั้งเก่า อย่าสิลืมฮีตเค้าคนเฒ่าเพิ่นสั่งสอน
หลอนว่ากลายภายหน่าคะนิงหาสิได้จ่ม กลายไปไสบ่ม้ม สิคืนเค้าเก่าเดิม
ให้ซอยเสริมเติมแต้ม แนมหามาคืนคอบ แปลงระบอบแบบเปื้อง ให้เฮืองล้ำอย่าต่ำถอย"

(ผญาโดย อ.ศรีสะท้าน)

ความหมายของคำว่า "อีสาน"

"อีสาน" ในความหมายที่เราเข้าใจคือชื่อที่ใช้เรียก พื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีรากศัพท์มาจากภาษาบาลี และ สันสฤต ในส่วนของรากศัพท์ที่มาจาก ภาษาสันสกฤต มาจากชื่อรัฐในสมัยโบราณชื่อ อีศานปุระ และชื่อพระราชาว่า อีศานวรมัน คนไทยจำนวนหนึ่งจึงมีความสับสนในการเขียนอีสาน บางทีเขียนอิสานหรืออิศาน อาจจะเป็นเพราะเห็นว่าคำอีสานมีความเชื่อมโยงกับอิศวร อ่านบทความเกี่ยวกับความหมายของคำว่าอีสานได้ที่ ความหมายของคำว่า อีสาน

คำค้นหา สำหรับพจนานุกรมภาษาอีสาน

ภาษาอีสาน
คำศัพท์ภาษาอีสาน
พจนานุกรมอีสาน
ภาษาถิ่นอีสาน
ภาษาอีสานวันละคํา
ภาษาอีสานเป็นประโยค
รวมคำศัพท์อีสาน
ภาษาอีสาน พจนานุกรม